<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>51630</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/12/2019 21:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/12/2019 20:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พร้อมลงถนน!ชาวบ้านหนองบัวลำภูสู้ไม่ถอย &#039;เดิน-ปิด-เหมือง&#039;อนุรักษ์ทรัพยากร-ฟื้นชุมชน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ธ.ค.62- เข้าสู่วันที่ 3 ที่กลุ่มชาวบ้านฅนรักษ์เขาเหล่าใหญ่-ผาจันได ต.ดงมะไฟ อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู &amp;nbsp;ซึ่งรวมตัวกันคัดค้านเหมืองแร่หินปูนในพื้นที่ ร่วมกันเดินรณรงค์ ประชาสัมพันธ์กิจกรรมเชิญชวนประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรม &amp;ldquo;เดิน-ปิด-เหมือง&amp;rdquo; จากภูผาฮวกสู่ศาลากลางจังหวัดหนองบัวลำภู ในระหว่างวันที่ 7-12 ธันวาคม 2562 รวม 6 วัน 5 คืนเพื่อบอกเล่าเรื่องราวการต่อสู้ของพี่น้อง กลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได ต.ดงมะไฟ อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู ตลอดระยะเวลากว่า 25 ปีที่ผ่านมา โดยช่วงกลางวันของทุกวัน จะมีขบวน เดิน-ปิด-เหมือง ไปตามเส้นทาง และหยุดพักตามจุดที่กำหนด และช่วงกลางคืนทุกคืนจะมีเวทีเสวนาวิชาการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยบรรยากาศการเดินรณรงค์ประชาสัมพันธ์เต็มไปด้วยความคึกคัก ชาวบ้านร่วมกันบริจาคข้าวสาร อาหารแห้ง และของใช้ต่างๆ เพื่อนำไปใช้ในการจัดกิจกรรม เดิน-ปิด-เหมือง ถือว่าได้รับความสนใจจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ออกมาให้การสนับสนุนเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางเปี่ยมสุข สุวรรณสนธิ์ กล่าวว่า วันนี้มาเชิญชวนพี่น้องแถวบ้านวังหินซากับบ้านดงมะไฟ เพราะบ้านทางนี้เขาก็มาหาเห็ด หาหน่อไม้ หาสมุนไพร มาใช้ประโยชน์จากทรัพยากร แถวบ้านเรา ภูฮวก ภูผาซ้อน ภูผาจันได เขาก็มาหาภูเขาแถบนี้เหมือนกัน ถ้าเขาระเบิดภูผาป่าไม้ ของป่ามันก็จะหายไป ทรัพยากรเราก็หมดซึ่งหมู่บ้านที่ชาวบ้านมาเดินประชาสัมพันธ์วันนี้ เป็นหมู่บ้านที่จะเดินผ่านในวันที่ 7-12 ธ.ค. 62 ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายบุญเทียน มาลี กลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได &amp;nbsp;กล่าวว่า เคยทำงานในเหมือง แต่พอทำงานได้สักระยะเริ่มมีผลกระทบขึ้นกับตัวเอง คือ คนในชุมชนไม่คุยด้วยทั้งที่ก่อนหน้านี้มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาตลอด สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เห็นถึงความคัดแย้งของคนในชุมชนจึงถอยออกมาและเข้าร่วมกิจกรรม การ &amp;ldquo;เดิน-ปิด-เหมือง&amp;rdquo;เพื่อ ต้องการหยุดใบอนุญาตเข้าทำประโยชน์พื้นที่ป่าเพื่อการทำเหมือง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลำดับสถานการณ์ตลอดระยะเวลา25ปี&amp;nbsp;การต่อสู้ของชาวบ้าน
ปี 2536 บริษัทเอกชนเข้ามายื่นขอสัมปทานภูผายา ตำบลดงมะไฟ อำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภู เพื่อทำเหมืองหินชนิดหินปูน (เพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง) ชาวบ้านไม่เห็นด้วยจึงเริ่มรวมตัวกันคัดค้าน เพราะมีสำนักสงฆ์ และมีการสำรวจพบภาพเขียนสีประวัติศาสตร์ กรมศิลปากรจึงได้ประกาศขึ้นทะเบียนให้เป็นแหล่งสำคัญทางโบราณคดีในเวลาต่อมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปี 2537 บริษัทเอกชนได้ย้ายมายื่นคำขอประทานบัตรทำเหมืองหินบนภูผาฮวกเนื้อที่กว่า 175 ไร่ และโรงโม่หินอีก 50 ไร่ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเก่ากลอยและป่านากลาง ตำบลดงมะไฟ อำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปี 2538 ชาวบ้านรวมตัวกันเคลื่อนไหวคัดค้านอย่างหนักเป็นเหตุให้นายบุญรอด ด้วงโคตะ และนายสนั่น &amp;nbsp;สุวรรณ ถูกลอบยิงเสียชีวิต จนปัจจุบันยังจับคนร้ายไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปี 2541 ชาวบ้านยื่นหนังสือคัดค้านการขอสัมปทาน ขณะที่บริษัทเดินหน้ารังวัดขอบเขตเหมือง โดยไม่สนใจเสียงคัดค้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปี 2542 กำนันทองม้วน คำแจ่ม แกนนำต่อสู้คนสำคัญ และนายสม หอมพรมมา ถูกยิงเสียชีวิต แต่ชาวบ้านตำบลดงมะไฟ จำนวน 6 หมู่บ้าน