<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>103257</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>29ปีพฤษภาปชต.ไขว้เขว ขู่เดินลงถนนไล่ประยุทธ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ครบรอบ 29 ปีพฤษภาทมิฬ บรรยากาศเงียบเหงา &amp;quot;ปริญญา&amp;quot; ชี้ปชต.ไม่ก้าวหน้าเพราะมีคนไขว้เขวไปชวนทหารปฏิวัติ 7 ปีปฏิรูปก่อนเลือกตั้งเห็นแล้วไม่เป็นจริง &amp;quot;พิภพ&amp;quot; เศร้าใจ ปชต.ไทยเติบโตช้ากว่าเกาหลีใต้ทั้งที่เคยเป็นระบอบเผด็จการ ประธานญาติวีรชนฯไม่ทนแล้ว ประกาศปลดล็อกพร้อมลงถนนเคียงข้างคนรุ่นลูกหลานเพื่อไล่ระบอบประยุทธ์ เชื่อหาคนดีเป็นนายกฯได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อช่วงเช้าวันที่ 17 พฤษภาคม ที่อนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม ถนนราชดำเนิน คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 และมูลนิธิพฤษภาประชาธรรม จัดงานรำลึกครบรอบ 29 ปีเหตุการณ์เดือนพฤษภาคม พ.ศ.2535&amp;nbsp; สำหรับปีนี้่ได้งดจัดกิจกรรมเหมือนเช่นทุกปีที่ผ่านมา เนื่องจากสถานการณ์ไวรัสโควิดระบาด โดยมีเพียงญาติวีรชน ผู้แทนภาคประชาชน และภาคการเมืองบางส่วน มาร่วมวางดอกไม้รำลึกที่ฐาน อนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายโคทม อารียา ที่ปรึกษาสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า เราต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยมายาวนาน แต่หนทางยังจะต้องเดินต่อไป เป็นประชาธิปไตยที่กินได้ แต่ไม่ใช่กินเฉพาะผู้มีอำนาจเท่านั้น อยากจะให้เป็นประชาธิปไตยที่คนส่วนใหญ่ได้ประโยชน์ ก่อนอื่นเราต้องมีเสรีภาพ ไม่อย่างนั้นคนมีอำนาจก็จะใส่ข่าวปลอม กรอกหูเราทุกวัน ตอนนี้เป็นเพียงแค่ภาพลวงว่ามีประชาธิปไตยแล้ว ก่อให้เกิดประโยชน์แล้ว แต่ยังไม่ได้เป็นของประชาชนอย่างแท้จริง ดังนั้น อุดมการณ์ของวีรชนที่จากไป อุดมการณ์ของพวกเราที่ยังอยู่ คือเราต้องการประชาธิปไตยที่มีทั้งเสรีภาพ และความเสมอภาค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า นับเป็นเวลา 29 ปีที่วีรชนเหล่านี้ได้เสียสละ ทอดร่างลงกลางถนน แล้วก็ได้ให้เรามีประชาธิปไตย สิทธิเสรีภาพมาในวันนี้เป็นเรื่องที่ลืมไม่ได้ ไม่ใช่เพียงแค่การมารำลึกทุกปี แต่ให้นึกว่าประชาธิปไตยต้องลงมือทำต้องรักษาไว้ให้เดินหน้าต่อไป และอย่าไขว้เขว เชื่อว่าปี 2565 ซึ่งครบรอบ 30 ปี จะก้าวหน้าไปอีกก้าวอย่างแน่นอน และจะเป็นปีที่มีคนมาร่วมงานรำลึกมากที่สุด มีพวกเราจำนวนไม่น้อยไขว้เขว ไปใช้วิธีทางที่ไม่ใช่ประชาธิปไตยในการแก้ปัญหา ไปชวนคณะปฏิวัติ มาปฏิวัติบ้าง ไปล้อมหน่วยเลือกตั้งบ้าง ไม่เคารพความเห็นต่างกันบ้าง ใช้ความเกลียดชังกับผู้ที่เห็นต่างกันบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จากนี้ไปประชาธิปไตยเดินหน้าแน่นอน หากใช้วิถีทางประชาธิปไตย ในการแก้ปัญหา 7 ปีผ่านไปหลังปี 2557 จากการยึดอำนาจที่ว่าจะปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง เราก็เห็นแล้วว่ามันไม่เกิดอะไรขึ้นเลย อนุสาวรีย์ตั้งขึ้นมาด้วย 2 เหตุผล เหตุผลแรกคือเราไม่ควรตายกันอีก เพราะความขัดแย้งทางการเมือง จากนี้ไปต้องใช้วิถีทางประชาธิปไตย เหตุผลที่ 2 ประชาธิปไตยคือการปกครองตนเองของประชาชน ซึ่งสำเร็จได้ ถ้าประชาชนปกครองตนเองกันเป็น&amp;rdquo;นายปริญญากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายพิภพ ธงไชย ที่ปรึกษาประธานญาติวีรชนพฤษภา 35 และอดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวว่า เคยพาญาติวีรชนพฤษภา 35 ไปงานที่กวางจู เกาหลีใต้ เมื่อสมัยครบรอบ 10 ปี ผิดกันฟ้ากับดินเลย มันทำให้เห็นว่าการที่่่รัฐบาล เอาใจใส่กับขบวนการต่อสู้ของประชาชน มันทำให้เกิดประชาธิปไตยโดยรวมได้จริงๆ กรณีเกาหลีใต้ เป็นกรณีตัวอย่างได้สำคัญ เพราะฉะนั้นการที่รัฐบาลไหนก็ตามที่อ้างว่าเป็นรัฐบาลประชาธิปไตย