<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>65907</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2020 13:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2020 13:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ้าแม่เดอะมอลล์ตอบจดหมายนายกฯเสนอมาตรการสร้างรายได้ฟื้นฟูเศรษฐกิจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 พ.ค.63- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวศุภลักษณ์ อัมพุช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด หนึ่งใน 20 มหาเศรษฐี ที่ นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มีหนังสือขอความร่วมมือระดับชาติ เพื่อเอาชนะโควิด-19 ไปด้วยกันทั้งประเทศ ได้มีหนังสือตอบกลับนายกฯ นำเสนอแนวทางการสนับสนุนช่วยเหลือสังคมและกลยุทธ์การฟื้นฟูพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน โดยหนึ่งในเนื้อหาของหนัศุงสือดังกล่าวระบุว่า

จากวิกฤตการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้น ได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงทั้งทางด้านมนุษยชาติ (Humanity) และผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ (Global Economic Recession) ประเทศต่าง ๆ ทุกประเทศ ทั้งใน เอเชีย ยุโรป อเมริกา และทุกภูมิภาคทั่วโลกจะต้องดำเนินการเยียวยา ฟื้นฟู และพัฒนาทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม ปัญหาที่ตามมาจะทำให้เกิดการแข่งขันทางด้านเศรษฐกิจอย่างรุนแรง กำลังการใช้จ่าย Spending Power ของทุกประเทศ จะลดลง เงินทุนและกองทุนสำรองของแต่ละประเทศจะลดลง คนจะตกงานมากขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศ ที่ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้

สิ่งที่เดอะมอลล์ กรุ๊ปใคร่ขอนำเสนอ คงไม่สามารถประเมินค่าเป็นตัวเงิน แต่เป็นวิสัยทัศน์ และแนวกลยุทธ์ ยุทธศาสตร์ของประเทศไทยในการฟื้นฟู และพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยที่ทั้งทางภาคเอกชนทุกภาคส่วน และภาครัฐบาลทุกหน่วยงานจะต้องมุ่งมั่น และมีเป้าหมายร่วมกัน ต้องฟันฝ่าอุปสรรค และนำพาประเทศไทยให้รอดพ้นจากวิกฤตการณ์ในครั้งนี้ ประเทศไทยเราได้ชัยชนะจากการระงับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้จนเป็นอันดับ 1 ของโลกด้วยความมุ่งมั่นทุ่มเทของรัฐบาล และความร่วมมือร่วมใจสนับสนุนจากประชาชนคนไทยทุกคน ด้วยความกล้าหาญเสียสละ ความเก่งกล้าของบุคลากรทางการแพทย์ และพยาบาล จนประสบความสำเร็จ และนำมาซึ่งความปลื้มปิติของคนไทยทั้งประเทศ

สำหรับยุทธศาสตร์ของการสร้างคุณภาพชีวิตของคนไทย การสร้างงานสร้างอาชีพ การสร้างรายได้ให้กับประชาชนและประเทศไทยภายใต้บรรทัดฐานใหม่ New Normal สำหรับคนทุกภาคส่วน ตั้งแต่ แรงงานขั้นพื้นฐาน เกษตรกร SME Entrepreneur White Collar เจ้าของธุรกิจ จนถึงองค์กรขนาดใหญ่ ภายใต้กลยุทธ์ที่ทั้งภาครัฐและเอกชนต้องให้ความสำคัญ คือ 3 หัวข้อหลัก


1. Globalization ทำให้ประเทศไทยเป็นอันดับ 1 ของ South East Asia


2. Digitalization การนำเอาเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้สำหรับ New Normal ทั้งในแง่การทำธุรกิจ และการ ใช้ชีวิตในโลกยุคใหม่


3. Tourism เป็น Spearhead หัวหอกหลักที่จะนำประเทศไทยในการฟื้นฟูเศรษฐกิจได้เร็วที่สุด และมีผลต่อเนื่อง Value Chain ไปยังธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอีกมากมาย และเป็นส่วนที่ประเทศไทยสามารถใช้เป็นจุดแข็ง ในฐานะที่ประเทศไทยเป็น Tourist Destination of the World โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครที่เป็น World Number 1 Tourist Destination ติดต่อกันถึง 4 ปี อีกทั้งภูเก็ตและพัทยาติดอันดับ Top 10 Tourist Destination in Asia


