<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115936</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2021 19:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2021 19:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดฉุดอสังหาขาลง ครึ่งปีแรก 64 ที่อยู่อาศัยสร้างใหม่หดวูบ 32%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;7 กันยายน 2564 นายวิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) เปิดเผยว่า ในปี 2564 นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันประเทศไทยยังประสบกับการแพร่ระบาดของ COVID-19 ซึ่งค่อนข้างรุนแรงมากขึ้นและยังไม่มีความชัดเจนว่าจะยุติลงเมื่อไร ส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทย และภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยของทั้งประเทศ
ทั้งนี้ ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ได้สำรวจภาคสนามถึงสภาวะตลาดที่อยู่อาศัย 27 จังหวัดที่สำคัญ โดยพบความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนของอุปทานที่อยู่อาศัยเข้าใหม่ที่เข้าสู่ตลาดในช่วงครึ่งแรกของปี 2564 มีจำนวนหน่วยเพียง 29,775 หน่วย ลดลงร้อยละ -32.0 และมีมูลค่า 118,667 ล้านบาท ลดลงร้อยละ -37.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อุปทานที่อยู่อาศัยเข้าใหม่ในกลุ่มโครงการอาคารชุดมีการชะลอตัวลงมากกว่าโครงการบ้านจัดสรร โดยโครงการอาคารชุดเข้าใหม่ในพื้นที่ 27 จังหวัด มีจำนวนประมาณ 8,769 หน่วย รวมมูลค่า 28,918 ล้านบาท ลดลงร้อยละ -46.0 และ ร้อยละ -53.3 ตามลำดับ ในขณะที่โครงการบ้านจัดสรรเข้าใหม่มีจำนวนหน่วยประมาณ 21,006 หน่วย มูลค่ารวม 89,749 ล้านบาท ลดลงร้อยละ -23.9 และร้อยละ -29.6 ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การปรับตัวลดลงของอุปทานที่อยู่อาศัยเข้าใหม่เช่นนี้ ส่งผลต่อภาพรวมของอุปทานที่อยู่อาศัยทั้งหมดที่มีการขายในตลาดพื้นที่ 27 จังหวัด ณ ครึ่งปีแรกปี 2564 มีจำนวนทั้งสิ้น 328,657 หน่วย มูลค่ารวม 1,446,276 ล้านบาท จำนวนหน่วยลดลงร้อยละ -5.7 มูลค่าลดลงร้อยละ -6.4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2563 แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์การปรับตัวของผู้ประกอบการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่ไม่เพิ่มเติมสินค้าใหม่เข้ามาในตลาดมากนัก แต่จะเน้นการระบายสินค้าเดิมที่มีอยู่ออกไป เพื่อสร้างสภาพคล่องในการบริหารจัดการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในภาวะที่ยังมีการระบาดของ COVID-19 ทำให้กำลังซื้อของผู้ที่ต้องการจะซื้อที่อยู่อาศัย และความสนใจในการซื้อเพื่อเป็นบ้านหลังที่สอง หรือเพื่อการลงทุนมีการชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัดเจนจากยอดขายที่อยู่อาศัยขายได้ใหม่ในภาพรวม ที่พบว่าในช่วงครึ่งแรกปี 2564 มีจำนวนที่อยู่อาศัยขายได้ใหม่ประมาณ 45,895 หน่วย มูลค่า 195,803 ล้านบาท หรือ ลดลงร้อยละ -14.3 และ -14.7 ตามลำดับ โดยเป็นโครงการบ้านจัดสรรขายได้ใหม่ 27,489 หน่วย มูลค่า 124,219 ล้านบาท ลดลงร้อยละ -22.6 และร้อยละ -20.7 ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่โครงการอาคารชุดขายได้ใหม่ 18,406 หน่วย มูลค่า 71,583 ล้านบาท โดยจำนวนหน่วยเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.8 ส่วนมูลค่าลดลงร้อยละ -1.