<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>88042</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/12/2020 15:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/12/2020 15:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ลูกชายขุนนิรันดรชัย&#039; สมาชิกคณะราษฎร แถลงขอพระราชทานอภัยโทษแทนบิดา กระทำมิบังควรต่อทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ธ.ค.63 - เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ห้องพินนาเคิล 1 - 2 โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล บางกอก พล.ท.สรภฎ นิรันดร บุตรชายของ พ.ต.เสวก นิรันดร หรือขุนนิรันดรชัย หนึ่งในสมาชิกคณะราษฎร 2475 สายทหารบก แถลงข่าวขอสำนึกผิดแทนบิดา ที่ได้กระทำการมิบังควรต่อทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์มาเป็นของตนเองโดยมิชอบ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.สรภฎ กล่าวว่า ขณะบิดามียศเป็น ร.ท. ได้ร่วมกับผู้บังคับบัญชา กระทำการเปลี่ยนแปลงการปกครองในนามคณะราษฎร 2475 สายทหารบก ต่อมาเมื่อรับราชการเป็น พ.ต. บิดาได้ลาออก เนื่องจากคณะราษฎรแต่งตั้งให้ท่านเป็นนายกองก่อตั้งอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ก่อสร้างอาคารบนสองฝั่ง ถ.ราชดำเนิน และท่านได้สร้างที่อยู่อาศัยของท่านเป็นตึก 4 ชั้น ตรงข้ามวังสวนจิตรลดา ปัจจุบันให้โรงเรียนเอกชนเช่า นอกจากนี้ บิดาได้รับแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการตรวจสอบพระคลังข้างที่กับทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ตั้งแต่ปี 2475-2491 สมัยนั้นมี ส.ส.อุบลราชธานี อภิปรายถึงความไม่โปร่งใสของคณะกรรมการตรวจสอบพระคลังข้างที่ บิดากับพวกจึงจับ ส.ส.ท่านนั้น โยนน้ำหน้าตึกรัฐสภา ต่อมาบิดาได้ร่วมกับหลวงธำรงนาวาสวัสดิ์ ก่อตั้งธนาคารนครหลวง กระทั่งบิดาได้เป็นประธานธนาคารนครหลวงในเวลาต่อมา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.สรภฎ กล่าวอีกว่า เรื่องสำคัญคือก่อนบิดาเสียชีวิต บิดาได้สำนึกในความผิดว่า ท่านเป็นข้าราชการทหาร แต่ท่านได้เสียน้ำพิพัฒน์สัตยาต่อพระมหากษัตริย์ สมัยที่ท่านเป็นกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ท่านได้ทำเรื่องบางเรื่องที่มิบังควร ท่านได้สั่งเสียต้องการขอพระราชทานอภัยโทษ แต่บิดาก็ไม่มีโอกาสได้เสียชีวิตไปก่อน ด้วยโรคความดันโลหิตสูง และอัมพาต เวลาผ่านมาตนได้ปรึกษาเรื่องนี้กับพี่ชายต่างมารดา ซึ่งบอกว่าเป็นโอกาสอันดีที่เราควรจะทำกัน แม้แต่นามสกุลก็เป็นนามสกุลพระราชทาน แต่พี่ชายก็ได้เสียชีวิตไปก่อน ตนเห็นว่าเวลานี้รั้งรอไม่ได้อีก เพราะบุตรของบิดาที่มีชีวิตอยู่ขณะนี้ 4 คน เหลือตนเพียงคนเดียวที่ยังพอมีแรงทำได้ คนอื่นนั่งรถเข็นหมด จึงต้องทำตามความประสงค์ของบิดา ขอทำหน้าที่ตามที่ได้สั่งเสียไว้ก่อนเสียชีวิต &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น พล.ท.สรภฎ ได้ทำพิธีขอพระราชทานอภัยโทษต่อหน้าพระบรมรูปและพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ร.7, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ร.8, และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ร.9 โดยกล่าวทั้งน้ำตาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ว่า &amp;ldquo;ข้าพเจ้า พล.ท.สรภฎ นิรันดร กราบขออภัยแทนบิดาคือ พ.ต.เสวก นิรันดร คณะราษฎร 2475 ซึ่งไม่มีโอกาสแล้ว ผมขอทำหน้าที่แทน พระราชทานบรมราชานุญาตต่อล้นเกล้าทั้ง 3 พระองค์ ขอพระราชทานอภัยโทษ ทั้งนี้ เพื่อวิญญาณของของคุณพ่อผม ขุนนิรันดรชัย จะได้ไปสู่สุขคติ และความเป็นสิริมงคลจะได้นำมาสู่ครอบครัวตระกูลนิรันดร&amp;rdquo; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา พล.ท.