<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>12166</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2018 20:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2018 22:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แค่20บาทก็พอ วช.จัด&quot;26ตำรับอาหารกลางวันเด็ก&quot;เน้นผัก  ลด หวาน มัน เค็ม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพจาก TCJAPRESS&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
26มิ.ย.61-วช. จัดทำ 26 ตำรับอาหารไทยมื้อกลางวันเด็กไทย &amp;nbsp;ถูกต้องตามหลักโภชนาการ ทำให้เด็กเติบโตสุขภาพดี ไม่เกินทุน20บาทต่อหัว &amp;nbsp;เน้นผัก ลด หวาน มัน เค็ม &amp;nbsp;เผยพบเด็กไทย 20% มีภาวะโภชนาการเกิน และ 10% มีภาวะโภชนาขาดอาหาร &amp;nbsp;เผยทดลอง 3เดือน เด็กกล้ามเนื้อเพิ่ม ไขมันลดลง มีพัฒนาการดี &amp;nbsp; เผยแพร่คู่มือสูตรอาหารกลางวันที่ดี ผ่านทางเว็บไซต์ http://www.nrct.go.th/nrctschoollunch&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ที่อาคารสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) 1 - วช. จัดการแถลงข่าวโครงการพัฒนาตำรับอาหารไทยมื้อกลางวันเพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการสำหรับเด็กวัยเรียน โดยมี นพ.สิริฤกษ์ &amp;nbsp;ทรงศิวิไล เลขาธิการ วช. เป็นประธาน กล่าวว่า &amp;nbsp;ขณะนี้ วช.ได้ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในการจัดทำตำรับอาหารไทยมื้อกลางวันสำหรับเด็กไทย &amp;nbsp;โดยได้ศึกษาประเมินภาวะทางโภชนาการ โดยใช้น้ำหนักเทียบกับอายุทั่วประเทศ พบว่า เด็กไทยร้อยละ 70 มีภาวะทางโภชนาการที่พอดี และมีเด็กที่ภาวะโภชนาการเกินร้อยละ 20 มีภาวะโภชนาการขาดอาหาร ร้อยละ 10 ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากการรับประทานของเด็กทั้งที่บ้าน และโรงเรียน อีกทั้งพ่อครัว แม่ครัวโดยเฉพาะในโรงเรียน จะทำอาหารตามความถนัด ความชำนาญของตนเอง ทำให้อาหารที่เด็กทาน มีทั้งหวาน มัน เค็ม มีผลต่อร่างกาย เด็กเป็นโรคอ้วน ไขมันสะสมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งการที่โรงเรียนจัดให้มีอาหารที่เพียงพอในมื้อกลางวัน เป็นปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะเด็กประถม ดังนั้น โครงการพัฒนาตำรับอาหารไทยมื้อกลางวันเพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการสำหรับเด็กวัยเรียน มีความต้องการให้เด็กไทยเติบโตขึ้นอย่างมีคุณภาพ และอาหารที่จัดทำสูตรขึ้นสามารถดำเนินการได้ภายในวงเงิน 20 บาทต่อมื้อกลางวัน &amp;nbsp;มีข้อมูลทางวิชาการ เหมาะสมเพียงพอต่อเด็ก ซึ่งทาง วช.ได้ร่วมมือกับศธ. กทม. จัดทำตำรับอาหารเหล่านี้ และจะมอบสูตรอาหาร และวิธีการทำอาหารเหล่านี้แก่โรงเรียนต่างๆหรือผู้สนใจด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โครงการนี้เป็นโครงการหนึ่งในแผนงานโครงการครัวไทยสู่ตลาดโลก ที่ วช.ได้ให้การสนับสนุน ซึ่งครั้งนี้คณะวิจัยได้พัฒนาตำรับอาหารกลางวัน 26 รายการ โดยใช้วัตถุดิบในท้องถิ่น เช่น ผัดพริกแกงไก่ใส่ผักบุ้ง ผัดกะหล่ำปลีหมูใส่ไข่ ผัดแตงกวาหมูใส่ไข่ ผัดบวบหมูใส่ไข่ ผัดผักรวมมิตร ผัดโป้ยเซียน ต้มจืดไข่น้ำ ต้มข่าไก่ใส่เห็ดนางฟ้า เป็นต้น ซึ่งทั้ง 26 รายการ เป็นเมนูที่มีคุณค่าทางอาหารเหมาะสม อีกทั้งทางคณะวิจัยได้มีการพัฒนาซอสปรุงรสสำเร็จรูป ที่โรงเรียนสามารถนำไปปรุงอาหารให้แก่เด็กได้ โดยใช้ต้นทุน งบประมาณที่โรงเรียนได้รับ เพื่อให้เด็กได้มีความสุขในการรับประทานอาหารอร่อยถูกปาก และมีการเติบโตที่เหมาะสม&amp;rdquo;เลขาฯ วช.