<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>78569</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2020 10:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2020 10:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รยุศด์&#039;ย้อนถามส.ว.มองเห็นกระแสการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยหรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
5 ก.ย.63 - ดร.รยุศด์ บุญทัน ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคสามัคคีไทย กล่าวว่า การประชุมร่วมของรัฐสภาที่ผ่านมาเมื่อวานนี้ไม่ได้มีการลงมติรับ-ไม่รับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแม้แต่ฉบับเดียว โดยมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พรรครัฐบาล และ ส.ว.จับมือ กันลงมติ 432 ต่อ 255 เสียง ให้ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อนรับหลักการนั้น นอกจากจะสะท้อนให้เห็นถึงยุทธวิธีของฝ่ายผู้ถืออำนาจที่ต้องการยื้อเวลาออกไป แต่ยังแสดงให้เห็นว่าเป็นยุคสมัยที่สภายังคงเล่นเกมการเมือง ไม่อาจเป็นที่พึ่งของพี่น้องประชาชาชนได้ ท่าน ส.ว. ทั้งหลายยังคงทำหน้าที่ได้อย่างคงเส้นคงวาไม่เปลี่ยนแปลง แม้จะมี ส.ว.บางส่วนตอบรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาก่อนหน้านี้ก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.รยุศด์ กล่าวต่อว่า วันนี้น่าจะถึงเวลาพิสูจน์แล้วว่าที่ผ่านมา ส.ว.ยังคงมีตรรกะวิธีคิด และความเชื่อเช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งตนไม่แน่ใจและอยากตั้งคำถามว่าพวกท่านมองเห็นกระแสการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยหรือไม่ เพราะปัจจุบันคนส่วนใหญ่ในสังคมต่างมองเห็นตรงกันว่า รัฐธรรมนูญฉบับที่กำลังบังคับใช้อยู่ ไม่มีความเป็นประชาธิปไตยเอาเสียเลย หากเราอยากเห็นประเทศพัฒนา ประชาชนอยู่ดีกินดี การเมืองมีระบบตรวจสอบถ่วงดุลที่มีประสิทธิภาพ กุญแจดอกแรกที่สำคัญที่สุดคือเราต้องมีกฎหมายที่เสรีและเป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ดังนั้น ผมคิดว่าวันนี้สังคมไทยต้องช่วยกันตั้งคำถามดังๆ กับเหล่าบรรดา ส.ว. และนักการเมืองมืออาชีพทั้งหลายว่า พวกท่านยังคงมีคุณค่าและประโยชน์กับสังคมไทยคุ้มค่าเงินเดือนภาษีประชาชนอีกต่อไปหรือไม่ เพราะเกียรติภูมิและหัวใจของนักการเมืองคือการรับใช้ประชาชาชนและประเทศชาติ ไม่ใช่รับใช้ระบบอำนาจนิยม หรือระบอบเผด็จการ หรือว่าพวกท่านคิดเห็นเป็นประการอื่น&amp;rdquo;ดร.รยุศด์&amp;nbsp; กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78569</URL_LINK>
                <HASHTAG>250 ส.ว., กรรมาธิการศึกษาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ, ดร.รยุศด์ บุญทัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200701/image_big_5efc472d9fade.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57771</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2020 07:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/02/2020 07:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แม่ยกปชป.ชำแหละ5พฤติกรรมพรรคการเมืองบางพรรคหนักกว่ายุคทักษิณ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
21ก.พ.63-นางกาญจนี วัลยะเสวี หรือ ติ๊งต่าง เจ้าของฉายาไฮโซสปอร์ตคลับและแกนนำกลุ่มชาวไทยหัวใจรักสงบ แม่ยกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Kanjanee Valyasevi ระบุว่า ลอกเขามา และเติมไปเองด้วย ว่า
1.พรรคการเมืองบางพรรคขายโต๊ะจีน ระดมทุนจากธุรกิจขนาดใหญ่ ,ภาครัฐ ทำได้ แต่พรรคอื่นถูกห้าม
2.พรรคการเมืองบางพรรคมีแต้มต่อตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งจากสว. 250 คน
3.สส.บางคนถือหุ้นสื่อ ต้องถูกหยุดปฏิบัติหน้าที่ และปลดจากตำแหน่ง แต่อีกพรรคถืออิทธิพลเหนือสื่อ
4.สมัยก่อนการเสียบบัตรแทนกันจะทำให้กฎหมายเป็นโมฆะ - แต่ยุคนี้ การเสียบบัตรแทนกันถือเป็นเรื่องเล็กน้อย
5.ใครที่อยากแก้ไขรธน. จะถูกตราหน้าว่า &amp;quot;ชังชาติ&amp;quot; แต่คนที่ฉีกรธน. กลับถูกมองว่าเป็นคนดี เสียสละเพื่อแผ่นดิน
-- หนักกว่าสมัยทักษิณไหมนี่ ตอนนั้นเรายังเอาคนผิดเข้าคุกได้ ตอนนี้ทุกคนดีหมด ฮาๆๆๆๆ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57771</URL_LINK>
                <HASHTAG>250 ส.ว., กาญจนี วัลยะเสวี, ชังชาติ, ซื้อโต๊ะจีนระดมทุน, หนักกว่ายุคทักษิณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190517/image_big_5cddfe7294412.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36357</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2019 12:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2019 09:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝ่ายประชาธิปไตยกระอักเลือด!พลิกรธน. 250 ส.ว.อยู่หนุน&#039;บิ๊กตู่&#039;ครบ5ปี ถอดยาก คสช.พ้นหน้าที่ไม่มีคนตั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ค.62- รายงานข่าวเปิดเผยว่า ปมปัญหาการสรรหาส.ว.250 คนที่ถูกโจมตีประเด็นต่างๆจากหลายฝ่ายในทุกขั้นตอนและมีผู้ยื่นคำร้องถึงผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อส่งต่อให้ศาลรธน.วินิจฉัยว่าขัดต่อรธน.หรือไม่ ซึ่งถ้าผลออกมาว่าขัดรธน.ก็จะทำให้การแต่งตั้งส.ว.ประเภทสรรหา 194 คนเป็นโมฆะนั้น จากการตรวจสอบพบว่า ไม่มีทางเป็นไปได้ เพราะศาลรธน.