<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118382</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดดีดกลับ1.1หมื่น! สธ.ทยอยปิดรพ.สนาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ติดเชื้อโควิดรายวัน 11,646รายดับ 107 ราย สธ.ระบุสถานการณ์ดีขึ้นทยอยปิด รพ.บุษราคัม-รพ.สนามหลายแห่ง เรือนจำเริ่มพ้นพื้นที่ระบาด อย.ดีเดย์ขายเอทีเคในร้านค้า-ออนไลน์แล้วขณะที่ &amp;ldquo;สงขลา-สมุทรสาคร&amp;rdquo; ยังหนัก ติดเชื้อ-เสียชีวิตเพิ่ม &amp;nbsp;
เมื่อวันที่ 30 ก.ย.2564 ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือศบค. เปิดเผยถึงข้อมูลสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทยว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 11,646 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 11,508 ราย ในจำนวนนี้มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 10,259 ราย, มาจากการค้นหาเชิงรุก 1,249 ราย, &amp;nbsp;จากเรือนจำ 120 ราย และผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 18 ราย รวมยอดผู้ติดเชื้อสะสมยืนยันทั้งสิ้น 1,603,475 ราย มีผู้หายป่วยเพิ่มขึ้น 10,887 ราย หายป่วยสะสม 1,470,673 ราย อยู่ระหว่างรักษา 116,075 ราย โดยมีอาการหนัก 3,175 ใส่ท่อช่วยหายใจ 717 ราย เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 107 ราย เป็นชาย 58 ราย หญิง 49 ราย ยอดผู้เสียชีวิตสะสมตั้งแต่ปี 2563 รวม 16,727 ราย ส่วนยอดผู้ได้รับวัคซีนของประเทศไทย ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.-29 ก.ย.2564 มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 51,496,084 โดส
สำหรับ 10 อันดับแรกของผู้ติดเชื้อโควิดในประเทศรายใหม่ คือ กทม. 1,630 ราย, สมุทรปราการ 765 ราย, ชลบุรี 725 ราย, นราธิวาส 617 ราย, สงขลา 566 ราย, ยะลา 561 ราย, นครศรีธรรมราช 458 ราย, สมุทรสาคร 444 ราย, ระยอง 380 ราย และราชบุรี 342 ราย
สถานการณ์โลกล่าสุด ข้อมูลระบุว่ามียอดผู้ติดเชื้อใหม่ 485,872 ราย รักษาหายเพิ่มเติม 513,031ราย เสียชีวิตเพิ่มเติม 8,758 ราย ทำให้ยอดตัวเลขมีผู้ติดเชื้อสะสมทั่วโลก รวม 234,057,967 ราย หายป่วยสะสม 210,877,245 ราย เสียชีวิตสะสม 4,788,218 ราย โดยประเทศไทยมียอดติดเชื้อสะสมอยู่อันดับที่ 28 ของโลก
นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า หลังจากรัฐบาลมีนโยบายผ่อนคลายสถานประกอบการต่างๆ แต่ยังคงยกระดับมาตรการความปลอดภัย (COVID Free Setting) ซึ่งประชาชนมีความจำเป็นต้องใช้ชุดตรวจ ATK ในการคัดกรองการติดเชื้อโควิด-19 ด้วยเหตุนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้พิจารณาช่องทางการจำหน่ายชุดตรวจเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงชุดตรวจ ATK ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว จึงได้มีประกาศกระทรวงสาธารณสุขฯอนุญาตให้ชุดตรวจโควิด-19 แบบตรวจหาแอนติเจนด้วยตนเอง หรือ ATK Self Test สามารถจำหน่ายได้ทั่วไปตามร้านค้าและช่องทางออนไลน์ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 29 ก.ย.2564&amp;nbsp;
