<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120163</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2021 10:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2021 10:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุทิน&#039; ยันนายกฯตั้ง &#039;บิ๊กเล็ก&#039; คุมศบค.ส่วนหน้า ไร้ปัญหา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ต.ค.64- &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่แต่งตั้ง พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เป็นผู้อำนวยการศูนย์บูรณาการแก้ไขสถานการณ์โควิด - 19 ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศบค. ส่วนหน้า เพราะเป็นการใช้การทหารนำการสาธารณสุข ว่า นายศุภชัย ใช้ความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในการแสดงความเห็นส่วนตัว ซึ่งตนได้ชี้แจงกลับไปว่าเรื่องมีมากกว่านั้น ไม่ใช่เรื่องของแพทย์อย่างเดียวแต่เป็นเรื่องของความมั่นคง การควบคุมสถานการณ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อให้แพทย์และพยาบาลเข้าถึงคนไข้ และได้รับการฉีดวัคซีนให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งตนก็ได้ทำความเข้าใจกับนายศุภชัย เรียบร้อยแล้ว โดยแจ้งไปว่าก่อนจะเขียนแสดงความเห็นอะไรให้โทรมาถามตนก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ายืนยันว่าการแสดงความคิดเห็นของนายศุภชัย ไม่เป็นการขัดแย้งต่อคำสั่งฯของนายกฯ และสามารถทำงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขได้ &amp;nbsp;นายอนุทิน ชี้แจงว่ากระทรวงสาธารณสุข มีแต่ได้เพราะการทำงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ หากไม่มีหน่วยงานอื่นเข้ามาร่วมจะลำบาก ดังนั้นการที่หลายกระทรวง เช่น กระทรวงมหาดไทย และกองทัพ เข้ามาทำงานก็ถือว่าเป็นการร่วมกันทำงานเพื่อประชาชน และพล.อ.ณัฐพล ที่ที่ปรึกษานายกฯก็มีประสบการณ์ควบคุมสถานการณ์โควิด-19 และเคยเป็น ผอ.ศบค. ศปก.มาทั้งปี ดังนั้น จึงมีแต่สิ่งที่ประชาชนจะได้จากคำสั่งของนายกฯ เราจึงต้องมีสปิริตพอที่จะรู้ว่า นี่เป็นเจตนารมณ์ของรัฐบาลเพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120163</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 จว.ชายแดนใต้, นายอนุทิน ชาญวีรกูล, พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211019/image_big_616e33bdd6929.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118616</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2021 14:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2021 14:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จนท.กดดันหนักคนร้ายหนีซุกป่าบ้านฮูแตบือลอ จ.นราธิวาสเป็นวันที่6</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ต.ค.64- ความคืบหน้าการเข้าปิดล้อมผู้ต้องหาที่ยิงเปิดทางหนีปะทะกับเจ้าหน้าที่เสียชีวิต 1 นาย เข้าสู่วันที่ 6 เจ้าหน้าที่ยังคงปิดล้อมพื้นที่ป่าบริเวณบ้านฮูแตบือลอ ต.บาเระใต้ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.อ.เกียรติศักดิ์ ณีวงษ์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แถลงความคืบหน้าเหตุเจ้าหน้าที่สนธิกำลังเข้าบังคับใช้กฎหมายต่อกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่หลบหนีอยู่ในพื้นที่ป่า บริเวณ ม.6 บ้านฮูแตยือลอ ต.บาเระใต้ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส โดยเริ่มปฏิบัติการมาตั้งแต่วันที่ 28 ก.