สรภฎ แถลงข่าวต่อด้วยว่า สิ่งที่อยากบอกคือ สถาบันพระมหากษัตริย์อยู่คู่กับประเทศไทยมานาน อยากให้เยาวชนศึกษาประวัติศาสตร์ให้ถ่องแท้ ว่าสถาบันพระมหากษัตริย์ได้ร่วมสร้างบ้านเมืองมาตั้งแต่อดีต ย้อนไปช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ประเทศไทยแพ้สงคราม กองทัพสัมพันธมิตรเข้าสู่ประเทศไทยเต็มไปหมด ด้วยพระบารมีล้นเกล้า ร.8 ท่านเป็นประธานสวนสนามต่อกองทัพพันธมิตร ซึ่งเป็นเกียรติประวัติแก่ประเทศไทย และอยากให้เยาวชนยึดถือพระราชดำรัสล้นเกล้า ร.9 ว่าการรับรู้สื่อต่างๆ ควรใช้สติรู้คิดปัญญารู้ตัว อย่าเชื่ออะไรง่ายๆ เพราะเยาวชนเป็นอนาคตของประเทศ ซึ่งต้องดูแลและรักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ และรักษาบ้านเมืองไว้ตราบชั่วฟ้าดินสลาย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามถึงการแถลงข่าวในครั้งนี้ มีนัยอื่นถึงความเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับการปฏิวัติของคณะราษฎร 2475 หรือไม่ พล.ท.สรภฎ ระบุว่า เป็นเรื่องเฉพาะตัว บิดาเป็นหนึ่งในคณะราษฎร สำนึกผิดก่อนเสียชีวิตในการกระทำ วันนี้ถ้าดวงวิญญาณของบิดารับรู้คงไปสู่สุคติ ตนได้ทำหน้าที่แทนบิดา และไม่สามารถตอบแทนคณะราษฎรหรือลูกหลานคณะราษฎรคนอื่นได้ อย่างไรก็ตาม จากที่มีโอกาสคุยกับบุตรของคณะราษฎรบางคน ก็รู้สึกสำนึกผิด และอยากขอพระราชทานอภัยโทษเช่นกัน แต่ไม่มีโอกาส &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีผู้ชุมนุมราษฎร 2563 เสนอปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์มองอย่างไร พล.ท.สรภฎ มองว่า เยาวชนมีความรักต่อสถาบัน แต่การแสดงออกของเขาในรูปแบบต่างๆ ตนก็ไม่เข้าใจ เพราะเขาเป็นอนาคต ที่ต้องรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ให้ดำรงอยู่ต่อไป ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ยังมีสถาบันพระมหากษัตริย์หลังการแผ่อิทธิพลของจักรวรรดินิยม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามถึงการฟ้องร้องคดีเกี่ยวกับมรดกของครอบครัวเมื่อปี 2561 ต่อศาลแพ่ง มีผลเป็นอย่างไร พล.ท.สรภฎ กล่าวว่า ภายหลังได้ถอนฟ้องแล้วในปี 2562 เนื่องจากพูดคุยเข้าใจกัน เป็นพี่น้องกันก็ถอนฟ้องหมด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และถามว่าในอนาคตจะมีการคืนทรัพย์สินกลับไปหรือไม่ นายสรภฎ กล่าวว่า ควรจะกลับไป แต่ของที่กลับไปต้องบริสุทธิ์ผ่องใส เรื่องที่ดินจะกลับไปตนไม่ขัดข้อง แต่ต้องถามความเห็นของหลานๆ ส่วนตนแม้แต่ชีวิตก็สละได้ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ภายหลัง พล.ท.สรภฎ แถลงข่าวเสร็จสิ้น ได้พูดคุยเพิ่มเติมกับนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย ม.รังสิต ที่เดินทางมาติดตามการแถลงข่าวและให้กำลังใจ โดย พล.ท.สรภฎ ระบุว่า คุณพ่อเสียตอนตนอายุ 14 ปี รู้เรื่องการเมืองและคณะราษฎรจากคุณแม่ ซึ่งจะรู้การเมืองเยอะ ตนทราบหลายเรื่องจากที่คุณแม่ถ่ายทอดให้ฟัง บางเรื่องไม่สามารถถ่ายทอดต่อสาธารณะได้เพราะเป็นในทางลบ จะเสียหายไม่ถูกต้อง ซึ่งมีเหตุผลอย่างยิ่งที่พ่อสำนึกผิด พ่อบอกทำอะไรไว้หลายประการไม่ถูกต้อง จึงอยากขอพระราชทานอภัยโทษ แต่บั้นปลายท่านไม่มีโอกาสแล้ว เพราะเป็นอัมพาต ได้แต่นอนร้องไห้ บอกที่ท่านเป็นอย่างนี้เพราะท่านถือน้ำพิพัฒน์สัตยา ทำไม่บังควรต่อสถาบันพระมหากษัตริย์.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88042</URL_LINK>
                <HASHTAG>2475, คณะราษฎร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201226/image_big_5fe6ec63a6584.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81815</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/10/2020 13:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/10/2020 13:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยกเครื่องเนื้อหาเรียนประวัติศาสตร์2475 หวังเข้าใจปัจจุบัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;

26ต.ค.63-&amp;quot;สุภัทร&amp;quot; เผย ศธ. กำลังยกเครื่องหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน เติมเนื้อหาประวัติศาสตร์ &amp;nbsp;ตั้งแต่พ.ศ. 2475-2500 เป็นต้นไป ลงไปในบทเรียน หวังสร้างการเรียนรู้ พัฒนาการที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน คาดเห็นเป็นรูปร่าง พ.ย.นี้ และทันใช้ปี 2565

นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ในการประชุมการจัดทำหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 ที่มีนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธาน ร่วมกับนักวิชาการจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) &amp;nbsp;ที่ประชุมได้หารือเรื่องการปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน และหลักสูตรฐานสมรรถนะที่มีการปรับใช้นำร่องมาก่อนหน้านี้แล้ว โดยที่ประชุมส่วนใหญ่แสดงความเห็นว่าหลักสูตรฐานสมรรถนะที่มีใช้นำร่องจัดการเรียนการสอนเรียนในระดับประถมศึกษาปีที่ 1-3 ไปแล้วนั้น หลักสูตรดังกล่าวจะสามารถนำมาใช้เรียนในระดับชั้นอื่นๆ ได้จริงหรือไม่ ดังนั้นคณะทำงานปรับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานจึงมีข้อสรุปว่าให้นำทั้งหลักสูตรฐานสมรรถนะและหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 มาแจกแจงในรายละเอียดทั้งหมดของเนื้อหาภายในหลักสูตร และนำมาผสมผสานปรับเนื้อหาการเรียนรู้ใหม่ โดยจะแบ่งและจัดหมวดหมู่การเรียนรู้ของเด็กแต่ละช่วงชั้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
นายสุภัทร กล่าวต่อว่า สำหรับการปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานรูปแบบใหม่นั้น จะเป็นการปรับหลักสูตรใน 8 กลุ่มสาระวิชาหลัก จากหลักสูตรเดิมมาอัพเดทใหม่ให้มีความทันสมัยมากขึ้น เช่น วิชาสังคมศึกษา ด้านเนื้อหาประวัติศาสตร์ไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ.2475-2500 เป็นต้นไป มีเนื้อหาทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญบางช่วงบางตอนขาดหายไป อย่างเรื่องแผนพัฒนาการเศรษฐกิจแห่งชาติ ทั้งยังไม่มีการใส่เนื้อหาอื่นๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาเหล่านี้เอาไว้ในบทเรียนจึงทำให้เด็กไม่ได้เรียนรู้การพัฒนาที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยในแต่ละยุคสมัยจนถึงปัจจุบัน ดังนั้นหลักสูตรใหม่จะเติมเนื้อหาที่ขาดหายเหล่านี้ใส่ไว้ด้วย รวมถึงวิชาวิทยาศาสตร์ก็จะปรับให้เป็นการเรียนพื้นฐานวิชาวิทยาศาสตร์เบื้องต้นผสมผสานกับวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ อย่างไรก็ตาม หลักสูตรใหม่จะไม่เน้นการท่องจำแต่จะสร้างบทเรียนให้เด็กคิดวิเคราะห์เป็น โดยการปรับเนื้อหาในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานนั้น จะมีมหาวิทยาลัยมาช่วยออกแบบหลักสูตรให้ &amp;nbsp;

&amp;ldquo;ผมคาดว่าคณะทำงานปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานจะเสนอโฉมใหม่ของหลักสูตรให้รมว.ศธ. พิจารณาได้ช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนนี้ เนื่องจาก รมว.ศธ.ต้องการให้หลักสูตรใหม่ได้ทันใช้ในปีการศึกษา 2565 นอกจากนี้เรายังมีสิ่งที่เรากำลังเป็นกังวล คือ เมื่อมีการปรับหลักสูตรแล้วครูจะสามารถปรับแผนการเรียนการสอนล้อตามหลักสูตรใหม่ได้หรือไม่ ซึ่งก็ฝากสถาบันผลิตครูจะต้องปรับการเรียนของนักศึกษาครูให้เชื่อมโยงกับหลักสูตรใหม่ด้วย&amp;rdquo;ปลัด ศธ. กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81815</URL_LINK>
                <HASHTAG>#วิชาประวัติศาสตร์, 2475, ปรับปรุงหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน, สุภัทร จำปาทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201001/image_big_5f75a9243b161.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77898</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2020 07:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2020 07:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วรงค์-ไทยภักดี&#039; จัดหนักแต่เช้า!