<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>32820</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2019 20:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2019 20:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บอร์ดอิสระเตรียมสรุปผลงาน2ปี ย้ำมีโมเดลปฎิรูปแค่เริ่มต้น การขับเคลื่อนสำคัญที่สุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2เม.ย.62-นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการอิสระฯ ว่า ขณะนี้เหลือเวลาอีกเพียง 2 เดือน คณะกรรมการชุดนี้ก็จะหมดวาระลงแล้ว ดังนั้นที่ประชุมจึงได้พิจารณาที่จะลดระดับเครื่องบินเพื่อลงจอดสนามบินได้อย่างเรียบร้อยราบรื่น โดยได้รวบรวมสิ่งที่ได้ทำมาตลอด 2 ปี จัดทำเป็นเอกสารอีกหนึ่งฉบับเป็นรายงานของ คณะกรรมการอิสระฯ เสนอรัฐบาล โดยจะระบุถึงสภาพความเป็นมา ผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ประเด็นปัญหาและแนวทางที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหา ว่า อะไรที่ควรแก้ไขและต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป คาดว่ากลางเดือน พฤษภาคมนี้น่าจะดำเนินการเสร็จสิ้น นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้พิจารณาบทบาทของการศึกษาเอกชน ซึ่งโรงเรียนเอกชนมีนักเรียนในสังกัดถึง 2.2 ล้านคนจาก 7.7 ล้านคน มีครูถึง 1.4 แสนคน แต่สังคมและภาครัฐก็ยังไม่เห็นความสำคัญ ที่เป็นปัญหาคือรัฐมีการออกกฏหมายที่ควบคุมมากกว่าส่งเสริม ทั้งๆที่เอกชนมีความได้เปรียบในการจัดการศึกษา เพราะมีความคล่องตัวในการปรับให้ตรงกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ดังนั้นต้องมองเอกชนว่าช่วยแบ่งเบาภาระและใช้จุดนี้ให้เกิดประโยชน์แทนที่จะไปควบคุม รวมทั้งต้องแก้ปัญหาการแข่งขันระหว่างรัฐและเอกชนโดยที่รัฐได้เปรียบ ทำให้เกิดความยากลำบากต่อเอกชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การปฏิรูปการศึกษาในครั้งนี้ความคาดหวังสูงมาก 2 ปีที่ผ่านมา คณะกรรมการอิสระฯ ลงแรงกันไปเยอะ การพิจารณาของเรามีผลเป็นที่น่าพึงพอใจและเป็นการแก้ปัญหาจริงๆ ไม่ใช่เฉพาะหน้า ส่วนผลที่เกิดขึ้นจะเป็นไปตามที่สังคมคาดหวังได้แค่ไหนต้องรอ เพราะการจัดการรูปแบบการปฏิรูปเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่จะต้องมีการขับเคลื่อนต่อถึงจะเกิดผลในการปฏิรูปอย่างแท้จริง ซึ่งมีความหวังว่าจะขับเคลื่อนได้ดี&amp;rdquo; ประธานคณะกรรมการอิสระฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสมศักดิ์ ดลประสิทธิ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา (รองเลขาฯ สกศ.) กล่าวว่า ตนได้เสนอข้อมูลต่อที่ประชุม ว่า ภาคเอกชนเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระในการจัดการศึกษาของประเทศ ตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงปริญญาตรี โดยพบว่าเอกชนรับผิดชอบจัดการศึกษาเกือบ 1 ใน 3 หรือคิดเป็นสัดส่วนรัฐต่อเอกชนประมาณ 70:30 แต่สภาพปัญหาที่ผ่านมารัฐยังไม่ค่อยให้ความสำคัญเท่าที่ควร ทั้งๆที่เอกชนจัดการศึกษามีคุณภาพเห็นได้จากคะแนนแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน หรือ โอเน็ตที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ และต้นทุนในการจัดการศึกษาต่ำกว่าภาครัฐ กอปศ.จึงมีข้อเสนอในการส่งเสริมให้การจัดการศึกษาเอกชนมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยรัฐควรจะมองว่าเอกชนเป็นพาร์ทเนอร์ไม่ใช่มาจัดการศึกษาเพราะมุ่งธุรกิจ และสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน ระบบดิจิทัล สื่อการเรียนการสอน และการพัฒนาครู รวมทั้งการแก้กฏหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น พ.