จะไม่รีบพิจารณาให้เสร็จในเร็ววัน ประกอบกับรธน.ไม่เขียนให้คสช.เริ่มต้นสรรหาส.ว.ใหม่ กรณีกรรมการสรรหาไม่เป็นกลางทางการเมือง ปกปิดการสรรหา คสช.เล่นพรรคเล่นพวกและญาติพี่น้อง ที่สำคัญคสช.จะพ้นสภาพเมื่อมีครม.ใหม่ &amp;nbsp;จึงเท่ากับ ส.ว 250 คน จะมีสิทธิโหวตหนุน บิ๊กตู่ เป็นนายกฯและอยู่ไปเรื่อยๆจนครบวาระ 5 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวกล่าวว่า จนถึงขณะนี้ มีความผิดปกติเป็นที่น่าเคลือบแคลงสงสัยในพฤติกรรมของคสช.เกิดขึ้นในการสรรหาส.ว.6ประการ ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. กรรมการสรรหาและคสช.มีผลประโยชน์ทับซ้อน2.ไม่ประกาศรายชื่อสำรองส.ว.สรรหา50คน ทั้งๆที่รายชื่อสำรอง ส.ว.ประเภทสมัครและเลือกกันเอง 50 คนได้ประกาศไปแล้ว 3.ไม่ประกาศรายชื่อกรรมการสรรหา 4.ไม่ประกาศระเบียบ หลักเกณฑ์ และวิธีการการสรรหา 5. แต่งตั้งคนมีคดีทุจริตและขาดคุณสมบัติเป็นส.ว. 6.การเล่นพรรคเล่นพวกและญาติพี่น้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ประเด็นต่างๆเหล่านี้จะทำให้ส.ว.ไม่มีความน่าเชื่อถือ คนแต่งตั้งคือ บิ๊กตู่และคสช.จะต้องรับผิดชอบ&amp;quot;แหล่งข่าวกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36357</URL_LINK>
                <HASHTAG>250 ส.ว., ศาลรัฐธรรมนูญ, สรรหาส.ว., หนุนบิ๊กตู่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190517/image_big_5cde26495ec03.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36085</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2019 10:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2019 10:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กระทุ้ง&#039;บิ๊กตู่&#039;รีบประกาศ50รายชื่อสำรองส.ว.ประเภทสรรหาจับตาหลายคนขาดคุณสมบัติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17พ.ค.62-มี​​รายงานข่าวแจ้งว่า นับแต่วันที่ 14 พฤษภาคม ที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ &amp;nbsp;คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ยังไม่ประกาศรายชื่อสำรองผู้จะเป็นสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.)ประเภทสรรหา จำนวน 50 คนในราชกิจจานุเบกษา ทั้งๆที่รายชื่อสำรองผู้จะเป็นส.ว.ประเภทเปิดรับสมัคร และเลือกกันเอง จำนวน 50 คนได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาไปแล้วพร้อมๆกับวันที่ประกาศรายชื่อส.ว. 250 คน ทำให้เกิดการวิเคราะห์วิจารณ์ไปต่างๆนานา เช่น คสช.ยังตกลงกันไม่ได้ใช่หรือไม่ว่าพรรคพวกคนใกล้ชิดจะเป็นคนใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​​ ในรัฐธรรมนูญกำหนดว่า ส.ว.ประเภทสมัครที่อำเภอและเลือกกันเองตามลำดับจนถึงระดับประเทศนั้น กกต.เป็นผู้ดำเนินการคัดไว้ 200 คน และส่งให้คสช.คัดไว้ 50 คนเพื่อแต่งตั้งเป็นส.ว. และอีก 50 คนเป็นสำรอง กรณีส.ว.ตัวจริงขาดคุณสมบัติหรือเสียชีวิตก็จะเลื่อนรายชื่อสำรองตามลำดับขึ้นมาเป็นส.ว.แทน ซึ่งได้ประกาศรายชื่อสำรองไปแล้ว แต่ส.ว.ประเภทสรรหาที่คณะกรรมการสรรหาคัดรายชื่อไว้ 400 คน ส่งให้คสช.เลือกเพื่อแต่งตั้งเป็นส.ว. 194 คนและอีก 6 คน ที่เป็นผู้นำกองทัพและตำรวจ ได้มีการประกาศรายชื่อไปแล้วเมื่อ 14 พฤษภาคม รวมเป็นส.ว. 250คน แต่กลับไม่ประกาศรายชื่อสำรองส.ว.ประเภทสรรหา 50 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​​รายงานข่าวกล่าวว่า การรวมรวมรายชื่อประเภทสรรหา 400 คน ทางคณะกรรมการสรรหาที่มีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองหัวหน้าคสช.เป็นประธานได้คัดรายชื่อโดยที่ไม่มีใครทราบหลักเกณฑ์ ผู้ที่ถูกมีชื่อติดใน 400 คน ได้รับการติดต่อทางโทรศัพท์จากคสช.และเอกสารใบรับรองประวัติเมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมาเพื่อให้ตอบว่าประสงค์หรือไม่ประสงค์ในการเป็นส.ว.สรรหา 194 คน ปรากฏว่ามีบางคนได้ตอบว่า ไม่ประสงค์เพราะเคยถูกปฏิเสธจากสนช.ด้วยการโหวตคว่ำไม่ให้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยผู้ถูกเสนอชื่อรายนี้ได้เขียนจดหมายส่งถึง คสช.เพื่อให้ได้รับรู้ว่า ตนเองไม่เชื่อมั่นในกระบวนการสรรหาเช่นนี้ว่าจะคัดเลือกคนที่มีความรู้และประสบการณ์อย่างแท้จริงเข้าไปเป็นส.ว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​​ข่าวแจ้งว่า กระบวนการสรรหาส.ว.โดยคสช.ที่ไม่โปร่งใส ไร้หลักเกณฑ์ ตามที่ประกาศรายชื่อไปแล้วนั้น กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์และคาดว่าในไม่ช้าจะมีส.ว.หลายคนถูกตรวจสอบเกี่ยวกับการขาดคุณสมบัติ ประเด็น การถือหุ้นสื่อ เหมือนกับที่ส.ส.หลายสิบคนถูกตรวจ สอบอยู่ในขณะนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36085</URL_LINK>
                <HASHTAG>250 ส.ว., ขาดคุณสมบัติ, พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ส.ว.สรรหา, ส.ว.เลือกกันเอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190517/image_big_5cde26495ec03.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36078</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2019 08:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2019 08:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;คำนูณ&#039;ยกบทบาทส.ว.เร่งรัดปฏิรูปประเทศ-ชี้ขาดร่างกม.ที่จะทำให้คนผิดไม่ต้องรับโทษ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17พ.ค.62-นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.)โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Kamnoon Sidhisamarn เรื่อง &amp;#39;250 ส.ว.&amp;#39; มีเนื้อหาดังนี้
