<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>6826</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2018 13:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2018 13:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;บิ๊กเจี๊ยบ&#039;ย้ำสางปมบ้านพักตุลาการต้องรอบคอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 เม.ย.61-rล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาโครงการก่อสร้างอาคารศาลอุทธรณ์ภาค 5 และที่พักข้าราชการตุลาการ ที่มีการใช้พื้นที่ของกรมธนารักษ์ในต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ซึ่งตั้งบริเวณเชิงดอยสุเทพและใกล้กับเขตอุทยานแห่งชาติสุเทพ-ปุยว่า พล.ท.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ 3 ได้ประชุมเสวนาในพื้นที่เมื่อวันที่ 9 เม.ย. ที่ผ่านมากับผู้ไม่ยอมรับการก่อสร้างบ้านพักดังกล่าว ซึ่งได้ข้อสรุปประเด็นสำคัญ คือ เขาต้องการให้รื้อบ้านพัก จำนวน 45 หลังที่อยู่บริเวณด้านบน โดยพื้นที่ทั้งหมดมี 147 ไร่ &amp;nbsp;แบ่งเป็นส่วนด้านบนสุด 40 ไร่ ซึ่งไม่ได้ใช้งาน และยังคงเป็นป่าเหมือนเดิม แต่ในส่วนที่สองจำนวน 47 ไร่ ใช้สร้างพื้นที่บ้านพัก จำนวน 45 หลัง และส่วนที่สามคือพื้นที่ด้านล่างลงมาที่สร้างอาคารสำนักงานศาล และอาคารที่พักที่ประชาชนไม่ได้ติดใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ข้อยุติเมื่อวันที่ 9 เม.ย.นั้นทางแม่ทัพภาคที่ 3 และผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ จะตั้งคณะกรรมการไปตรวจสอบรายละเอียดว่ามีความจำเป็นต้องรื้อในส่วนใดบ้าง และรายงานให้ผมรับทราบในวันที่ 29 เม.ย.&amp;quot;พล.อ.เฉลิมชัยกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผบ.ทบ.กล่าวต่อว่า ในส่วนของศาลนั้นทางสำนักงานเลขานุการศาลยุติธรรมได้ทำหนังสือเสนอมาที่รัฐบาลโดยมีแนวทางเป็นเรื่องของรายละเอียดทางศาล ซึ่งจะต้องนำทุกส่วนมาบูรณาการแก้ไขปัญหาเพื่อหาทางออกร่วมกัน ซึ่งตนได้รับคำสั่งจากพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรมว.กลาโหม ที่รับผิดชอบดูแลเรื่องนี้ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แนวทางที่หารือเบื้องต้นคือเพื่อไม่ให้มีผลกระทบกับผู้ประกอบการควรจะให้ดำเนินการให้ได้ข้อยุติเสร็จสิ้นภายใน 1-2 เดือนข้างหน้า ส่วนพื้นที่ที่สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ต้องคิดว่าจะดำเนินการอย่างไรให้เกิดประโยชน์กับประชาชนในพื้นที่มากที่สุด ผมคิดว่าศาลจะเข้าใจในประเด็นนี้ &amp;nbsp;สำหรับประเด็นใครจะรับผิดชอบต่อการดำเนินการก่อสร้างบ้านจำนวน 45 หลัง เพราะมีบางกระแสให้ข้อคิดเห็นว่าควรทุบทิ้ง แต่ในแง่ข้อกฎหมายคือเงินจำนวน 300 กว่าล้านบาทที่สร้างบ้านพักและมีการทุบทิ้งใครจะรับผิดชอบ เพราะจะเป็นการเสียประโยชน์ไปโดยเปล่าประโยชน์หรือไม่ หรือเราควรใช้พื้นที่ดังกล่าวใช้เป็นพื้นที่ประโยชน์ในภาพรวมของจ.เชียงใหม่ เพื่อให้ประชาชนในจังหวัดได้ประโยชน์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามกรณีนี้จะกลายเป็นบรรทัดฐานและจะมีการเรียกร้องในลักษณะนี้อีกหรือไม่ พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า &amp;nbsp;ต้องทบทวนด้วยความรอบคอบและคงไม่สามารถฟันธงในวันสองวันนี้ เพราะต้องทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับชาติบ้านเมืองและเป็นมาตรฐานต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6826</URL_LINK>