ย.2564 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังเข้าปิดล้อมพื้นที่ ตามที่ประชาชนได้แจ้งเหตุ หลังเข้าพิสูจน์ทราบ เจ้าหน้าที่ได้ใช้ความพยายามเจรจาพร้อมดำเนินการตามหลักสิทธิมนุษยชนจากเบาไปหาหนัก เพื่อความปลอดภัยของทุกฝ่ายประกอบกับพื้นที่เป็นป่ารกทึบ ทำให้ยากต่อการปฏิบัติ จึงได้ปิดล้อมพื้นที่ไว้ และใช้รถขุดตักขนาดใหญ่ เข้ามาถากถาง เพื่อให้เข้าไปถึงพื้นที่ได้ แต่กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงยังคงยิงออกมาอย่างต่อเนื่อง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เหตุการณ์ล่าสุดเมื่อคืนนี้กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่ติดอยู่ในวงล้อมเจ้าหน้าที่ และไม่มีทีท่าว่าจะยอมมอบตัว ได้ พยายามกระจายตัวหลบหนีออกมา เจ้าหน้าที่จึงได้สกัดกั้น ทำให้เกิดการยิงปะทะกับเจ้าหน้าที่ เป็นเหตุให้ ร.ท.กฤษณะ เพ็ชรจำรัส สังกัดหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 ถูกยิงได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยจะจัดให้มีพิธีรดน้ำศพ และส่งศพ ในช่วงบ่ายวันนี้ ณ วัดบางนรา อ.เมือง จ.นราธิวาส&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ภาย หลังทราบเหตุได้เข้ามาตรวจสอบพื้นที่ โดยได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสูญเสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่ของกำลังพลดังกล่าว นับเป็นการสูญเสียที่ไม่มีใครอยากให้เกิด และน่าสลดใจที่เจ้าหน้าที่ของรัฐ จะต้องสละชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้บ้านเมืองสงบสุข และประชาชนใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข ด้วยความเสียสละและทุ่มเท พร้อมเน้นย้ำการปฏิบัติให้เจ้าหน้าที่มีความระมัดระวัง อดทนในการเข้าปฏิบัติต่อเป้าหมาย และเน้นการเจรจาเป็นหลัก โดยให้หน่วยที่เข้าปฏิบัติได้เชิญผู้นำศาสนาผู้นำท้องที่ เข้ามาช่วยเกลี้ยกล่อม ให้ผู้ก่อเหตุรุนแรงยังคงหลบซ่อน ยอมออกมาต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม เพราะทุกคนคือคนไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม จะเห็นว่าในห้วงเวลานี้ กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงมีความพยายามก่อเหตุ และปรับเปลี่ยนวิธีการ สร้างกลลวง เบี่ยงเบนความสนใจต่อเจ้าหน้าที่ตลอดเวลา แต่เพื่อความมั่นคงปลอดภัยต่อพี่น้องประชาชนเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายจะยังคงมุ่นมั่นในการรักษาความปลอดภัย คุมเข้มทุกพื้นที่ และบังคับใช้กฎหมายต่อกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงตามขั้นตอนปฏิบัติจากเบาไปหาหนัก อาศัยความร่วมมือจากผู้นำศาสนา ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และครอบครัว เกลี่ยกล่อมเจรจา ให้ยอมมอบตัว เพราะไม่มีฝ่ายไหนต้องการให้เกิดการสูญเสีย และสิ่งสำคัญที่จะต้องทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน คือ การให้การสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นที่พักพิง แหล่งหลบซ่อนจัดหาเสบียง ให้กับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงนั้น ถือว่ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จึงขอความร่วมมือให้ทุกคนช่วยกะนสอดส่องเป็นหูเป็นตาให้กับเจ้าหน้าที่รัฐหากพบเห็นสิ่งผิดปกติ หรือบุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118616</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 จว.