<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>86341</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>4บุคลากรแพทย์ ติดเชื้อโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไทยป่วยโควิดเพิ่ม 19 ราย พบ 1 รายลอบเข้าเมืองจากท่าขี้เหล็ก มี 4 รายเป็นบุคลากรแพทย์ในสถานกักกัน เชียงรายติดเชื้ออีก 7 &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; ลงพื้นที่เชียงราย ยัน สธ.คุมอยู่ มั่นใจกลับสู่ภาวะปกติเร็ววันนี้ &amp;quot;พิพัฒน์&amp;quot; เตรียมใช้ระยองโมเดลกระตุ้นท่องเที่ยว ผู้ประกอบการเชียงรายประเมินเสียหาย 20 ล้านจ่อฟ้องแก๊ง 1จี1 นำเข้าโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 19 ราย โดยเป็นผู้อยู่ในสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ 14 ราย ผู้เดินทางไม่เข้าสถานที่กักกัน 1 ราย และผู้ติดเชื้อในประเทศ 4 ราย ทำให้มียอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 4,126 ราย ยอดหายป่วยสะสม 3,874 ราย มีผู้ป่วยรักษาในโรงพยาบาล 192 ราย ยอดผู้เสียชีวิตสะสมคงที่ 60 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศและเข้าสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ รายที่ 1-6 จากเมียนมา, รายที่ 7 จากตุรกี, รายที่ 8 จากบัลแกเรีย, รายที่ 9 จากโมร็อกโก, รายที่ 10-11 จากสหรัฐอเมริกา, รายที่ 12 จากสหราชอาณาจักร, รายที่ 13 จากเดนมาร์ก และรายที่ 14 จากบาห์เรน ส่วนรายที่ 15 เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ เข้าเส้นทางธรรมชาติจากเมียนมา เป็นเพศหญิง อายุ 21 ปี สัญชาติไทย เป็นแม่บ้าน ผลพบเชื้อ 5 ธ.ค. ไม่มีอาการ รักษาใน รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และผู้ติดเชื้อในประเทศ กทม. 4 ราย ได้แก่ รายที่ 16 ผู้ปฏิบัติงานที่สถานที่กักกันโรคทางเลือก (Alternative State Quarantine) หรือ ASQ) เป็นเพศหญิง อายุ 40 ปี สัญชาติไทย อาชีพบุคลากรทางการแพทย์ ตรวจพบเชื้อวันที่ 4 ธ.ค. มีไข้และน้ำมูก รักษาในรพ.เอกชน กทม., รายที่ 17 ผู้ปฏิบัติงานที่ ASQ เพศหญิง อายุ 32 ปี สัญชาติไทย อาชีพบุคลากรทางการแพทย์ ตรวจพบเชื้อ 5 ธ.ค. 63 มีไข้ รักษาใน รพ.เอกชน กทม., รายที่ 18 ผู้ปฏิบัติงานที่ รพ.เอกชน เพศหญิง อายุ 25 ปี สัญชาติไทย อาชีพบุคลากรทางการแพทย์ พบเชื้อ 5 ธ.ค.63 มีน้ำมูก ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ รักษาใน รพ.เอกชน กทม. และรายที่ 19 ผู้ปฏิบัติงานที่ รพ.เอกชน และ ASQ เป็นเพศชาย อายุ 27 ปี สัญชาติไทย อาชีพบุคลากรทางการแพทย์ ตรวจพบเชื้อ 5 ธ.ค. ไม่มีอาการ รักษาใน รพ.เอกชน กทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.จักรรัตน์ พิทยาวงศ์อานนท์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และแผนงาน กรมควบคุมโรค แถลงว่า ผู้ป่วยรายใหม่ที่เป็นผู้ที่เดินทางผ่านช่องทางธรรมชาติ 1 ราย ซึ่งเป็นหญิงไทย อายุ 21 ปีนั้น พบว่ามีความเกี่ยวข้องกับผู้ป่วยยืนยันรายก่อนหน้านี้คือ หญิงไทย อายุ 36 ปี เดินทางมาจาก จ.ท่าขี้เหล็ก และเดินทางต่อไปยัง จ.ราชบุรี โดยวันที่ 29 พ.ย. เดินทางข้ามมาฝั่งไทยตามเส้นทางธรรมชาติกับเพื่อนที่เป็นเคสราชบุรี โดยมีชาวเมียนมาเป็นผู้พามาส่งที่จังหวัดเชียงราย จากนั้นผู้ป่วยนัดแฟนให้ไปรับกับเพื่อนที่หน้าร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง เพื่อเดินทางไปสนามบินเชียงราย ส่งเพื่อนที่เป็นผู้ป่วยเคสราชบุรีขึ้นเครื่องไป กทม. หลังส่งเพื่อนแล้วหญิงวัย 21 ปีกับแฟนเดินทางกลับบ้าน และไปเที่ยวงานสิงห์ปาร์คกับกลุ่มเพื่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 30 พ.ย.-2 ธ.ค. อยู่แต่ในบ้าน กระทั่งวันที่ 3 ธ.ค. ผู้ป่วยพร้อมแฟนไปตรวจหาเชื้อโควิด-19 ที่โรงพยาบาลเอกชนในอำเภอแม่สาย จนวันที่ 6 ธ.ค. ได้รับแจ้งว่าพบเชื้อ และโรงพยาบาลแม่สาย ส่งตัวผู้ป่วยไปรักษาที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ทั้งนี้ ได้ติดตามผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 9 คน ผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำที่เป็นเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลเอกชนในอำเภอแม่สาย 8 คน อยู่ระหว่างรอผล
แก๊งท่าขี้เหล็ก 39 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สรุปจำนวนผู้ติดเชื้อที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ณ วันที่ 8 ธ.ค.63 มีทั้งหมด 39 คน ซึ่งกระจายอยู่ใน จ.เชียงใหม่ 5 ราย, เชียงราย 27 ราย, พะเยา 1 ราย, กทม. 3 ราย,&amp;nbsp; พิจิตร 1 ราย, ราชบุรี 1 ราย และสิงห์บุรี 1 ราย นอกจากนี้ยังมีรายงานผู้ติดเชื้อเพิ่มเติมอีก 7 คน ที่จังหวัดเชียงราย พบในสถานกักตัว ซึ่งจะนำไปแถลงรวมกับยอดผู้ป่วยสะสมในวันที่ 9 ธ.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับบุคลาการทางการแพทย์ที่พบเป็นผู้ติดเชื้อในประเทศ 4 คน ผลการสอบสวนโรคพบกลุ่มเสี่ยงสูง 51 คน ผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ 229 คน รวม 280 คน โดยผลตรวจเบื้องต้นในกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูงทั้ง 51 คน ไม่พบการติดเชื้อ ส่วนผู้ที่มีความเสี่ยงต่ำ ยังต้องรอผลตรวจให้ครบทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงความมั่นใจที่โควิดจะไม่ระบาดระลอก 2 ในประเทศไทยว่า ไม่ใช่รัฐบาลอย่างเดียว แต่ทุกคนต้องช่วยกัน ซึ่งวันนี้ต้องหามาตรการที่เข้มขึ้นกว่าเดิม และต้องขอความร่วมมือจากสื่อ จากประชาชนโดยตรง ซึ่งอยากจะพูดให้สังคมเข้าใจว่า วันนี้ไม่ใช่การแพร่ระบาดระลอกที่ 2 หรือจะเป็นซูเปอร์สเปรดเดอร์ อย่าสร้างความตื่นตระหนกให้มากนัก เพราะเราก็รู้ว่าต้นตอมาอย่างไร ที่ไหน เราก็ตามแก้ปัญหาไป อย่างไรก็ตาม หากระบาดระลอก 2 ขึ้นมา ซึ่งต้องเตรียมความพร้อมของเรา ถ้าถึงขั้นนั้นก็ต้องชัตดาวน์กัน แต่ไม่อยากให้ถึงจุดนั้น ทุกคนก็ต้องช่วยกันดูแล และได้สั่งการให้มีการตรวจสอบคัดกรอง แนวที่หนึ่งคือชายแดน แนวที่สองพื้นที่ตอนใน สามระดับพื้นที่ประชาชนต้องร่วมมือสังเกตผู้ที่เข้ามาอย่างผิดปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ได้ให้ นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. ชี้แจงทุกวันถึงความก้าวหน้า และให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข, นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เดินทางไปภาคเหนือเพื่อดูและติดตามทำความเข้าใจ ไม่ให้ธุรกิจการท่องเที่ยวแย่ลงกว่าเดิม ซึ่งจะเห็นได้ว่าช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีการยกเลิกการจองโรงแรมมากมาย ฉะนั้นการเสนอข่าวก็ต้องตามสมควร ไม่ได้ให้ปิดบังอะไร เสนอว่ารัฐบาลหรือหน่วยงานได้ทำอะไรไปแล้วบ้าง และขอย้ำเตือนบุคคลที่ลักลอบ ให้การช่วยเหลือคนเข้าเมืองตามช่องทางธรรมชาติมีความผิดทุกคน เราต้องจับกุมดำเนินคดี ดีที่สุดทุกคนต้องรู้ตัวเองว่าทำอะไรอยู่ ไปทำงานอะไรที่ไหน มีความเสี่ยงแค่ไหน จะต้องรับผิดชอบต่อสังคมด้วย ต้องมีจิตสำนึกเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัวให้มาก เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดจะได้ไม่เกิดขึ้นอีก ซึ่งคนไม่กี่คนทำให้ทุกอย่างเสียหาย คนเหล่านี้จะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายต่อไป &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินกล่าวว่า ขณะนี้ทราบว่ามีคนไทยเหลืออยู่กี่คนในประเทศเพื่อนบ้าน โดยไทยได้ประสานติดต่อไปให้แสดงตน อย่าลักลอบเข้าเมือง และเข้ามาไม่มีความผิด แต่จะตรวจคัดกรองโรค คนใดไม่มีเชื้อต้องกักตัว 14 วัน หากไม่มีเชื้อก็พาไปรักษาที่โรงพยาบาล ซึ่งทุกอย่างมีการเตรียมความพร้อมไว้หมดแล้ว ส่วนที่หลายฝ่ายกังวลว่าจะมีคนไทยเดินทางกลับจากลาวซึ่งมีลักษณะคล้ายกับท่าขี้เหล็กนั้น ฝ่ายปกครองจะมีมาตรการเข้มข้นตามแนวชายแดน เป็นคนไทยเข้าประเทศไทยได้อยู่แล้วอย่าทำผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะติดเชื้อหรือไม่ติดเชื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจในพื้นที่จังหวัดเชียงรายเตรียมฟ้องร้องค่าเสียหาย 20 ล้านบาทกับผู้ที่นำโควิด-19 เข้าประเทศนั้น นายอนุทินกล่าวว่า ฟ้องเลยควรจะฟ้อง แต่รัฐบาลจะไม่ทำ ถือเป็นสิทธิตามกฎหมายของแต่ละคน คนที่ทำผิดกฎหมายทำความเดือดร้อน ไม่รับผิดชอบ ถ้ามีใครสามารถดำเนินการตามกฎหมายได้ก็ทำได้อยู่แล้ว ส่วนรัฐบาลก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมายเช่นเดียวกัน ไม่เช่นนั้นก็จะไม่หลาบจำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.มีมติเห็นชอบร่างประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการอนุญาตให้คนต่างด้าวบางจำพวกอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ (ฉบับที่..) รวม 2 ฉบับ ซึ่งทั้ง 2 ฉบับ เป็นการยกเลิกเงื่อนไขกรณีการเดินทางมาพำนักระยะยาว สำหรับบุคคลต่างด้าวที่เป็นนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ (STV) และการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวโดยเรือสำราญและกีฬา (เรือยอชต์) โดยไม่จำกัดประเทศ รวมถึงขยายระยะเวลาขอรับการตรวจลงตราประเภท STV ที่มากับเรือสำราญและกีฬา (เรือยอชต์) ออกไปอีก 30 วัน นับจากวันที่ประกาศฉบับนี้บังคับใช้
อนุทินลงพื้นที่แม่สาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงราย นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย แถลงว่า วันที่ 10 ธ.ค. เวลา 10.00 น. ได้เชิญชวนชาวเชียงรายออกมาทำความสะอาดทุกพื้นที่ ทุกอำเภอ พร้อมกันทั่วทั้งจังหวัด และในหลายๆ พื้นที่จะมีการพ่นยาฆ่าเชื้อไวรัสด้วย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน นักท่องเที่ยว ว่าเชียงรายมีความปลอดภัย ห่างไกลโควิด-19 อย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ จ.เชียงราย ล่าสุด พบมีผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 8 ราย รวมพบผู้ป่วยสะสมทั้งหมด 34 ราย และทั้งหมดเข้าพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ในจำนวน 8 คน ผู้ป่วยใหม่มี 7 คน เป็นผู้เดินทางผ่านเข้ามาทางจุดผ่านแดนถาวร สะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 ไทย-เมียนมา เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.และตรวจการติดเชื้อในสถานที่กักกัน เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. ส่วนอีก 1 ราย พบนอกสถานที่กักกัน อาศัยอยู่ในพื้นที่ ต.เกาะช้าง อ.แม่สาย มีประวัติเกี่ยวข้องกับผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ของจังหวัดราชบุรี ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจเชื้อในกลุ่มสัมผัสเสี่ยงสูง 8 ราย ตรวจไปแล้ว 5 ราย ผลไม่พบเชื้อ 2 ราย คือ สามีและเพื่อน และอีก 3 ราย อยู่ในระหว่างรอผล ขณะที่สถานการณ์ในจังหวัดท่าขี้เหล็ก ทราบว่ามีผู้ติดเชื้อทั้งหมด 70 รายแล้ว และทางเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ฯลฯ ได้ร่วมกันสกัดกั้นตามแนวชายแดนอย่างเข้มงวด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทศเทพ บุญทอง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า ผู้ติดเชื้อ 7 รายในสถานที่กักกัน พบว่าไม่ได้มีแค่ผู้ทำงานอยู่ในโรงแรมวันจีวันเท่านั้น แต่ทำงานอยู่สถานบันเทิงแห่งอื่นๆ ในจังหวัดท่าขี้เหล็กด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ด่านพรมแดนแม่สาย สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 อ.แม่สาย นายอนุทินพร้อมคณะได้เดินทางมาติดตามการดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคโควิด-19 พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และตรวจเยี่ยมสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัด พร้อมนำความห่วงใยจากนายกรัฐมนตรี ถึงเจ้าหน้าที่ ประชาชน ร่วมป้องกันโรคโควิด-19 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มั่นใจว่าเรามีศักยภาพเพียงพอที่ดำเนินการควบคุมป้องกันโรค ไม่ถือว่าเป็นการแพร่ระบาด ขอยืนยันว่ากระทรวงสาธารณสุขมีความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งด้านการรักษา ทีมสอบสวนโรค ยา เวชภัณฑ์ ขอประชาชนร่วมมือไม่ปกปิดประวัติเสี่ยง คาดว่ามีพี่น้องเราไปทำงานที่ท่าขี้เหล็กไม่เกิน 500 คน เข้ามาแล้วบางส่วน ที่เหลืออีกไม่มาก ให้เข้ามาแบบถูกต้อง หากป่วยจะได้รับการรักษาทันที ไม่แพร่โรคให้ครอบครัวคนใกล้ชิด ไม่กระทบต่อระบบป้องกันควบคุมโรค เศรษฐกิจ-การท่องเที่ยวของประเทศ และที่สำคัญต้องไม่ประมาท การ์ดอย่าตก เชื่อว่าอีกไม่นานก็จะกลับสู่ภาวะปกติ&amp;rdquo; นายอนุทินระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ผู้ประกอบการท่องเที่ยวและภาคเอกชนใน จ.