ร.บ.การศึกษาเอกชน คำสั่งมาตรา 44 ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาเอกชน รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ได้แก่ สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่จะจูงใจเอกชน ซึ่งจะปรากฏในรายงานของคณะกรรมการอิสระฯ ด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32820</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โรงเรียนเอกชน, 1ปีคณะกรรมการอิสระปฎิรูปการศึกษา, นพ.จรัส สุวรรณเวลา, สรุป2ปีขับเคลื่อนแผนปฎินูปการศึกษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190326/image_big_5c99f74a4a452.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12699</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2018 07:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2018 07:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เปิดประชาพิจารณ์ร่างพรบ.ศึกษาชาติรอบสุดท้าย5-6ก.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บอร์ดอิสระฯ เตรียม Workshop ร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ 5-6 ก.ค.นี้ เตรียมเสนอ ครม. &amp;quot;จิรุตม์&amp;quot; เผย มีผู้สนใจดาวน์โหลดร่างฯ พ.ร.บ.การศึกษาฯฉบับใหม่ กว่า 3 พันครั้ง ชี้นำทุกความคิดเห็นพิจารณาทบทวน&amp;nbsp; และเพิ่มบทเฉพาะกาลช่วงการเปลี่ยนผ่านจากระบบปัจจุบันไปสู่ระบบใหม่&amp;nbsp; โดยปรับโครงสร้าง ปรับ สกศ. ทำน้าที่สนง.นโยบายการศึกษาแห่งชาติ&amp;nbsp; &amp;quot;ชัยพฤกษ์&amp;quot; เผยต้องคลอดแผนปฏิรูปที่เห็นผลในเชิงปฏิบัติ ไม่ใช่เป็นเพียงกระดาษ เล็งสร้างเครื่องมือเพิ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา กล่าวว่า ที่ประชุมได้หารือร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ....ที่ผ่านการรับฟังความคิดเห็นแล้ว โดยส่วนใหญ่เห็นด้วยที่จะให้มี พ.ร.บ.ฉบับใหม่เกิดขึ้น และในวันที่ 5-6 กรกฎาคมนี้ จะมีการดำเนินการปรับปรุงแก้ไขเป็นครั้งสุดท้าย และจะนำเข้าพิจารณาในที่ประชุมคณะกรรมการอิสระฯ เพื่อให้ความเห็นชอบในวันที่ 10 กรกฎาคม ก่อนจะนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนพ.จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์ ประธานคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจศึกษาแนวทางการจัดทำ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ กล่าวว่า ร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ....มีผู้สนใจดาวน์โหลดกว่า 3,000 คน และมีผู้ให้ความคิดเห็นผ่านระบบออนไลน์ประมาณ 100 ราย ซึ่งมีในความคิดเห็นต่างๆ จัดกลุ่มแล้วมีประมาณ 50 ประเด็น ดังนั้นคณะกรรมการอิสระฯ จะนำความคิดเห็นทั้งหมดมาพิจารณาเพื่อทบทวนร่างพ.ร.บ. โดยจะใช้ความคิดเห็นส่วนหนึ่งสำหรับการปรับร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว เช่น การแก้ไขข้อความให้มีความขัดเจนมากขึ้น เป็นต้น และส่วนที่เป็นรายละเอียดอื่นๆ จะกำหนดไว้ในกฎหมายรอง เช่น กฎกระทรวง หรือจัดทำแผนปฏิรูปการศึกษาหรือข้อเสนอต่างๆ ที่จะเสนอ ครม.ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานอนุกรรมการฯ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้จะมีการเพิ่มบทเฉพาะกาลที่จะกำหนดเรื่องที่เป็นช่วงการเปลี่ยนผ่าน จากระบบปัจจุบันสู่แนวทางที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ เพื่อให้สามารถดำเนินการต่อไปได้จนกว่าจะมีกฎกระทรวงหรือกฎหมายรับรองมารองรับ เช่น บทบาทหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ที่จะปรับเปลี่ยนไปทำหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติ ซึ่งจะมีการกำหนดในบทเฉพาะกาลให้ชัดเจน แต่คงอยู่ในสังกัด ศธ. เพราะมองว่าการนำทุกเรื่องไปไว้กับสำนักงานนายกรัฐมนตรี สุดท้ายในระยะยาวอาจจะมีปัญหาเรื่องการบูรณาการการทำงาน ส่วนองค์กรหลักอื่นจะไม่มีการระบุไว้ในร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว&amp;quot;ประธานคณะอนุฯ&amp;nbsp; พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการสภาการศึกษา (เลขทฯ สกศ.) กล่าวว่า ที่ประชุมยังได้หารือถึงอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการนโยบายฯ ที่จะเป็นผู้ยกร่างแผนการศึกษาแห่งชาติ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ที่สอดคล้องกับแผนการปฏิรูปประเทศและแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่ง คณะกรรมการอิสระฯ ต้องการให้เป็นแผนที่เห็นผลในเชิงปฏิบัติไม่ใช่เป็นเพียงกระดาษเท่านั้น ดังนั้นจึงต้องมีเครื่องมือที่จะสร้างความมั่นใจว่าแผนจะเกิดผล เช่น ให้ความเห็นเรื่องงบประมาณต่อสำนักงบประมาณก่อนเสนอ ครม. และดูแลบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณจำนวนมาก อย่าง อัตรากำลังคนหรือวิทยฐานะ อย่างไรก็ตาม เรื่องทั้งหมดอยู่ระหว่างการออกแบบยังไม่ได้ข้อสรุป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12699</URL_LINK>
                <HASHTAG>1ปีคณะกรรมการอิสระปฎิรูปการศึกษา, นพ.จรัส สุวรรณเวลา, นพ.จิรุตม์ ศรีรัตนบัลลังล์, บทเฉพาะกาลเปลี่ยนผ่านไปใช้พรบ.การศึกษาใหม่, ประธานคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจศึกษาแนวทางการจัดทำ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ, ร่างพ.ร.บ.การศึกษาชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180213/image_big_5a82c42f959e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10338</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2018 11:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2018 11:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot; หมอจรัส&quot;วอนสังคมอย่าดูดายช่วยกันผลักดันปฎิรูปการศึกษา       </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;
หมอจรัส แถลงผลงานครบรอบ 1 ปี การทำงานคณะกรรมการอิสระปฎิรูปการศึกษา &amp;nbsp;เข้ามาแก้ปัญหาวิกฤติการศึกษาไทยที่รุนแรงทั้งคุณภาพและเหลื่อมล้ำ เตรียมคลอด พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ภายใน 2 เดือน กม.ลูก 5 ฉบับ ย้ำการปฎิรูปการศึกษาต้องสำเร็จให้ได้ &amp;nbsp;ไม่อย่างนั้นประเทศไทยไม่มีที่ยืน และคนในสังคมต้องตื่นตัว ไม่ดูดาย แต่ต้องร่วมมือร่วมใจเห็นประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา กล่าวในการแถลงผลงานในรอบ 1 ปี ของคณะกรรมการอิสระฯ ว่า ภาพรวมของการดำเนินงาน 1 ปีที่ผ่านมา เป็นในส่วนของการแก้ปัญหาวิกฤตการศึกษาไทยที่มีความรุนแรงทั้งในเรื่องคุณภาพ ความเหลื่อมล้ำ ความเป็นเลิศ และประสิทธิภาพของระบบ ซึ่งมีหลักฐานมากมายยืนยันสภาพวิกฤตเหล่านี้ ด้วยเหตุนี้ ทำให้เกิดสภาวะที่ไม่ตื่น ไม่ตระหนัก ธุระไม่ใช่ ดูดายและไม่รับผิดชอบ แต่การปฏิรูปการศึกษาครั้งนี้ จะต้องสำเร็จ เพราะถ้าไม่สำเร็จประเทศจะไม่มีที่ยืน ดังนั้น วิกฤตเหล่านี้จะแก้ไขได้ต้องอาศัยรัฐธรรมนูญ สังคม รวมถึงรัฐบาลต้องยืนยันว่าจะปฏิรูปการศึกษา ซึ่งคณะกรรมการอิสระฯ ได้มีการจัดทำพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ... ซึ่งคาดว่าจะเสร็จภายใน 1-2 เดือนหลังจากนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยขณะนี้ ได้มีการจัดทำกฎหมายลูก พระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฏ.) และนวัตกรรมต่างๆ เสร็จไปบางส่วนแล้ว ประมาณ 5 ฉบับ ได้แก่ พ.