นพ.ไพศาลกล่าวต่อว่า ประชาชนทั่วไปห้างร้าน บริษัท สามารถรับสินค้าจากบริษัทผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าที่ได้รับอนุญาตนำเข้าถูกต้องจาก อย.ได้โดยตรง สำหรับผู้บริโภคสามารถตรวจสอบชุดตรวจ ATK ที่ได้รับอนุญาตจาก อย.ได้ทางเว็บไซต์ อย. หรือทางคิวอาร์โค้ดนี้และก่อนซื้อขอให้ผู้บริโภคสังเกตฉลากภาษาไทยและมีข้อความแสดงคำเตือน &amp;quot;บุคคลทั่วไปสามารถใช้ได้&amp;quot; เพื่อให้ได้รับชุดตรวจ ATK Self Test ที่มีคุณภาพมาตรฐาน อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการที่ทำสื่อโฆษณาเพื่อจำหน่ายชุดตรวจ ไม่ว่ารูปแบบใดก็ตาม ต้องได้รับอนุญาตจาก อย.ก่อน โดยต้องมีการแสดงเลขที่อนุญาตโฆษณาเครื่องมือแพทย์&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านสถานการณ์ในหลายจังหวัดยังน่าเป็นห่วง โดยสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาครเปิดเผยตัวเลขผู้ติดเชื้อล่าสุดกลับขึ้นมาสูงถึง 444 ราย เป็นการค้นหาเชิงรุก 25 ราย ในโรงพยาบาล 142 รายในบับเบิลแอนด์ซีลสูงถึง 277 ราย ผู้เสียชีวิต 6 ราย อยู่ระหว่างการรักษาตัวในโรงพยาบาล 2,852 ราย รักษาหายกลับบ้านได้ 154 ราย อยู่ระหว่างการสังเกตอาการอีก 4,587 ราย
นอกจากนั้น มีรายงานข่าวจากคณะกรรมการโรคติดต่อ จ.สงขลา เปิดเผยว่า มีการตรวจคัดกรองเชิงรุกลงชุมชนวันที่ 30 ก.ย. พบผู้ติดเชื้อโควิด 566 คน ขึ้นอันดับ 1 ของภาคใต้ มีผู้เสียชีวิต 1 คน &amp;nbsp;ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 31,003 คน เสียชีวิต 152 คน รักษาตัวในโรงพยาบาลกว่า 5,940 คน กลุ่มผู้ติดเชื้อที่พบมากที่สุดจากกลุ่มสัมผัสผู้ติดเชื้อในพื้นที่ รองลงมากลุ่มสัมผัสเสี่ยงสูงในชุมชน กลุ่มสัมผัสเสี่ยงสูงในร้านค้า/บริษัทและในโรงงาน กลุ่มที่รอการสอบสวนโรคและกลุ่มผู้เดินทางจากต่างจังหวัด&amp;nbsp;
ส่วนสถานการณ์ในพื้นที่กรุงเทพฯ นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า มีแนวโน้มลดลง รวมทั้งได้มีการนำวิธีการดูแลผู้ป่วยแบบ Home Isolation กรมการแพทย์จึงจะปิดให้บริการศูนย์แรกรับและส่งต่อ กระทรวงสาธารณสุข ณ อาคารนิมิบุตร กรมพลศึกษา โรงพยาบาลสนามบ้านวิทยาศาสตร์สิรินธรเพื่อคนพิการ จังหวัดปทุมธานี รวมทั้ง Hospitel อีก 2 แห่ง คือ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ และโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) ทั้งนี้ จะอาจจะมีการปิดสถานพยาบาลแห่งอื่นๆ ในสังกัดกรมการแพทย์ที่รักษาผู้ป่วยโควิด 19 หากมีแนวโน้มจำนวนผู้ป่วยจะลดลง อย่างไรก็ตาม สามารถกลับมาเปิดให้บริการได้ทันทีหากพบว่าสถานการณ์ผู้ป่วยโควิด-19 มีจำนวนมากขึ้น โดยกรมการแพทย์จะมีการเปิดโรงพยาบาลสนามโรงพยาบาลเลิดสิน เพื่อเป็นศูนย์แรกรับและส่งต่อแทนที่มีอาการสีเหลืองและสีแดง 200 เตียง โดยร่วมกับเครือเจริญโภคภัณฑ์และพฤกษาเรียลเอสเตท&amp;nbsp;