ม็อบ 19 กันยาทำไมต้อง 2475 ลั่นนี่ประเทศไทยไม่ใช่ไทยซัมมิท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ย.63 - นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม แกนนำกลุ่มไทยภักดี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยมีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำไมต้อง2475&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แปลกไหมครับ ม็อบปลดแอกทำไมต้อง 2475 คนรุ่นนั้นไม่มีใครหลงเหลือแล้ว ยังพยายามขุดขึ้นมาบิดเบือน สิ่งนี้ทำให้ ประชาชนอยู่ดีกินดีหรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้เวลาจะผ่าน 88 ปี แต่ก็ยังออกมาสร้างจินตนการ บิดเบือนความจริง อ้างชื่อคณะราษฎร แต่ราษฎรทั้งประเทศ ไม่รู้เรื่องต่อเหตุการณ์ครั้งนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความจริงก็คือพวกอีลิทเด็กนอก ได้ทุนเล่าเรียนหลวงไปเรียนที่ฝรั่งเศส มักใหญ่ใฝ่สูง สมคบกับกองทัพในขณะนั้น อยากให้เป็นแบบฝรั่งเศส ปล้นพระราชอำนาจ แต่อ้างว่าปฏิวัติโดยราษฎร จบด้วยการแย่งชิงอำนาจกันเอง แค่นี้ก็บิดเบือนความจริงของประวัติศาสตร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าไม่มีการปล้นพระราชอำนาจเสียก่อน ปล่อยให้เป็นไปตามแผน ที่ล้นเกล้ารัชการที่ 7 วางแผน เหมือนการเลิกทาส สมัยล้นเกล้ารัชการที่ 5 ระบอบประชาธิปไตยของชาติ น่าจะได้นักการเมืองที่ดีกว่านี้ กระดุมแห่งประชาธิปไตยเม็ดแรก กลัดผิดมา 88 ปี แทนที่จะแก้ไข วันนี้ยังขืนดื้อดึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การรื้อฟื้นภารกิจ 2475ในวันนี้ ไม่เพียงแต่จะล้มล้างอำนาจรัฐ แต่หวังใหญ่กว่านั้นคือ ล้มล้างสถาบัน อยากจะมาเป็นประธานาธิบดีเสียเอง โดยไม่ตักน้ำใส่กะลา ดูเงาหัวตนเองเสียเลย แค่เงินเมย์เดย์ 3000 บาทถ้วนหน้า ยังโกหกไม่โปร่งใส มาก่อนได้ก่อนก็ยังไม่จริง ยังกล้ามาหลอกลวงประชาชนอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่รัฐบาล พวกโกงชาติโกงแผ่นดิน เช่นจำนำข้าว หลายแสนล้านบาท ต้องเอาเงินประชาชนมาใช้หนี้ปีละ 50,000 ล้านบาทนานถึง 16ปีกลับเงียบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใช้อำนาจแก้กฏหมาย ให้ต่างชาติถือหุ้นโทรคมนาคมจาก 25%มาเป็น 50% หลังกฏหมายมีผล ก็ขายหุ้นโดยไม่เสียภาษีสักบาท ทั้งๆที่เป็นเรื่องความมั่นคงของชาติ กลับไม่ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ให้รัฐบาลพม่ากู้เงินชาติ ซื้อของตนเอง แต่เอาเงินประชาชนมาจ่ายสมทบค่าดอกเบี้ย ไปเจรจาการค้าตนเอง แต่อาประโยชน์ชาติไปแลกเปลี่ยน ให้เมียซื้อที่หลวงราคาถูก เอาวันที่ 31ธันวาเป็นวันทำงาน เผื่อโอนที่ไม่เสร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จังหวัดไหนไม่เลือกไม่ดูแล แทรกแซงกกต.จนต้องติดคุก เอาถุงเงินไปให้ศาล แต่ศาลไม่รับ รวมทั้งออกกฏหมายล้างผิดเพื่อให้คนโกงกลับบ้านอย่างเท่ห์ๆ แต่ไม่พูดถึงสักคำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านประชามติ เท่ากับว่าได้รับการสถาปนาโดยประชาชน แต่อยากจะแก้โดยไม่เห็นหัวประชาชนแม้แต่น้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เท่ากับว่าคนพวกนี้ ตั้งใจไม่พูดถึงสิ่งเหล่านี้ กำลังสนับสนุนพวกปล้นชาติ โกงแผ่นดิน มีเป้าหมายร่วมกัน เพื่อล้มล้างสถาบัน ครองอำนาจรัฐ โดยไม่สนใจความถูกต้อง เปรียบแล้วก็เหมือนลูกเศรษฐี ที่ได้รับการตามใจ อยากได้ของเล่น แต่ลืมคิดไปว่า นี่คือประเทศ ไม่ใช่บริษัทของแม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงเวลาแล้ว ถ้ายังดื้อดึง ที่อยากจะได้ ต้องออกมาเล่นเอง หยุดหลอกลวงลูกหลานประชาชนได้แล้ว เพราะนี่คือประเทศไทย ไม่ใช่ไทยซัมมิท จะได้รับรู้ว่า ประชาชนคนไทย นั้นรักและหวงแหนประเทศชาติขนาดไหน
#เลิกเป็นอีแอบได้แล้ว
#คนไทยจะไม่ยอมให้คนพวกนี้อยู่ประเทศไทย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77898</URL_LINK>