เชียงราย ร่วมกันหารือถึงผลกระทบจากกรณีกลุ่มพนักงานสถานบันเทิงในโรงแรมวันจีวัน จ.ท่าขี้เหล็ก ของเมียนมา ลักลอบผ่านแดนทางช่องทางธรรมชาติมาพร้อมกับเชื้อโควิด-19 จนทำให้มีการยกเลิกการจองที่พัก ยกเลิกกรุ๊ปสัมมนาและศึกษาดูงานใน จ.เชียงรายเป็นจำนวนมาก เบื้องต้นประเมินมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นแล้วคาดว่าไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท ทั้งนี้ นายกิตติ ทิศสกุล ที่ปรึกษาสมาคมสมาพันธ์ผู้ประกอบการท่องเที่ยวภาคเหนือ เปิดเผยว่า ตัวแทนผู้ประกอบการได้หารือกับสภาทนายความให้ยื่นฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง เนื่องจากต้องการให้ทุกคนได้ตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคม หวังว่าจะให้เป็นคดีตัวอย่างป้องปรามไม่ให้ผู้ที่คิดจะลักลอบข้ามแดนกระทำผิดซ้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม นายอนุรัตน์ อินทร ประธานหอการค้า จ.เชียงราย&amp;nbsp;กล่าวว่า ประเด็นสำคัญเร่งด่วนในตอนนี้คือ การพื้นฟูสภาพการท่องเที่ยวซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ส่วนการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายกับผู้ลักลอบเขาเมืองและนำเชื้อโควิด-19 เข้ามาในประเทศนั้น เป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่จะต้องมีการพูดคุยกันอย่างรอบคอบก่อน แต่สิ่งที่จำเป็นคือต้องฟื้นการท่องเที่ยวและควบคุมโรคให้ได้ก่อน ค่อยมีการพูดกันถึงเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งเดินทางมาพร้อมคณะ ได้เข้ารับฟังปัญหาจากภาคเอกชน กล่าวว่า หากพ้นหลัง 14 วันนับจากวันแพร่ระบาดคือ 29 พ.ย. แล้วไม่พบการติดเชื้อเพิ่ม สถานการณ์น่าจะคลี่คลาย ซึ่งกระทรวงจะใช้ระยองโมเดลเร่งจัดโครงการเข้ามากระตุ้นในพื้นที่ โดยจะเริ่มตั้งแต่หลังวันที่ 14 ธ.ค.เป็นต้นไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86341</URL_LINK>
                <HASHTAG>1G1, COVID-19, ติดโควิดเพิ่ม, บุคลากรแพทย์, ป่วยโควิดเพิ่ม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19, ในสถานกักกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201208/image_big_5fcf8df38ceb6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86235</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กตู่ดับกระแสโควิดรอบ2 สรุปแก๊ง1G1ติดเชื้อ38ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ออกโรงแจงเรื่องโควิด-19 ยันไม่ใช่ระบาดรอบ 2 ผู้ป่วยท่าขี้เหล็กไม่ใช่ซูเปอร์สเปรดเดอร์&amp;nbsp; ลงดาบใช้กฎหมายเข้มข้นสกัดผู้ลักลอบเข้าประเทศ &amp;ldquo;มหาดไทย&amp;rdquo; ทันควันสั่ง ผวจ.ทุกจังหวัดเข้ม 24 ชั่วโมง&amp;nbsp; โดยเฉพาะตะเข็บชายแดน ขู่ฟันวินัย-อาญาหากรู้เห็นเป็นใจ &amp;ldquo;อัศวิน&amp;rdquo; โผล่กำชับดูแลสนามมวย-ผับ &amp;ldquo;ศบค.&amp;rdquo; แถลงตัวเลขผู้ป่วยเพิ่ม 21 ราย สรุปยอดติดเชื้อจากท่าขี้เหล็ก 38&amp;nbsp; ราย โอ่เอาอยู่แน่ก่อนเทศกาลปีใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่ 7 ธ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา&amp;nbsp; นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp; ออกรายการรูปแบบเล่าเรื่อง ในหัวข้อ &amp;ldquo;การรับมือกับโควิด-19&amp;rdquo; ผ่านแอปพลิเคชันพอดแคสต์ไทยคู่ฟ้า ว่า &amp;quot;ได้ติดตามการชี้แจงทั้งในส่วนของรัฐบาล ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. และกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ซึ่งเราก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่ามีการลักลอบเข้ามาตามช่องทางธรรมชาติ และการผ่านด่านตรวจ ซึ่งส่วนที่ผ่านมาทางด่านได้นำเข้าสถานที่กักตัวของรัฐเรียบร้อยแล้ว แต่ปัญหาสำคัญคือไม่เข้ามาทางช่องทางที่ถูกต้อง จึงมีการวางแนวทางคือ แนวทางที่หนึ่ง ตามแนวชายแดนได้สั่งการให้ ทหาร ตำรวจ และกองกำลังต่างๆ มีมาตรการในการสร้างเครื่องกีดขวางในระยะที่หนึ่ง เพิ่มการลาดตระเวน 24&amp;nbsp; ชั่วโมง แนวทางที่สองคือ พื้นที่กระทรวงมหาดไทย พื้นที่ตอนในเข้ามา ที่ต้องสกัดกั้น ตั้งจุดสกัดต่างๆ ให้พร้อมในการตรวจบุคคลเหล่านี้ที่จะเข้ามา และแนวทางที่สามคือ&amp;nbsp; ประชาชนในพื้นที่ต้องสังเกตคนที่เข้ามาในหมู่บ้าน แม้เป็นคนที่เคยอาศัยอยู่ในหมู่บ้าน แต่อย่าลืมว่าเขาไปทำงานที่ต่างประเทศ จึงขอให้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบ ทั้งนี้ผู้ที่ละเมิดเข้ามา หากมีความจำเป็นเราต้องบังคับใช้กฎหมายในการลงโทษ เพราะถือว่าไม่รับผิดชอบต่อคนอื่นและสังคมโดยรวม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า &amp;quot;สถานการณ์การระบาดโรคโควิด-19 ในประเทศนั้นไม่ได้อยู่ในขั้นเลวร้าย ถึงแม้ว่ามีการลักลอบเข้ามา แต่เราสามารถควบคุม ติดตาม และดูแลรักษาได้ อยู่ที่เราทุกคนต้องช่วยกัน และไม่ได้เรียกว่าการแพร่ระบาดระลอกที่สอง ไม่ใช่ซูเปอร์สเปรดเดอร์ เป็นเรื่องเฉพาะบุคคล ส่วนใหญ่ที่ตรวจพบในตอนนี้มีการลักลอบเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเราประสานงานกับประเทศเพื่อนบ้านไปแล้วในการตรวจสอบคัดกรอง ช่วยกันสกัดกั้นช่องทางธรรมชาติทั้งฝั่งประเทศเราและเพื่อนบ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ผมได้สั่งการให้ฝ่ายความมั่นคงพิจารณาใช้ภาพถ่ายทางอากาศ หรือโดรนดูว่าช่องทางใหม่ที่ใช้เข้ามามีทางไหนอีกหรือไม่ เพื่อวางเครื่องกีดขวางและวางกำลังเพิ่มเติม นอกจากนี้ผมขอเตือนผู้ที่อยู่ในขบวนการลักลอบ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม คนเหล่านี้ต้องถูกลงโทษตามกฎหมายอย่างหนัก เพราะถือว่าไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ลักลอบพาคนเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายทางช่องทางธรรมชาติ ส่วนเจ้าหน้าที่หากใครมีส่วนร่วมผมถือว่าเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย ผิดวินัยอย่างร้ายแรง รวมทั้งตำรวจ ทหารที่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า &amp;quot;ขออย่าตื่นตระหนก ถ้าตื่นตระหนกมากไปปัญหาของเราจะเกิดขึ้นทางด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp; เช่น การท่องเที่ยว การจองโรงแรม หรือมาตรการเราเที่ยวด้วยกัน มาตรการต่างๆ ที่ออกมาแล้วกำลังได้ผล มีคนจำนวนหนึ่งทำให้เกิดปัญหา เราต้องหาต้นตอปัญหานี้ให้เจอ และหาวิธีการแก้ปัญหาอย่างไม่นิ่งนอนใจ และสถานการณ์โควิดปีหน้าจะดีขึ้น จากการติดตามเรื่องวัคซีน&amp;nbsp; เรามีความหวังและคาดหวัง เราทำทุกอย่างอย่างดีที่สุด ถ้าช่วยกันแบบนี้แก้ปัญหาได้หมดทุกเรื่อง&amp;quot;