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2563 สำหรับการที่อาคารชุดขายได้ใหม่มีจำนวนหน่วยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เพราะในปี 2563 มีฐานที่ต่ำมาก นอกจากนี้ยังพบว่าอัตราดูดซับในภาพรวมลดลงต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปี 2563 ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้ยอดขายใหม่จะขายได้น้อยลง แต่ผลจากการที่อุปทานเข้าใหม่ในตลาดน้อยลงนั้น ส่งผลให้จำนวนหน่วยเหลือขายลดลงตามไปด้วย โดย ณ ครึ่งแรกปี 2564 มีที่อยู่อาศัยเหลือขายจำนวน 282,762 หน่วย คิดเป็นมูลค่า 1,250,473 ล้านบาท ลดลงร้อยละ -4.1 และร้อยละ -4.9&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งนับได้ว่าเป็นการลดแรงกดดันของภาวะหน่วยเหลือขายในตลาดให้ลดความรุนแรงลง และสะท้อนว่าตลาดมีการปรับสมดุลของอุปสงค์และอุปทานมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นบทบาทหน้าที่ของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ที่ได้ส่งสัญญาเตือนตลาดมาอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115936</URL_LINK>
                <HASHTAG>2564, ครึ่งปีแรก, ตลาดอสังหาริมทรัพย์, ติดลบ, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210705/image_big_60e2c7f1d4048.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110391</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2021 09:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2021 09:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;DITP&#039; อัด 100 กิจกรรม ปั๊มยอดส่งออกครึ่งปีหลัง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
20 &amp;nbsp;ก.ค. 2564 นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เปิดเผยว่า กรมฯ ได้รับนโยบายนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้สั่งการให้เร่งดำเนินกิจกรรมส่งเสริมและผลักดันการส่งออกในช่วงครึ่งปีหลังผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อเพิ่มรายได้เข้าประเทศ โดยมีแผนที่จะจัดกิจกรรมเพื่อเพิ่มโอกาสในการส่งออกให้กับสินค้าไทย ทั้งการเจรจาจับคู่ธุรกิจออนไลน์ (Online Business Matching &amp;ndash; OBM) การพาผู้ประกอบการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในต่างประเทศ การจัดงานแสดงสินค้าเสมือนจริง การจัดงานแสดงสินค้าไทยในต่างประเทศ และการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกับห้างสรรพสินค้า ซุปเปอร์มาร์เก็ต และแพลตฟอร์มชื่อดัง รวมแล้วประมาณเกือบ 100 กิจกรรม ครอบคลุมทุกประเทศทั่วโลก ที่เป็นตลาดส่งออกของไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเจรจาจับคู่ธุรกิจออนไลน์ มีกำหนดจัดกิจกรรมอีก 20 ครั้ง ในช่วงเดือนก.ค.-พ.