ที่อาคารอิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี จ.นนทบุรี นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข, นพ.กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงสาธารณสุขและผู้อำนวยการโรงพยาบาลบุษราคัม &amp;nbsp; และคณะผู้บริหาร ทำพิธีปิดโรงพยาบาลบุษราคัม ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ เมืองทองธานี พร้อมมอบประกาศเกียรติคุณหน่วยงานที่ร่วมสนับสนุนการดำเนินงานต่อสู้โควิด-19 จำนวน 24 หน่วยงาน
&amp;nbsp;นพ.เกียรติภูมิกล่าวว่า โรงพยาบาลบุษราคัมได้รับความร่วมมือของทุกฝ่ายทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาชน และได้ขยายเป็น 3,700 เตียง การปิดโรงพยาบาลบุษราคัมในวันนี้ ถือเป็นการจบภารกิจการดูแลรักษาผู้ป่วยตั้งแต่วันที่ 14 พ.ค.เป็นต้นมา รับดูแลผู้ป่วยที่มีอาการในพื้นที่ กทม.และปริมณฑลเพื่อให้โรงพยาบาลสามารถให้การดูแลผู้ป่วยอาการหนักได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในเดือนกรกฎาคม ที่มีผู้ป่วยจำนวนมากถึงวันละ 200 ราย จากการแพร่ระบาดของเชื้อสายพันธุ์เดลตา จากนั้นในเดือน ก.ย. จำนวนผู้ป่วยลดลงเรื่อยๆ เหลือประมาณ 5-6 รายต่อวัน และส่งผู้ป่วยคนสุดท้ายกลับบ้านวันที่ 20 ก.ย.2564 รวมเปิดบริการ 130วัน ให้การดูแลรักษาผู้ป่วยทั้งสิ้น 20,436ราย โดยบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่จำนวนมากที่เสียสละมาปฏิบัติภารกิจได้กลับไปปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ของตนเอง ส่วนพื้นที่โรงพยาบาลได้ทำการรื้อถอนและทำความสะอาดพื้นที่เรียบร้อยแล้ว และจัดสรรอุปกรณ์ทางการแพทย์ไปยังโรงพยาบาลภูมิภาคทั่วประเทศ ตามที่ได้สำรวจความต้องการของพื้นที่ไว้
นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า พบการระบาดใหม่ในเรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ ขณะที่มีเรือนจำพ้นจากการระบาดเพิ่ม 2 แห่ง คือ เรือนจำกลางลพบุรี และเรือนจำจังหวัดร้อยเอ็ด ส่งผลให้มีเรือนจำสีแดงลดลงอยู่ที่ 22 แห่ง และเรือนจำสีขาว 120 แห่ง โดยมีผู้ติดเชื้อรักษาหายสะสม 62,072 ราย หรือ 89.7% ของผู้ติดเชื้อสะสม 69,236 ราย เสียชีวิตสะสม 153 ราย คิดเป็นอัตรา 0.2% ของผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมด ทั้งนี้จะมีเรือนจำที่จะพ้นจากการระบาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีเรือนจำที่อยู่ในแผนสิ้นสุดการระบาดของโรค (EXIT) ​จำนวน 16 แห่ง ซึ่งจะเริ่มทยอย EXIT ตามระยะเวลาภายในเดือนตุลาคมอย่างน้อย 15 แห่ง เริ่มจากเรือนจำอำเภอทองผาภูมิ ในวันที่ 1 ต.ค.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118382</URL_LINK>