หน้าที่และอำนาจในระยะเปลี่ยนผ่านของสมาชิกวุฒิสภาชุดบทเฉพาะกาล
__________________&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาชิกวุฒิสภาชุดแรกตามบทเฉพาะกาลรัฐธรรมนูญจำนวนทั้งสิ้น 250 คนจาก 3 ประเภทเป็น &amp;#39;ผู้แทนปวงชนชาวไทย&amp;#39; เช่นเดียวกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 500 คนจาก 2 ประเภท มีหน้าที่ต้องปฏิบัติและมีอำนาจตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ทั้งในบททั่วไปและบทเฉพาะกาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หน้าที่และอำนาจตามบทเฉพาะกาลเป็นหน้าที่พิเศษที่ได้รับการบัญญัติเพิ่มขึ้นเพื่อให้วุฒิสภาเป็นหนึ่งในกลไกป้องกันไม่ให้บ้านเมืองกลับไปสู่วิกฤตทางการเมืองเดิมก่อนวันที่ 22 พฤษภาคม 2557&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สมาชิกวุฒิสภาชุดนี้ไม่ได้มีหน้าที่เพียงร่วมเลือกนายกรัฐมนตรีกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันที่จริง หน้าที่ร่วมเลือกนายกรัฐมนตรีนี้ตามมาภายหลัง โดยเป็นผลมาจากผลการออกเสียงประชามติใน &amp;#39;คำถามเพิ่มเติม&amp;#39; ของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2559 ทำให้ต้องมีกระบวนการปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญก่อนประกาศใช้เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2560&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาชิกวุฒิสภาชุดแรกมีหน้าที่หลักเฉพาะกาลอยู่ก่อนหน้าแล้วถึง 3 ประการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการที่ 1 ติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามแผนปฏิรูปประเทศ โดยคณะรัฐมนตรีจะต้องรายงานความคืบหน้าทุก 3 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการที่ 2 ร่วมกับสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่างกฎหมายที่เกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศตั้งแต่ต้นในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา แทนที่จะให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้เสร็จก่อนแล้วจึงค่อยส่งมาที่วุฒิสภาเหมือนร่างกฎหมายทั่วไปที่เคยเป็นมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการที่ 3 ร่วมกับสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่างกฎหมายสำคัญเฉพาะบางลักษณะซึ่งสภาใดสภาหนึ่งยับยั้งไว้และพ้นกำหนดเวลา 180 วัน หรือ 10 วันในกรณีที่เป็นร่างกฎหมายการเงิน แทนที่จะให้เป็นอำนาจเต็มของสภาผู้แทนราษฎรเพียงสภาเดียวเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เฉพาะประการที่ 1 และ 2 นี่คือเอกลักษณ์ของรัฐธรรมนูญ 2560 อันเป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกของประเทศที่มีกำหนดไว้โดยเฉพาะให้ทุกรัฐบาลที่เข้ามาต้องดำเนินการปฏิรูปประเทศตามแผนปฏิรูปประเทศรวม 12 ด้าน โดยในปัจจุบันแผน 10 ด้านแล้วเสร็จและประกาศราชกิจจานุเบกษาไปแล้วกว่า 1 ปี ส่วนอีก 2 ด้านคือด้านการศึกษาและด้านตำรวจนั้นตัวร่างกฎหมายหลักเสร็จแล้วในชั้นกฤษฎีกา ทั้งหมดเหลือแต่การทำตามแผน สมาชิกวุฒิสภาชุดเฉพาะกาลนี้ได้รับการออกแบบไว้ให้เป็นคล้าย ๆ &amp;#39;องครักษ์พิทักษ์การปฎิรูปประเทศ&amp;#39; ทั้งติดตาม เร่งรัด ตรวจสอบ และอาจถึงการมีส่วนในกระบวนการกล่าวโทษผู้ที่ไม่ปฏิบัติตาม รวมทั้งเข้าร่วมในกระบวนการพิจารณาร่างกฎหมายตามแผนปฏิรูปประเทศผ่านช่องทางพิเศษโดยร่วมกับสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่ต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เพราะการปฎิรูปประเทศคือการแก้ปัญหาวิกฤตของประเทศที่สมุฏฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนประการที่ 3 นี่ก็สำคัญมากเช่นกัน แต่แทบไม่ค่อยได้รับการพูดถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้ง ๆ ที่เป็นกลไกสำคัญที่จะมีส่วนช่วยระงับวิกฤตในลักษณะที่เคยเกิดขึ้นก่อน 22 พฤษภาคม 2557 ได้ หากจะเกิดซ้ำขึ้นอีกในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นั่นคือโดยปกติแล้วเมื่อร่างกฎหมายใดถูกยับยั้ง ไม่ว่าเพราะวุฒิสภาไม่เห็นด้วยกับสภาผู้แทนราษฎร หรือสภาผู้แทนราษฎรไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขของวุฒิสภาหรือของคณะกรรมาธิการร่วม โดยปกติแล้วร่างกฎหมายนั้นยังคงอยู่ ไม่ตกไป เพียงแค่อยู่ระหว่างถูกยับยั้งเท่านั้น เพราะเมื่อพ้น 180 วัน หรือ 10 วันในกรณีเป็นร่างกฎหมายการเงิน สภาผู้แทนราษฎรเพียงสภาเดียวสามารถหยิบยกกลับขึ้นมาพิจารณาใหม่ได้ทันที และมีมติชี้ขาดได้โดยไม่ต้องฟังเสียงวุฒิสภาอีก พูดภาษาชาวบ้านคือร่างกฎหมายปัญหายังไม่ตาย แค่สลบไป สภาผู้แทนราษฎรสามารถปลุกชีวิตให้ฟื้นขึ้นมาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คงยังจำร่างกฎหมาย &amp;#39;นิรโทษกรรมสุดซอย&amp;#39; ต้นเหตุของการยึดอำนาจ 22 พฤษภาคม 2557 กันได้นะ ข้างนอกรัฐสภา - มีมวลชนชุมนุมคัดค้าน ข้างในรัฐสภา - สภาผู้แทนราษฎรลงมติให้ผ่านวุฒิสภาลงมติยับยั้ง แต่ไม่จบ เพราะร่างกฎหมายยังไม่ตาย วุฒิสภาทำได้แค่เพียงให้สลบไปชั่วคราวเท่านั้น เมื่อพ้น 180 