<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>37841</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2019 15:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2019 15:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จิรายุ&#039;ได้ยินมา!เหตุ250ส.ว.ไม่แตกแถวโหวต&#039;บิ๊กตู่&#039;เป็นนายกฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 มิ.ย.62 - นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีว่า รู้สึกแปลกใจมากที่สุด ตั้งแต่ทำงานร่วมกับสมาชิกวุฒิสภามาหลายสมัย เพิ่งเห็นสมาชิกวุฒิสภาสมัยนี้ที่ถูกกล่าวหาว่า ตั้งกันมาจากคสช.ทั้ง 250 คน ปรากฎว่าลงมติเลือกพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ครบทุกคนชนิดไม่มีแตกแถวแม้แต่เสียงเดียว ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในสภาสูง ซึ่งเป็นผู้ที่มีคุณวุฒิวัยวุฒิ ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า ข่าวลือที่บอกว่าสมาชิกวุฒิสภาสามารถสั่งซ้ายหันขวาหันได้นั้นจะเป็นจริงหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในการอภิปรายสรุปก่อนปิดประชุมเมื่อคืนที่ผ่านมาได้ยินข่าวว่าผู้มีอำนาจกำชับให้สว.ทั้ง 250ต้องเลือกพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สถานเดียวหากไม่เลือกมีโอกาสหลุดจากตำแหน่ง ตนถึงกล้าอภิปรายกลางที่ประชุมว่า ถ้ามีสมาชิกวุฒิสภาท่านใดงดออกเสียงหรือไม่โหวตให้พล.อ.ประยุทธ์ จะเดินไปกราบเท้าทันที ซึ่งก็ไม่มีใครโหวตสวนเลย ทำให้ตนผิดหวังที่ไม่ได้ไปกราบเท้าใครเลย นอกจากนี้สิ่งที่สังคมคลางแคลงใจ และอาจคิดว่าสมาชิกวุฒิสภา จะต้องเป็นกลางนั้น เชื่อว่าประชาชนวันนี้เข้าใจแล้วว่าอะไรเป็นอะไร&amp;quot;นายจิรายุ &amp;nbsp;กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37841</URL_LINK>
                <HASHTAG>250ส.ว., งูเห่าการเมือง, จิรายุ ห่วงทรัพย์, ประชุมรัฐสภาเลือกนายกฯ, ใบสั่งการเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190605/image_big_5cf7b800db57c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37368</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2019 10:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2019 10:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ส.ว.คำนูณ&#039;เปิดหลักคิดและเหตุผลทำไมต้องโหวต&#039;บิ๊กตู่&#039;เป็นนายกฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มิ.ย.62 - นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) โพสต์เรื่อง &amp;quot;หลักคิดในการเลือกนายกรัฐมนตรี&amp;quot; ผ่านเฟซบุ๊ก Kamnoon Sidhisamarn โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ต้องเป็นบุคคลที่ตอบโจทย์ &amp;#39;เหตุผลพิเศษ&amp;#39; ได้ใกล้เคียงที่สุดในเชิงเปรียบเทียบ&amp;quot;
________________&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตั้งแต่เข้ารับหน้าที่สมาชิกวุฒิสภา บางคนถามว่าผมจะเลือกพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ เพราะอะไร หลายคนไม่ถามแต่พูดในเชิงว่ายังไง ๆ ผมก็ต้องเลือกอยู่แล้ว อันที่จริงเป็นคำถามที่ไม่ว่าจะตอบหรือไม่ตอบ ทุกคนก็จะได้รู้ชัดว่าผมและสมาชิกวุฒิสภาคนอื่นจะใช้สิทธิอย่างไร เพราะเป็นการลงมติโดยเปิดเผยตามรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอกล่าวถึงหลักคิดและเหตุผลต่อการเลือกนายกรัฐมนตรีในฐานะสมาชิกวุฒิสภาในมุมมองส่วนตัวของผมพอสังเขปจะดีกว่า น่าจะเป็นประโยชน์ตามสมควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย ณ ที่นี้จะขอกล่าวถึงเฉพาะเหตุผลประการสำคัญที่สุดในฐานะสมาชิกวุฒิสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ต้องเป็นบุคคลที่ตอบโจทย์ &amp;#39;เหตุผลพิเศษ&amp;#39; ได้ใกล้เคียงที่สุดในเชิงเปรียบเทียบ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาชิกวุฒิสภาชุดแรกตามบทเฉพาะกาลได้หน้าที่และอำนาจในการร่วมเลือกนายกรัฐมนตรีกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาจากผลการออกเสียงประชามติเมื่ิอวันที่ 7 สิงหาคม 2559 ในส่วนของ &amp;#39;คำถามเพิ่มเติม&amp;#39; ที่ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งตอบว่า &amp;#39;เห็นด้วย&amp;#39; ด้วยคะแนนเสียงคะแนนเสียงข้างมาก 15,132,050 เสียง คิดเป็นร้อยละ 58.07 ของจำนวนผู้มาออกเสียงประชามติทั้งหมด จึงต้องย้อนกลับไปดูคำถามเพิ่มเติมว่าอ้างอิงเหตุผลไว้อย่างไร...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ท่านเห็นชอบหรือไม่ว่า เพื่อให้การปฏิรูปประเทศเกิดความต่อเนื่องตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ สมควรกำหนดไว้ในบทเฉพาะกาลว่า ในระหว่าง 5 ปีแรกนับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ ให้ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรุปให้สั้นและกระชับ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เพื่อให้การปฏิรูปประเทศเกิดความต่อเนื่องตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ...&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเห็นว่านี่คือ &amp;#39;เหตุผลพิเศษ&amp;#39; ของสมาชิกวุฒิสภาในการร่วมเลือกบุคคลให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เป็นเหตุผลที่เพิ่มเติมไปจากเหตุผลทั่วไปทางการเมืองระบบรัฐสภา เรื่องนี้ได้เคยเล่าไปแล้วไปโพสต์ก่อนหน้านี้ว่าสมาชิกวุฒิสภาชุดนี้ได้รับการวางบทบาทจากรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันให้เป็นเสมือน &amp;#39;องครักษ์พิทักษ์การปฏิรูปประเทศ&amp;#39; มีหน้าที่หลักพิเศษนอกเหนือจากการร่วมเลือกนายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว 3 ประการอย่างไรบ้าง สามารถอ่านประกอบได้อีกครั้งจากลิงก์ที่ 1 ท้ายโพสต์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะเลือกบุคคลใดก็ตาม บุคคลนั้นต้องตอบโจทย์ &amp;#39;เหตุผลพิเศษ&amp;#39; นี้ได้ อาทิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บุคคลนั้นเข้าใจแผนปฏิรูปประเทศทั้ง 10 (+ 2) ด้านหรือไม่ ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บุคคลนั้นจะปฏิบัติตามแผนปฏิรูปประเทศอย่างต่อเนื่องหรือไม่ หรือตั้งใจจะรื้อใหม่หมดไม่ว่าจะโดยเหตุผลใดก็ัตามอันจะเป็นผลทำให้กระบวนการปฏิรูปประเทศล่าช้าออกไปอีก ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอให้ข้อมูลซ้ำอีกครั้ง ณ ที่นี้ว่า ขณะนี้แผนปฏิรูปประเทศรวม 10 ด้านมีผลบังคับใช้โดยประกาศราชกิจจานุเบกษาไปแล้วตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2561 ส่วนแผนปฏิรูปประเทศอีก 2 ด้าน คือ ด้านการศึกษา และตำรวจ ตัวร่างกฎหมายหลักยกร่างเสร็จแล้วในชั้นกฤษฎีกา รอคณะรัฐมนตรีส่งเข้าสู่กระบวนการนิติบัญญัติ ทั้งนี้โดยมีกฎหมายกำหนดขั้นตอนการปฏิรูปประเทศโดยเฉพาะอยู่แล้ว 2 ฉบับ มีกรรมการปฏิรูปประเทศมีอยู่แล้วทั้ง 10 ด้านตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2560&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งหมดเกิิดขึ้นในยุครัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาทั้งสิ้น ท่านจึงออกจะได้เปรียบในประเด็นนี้ เพราะเป็นประธานในการอนุมติแผนฯเองทั้งในฐานะประธานกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ และนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทีนี้มาว่ากันถึงการปฏิบัติตามแผนปฏิรูปประเทศของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาในฐานะผู้ปฏิบัติบ้าง ประเด็นนี้สำคัญกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอตอบเป็น 2 