ไม่ใช่ซูเปอร์สเปรดเดอร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวกับประชาชนตอนหนึ่งในระหว่างลงพื้นที่ที่ศูนย์ศิลปาชีพบ้านเนินธัมมัง ต.แม่เจ้าอยู่หัว อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ว่าโควิด-19 วันนี้ยังประมาทไม่ได้จนกว่าจะมีวัคซีนป้องกัน คาดว่าเป็นกลางปีหน้า วันนี้ขอเตือนคนที่ข้ามไปมาตามแนวชายแดนที่ไม่ผ่านช่องทางปกติ ได้สั่งเพิ่มใช้โดรนตรวจจับได้ถึงบ้าน ลักลอบไม่ได้ ยืนยันว่าสถานการณ์วันนี้ยังไม่ใช่ซูเปอร์สเปรดเดอร์ เพราะยังรู้ที่มา รู้ตัวคน แต่อย่าประมาท เพราะวันนี้เรายังอยู่ระดับท้ายๆ ประเทศที่มีการระบาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในช่วงเช้า มีการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงมหาดไทย (ศบค.มท.) โดยนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับการสั่งการและประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร 3 มาตรการ โดยเฉพาะการสกัดกั้นผู้ลักลอบเข้าเมืองทางช่องทางธรรมชาติ เป็นประธานการประชุม &amp;nbsp;
ต่อมาในช่วงบ่ายนายฉัตรชัยได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด (ผวจ.) ทุกจังหวัดอีกครั้ง และให้ถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด โดยแบ่งพื้นที่ให้ชัดเจน ประกอบด้วย 1.ในพื้นที่ชายแดนให้ ผวจ.ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด (ผอ.รมน.จังหวัด) ประสานการปฏิบัติ และวางมาตรการร่วมกับหน่วยทหารตรวจภายในพื้นที่ให้เข้มงวด ควบคุมการลักลอบเข้าประเทศ ด้วยการตั้งเครื่องกีดขวาง เพิ่มการลาดตระเวนตลอด 24 ชม. เพื่อเฝ้าระวังและสกัดกั้นป้องกันการลักลอบเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมายผ่านช่องทางธรรมชาติ และหากพบการลักลอบให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มข้น
2.ในพื้นที่ตอนในให้ประสานการปฏิบัติเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และจุดคัดกรองโรค บุคคล และการขนส่งสินค้าจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยคัดกรองบุคคลที่เดินทางเข้าเมืองตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข และให้วางระบบการขนส่งสินค้าตามแนวชายแดน กำหนดจุดรับส่งสินค้าให้อยู่ในพื้นที่และเวลาที่กำหนด พร้อมกำหนดให้มีผู้บัญชาการเหตุการณ์ประจำช่องทางผ่านแดนทุกแห่งที่มีการอนุญาตให้ใช้ในการผ่านเข้าออกของบุคคล สินค้า และยานพาหนะที่ชัดเจน ปฏิบัติงานตลอด 24 ชม.
และ 3.ในพื้นที่หมู่บ้าน/ชุมชน ให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp; คณะกรรมการหมู่บ้าน ผู้นำชุมชน อาสาสมัครในพื้นที่ รวมทั้งขอความร่วมมือประชาชนสำรวจตรวจสอบบุคคลที่เดินทางเข้ามาในหมู่บ้าน/ชุมชน รวมทั้งบุคคลที่เคยอยู่ในหมู่บ้าน/ชุมชนแต่เดินทางไปทำงานในพื้นที่เสี่ยง หากพบให้ดำเนินการตามมาตรการของ สธ. และหากพบการละเมิดให้พิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย ห้ามปล่อยปละละเลยหรือรู้เห็นเป็นใจในพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง ไม่สอดคล้องกับนโยบายและมาตรการของ ศบค. หากฝ่าฝืนอาจเข้าข่ายความผิดวินัยหรืออาญา
ด้าน พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษก ตร.กล่าวว่า สตช.ได้เพิ่มความเข้มและกำลังพลในการตรวจเฝ้าระวัง&amp;nbsp; โดยจะเน้นการตรวจเฝ้าระวังการควบคุมโรคมากกว่ามาตรการจับกุมผู้หลบหนีเข้าเมือง แต่ก็ไม่ได้ละเลยการบังคับใช้กฎหมาย
กทม.เข้มสนามมวย-ผับ
พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ กล่าวว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานเข้มงวดตรวจสถานประกอบกิจการที่ได้รับการผ่อนปรน โดยเฉพาะสถานที่ที่เคยพบการแพร่ระบาดมาก่อน เช่น สนามมวยและสถานบันเทิง โดยเน้นตรวจสอบ เช่น การลงทะเบียนผู้ใช้บริการก่อนเข้าและออกผ่านแอปพลิเคชันไทยชนะ เพื่อสะดวกในการติดตามตัวผู้เข้าข่ายในกรณีพบผู้ป่วยในสถานที่นั้นๆ&amp;nbsp; รวมทั้งตรวจสอบจุดคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย และมาตรการป้องกันโควิด-19 ตามข้อกำหนดของ ศบค.และ สธ.
วันเดียวกัน ศบค.รายงานสถานการณ์โควิด-19 ในไทยว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 21 ราย ในสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ ทำให้มียอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 4,107 ราย&amp;nbsp; ยอดหายป่วยสะสม 3,868 ราย มีผู้ป่วยรักษาในโรงพยาบาล 179 ราย ยอดผู้เสียชีวิตสะสมคงที่ 60 ราย
ส่วน นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค สธ. แถลงถึงผลการสอบสวนโรคโควิด-19 จาก จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา? ว่าตั้งแต่ปลายเดือน พ.ย. มีผู้ติดเชื้อเดินทางกลับเข้ามาในประเทศ 38 คน&amp;nbsp; โดยในวันที่ 7 ธ.ค.63 จ.เชียงรายตรวจพบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 6 คน เป็นเพศหญิงทั้งหมด ซึ่งในผู้ติดเชื้อ 38 คน&amp;nbsp; เป็นการติดเชื้อในประเทศ 2 คน โดยมีประวัติใกล้ชิดผู้ติดเชื้อที่เดินทางมาจากประเทศเมียนมา พบใน จ.เชียงราย 1&amp;nbsp; คน และสิงห์บุรี 1 คน&amp;nbsp; โดยเกินกว่าครึ่งตรวจพบในสถานที่กักกันโรคที่รัฐจัดให้ ขณะนี้ทุกคนเข้าสู่การดูแลของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและฝ่ายปกครองกักตัว 14 วัน ตรวจหาเชื้อ 2 ครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยสถานบันเทิง จ.ท่าขี้เหล็ก ซึ่งพบผู้ติดเชื้อจำนวนมากนั้นอยู่ห่างจากชายแดน อ.แม่สาย 1.5 กิโลเมตร โดยมีคนไทยไปทำงานหลายร้อยคน แต่เมื่อพบการติดเชื้อก็ได้ถูกสั่งปิดเมื่อวันที่ 24 พ.ย.63