ร.บ.กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ.2561 ซึ่งขณะนี้ได้มีการประกาศใช้แล้ว ส่วนร่างพ.ร.บ.พัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ..., ร่างพ.ร.บ.การอุดมศึกษาแห่งชาติพ.ศ... ,ร่างพ.ร.บ.พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ...ได้จัดทำเสร็จและเสนอรัฐบาลแล้ว และพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฏ.)สถาบันหลักสูตรและการเรียนการสอน ได้ดำเนินการยกร่างเสร็จเรียบร้อยกำลังเสนอรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขณะนี้โลกกำลังเปลี่ยนเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 จำเป็นต้องเน้นสร้างสมรรถนะแก่ผู้เรียน เพราะความรู้หาได้ง่าย รวมถึงต้องมุ่งความสนใจไปที่โรงเรียน ครู และนักเรียน แต่โรงเรียนไม่สามารถเดินไปเองได้ ต้องมีการช่วยเหลือ คือหลักสูตร สถาบันการเรียนการสอน ต้องมีแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ ถ้ามองสภาพการศึกษาไม่ใช่เฉพาะเด็กอยู่ในโรงเรียนเท่านั้น แต่หมายถึงเด็กตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา ถึงผู้สูงอายุ อีกทั้งมีเรื่องของพื้นที่ มิติอื่นๆ มากมาย ที่มีสภาพซับซ้อน ดังนั้น การแก้ปัญหาการศึกษา จึงไม่สามารถใช้คำตอบเดียวแล้วแต่ต้องให้มีความหลากหลายคล่องตัว โดยการปฎิรูปการศึกษา คือการเปลี่ยนแปลง ต้องมีการเปลี่ยนแปลงทุกภาคส่วนในสารบบ การปฎิรูปการศึกษาครั้งนี้จะไม่สำเร็จไม่ได้ เพราะถ้าไม่สำเร็จประเทศไทยจะไปอยู่ที่ไหน&amp;rdquo;ประธาน คกก.อิสระฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.จรัส กล่าวต่อว่า ตลอดระยะ 1 ปีที่ผ่านมา คณะกรรมการอิสระฯ ได้วิเคราะห์โอกาสในการปฏิรูปการศึกษา การแสวงหาความร่วมมือจากทุกภาคส่วน การวางแนวทางการปฏิรูปการศึกษา เน้นที่ผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน ครู และผู้อำนวยการโรงเรียน การรวมโรงเรียนเป็นพื้นที่นวัตกรรม รวมถึงมีการเชื่อมโยงการศึกษากับอาชีพ การปฏิรูปอุดมศึกษาที่ต้องเน้นนโยบายชาติด้านอุดมศึกษา และแผนการศึกษาชาติด้านอุดมศึกษา การสร้างอัตลักษณ์ของสถาบันอุดมศึกษา การกำกับคุณภาพ และมีการจัดทำแผนปฏิรูปการศึกษา ไปส่วนหนึ่งแล้ว นอกจากนั้น ยังมีแผน Quick Win สิ่งที่เกิดประโยชน์กับประชาชนได้ในระยะสั้น ได้แก่ Digital Learning Platform เป็นการใช้ดิจิทัลให้ความรู้ไปสู่นักเรียนทั่วประเทศผ่านการใช้สื่อการเรียนรู้ สื่อพัฒนาครู สื่อในการประเมินสมรรถนะนักเรียนระดับประถมศึกษาตอนต้น ตอนปลาย รวมถึงสื่อการพัฒนาครูให้สอนอย่างมีสมรรถนะ และการบุกเบิกให้เกิดพื้นที่นวัตกรรมต่างๆ นำกิจกรรมในการพัฒนาไปสู่มือนักเรียน และยังมีการปฎิรูปที่เกิดขึ้นในส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นครู อาชีวศึกษา การศึกษาเอกชน การศึกษาตามอัธยาศัย อย่างไรก็ตาม การปฏิรูปการศึกษาครั้งนี้จะสำเร็จได้ สังคมไทยทุกภาคส่วนต้องตื่นขึ้น ตระหนักในสภาพและผลจากปัญหาการศึกษาของไทย ทั้งปรับใจ ปรับพฤติกรรมมาร่วมแรงร่วมใจกัน ไม่ดูดาย โดยรับผิดชอบและเห็นประโยชน์ส่วนร่วมเป็นที่ตั้ง หากสังคมไทยปรับได้การปฏิรูปการศึกษาครั้งนี้ จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10338</URL_LINK>
                <HASHTAG>1ปีคณะกรรมการอิสระปฎิรูปการศึกษา, พรบ.การศึกษาแห่งชาติ, ร่างพรบ.ปฐมวัยห้ามเด็กสอบเข้าป.1, หมอจรัส สุวรรณเวลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180123/image_big_5a671b111a659.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