ย.2564 ในกลุ่มสินค้าต่าง ๆ เช่น สินค้าสำหรับผู้สูงอายุ 60+ การพิมพ์ ผลไม้สด แปรรูป ผลิตภัณฑ์เกษตร ของใช้สำหรับสัตว์เลี้ยง อาหารสัตว์เลี้ยง อาหารแปรรูป ยางพาราและผลิตภัณฑ์ยาง เครื่องปรับอากาศ เครื่องทำความเย็น เครื่องใช้ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนอะไหล่และอปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ เครื่องจักรกลการเกษตร วัสดุก่อสร้าง เครื่องดื่ม เครื่องมือแพทย์ ของใช้ภายในบ้าน และธุรกิจบริการ เช่น ดิจิทัลคอนเทนต์ ธุรกิจการศึกษานานาชาติ ธุรกิจบริหารการจัดงาน ธุรกิจบริการ Tech Startup และแฟรนไชส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ส่วนการนำผู้ประกอบการไปเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในต่างประเทศ ทั้งรูปแบบออนไลน์ Mirror Mirror (ส่งแต่สินค้าไปจัดแสดงและเจรจาธุรกิจผ่านออนไลน์) และ Pop Up Store (ส่งสินค้าและบริการไปจัดแสดง) ประมาณ 16 ครั้ง ได้แก่ งานภาพยนตร์ที่เมืองคานส์ , ดิจิทัลคอนเทนต์ ที่สิงคโปร์ , อาหารและธุรกิจโรงแรมที่เมืองโกยาง เกาหลีใต้ , ไลฟ์สไตล์ที่ลาสเวกัส สหรัฐฯ , เครื่องสำอางที่กวางโจว , อาหาร ที่ซิดนีย์ ออสเตรเลีย , สินค้าอุปโภคบริโภคที่หนานหนิง , ไลฟ์สไตล์และของใช้ของตกแต่งบ้าน ที่ปารีส ฝรั่งเศส , ก่อสร้าง ที่ดูไบ , สินค้าอุปโภคบริโภค ที่เซี่ยงไฮ้ , การแพทย์ ที่เยอรมนี , ยานยนต์ ที่ลาสเวกัส สหรัฐฯ , ภาพยนตร์ ที่สหรัฐฯ เกม ที่ปูซาน เกาหลีใต้ , ชิ้นส่วนอะไหล่และอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ ที่ดูไบ , ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และจัดเลี้ยง ที่ยุโรปและ CIS&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายสมเด็จกล่าวว่า การจัดงานแสดงสินค้าเสมือนจริง เหลือจัดงานอีก 6 ครั้ง คือ งาน &amp;nbsp;Bangkok International Digital Content Festival 2021 4-6 ส.ค.2564 (ดิจิทัลคอนเทนต์) TILOG VE 2021 &amp;nbsp;25-27 ส.ค.2564 (โลจิสติกส์) , Thai G.R.O.O.V.E Online Business Matching ส.ค.2564 (สินค้าแบรนด์ไทยชั้นนำ) , THAIFEX Virtual Trade Show พ.ค.&amp;ndash;ก.ย.2564 (อาหาร) และ &amp;nbsp;THAIFEX-ANUGA ASIA&amp;ndash;Hybrid Edition 29 ก.ย.&amp;ndash;3 ต.ค.2564 (อาหาร)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากนี้ จะจัดงานแสดงสินค้าไทยในต่างประเทศ และเจรจาธุรกิจออนไลน์ ในอาเซียน 4 ครั้ง ได้แก่ ย่างกุ้ง เมียนมา พนมเปญ กัมพูชา เกิ่นเทอ เวียดนาม พระตะบอง กัมพูชา และเอเชียใต้ 3 งาน ได้แก่ &amp;nbsp;อินเดียตะวันตก (มุมไบ สุรัต อินดอร์) เจนไน และนิวเดลี (เป็นลักษณะ OBM เฉพาะนิวเดลี ที่เป็น Virtual Event และจีน 1 ครั้ง ที่คุนหมิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ส่วนกิจกรรมส่งเสริมการขายอื่นๆ จะจัดประมาณ 44 ครั้ง โดยโปรโมตผลไม้ไทยทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ ในเมืองต่าง ๆ ของจีน ได้แก่ เซี่ยงไฮ้ กวางโจว ฝอซาน จ้านเจียง อู่ฮั่น ชิงต่าว ต้าเหลียน เซียะเหมิน ฉางซา คุนหมิง เฉิงตู และฉงชิ่ง , ร่วมมือกับ AEON , Beisia , DONKI และผ่านรายการ TV Shopping จัดส่งเสริมการขายสินค้าอาหารสำเร็จรูป อาหารแปรรูป ผลไม้พรีเมี่ยม เครื่องปรุงรส เครื่องดื่ม , จัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย สินค้าผลไม้ อาหารและเครื่องดื่ม เครื่องปรุงรส ขนมคบเคี้ยว ของใช้ ของตกแต่งบ้าน เครื่องสำอาง สปา และผลิตภัณฑ์ยางพารา ผ่านช่องทางการค้าปลีกสมัยใหม่ ใน 12 เมืองของจีนรวมฮ่องกง (ชีอาน เฉิงตู เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง หนานหนิง ไป่เซ่อ ฮาร์บิน เทียนจิน กวางโจว จงซาน เซี่ยเหมิน และฮ่องกง) , จัดงาน Taste of Thailand 2021 ส่งเสริมสินค้าอาหารไทย ณ ห้าง Hyundai