ชายแดนใต้, จ.นราธิวาส, ปิดล้อมคนร้าย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211003/image_big_615959b1b15c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66154</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2020 14:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2020 14:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถุงยังชีพล็อตแรกกว่า6,000 ชุดพร้อมส่งถึงมือกลุ่มเปราะบางชายแดนใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ค.63 - เมื่อช่วงเช้า ที่ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. พร้อมด้วย จนท. ศอ.บต. ประสานกำลังเพื่อร่วมบรรจุเครื่องอุปโภคบริโภคจัดทำถุงยังชีพ ในกิจกรรมสร้างความเข้าใจสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 โดยมี รองเลขาธิการ ศอ.บต. ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. ผู้อำนวยการสำนัก กอง ศอ.บต. ซึ่งเครื่องอุปโภคบริโภคในการจัดทำถุงยังชีพประกอบด้วย ข้าวสาร อาหารแห้ง ปลากระป๋อง บะหมี่ วุ้นมะพร้าว น้ำผลไม้และน้ำแกงสำเร็จรูป ที่ได้รับบริจาคมาจากผู้มีจิตศรัทธาทั่วทุกสารทิศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ เลขาธิการ ศอ.บต.กล่าวด้วยว่าต้องขอบคุณหลายภาคส่วนโดยเฉพาะสมาคมพฤติกรรมศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และบริษัท อำพลฟูดส์ โพรเซลซิ่ง จำกัด รวมทั้งกว่า 10 หน่วยงานที่ร่วมบริจาคส่งความปรารถนาดีมายังพี่น้องประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ประสบปัญหาได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เราจะทำตามนโยบายของรัฐบาลคือ &amp;ldquo; จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&amp;rdquo;วันนี้เมื่อเกิดโรคระบาดขึ้นมีพี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มคนเปราะบาง ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง เด็กกำพร้า ผู้สูงอายุ ผู้ที่ไร้สถานะทางทะเบียนราษฎร โดยจะช่วยเหลือผู้ที่เดือนร้อนมากที่สุดก่อน จำนวน 6,000 กว่าคน และส่งต่อถุงยังชีพไปยังจังหวัด อำเภอ ตำบล และโรงพยาบาลสาธารณสุข ผ่านอสม.อส.ร่วมกับบัณฑิตอาสา ศอ.บต.เป็นผู้ลงพื้นที่มอบให้แก่กลุ่มเป้าหมาย โดย 6,000 ชุด จะไปถึงเป้าหมายภายในสัปดาห์นี้ และจะมีการทยอยช่วยเหลือเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องอีกด้วย โดยจะเริ่มส่งถึงมือกลุ่มดังกล่าวภายในอาทิตย์หน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามกิจกรรมในวันนี้เป็นความร่วมมือของ ศอ.บต. ร่วมกับสมาคมพฤติกรรมศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงการพัฒนาสังคมและวามมั่นคงของมนุษย์ เพื่อร่วมช่วยเหลือผู้มีความจำเป็นเร่งด่วนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66154</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 จว.ชายแดนใต้, กลุ่มเปราะบาง, ศอ.บต., โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200517/image_big_5ec0e61908589.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62884</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2020 11:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2020 11:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>13 ส.ส.สามจังหวัดชายแดนใต้ไม่แบ่งพรรคถอดหมวกการเมืองช่วยปชช.สู้โควิด-19 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 เม.