                <HASHTAG>2475, การเมือง, ธนาธร, ม็อบ19กันยา, วรงค์, ไทยภักดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200919/image_big_5f65550048c1b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69886</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2020 18:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2020 18:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย่าปั้นเรื่อง &#039;อดีตบิ๊กข่าวกรอง&#039; กางอีกหน้าประวัติศาสตร์ 2475</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มิ.ย.63 &amp;nbsp;- นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก &amp;nbsp;โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประวัติศาสตร์​ 2475 ไม่ใช่หน้าเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 &amp;nbsp;มิถุนายน​ เมื่อ​ 88 ปีที่แล้ว​ คณะราษฏรได้เข้าเฝ้าในหลวง​ ร.7​ เพื่อขอพระราชทานรัฐธรรมนูญ​พระองค์ไม่ทรงเห็นด้วยกับเนื้อหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในร่างรัฐธรรมนูญ​ แต่โดยเหตุที่มีพระประสงค์จะให้ประเทศได้มีรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว​ จึงได้ทรงโปรดลงพระปรมาภิไธย​ แต่ทรงเขียนต่อท้ายว่า​ &amp;quot;ชั่วคราว&amp;quot; อันเป็นเหตุให้คณะราษฏรต้องตั้งคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
สาระสำคัญในร่างฉบับชั่วคราวที่ทรงมีพระราชดำริไม่เห็นด้วย​ คือ​ การจัดตั้งคณะกรรมการราษฏร​ &amp;nbsp;ซึ่งคล้ายคลึงกับคณะโปลิบูโร​ แบบคอมมิวนิสต์โซเวียตรัสเซีย​ ที่มีอำนาจเหนือเสนาบดี​ และการที่สมาชิกสภากึ่งหนึ่งมาจากการแต่งตั้ง
ในหนังสือบันทึกของพระยาทรงสุรเดช​ (จัดทำโดยนรนิติ​ เศรษฐบุตรและชาญวิทย์​ เกษตรศิริ)​ ปฏิเสธสาเหตุของการยึดอำนาจ​ ไม่เป็นความจริงที่ว่า​ คนไทยยากจนและไม่พอใจเพราะถูกเก็บภาษีเพิ่มขึ้น​ ประชาชนไม่เคยคิดปลดแอก​ ประชาชนไม่มีความรู้การปกครอง แม้แต่ข้าราชการก็ไม่รู้เรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันที่​ 30​ มิถุนายน​ 2475​ คณะผู้ก่อการยึดอำนาจได้เข้าเฝ้าในหลวง​ ร.7 &amp;nbsp;(จดบันทึกโดยเจ้าพระยามหิธร) ในหลวง​ ร.7 ทรงไม่พอใจแถลงการณ์ของคณะราษฏร ที่กล่าวร้ายพระองค์​ &amp;nbsp;และได้ทรงถามว่า​ เมื่อไม่นับถือ​ ก็ไม่ต้องให้เป็นพระมหากษัตริย์​ และทำไมไม่ตั้งเป็น​ Republic เสียเลย​ &amp;nbsp;แต่คณะราษฏร​ได้กราบขอพระราชทานอภัยโทษที่ก้าวล่วงพระเกียรติยศ​ &amp;nbsp; และพระยามโนปกรณ์นิติธาดา​ นายกฯคนแรกได้กราบบังคับทูลว่า​ &amp;nbsp;คณะผู้ก่อการฯไม่เคยคิดถอดถอนพระมหากษัตริย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความจริงต้องถูกเปิดเผย​ อย่าปั้นเรื่อง.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69886</URL_LINK>
                <HASHTAG>2475, คณะราษฎร, นันทิวัฒน์ สามารถ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200624/image_big_5ef2b2ca7fffb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69661</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2020 09:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2020 09:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประธานคณะก้าวหน้าสุดคึก!โวลั่นสักวันหนึ่งชัยชนะจะเป็นของเรา ไม่มีใครฉุดรั้งอนาคตได้ตลอดกาล ไม่มีใครเอาชนะกระแสแห่งกาลเวลาตลอดไป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มิ.ย.63 - นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;88 ปี การเปลี่ยนแปลงการปกครอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเขียนบทความนี้ขึ้นหลังจากนั่งติดตามดูการจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองวันครบรอบ 88 ปี วันเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิถุนายน 2475 มาทั้งวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันครบรอบ 24 มิถุนายนปีนี้คึกคักมากกว่าปีที่ผ่านๆ มา กิจกรรมถูกจัดขึ้นตั้งแต่ฟ้าสางจนถึงมืดค่ำ ทั่วทุกภูมิภาค