พร้อมกันนี้ เดอะมอลล์กรุ๊ป ใคร่ขอเสนอ 10 แผนแม่บท 10 แผนยุทธศาสตร์ที่จะขอให้ทั้งทางภาครัฐบาลและภาค เอกชนร่วมมือกัน มี Commitment ร่วมกัน เพื่อยังผลให้โครงการเหล่านี้ประสบความสำเร็จยิ่ง

1. THAILAND AS A WORLD CLASS SHOPPING PARADISE ประเทศไทยเป็นสวรรค์ของการช้อปปิ้งระดับโลก

2. THAILAND AS A WORLD FOOD DESTINATION ประเทศไทยเป็นศูนย์รวมอาหารของโลก

3. THAILAND AS A HUB OF WORLD CLASS ENTERTAINMENT AND ATTRACTIONS IN SEA ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางความบันเทิงและแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์

4. THAILAND AS A HUB OF MICE MARKET IN SEA ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการประชุมสัมมนาและ จัดแสดงสินค้าระดับโลกในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์

5. THAILAND AS A CULTURAL AND ART CENTER OF ASIA ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางแห่ง ศิลปวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชีย

6. THAILAND AS A WORLD CLASS CENTER OF FESTIVAL, LEISURE &amp;amp; FUN ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการจัดเทศกาลแห่งความสุขและสนุกสนานระดับโลก

7. THE GULF OF THAILAND AND THE ANDAMAN SEA TO BECOME THE RIVIERA OF THE EAST AND CRUISE LINE PLAYGROUND อ่าวไทยและคาบสมุทรอันดามัน เสมือนเป็นริเวียร่าแห่งโลกตะวันออกและเส้นทางเดินเรือสำราญที่สำคัญของเอเชีย

8. THAILAND AS A MEDICAL HUB FOR HEALTH, WELLNESS &amp;amp; SPA RESORT IN ASIA ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์ สุขภาพ ความงาม และสปา ในภูมิภาคเอเชีย

9. THAILAND AS THE ENTREPRENEUR, SME &amp;amp; STARTUP HUB OF SEA FOR O2O SEAMLESS EXPERIENCE ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ในการส่งเสริมพัฒนาธุรกิจระหว่างออนไลน์และออฟไลน์ สำหรับ ผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี และ สตาร์ทอัพ

10. THAILAND AS A CENTER OF ECOTOURISM AND ENVIRONMENTAL SUSTAINABILITY ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

นางสาวศุภลักษณ์ ยังระบุอีกว่า บริษัทเดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด มีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและภาคเอกชนอย่างจริงใจและจริงจัง ภายใต้กลยุทธ์และแผนยุทธศาสตร์ทั้ง 10 ข้อนี้ จะทำให้ประเทศไทยประสบความสำเร็จ นำมาซึ่งการสร้างคุณภาพชีวิตของคนไทย สร้างงาน สร้างอาชีพ เพิ่มให้กับประชาชนหลายล้านคน คาดว่าจะสร้างรายได้และทำรายได้เพิ่มขึ้นให้แก่ประเทศกว่า 100,000 ล้านบาท ยังผลให้ประเทศไทยฟื้นฟูและยืนหยัดด้วยความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน


&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65907</URL_LINK>
                <HASHTAG>20 มหาเศรษฐีไทย, บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป, ศุภลักษณ์ อัมพุช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200514/image_big_5ebce0b312c03.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63871</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จม.นายกฯขอมหาเศรษฐีลงมือทำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; ร่อนจดหมายเปิดผนึกถึง 20 มหาเศรษฐีไทยแล้ว ไม่ขอรับเงินบริจาค แต่อยากให้ลงมือทำมากกว่าที่เป็นอยู่ พร้อมให้เสนอแนะมาตรการที่รัฐควรทำกลับมาใน 1 สัปดาห์ อึ้ง! ธนาธรชี้เป็นช่วงวิกฤติที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือ แต่ไม่รู้ จ.ม.น้อยไปถึงแม่สมพรด้วย &amp;quot;คลัง&amp;quot; ชงขยายแจก 5 พันจาก &amp;nbsp;9 ล้านเป็น 14 ล้านคน เพื่อไทยพาเหรดผุดไอเดียเยียวยา &amp;quot;วัฒนา&amp;quot; เสนอแจกยกครัวละหมื่น อนุสรณ์ชงจ่ายตรงเหมือน &amp;quot;เกาหลีใต้-สิงคโปร์&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคารที่ 21 เมษายน มีรายงานข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ทำจดหมายเปิดผนึกถึง 20 มหาเศรษฐีในประเทศไทยแล้วตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย. มีเนื้อหาระบุว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 เป็นวิกฤตการณ์ร้ายแรงของประเทศและของโลก ทำร้ายและทำลายชีวิต ความสัมพันธ์ทางสังคมและเศรษฐกิจไปพร้อมกันอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เป็นช่วงเวลาที่คนไทยและประเทศไทยต้องการความร่วมมืออย่างมากที่สุดจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มคนหรือองค์กรที่มีความรู้ความสามารถ มีความเข้มแข็ง จึงสื่อสารมายังท่านในฐานะเป็นผู้อาวุโสของสังคม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมซาบซึ้งใจที่หลายท่านได้ลงมือช่วยเหลือประชาชนไปแล้วหลายเรื่อง แต่ผมต้องการขอให้ทุกท่านทำเพิ่มเติม โดยใช้ศักยภาพของท่านมาทำให้เกิดการช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องประชาชนคนไทย ที่กำลังเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ผมขอให้ท่านทำเอกสาร นำเสนอสิ่งที่ท่านพร้อมจะทำเพิ่มเติมเพื่อช่วยเหลือพี่น้องคนไทย โดยผมไม่ขอรับเป็นเงินบริจาค แต่ผมขอให้ท่านลงมือทำโครงการที่จะออกไปช่วยเหลือประชาชนคนไทยทุกกลุ่มทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นการบรรเทาความทุกข์ร้อนของประชาชนทางด้านใดก็ตาม หรือด้วยวิธีการใดก็ตามขอให้เป็นการช่วยเหลือประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งสิ่งใดที่ท่านเห็นว่ารัฐบาลจะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับโครงการนั้นได้ ขอให้ท่านโปรดส่งมาให้ผมรับทราบภายในสัปดาห์หน้า ก็จะเป็นความกรุณาอย่างยิ่ง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงเรียนมาเพื่อพิจารณาและขอขอบพระคุณล่วงหน้ามา ณ ที่นี้ด้วย ลงชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และในเวลา 13.30 น. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงจดหมายเปิดผนึกดังกล่าวว่าเป็นการทำงาน ความจริงก็เพื่อรับทราบว่ามีการดำเนินการอะไรบ้างในการช่วยเหลือบุคลากรในองค์กรของท่านเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ พนักงาน ลูกจ้าง ซัพพลายเออร์ ทั้งนี้ เพื่อที่จะช่วยเสริมมาตรการต่างๆ ของรัฐบาลที่ออกไปแล้ว ทั้งนี้เพื่อให้เกิดพื้นที่กว้างขวางขึ้นในการช่วยเหลือดูแลประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลจะไปกู้เงินหรือยืมเงินอะไร รัฐบาลก็มีเงินของรัฐบาลอยู่แล้ว ในส่วนนี้เป็นเรื่องของพวกท่านที่จะดูแลประชาชน และสิ่งที่ทั้ง 20 ท่านทำอยู่ก็ต้องขอขอบคุณ ทั้งนี้ได้ทำเป็นการส่งจดหมายอย่างเปิดเผย เพราะในห่วงโซ่ของพวกท่านมีคนอยู่จำนวนมาก ซึ่งรวมความไปถึงประชาชนด้วย ผมก็ทราบดีว่าทุกท่านมีการดำเนินการในเรื่องเหล่านี้อย่างดีอยู่แล้ว แต่ก็เพื่อให้สอดประสานกันในการทำงาน ยืนยันว่าไม่มีการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้น ก็ต้องขอขอบคุณเป็นการล่วงหน้าสำหรับทุกอย่าง&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
ย้ำไม่มีไถเงินเจ้าสัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ย้ำว่าเป็นเพียงขอความร่วมมือ เพราะทราบว่าทุกคนก็ทำมามากพอสมควรแล้ว วันนี้
เพียงแต่อยากจะทราบว่าท่านจะทำอะไรได้มากกว่านี้อีกหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ท่านจะพิจารณาเอง สิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องการแข่งขัน การบังคับ หรือการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ได้ต้องการ เพียงต้องการระดมความคิดเห็นความร่วมมือต่างๆ จากทุกภาคส่วน ซึ่งนอกจากทั้ง 20 ท่านแล้วก็ยินดีหากภาคส่วนอื่นๆ มีอะไรที่จะช่วยเหลือประชาชนให้ทราบก็สามารถทำเรื่องมาได้ แต่คงไม่ได้ไปพบด้วยตัวเองทั้ง 20 ท่าน แต่ก็มีรายชื่อ มีการประกาศออกมาแล้ว ซึ่งจดหมายเปิดผนึกก็มีรายละเอียดอยู่แล้วว่าไม่ขอรับเงินบริจาคใดๆ ทั้งสิ้น จึงขอร้องว่าอย่าไปบิดเบือนกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ในฐานะแกนนำคณะก้าวหน้า กล่าวประเด็นนี้ว่า ขณะนี้เป็นช่วงเวลาที่สังคมต้องร่วมมือกัน อย่างกรณีการร่วมมือของบริษัทเอกชน 3 บริษัทที่ร่วมกันทำอุปกรณ์การแพทย์ให้โรงพยาบาล ถือเป็นสปิริตของสังคมไทย ในช่วงเวลาที่ยากลำบากหากพวกเราทำอะไรได้ก็ช่วยกันทำ คิดว่าการร่วมมือกันของเอกชนเป็นสิ่งที่เราสามารถทำกันได้ &amp;nbsp;ในภาวะที่วิกฤติขนาดนี้เราร่วมแรงร่วมใจกันได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าการที่ พล.อ.ประยุทธ์ใช้วิธีส่งจดหมายขอความร่วมมือถึงมหาเศรษฐีของไทย จะช่วยกระตุ้นหรือฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างไร นายธนาธรตอบว่าไม่ทราบ ไม่รู้ ไม่ได้ติดตาม และเมื่อถามว่าหนึ่งใน &amp;nbsp;20 รายชื่อมีชื่อของนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดานายธนาธรด้วย นายธนาธรกล่าวว่า &amp;quot;ไม่ทราบเลยว่า คุณแม่ได้รับจดหมายหรือไม่&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่านางสมพรได้ออกไปแจกเงินและสิ่งของจำเป็นแก่ประชาชนที่เดือดร้อน นายธนาธร ตอบว่า &amp;quot;อันนั้นก็เป็นเรื่องของคุณสมพร ความจริงท่านก็ไม่ได้ปรึกษาด้วย ซึ่งท่านก็ได้ทำในนามของมูลนิธิไทยซัมมิทพัฒนา แต่ก็อย่างที่บอกไปว่า ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนของสังคม สามารถรับผิดชอบต่อสังคมได้คนละไม้คนละมือ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงพระราชกำหนดต่างๆ ที่มีผลบังคับใช้แล้วว่า พ.ร.ก.กู้เงินไม่เกิน 1 ล้านล้านบาท ครม.