ย. พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการทำงานของ ส.ส.ของพรรคภูมิใจไทยว่า ขณะนี้ส.ส.ของพรรคทุกคนไม่ว่าจะแบบเขตหรือบัญชีรายชื่อ ต่างทำงานกันอย่างหนักเพื่อช่วยเหลือประชาชนการวิกฤตไวรัสโควิด-19 เราดำเนินงานภายใต้มาตรการของรัฐบาล รวมทั้งนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ก็ได้กำชับให้ ส.ส.ทุกคนในพรรคเร่งช่วยเหลือประชาชนอย่างสุดความสามารถ โดยทางพรรคภูมิใจไทย เราเน้นที่การทำงานโดยพร้อมร่วมมือทุกฝ่าย ไม่แบ่งแยก เพราะวันนี้การที่จะทำให้ประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤตไปได้นั้น ทุกคนต้องร่วมแรงร่วมใจกัน หากเราทำงานแบบแบ่งพรรคแบ่งพวก แบ่งฝ่ายทุกอย่างจะสำเร็จไม่ได้ซึ่งแนวทางเราชัดเจนคือการเน้นลงมือทำ ไม่เน้นการตอบโต้ทางการเมือง จึงเห็นได้ว่าสมาชิกและส.ส.ของพรรคทุกคนมีสมาธิต่อการทำงานในพื้นที่อย่างมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน น.ส.เพชรดาว โต๊ะมีนา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการทำงานช่วยเหลือประชาชนเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 ระบาดในพื้นที่3จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ในช่วงแรกของการระบาดตนทำงานในบทบาทของแพทย์ โดยร่วมกับสาธารณสุขจังหวัดปัตตานีประชุมร่วมกับแต่ละระดับ ทั้งโรงพยาบาลหลัก โรงพยาบาลสนาม โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ร่วมกันจำแนกกลุ่มเสี่ยงตามมาตรฐานที่ตั้งไว้ของสาธารณสุข ซึ่งเราได้เห็นความร่วมมือกันของทุกชุมชน นอกจากนี้ยังได้พูดคุยและรับฟังปัญหาต่างๆ โดยเราได้นำข้อเสนอมาเพื่อส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยแก้ไข หลังจากนั้นตนได้ลงพื้นที่เอง ประสานหาหน้ากากอนามัยแบบผ้า และได้ประสานกับทาง กศน. ผ่านทาง นางกนกวรรณ วิลาวัย์ รมช.ศึกษาธิการช่วยหาครูเพื่อฝึกสอน อสม.และชาวบ้านตัดเย็บหน้ากากผ้า ซึ่งได้ผลที่ดี อสม.และชาวบ้านเรียนรู้ได้เร็วและลงมือทำได้ตามมาตรฐาน และเราได้หาผ้ามาบริจาคให้เพื่อให้พวกเขาได้ตัดเย็บ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.เพชรดาว กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ในส่วนของการทำงานของส.ส.ในพื้นที่ เราได้รวมกลุ่มและจัดตั้ง ศูนย์ประสานงาน ส.ส. ชายแดนใต้ โดยมีวัตถุประสงค์คือ 1. รวมรวมข้อมูลประสานข้อร้องเรียนไปยังภาครัฐ 2.ออกแบบการสื่อสารในระดับพื้นที่ 3.ผลักดันงบประมาณให้กระจายสู่พื้นที่ และ4. เรื่องเศรษฐกิจในพื้นที่และวิถีชีวิตของชาวมุสลิม โดยการทำงานของศูนย์นี้ เป็นการร่วมมือกันระหว่าง ส.ส.ทั้ง 13 คน จากทุกพรรคในพื้นที่ ซึ่งเราได้มีการปรึกษาหารือถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ตลอด และประสานไปยังหน่วยงานรัฐ ผู้ว่าราชการแต่ละจังหวัด รวมทั้งทำความเข้าใจต่อประชาชนในการทำกิจกรรมทางศาสนาต่างๆ ซึ่งเราไม่ได้ช่วยแค่ชาวมุสลิมเท่านั้น เราช่วยทุกศาสนา ไม่ได้ทิ้งคนศาสนาอื่น ทั้งนี้ในสัปดาห์หน้าเราจะเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดและประธานกรรมการอิสลามในแต่ละจังหวัดเพื่อพูดคุยถึงภาพรวมและปัญหาต่างๆด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การทำงานของกลุ่มเราถือเป็นมิติใหม่ในการทำงาน เราถอดหมวกทางการเมืองทิ้ง ไม่มีแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ไม่ว่าจะรัฐบาล ฝ่ายค้าน หรือพรรคใดก็ตาม เรามาร่วมมือกันโดยมีเป้าหมายเดียว คือ ช่วยเหลือประชาชนให้ฝ่าวิกฤตโควิดฯไปให้ได้&amp;quot; น.ส.เพชรดาว กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62884</URL_LINK>