กรุงโซล , จัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย สินค้าข้าว อาหารแปรรูป เกษตรแปรรูป โดยร่วมกับห้างซูเปอร์มาร์เก็ตเอเชีย และฮิสแปนิก ในสหรัฐฯ อาทิ Hmart, Lotte Plaza, 99 Asian Supermarket, Emart, Food Fair Wholesale, Price Rite, Western Beef, C-Town , จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายสินค้าเครื่องประดับของนักออกแบบไทยสู่ Showroom ในนครเซี่ยงไฮ้ และจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย สินค้านวัตกรรมที่มีการออกแบบและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สู่ตลาดญี่ปุ่นในรูปแบบ Pop Up Store&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ขณะเดียวกัน จะส่งเสริมสินค้าไทยใน TOP THAI Store บนแพลตฟอร์ม e-Commerce ชั้นนำของต่างประเทศ เช่น Tmall Global จีน , Bigbasket อินเดีย , Klangthai กัมพูชา และ Amazon สหรัฐฯ และส่งเสริมสินค้าไทย กลุ่มสินค้าแนวดีไซน์ และ Craft สู่ตลาดการค้าออนไลน์ในยุโรป ผ่านแพลตฟอร์ม meisterstrasse.com&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110391</URL_LINK>
                <HASHTAG>2564, กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP), นายสมเด็จ สุสมบูรณ์, แผนส่งออกครึ่งปีหลัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210720/image_big_60f637d5a9e40.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87986</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/12/2020 17:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/12/2020 17:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปีใหม่หงอยเงินสะพัดแค่ 9หมื่นล้านลดลง33.6% </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ธ.ค.2563 นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ เปิดเผยว่า การใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2564 ที่สำรวจจากประชาชน 1,223 ตัวอย่างทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 14-23 ธ.ค.25 พบว่า จะมีเงินสะพัดอยู่ที่ 91,467 ล้านบาท ลดลง 33.6% จากปี 2563 ที่มีมูลค่าการใช้จ่าย 137,809 ล้านบาท เป็นการหดตัวครั้งแรกในรอบ 15 ปี และมีมูลค่าต่ำสุดในรอบ 10 ปี เพราะประชาชนมีความกังวลในเรื่องการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยเฉพาะการระบาดรอบใหม่ที่จังหวัดสมุทรสาคร ทำให้กิจการในช่วงปีใหม่น้อยลง ใช้จ่ายลดลง อยู่บ้านมากขึ้น เพราะไม่กล้าออกจากบ้าน จึงส่งผลต่อการใช้จ่ายในช่วงปีใหม่นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การสำรวจในปีที่ผ่านๆ มา มูลค่าใช้จ่ายช่วงปีใหม่จะเกินกว่า 100,000 ล้านบาท เพราะมีเงินที่ประชาชนไปจ่ายในการท่องเที่ยวต่างประเทศด้วย โดยใช้เฉลี่ยกว่า 30,000 ล้านบาท แต่ปีนี้ ไม่มีการไปเที่ยวต่างประเทศ เม็ดเงินส่วนนี้หายไป เหลือแต่เงินใช้จ่ายในประเทศ จึงทำให้อัตราการติดลบลดลงมากถึง 33.6% แต่ถ้าตัดเม็ดเงินท่องเที่ยวต่างประเทศออก มูลค่าใช้จ่ายปีนี้จะเหลือติดลบเพียง 10.3% เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม หากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในสมุทรสาครเพิ่มขึ้น มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น จะทำให้เงินสะพัดในช่วงปีใหม่เหลือเพียง 