                <HASHTAG>21 มิ.ย.หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ติดเชื้อโควิดรายวัน, สงขลา, สธ.ระบุสถานการณ์ดีขึ้นทยอยปิด รพ.บุษราคัม-รพ.สนามหลายแห่ง, สมุทรสาคร, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210930/image_big_615510034bf3e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114429</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บช.น.เรียกสอบ ผู้ปกครองม็อบ ลูกนัทบุกชนสิระ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่รู้ใครแหกตาใคร! &amp;quot;สิระ&amp;quot; ปัดยังไม่จ่าย 1 ล้าน แต่ขอพิสูจน์อีกรอบ วางเดิมพัน 1:10 ล้าน เอาหมอ 3 คนตรวจสอบ อ้าง &amp;quot;ลูกนัท&amp;quot; มองเห็น 15% ขณะที่ไฮโซสามนิ้วบุกถึงสภา งัดใบรับรองแพทย์ยันบอดจริงๆ รับคำท้าจ่ายเป็นคริปโตเคอเรนซี เพราะเงินในบัญชีมีแค่หลักหมื่น ผู้ปกครองม็อบละทุแก๊สกว่า 20 รายโดนด้วย บช.น.เรียกสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2564 นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ &amp;nbsp; แถลงถึงการท้าพิสูจน์ความพิการทางสายตาของ &amp;quot;ไฮโซลูกนัท-นายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย&amp;quot; ว่าไม่ขอเรียกว่าไฮโซลูกนัท เนื่องจากทราบว่าพ่อและแม่ของลูกนัทไม่ได้แฮปปี้กับพฤติกรรมการเคลื่อนไหวชุมนุม ส่วนเรื่องดวงตาขอย้ำว่าที่เคยพูดว่าถ้าบอดสนิทให้หาหมอมายืนยันพร้อมใบรับรองแพทย์จะให้เงิน 1 ล้านบาท เท่าที่ตนทราบมาจากแหล่งข่าว มีข่าวดีว่าตาของนายธนัตถ์สามารถมองเห็นได้ 15% ตนขอดีใจด้วย หากเป็นเรื่องจริงก็ถือว่าเป็นข่าวดี &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ที่นายธนัตถ์ไปออกรายการโทรทัศน์ จับผิดได้หลายอย่าง ไปแหกตาตัวเอง แหกได้คนเดียวแต่แหกคนอื่นไม่ได้ เพราะเห็นว่าจังหวะที่นิ้วเข้าใกล้ดวงตาที่บอด ถ้าบอดจจริงทำไมตากะพริบ และหมอก็ไม่มา พิธีกรก็ใจร้ายไปไหม ให้คนตาบอดมาแหกตาตัวเองเพื่ออะไร เพราะเรื่องนี้ต้องให้หมอแหก จะแหกคนทั้งประเทศหรืออย่างไร ซึ่งถ้าตาบอดจริง ต้องถามแพทย์ว่าจะต้องควักลูกตาออกแล้วนำดวงตาเทียมมาใส่หรือไม่ ทั้งนี้ หากพบว่าตาบอดจริง ก็ขอแสดงความเสียใจ และจะพาไปที่สภากาชาดไทยเพื่อขอรับบริจาคดวงตาจากผู้มีจิตศรัทธา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าแน่จริงวันจันทร์หน้าผมขอวางเงิน 1 ล้านบาท ให้นายธนัตถ์เอามาเพิ่มอีก 10 ล้านบาท นัดที่บ้านได้ แต่ไม่ขอหน้าที่รัฐสภาไปหา ไปหาหมอคนกลางจากโรงพยาบาลรัฐบาล ตรวจสอบพิสูจน์ดวงตา 3 คน แต่ทั้งนี้ก็ไม่ทราบว่าจะมีเงินจำนวนถึง 10 ล้านบาทหรือไม่ เนื่องจากที่บ้านก็ไม่เอาด้วย และถ้าเป็นข่าวดีไม่บอดสนิท ให้นำเงิน 10 ล้านบาทไปซื้อข้าวหอมมะลิไปเพื่อแจกแก่คนหลักสี่-จตุจักร&amp;quot; นายสิระกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ประตูรัฐสภา ฝั่งวัดแก้วฟ้าจุฬามณี ไฮโซลูกนัทเดินทางเข้ายื่นใบรับรองแพทย์เพื่อยืนยันว่าดวงตาข้างขวาบอดให้กับนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ ผ่านนายพีรวัส สมวงศ์ ผู้ช่วยดำเนินงาน คนที่ 3 ของนายสิระ โดยกล่าวว่า ในส่วนที่นายสิระเดิมพัน 1 ล้านบาท และท้าให้ตนวางเพิ่มอีก 10 ล้านบาท หากตาไม่บอดจริง เรื่องนี้มองว่าถึงอย่างไรประชาชนคนไร้บ้านก็วินและได้ประโยชน์ เพราะประชาชนจะได้มีเงินเข้ากระเป๋า