เห็นชอบจัดตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ โดยมีส่วนราชการและผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งต้องพิจารณาให้เป็นไปตามระเบียบและทุกกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด &amp;nbsp;อย่างรอบคอบและจำเป็น โดยให้กระทรวงนำแผนงานและโครงการต่างๆ เข้า ครม.ให้ครบถ้วนในโอกาสต่อไปให้เร็วที่สุด เพื่อให้ทันต่อสถานการณ์ รวมทั้งฟังเสียงรอบด้านจากประชาชนทุกภาคส่วน และมอบให้ส่วนราชการไปพิจารณาให้ถูกต้องและเหมาะสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวอีกว่า ส่วนอีก 2 พ.ร.ก. คือ พ.ร.ก.การรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ พ.ศ.2563 และ พ.ร.ก.ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจ ได้สั่งการได้ให้กระทรวงการคลังหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ดำเนินการด้วยความรอบคอบ และรับข้อสังเกตจากทุกภาคส่วน รวมถึงจากผู้มีประสบการณ์มาประกอบในการทำงานด้วย
ขยายแจก 5 พัน 14 ล้านคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ที่ประชุม ครม.รับทราบการปรับปรุงรายละเอียดงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ที่ส่วนราชการต่างๆ เสนอ เพื่อรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ซึ่งแต่ละหน่วยงานต่างมีการเสนอปรับงบประมาณกันทั้งสิ้น อาทิ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาปรับลด 60,271,400 บาท, &amp;nbsp;สถาบันพระปกเกล้าปรับลด 20,968,163 บาท, สำนักงานศาลยุติธรรมปรับลด 157,866,100 บาท และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งปรับลด 33,806,000 บาท เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางนฤมลยังกล่าวว่า ครม.ยังมีมติเห็นชอบในหลักการขยายกลุ่มเป้าหมายผู้ได้รับสิทธิ์มาตรการชดเชยรายได้แก่ลูกจ้างของสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบ หรือผู้ได้รับผลกระทบอื่นๆ จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 หรือ 5 พันบาท 3 เดือน ให้ครอบคลุมทั่วถึงจากเดิม 9 ล้านคน เป็น 14 ล้านคนตามที่กระทรวงการคลังเสนอ สำหรับเรื่องงบประมาณให้กระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณพิจารณาร่วมกันอีกครั้งถึงแหล่งเงินงบประมาณที่จะนำมาใช้ดำเนินการได้ทันการณ์ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ที่ประชุม ครม.ยังเห็นชอบร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการดำเนินการตามแผนงานหรือโครงการภายใต้ พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท เพื่อให้การใช้เงินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ คุ้มค่า และเป็นประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 โดยมีทั้งหมด 6 หมวด คือ 1.บททั่วไป 2.การเสนอ การพิจารณากลั่นกรอง และการอนุมัติโครงการ 3.การดำเนินโครงการ 4.การเก็บรักษาเงินกู้และการเบิกจ่ายเงินกู้ 5.การติดตามประเมินผล และ 6.การใช้วงเงินกู้สำหรับรายการเงินสำรองจ่าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่พรรคเพื่อไทย (พท.) น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรค พร้อมคณะได้แถลงถึงผลประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค ที่มีข้อเรียกร้องและข้อเสนอแนะต่างๆ ไปยังรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดเผยตัวเลขชัดๆ ว่าสรุปแล้วในงบประมาณปี &amp;nbsp;2563 จำนวน 3.2 ล้านล้านบาท รัฐบาลตัดงบออกมาทั้งหมดเพื่อใช้แก้ไขปัญหาโควิดให้ประชาชนเป็นจำนวนเท่าไหร่ เพื่อความโปร่งใสและเป็นข้อมูลสำคัญให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ว่า การกู้เงินตาม พ.