80,937 ล้านบาท ลดลง 41.3% แต่หากมีการล็อกดาวน์พื้นที่อื่นใกล้เคียงกับสมุทรสาครมากขึ้น จะมีเงินสะพัดเพียง 65,143 ล้านบาทลดลง 52.7% และกรณีร้ายแรงที่สุด คือ ล็อกดาวน์ทั่วประเทศ จะเหลือเงินสะพัด 38,819 ล้านบาท ติดลบ 71.8% แต่ศูนย์ฯ สนับสนุนรัฐบาลไม่ให้มีการล็อกดาวน์ทั้งประเทศ เพราะการล็อกดาวน์ทั้งประเทศ จะทำให้เศรษฐกิจเสียหายมากถึงเดือนละ 200,000 ล้านบาท หรือวันละเกือบ 7,000 ล้านบาท เพราะคนจะตกงานมากขึ้น ธุรกิจเสียหายมากขึ้น และทำให้เศรษฐกิจไทยที่คาดจะขยายตัวเป็นบวกได้ในปีไตรมาส 2 ปี 2564 ต้องเลื่อนออกไปเป็นไตรมาส 4&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับปัญหาการระบาดในครั้งนี้ หากมีการล็อกดาวน์สมุทรสาคร และจังหวัดอื่นๆ ที่พบผู้ติดเชื้อเป็นเวลา 14 วัน และสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ จะทำให้เศรษฐกิจของจังหวัดที่ถูกล็อกดาวน์เสียหายราว 30,000-60,000 ล้านบาท แต่หากควบคุมการระบาดไม่ได้ภายใน 1 เดือน จะทำให้เศรษฐกิจของจังหวัดที่ถูกล็อกดาวน์เสียหาย 60,000-121,000 ล้านบาท และถ้าล็อกดาวน์ทั้งประเทศนาน 1 เดือน จะเสียหายราว 200,000 ล้านบาท โดยมองว่า เศรษฐกิจไทยปี 2564 น่าจะอยู่ในกรอบ 1.8-3.8%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87986</URL_LINK>
                <HASHTAG>2564, ธนวรรธน์ พลวิชัย, เงินสะพัดปีใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200611/image_big_5ee22f75e34e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87766</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/12/2020 10:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/12/2020 10:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ซานต้าป๊อก&#039;โชว์9ของขวัญปีใหม่มหาดไทยเพื่อคนไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ธ.ค.63 &amp;ndash; พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติรับทราบโครงการของขวัญปีใหม่ 2564 ซึ่งกระทรวงมหาดไทยมีความตั้งใจส่งมอบให้ประชาชนด้วย 9 ของขวัญ ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;ขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน เพื่อคนไทย Happy เมืองไทย Healthy ปี 2564&amp;rdquo; ได้แก่ 1.สถานธนานุบาลทั่วไทยลดอัตราดอกเบี้ยตลอดปี โดยระหว่างเดือน ม.ค. &amp;ndash; ก.พ. 64 กำหนดอัตราดอกเบี้ย ไม่คิดดอกเบี้ยกรณีเงินต้นไม่เกิน 5,000 บาท 2 เดือนแรก หลังจากนั้นคิดดอกเบี้ยร้อยละ 0.25 ต่อเดือน กรณีเงินต้นเกินกว่า 5,000 บาท ดอกเบี้ยร้อยละ 1 ต่อเดือน และสำหรับผู้มาใช้บริการตั้งแต่เดือน มี.ค. &amp;ndash; ธ.ค. 64 กรณีเงินต้นไม่เกิน 5,000 บาท ดอกเบี้ยร้อยละ 0.50 ต่อเดือน และกรณีเงินต้นเกินกว่า 5,000 บาท ดอกเบี้ยร้อยละ 1 ต่อเดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ส่งสุขภาพดี วิถีใหม่ (Healthcare Delivery in the New Normal) โดยกรุงเทพมหานคร ส่งเสริมการบริการทางการแพทย์เชิงรุกในโรงพยาบาลสังกัด กทม. 11 แห่ง ด้วยการพัฒนาระบบการตรวจทางห้องปฏิบัติการ Mobile lab การจัดยาไปมอบให้ที่บ้าน การให้คำปรึกษา และการรักษาพยาบาลผ่านระบบโทรเวชกรรม (Telemedicine) รองรับการดำเนินชีวิตวิถีใหม่ (New Normal)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.