ทั้งในสถานที่สาธารณะและในโลกออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บ้างจัดเพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของเหตุการณ์ ที่เปลี่ยนความสัมพันธ์ทางชนชั้นของคนในสังคม จากเจ้า-ไพร่ เป็นพลเมืองที่เสมอภาคกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บ้างจัดเพื่อต่อต้านการทำให้ลืมของชนชั้นอภิสิทธิ์ชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บ้างจัดเพื่อต่อต้านอำนาจเผด็จการซึ่งเถลิงอำนาจอยู่ในปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุกกิจกรรมตระหนักถึงความสำคัญของข้อตกลงในการรักษาเสรีภาพและสันติสุขในการอยู่ร่วมกันของสังคมสมัยใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นั่นคือประชาชนเป็นเจ้าของประเทศร่วมกัน ประชาชนเป็นผู้ทรงอำนาจสูงสุด และความคิดเห็นต่างในการพัฒนาบ้านเมืองควรตัดสินกันผ่านหีบเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การรำลึกถึงเหตุการณ์ในอดีต รวมถึงการก่อสร้างอนุสาวรีย์ หรือรูปปั้นรำลึกบุคคลต่างๆ แสดงออกถึงคุณค่าที่สังคมนั้นยึดถือในข่วงเวลานั้นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเวลาผ่านไป คุณค่าที่สังคมยึดถือเปลี่ยนไป ความสำคัญของการรำลึกถึงเหตุการณ์หรือของอนุสาวรีย์รูปปั้น ก็ย่อมเปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้สังคมกลับมาให้ความสำคัญกับวันเปลี่ยนแปลงการปกครองอีกครั้ง ทั้งๆ ที่รัฐพยายามทำให้สังคมลืมวันนี้มาตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา นั่นย่อมบอกถึงปัจจุบันและอนาคตได้เป็นอย่างดีว่า คุณค่าที่สังคมยึดถือกำลังเปลี่ยนไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การข่มขู่คุกคามด้วยคำพูด, ท่าทาง หรือทางกฏหมาย ต่อผู้จัดงานรำลึก ที่เกิดขึ้นในวันนี้ แสดงให้เห็นเป็นอย่างดีว่าสังคมไม่ปกติ สิทธิเสรีภาพถูกริดรอน และผู้มีอำนาจกำลังหวาดกลัวกับสายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงที่พวกเขาไม่เข้าใจและคุมไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่มีใครฉุดรั้งอนาคตได้ตลอดกาล ไม่มีใครเอาชนะกระแสแห่งกาลเวลาตลอดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กิจกรรมต่างๆ ที่ผู้คนมากหน้าหลายหลากริเริ่มและจัดอย่างกล้าหาญ เป็นแรงบันดาลใจให้ผมก้าวต่อไปอย่างมีความหวัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความหวังที่ตั้งมั่นอยู่การพาสังคมกลับสู่ความเป็นประชาธิปไตย ที่คนในสังคมอยู่ดีมีสุข และเสมอภาคกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอให้กำลังใจผู้จัดงาน และผู้มีส่วนร่วมทุกท่าน ร่วมก้าวเดินไปด้วยกันอย่างมั่นคง ปกป้องกันและกันในเวลาที่ยากลำบาก เพื่อส่งต่อสังคมที่ดีกว่านี้ให้กับคนรุ่นต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สักวันหนึ่งชัยชนะจะเป็นของเรา
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69661</URL_LINK>
                <HASHTAG>2475, การเมือง, ธนาธร, ประชาธิปไตย, เสรีภาพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200119/image_big_5e24549d4d544.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69657</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2020 08:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2020 08:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นันทิวัฒน์&#039;ยกพระยาทรงสุรเดชเขียนก่อนตาย&#039;ความผิดใหญ่หลวง​นำคนหิวเงินหิวอำนาจ​เปลี่ยนแปลงการปกครอง​&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มิ.ย.63- นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Nantiwat Samart &amp;nbsp;ว่าอย่าผิดซ้ำรอย​ 2475&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวานนี้​ 24 มิถุนายน​ กลุ่มนักศึกษาและประชาชนจำนวนหนึ่ง​ (น้อยนิด)​ ออกมาชุมนุมแสดงอุดมการ 2475​ บอกว่าจะสานต่อภารกิจ