ร.ก.กู้เงิน 1.9 ล้านล้านบาทนั้น รัฐบาลจำเป็นต้องกู้เต็มจำนวนหรือไม่ ส่วนกรอบงบประมาณปี &amp;nbsp;2564 ที่ผ่าน ครม.ไปแล้วนั้น พรรคขอเรียกร้องให้รื้อใหม่ทั้งหมด เพราะเป็นการดำเนินการจัดทำกรอบงบประมาณก่อนมีสถานการณ์โควิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การตั้งใจจะกู้อย่างเดียวโดยไม่ใช้เงินในกระเป๋าของตัวเองก่อน คงเป็นเรื่องไม่ฉลาดและไม่ถูกต้อง &amp;nbsp;พรรคต้องการให้รัฐบาลลดภาระการกู้เงินที่เป็นหนี้สินของคนทั้งประเทศให้เหลือเท่าที่จำเป็นเท่านั้น &amp;nbsp;และจะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดต่อไป&amp;quot; น.อ.อนุดิษฐ์กล่าว
โปรยยกครัวละหมื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัฒนา เมืองสุข คณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเยียวยาว่า พรรคขอเสนอวิธีการที่ยุติธรรมเป็นประโยชน์สูงสุดและดำเนินการได้อย่างรวดเร็วทั่วถึงและทันเวลา คือ 1.รัฐบาลควรเยียวยาประชาชนอย่างทั่วถึง โดยใช้เกณฑ์ครัวเรือนในอัตราครัวเรือนละ 10,000 บาทต่อเดือน ยกเว้นผู้ที่ไม่ได้รับผลกระทบ เช่น ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และประชาชนผู้ไม่ประสงค์จะรับการเยียวยา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรค พท. ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า ขอเรียกร้องไปยังรัฐบาล และนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้พิจารณาเร่งเปิดสมัยประชุมสภาให้เร็วขึ้น เพราะปัญหาจากสถานการณ์โควิดกับผลกระทบทางเศรษฐกิจนั้นพัวพันกันในหลายมิติ และที่สำคัญ พ.ร.ก.กู้เงิน เพื่อแก้ปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์โควิดมีผลบังคับใช้แล้ว หากใช้เงินผิดพลาดหรือมีการทุจริตในการใช้งบประมาณ จะสร้างความเสียหายอย่างมหาศาลแก่ประเทศชาติ จึงต้องรีบเปิดสภาเพื่อตรวจสอบการใช้จ่ายเงินต่างๆ ของรัฐบาล หากเปิดสภาช้าก็จะสายเกินไป เข้าตำรากว่าถั่วจะสุกงาก็ไหม้ เพราะที่ผ่านมาเห็นได้ชัดว่า รัฐบาลมีปัญหาเรื่องการบริหารจัดการ และกระจายความช่วยเหลือประชาชนไม่ทั่วถึง หากขาดการตรวจสอบอาจนำไปสู่วิกฤตการณ์ของประเทศเหมือนในอดีต โดยเฉพาะการที่รัฐบาลออก พ.ร.ก.ให้แบงก์ชาติไปซื้อตราสารหนี้ ซึ่งหากไม่คิดให้รอบคอบอาจซ้ำรอยที่เคยใช้เงินอุ้มสถาบันการเงินผ่านกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินสมัยวิกฤติเศรษฐกิจเมื่อปี 2540&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ใครที่กังวลว่าการประชุมสภาจะนำไปสู่การแพร่ระบาดโควิดนั้น สามารถป้องกันได้ด้วยมาตรการทางสาธารณสุข เช่นเว้นระยะห่าง หรือใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการประชุม ซึ่งก็ไม่ต่างอะไรจากการประชุม ครม. หากคิดแบบนั้นในที่ประชุม ครม.ก็สามารถแพร่เชื้อโรคได้เช่นกัน แต่ทำไมยังเรียกประชุมได้ หากการประชุม ครม.ทำได้ การประชุมสภาก็ควรทำได้เช่นกัน เป็นการฉวยโอกาสใช้วิกฤติโควิดเป็นข้ออ้างเพื่อปิดปากฝ่ายค้านในการตรวจสอบรัฐบาลหรือไม่&amp;quot; นายสุทินกล่าว