วันแล้วสภาผู้แทนราษฎรสามารถปลุกให้ตื่นขึ้นมามีชีวิตใหม่โดยหยิบยกขึ้นพิจารณาใหม่โดยสภาเดียวได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่อาจจะเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ผู้ชุมนุมนอกรัฐสภาไม่สลายตัวทันที เพราะไม่ไว้ใจเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับที่มีมติผ่านร่างกฎหมายนั้นออกมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บทเฉพาะกาลได้ปรับเปลี่ยนเป็นว่าให้วุฒิสภาชุดเฉพาะกาลเข้ามามีส่วนร่วมพิจารณาด้วย ถ้าจะมีมติให้ร่างกฎหมายปัญหานั้นผ่านก็ต้องใช้มติ 2 ใน 3 ของที่ประชุมร่วม 2 สภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อำนาจหน้าที่สำคัญประการที่ 3 นี้ไม่ได้ใช้กับร่างกฎหมายทุกฉบับ ใช้เฉพาะแต่กับร่างกฎหมาย 2 ลักษณะเท่านั้น คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ร่างกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมโทษหรือองค์ประกอบความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการหรือต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม หรือความผิดของพนักงานในองค์กรหรือหน่วยงานของรัฐ เฉพาะเมื่อการแก้ไขเพิ่มเติมนั้นมีผลให้ผู้กระทำความผิดพ้นจากความผิดหรือไม่ต้องรับโทษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ร่างกฎหมายที่มีผลกระทบต่อการดำเนินกระบวนการยุติธรรมอย่างร้ายแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เฉพาะข้อ 2 ร่างกฎหมายใดจะเข้าข่ายนี้ วุฒิสภาต้องมีมติไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของสมาชิกเท่าที่มีอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พูดง่าย ๆ รวม ๆ ภาษาชาวบ้านได้ว่าให้เข้ามามีส่วนร่วมชี้ขาดร่างกฎหมายที่จะทำให้คนผิดไม่ต้องรับโทษ หรือร่างกฎหมายที่ทำลายกระบวนการยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่ก็เป็นการป้องกันปัญหาที่เคยเกิดขึ้นสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อ 5 - 6 ปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างน้อยก็จำกัดวงให้ปัญหายังมีทางแก้ไขในระบบรัฐสภามากขึ้นกว่าเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้ง 3 ประการนี้ มีผลบังคับเฉพาะอายุของสมาชิกวุฒิสภาชุดแรก 5 ปีเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านประชามติเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2559&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเสียงข้างมาก 16,820,402 เสียง หรือเท่ากับร้อยละ 61.35 ของจำนวนผู้มาออกเสียงทั้งหมด
_______________&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการให้สมาชิกวุฒิสภาชุดแรกตามบทเฉพาะกาลเข้ามาร่วมเลือกนายกรัฐมนตรีนั้น เดิมทีไม่ได้บัญญัติอยู่ในบทเฉพาะกาลของร่างรัฐธรรมนูญแต่ต้น แต่เกิดจากมติของสภานิติบัญญัติแห่งชาติและสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศมีความเห็นตรงกันโดยสรุปว่า ไหน ๆ จะให้ช่วง 5 ปีของอายุสมาชิกวุฒิสภาชุดเฉพาะกาลเป็นระยะเปลี่ยนผ่านที่สำคัญแล้ว แทนจะให้สมาชิกวุฒิสภาชุดนี้คอยแต่ติดตามการปฏิรูปประเทศและการเป็นกลไกยับยั้งวิกฤตตามอำนาจหน้าที่ 3 ประการดังที่กล่าวมา ซึ่งล้วนเป็นกลางทางและปลายทาง หากจะเพิ่มอำนาจหน้าที่ให้อีกสักประการหนึ่งโดยให้มีส่วนร่วมเลือกนายกรัฐมนตรีที่จะมาเป็นหัวหน้าคณะผู้บริหารประเทศด้วย ให้เป็นการมีส่วนร่วมเสียตั้งแต่ต้นทางเลย จะดีกว่าหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม บทบาทชี้ขาดในการเลือกนายกรัฐมนตรียังคงอยู่ที่สภาผู้แทนราษฎร เพราะหากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 376 คนขึ้นไปจากสมาชิกทั้งหมด 500 คนลงมติไปในทิศทางเดียวกัน เสียงของสมาชิกวุฒิสภา 250 คนก็ไม่มีความหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุกคนรู้อยู่ว่านี่เป็นประเด็นละเอียดอ่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่ากระนั้นเลย ถามประชาชนตรง ๆ เลยจะถูกต้องที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงเป็นที่มาของคำถามเพิ่มเติมในการออกเสียงประชามติเมื่อ 7 สิงหาคม 2559&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ท่านเห็นชอบหรือไม่ว่า เพื่อให้การปฏิรูปประเทศเกิดความต่อเนื่องตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ สมควรกำหนดไว้ในบทเฉพาะกาลว่า ในระหว่าง 5 ปีแรกนับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ ให้ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งตอบคำถามนี้มาแล้วในการลงประชามติว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เห็นด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยคะแนนเสียงข้างมาก 15,132,050 เสียง หรือเท่ากับร้อยละ 58.07 ของจำนวนผู้มาออกเสียงประชามติทั้งหมด
_______________&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หน้าที่และอำนาจของสมาชิกวุฒิสภาชุดแรกตามบทเฉพาะกาลจึงมีจุดเชื่อมโยงกับประชาชนผ่านการออกเสียงประชามติเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2559&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อให้การปฏิรูปประเทศทุกด้านเดินหน้าตามแผน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หน้าที่และอำนาจนี้จะคงอยู่เพียงชั่วคราว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สวิตช์ส.ว.ชุดเฉพาะกาลที่ได้เปิดแล้วในวันนี้ เมื่อครบเวลา 5 ปีก็จะปิดเองโดยอัตโนมัติ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36078</URL_LINK>
                <HASHTAG>250 ส.