<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>52328</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/12/2019 13:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/12/2019 13:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวม 3 นิทานความเชื่อชาวตะวันตกในช่วงวันหยุดคริสมาสต์นี้ สำหรับเล่าให้เด็ก ๆ ฟัง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ตอนเด็ก ๆ ไม่ว่าใครก็ชอบฟังนิทานกันใช่ไหมล่ะ เชื่อได้ว่าหลาย ๆ คนนั้นเติบโตมาด้วยเรื่องเล่าหรือนิทานที่หลากหลาย อาจจะเป็นเรื่องจริงหรือความเชื่อบ้าง และนิทานนี่แหละที่เป็นตัวช่วยที่ทำให้เรามีจินตนาการบางครั้งอาจทำให้เรามีความผูกพันกับเรื่องเล่านั้น นิทานหรือตำนานในแต่ละพื้นที่แต่ละประเทศนั้นจะมีความเชื่อและเรื่องเล่าที่แตกต่างกันออกไป ดงันั้น เรามี 3 นิทานยอดฮิตของชาวตะวันตกที่จะสามารถนำไปเล่าให้ลูกๆฟังต่อได้ในช่วงวันหยุดคริสมาสต์ที่แสนอบอุ่นนี้ จะมีเรื่องอะไรที่น่าสนุกบ้างน้า ไปดูกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;แนะนำ 3 นิทานเรื่องเล่าที่เหมาะจะเล่าให้เด็กฟังในช่วงวันคริสต์มาสที่จะถึงนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:12.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;1. นางฟ้าฟันน้ำนม (Tooth Fairy)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สำหรับชาวไทยอย่างเรา เชื่อว่าหลายคนเคยได้ยินเกี่ยวกับฟันน้ำนมในสมัยเด็กที่ว่า หากฟันบนหลุดแล้วต้องเอาฝังดินเพื่อให้ฟันงอกขึ้นมาใหม่ และถ้าฟันล่างหลุดโยนขึ้นบนหลังคา ส่วนในฝั่งของชาวตะวันตกก็มีความเชื่อเรื่องฟันเช่นเดียวกัน โดยในฝั่งตะวันตกนั้นหากฟันน้ำนมหลุดต้องซ่อนไว้ใต้หมอน เพราะในช่วงเวลากลางคืนจะมี &amp;ldquo;นางฟ้าฟันน้ำนม&amp;rdquo; จะมาเก็บฟันซี่นั้นไป และมอบเงินจำนวนหนึ่งให้กับเด็กคนนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;หลาย ๆ คน คงจะคุ้นเคยกับ &amp;ldquo;แฟรี่&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;ภูตนางฟ้าตัวน้อย&amp;rdquo; ที่เห็นกันอยู่ในละครหรือภาพยนตร์ของชาวตะวันตกกันอยู่หลายเรื่อง หน้าตาของนางฟ้าฟันน้ำนมน่าจะมีลักษณะที่คล้ายกัน คือเป็นหญิงสาว ร่างเล็กน่ารัก ใจดีและมีปีกลักษณะใสที่แอบบินเข้าห้องนอนในตอนดึก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;และเรื่องเล่าของนางฟ้าฟันน้ำนมถูกดัดแปลงให้กลายเป็นแรงจูงใจให้เด็กดูแลรักษาสุขภาพฟันมากขึ้นว่าถ้าหากเด็กฟันที่แข็งแรง นางฟ้าก็จะมอบเหรียญให้กับเด็กคนนั้นเยอะกว่า เด็กที่ไม่ยอมดูรักษาสุขภาพฟันนั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;2. ซานตาคลอสกับนิทานคริสต์มาส&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;แน่นอนว่าคงไม่มีใครไม่เคยเห็น หรือไม่เคยได้ยินนิทานเกี่ยวกับ คุณลุงใจดีพุงพลุ้ยนามว่า &amp;ldquo;ซานตา คลอส&amp;rdquo; ที่จะคอยแจกของขวัญวันคริสต์มาสให้กับเหล่าเด็กดีทั้งหลาย ต้นกำเนิดของนิทานเรื่อง ซานตาคลอส นั้นเริ่มต้นจากนักบุญผู้หนึ่งที่ชื่อ เซนต์ นิโคลัส ที่เป็นคนจิตใจดี ชอบให้ของขวัญแก่คนทั่วไป แต่ด้วยการเขียนและการออกเสียงในแต่ละภาษาที่แตกต่างกันทำให้เกิดความผิดเพี้ยน จึงกลายเป็นชื่อ ซานตาคลอส อย่างที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ตามนิทานเรื่องเล่านั้น ซานตาคลอส จะอาศัยอยู่ในแถบขั้วโลกเหนือกับภูตตัวน้อยจำนวนมากที่เรียกว่า เอลฟ์ (Elf) จะคอยช่วยผลิตขนมเพื่อไปแจกเด็ก ๆ ในคืนวันคริสต์มาสอีฟ และมียานพาหนะเป็นเลื่อนเทียมที่มาพร้อมกับกวางเรนเดียร์ ที่มาการแขวนถุงเท้านั้นมาจากการที่ ซานตาคลอส พยายามจะปีนเข้าบ้านของเด็กหญิงยากจนคนหนึ่งเพื่อนำเงินไปแจกให้ แต่บังเอิญถุงเงินเกิดหล่นไปยังถุงเท้าที่ตากไว้ข้างเตาผิงพอดิบพอดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;จากตำนานที่ถูกเล่าต่อกันมา ทำให้หลายคนนำเรื่องซานตาคลอสขึ้นมา เพื่อให้เด็ก ๆ เป็นเด็กดี เพราะถ้าหากเป็นเด็กดื้อก็จะไม่ได้ของขวัญจากซานตาคลอสนั่นเอง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;3. แจ็ก โอแลนเทิร์น (Jack O Lantern)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ใครที่ชอบนิทานสยองขวัญ ต้องรู้จักตำนานของ &amp;ldquo;แจ็กโอแลนเทิร์น&amp;rdquo; ที่เป็นจุดเริ่มต้นของตะเกียงฟักทองในวันฮาโลวีน นั่นเอง เรื่องเล่าโบราณของชาวไอร์แลนด์ที่กล่าวชาวนาจอมจ้าเล่ห์คนหนึ่ง นามว่า แจ็คจอมตืด เพราะครั้งหนึ่งที่แจ็กเคยดื่มเหล้ากับเหล่าซาตาน แต่ว่าตนเองนั้นไม่อยากจ่ายเงินก็เลยหลอกล่อให้ซาตานนั้นแปลงร่างเป็นเหรียญเพื่อที่จะนำเงินนี้ไปจ่ายค่าสุรา แต่แจ็กกลับคว้าร่างของซาตานขณะที่แปลงเป็นเหรียญแล้วผูกติดกับไม้กางเขนไว้ เพื่อไม่ให้ซาตานสามารถกลับคืนยังร่างเดิมได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;และอีกหนึ่งครั้งที่ทำให้เรื่องราวของ แจ็ก กลายเป็น นิทานแจ็คโอแลนเทิร์นที่อยู่คู่กับวันฮาโลวีนจนถึงทุกวันนี้ เกิดจากที่แจ็กได้ท้าทายซาตานให้ปีนขึ้นไปเก็บแอปเปิ้ล ซาตานก็หลงกลและยอมทำตามคำท้าทาย แจ็กก็ได้นำสร้อยกางเขนพันรอบต้นแอปเปิ้ล ทำให้ซาตานลงจากต้นแอปเปิ้ลไม่ได้ เพื่อให้ซาตานยอมรับข้อเสนอว่า เมื่อเขาตายจะต้องไม่นำวิญญาณของเขาลงนรกเด็ดขาด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;และเมื่อแจ็กเสียชีวิตลง ทำให้วิญญาณของเขาต้องเร่ร่อนและไม่มีที่ไป ซาตานจึงได้ส่องไฟนำทางให้กับเขา และเมื่อถึงวันฮาโลวีนที่เป็นความเชื่อว่าเป็นวันที่ประตูนรกเปิดชาวบ้านจึงส่องไฟแล้วครอบด้วยหัวผักกาดเพื่อนำทางให้กับดวงวิญญาณเร่ร่อน ซึ่งภายหลังเปลี่ยนมาใช้ฟักทองเพราะหาได้ง่ายกว่าและแกะสลักได้ง่ายกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;หมดไปแล้วกับ 3 นิทานที่เป็นเรื่องเล่าสุดฮิตของชาวตะวันตกที่มักจะนำมาเล่าให้เด็ก ๆ ฟัง การเล่านิทานให้เด็กฟังนอกจากจะช่วยให้เด็กว่านอนสอนง่ายแล้ว ยังเป็นการเสริมสร้างพัฒนาการให้ลูกน้อย คุณสามารถเลือกหนังสือนิทานแบบมีเสียง ที่จะทำให้เขามีจินตนาการร่วมไปกับเล่านิทานได้มากขึ้น นอกจากนี้คุณพ่อคุณแม่ยังสามารถเลือกเล่าได้ทั้ง นิทานภาษาไทย หรือจะเล่านิทานภาษาอังกฤษเพื่อเป็นการฝึกทักษะภาษาของลูกให้แข็งแรงได้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;มหกรรมช้อปปิ้งออนไลน์ส่งท้ายปีพร้อมโปรโมชั่นและดีลสุดพิเศษที่ Shopee 12.12 Birthday Sale&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ฟินกันต่อกับโปรโมชั่นส่งฟรีทั่วไทย ช้อปแค่ 0 บาทก็ส่งฟรีทั่วประเทศ พร้อมรับส่วนลด 50% ทุกวัน รีบช้อปด่วนตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน - 15 ธันวาคม 2019 นี้! https://shopee.co.th/m/12-12&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52328</URL_LINK>
                <HASHTAG>1. นางฟ้าฟันน้ำนม (Tooth Fairy), 2. ซานตาคลอสกับนิทานคริสต์มาส, 3. แจ็ก โอแลนเทิร์น (Jack O Lantern), คริสมาสต์, นิทานชาดก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191212/image_big_5df1dcacc8d33.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