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โสภณกล่าวอีกว่า ผลการสอบสวนเพิ่มเติมของผู้ติดเชื้อ 2 คนในประเทศนั้น คนแรกเป็นเพศชาย (สาวประเภทสอง) อายุ 30 ปี เดินทางไปทำงานท่าขี้เหล็กกับเพื่อนหญิงไทยอายุ 26 ปี พบป่วยติดเชื้อทั้ง 2 คน และพบผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 22 คน กลุ่มเสี่ยงต่ำ 69 คน รวม 91 คน&amp;nbsp; ส่วนผู้สัมผัสกับผู้ป่วยเพศหญิงอายุ 51 ปี ชาวสิงห์บุรี มีข้อมูลเพิ่มเติมว่าจากสอบสวนพบผู้สัมผัส 55 คน แบ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง 37 คน ผลตรวจ 32 คนไม่พบเชื้อ ซึ่งเป็นสมาชิกในครัวเรือน เพื่อนร่วมงาน เพื่อนบ้าน และร้านตัดเสื้อ ซึ่งอยู่ขั้นตอนการเฝ้าระวังโรค 14 วัน ส่วนกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำอยู่ร่วมกันในสนามบิน โรงแรม และโรงพยาบาล 2 แห่ง ทั้งนี้ผู้ป่วยอยู่บนเครื่องบินนั่งห่างกับผู้ป่วยที่ลักลอบเดินทางกลับมาจากเมียนมาถึง 8 แถว จึงไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบปัจจัยเสี่ยงอยู่ในสนามบินระหว่างเดินกลับจากห้องน้ำ เนื่องจากสวมหน้ากากไม่ถูกต้อง โดยสวมหน้ากากไว้ที่ใต้คาง ซึ่งขณะนี้สนามบินปรับระบบเพื่อแก้ไขจุดบกพร่องแล้ว
ไฟเขียวต่างชาติอยู่ 45 วัน
ทั้งนี้ในช่วงเช้า พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.)&amp;nbsp; เป็นประธานหารือถึงการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19 เพื่อหารือถึงกรณีที่มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 จากการลักลอบเข้าเมือง และการผ่อนคลายมาตรการการออกวีซ่าของกระทรวงการต่างประเทศ โดยใช้เวลาประมาณ 3&amp;nbsp; ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 12.20 น. นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์&amp;nbsp; อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงว่า สถานการณ์โควิด-19 ของไทยผู้ติดเชื้อรายใหม่ส่วนใหญ่มาจากต่างประเทศและอยู่ในสถานกักกัน ส่วนที่มีการติดเชื้อภายในประเทศถือว่าน้อยมาก โดยเฉพาะกรณีผู้ติดเชื้อจาก จ.ท่าขี้เหล็ก เมียนมาที่กระจายไปใน 7 จังหวัดนั้น ทุกจังหวัดควบคุมสถานการณ์ได้ดี แต่ขอเน้นย้ำประชาชนว่าการ์ดอย่าตก&amp;nbsp; และสิ่งที่อยากขอให้ประชาชนช่วยภาครัฐ เจ้าของบ้านเช่า&amp;nbsp; เจ้าของบ้านพัก เจ้าของโรงแรม เจ้าของสถานประกอบการ&amp;nbsp; เจ้าของสถานบันเทิง หากพบใครกลับมาจากท่าขี้เหล็กแล้วยังไม่ผ่านการกักตัว ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทันทีเพื่อตรวจสอบ
&amp;ldquo;จังหวัดต่างๆ ควบคุมโรคได้ดี ปลอดภัย สามารถเดินทางไปได้ ท่องเที่ยวได้ทั้งเชียงใหม่และเชียงราย มั่นใจว่าเราควบคุมสถานการณ์ได้ และหวังว่าสถานการณ์ต่างๆ จะจบก่อนเทศกาลปีใหม่&amp;rdquo; นพ.โอภาสกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจาตุรนต์ ไชยะคำ รองอธิบดีกรมการกงสุล&amp;nbsp; กล่าวว่า ตั้งแต่ ก.ค.63 ได้ผ่อนคลายมาตรการให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศเป็นระยะ จากนักธุรกิจ&amp;nbsp; ครอบครัวคนไทย และผู้ที่เข้ามารักษาพยาบาล ที่ผ่านมาเราได้ออกเอกสารอนุญาตให้เดินทางเข้าประเทศ หรือ&amp;nbsp; Certificate of Entry&amp;nbsp; (COE) จนถึงเมื่อวันที่ 6 ธ.ค. รวม&amp;nbsp; 6,700 ราย ซึ่งในวันที่ 7 ธ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ได้ให้นโยบายและสั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศดำเนินการให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาในไทยได้เพิ่ม กต.จึงได้เสนอที่ประชุมเพื่อให้นายกฯ เห็นชอบเพิ่มเติมกรณีของผู้ที่เข้ามาเพื่อการท่องเที่ยว เดิมอนุญาตให้เข้ามา 30 วันจาก 56&amp;nbsp; ประเทศ รวมถึงประเทศรัสเซีย โดยที่ประชุมได้เสนอให้อยู่ในประเทศไทยได้ 45 วัน โดยใน 45 วันนี้ได้รวมเวลาในการกักตัว 14 วันด้วย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะเรามั่นใจว่ามาตรการสาธารณสุขควบคุมไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กทม.มีโรงแรมรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ 15,000&amp;nbsp; ห้อง จึงเพียงพอรับนักท่องเที่ยวเข้ามาวันละ 1,000 คน&amp;nbsp; แม้ไม่ได้ทำวีซ่าเข้าประเทศ เราก็มี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน กำหนดให้คนที่จะเดินทางเข้ามาต้องผ่านการตรวจโรคและเข้ามากักตัว พร้อมขอเอกสาร COE ซึ่งปัจจุบันมีคนต่างชาติเข้ามาไทยรวม 45,000 คน เราหวังว่าจากมาตรการนี้จะมีชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาได้เดือนละมากกว่า 20,000 คน&amp;quot; นายจาตุรนต์ระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86235</URL_LINK>
                <HASHTAG>1G1, COVID-19, ซูเปอร์สเปรดเดอร์, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, ท่าขี้เหล็ก, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ระบาดรอบ 2, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201207/image_big_5fce46a406da5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86068</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘แก๊ง1G1’ติดโควิดเพิ่ม!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เชียงรายระทม! พบติดเชื้อโควิดอีก 2 คนจากแก๊ง 1G1 เหมือนเดิม เปิดไทม์ไลน์เที่ยวสถานบันเทิงที่แม่สายอีกแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้ว่าฯ เชียงรายเผยยังมีคนไทยติดค้างที่ท่าขี้เหล็กอีกประมาณ 400 คน ส่วนที่แม่สอดเจออีก 1 เป็นนักธุรกิจชาวปากีสถาน ตกเย็นเจออีกคนที่เชียงใหม่ &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; ยันไม่จำเป็นต้องล็อกดาวน์ ปิดประเทศหรือปิดจังหวัด ขณะที่ สธ.สั่งทุกจังหวัดเปิดศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุขแล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ศูนย์บริหารสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 (ศบค.) ได้เผยแพร่รายงานสถานการณ์โรคโควิด-19 ประจำวันที่ 5 ธ.ค. ผ่านเพจเฟซบุ๊ก &amp;ldquo;ศูนย์ข้อมูล COVID-19&amp;rdquo; ว่ามีผู้ป่วยรายใหม่ 19 ราย ส่งผลให้มีผู้ป่วยยืนยันสะสมในประเทศไทย 4,072 ราย ในจำนวนนี้หายป่วยแล้ว 3,848 ราย เสียชีวิตสะสม 60 ราย