                <HASHTAG>23ศาล, ขอคืนผืนป่าดอยสุเทพ, คสช., ดอยสุเทพ, บ้านพักตุลาการ, ผบ.ทบ., พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.เฉลิมชัย  สิทธิสาท, เชียงใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180219/image_big_5a8a651a7ee94.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3969</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/02/2018 11:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/02/2018 13:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดีเดย์1มี.ค.นี้23ศาลนำร่องใช้กำไลEMสวมข้อเท้าผู้ต้องหา-จำเลยแทนหลักทรัพย์ประกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.พ.61- ที่ห้องประชุมชั้น 12 สำนักงานศาลยุติธรรม ถ.รัชดาภิเษก นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม และนายประสาร มหาลี้ตระกูล อธิบดีกรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม ได้ร่วมลงนามบันทึกความตกลง (MOU) ความร่วมมือการเชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศโดยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างสำนักงานศาลยุติธรรมและกรมคุมประพฤติ เพื่อนำมาใช้ในการสืบเสาะและพินิจจำเลย การสั่งให้ดำเนินการควบคุมความประพฤติ โดยจะเริ่มดำเนินการเชื่อมโยงไฟล์เอกสารระหว่างศาลยุติธรรม 235 แห่ง กับสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 2 เม.ย. นี้เป็นต้นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันเดียวกันนี้ นายสราวุธยังได้แถลงข่าวการนำอุปกรณ์ EM หรือกำไลข้อเท้า มาใช้แทนการวางเงินประกันผู้ต้องหาหรือจำเลยในการขอปล่อยชั่วคราว เพื่อใช้สืบเสาะพฤติกรรมผู้ต้องหาหรือจำเลยคดีอาญา ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำของสังคม และลดปริมาณผู้ต้องขัง หรือจำเลยโดยมีศูนย์ควบคุมตรวจสอบติดตามการปล่อยชั่วคราวตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสราวุธ กล่าวว่า หากผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีหลักทรัพย์เพียงพอ หรือพฤติการณ์ไม่ร้ายแรง ก็เป็นดุลยพินิจศาลว่าจะใช้กำไลข้อเท้าควบคุมหรือไม่ ที่ผ่านมาจากการประเมินพบว่า &amp;nbsp;มีความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ โดยจะเริ่มใช้กำไลข้อเท้าจำนวน 5,000 เครื่อง กับผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีอาญาในวันที่ 1 มี.ค.นี้ กับศาลนำร่อง 23 ศาลทั่วประเทศ อาทิ ศาลอาญา 600 เครื่อง ศาลจังหวัดมีนบุรี 600 เครื่อง ศาลอาญากรุงเทพใต้ 300 เครื่อง ศาลอาญาธนบุรี 300 เครื่อง ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง 50 เครื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ซึ่งกำไลข้อเท้าจะทำให้เจ้าพนักงานศาลรู้ว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยปฏิบัติตามเงื่อนไขศาลหรือไม่ เช่น &amp;nbsp;ป้องกันการหลบหนี หรือจะก่อเหตุประทุษร้ายกับผู้เสียหายอีก การออกนอกพื้นที่ หรือการฝ่าฝืนเงื่อนไข ศาลจะพิจารณาออกหมายจับต่อไป &amp;nbsp;ซึ่งการนำเทคโนโลยีมาใช้การจัดการบริหารคดี เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม สะดวก รวดเร็ว ประหยัด ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของประธานศาลฎีกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายกำพล รุ่งรัตน์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลประจำสำนักประธานศาลฎีกา กล่าวว่า กำไลข้อเท้า EM ซึ่งติดระบบนำทาง GPS ไว้มีน้ำหนักเบา 230 กรัม จะถูกสวมที่ข้อเท้าผู้ต้องหาหรือจำเลยตลอดเวลา เพื่อใช้กำหนดพื้นที่การเดินทาง ความเคลื่อนไหว และพื้นที่ต้องห้าม สอดส่องพฤติกรรมของผู้ใช้ หากมีการกระทำผิดเงื่อนไข เช่น ออกนอกพื้น มีการทำลายกำไลข้อเท้า ฯลฯ เครื่องจะแสดงสัญญาณไปที่ศูนย์ควบคุมฯ ให้เจ้าหน้าที่ดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ผลัดละ 8 คน 8 ชั่วโมง รายงานต่อผู้พิพากษาเวรแต่ละศาลเพื่อพิจารณาออกหมายจับผู้ต้องหาหรือจำเลยทันที สำหรับกำไลข้อเท้า EM นี้ในปีแรก ทางศาลยุติธรรมจะเริ่มใช้จำนวน 5,000 เครื่อง ใช้งบประมาณ 80.8 ล้านบาทและจะเพิ่มเป็น 10,000 เครื่องให้แก่ศาลอื่นๆ ในปีที่ 2 โดยจะมีการประเมินผลการใช้งานแบบปีต่อปี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3969</URL_LINK>
                <HASHTAG>23ศาล, กำไลข้อเท้า, จำเลย-ผู้ต้องหา, ดีเดย์1มี.ค., ติดตามตัว, สำนักงานศาลยุติธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180227/image_big_5a94f55dc123b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