ด้่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านหนึ่ง การทำตามแผนปฏิรูปประเทศของรัฐบาลมีไปมากพอสมควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอยกเฉพาะที่สำคัญที่สุดในมุมมองส่วนตัวของผม แต่มักจะมีคนทั่วไปพูดถึงน้อยมาก มาสัก 3 ประเด็นด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- กฎหมายขายฝากที่ดินคนจน : พระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากอสังหาริมทรัพย์เพื่อเกษตรกรรมและที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- กฎหมายลูกมาตรา 77 : พระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- กฎหมายวิสาหกิจเพื่อสังคม : พระราชบัญญัติวิสาหกิจเพื่อสังคม พ.ศ. 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในประเด็นแรกเรื่ิองกฎหมายขายฝากที่ดินคนจนเป็นสิ่งที่ทุกรัฐบาลก่อนหน้าในช่วงระยะเวลา 46 ปีตั้งแต่หลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ไม่อาจทำได้สำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเคยโพสต์มาสองสามครั้งแล้วว่าเฉพาะในประเด็นนี้ กุญแจสำคัญแห่งความสำเร็จคือพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาโดยตรง ถ้าท่านไม่กล่าวเชิงแสดงเจตจำนงทางการเมืองกึ่งสัญญาประชาคมว่าจะเร่งผลักดันเต็มที่ในรายการศาสตร์พระราชาฯเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2560 ก็คงยากที่คณะทำงานจะผลักดันร่างกฎหมายให้ผ่านกระบวนการของระบบได้ทั้งหมดตั้งแต่เริ่มต้นจนจบได้ภายในเวลาไม่ถึง 2 ปี อ่านสปีชของท่านอีกครั้งได้ในลิงก์ที่ 2 ท้ายโพสต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สื่อมวลชนคนหนึ่งกล่าวว่านี่คือ &amp;#39;ปลดแอกการขายฝาก&amp;#39; ออกจากคอคนจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ช่วยปลดแอกรากหญ้า คนจน ทั้งในชนบท ในเมือง ให้หลุดพ้นพันธนาการจากที่เคยเป็นเบี้ยล่างเพราะถูกมัดมือชกโดยสัญญาขายฝาก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอยอมรับ ณ ที่นี้ว่าเฉพาะประเด็นนี้ทำให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา &amp;#39;ได้ใจ&amp;#39; ผมไปเต็ม ๆ เพราะสมัยทำกิจกรรมทางการเมืองหลัง 14 ตุลาคม 2516 ผมได้มีส่วนร่วมกับสหพันธ์นักศึกษาเสรีฯทำงานร่วมกับกลุ่มชาวนาชาวไร่ที่เข้ามาเรียกร้องความเป็นธรรม ได้เห็นความเดือดร้อนและการสูญเสียที่ทำกินจากบทบัญญัติการขายฝากที่อยู่ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ สมัยนั้นเกิดการปฏิรูปใหญ่มีกฎหมายเพื่อแก้ไขปัญหาออกมา 2 ฉบับคือกฎหมายควบคุมค่าเช่านาและกฎหมายปฏิรูปที่ดิน ขาดแต่การยกเลิกหรือปรับปรุงกฎหมายขายฝาก กระทั่งผ่านมาอีกหลายยุคสมัยเกือบ 50 ปีก็ไม่สำเร็จ เพิ่งมาสำเร็จในยุคนี้ ขณะนี้กฎหมายประกาศในราชกิจจานุเบกษาไปแล้วเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2562 จะมีผลบังคับใช้ทั้งระบบภายในไม่กี่เดือนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในประเด็นที่สองเป็นการทำให้มาตรา 77 รัฐธรรมนูญ 2560 ปรากฎเป็นจริงในทุกมิติ เปิดโอกาสให้มีการสังคายนากฎหมายครั้งใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบลงโทษทางอาญาที่ไม่ควรจะมีพร่ำเพรื่อแม้ในฐานความผิดที่ไม่จำเป็น ล่าสุดร่างกฎหมายประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2562 นี่เอง จะมีพ้นบังคับใช้ภายใน 180 วัน ก็ช่วงสิ้นปีนี้พอดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในอนาคตผลของกฎหมายฉบับนี้จะถึงขั้นกล่าวได้ว่าเป็นการ &amp;#39;ปลดแอกคนไทย&amp;#39; จากกฎหมายที่ทั้งมีมากและบัญญัติโทษทางอาญาเกินจำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมในลิงก์ที่ 3 ท้ายโพสต์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในประเด็นที่สามเป็นการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมในเชิงโครงสร้าง