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับรายละเอียดของผู้ป่วยรายใหม่ 19 ราย แบ่งเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 คือผู้ติดเชื้อในประเทศ 2 ราย รายแรก เป็นเพศหญิง อายุ 50 ปี ในจังหวัดสิงห์บุรี สัญชาติไทย อาชีพรับจ้าง วันที่ 28 พ.ย.มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยัน มีการตรวจหาเชื้อเมื่อวันที่ 3 ธ.ค. (Day 5) พบเชื้อโควิด มีไข้ ปวดเมื่อยตามร่างกาย ขณะนี้อยู่ระหว่างการรักษาที่ รพ.สิงห์บุรี, รายที่ 2 เป็นชาย อายุ 30 ปี สัญชาติไทย วันที่ 26-29 พ.ย. มีประวัติเดินทางไปพื้นที่เสี่ยง จ.เชียงราย มีการตรวจเจอเชื้อในวันที่ 4 ธ.ค. (Day3) ผลพบเชื้อ มีน้ำมูก ปวดศีรษะ ขณะนี้อยู่ที่ รพ.เวชศาสตร์เขตร้อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มที่ 2 มีจำนวน 13 ราย เป็นการติดเชื้อมาจากต่างประเทศ และอยู่ในสถานที่กักกัน &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และกลุ่มที่ 3 เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ คือ เมียนมา 4 ราย รายแรกเป็นหญิงไทย อายุ 25 ปี ทำงานที่สถานบันเทิง เดินทางเข้าไทยวันที่ 28 พ.ย. ตามเส้นทางธรรมชาติ ตรวจเจอเชื้อวันที่ 3 ธ.ค. มีอาการไอ มีเสมหะ มีน้ำมูก สูญเสียการได้กลิ่น อยู่ระหว่างรักษาตัวที่ รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์, รายที่ 2 เป็นหญิงไทย อายุ 25 ปี ทำงานที่สถานบันเทิง เข้าประเทศไทยวันที่ 28 พ.ย. ตามเส้นทางธรรมชาติ และตรวจเจอเชื้อเมื่อวันที่ 3 ธ.ค. มีไข้ ปวดเมื่อยตามตัว อยู่ระหว่างรักษาตัวที่ รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายที่ 3 เป็นชาย อายุ 32 ปี เป็นพนักงานสถานบันเทิง เดินทางเข้าประเทศไทยด้วยเส้นทางธรรมชาติ เคสนี้ผู้ป่วยให้ข้อมูลว่าเข้ามาประเทศไทยเมื่อวันที่ 14 พ.ย. แต่ตรวจเจอเชื้อในวันที่ 3 ธ.ค. มีอาการสูญเสียการได้กลิ่น อยู่ระหว่างรักษาตัวที่ รพ.นครพิงค์ รายนี้ต้องมีการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมจากอีกหลายแหล่งเพื่อยืนยันช่วงเวลาที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยจริงๆ และรายที่ 4 เป็นชายเมียนมา อายุ 43 ปี อาชีพธุรกิจส่วนตัว เดินทางเข้ามาถึงประเทศไทยวันที่ 3 ธ.ค. เข้ามาตรวจสุขภาพที่คลินิกโรคทางเดินหายใจ รพ.แม่สอด พบเชื้อไม่มีอาการ อยู่ระหว่างการรักษาที่ รพ.แม่สอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เอกสารรายงานผลของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้ทำหมายเหตุระบุด้านท้ายตารางรายงานผลผู้ป่วยรายใหม่ โดยระบุว่า มีรายงานผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ที่ อ.แม่สอด จ.ตาก 1 ราย อยู่ระหว่างการรอผลสอบสวนโรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลก มีผู้ติดเชื้อรวม 66,223,906 ราย เป็นผู้ติดเชื้อใหม่ 684,085 ราย อาการรุนแรง 106,090 ราย รักษาหายแล้ว 45,807,872 ราย เสียชีวิต 1,524,255 ราย เป็นผู้เสียชีวิตรายใหม่ 12,121 ราย อันดับประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ 1.สหรัฐอเมริกา 14,772,535 ราย เป็นรายใหม่ 235,272 ราย, อินเดีย 9,608,418 ราย เป็นรายใหม่ 36,638 ราย, บราซิล 6,534,951 ราย เป็นรายใหม่ 47,435 ราย,&amp;nbsp; รัสเซีย 2,402,949 ราย เป็นรายใหม่ 27,403 ราย, ฝรั่งเศส 2,268,552 ราย เป็นรายใหม่ 11,221 ราย ส่วนเมียนมามีผู้ป่วยรายใหม่ 1,502 ราย สะสม 96,520 ราย และมาเลเซียมีผู้ป่วยใหม่ 1,141 ราย สะสมรวม 70,236 ราย
เชียงรายเพิ่มอีก 2
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า โรคโควิด-?19 ยังมีแนวโน้มการระบาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน ดังนั้น ไทยเราต้องเตรียมความพร้อมรับมือ ซึ่งขณะนี้เราพบผู้ป่วยโควิด-19 ที่ลักลอบข้ามพรมแดนธรรมชาติจาก จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา แต่สามารถนำเข้ารับการกักตัว ดูแลรักษา ติดตามผู้สัมผัสได้ครบ พร้อมกำชับให้เข้มข้นมาตรการป้องกันควบคุมโรคพื้นที่ชายแดน รวมทั้งให้กรมควบคุมโรควิเคราะห์รูปแบบความเสี่ยงอื่นๆ เพิ่มเติม เพื่อป้องกันโอกาสการนำเชื้อเข้าประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปลัด สธ.เผยว่า ได้สั่งการให้ทุกจังหวัดเปิดศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีโรคโควิด-19 พร้อมปฏิบัติตามข้อสั่งการ ดังนี้ 1.ติดตามและประเมินสถานการณ์ภายในจังหวัด 2.เตรียมความพร้อมโรงพยาบาล เวชภัณฑ์ ห้องปฏิบัติการ และบุคลากรด้านการรักษาพยาบาล 3.เฝ้าระวังผู้ป่วยโรคปอดบวมและผู้ป่วยในคลินิกโรคทางเดินหายใจ (ARI) ตามเกณฑ์ของกองระบาดวิทยาอย่างเคร่งครัด 4.ส่ง อสม.เคาะประตูบ้านแจ้งข่าวประชาชนและคัดกรองกลุ่มเสี่ยง สื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องไปยังประชาชน พร้อมขอความร่วมมือ 5.เปิดสายด่วน (Call Center)ให้กลุ่มเสี่ยงรายงานตัว 6.แนะนำมาตรการต่างๆ ต่อประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด รวมทั้งกำกับให้สถานประกอบการในพื้นที่ โดยเฉพาะสถานบันเทิง ต้องให้ความรู้และให้กำลังใจ เพื่อให้ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมป้องกันโรคได้ตามมาตรฐาน
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอให้กำลังใจทั้งประชาชนและบุคลากร อย่าประมาท การ์ดอย่าตก ส่วนกลางพร้อมสนับสนุนการทำงานทุกๆ ด้านให้แก่จังหวัด เราได้สำรองเวชภัณฑ์ เช่น หน้ากากอนามัย ชุด PPE ยา ฯลฯ ไว้สนับสนุนพื้นที่ หากสำรวจแล้วมีไม่เพียงพอ ให้ประสานขอรับการสนับสนุนที่กองสาธารณสุขฉุกเฉิน ตลอด 24 ชั่วโมง&amp;rdquo; นพ. เกียรติภูมิกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่จังหวัดเชียงราย นายวรวิทย์ ชัยสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย, นายแพทย์ทศเทพ บุญทอง นายแพทย์สาธารณสุข จ.เชียงราย และนายแพทย์สมศักดิ์ อุทัยพิบูลย์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ แถลงข่าวว่า ตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพิ่มอีก 2 ราย ในพื้นที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ติดกับ จ.ท่าขี้เหล็ก สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ทำให้ยอดรวมผู้ติดเชื้อในเชียงรายเพิ่มเป็น 11 ราย เป็นการติดเชื้อนอกศูนย์ตรวจกักดูอาการ หรือ State local Quarantine 6 ราย และในศูนย์ฯ จำนวน 5 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ป่วยโควิด 2 รายล่าสุด เป็นหญิงอายุ 25 ปีเท่ากัน คนแรกมีอาการไอ มีเสมหะ มีน้ำมูกและจมูกไม่ได้กลิ่น ส่วนอีกคนมีไข้และปวดเมื่อยตามตัว ปัจจุบันทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสืบสวนและรวบรวมกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงทั้งสูงและต่ำตามขั้นตอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม จากการสอบสวนโรคเบื้องต้นพบว่าการติดเชื้อโควิดของทั้งคู่เกิดจากมีหญิงที่ทำงานในโรงแรม 1G1 จ.ท่าขี้เหล็ก คนหนึ่ง คือ น.ส.เอ หลบหนีข้ามแดนผ่านช่องทางธรรมชาติมาพักบ้านแฟนใน อ.แม่สาย จากนั้น 27 ธ.ค. มีเพื่อนที่ทำงานที่เดียวกันข้ามตามมาพักด้วยอีก 4 คน คือ น.ส.บี, ซี, ดี, อี และได้พากันไปเที่ยวสถานบันเทิงแห่งหนึ่งใน อ.แม่สาย รุ่งขึ้น (28 พ.ย.) เพื่อนทั้ง 4 คน (บี, ซี, ดี, อี) ก็เดินทางเข้าไปทาง อ.เมืองเชียงราย ซึ่งต่อมาพบว่า 3 ใน 4 คนนี้คือผู้ติดเชื้อที่ จ.เชียงใหม่ 2 ราย และ จ.พะเยา 1 ราย