                <HASHTAG>13 ส.ส.ภาคใต้, 3 จว.ชายแดนใต้, เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200412/image_big_5e9299f2e0243.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60213</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปะทะเดือดเขื่อนปัตตานี ทหารพรานพลีชีพ1เจ็บ2</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ปิดล้อมเขื่อนปัตตานีกดดันแนวร่วมบีอาร์เอ็นมอบตัววันที่ 7 ปะทะเดือด! คนร้ายยิงทหารเสียชีวิต 1 นาย บาดเจ็บ 2 นาย &amp;quot;มทภ.4&amp;quot; เผยเป็นกลุ่มยิงถล่ม 15 ศพ ชรบ.ลำพญา &amp;quot;ศอ.บต.&amp;quot; เร่งฟื้นฟูความเชื่อมั่น หลังโดนคาร์บอมบ์ &amp;quot;กสม.&amp;quot; ออกแถลงการณ์ประณามผู้ก่อเหตุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความคืบหน้าเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจยะลา และเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจ 22 อ.ยะรัง สนธิกำลังตำรวจและทหารเข้าปิดล้อมอ่างเก็บน้ำตาเซะ ซึ่งเป็นพื้นที่เชื่อมต่อระหว่าง อ.เมืองยะลา จ.ยะลา กับ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี เพื่อกดดันแนวร่วมขบวนการบีอาร์เอ็น ที่เข้ามาหลบซ่อนตัวอยู่บริเวณริมเขื่อนปัตตานี เป็นวันที่ 7 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด เมื่อวันที่ 18 มี.ค. เวลา 13.00 น. ขณะเจ้าหน้าที่เข้าปิดล้อมกระชับพื้นที่กดดันให้ผู้ก่อเหตุรุนแรงเข้ามอบตัวนั้น กลุ่มคนร้ายที่ยังคงหลบซ่อนตัวได้เปิดฉากใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่อย่างหนัก ส่งผลให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 1 นาย คือ จ.ส.อ.เสนีย์ พงษ์สมบัติ และได้รับบาดเจ็บ 2 นาย คือ ส.อ.สุภาพ ตะเคียนทอง และ อส.ทพ.กิตติชัย อินทติน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 17 มี.ค. เจ้าหน้าที่รุกคืบฐานที่มั่นกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ พบศพคนร้าย 3 ศพที่เสียชีวิตจากการปะทะกับเจ้าหน้าที่ จึงนำศพออกจากพื้นที่เพื่อทำการพิสูจน์ดีเอ็นเอและประวัติบุคคล โดยยังเหลือที่ยังต่อสู้ไม่ยอมวางอาวุธอีก 4 นาย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้พยายามเกลี้ยกล่อมให้มอบตัว แต่คนร้ายยังไม่มีท่าทีที่จะมอบตัว กระทั่งเกิดการปะทะดังกล่าวจนมีเจ้าหน้าที่เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า การปะทะครั้งนี้ต่อเนื่องเป็นวันที่ 7 และมีการใช้มาตรการเบาไปหาหนัก ใช้ผู้นำท้องที่ ผู้นำศาสนา ทำการเกลี้ยกล่อมให้วางอาวุธและมอบตัว แต่คนร้ายไม่ยอม จึงต้องดำเนินการอย่างเฉียบขาด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในเบื้องต้นพบคนร้ายกลุ่มนี้เป็นกลุ่มเดียวกับที่ยิง ชรบ.ที่ ต.ลำพญา เสียชีวิต 15 ศพ ส่วนคนร้ายที่ระเบิดหน้า ศอ.บต.เป็นอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งขณะนี้มีรายละเอียดพอสมควร ขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ทำงานก่อน&amp;quot; แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บริเวณหน้าศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศอ.บต.) จ.ยะลา เวลา 08.00 น. พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร &amp;nbsp;เลขาธิการ ศอ.บต. นำรองเลขาธิการ ศอ.