รู้ง่าย เข้าใจไว กฎหมายอาคาร โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง จัดทำ Infographic เรื่อง พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ผ่าน E &amp;ndash;book Application Line และสื่อต่าง ๆ 4.SmartLands : App เดียวครบเครื่องเรื่องที่ดิน โดยกรมที่ดิน พัฒนาแอปพลิเคชั่นให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลในการติดต่อ/ติดตามงานบริการ 15 ด้าน อาทิ การนัดจดทะเบียนล่วงหน้า การค้นหารูปแปลงที่ดิน ในแอปฯ เดียว เพื่อความสะดวก ลดขั้นตอน ประหยัดเวลา ค่าใช้จ่าย และตอบสนองการใช้ชีวิต New normal&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.มท. สร้างสุข (Happy Creation) โดยกรมการพัฒนาชุมชน &amp;nbsp;ช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อย และครัวเรือนตกเกณฑ์ จปฐ. ปี 2562 โดยรวมผลผลิตจากกิจกรรม &amp;ldquo;90 วัน ปลูกพืชผักสวนครัว เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร&amp;rdquo; รวบรวมต้นกล้าและเมล็ดพันธุ์ผักแบ่งปันไม่น้อยกว่า 150,000 ครัวเรือน พร้อมมอบทุนอุปการะเด็ก หรือของใช้จำเป็นสำหรับเด็กแรกเกิด &amp;ndash; 6 ปี เดือนละ 10 ทุน/จังหวัด ระยะเวลา 3 เดือน และมอบอุปกรณ์การประกอบอาชีพ ให้กับครัวเรือนเป้าหมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.ของถูก ขายฟรี ของดี พาส่งออก โดยองค์การตลาด ช่วยเหลือ สนับสนุน และพัฒนาช่องทางการกระจายสินค้า ให้ประชาชนจำหน่ายสินค้าฟรี ณ ตลาดน้ำสวนผัก คลองสองนครา เขตตลิ่งชัน พร้อมเปิดเส้นทางท่องเที่ยวในชุมชน และเปิดคลินิกช่วยเหลือผู้ประกอบการ ส่งสินค้าไปจีนฟรี ผ่านเว็บไซต์ &amp;nbsp; www.poomjaimarket.com และ China Post&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7.ติดมิเตอร์ใหม่ลดราคา การประปาจัดให้ โดยการประปานครหลวง และการประปาส่วนภูมิภาค ลดค่าติดตั้งประปา ร้อยละ 10 ให้ผู้ใช้น้ารายใหม่ประเภทที่อยู่อาศัย ที่ชำระเงินค่าติดตั้งในเดือน ม.ค. &amp;ndash;ก.พ. 64 8.งานไฟในบ้าน หารคนละครึ่ง กับไฟฟ้านครหลวง ลดภาระค่าใช้จ่ายการติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าร้อยละ 50 (ส่วนลดสูงสุดไม่เกิน 3,000 บาท ต่อหมายเลขเครื่องวัดจนครบ 10 ล้านบาท) อาทิ ระบบแสงสว่าง งานวงจรเต้ารับ เครื่องทาน้าอุ่น ให้กับประชาชนในเขตพื้นที่บริการของ กฟน. ที่ใช้บริการ เมื่อใช้บริการและชำระเงินผ่านแอปพลิเคชัน MEA e-Fix ในเดือน ม.ค.&amp;ndash;ก.พ. 64 และ 9.ติดมิเตอร์ทันใจกับไฟฟ้าภูมิภาค ด้วยการพัฒนาการบริการแบบ One Touch Service ในการขอใช้ไฟฟ้า และติดตั้งมิเตอร์รายใหม่ ที่สะดวกรวดเร็วมากขึ้น ณ จุดเดียว ครั้งเดียว ทุกพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กระทรวงมหาดไทยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ของขวัญปีใหม่ของกระทรวงมหาดไทย จะช่วยให้พี่น้องประชาชนมีความสุข ลดภาระค่าใช้จ่าย พร้อมดูแลรักษาสุขภาพตามหลักชีวิตวิถีใหม่ไปพร้อมกัน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87766</URL_LINK>
                <HASHTAG>2564, ของขวัญปีใหม่, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย, โครงการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201223/image_big_5fe2bc8c6f6f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