คนไทย 400 ตกค้างท่าขี้เหล็ก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน หลังจากเพื่อนๆ จากโรงแรม 1G1 มาพักที่บ้านดังกล่าวด้วยกันชุดแรก (บี, ซี, ดี, อี) เดินทางต่อแล้ว ช่วงค่ำวันเดียวกัน (28 พ.ย.) ได้มีเพื่อนสาวที่ทำงานในโรงแรม 1G1 เหมือนกันเข้ามาพักที่บ้านแฟนของ น.ส.เอ แทนกลุ่มเดิมอีก 2 คน หรือ น.ส.เอฟ และจี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างนั้นมีข่าวการพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในท่าขี้เหล็ก หญิงสาวคนแรก หรือ น.ส.เอ จึงได้ไปตรวจหาเชื้อที่คลินิกเอกชนแห่งหนึ่งใน อ.แม่สาย แต่ไม่พบเชื้อ จึงได้โทรศัพท์ชวนเพื่อนอีก 2 คน คือเอฟและจีไปตรวจด้วย ซึ่งก็ไม่พบเชื้อเช่นกัน ช่วงเย็นจึงพากันออกไปซื้อของที่ตลาดแล้วกลับที่พักโดยไม่ได้ออกไปไหนอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่ง 2 ธ.ค. คนในกลุ่มมีอาการไข้ จึงโทร.แจ้งโรงพยาบาลแม่สายมารับตัวจากบ้านพัก เมื่อโรงพยาบาลตรวจพบว่าหญิงสาวที่ตามมาพักด้วยภายหลัง 2 คน คือเอฟและจีติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เจ้าหน้าที่จึงตามตัว น.ส.เอไปตรวจ ปรากฏว่าได้ผลเป็นลบ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างเพื่อนำส่งซ้ำเพื่อยืนยันแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรวิทย์กล่าวว่า มาถึงตอนนี้คาดว่ายังมีคนไทยที่ตกค้างอยู่ในท่าขี้เหล็กอีกประมาณ 400 คน และล่าสุดในวันนี้ได้แจ้งผ่านคณะกรรมการชายแดนไทย-เมียนมา ระดับท้องถิ่น ขอข้ามเข้าไทยเพิ่มเติมอีก 40 คน ส่วนคนที่ข้ามมาแล้วมีจำนวน 67 คน ทั้งหมดอยู่ใน State local Quarantine
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสถานบันเทิงที่ผู้ป่วยรายที่ 7 (สาวประเภทสอง) ที่พบเชื้อใน อ.เมืองเชียงราย ทำงานอยู่คือร้าน 8080 ได้ให้ปิด 14 วัน และร้านที่ผู้ป่วยกับเพื่อนพากันไปดื่มกินอีก 3 แห่ง ก็ได้สั่งปิดชั่วคราว 7 วัน โดยช่วงนี้ได้เข้าสู่กระบวนการฆ่าเชื้อและทำความสะอาด ซึ่งจากรายงานต่างๆ พบว่าสามารถควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อได้ ดังนั้นหากวันที่ 20 ธ.ค.นี้เป็นต้นไปไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มเติม ก็จะเข้าสู่ภาวะปลอดภัยได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายแพทย์ทศเทพกล่าวว่า ผู้ติดเชื้อรายที่ 10 และ 11 ได้ไปตรวจที่คลินิกเอกชนซึ่งใช้วิธีการตรวจหาแอนติบอดีหรือภูมิคุ้มกันซึ่งทางสาธารณสุขไม่แนะนำให้ใช้แล้ว และเมื่อไปตรวจกับราชการซึ่งใช้วิธีการแอนติเจนของเชื้อไวรัสโควิด-19 ปรากฏว่าพบการติดเชื้อ นอกจากนี้ กรณีนี้ทางคลินิกจะต้องแจ้งให้ทางสาธารณสุขได้รับทราบ แต่กลับไม่มีการแจ้ง ดังนั้นจึงจะทำความเข้าใจกับคลินิกรายนี้ และเร่งประชาสัมพันธ์ทั่วไปให้มีการใช้วิธีการที่ถูกต้อง รวมทั้งให้แจ้งทางเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเพื่อความมั่นใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายแพทย์สมศักดิ์กล่าวว่า ผู้ป่วยทั้งหมดที่อยู่ในการดูแลที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ พบว่าไม่มีอาการเลย 3 ราย มีอาการ 8 ราย แนวทางการรักษาคือให้ยาต้านไวรัสกับผู้ที่มีอาการเป็นเวลา 5 วัน ดูอาการอีก 10 วัน ซึ่งผู้ป่วยรายแรกจะครบกำหนดการรักษาและสามารถออกจากโรงพยาบาลได้ในวันที่ 8 ธ.ค.นี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการให้ออกจากโรงพยาบาลต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้นำรถชีวนิรภัยพระราชทาน บริการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 แก่ประชาชนภายในสิงห์ปาร์ค อ.เมืองเชียงราย และที่ว่าการ อ.เมืองเชียงราย รวมถึงชายแดน อ.แม่สาย อย่างต่อเนื่องรวมทั้งหมด 3 คัน นอกจากนี้ โรงพยาบาลเกษมราษำร์ศรีบุรินทร์ อ.เมืองเชียงราย ยังรับตรวจอีกวันละ 200 รายด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งพบว่าตั้งแต่วันที่ 2-4 ธ.ค. คนที่เคยไปเที่ยวงานฟาร์มเฟสติวัลฯ สิงห์ปาร์คเชียงราย-สถานบันเทิง ฯลฯ ตามไทม์ไลน์ของผู้ติดเชื้อ แล้ววิตกกังวลพากันไปตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้วจำนวน 2,121 ราย ล่าสุดพบผลเป็นลบจำนวน 1,474 ราย และรอผลตรวจจำนวน 647 ราย
ที่ตากพบอีก 1 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงและผู้เกี่ยวข้องใน จ.ตาก ลงพื้นที่ค้นหาผู้สัมผัสใกล้ชิด เพื่อคัดกรองและส่งตรวจหาเชื้อ เพราะล่าสุดโรงพยาบาลแม่สอดตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่มอีก 1 คน เป็นชาย อายุ 43 ปี ชาวปากีสถาน อาชีพนักธุรกิจขายรถมือ 2 ประเทศญี่ปุ่นไปยังประเทศเมียนมา ไม่มีอาการป่วย ขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลแม่สอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับชายวัย 43 ปี คนดังกล่าว ปัจจุบันอาศัยอยู่ใน ม.1 ต.ท่าลวด อ.แม่สอด จ.ตาก ก่อนพบเชื้อยังไม่มีอาการป่วยเดินทางไปคลินิกแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลนครแม่สอด เพื่อขอใบรับรองแพทย์ จะเดินทางไปประเทศสิงคโปร์ และไปตรวจหาเชื้อโควิด-19 ที่โรงพยาบาลแม่สอด จนทราบว่ามีเชื้อโควิด-19 และแพทย์ได้แยกห้องทำการรักษาทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ช่วงเดือน พ.ย.63 หนุ่มชาวปากีสถานรายนี้ได้เดินทางมา กรุงเทพฯ ด้วยรถยนต์ส่วนตัว พักอยู่ในโกดังเก็บรถของเพื่อนย่านรังสิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เย็นวันเดียวกัน นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 72/2563 พร้อมด้วย นพ.