ยก ตปท.แจกเงินเป็นตัวอย่าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรค พท.กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้รัฐบาลปรับเงื่อนไขการจ่ายเงินเยียวยา 5,000 บาทที่เงื่อนไขเยอะ มาเป็นการเยียวยาแบบถ้วนหน้า การจ่ายเงินเยียวยาแบบถ้วนหน้าแบบต่างประเทศ โดยรัฐบาลเกาหลีใต้แจกเงินสดช่วยเหลือครอบครัวชาวเกาหลีใต้ทั่วประเทศ ครั้งเดียวสูงสุด 1 ล้านวอน หรือประมาณ 26,607.72 บาท ยกเว้นกลุ่มผู้มีรายได้สูงสุด 30% ของประเทศ รัฐบาลสิงคโปร์แจกเงินสดประชาชนทุกคนอายุตั้งแต่ 21 ปีขึ้นไป 600 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 14,000 &amp;nbsp;บาท ตั้งแต่วันที่ 14 เม.ย. รัฐบาลต้องตั้งสมมติฐานใหม่ว่าประชาชนทุกคนเดือดร้อน ไม่ใช่ทุกคนตั้งใจมาโกงเงินเยียวยา รัฐบาลต้องคิด ทำไมมีแจกอาหารที่ไหนคนแน่นที่นั่น ทำไมคนไม่มีจะกินถึงมากมายขนาดนั้น จะทำให้การเยียวยาถ้วนหน้าทั่วถึงรวดเร็วได้อย่างไร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด ในฐานะรองโฆษกพรรค พท.กล่าวว่า โควิด-19 ยังจะอยู่กับคนไทยไปอีกระยะหนึ่ง โจทย์ใหญ่คือรัฐบาลจะทำอย่างไรให้ประชาชนอยู่รอดโดยที่ไม่อดตายเสียก่อน &amp;nbsp;เพราะเว็บไซต์เราไม่ทิ้งกัน.com ได้ทิ้งประชาชนเรียบร้อยแล้ว ถึงเวลาที่รัฐบาลต้องเร่งวางแผนเปิดเศรษฐกิจให้ประชาชนสามารถทำมาหากินได้อย่างปลอดภัย พร้อมมาตรการดูแลไม่ให้ภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการทุกกลุ่มโดยเฉพาะรายย่อยเจ๊งหลังกลับมาขับเคลื่อนอีกครั้ง และต้องเร่งดำเนินการโดยเร็วเพราะความเดือดร้อนของประชาชนรอไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรค พท. กล่าวถึงการเยียวยาภาคเกษตรกรว่าต้องชัดเจน &amp;nbsp;ใช้หลักเกณฑ์ใด อย่ามั่วเหมือนที่ผ่านมา มีหลักเกณฑ์ว่าผู้ที่เช่าที่นาทำการเกษตรจะได้หรือไม่ได้อย่างไร เพราะชาวนาภาคกลางส่วนใหญ่เช่านาทำ ดังนั้นรัฐบาลต้องดูแลให้ละเอียด ทางที่ดีควรบูรณาการทำงานร่วมกันทั้ง 3 หน่วยงาน คือ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้นำท้องถิ่น เชื่อว่าการช่วยเหลือจะตรงกลุ่มเป้าหมาย เกษตรกรตัวจริงจะได้รับการเยียวยาจากรัฐอย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายธนาธรกล่าวถึงกรณีรัฐบาลกำลังจะผ่อนปรนมาตรการล็อกดาวน์ว่า ต้องรักษาสมดุลระหว่างการดำเนินการทางเศรษฐกิจกับการหยุดยั้งการแพร่ระบาด หากจะใช้วิธีการหยุดยั้งการแพร่ระบาดแบบกึ่งเปิดกึ่งปิด หรือ semi-lockdown ต่อไป ก็ต้องเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ และรัฐบาลก็ต้องทำให้มั่นใจว่าการเตรียมการด้านสาธารณสุขมีการเตรียมการที่ดีขึ้นในช่วงที่มีล็อกดาวน์ทุกครั้ง ดังนั้นมาตรการแบบกึ่งเปิดกึ่งปิดก็เป็นโมเดลหนึ่งที่สามารถทำได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ต้องเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการกึ่งเปิดกึ่งปิด เมื่อผมลงพื้นที่ก็พบว่าคนเดือดร้อนจริงๆ อดตายกันหมด ผมจึงอยากฝากไปถึงรัฐบาลว่าอย่าให้ประชาชนอดตาย อย่าให้ประชาชนเดือดร้อน&amp;quot; นายธนาธรกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63871</URL_LINK>
                <HASHTAG>20 มหาเศรษฐีไทย, COVID-19, จดหมายเปิดผนึก, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เสนอแนะมาตรการที่รัฐควรทำ, โควิด 19, โควิด-19, โคโรนาไวรัส, ไม่ขอรับเงินบริจาค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200421/image_big_5e9ef00e5f660.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