ว., คนผิดไม่ต้องรับโทษ, คำนูณ สิทธิสมาน, ประชามติรัฐธรรมนูญ, เร่งรัดปฏิรูปประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180712/image_big_5b476a0217254.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35547</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตา 250 ส.ว.ลากตั้ง  ให้กำเนิด-ตัวฉุดรั้ง “ประยุทธ์”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พลันที่มีข่าวว่า มีรัฐมนตรีที่จะลาออกจากตำแหน่งเพื่อเตรียมตัวไปเป็นว่าที่สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ชุดแรกหลังการประชุม ครม. วันที่ 7 พ.ค.เสร็จสิ้นลงก็เริ่มมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหน่วง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยรัฐมนตรีที่ลาออก ประกอบด้วย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกฯ, พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกฯ และ รมว.ยุติธรรม, พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.แรงงาน, นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ, พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม, พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รมช.การคลัง, นายสุธี มากบุญ รมช.มหาดไทย, นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ, นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และยังมีชื่อ นายลักษณ์ วจนานวัช รมช.เกษตรและสหกรณ์, นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รมช.ศึกษาธิการ, นายอุดม คชินทร รมช.ศึกษาธิการ, นายสมชาย หาญหิรัญ รมช.อุตสาหกรรม และนายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล รมช.การต่างประเทศ เป็นต้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยก่อนหน้านั้น มีรายงานว่า คสช.ที่เป็นฝ่ายคัดเลือกว่าที่ ส.ว. 194 รายชื่อ ที่ส่งมาจากสำนักงาน กกต.และคณะกรรมการสรรหา ส.ว. ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นประธาน มีการวางตัวนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่เป็นมือกฎหมายร่วมงานกับ คสช. และ พล.อ.ประยุทธ์มาตั้งแต่ต้น ตั้งแต่การยกร่างรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 และที่ผ่านมาก็ทำงานสอดประสานกับ คสช. และรัฐบาลได้เป็นอย่างดีเป็นประธาน ส.ว.ด้วย โดยนายพรเพชรได้ลาออกจากการเป็นคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อเตรียมตัวกลับมาเป็น ส.ว. และว่าที่ประธานวุฒิสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญแล้ว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากย้อนกลับไปดูที่มา สถานะ บทบาท อำนาจและหน้าที่ของ ส.ว. 250 คน ที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ 2560 และผลกระทบทางการเมืองต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งคาดหมายกันว่าจะได้เป็นนายกรัฐมนตี พบว่า ส.ว.มีทั้งด้านที่ส่งผลการให้กำเนิดและดำรงคงอยู่ อีกด้านคือการเป็นตัวเหนี่ยวรั้ง ฉุดดึงให้ พล.อ.ประยุทธ์ถดถอยจนอาจนำไปสู่จุดจบได้เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตามรัฐธรรมนูญ ส.ว. 250 คน มีที่มา 2 วิธี คือวิธีสมัครและเลือกกันเองตั้งแต่ระดับอำเภอ ขึ้นมาถึงระดับจังหวัดและประเทศ คัดไว้ 200 คน ส่งให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เคาะเหลือ 50 คน และวิธีสรรหาโดยคณะกรรมการสรรหา เสนอชื่อ 400 คน ให้ คสช.คัดเลือกเหลือ 194 คน และสุดท้ายโดยตำแหน่งจากกองทัพและตำรวจอีก 6 ตำแหน่ง สรุปมี ส.ว.ทั้งสิ้น 250 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รธน.กำหนดให้ ส.ว. 250 คน ประชุมร่วมกับ ส.ส. 500 คน เพื่อโหวตเลือกนายกฯ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ในฐานะเป็นหัวหน้า คสช. คือผู้เลือก ส.ว. 250 คน ด้วยมือตัวเองย่อมจะได้รับการโหวตจาก ส.ว.ให้เป็นนายกฯ และช่วยประคับประคองให้การพิจารณาร่างกฎหมายที่เกี่ยวกับการปฏิรูปผ่านไปได้โดยง่าย เพราะ รธน.กำหนดให้วุฒิสภาประชุมร่วมกับสภาผู้แทนราษฎร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การมีผู้บัญชาการทั้ง 3 เหล่าทัพ ทั้งทัพบก ทัพเรือ และทัพอากาศ รวมทั้งผู้บัญชาการทหารสูงสุด ปลัดกระทรวงกลาโหม (กห.) และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) มานั่งเป็น ส.ว. รวมอยู่ด้วย 6 คน ซึ่งจะช่วยปกป้อง พล.อ.ประยุทธ์ให้อยู่ในตำแหน่งนายกฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ในด้านกลับกัน ส.ว.อาจกลายเป็นเงื่อนไขให้ พล.อ.ประยุทธ์ พบกับ จุดจบ ในการเป็นนายกรัฐมนตรี โดยมีเงื่อนไข อาทิ การแต่งตั้งญาติพี่น้อง พวกพ้องในหมู่ทหารเข้ามาเป็น ส.ว.จำนวนมาก เหมือนกับที่ พล.อ.ประยุทธ์เคยแต่งตั้งพรรคพวกที่เป็นทหารเข้ามาเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มากกว่าครึ่งหนึ่ง ซึ่งทหารเหล่านั้นไม่เคยอภิปราย ไม่กล้าตรวจสอบ เสนอแนะ ทั้งที่ทำหน้าที่แทน ส.ส. ส.ว. ซึ่งเป็นฝ่ายตรวจสอบรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มิหนำซ้ำยังแต่งตั้งญาติพี่น้องมาเสวยสุขให้กินเงินเดือน 2 ทาง แถมยังโดดร่มไม่เข้าประชุม สนช. ซึ่งการประชุม สนช.แต่ละครั้งมีผู้เข้าร่วมและลงมติต่างๆ ด้วยคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งมาเล็กน้อย ส.ว.ไม่มีความรู้ความสามารถกระจายไปตามกลุ่มอาชีพต่างๆ อย่างทั่วถึง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส.ว.ถูกยื่นคำร้องและกล่าวหาโจมตีว่าเข้าลักษณะต้องห้ามซึ่งขัดต่อ รธน. เช่น การถือหุ้นสื่อ การไม่ลาออกจากตำแหน่งเดิม ฯลฯ กระบวนการสรรหาไม่โปร่งใส ไร้ซึ่งธรรมาภิบาล ขาดหลักเกณฑ์และวิธีการที่สังคมยอมรับ ขัดต่อเจตนารมณ์ของประชาชน แทนที่จะเป็น &amp;ldquo;ตัวแทนปวงชนชาวไทย&amp;rdquo; ที่สง่างาม กลับกลายเป็นข้อครหา เป็นขี้ปากชาวบ้าน และถูกฝ่ายการเมืองตรงข้ามโจมตีประณามว่า ส.ว.ลากตั้ง ทำหน้าที่เป็นแค่ ตัวแทน เพื่อสนับสนุนการสืบทอดอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น ยิ่ง ส.ว.ออกมาปกป้อง พล.อ.ประยุทธ์มากเท่าไร ก็ยิ่งทำลายความชอบธรรมของ พล.อ.ประยุทธ์มากขึ้นเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การทำหน้าที่ติดตาม เสนอแนะและเร่งรัดการปฏิรูป ดังที่ รธน.กำหนดให้เป็นหน้าที่ของวุฒิสภาในระยะ 5 ปีตามบทเฉพาะกาล ก็ยากที่จะสร้างผลงาน เพราะการปฏิรูปในยุค คสช. ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ประสบความล้มเหลว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วุฒิสภาได้ชื่อว่าเป็นสภาสูง แม้จะคอยประคับประคองสถานการณ์การเมืองและขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศให้ก้าวไปข้างหน้า แต่ในเมื่อกระบวนการสรรหาไม่ตรงไปตรงมา และได้เลือกคนที่ไม่เหมาะสม ไม่คู่ควรให้มาดำรงตำแหน่ง ส.ว. นอกจากจะกระทบกับ พล.อ.ประยุทธ์ทั้งทางบวกและทางลบโดยตรงแล้ว ยังกระเทือนไปถึง รธน.ที่ถูกออกแบบจะกลายเป็นตัวเร่งอุณหภูมิให้เกิดกระแสกดดันให้มีการแก้ไขหรือยกเลิก รธน.เร็วขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในสภาผู้แทนราษฎรพิสูจน์ให้เห็นเป็นที่ประจักษ์แล้วว่า รธน.ออกแบบให้เลือก ส.ส.ด้วยบัตรใบเดียว และนำมาซึ่งการคำนวณสูตรปาร์ตี้ลิสต์โดย กกต. ให้พรรคเล็กพรรคจิ๋วได้ ส.ส.พรรคละ 1 คน กระนั้นพรรคร่วมรัฐบาลก็ไม่มีเสถียรภาพทางการเมือง เพราะได้ ส.ส.เกินครึ่งไปเพียงเล็กน้อย ฉะนั้น โอกาสจะแพ้มติ ล้มคว่ำมีอยู่ตลอดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นี่ยังไม่พูดถึงคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะแบ่งสรรปันส่วนเก้าอี้รัฐมนตรีให้แต่ละพรรคลงตัวหรือไม่ และที่สำคัญจะได้คนที่มีฝีมือมาบริหารงานในกระทรวงต่างๆ สักกี่คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าได้แต่ห่วยๆ เข้ามาเหมือนกับที่เห็นๆ กันอยู่ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ต่อให้มี ส.ว. 500 คน หรือ 1,000 คน ที่สรรหากันแบบนี้ ก็ไม่สามารถช่วยพยุง พล.อ.ประยุทธ์ให้อยู่รอดได้!!.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;////////////////&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35547</URL_LINK>
                <HASHTAG>250 ส.ว., กรองสถาการณ์, ส.ว.ลากตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190510/image_big_5cd597ed9fa20.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35543</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทูลเกล้าฯ250ส.ว./ศรีตามบี้หุ้นธนาธร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ทูลเกล้าฯ ถวายรายชื่อ 250 ส.ว.แล้ว &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; ยันน้องชายนายกฯ เป็น ส.ว.ก็ไม่เป็นไร เพราะ สนช.ก็เป็นมาแล้ว แต่ฝ่ายการเมืองถล่มยับ อนาคตใหม่ซัดประเทศนี้ยังคงถูกปกครองโดยเงาของ คสช. ขณะที่นักร้องยังแห่ไป กกต. &amp;quot;เรืองไกร&amp;quot; ให้ปากคำเล่นงานฝ่ายตรงข้าม 13 ราย ส่วน &amp;quot;ศรีสุวรรณ&amp;quot; รุกฆาต &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; ยังมีหุ้นไทยซัมมิทอีก 13 บริษัทเกี่ยวกับสื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ตรวจสอบคุณสมบัติรายชื่อของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ทั้ง 250 คนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเข้าสู่ขั้นตอนการนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายแล้วในวันเดียวกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เป็นไปตามกรอบเวลาที่กำหนดในการนำรายชื่อ ส.ว.ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายภายใน 3 วัน หลังเมื่อวันที่ 8 พ.ค. คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวเช่นกันว่า ขณะนี้นายกรัฐมนตรีได้นำรายชื่อ ส.ว.ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย แล้ว ส่วนที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์รายชื่อ ส.ว.ว่าส่วนใหญ่เป็นคนใกล้ชิดและร่างทรง คสช.นั้น คิดว่าก็เป็นเพียงส่วนเดียวเท่านั้น คนเขาอยากทำงาน เขาก็เข้ามาทำงานเพื่อช่วยรัฐบาล ซึ่งมีเพียงกว่า 10 คนเท่านั้น ส่วนใหญ่แล้วเป็นคนจากด้านอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีที่มีสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ขอลาออกกว่า 60 คนนั้น รองนายกฯปฏิเสธว่าไม่รู้ ส่วนกรณีที่มีชื่อ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา น้องชายนายกรัฐมนตรี เข้ามาเป็น ส.ว.ด้วยนั้น มองว่าเขาเป็น สนช.ก็เป็นมาแล้ว ถ้าจะเป็นต่อก็ไม่เป็นอะไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าที่ผ่านมา พล.อ.ปรีชาถูกวิจารณ์เรื่องการขาดการประชุม สนช.บ่อยครั้ง พล.อ.ประวิตรปฏิเสธว่าไม่ทราบ ต้องไปถามเจ้าตัวเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่(อนค.) ให้สัมภาษณ์ว่า อย่าลืมว่า สนช.