โดยเปิดโอกาสให้มีมาตรการสนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรมต่อภาคธุรกิจเอกชนที่มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือสังคมไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง เป็นการสร้างกลไกในระบบให้เกิดการเอื้อเฟ้อแบ่งปันกันมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่ก็จะมีผลใหญ่หลวงในอนาคตเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่อีกด้านหนึ่ง ก็มีอีกพอสมควรที่รัฐบาลยังดำเนินการไม่ครบถ้วนตามแผนปฏิรูปประเทศ หรือยังไม่ทันกำหนดเวลาตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเฉพาะด้านการศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านตำรวจ !&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาจจะเป็นเพราะเหตุในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาเป็นระยะใกล้การเลือกตั้งทั่วไป แม้ร่างพระราชบัญญัติหลักจะเสร็จจากชั้นคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว แต่เนื่องจากเป็นร่างพระราชบัญญัติที่มีการเปลี่ยนแปลงมาก มีหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องยังไม่เห็นด้วยบางประการ รัฐบาลจึงตัดสินใจชะลอไว้ไม่ส่งเข้าสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ และไม่ใช้มาตรการพิเศษอื่นนอกเหนือจากกระบวนการนิติบัญญัติตามปกติ ไม่ว่าจะเป็นการตราเป็นพระราชกำหนด หรือการใช้มาตรา 44 ร่่างพระราชบัญญัติดังกล่าวจึงยังค้างอยู่ที่คณะรัฐมนตรี รอการตัดสินใจของคณะรัฐมนตรีชุดต่อไป ซึ่งถ้าเป็นนายกรัฐมนตรีคนเดิมก็สามารถที่จะเดินหน้าต่อไปได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้องยอมรับว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชาถูกตั้งคำถามมากที่สุดในประเด็นปฎิรูปตำรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเป็นคนหนึ่งที่แม้จะ &amp;#39;เข้าใจ&amp;#39; ในเงื่อนไขจำกัดทั้งที่ว่ามาข้างต้น และเงื่อนไขจำกัดประการอื่น ๆ ด้วย แต่ก็ยัง &amp;#39;ค้างคาใจ&amp;#39; อยู่ เพราะบังเอิญได้เป็นหนึ่งในคณะกรรมการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติชุดท่านอาจารย์มีชัย ฤชุพันธุ์ โดยได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่โฆษก แถลงความคืบหน้าเป็นระยะ ๆ ตลอดปี 2561 ตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นมา แต่ครั้นเมื่ิอร่างกฎหมายเสร็จเรียบร้อยแล้วถึง 2 ฉบับ ส่งรัฐบาลแล้ว แต่ยังติดขัดไม่ได้เดินต่อ จะไม่ให้ &amp;#39;ค้างคาใจ&amp;#39; เลยได้ละหรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในประเด็นนี้ ก็จะใช้สิทธิในฐานะสมาชิกวุฒิสภาตั้งกระทู้สอบถามและติดตามต่อไปตามวาระอันควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อพอเข้าใจ &amp;#39;เหตุผลพิเศษ&amp;#39; โดยสังเขปแล้ว ในการพิจารณาว่าบุคคลใดเหมาะสมต้องพิจารณา &amp;#39;เชิงเปรียบเทียบ&amp;#39; ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เปรียบเทียบระหว่างแคนดิเดทนายกรัฐมนตรีที่มีให้สมาชิกวุฒิสภาร่วมเลือก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงตรงนี้ ขอทำความเข้าใจเป็นพื้นฐานว่าในกระบวนการเลือกนายกรัฐมนตรีในที่ประชุมร่วมของรัฐสภานั้นมีกระบวนการอยู่ 3 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 การเสนอชื่อ ขั้นตอนที่ 2 การรับรองชื่อที่เสนอ และขั้นตอนที่ 3 การลงมติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาชิกวุฒิสภามีส่วนร่วมเฉพาะในขั้นตอนที่ 3 เท่านั้น โดย 2 ขั้นตอนแรกเป็นหน้าที่และอำนาจเฉพาะของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้นที่มีสิทธิเสนอชื่อบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยจำกัดลงไปอีกว่าจะเสนอได้แต่จากรายชื่อที่แต่ละพรรคการเมืองยื่นบัญชีพรรคละไม่เกิน 3 คนต่อก.ก.ต.ในวันสมัครรับเลือกตั้ง และเฉพาะรายชื่อของพรรคการเมืองที่มีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภาผู้แทนราษฎร 25 คนขึ้นไปเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งก็ทำให้เหลือบุคคลอยู่ในข่ายนี้เพียง 7 คน กล่าวคือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์(เพื่อไทย)
2. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ (เพื่อไทย)