ส่วนที่มีคนตั้งข้อสังเกตว่าตาขวาของตนยังกะพริบได้ปกติ กะพริบได้แต่ไม่ดีมาก และไม่มีความรู้สึก แต่ยืนยันว่ามองไม่เห็น และเทคโนโลยีที่มีตอนนี้ยังไม่สามารถรักษาได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่นายสิระออกมาระบุว่ามีแหล่งข่าวยืนยันว่าดวงตาของผมยังมองเห็น 15 เปอร์เซ็นต์นั้น ถ้าผมอยากตอแหลแล้วกลับมามองเห็นเป็นปกติเหมือนเดิม ไม่ว่าจะ 10, 20 หรือ 100 ล้าน ผมก็ยอมถ้ากลับมามองเห็นได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีที่ระบุว่าจะเปลี่ยนนามสกุลนั้น นายธนัตถ์กล่าวว่า การเปลี่ยนนามสกุลเพื่อที่ตนจะได้เป็นตัวเอง ไม่ถูกเหมารวมกับใครคนอื่นเลยดีกว่า แต่ตนยังรักแม่และน้องสาวเหมือนเดิม วันนี้สิ่งสำคัญคือสิทธิ์และเกียรติ การลิดรอนสิทธิ์กัน โดยเฉพาะเรื่องการเรียกร้องประชาธิปไตย การออกกลอุบายเพื่อลิดรอนสิทธิ์ตนรับไม่ได้ ไม่ใช่แค่ดวงตา แต่ตนมอบให้ทั้งชีวิต เอาชีวิตเป็นเดิมพันว่าการเมืองจะต้องดีขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงกรณีการแต่งกายไปร่วมม็อบที่สังคมไม่สบายใจนั้น นายธนัตถ์ตอบว่า อะไรที่กระทบจิตใจเกินไปก็ต้องขอโทษ ไม่ได้มีเจตนาลบหลู่ดูหมิ่น หรือเจตนาให้ประชาชนที่มีความรู้สึกเฉยๆ กับกลุ่มรอยัลลิสต์ ต้องโกรธเคือง เดือดร้อน เพราะความโกรธเป็นสิ่งที่บั่นทอนจิตใจ ตนเข้าใจดี เพราะเป็นโรคซึมเศร้า ถ้าทำให้โกรธก็ต้องขอโทษด้วย ไม่อยากให้รู้สึกแบบนั้น และไม่อยากเป็นศัตรูกับใคร ไม่ว่าจะเป็นนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ และนางทยา ทีปสุวรรณ อดีตแกนนำ กปปส. ก็ไม่อยากเป็นศัตรู ตอนคาร์ม็อบมีช่วงที่ผ่านบ้านเขาย่านสุขุมวิท ตนยังได้บอกมวลชนว่าไม่ต้องเข้าไป ตนไม่โกรธใครทั้งนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า นายสิระบอกให้ไปตรวจดวงตาที่โรงพยาบาลรัฐบาลโดยแพทย์ 3 คน นายธนัตถ์กล่าวว่า ตนไปได้ จะเอาหมอมา 300 คนก็ได้ อย่างไรก็ตามในส่วนของหมอที่ออกใบรับรองแพทย์ให้ตน หากไม่เป็นความจริง เขาก็เสียหายและมีความผิดตามจรรยาบรรณแพทย์ และคงไม่มีใครกล้าทำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพีรวัสกล่าวว่า ช่วงนี้นายสิระกำลังยุ่งอยู่กับงานของสภา ทั้งการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญและการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ดังนั้นในวันจันทร์ที่ 30 ส.ค. เวลา 13.00 น. จะนัดหมายกันที่บ้านทรงไทย ถ.แจ้งวัฒนะ เพื่อต่างคนต่างวางเงินในวันดังกล่าว ในส่วนของนายสิระจะวางเงินสด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายธนัตถ์กล่าวว่า ในส่วนของตนขอวางเป็นเช็ค เนื่องจากไม่ได้ถือเป็นเงินบาทไทย แต่เป็นคริปโตเคอเรนซี และคงไม่ถอนออกมาตอนนี้ เพราะค่าเงินกำลังขึ้น หากถอนออกมาขาดทุนแน่นอน ซึ่งตอนนี้ตนมีเงินแค่หลักหมื่นในบัญชี อย่างไรก็ตาม หากผลตรวจออกมาตนเป็นฝ่ายผิด ตนจะถอนเงินออกมาจ่ายแน่นอน คนอย่างตนไม่เชิดเงิน หรือจะให้ถอดนาฬิกาหรือสำเนาทะเบียนรถวางไว้ก็ได้ เพราะราคาใกล้เคียง 10 ล้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) นายสนธิญา สวัสดี ที่ปรึกษากรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน (สภาผู้แทนราษฎร) &amp;nbsp;ยื่นหนังสือให้ตรวจสอบนายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือไฮโซลูกนัท กรณีแต่งกายเลียนแบบเหมือนการแต่งกายของพระมหากษัตริย์หรือไม่ และกรณีชุมนุมครั้งที่ผ่านมา ไม่มีการขออนุญาตชุมนุม เป็นไปตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ, พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ และคำสั่งสถานการณ์ฉุกเฉิน ในสถานการณ์โรคติดต่ออันตราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมมองว่านายธนัตถ์กระทำการห้อยกล้องที่คอ มันใช่วิสัยของคนปกติทั่วไปหรือไม่ พร้อมทั้งขอท้าไฮโซลูกนัทว่า หากไม่ได้มีเจตนาจริง ขอให้ไปสาบานกับผมที่วัดชนะสงคราม แต่ส่วนตัวเชื่อว่าไฮโซลูกนัทมีวาระแอบแฝงแน่นอน แต่ถ้าสิ่งที่ผมคิดไม่ถูกต้อง ก็ขอให้ผมและครอบครัวมีอันเป็นไปภายใน 7 วัน&amp;quot; นายสนธิญากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานสอบสวน สน.ดินแดง ยื่นคำร้องฝากขังผู้ต้องหาครั้งแรก นายสราวุฒิ จันทร์ชมภู อายุ 23 ปี สัญชาติไทย ชาว กทม. ผู้ต้องหาคดีมั่วสุมก่อความวุ่นวาย โดยเป็นการฝากขังทางไกลผ่านระบบจอภาพ ขณะที่ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ ซึ่งศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขังได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) กล่าวถึงการดำเนินคดีของกลุ่มผู้ชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่เดือนกรกฎาคม จนถึงปัจจุบันรวม 111 คดี มีผู้ต้องหาที่เข้าข่ายความผิด 591 สามารถจับกุมได้แล้ว 284 คน มีการออกหมายเรียกผู้ที่เข้าข่ายความผิดทั้งสิ้น 127 หมาย แบ่งเป็นแกนนำ 16 หมาย และแนวร่วม 111 หมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะเดียวกันได้มีการออกหมายเรียกผู้ปกครองของผู้ต้องหาที่เป็นเยาวชน เบื้องต้นกว่า 20 คน ในตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ ส่งเสริม หรือปล่อยปละละเลยให้เด็กออกมาก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง&amp;quot; รอง ผบช.น.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่มารดาของนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน จะขอพาตัวเพนกวินไปรักษาโควิด-19 ที่โรงพยาบาลศูนย์ธรรมศาสตร์ ว่าผู้บริหารกระทรวงจะเป็นผู้พิจารณา ถ้าโรงพยาบาลราชทัณฑ์ไม่สามารถรักษาได้ ก็ต้องช่วย แต่ส่วนตัวเชื่อว่าโรงพยาบาลราชทัณฑ์มีมาตรฐานในการรักษาผู้ป่วยอยู่แล้ว และเรื่องนี้อยากให้ส่วนราชการไปบริหารจัดการ ฝ่ายการเมืองไม่ควรยุ่งเกี่ยว เพราะเกรงจะเป็นประเด็นที่ยาวไปอีก ซึ่งเชื่อข้าราชการจะพิจารณาได้อย่างรอบคอบ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หากอนุญาตให้ไปรักษาตัวภายนอก เกรงว่าจะทำให้นักโทษคนอื่นเอาอย่างได้ ขอย้ำว่าโรงพยาบาลราชทัณฑ์มีมาตรฐานในการรักษาที่ดีเหมือนโรงพยาบาลทั่วไปอยู่แล้ว&amp;rdquo; นายสมศักดิ์ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย และรองประธานกรรมาธิการการตำรวจฯ กล่าวว่า เหตุทั้งหมดจะไม่เกิดหาก พล.