แล้วไม่เอาใจใส่การต่อสู้ของประชาชนเรื่องสิทธิเสรีภาพและความเป็นธรรม โอกาสยากที่จะเกิดประชาธิปไตยที่ยั่งยืนเป็นเรื่องน่าเศร้าว่าระบอบประชาธิปไตยของเมืองไทยเติบโตช้า เพราะผ่านการต่อสู้อีกนาน ที่ยกตัวอย่างเกาหลีใต้ ก็จะเห็นได้ว่าหลังจากที่เขาเคยล้าหลังในเรื่องระบบเผด็จการ เหมือนระบบเผด็จการทหารของไทย วันนี้เขาเปลี่ยนเป็นประชาธิปไตย เศรษฐกิจก็ไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้ประธานญาติวีรชนพฤษภา 35 ได้นำการต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตยในการต่อสู้กับรัฐบาลปัจจุบัน ก็ขอให้ประสบความสำเร็จที่จะเอาชนะรัฐบาลประยุทธ์ได้ ขอให้ญาติทุกท่านมีความมั่นคงในชีวิต แต่ก็อย่าไปท้อถอย มีลูกหลานก็ต้องสนับสนุนให้ออกมาต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย&amp;quot; นายพิภพกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 2535 ออกแถลงการณ์ว่า ในช่วง 29 ปีเหตุการณ์พฤษภาทมิฬที่ผ่านมา ไม่มีการเรียนรู้จากประวัติศาสตร์อย่างเป็นรูปธรรม การสูญเสียของประชาชน ประเทศย่ำอยู่กับที่ และถอยหลังมากกว่าเดิม เพราะโครงสร้างอำนาจเผด็จการปรับตัวเป็นรัฐพันลึก ฝ่ายประชาธิปไตยประชาชนบางส่วนสมาทานกับระบอบอำนาจนิยมและจารีตนิยม ลดตัวลงเป็นทาสผู้ไม่ยอมปลดปล่อย เป็นเครื่องมือรับใช้นายทุน ขุนศึกศักดินา การเมืองในระบอบรัฐสภาไม่สามารถต้านทานโครงสร้างอำนาจเผด็จการได้ กลายเป็นกลไกแสวงหาอำนาจและผลประโยชน์ ฝ่ายบริหาร-นิติบัญญัติ-ตุลาการ กลายเป็นฐานค้ำโครงสร้างอำนาจเผด็จการ รัฐสภาจึงเต็มไปด้วยผู้มีอิทธิพลในแต่ละท้องถิ่น ขณะที่รัฐมนตรีก็คือหัวหน้าที่สามารถตั้งกลุ่มรวมก๊วน ส.ส.ให้ได้จำนวนไปต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรีมานั่ง ไม่แปลกที่จะมีรัฐมนตรีที่ต้องคดียาเสพติดนั่งชูหน้าชูตา และถูกยกเครดิตให้เป็นเส้นเลือดใหญ่รัฐบาล เป็นการเมืองน้ำเน่าที่วนอยู่ที่เดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอดุลย์กล่าวว่า ขอไม่ทนอีกต่อไป จะปลดล็อกเดินลงถนนร่วมกับลูกหลานเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศ ตนขอยืนอยู่คนละฝั่งกับโครงสร้างอำนาจจารีตนิยม คนละฝั่งกับนักการเมืองและกลุ่มคนที่รับใช้ระบอบประยุทธ์ โดยขออยู่เคียงข้างลูกหลาน เยาวชนคนรุ่นใหม่ที่พร้อมจะออกมาปฏิรูปประเทศและเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ต้องลาออกจากตำแหน่ง เพราะยิ่งอยู่ยิ่งทำให้ประเทศเสื่อมถอย ยิ่งทำให้ประเทศหายนะ วันนี้จะขอร่วมขับเคลื่อนเป็นพลังคู่ขนาน หรือร่วมเป็นพลังหนึ่งเดียวกับลูกหลาน และพร้อมลงถนนในทุกสถานการณ์ เพื่อส่งต่อประเทศที่มีอนาคตให้กับลูกหลานต่อไป และสนับสนุนรัฐบาลเพื่อการฟื้นฟูประเทศเพื่อตัดวงจรระบอบประยุทธ์ ก็คือการมีรัฐบาลเพื่อการฟื้นฟูประเทศ ยืนยันว่า&amp;nbsp; กรุงศรีอยุธยา ราชธานีไทย ถึงเคยแตกแหลกไป ก็ไม่สิ้นคนดี สามารถที่จะหานายกฯ ที่เป็นคนดีได้อย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศให้การแก้ไขปัญหาการทุจริตเป็นวาระแห่งชาติว่า&amp;nbsp; แท้จริงแล้ววาระแห่งชาติที่สำคัญที่สุดในเวลานี้คือการรื้อถอนระบอบประยุทธ์ โดยเร็วที่สุดต่างหาก ที่เป็นศูนย์กลางของปัญหา ซึ่งหมายถึงกระบวนการทั้งหลายที่ทำให้ได้มาซึ่งคนแบบประยุทธ์และคณะ เราจะต้องยุติกลไก ส.ว.ในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นที่ประจักษ์แล้วว่าการสืบทอดมรดกคณะรัฐประหารผ่านการวางกับดักไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับมีชัยนั้น นำมาซึ่งผู้นำประเทศที่บ้าอำนาจ แต่ไร้ความสามารถที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103257</URL_LINK>
                <HASHTAG>29 ปีพฤษภาทมิฬ, ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง, พฤษภาทมิฬ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210517/image_big_60a2824b52313.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