3. นายชัยเกษม นิติสิริ (เพื่อไทย)
4. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา (พลังประชารัฐ)
5. นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ (อนาคตใหม่)
6. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (ประชาธิปัตย์)
7. นายอนุทิน ชาญวีรกุล (ภูมิใจไทย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเสนอรายชื่อแล้ว ต้องมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรับรองรายชื่อนั้นอีกอย่างน้อย 50 คนจึงจะเป็นแคนดิเดทได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายใต้สภาวการณ์การเมือง 2 ขั้ว เชื่อว่าบุคคลในข่ายที่เหลือ 7 คนน่าจะได้รับการเสนอชื่อและผ่านการรับรองให้ขึ้นมาเป็นแคนดิเดทนายกรัฐมนตรีครั้งนี้เพียง 2 คนเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชาจะเป็น 1 ใน 2 คนนี้แน่ ในฐานะผู้อยู่ในบัญชีรายชื่อของพรรคพลังประชารัฐ โดยการสนับสนุนของกลุ่มพรรคพันธมิตรอีกจำนวนหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนอีกคนหนึ่งจะเป็นใครจากขั้วพันธมิตร 7 พรรคที่ชิงแถลงข่าวตั้งแต่หลังเลือกตั้งหมาด ๆ ขณะนี้ยังไม่ชัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประกาศไม่รับการเสนอชื่อแล้ว จะพลิกไปเป็นใครในอีก 2 รายชื่อที่เหลืออยู่ของพรรคเพื่อไทย ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หรือจะเป็นธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจแห่งพรรคอนาคตใหม่ ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถึงเวลานั้น สมาชิกวุฒิสภาต้องตัดสินใจว่าจะเลือกใครเป็นนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผม ตัดสินใจได้แล้วบนฐานหลักคิดที่กล่าวมา โดยเป็นบุคคลที่ทั้ง &amp;#39;ได้ใจ&amp;#39; และ &amp;#39;ค้างคาใจ&amp;#39; ผม แต่เมื่อผ่านการชั่งน้ำหนักโดยเปรียบเทียบกับแคนดิเดทที่มีอยู่ไม่ว่าจะเป็นใครแล้ว คำตอบออกมาชัดเจน พร้อมจะเปล่งวาจาขานชื่อบุคคลผู้นี้ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาในวันพุธที่ 5 มิถุนายน 2562 นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะเป็นบุคคลที่สามารถตอบโจทย์ &amp;#39;เหตุผลพิเศษ&amp;#39; ได้ใกล้เคียงมากที่สุด ทั้งนี้โดยพิจารณา &amp;#39;เชิงเปรียบเทียบ&amp;#39; กับบุคคลที่อยู่ในข่ายเป็นแคนดิเดทที่เหลืออยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ยังเป็นบุคคลที่สามารถตอบโจทย์ &amp;#39;เหตุผลทางการเมืองทั่วไป&amp;#39; ได้มากที่สุด ทั้งนี้โดยพิจารณา &amp;#39;เชิงเปรียบเทียบ&amp;#39; ด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37368</URL_LINK>
                <HASHTAG>250ส.ว., คำนูณ สิทธิสมาน, เลือกนายกรัฐมนตรี, เลือกพลเอกประยุทธ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180712/image_big_5b476a0217254.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36580</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2019 11:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2019 10:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พ่อจอห์นวิญญู&#039;อธิบายความเหมือนความต่างระหว่าง&#039;250ส.ว.&#039;กับ&#039;มงคลกิตติ์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 พ.