2475​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประวัติศาสตร์ไม่ได้มีหน้าเดียว​ อ่านให้หมดทุกหน้า​ จะได้ไม่ถูกแกนนำผลักออกมาสู้แต่แกนนำหลบอยู่ข้างหลัง​ อย่าให้เหมือนที่พระยาทรงสุรเดชเขียนก่อนตาย​ ว่า​ &amp;quot;ไม่มีความผิดครั้งใดในชีวิตของฉันจะใหญ่หลวง​ เท่ากับนำคนหิวเงินหิวอำนาจ​ เข้าเปลี่ยนแปลงการปกครอง​ 24​ มิถุนายน​ 2475&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะราษฏรไม่เคยให้ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์​ นอกจากการยึดอำนาจจากพระมหากษัตริย์เป็นอำนาจของตนเอง​ และหวงอำนาจ​ รัฐธรรมนูญครึ่งใบ​ มีสมาชิกสภามาจากการแต่งตั้งครึ่งหนึ่ง​ ยุบเลิกโรงเรียนและการศึกษา​ เพราะกำหนดว่า​ ต้องให้คนไทยจบชั้นประถมครึ่งประเทศถึงให้มีประชาธิปไตยเต็มใบ​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศไทย.. บหายเพราะนักการเมืองคอรัปชั่นโกงกิน​ พระมหากษัตริย์ส่งคนไทยไปเรียนต่างประเทศ​ ทรงเตรียมคนเพื่อการพัฒนาประเทศ​ แต่คนเหล่านั้นส่วนใหญ่ถูกจับ​ ขังเกาะตารุเตา​ ฆ่าทิ้ง​ ไทยต้องเสียปัญญาชนดีๆไปมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เคยถามตัวเองมั้ยว่า​ ทำไมคนไทยถึงรักในหลวง​ ทำไมคนไทยจำนวนมากถึงออกมาปกป้องสถาบัน​ เพราะในหลวงรักประชาชน​ ทรงมีพระเมตตาโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน​ ไม่เคยแบ่งแยกคนไทย​ ตรงกันข้าม​ ทรงตรัสให้คนไทยรู้รักสามัคคี.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69657</URL_LINK>
                <HASHTAG>2475, นันทิวัฒน์ สามารถ, อดีตบิ๊กข่าวกรอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200624/image_big_5ef2b2ca7fffb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69634</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2020 20:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2020 20:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟังไว้ &#039;จตุพร&#039; ชี้ 24 มิถุนาแค่เหตุการณ์หนึ่งของประวัติศาสตร์ แนวคิด 2475 นำมาใช้กับปัจจุบันไม่ได้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มิ.ย.63 - นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เฟซบุ๊คไลฟ์ PEACETALK ในวันครบรอบ 88 ปีของการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อ 2475 โดยเชื่อว่า การอภิวัฒน์ 24 มิถุนา 2475 เป็นบทเรียนของยุคสมัยหนึ่ง ย่อมมีทั้งความสำเร็จ และล้มเหลว ซึ่งเป็นปัจจัยจำเพาะของแต่ละยุคสมัยที่แตกต่างกัน พร้อมหวังในยุค 2563 จะเกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเพื่อระดมความเห็นกำหนดก้าวย่างฝ่าทางตันที่รัฐธรรมญ 2560 ออกแบบวางกับดักของประเทศไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร กล่าวว่า เหตุการณ์วันที่ 24 มิถุนา 2475 ถูกจารึกเป็นวันเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นประชาธิปไตยและถึงวันนี้ครบ 88 ปี แต่ตนเห็นว่า ตลอดเวลา 88 ปียังไม่มีวันใดเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีช่วงหนึ่ง นายปรีดี พนมยงค์ ผู้นำคณะราษฎรสายพลเรือน ซึ่งช่วงนำเปลี่ยนแปลงการปกครองนั้น คณะราษฎรส่วนมากมีอายุแค่ 32 ปี อยู่ในวัยหนุ่ม และเคยกล่าวถึงความผิดพลาดต่อการพัฒนาประชาธิปไตยที่ล่าช้าในช่วง 14 ปีแรกว่า เกิดจากขบวนการขัดแย้งภายในขบวนการเมือง พรรคการเมืองในประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความผิดพลาดนั้น ส่วนหนึ่งมาจากคณะราษฎรขาดการศึกษาความขัดแย้งในขบวนการเมือง ขาดความระวังต่อการฟื้นซากทัศนคติเผด็จการทาสศักดินาขึ้นมาโต้การอภิวัฒน์ นอกจากนี้ยังคิดแต่เพียงเอาชนะทางยุทธวิธียึดอำนาจรัฐ ไม่คิดรักษาความชนะเอาไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกอบกับคณะราษฎรมีความรู้ทางการทหาร แม้หลายคนรู้ทางทฤษฎีสถาปนาประเทศ แต่ขาดความชำนาญในการปฏิบัติ ขาดการติดต่อกับราษฎรอย่างกว้างขวาง รวมทั้งมีความคาดหวังสูงเกินไปกับอดีตข้าราชการที่มาร่วมบริหารประเทศ จึงเป็นเหตุให้เกิดความขัดแย้งรุนแรงในขบวนการปฎิวัติถึงกับปิดสภาและงดใช้รัฐธรรมนูญ 2475&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร กล่าวว่า มุมมองของนายปรีดี เป็นการมองย้อนหลังอย่างเป็นระบบ ส่วนการจัดงานรำลึก 24 มิ.