บต., ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. และเจ้าหน้าที่ในสังกัด ศอ.บต. รวมทั้ง พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ร่วมกิจกรรมเคารพธงชาติ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ของ ศอ.บต. ภายหลังเกิดเหตุคนร้ายวางระเบิดคาร์บอมบ์บริเวณด้านหน้า ศอ.บต. จนทำให้ป้าย ศอ.บต.เสียหาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นทั้งหมดร่วมในพิธีเปิดป้ายเพื่อชาวใต้สันติสุข โดยทุกคนนำกระถางต้นไม้นำมาวางหน้าป้าย ศอ.บต. เพื่อตกแต่งให้มีความสวยงาม และสื่อถึงว่า ศอ.บต.พร้อมที่จะทำหน้าที่ด้านการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างต่อเนื่อง และเราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เราจะก้าวไปข้างหน้าด้วยกันภายใต้ครอบครัวสันติสุข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ร.ต.สมเกียรติกล่าวว่า กำแพงป้ายชื่อ ศอ.บต.พังเสียหายไปเพราะแรงระเบิด แต่ภายหลังเจ้าหน้าที่เก็บหลักฐานเรียบร้อยแล้วก็ระดมกำลังก่ออิฐขึ้นมาใหม่ ซึ่งทุกอย่างเสร็จสิ้นก่อนพระอาทิตย์ขึ้นในวันนี้ รอเพียงตัวหนังสือที่ต้องดำเนินการต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หน่วยงานความมั่นคงได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องจากพื้นที่ อ.กรงปินัง และจากพื้นที่ อ.รามัน จ.ยะลา มาทำการซักถามเพื่อหารายละเอียดของขบวนการในครั้งนี้ที่ ฉก.ยะลา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เจ้าหน้าที่ได้ไล่กล้องวงจรปิดเพื่อหาคนร้ายคนที่ 3 ทำหน้าที่จุดระเบิดด้วยวิทยุรับ-ส่ง ซึ่งจะต้องอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุ 50-100 เมตร เป็นผู้ที่จุดระเบิดคาร์บอมบ์ในครั้งนี้ โดยในเบื้องต้นพบบุคคลผู้ต้องสงสัยแล้ว 2 ราย เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียด&amp;quot; แหล่งข่าวฝ่ายสืบสวนระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ปราบพาล มีมงคล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา กล่าวว่า มีการรวบรวมหลักฐานที่เกิดเหตุและภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดเพื่อใช้เป็นพยานหลักฐาน วัตถุพยานในการสาวไปยังผู้ต้องสงสัย ภาพที่ได้ค่อนข้างชัด ทั้งคนขับขี่รถจักรยานยนต์และคาร์บอมบ์ ขอเวลาให้เจ้าหน้าที่รวบรวมหลักฐานและสอบพยานบุคคล รวมทั้งสอบสวนผู้ต้องสงสัยอีกระยะหนึ่ง เชื่อว่าจะรู้ตัวคนร้ายในเร็วๆ นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ออกแถลงการณ์ประณามการวางระเบิดหน้า ศอ.บต.ยะลา ขณะประชุมเตรียมรับมือสถานการณ์โรคโควิด 19 โดยเนื้อหาตอนหนึ่งระบุว่า กสม.ขอประณามการกระทำอันอุกอาจของกลุ่มคนร้ายที่มุ่งหมายให้เจ้าหน้าที่และประชาชนได้รับอันตรายต่อชีวิต และขาดมนุษยธรรมในการเลือกโจมตีระหว่างที่ฝ่ายต่างๆ กำลังร่วมมือกันแก้ไขปัญหาความรุนแรงของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 ที่กำลังคุกคามชีวิตและสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ การโจมตีครั้งนี้นอกจากจะส่งผลกระทบร้ายแรงต่อการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคแล้ว ยังก่อให้เกิดความไม่มั่นใจแก่ประชาชนในการเข้ารับการรักษาพยาบาล หรือเข้าถึงการคุ้มครองสิทธิในสุขภาพและชีวิต ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดให้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอให้รัฐบาลได้ให้ความช่วยเหลือและเยียวยาผู้บาดเจ็บและผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างทั่วถึง และขอให้หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ได้ติดตามนำกลุ่มผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกระบวนการยุติธรรมโดยเร็ว พร้อมทั้งเพิ่มมาตรการคุ้มครองความปลอดภัยให้แก่ประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานต่อไป&amp;quot; แถลงการณ์ระบุ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60213</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 จว.