ค.62 - รศ.ดร.โกวิท วงศ์สุรวัฒน์ อาจารย์ภาควิชารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ่อของ &amp;ldquo;จอห์น วิญญู&amp;rdquo; ได้โพสต์ข้อความลงบนทวีตเตอร์ &amp;ldquo;@kovitw1&amp;rdquo; ระบุว่า &amp;quot;รัฐบาล คสชแต่งตั้งสว. 250 คนโดยอ้างว่าเป็นตัวแทนของประชาชนเหมือนกับ &amp;nbsp;มงคลกิตติ์ เป็นตัวแทนของพวกเราประชาชน &amp;nbsp;ไม่ต่างกันสักเท่าไรหรอก ว่าที่จริงมงคลกิตติ์ยังมีศักดิ์ศรีมากกว่า &amp;nbsp;อย่างน้อยยังมีคนเลือกบ้างแม้จะน้อย ก็ยังอ้างว่าเป็นตัวแทนประชาชนได้มากกว่า สว.ถึงแม้จะเสียตัวแล้วก็เถอะ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36580</URL_LINK>
                <HASHTAG>250ส.ว., ตัวแทนประชาชน, พ่อจอห์น วิญญู, มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์, โกวิท วงศ์สุรวัฒน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190420/image_big_5cba9c479fcd1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36513</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2019 16:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2019 16:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภาสูงกระเพื่อม!ส.ว.กว่า 50 คนส่อลุกฮือ ต้านล็อกเก้าอี้ประธาน-รองประธานส.ว.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรเพชร วิชิตชลชัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 พ.ค.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาถึงความคืบหน้าการเปิดประชุมวุฒิสภาในวันที่ 24 พ.ค.ที่หอประชุมบริษัท ทีโอที จำกัด(มหาชน) ถ.แจ้งวัฒนะ เพื่อเลือกตัวประธานวุฒิสภา และรองประธานวุฒิสภาอีก 2คน ที่ก่อนหน้านี้มีการวางตัวค่อนข้างแน่ชัด ว่านายพรเพชร วิชิตชลชัย อดีตประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) จะได้เป็นประธานวุฒิสภา พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร อดีตสนช.เป็นรองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 และนายศุภชัย สมเจริญ อดีตประธานกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)เป็นรองประธานวุฒิสภาคนที่2 นั้น แต่ล่าสุด พบว่า กลุ่มส.ว.กว่า 50 คน ไม่พอใจในการล็อบบี้ดังกล่าว อีกทั้งยังมีความพยายามไม่ให้โหวตแข่งขันในทุกตำแหน่ง&amp;nbsp; โดยส.ว.กลุ่มที่ไม่พอใจได้จับกลุ่มกันวิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เพราะควรเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในทุกตำแหน่ง โดยเฉพาะตำแหน่งประธานส.ว. ที่ส.ว.หลายคนเห็นว่า ตามธรรมเนียมปฏิบัติที่ถูกต้อง จะต้องได้รับการยอมรับจากสมาชิกทุกคนด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้กลุ่มส.ว.หลายคนยังได้จับกลุ่มวิจารณ์ถึงความเหมาะสมในการวางตัวนายพรเพชรให้ดำรงตำแหน่งประธานส.ว.อย่างหนักว่า ช่วงที่ปฏิบัติหน้าที่ประธานสนช.5ปีที่ผ่านมา ไม่ค่อยมาหารือกับสมาชิกสนช.เท่าที่ควร ทำให้การออกกฎหมายหลายฉบับมีปัญหา ถูกโซเชียลมีเดียรุมถล่มจนกระทบต่อภาพลักษณ์คสช.และวิจารณ์ว่าขณะนี้มีบางคนทำตัวเป็นประธานตั้งเเต่ยังไม่ได้รับการเเต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งด้วยซ้ำ อีกทั้งการจัดสรรตำแหน่งประธานกมธ.ชุดต่างๆ ในวุฒิสภา ยังไม่มีการปรึกษาหารือสมาชิก ทำให้ขณะนี้ส.ว.กลุ่มดังกล่าวกำลังหารือกันอยู่ว่า หากมีคำสั่งของผู้ใหญ่วางตัวให้นายพรเพชรมาเป็นประธานส.ว.จริง ก็ควรมาทำความเข้าใจกับส.ว.ทุกคนถึงเหตุผลที่มาที่ไป&amp;nbsp; ไม่ใช่ยึดสภาแล้วมาสั่งซ้ายหันขวาหัน ตั้งเเต่ยังไม่เริ่มเปิดประชุมอยู่เพียงผู้เดียว&amp;nbsp; ถ้านายพรเพชรยังไม่ประสานงานมาทำความเข้าใจกับส.ว. อาจจะมีการเสนอให้โหวตแข่งขันในตำแหน่งประธานส.ว. แม้จะรู้ว่าถ้าโหวตกันจริงๆแล้ว มีโอกาสสูงที่จะพ่ายแพ้ต่อนายพรเพชรก็ตาม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36513</URL_LINK>