อ.ประยุทธ์ลาออก แต่เมื่อยังไม่ลาออก กลุ่มผู้ชุมนุมจะไปพบ ท่านก็ไม่ให้พบ ดังนั้นท่านควรย้ายบ้านพักจากค่ายทหารใน กทม.ไปอยู่ในค่ายทหารจังหวัดลพบุรีหรือกาญจนบุรีก็ได้ จะได้เป็นการช่วยเหลือชาวแฟลตดินแดง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114429</URL_LINK>
                <HASHTAG>21 มิ.ย.หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, นายสิระ เจนจาคะ, ปัดยังไม่จ่าย 1 ล้าน, พรรคพลังประชารัฐ, ส.ส.กทม., ไม่รู้ใครแหกตาใคร, ไฮโซลูกนัท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210824/image_big_61249292ce047.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107288</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2021 22:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังจี้แบงก์รัฐ เยียวยาลูกหนี้ หั่นดอกเบี้ย0%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;คลัง&amp;rdquo; จี้แบงก์รัฐเร่งผุดแพ็กเกจช่วยลูกหนี้อ่วมโควิด ลดดอกเบี้ยเหลือ 0% คาดได้ข้อสรุปภายใน 1-2 สัปดาห์ จ่อถก ธปท.หั่นดอกแบงก์พาณิชย์สนองนโยบาย &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ออมสินคลอดมาตรการพักต้นพักดอกอุ้มธุรกิจท่องเที่ยว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ &amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เรียกผู้บริหารธนาคารเฉพาะกิจของรัฐทุกแห่งเข้าหารือเมื่อวันที่ 21 มิ.ย.เป็นการเร่งด่วน เพื่อสั่งการให้ออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ ทั้งประชาชนรายย่อยและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ในปี 2564 และให้เสนอแผนกลับมาให้กระทรวงการคลังพิจารณาภายใน 1-2 สัปดาห์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เบื้องต้นทุกธนาคารเห็นตรงกันว่าจะมีการพักชำระหนี้ให้ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบไปจนสิ้นปี 2564 จากปัจจุบันที่แต่ละธนาคารช่วงเวลาพักหนี้ไม่เท่ากันและมีเงื่อนไขที่แตกต่างกัน โดยจะทำเป็นแพ็กเกจเดียว รวมทั้งยังมีธนาคารของรัฐแห่งหนึ่งได้เสนอแผนช่วยเหลือลูกหนี้เป็นกรณีพิเศษ จากเดิมที่พักเงินต้นและจ่ายดอกเบี้ยตามปกติ หรือบางส่วน มาเป็นการพักชำระเงินต้นและลดดอกเบี้ยเหลือ 0% หรือคิดแค่ 0.01% ต่อปีเท่านั้น ทั้งนี้ มาตรการแต่ละธนาคารสามารถดำเนินการได้เลย ไม่ต้องรอมติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพราะไม่ได้ขอรับการชดเชย ธนาคารยอมสูญเสียรายได้เพื่อช่วยเหลือประชาชน แต่ยืนยันว่าไม่กระทบกับฐานะของธนาคาร เนื่องจากมีการตั้งสำรองในระดับสูง มีการบริหารความเสี่ยง มีฐานะแข็งแกร่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการลดเพดานดอกเบี้ยตามนโยบาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมนั้น &amp;nbsp;แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ กระทรวงการคลังดำเนินการผ่านพิโกไฟแนนซ์และนาโนไฟแนนซ์ มีการกำหนดอัตราดอกเบี้ยต่ำพอสมควร ขณะที่ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐมีดอกเบี้ยต่ำอยู่แล้ว อีกส่วนคือธนาคารพาณิชย์ ซึ่งคลังจะหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เร็วๆ นี้ เพื่อพิจารณาว่าสามารถทำได้หรือไม่ และทำได้มากน้อยแค่ไหน ในกลุ่มลูกค้าใดบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน &amp;nbsp;เปิดเผยว่า ออมสินได้ออกมาตรการยกเว้นการชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นระยะเวลา 6 เดือนแก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โรงแรม รีสอร์ต เกสต์เฮาส์ และเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ เพื่อช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวที่ขณะนี้ประสบภาวะยากลำบาก ซึ่งมาตรการนี้ทำให้เงินงวดเป็นศูนย์ มีผลตั้งแต่งวดเดือน ก.ค.-ธ.ค.64 โดยให้สิทธิ์แก่ผู้ประกอบการที่มีวงเงินสินเชื่อรวมไม่เกิน 250 ล้านบาท และมีหนี้ค้างชำระไม่เกิน 90 วัน สามารถแจ้งความประสงค์เข้าร่วมมาตรการได้ตั้งแต่บัดนี้ หมดเขตแจ้งความประสงค์วันที่ 23 ก.ค.64
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงแนวทางการช่วยเหลือนักเรียนนักศึกษาที่มีความจำเป็นต้องกู้เงินเพื่อการศึกษา โดยกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ได้เตรียมเงินไว้ &amp;nbsp;3.8 หมื่นล้านบาท รองรับผู้กู้ในปีการศึกษา 2564 จำนวน &amp;nbsp;6.24 แสนคน และได้ยกเลิกข้อกำหนดที่ต้องมีผู้ค้ำประกันการชำระเงินคืนกองทุนในสัญญากู้ยืมเงินใหม่ตั้งแต่ปีการศึกษา 2564 โดยได้ปล่อยกู้ไปแล้วกว่า 3 พันล้านบาท และอยู่ระหว่างการพิจารณาอนุมัติอีกส่วนหนึ่ง นอกจากนี้ กยศ. ออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ครอบคลุมทุกกลุ่ม ได้แก่ &amp;nbsp;กลุ่มที่ยังไม่ถูกดำเนินคดี คือ 1.ลดดอกเบี้ยเหลือ 0.01% &amp;nbsp;ต่อปี 2.ลดเบี้ยปรับ 100% สำหรับผู้กู้ที่ชำระหนี้ปิดบัญชี &amp;nbsp;3.ลดเบี้ยปรับ 80% สำหรับผู้กู้ที่ชำระหนี้ค้างทั้งหมด 4.ลดเงินต้น 5% สำหรับผู้กู้ที่ไม่เคยผิดนัดและชำระหนี้ปิดบัญชีในคราวเดียว 5.ลดอัตราการคิดเบี้ยปรับเหลือ 0.5% กรณีไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด ซึ่งมาตรการดังกล่าวข้างต้นจะมีผลถึง 31 ธ.ค.64.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107288</URL_LINK>
                <HASHTAG>21 มิ.ย., 21 มิ.ย.หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, คลังจี้แบงก์รัฐ, บิ๊กตู่, รับผลกระทบจากโควิด-19, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หั่นดอกเบี้ย0%, เยียวยาลูกหนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210622/image_big_60d1ed6286341.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