จตุชัย มณีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เลขานุการคณะกรรมการฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการฯ ร่วมครบองค์ประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังเสร็จสิ้นการประชุม นพ.กิตติพันธุ์ ฉลอม ผู้ช่วยนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ แถลงถึงผลการประชุมครั้งที่ 72/2563 โดยให้รายละเอียดสถานการณ์โควิด-19 จังหวัดเชียงใหม่ วันที่ 5 ธันวาคม 2563 ว่า พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายล่าสุด ถือเป็นรายที่ 46 ของจังหวัดเชียงใหม่ เป็นหญิงไทย อายุ 26 ปี ทำงานที่สถานบันเทิงในท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา เดินทางเข้าประเทศทางพรมแดนธรรมชาติ มาพร้อมกับผู้ป่วยโควิด-19 รายที่ 43, 44 จังหวัดเชียงใหม่ เดินทางเข้ามาในจังหวัดเชียงใหม่เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2563 และได้รับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ผลตรวจไม่พบเชื้อ ได้กักกันสังเกตอาการอยู่ในสถานที่กักกันที่รัฐกำหนด ต่อมาเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม มีอาการไข้ต่ำๆ ไอเล็กน้อย จึงได้เก็บตัวอย่างส่งตรวจหาเชื้อโควิด-19 ผลยืนยันพบเชื้อ รับตัวเข้ารักษาในห้องแยกโรคความดันลบ โรงพยาบาลนครพิงค์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.กิตติพันธุ์กล่าวว่า ผลจากการสอบสวนโรคไม่พบผู้สัมผัสเพิ่มเติม เนื่องจากผู้ป่วยรายนี้เป็นกลุ่มเดียวกันกับผู้ป่วยโควิด-19 จังหวัดเชียงใหม่รายก่อนหน้านี้ ซึ่งมีประวัติการเดินทางและสัมผัสผู้อื่นในกลุ่มเดียวกัน และหลังจากที่ได้รับการตรวจหาเชื้อครั้งแรก แม้ผลจะเป็นลบ แต่ก็ได้รับการกักกันตัวทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข&amp;nbsp; ยืนยันว่า ขณะนี้การแพร่กระจายเชื้อเริ่มต้นมาจากใน จ.เชียงใหม่ และเชียงราย ยังไม่กระจายมาจากทั่วประเทศ ขณะนี้พยายามให้คนไทยที่ทำงานในฝั่งท่าขี้เหล็กกลับมาแสดงตน โดยประเทศไทยจะอำนวยความสะดวกให้ทุกอย่าง ทั้งการกักกันตัวและการตรวจเชื้อ รักษา และจะประสานกระทรวงการต่างประเทศ ข้ามขั้นตอนในการติดต่อสถานทูตที่เรียกว่า COE เพื่อให้คนไทยในท่าขี้เหล็กเข้ามาได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินกล่าวต่อว่า ส่วนตัวเชื่อว่าไม่น่าจะมีเชื้อจากต่างประเทศเข้ามาเพิ่มเติม เพราะโอกาสที่จะมีการแพร่เชื้อเป็นเฉพาะกลุ่มแรกเท่านั้น ซึ่งจะใช้ระบบกระทรวงสาธารณสุขในการตรวจคนที่สัมผัสทั้งเสี่ยงสูงและเสี่ยงต่ำ ดังนั้น จึงขอความร่วมมือจากประชาชนที่เดินทางจากท่าขี้เหล็ก ให้ขอรับการตรวจเชื้อ โดยไม่ต้องมีความกังวลใดๆ เพราะประเทศไทยมีความพร้อมในการรักษาทั้งด้านเวชภัณฑ์และอุปกรณ์ต่างๆ ทั้งนี้ หากมีความเข้าใจ ก็ไม่จำเป็นต้องล็อกดาวน์ ปิดประเทศหรือปิดจังหวัด แต่ขอร้องว่าทุกคนที่เดินทางเข้ามาจะต้องเข้ารับการตรวจเชื้อ ขณะเดียวกันไม่ต้องกังวลเรื่องจัดกิจกรรม เช่น งานคอนเสิร์ต อีเวนต์ต่างๆ ทุกอย่างยังคงดำเนินกิจกรรมได้ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลปีใหม่ แต่ต้องป้องกันตัวเองและระมัดระวังด้วยการสวมหน้ากากอนามัย ส่วนประชาชนที่จะไปท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวนี้ ก็สามารถเดินทางไปได้ เนื่องจากเชื้อเหล่านี้มีข้อจำกัดในการแพร่ระบาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกังวลกับการชุมนุมว่าจะเกิดการแพร่ระบาดระลอก 2 หรือไม่นั้น นายอนุทินกล่าวว่า เป็นคนละเรื่องกัน ขณะนี้เป็นการควบคุมสถานที่ที่มีการแพร่กระจายและความเดือดร้อนอยู่ที่ภาคเหนือ ไม่เกี่ยวกับการเมือง และยืนยันว่าทั้งกิจกรรมปีใหม่ คอนเสิร์ต การชุมนุมยังสามารถทำได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดีซะอีกครับ ทุกคนกลับมาใช้หน้ากากอนามัย ถึงตอนนี้ยืนยันไม่มีล็อกดาวน์ แต่ถ้าสถานการณ์แปรเปลี่ยนไป คนยังไม่ยอมมาแสดงตน แล้วยังไปเที่ยวผับ เที่ยวบาร์ ห้างสรรพสินค้า ยังกินเหล้า เดินทางข้ามจังหวัด แบบนี้ก็ใช้มาตรการรุนแรงขึ้น ยันต้องเฝ้าระวังไปเรื่อยๆ จนกว่าสถานการณ์จะนิ่ง&amp;quot; นายอนุทินกล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
รอบ 2 จะหนักกว่าเดิม 3 เท่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า กรณีของไทยเรานั้น กลุ่มเคสที่ลักลอบเข้าเมืองจัดเป็นกรณีศึกษาที่มีอัตลักษณ์ ต่างจากของต่างประเทศมากทีเดียว เพราะเข้ามาเป็นกลุ่ม แต่กระจายไปหลายจังหวัดหลายภาคพร้อมๆ กัน ซึ่งสถานการณ์แบบนี้น่ากังวลมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยิ่งหากหน่วยงานรัฐบอกว่าประสบความยากลำบากในการสอบสวนโรค เพราะมีการปกปิดหรือปิดบังข้อมูล ให้การวกวน หรือเตี๊ยมกัน ดังที่เป็นข่าวในสื่อเมื่อวาน ก็ยิ่งทำให้โอกาสมีการแพร่เชื้อรับเชื้อโดยคนไม่รู้ตัวย่อมมีสูง และจะแพร่ต่อได้ในวงกว้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ การจัดกิจกรรมบันเทิงต่างๆ รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่คนนิยมไปกันนั้น ยังมีแนวโน้มว่าจะมีคนที่ไป แต่ไม่ได้เช็กอินไทยชนะ หรือไม่มีข้อมูลรายละเอียดบันทึกไว้ให้รัฐติดตามได้อย่างครบถ้วน ดังจะเห็นจากการต้องประกาศข่าวเรียกให้คนประเมินตนเองและมารายงานตัว ก็ยิ่งทำให้น่ากังวล เพราะจะมาในแนวเดียวกับที่เราเห็นบทเรียนในยุโรปหลายประเทศ ที่ระบบการติดตามตัวนั้นไม่สามารถตามตัวคนได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนนำมาสู่การระบาดซ้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรการแบบไล่ตามโรค ยากนักที่จะป้องกันโรคลักษณะนี้ได้ และหากมีการระบาดกระจาย จะควบคุมได้ยาก ใช้เวลานานกว่าเดิม จากบทเรียนต่างประเทศ ถ้าระบาดซ้ำ จำนวนติดเชื้อสูงสุดต่อวันจะสูงกว่าเดิมอย่างน้อย 3 เท่า (500-600 คนต่อวัน) และใช้เวลาคุมนานกว่าเดิม 1.6 เท่า (88 วัน) ดังนั้นเราต้องทำเต็มที่เพื่อไม่ให้เกิดขึ้น&amp;quot; รศ.นพ.ธีระระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86068</URL_LINK>
                <HASHTAG>1G1, COVID-19, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, ติดเชื้อโควิดในประเทศ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201205/image_big_5fcb0b0fcb288.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