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายทวีศักดิ์ เตชะเกรียงไกร นักวิจัยโครงการพัฒนาตำรับอาหารกลางวันเพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการสำหรับเด็กวัยเรียน กล่าวว่า คณะวิจัยได้ทำการศึกษาและพัฒนาตำรับอาหารไทยมื้อกลางวัน โดยศึกษาจากโรร.ในสังกัดสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาจังหวัดนครนายก จำนวน 131 โรงเรียน เด็กนักเรียนประถมศึกษา ปีที่ 4-6 จำนวน 7,459 คน พบว่า เด็กร้อยละ 33 มีภาวะทุพโภชนาการ แบ่งเป็น เด็กที่มีภาวะโภชนาการเกิน ร้อยละ 22 และ เด็กที่มีภาวะโภชนาการขาด ร้อยละ 11 อีกทั้งยังพบว่า แต่ละโรงเรียนแม้จะทำเมนูอาหารเหมือนกัน แต่การใช้ผัก ปรุงรสแตกต่างกัน ทำให้คุณค่าทางโภชนาการที่เด็กได้รับแตกต่างกันด้วย ตำรับอาหารกลางวัน ที่คณะวิจัยพัฒนาขึ้นจะลดความหวาน ความมัน และความเค็มลง และเพิ่มปริมาณผักเป็นส่วนประกอบอาหารให้มากขึ้น และคงคุณค่าทางโภชนาการอย่างครบถ้วน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้จากการทดลองเปลี่ยนมื้ออาหารกลางวันตามที่พัฒนาขึ้น ระยะเวลา 3 เดือน พบว่า อาหารที่เด็กชอบทาน จะเป็นรสจัด เช่น แกงเทโพ หรือ จำพวกแกงต่างๆ และเมื่อแม่ครัว พ่อครัวปฏิบัติตามสูตรอาหารที่ให้ไป พบว่า เด็กมีภาวะโภชนาการ น้ำหนักกับส่วนสูงเหมาะสมตามการเติบโตพัฒนาการของเด็ก กล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น แต่ไขมันลดลง ดังนั้น หากทุกโรงเรียนมีการจัดเตรียมมื้ออาหารกลางวันแก่เด็ก จะมีผลดีต่อการเจริญเติบโตของเด็กอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ทุกโรงเรียนมีตั้งใจดีต่อเด็กในการทำอาหารเพื่อให้เด็กทาน แต่อาจจะมีปัญหาที่ไม่รู้ว่าเด็กต้องการอะไร ดังนั้นหลักการของการทำตำรับอาหารครั้งนี้ จะเป็นการนำเมนูอาหารที่เด็ก โรงเรียนทำให้เด็กทานอยู่แล้ว มาปรับให้เหมาะสมทั้งคุณค่าทางอาหารที่เด็กได้รับ และบริบทแต่ละพื้น อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมการกินของเด็กนั้น หากทุกฝ่ายร่วมกันในการปรับพฤติกรรมเด็ก ไม่ว่าจะเป็น บ้าน โรงเรียน ชุมชน ผมเชื่อว่าเด็กจะมีพฤติกรรมการกินที่เหมาะสมกับช่วงวัย&amp;quot;นายทวีศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางสาวนภาวรรณ นพรัตนราภรณ์ นายกสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในฐานะผู้บริหารจัดการโครงการวิจัยครัวไทยสู่ตลาดโลก กล่าวว่า ขณะนี้โครงการฯ ได้จัดทำคู่มือตำรับอาหารกลางวันสำหรับเด็กวัยเรียน สำหรับ 100 ที่ 300 ที่ 500 ที่ และ 800 ที่ เพื่อใช้ในโรงเรียนที่มีจำนวนนักเรียนตั้งแต่ 100-800 คน อีกทั้งจะประสานให้มีการลงนามความร่วมมือระหว่าง วช.กับหน่วยงานที่จะนำตำรับอาหารกลางวันดังกล่าว ไปใช้ ไม่ว่าจะเป็น ศธ. กรุงเทพมหานคร รวมถึงจะประสานไปยังองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) โรงเรียนเอกชนที่สนใจ และผู้สนใจ ประชาชนทั่วไปที่สนใจสูตรอาหารดังกล่าว โดยจะเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ http://www.nrct.go.th/nrctschoollunch&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12166</URL_LINK>
                <HASHTAG>26เมนูอาหารกลางวันเด็กของวช., http://www.nrct.go.th/nrctschoollunch, นพ.สิริฤกษ์  ทรงศิวิไล, นายทวีศักดิ์ เตชะเกรียงไกร, วช., สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ, หลักโภชนาการเด็ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180626/image_big_5b32433ae21c7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