                <HASHTAG>250ส.ว., ประธานวุฒิสภา, พรเพชร วิชิตชลชัย, วุฒิสภา, ส.ว., เลือกประธานส.ว.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180524/image_big_5b06c3abe564e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36315</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/05/2019 20:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2019 20:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เก้าอี้ประธานส.ว.ไม่ต้องลุ้นแล้ว!จับตารองคนที่ 1 &#039;เพื่อนบิ๊กตู่&#039; ชิงดำ &#039;บิ๊กจิน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร,พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 พ.ค.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาถึงความคืบหน้าการเปิดประชุมวุฒิสภานัดแรกในวันที่ 24 พ.ค.ที่หอประชุมบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน)ถ.แจ้งวัฒนะ เพื่อลงมติเลือกประธานวุฒิสภา และรองประธานวุฒิสภาอีก 2 คนว่า ในส่วนของตำแหน่งประธานวุฒิสภาเป็นที่ลงตัวแล้วว่า จะเป็นนายพรเพชร วิชิตชลชัย อดีตประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ยังคงได้รับความไว้วางใจให้มาปฏิบัติหน้าที่ต่อเนื่องในตำแหน่งประธานวุฒิสภา เพราะยังเป็นบุคคลที่คสช.ให้ความไว้วางใจ และมีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายและข้อบังคับการประชุม โดยจะไม่มีการเสนอชื่อบุคคลอื่นมาแย่งตำแหน่งประธานวุฒิสภากับนายพรเพชรในวันดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนตำแหน่งรองประธานวุฒิสภาคนที่1 นั้น ขณะนี้เป็นการขับเคี่ยวกันระหว่างพล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร อดีตสนช. เพื่อนร่วมรุ่นตท.12 ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. แข่งกับพล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรมว.ยุติธรรม ต่างฝ่ายต่างมีเสียงสนับสนุนคู่คี่สูสีกัน &amp;nbsp;แต่ฝ่ายพล.อ.สิงห์ศึกมีเสียงสนับสนุนเหลื่อมนำหน้าอยู่เล็กน้อย เพราะส.ว.ที่เป็นสายอดีตสนช.ต่างเทเสียงสนับสนุนไปทางพล.อ.สิงห์ศึกให้เป็นรองประธานวุฒิสภาคนที่ 1&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ตำแหน่งรองประธานวุฒิสภาคนที่ 2 มีแนวโน้มตกเป็นของนายศุภชัย สมเจริญ เพื่อให้ใช้ความรู้ ความสามารถด้านกฎหมาย ในฐานะอดีตประธานกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)มาช่วยงานด้านกฎหมายนายพรเพชรในวุฒิสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36315</URL_LINK>
                <HASHTAG>250ส.ว., บิ๊กจิน, ประธานวุฒิสภา, พรเพชร วิชิตชลชัย, พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร, พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190520/image_big_5ce2a3fc67f63.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36143</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2019 08:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2019 08:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วีระ&#039;จี้สปิริตส.ว.โดยตำแหน่งรับเงินเดือนหลายทาง เขาให้มาเสียสละเพื่อชาติ ไม่รับเงินเดือนทำได้ไหม?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ค.62 - นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่าประชาชนยต่อต้านการคอร์รัปชัน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบ๊กแฟนเพจ Veera Somkwamkid ระบุว่า &amp;quot;เอาเปรียบประเทศชาติและประชาชนผู้เสียภาษี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เข้ามาเป็นสว. เพราะเขียนกฎหมายฯเอื้อกันเอาไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทหารใหญ่บางคนรับเงินเดือนและผลตอบแทนหลายทาง(เป็นกรรมการในรัฐวิสาหกิจ) ไม่ใช่แค่ 2 ทาง ทหารใหญ่ที่ยังรับราชการอยู่ ได้รับเงินเดือนในตำแหน่งหน้าที่ทางราชการอยู่แล้ว ตำแหน่งสว. เขาให้มาเสียสละเพื่อชาติและประชาชน ดังนั้นไม่สมควรจะมารับเงินเดือน สว.