เป็นกลไกที่ตั้งขึ้นมาหลังการรัฐประหาร โดย คสช.แต่งตั้งขึ้นมา 100 เปอร์เซ็นต์ หลังการเลือกตั้ง ตามธรรมเนียมการปกครองระบอบรัฐสภา ประเทศไทยมีสภาสูงและสภาล่าง ซึ่งสภาสูงเคยพัฒนาไปถึงจุดที่ ส.ว.มาจากการเลือกตั้งเช่นเดียวกับ ส.ส. ถือว่าเป็นประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์ แต่ตอนนี้ถอยหลังเข้าคลอง กลับไปเป็นการแต่งตั้ง ดังนั้นถ้า พล.อ.ประวิตรจะใช้ตรรกะว่า สนช.ก็เหมือน ส.ว. นั่นเท่ากับยอมรับว่านี่คือการสืบทอดอำนาจอย่างชัดเจน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้า สนช.เท่ากับ ส.ว. หมายความว่าประเทศนี้ยังคงถูกปกครองโดยเงาของ คสช. ซึ่งเราพูดเรื่องนี้มาตั้งแต่แรกว่าโดยรัฐธรรมนูญ โดยการตั้งองค์กรอิสระ โดยการตั้ง ส.ว. ต่อให้มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ก็ไม่ได้หมายความ คสช.หมดไป เพราะแม้ คสช.ในฐานะองค์กรหมดไป แต่ในฐานะระบอบจะยังอยู่ และคำพูดนี้ของ พล.อ.ประวิตร เท่ากับยอมรับแล้วว่า คสช.ในฐานะระบอบจะยังอยู่ เพราะ สนช.กับ ส.ว.เท่ากัน&amp;rdquo; น.ส.พรรณิการ์กล่าว
สรรหา ส.ว.โมฆะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการสรรหาเพื่อแต่งตั้งเป็น ส.ว. ว่าอาจดำเนินการไม่เป็นไปตามกฎหมาย ทำให้การได้มาซึ่ง ส.ว.เป็นโมฆะ สืบเนื่องจากกรรมการสรรหา ส.ว. ไม่มีการเปิดเผยรายชื่อ เพื่อให้ตรวจสอบทั้งคุณสมบัติและจำนวนว่าเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ และอีกประเด็นหนึ่ง ซึ่งอาจทำให้การได้มาซึ่ง ส.ว. เป็นโมฆะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กล่าวคือ ในรัฐธรรมนูญ ม.269 (1) (ข) เขียนไว้ว่า &amp;ldquo;ให้คณะกรรมการสรรหา ส.ว. คัดเลือกบุคคลผู้มีความรู้ความสามารถที่เหมาะสมในอันจะเป็นประโยชน์แก่การปฏิบัติหน้าที่ของ ส.ว. และการปฏิรูปประเทศ มีจำนวนไม่เกินสี่ร้อยคน ตามวิธีการที่คณะกรรมการสรรหา ส.ว.กำหนด แล้วนำรายชื่อเสนอต่อ คสช. ทั้งนี้ ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จไม่ช้ากว่าระยะเวลาที่กำหนดตาม ม.269 (1) (ก)&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า สรุปเพื่อให้เข้าใจง่ายคือ 1.คนที่จะได้รับการคัดเลือกเป็น ส.ว. ต้องเป็นผู้มีความรู้ความสามารถที่เหมาะสมในอันที่จะเป็นประโยชน์แก่การปฏิบัติหน้าที่ของ ส.ว. และการปฏิรูปประเทศ ซึ่งจะรู้ว่า ส.ว.แต่ละคนมีคุณสมบัติตามที่กล่าวอ้างหรือไม่ ต้องเปิดเผยรายชื่อ 400 คนที่ได้รับการสรรหา เพื่อให้มีการตรวจสอบ แต่ไม่มีการเปิดเผยรายชื่อแต่อย่างใด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.รายชื่อ 400 คนตาม ม.269 (1) (ข) ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จและส่งรายชื่อให้ คสช. ไม่น้อยกว่า 15 วัน ก่อนวันเลือกตั้ง (24 มีนาคม 2562) ดังนั้น ผมขอถามผู้เกี่ยวข้อง รวมทั้งท่านนายกฯ ประยุทธ์ ว่าข่าวตามสื่อมวลชนวันที่ 7-8 พฤษภาคม 2562 มีทั้งรัฐมนตรีและ สนช.ลาออกรวมกันน่าจะถึงร้อยคน ขอถามว่ารายชื่อ 400 คนที่มีกำหนดเวลาให้ส่ง คสช.มีการทำตามกฎหมายจริงหรือไม่ ที่สำคัญถ้าจะมีการวิ่งเต้นก็สามารถทำได้ใช่หรือไม่
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ(ปช.) กล่าวว่า การที่ คสช.เป็นผู้เลือก ส.ว. จำนวน 250 คน จึงถือได้ว่า ส.ว.ทั้งหมดอยู่ในความผูกมัดแห่งอาณัติมอบหมาย หรือความครอบงำใดๆ ของ คสช. ที่เป็นข้อห้ามเรื่องโดยปราศจากการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ตามข้อห้ามของรัฐธรรมนูญแล้ว และยังปรากฏว่า ส.ว.ชุดนี้ส่วนใหญ่ได้เคยถูกแต่งตั้งจาก คสช. หรืออยู่ในอาณัติมอบหมายหรือความครอบงำของ คสช.มาก่อน ทั้งที่เคยเป็น สนช. และเคยเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาล คสช. ต่อเนื่องตั้งแต่ พ.ศ.2557 มาจนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคไทยรักษาชาติ กล่าวก่อนการเข้าให้ถ้อยคำกับคณะกรรมการสอบสวนของ กกต. กรณีกล่าวหา ส.ส. 4 ราย คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย, นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ, นายทวีศักดิ์ ณ ตะกั่วทุ่ง ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังประชาชาติไทย และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ขาดคุณสมบัติ เนื่องจากถือครองหุ้นสื่อว่า ยังมีข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับผู้สมัคร ส.ส.บางรายที่ถือหุ้นบริษัทที่มีวัตถุประสงค์ทำสื่ออย่างชัดเจน และยังเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่จนมาถึงปัจจุบันด้วยอีก 13 ราย&amp;nbsp;
คุณหญิงกัลยายันมรดก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประกอบด้วย พรรคพลังประชารัฐ 7 ราย คือ นางสาวภาดาท์ วรกานนท์ กทม.เขต 6 มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นบริษัท ทาโร่ทาเลนท์ จำกัด จำนวน 1,500 หุ้น, นางสาวธนิกานต์ พรพงษาโรจน์ กทม.เขต 7 มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นบริษัท รางวัลไทย จำกัด 9,000 หุ้น, นายสิระ เจนจาคะ กทม.เขต 9 มีชื่อเป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนจํากัด ไฮเทคออดิโอ โดยลงหุ้นเป็นเงิน 50,000 บาท, นางสาวเกศกานดา อินช่วย กทม.เขต 16 มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นบริษัท ก้าวไกล ครีเอท จำกัด จำนวน 9,900 หุ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศันสนะ สุริยะโยธิน ผู้สมัคร กทม.