ย. 2475 จึงเป็นสิ่งปกติ ไม่น่ามีปัญหาอะไร ดังนั้น รัฐไม่ควรวิตกจนเกินเหตุ ขอให้มองเป็นเพียงเหตุการณ์หนึ่งของประวัติศาสตร์หนึ่ง ซึ่งเมื่อช่วงเวลาเปลี่ยน ทัศนะเปลี่ยน และปัจจัยรายล้อมเปลี่ยนไปด้วย ดังนั้น ประวัติศาสตร์ของเหตุการณ์หนึ่งจึงเป็นทัศนะจากบทเรียนหนึ่งเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมไม่เชื่อว่า แนวความคิด 2475 จะมาใช้กับปัจจุบันได้ เพราะในขณะนั้นยังทำไม่สำเร็จอะไรเลย ซึ่งมีเรื่องมากมาย ก็หนีความเป็นคน เป็นปุถุชนไปไม่พ้น เห็นอำนาจมีขัดแย้ง แต่เป็นห้วงเวลาหนึ่ง ที่ผ่านไปแล้ว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร เน้นว่า ในเหตุการณ์ปี 2563 มีวิกฤตแตกต่างจากปี 2475 เพราะเรากำลังเจอวิกฤตเศรษฐกิจ และสถานการณ์การเมืองอกแตก ไม่มีทางออก มีแต่ทางตัน เพราะเกิดจากกติกาที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งตนเห็นภัยรัฐธรรมนูญปี 2560 ถึงขึ้นประกาศเดิมพันไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง และพยายามสื่อสารอธิบายให้เห็นภัยของรัฐธรรมนูญมาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตนเคยบอกว่า การเขียนรัฐธรรมนูญเป็นออกแบบที่แยบยลที่สุด จึงอยากให้ประธานยกร่างรัฐธรรมนูญได้มีอายุยืนเพื่อเห็นสิ่งที่เขียนไว้จะส่งผลอะไรบ้าง เพราะถึงที่สุดการคิดเอาประโยชน์ทางการเมืองเพื่อเอาเปรียบให้ได้ชนะอย่างเดียวนั้น กลับเป็นจุดเริ่มต้นความพ่ายแพ้ของประเทศชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทั้งนี้ เมื่อกติกาล้าหลัง ก็ไม่ทำให้ประเทศก้าวหน้าทันสมัย แต่ได้วางกับดักประเทศโดยเอาคนไทยเป็นตัวประกัน เมื่อประเทศเกิดวิกฤตโควิดขึ้น จะเห็นกฎเกณฑ์หลายอย่างล้าหลัง เช่นเดียวกับรัฐธรรมนูญ 2550 กำหนด มาตรา 190 วางกับดักล็อคศักยภาพคนไทยและประเทศไทยเอาไว้จนทำให้เสียโอกาสในการเจรจาแข่งขันให้ได้เปรียบกับต่างประเทศ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร กังวลกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ว่า เมื่อเกิดโควิดขึ้นแล้ว จะวางยุทธศาสตร์ไปได้อย่างไร และยังมีอีกหลายเรื่องที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ดังนั้นการวางยุทธศาสตร์ชาติจึงควรเป็นเรื่องของคนรุ่นนั้นๆ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ และไม่เกิดความล้าหลัง แต่ที่สำคัญการออกแบบกฎกติกาของประเทศ ต้องไม่วางกับดักให้เกิดความเสียหายกับประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมทั้ง ตนยืนยันว่า 88 ปี เราไม่มีแม้วันเดียวที่จะเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ไม่เคยมีประชาธิไตยเต็มร้อย แต่สาระสำคัญคือ อีกไม่กี่วันเราจะเดินไปสู่ทางตันของประเทศ แล้วรัฐธรรมนูญปี 2560 เป็นอุปสรรคของประเทศ และทำให้ไทยไร้ทางออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมยังยืนยันว่า วิธีการปกติตามรัฐธรรมนูญ 2560 ไม่มีวันแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ได้อย่างเด็ดขาด เพราะแบบถูกออกเพื่อไม่ให้เกิดการแก้ไข แต่ยกเว้นมีข้อตกลงร่วมของสังคม ซึ่งยังห่างไกล&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร ทิ้งท้ายว่า อีกไม่นานประเทศจะเดินไปถึงทางตัน และตนเคยทำนายไว้ว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ออกแบบเพื่อการถูกฉีกโดยเฉพาะ ไม่ใช่เพื่อให้มีการแก้ไข เพราะแก้ไขอะไรไม่ได้เลย แล้วท้ายที่สุดการฉีกก็คือคำตอบ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69634</URL_LINK>
                <HASHTAG>2475, การเมือง, จตุพร, นปช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200607/image_big_5edcd25b37407.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