อีก ทำได้ไหม?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศมาเลเซีย หลังนายกฯมหาเธร์ชนะเลือกตั้งเข้ามาบริหารประเทศอีกครั้ง นอกจากไม่ขึ้นเงินเดือนหรือให้คนในรัฐบาลรับเงินหลายทางแล้ว ยังสั่งให้ลดเงินเดือนของคณะรัฐมนตรีลงด้วย แต่ของไทย รองนายกฯฝ่ายกฎหมายกลับออกมารับรองว่าสามารถรับเงินได้หลายทาง ทั้งที่ประเทศไทยยังมีหนี้สินจำนวนมหาศาล คุณภาพของผู้นำไทยและของผู้นำมาเลย์ มันช่างแตกต่างกันเสียเหลือเกิน ถามจริงๆ ไม่รู้จักอายประเทศมาเลย์เขาบ้างหรือ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พวกคุณไม่รู้จักอาย แต่ประชาชนอายเขานะ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36143</URL_LINK>
                <HASHTAG>250ส.ว., วีระ สมความคิด, สภาสูง, สมาชิกวุฒิสภา, เงินเดือนส.ว.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190430/image_big_5cc806243b64e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36103</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2019 15:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2019 15:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039;กางรัฐธรรมนูญเคลียร์ปมส.ว.โดยตำแหน่งเป๋าตุงรับเงินเดือน2สอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ค.62 -&amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐธรรมนูญเขียนไว้ว่า รัฐมนตรี ส.ส. และ ส.ว. ต้องไม่ถือสัญญาสัมปทาน ต้องไม่เป็นเจ้าของ หรือมีหุ้นในกิจการสื่อ และไม่เป็นคู่สัญญา หรือมีหุ้นในกิจการที่เป็นคู่สัญญาผูกขาดตัดตอนกับรัฐ หากเป็นสัญญาธรรมดาทั่วไปไม่เป็นไร เช่น กรณีไปมีหุ้นในบริษัทที่ทำสัญญารับเหมาก่อสร้างกับรัฐถือว่าไม่เป็นไร แต่ถ้าเป็นสัญญาที่ผูกขาดตัดตอนกับรัฐ เช่น สัมปทานหรือกิจการที่คล้ายกับสัมปทาน อาทิ การเดินรถ ทำเหมือง ถือว่าไม่ได้ หากใครมีตำแหน่งหรือถือหุ้นอยู่ในบริษัทที่เข้าลักษณะต้องห้ามแล้วจะดำรงตำแหน่ง ต้องลาออกก่อนนำความกราบบังคมทูลฯ แต่งตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีผู้บัญชาการเหล่าทัพทั้ง 6 คน ที่เป็น ส.ว.โดยตำแหน่ง ต้องรับเงินเดือน 2 ทางใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า เรื่องรับเงินเดือนเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ตนเข้าใจว่ารับ 2 ทาง เขาเขียนยกเว้นไว้ชัดเจนในรัฐธรรมนูญ มาตรา 269 ซึ่งอาจจะไปเป็นคณะกรรมการอะไรก็ได้ เขาไม่ได้ห้าม เช่น ผบ.ตร. จะต้องเป็น ก.ตร. เพียงแต่ทั้ง 6 คนจะต้องไม่ไปมีกิจการสัมปทานที่ผูกขาดตัดตอน ขณะที่ ส.ว.อีก 200 กว่าคนนั้น ทำไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกระแสข่าวนายวิษณุจะกลับมารับตำแหน่งในรัฐบาลอีกครั้ง นายวิษณุ ตอบกลับว่า ข่าวจากที่ไหน เมื่อสื่อรายงานกันเองก็ลือกันเอง ด้วยความสัตย์จริงขณะนี้ไม่มีใครมาพูดอะไรกับตน และเป็นเหมือนที่นายกฯพูด ท่านก็ยังไม่ได้เป็นอะไร ยังไม่มีใครเป็นอะไรสักคน จะอยู่หรือจะวืดยังไม่รู้ เมื่อถามย้ำ แล้วอยากกลับมาเป็นอีกหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ตอบ เคยพูดแล้วว่าไม่ใช่คนสำคัญ อย่าให้เป็นประเด็นอะไร ตนมีทางเลือกอื่นในชีวิตเยอะ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36103</URL_LINK>
                <HASHTAG>250ส.ว., รับเงินเดือนสองทาง, วิษณุ เครืองาม, ส.ว.โดยตำแหน่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190517/image_big_5cde6aac6378d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