เขต 22 มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นบริษัท ทีพีพี จำกัด จำนวน 2,500 หุ้น, &amp;nbsp;นายอรรถกร ศิริลัทธยากร มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นบริษัท วายเอ็ม จอมเทียน จำกัด จำนวน 2,500 หุ้น, นายยุทธนา โพธสุธน มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นบ้านไทยรีสอร์ท จำกัด ถือหุ้นจำนวน 10,000 หุ้น, พรรคประชาธิปัตย์ 6 ราย คือ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นบริษัทวัฒนโสภณพนิช จำกัด จำนวน 50 หุ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเกียรติ สิทธีอมร มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นบริษัท โปรเอ็นโฮลดิ้งส์ จำกัด 115,783 หุ้น, นายวีระชัย วีระเมธีกุล มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นบริษัท ศิริเมธีกุล จำกัด จำนวน 809,980 หุ้น, นายประกอบ จิรกิติ มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นบริษัท พีแอนด์วีพร็อพเพอร์ตี้ จำกัด จำนวน 30,000 หุ้น, นายสัญชัย อินทรสูต มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นบริษัท นครสวรรค์สหธุรกิจ จำกัด จำนวน 1,500 หุ้น และร้อยตรีวิจิตร อยู่สุภาพ มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นบริษัทนครสวรรค์สหธุรกิจ จำกัด 4,375 หุ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นายเรืองไกรยังระบุว่า จะใช้สิทธิ์ในฐานะผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งถือว่ามีส่วนได้เสียโดยตรง ไปยื่นศาลปกครองเพื่อขอให้ไต่สวนฉุกเฉิน เพื่อระงับประกาศ กกต.ที่รับรอง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อทั้ง 149 คน และเพิกถอนพร้อมสั่งให้ กกต.คำนวณ จัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เป็นมรดกที่ได้รับมา แล้วแต่ทาง กกต.จะพิจารณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ เห็นว่า เมื่อมีบรรทัดฐานในคำตัดสินแล้ว ต้องใช้กับทุกคน แม้จะมีจำนวนมากหรืออาจจะเป็นจำนวนทั้งหมดของ ส.ส. ก็ต้องตัดสินและบังคับใช้กฎหมายมาตรฐานเดียวกัน ถึงผิดทุกคนก็ต้องว่าไปตามจริง
&amp;quot;ศรีสุวรรณ&amp;quot;กัดไม่ปล่อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นร้องต่อ กกต. ให้ตรวจสอบการถือหุ้นสื่อของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ในบริษัทอื่นเพิ่มเติม ที่อาจจะเข้าข่ายขัดคุณสมบัติตามมาตรา 98 (3) แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ประกอบมาตรา 42 (3) ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2561 และข้อ 90 ของระเบียบ กกต.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.2561 อันเป็นเหตุให้การเลือกตั้งที่ผ่านมาเป็นไปโดยไม่สุจริต และเที่ยงธรรมได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ได้รวบรวมข้อมูลเพิ่มที่ตรวจสอบกับทางสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ พบว่านายธนาธรยังคงมีหุ้นอยู่ในบริษัทที่ประกอบกิจการเกี่ยวกับสื่ออีก 13 บริษัท ประกอบด้วย 1.บริษัท ไทยซัมมิท โอโตโมทีฟ จำกัด 2.บริษัท ไทยซัมมิท โอโตพาร์ท อินดัสทตรี จำกัด 3.บริษัท ไทยซัมมิท พลาสเทค จำกัด 4.บริษัท จึงพัฒนา โฮลดิ้ง จำกัด 5.บริษัท ไทยซัมมิท เชป คอร์ป จำกัด 6.บริษัท ไทยซัมมิท ฮาร์เนส จำกัด 7.บริษัท ไทยซัมมิท บ้านโพธิ์ จำกัด &amp;nbsp;8.บริษัท ไทยซัมมิท โกลด์ เพรส จำกัด 9.บริษัท ไทยซัมมิท โอโด เพรส จำกัด 10.บริษัท ไทยซัมมิท ระยอง โอโดพาร์ท อินดัสตรี จำกัด 11.บริษัท ไทยซัมมิท พีเค คอร์ปอเรชั่น จำกัด 12.บริษัท ไทยซัมมิท พีเคเค จำกัด และ 13.บริษัท ไทยซัมมิท เอนจิเนียริง จำกัด ซึ่งทั้ง 13 บริษัทข้างต้น ล้วนมีชื่อนายธนาธรเป็นผู้ถือครองหุ้น ไม่ได้เกี่ยวข้องในฐานะกรรมการในบริษัทดังกล่าว ตนจึงให้ทาง กกต.ได้ตรวจสอบกรณีดังกล่าว หากพบข้อมูลที่เป็นจริงจะส่งผลให้นายธนาธรเข้าข่ายลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายธนาธร จงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวไม่มีความกังวลใจใดๆ เพราะเรารู้ตั้งแต่แรกว่าคุณสมบัติของการเป็นผู้สมัคร ส.ส.ต้องมีอะไรบ้าง และเราพยายามที่จะต้องทำตามกฎหมายให้ได้มากที่สุด ดังนั้นหุ้นต่างๆ ที่มีการร้องเรียนมีการขายออกเพื่อทำให้มีคุณสมบัติตามกฎหมายที่กำหนด ตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค.2562 อย่างครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว และพร้อมที่จะชี้แจงหลักฐานทั้งหมด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า สามารถตรวจว่านักการเมืองถือเป็นบุคคลสาธารณะ แต่เมื่อตรวจสอบแล้วไม่พบความผิด ก็ขอแสดงความรับผิดชอบกับความผิดพลาดนั้นด้วย รวมทั้งสำนักข่าวที่ได้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวขอให้อย่าเสียเวลาเจาะข่าว เพราะหากอยากดูข้อมูลทางพรรคก็สามารถนำข้อมูลมาเปิดเผยได้ จึงอย่าเสียเวลาตรวจสอบ ควรตรวจสอบเรื่องที่สำคัญ เช่น ตรวจสอบว่า ส.ว. 250 คน เป็นใครมาจากไหนบ้าง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35543</URL_LINK>
                <HASHTAG>250 ส.ว., ตามบี้หุ้นสื่อ, นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, นายศรีสุวรรณ จรรยา, หนังสือพิมพ์, หุ้นสื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190510/image_big_5cd586cdb02f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