ยังคงรวมตัวกันยืนหยัดต่อสู้ คัดค้านเหมืองหิน บนภูผาฮวกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปี 2543 อุตสาหกรรมจังหวัดหนองบัวลำภู ให้อนุญาตประทานบัตรเหมืองหินแก่บริษัทบนภูผาฮวก มีระยะเวลาทำเหมืองหิน 10 ปี ตั้งแต่เดือนกันยายน 2543 &amp;ndash; กันยายน 2553&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปี 2544&amp;nbsp;&amp;nbsp;ชาวบ้านชุมนุมประท้วงและใช้มาตราการปิดถนนที่เป็นเส้นทางขนเครื่องจักรกลของคนงานเหมือง แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าสลายการชุมนุมจนสามารถขนเครื่องจักรกลเข้าสู่พื้นที่จะทำเหมืองบนภูผาฮวกได้ &amp;nbsp; ชาวบ้านยื่นฟ้องศาลปกครองขอให้มีคำพิพากษาเพิกถอนประทานบัตรทำเหมืองหิน &amp;nbsp;ทั้งนี้แกนนำชุมชนถูกจับกุมดำเนินคดี 12 คน ข้อหาวางเพลิงเผาที่พักคนงานเหมือง และโรงเก็บอุปกรณ์ ซึ่งศาลตัดสินจำคุก 2 ราย อีก 10 ราย ศาลยกฟ้องในเวลาต่อมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปี 2547&amp;nbsp; ศาลปกครองชั้นต้นมีคำพิพากษาเพิกถอนคำขอประทานบัตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปี 2553 &amp;nbsp;&amp;nbsp;ศาลปกครองสูงสุดกลับคำพิพากษา คืนประทานบัตรให้บริษัททำเหมืองหิน แต่อายุประทานบัตรก็หมดอายุลงพอดี เป็นเหตุให้บริษัทต้องเริ่มขอต่อใบอนุญาตและขอใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเพื่อเข้าทำเหมืองแร่ในพื้นที่ใหม่ &amp;nbsp;โดย บริษัทได้รับการต่อใบอนุญาตการเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ รวมถึงต่ออายุประทานบัตรอีกครั้ง (ตั้งแต่ 25 กันยายน 2553 - 24 กันยายน 2563) แม้ชุมชนจะยืนยันการคัดค้านอย่างเข้มแข็งต่อเนื่องก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปี 2555 ตัวแทนชาวบ้านในพื้นที่จำนวน 78 ราย ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองอุดรธานี เพื่อขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง เพิกถอนหนังสืออนุญาตเข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเก่ากลอยและป่านากลาง และเพิกถอนใบอนุญาตต่ออายุประทานบัตรของบริษัททำเหมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปี 2558 กลุ่มชาวบ้านในพื้นที่ได้รับพระราชทาน &amp;ldquo;ธงพิทักษ์ป่า เพื่อรักษาชีวิต&amp;rdquo; ตามโครงการราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า (รสทป.) ซึ่งเกิดจากการดำเนินกิจกรรมในการอนุรักษ์ บำรุงรักษาป่าไม้ และทรัพยากรธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปี 2559&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัทดำเนินการระเบิดหิน ภูผาฮวก และเริ่มลำเลียง ขนถ่ายแร่ไปขาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปี 2561 ศาลปกครองอุดรธานี ได้มีคำพิพากษา (14 มีนาคม 2561) เพิกถอนหนังสืออนุญาตให้บริษัทเข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเก่ากลอยและป่านากลาง เนื้อที่กว่า 175 ไร่ ระยะเวลา 10 ปี และเพิกถอนใบอนุญาตต่ออายุประทานบัตร ที่กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) ออกให้บริษัท โดยให้มีผลนับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา แต่เนื่องจากภายหลังคู่ความได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด คดีจึงยังไม่ถึงที่สุด และอยู่ระหว่างการยื่นขอให้ศาลมีคำสั่งบรรเทาทุกข์ คุ้มครองชั่วคราวของชาวบ้าน บริษัทก็ได้ดำเนินกิจการระเบิดภูเขา ทำเหมืองและโรงโม่หิน พร้อมทั้งขนถ่ายลำเลียงแร่ เข้า-ออก ระหว่างพื้นที่เหมืองเรื่อยมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปี 2562 &amp;ndash; ปัจจุบัน บริษัทกำลังเร่งดำเนินการต่อใบอนุญาตขอเข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อทำเหมืองหินบนภูผาฮวกอีก 10 ปี ซึ่งถ้าบริษัทสามารถต่อใบอนุญาตได้สำเร็จ ภูเขา และป่าไม้จะถูกระเบิด ระบบนิเวศถูกทำลาย และแหล่งอาหารของชุมชนก็จะสูญหาย และอาจมีการขนเอาแร่ไปขายต่อไปอีกจนถึงปี 2573 .&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51630</URL_LINK>
                <HASHTAG>25ปีการต่อสู้เหมืองหินปูนสุวรรณคูหา, คนรักษ์เขาเหล่าใหญ่ ผาจันได, หนองบัวลำภู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191202/image_big_5de51607825c7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