ชายแดนใต้, ชายแดนใต้, ทหารพราน, ปะทะเดือด, ปัตตานี, พลีชีพ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เขื่อนปัตตานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200318/image_big_5e7232c547421.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50306</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กตู่ส่ั่งเข้มงวด-ปรับฐานแดนใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; นายกฯ นั่งหัวโต๊ะ ตร. กำชับดูแลความปลอดภัยตลอดทั้งปี ย้ำชายแดนใต้ให้เข้มงวดมากขึ้น บางพื้นที่ต้องปรับฐานที่ตั้งเพราะไม่เลือกเกิดเหตุตอนไหน รับไปขยายเรื่องความรุนแรงมากๆ เป็นสิ่งที่ไม่ดี ส่ง ผบ.ตร.ลงพื้นที่ 15 พ.ย.บูรณาการหน่วยงาน ขณะที่เจ้าหน้าที่สนธิกำลังเข้าปิดล้อมเป้าหมาย 9 จุด ควบคุมตัวอีก 5 คน ออกหมายจับเพิ่มอีก 1 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เวลา 14.00 น. วันที่ 15 พฤศจิกายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ครั้งที่ 2/2562 ภายหลังการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงการดูแลความปลอดภัยในช่วงปลายปีว่า &amp;nbsp;เรื่องนี้มีการย้ำอยู่เสมอ คงไม่เฉพาะช่วงปลายปี เราต้องดูแลรักษาความปลอดภัยตลอดทั้งปี วันนี้ได้มีการย้ำเตือนในเรื่องของการปฏิบัติงาน ทั้งในส่วนของสถานการณ์ปกติ ในเขตเมือง ชุมชน ท้องถิ่น ที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลอยู่ จะต้องทำงานแบบบูรณาการ รวมถึงการเน้นย้ำการดำเนินการร่วมในการรักษาความมั่นคงภายใน ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รวมถึงการแก้ไขปัญหาภาคใต้ก็ได้มีการเน้นย้ำว่าวันนี้อยู่ในขั้นตอนการปรับเปลี่ยนในเรื่องของพื้นที่และการวางกำลัง ซึ่งทาง รองเลขาฯ กอ.รมน. คือผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) จะลงไปในพื้นที่วันที่ 15 พ.ย.นี้ เพื่อประสานการทำงานร่วมกันระหว่างทหารและตำรวจ รวมทั้งในส่วนของกระทรวงมหาดไทย ในการปรับแผนการดำเนินการในช่วงต่อจากนี้ เพื่อให้เกิดความสอดคล้อง&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า วันนี้หลายอย่างเพิ่มแรงกดดันมากยิ่งขึ้น ข้อสำคัญถ้าเราไปขยายเรื่องความรุนแรงมากๆ ก็เป็นสิ่งที่ไม่ดี แต่เราไปห้ามกันไม่ได้ เนื่องจากมีการบาดเจ็บและสูญเสีย ก็ต้องแสดงความเสียใจกับผู้สูญเสียและบาดเจ็บ รัฐก็ต้องดูแลเยียวยากันต่อไป ในส่วนของการดำเนินการ การระมัดระวังตัวเอง ก็ได้มีการกำชับให้มีการเข้มงวดมากยิ่งขึ้น เราต้องเตรียมความพร้อมของเราในการดูแลประชาชนและการดูแลความปลอดภัยให้กับตัวเอง ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ด้วย บางพื้นที่อาจต้องมีการปรับที่ตั้ง ก็กำลังพูดคุยกันอยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้ผมก็ได้ย้ำไปในทุกเรื่อง เพราะสถานการณ์ไม่เลือกว่าจะเกิดตอนไหน เพียงแต่สถานการณ์ตอนไหนที่มีคนเยอะและเสี่ยงมากๆ เราก็ต้องเข้มงวดมากขึ้น ซึ่งเป็นในส่วนของกติกาที่ทุกคนต้องร่วมกันทำ จึงอยากให้ทุกคนได้ร่วมกันระดมความร่วมมือจากภาคประชาชนในการมีส่วนร่วมดูแลรักษาความปลอดภัยด้วย เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็มีอยู่จำนวนจำกัด ดังนั้น ชุมชน ประชาชน และท้องถิ่น ต้องมีส่วนร่วมตรงนี้ เราต้องพึ่งพาซึ่งกันและกันทุกคน&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวถึงเหตุกราดยิงชรบ.ที่ จ.ยะลา ว่ามีความคืบหน้าไปแล้วค่อนข้างมาก ทุกภาคส่วนเร่งทำงานสืบสวนหาตัวผู้ก่อเหตุ โดยในวันที่ 15 พ.ย. พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. จะลงพื้นที่ไปติดตามคดีและหามาตรการป้องกันการก่อเหตุซ้ำ และในวันที่ 16 พ.ย. ตนก็ลงพื้นที่ไปติดตามคดี พร้อมจะแถลงความคืบหน้าคดีสำหรับผู้ก่อเหตุเบื้องต้นมีข้อมูลเชื่อมโยงกับการก่อเหตุในพื้นที่ภาคใต้ก่อนหน้านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก สตช. กล่าวกรณีเกิดเหตุระเบิดพลีชีพในประเทศอินโดนีเซียว่า เหตุการณ์นี้ไม่มีชาวไทยได้รับบาดเจ็บ จึงฝากเตือนคนที่จะเดินทางไปยังประเทศอินโดนีเซียในช่วงนี้ให้ระมัดระวังตัว ติดตามข่าวสารอย่างเข้มงวดส่วนการข่าวได้ประสานข้อมูลกับฝ่ายความมั่นคง ยังไม่มีสิ่งผิดปกติ และไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ยิง ชรบ.ที่ จ.ยะลา ขณะนี้ได้สอบปากคำพยานโดยให้การเป็นประโยชน์จนนำไปสู่การออกหมายจับคนร้ายในระดับปฏิบัติได้บางส่วน แต่ยังไม่ขอเปิดเผยจำนวนและรายละเอียดว่าเป็นใครบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 เปิดเผยความคืบหน้าคดีคนร้ายยิงถล่มป้อม ชรบ.ลำพะยา จ.ยะลา ว่าตำรวจได้ออกหมายจับเพิ่มอีก 1 คนคือ นายอาดัม มูสอดี ราษฎร อ.กาบัง จ.ยะลา ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้หลักฐานจากการตรวจดีเอ็นเอจากเลือดที่พบในที่เกิดเหตุ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ออกหมายจับในคดีดังกล่าวนี้ไปแล้ว 3 หมาย และกำลังหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม เชื่อว่าในเร็วๆ นี้จะสามารถออกหมายจับผู้ก่อเหตุได้อีกหลายราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน &amp;nbsp;เวลา 05.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจทหารเข้าปิดล้อมตรวจค้น 9 จุด ใน 3 อำเภอคือ อำเภอเมืองฯ, กรงปินัง และบันนังสตา จ.ยะลา เพื่อเชิญตัวผู้ต้องสงสัยที่เป็นกลุ่มคนเข้าโจมตีป้อม ชรบ.บ้านทางลุ่ม ต.ลำพะยา หนึ่งในเป้าหมายที่เข้าตรวจค้นคือที่หมู่บ้านต้นหยี หมู่ 7 ต.ลำพะยา อ.เมืองยะลา ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุโจมตีป้อม ชรบ.ราว 5 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่ใช้อำนาจตามกฎอัยการศึกเชิญตัวผู้ต้องสงสัย 1 คน ซึ่งจากพยานหลักฐานชี้ว่าเป็นมือประกอบระเบิดแสวงเครื่องเข้าโจมตี ชรบ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยแต่ละเป้าหมายที่เข้าปิดล้อมตรวจค้นในวันนี้ มีข้อมูลว่าเป็นบ้านของแนวร่วมระดับปฏิบัติการที่ทำหน้าที่เข้าโจมตีป้อม ชรบ. ซึ่งเชิญตัวมาซักถามทั้งหมด 5 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หน่วยงานด้านความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้รายงานว่า เหตุถล่มยิงป้อมจุดตรวจลำพะยา น่าจะเป็นการตอบโต้กรณีเจ้าหน้าที่จับกุมตัวอุสตาซรายหนึ่งในพื้นที่ จ.สตูล เมื่อวันที่ 3 &amp;nbsp;ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งมีหมายจับคดีความมั่นคงและมีความเชื่อมโยงกับเหตุลอบวางระเบิด อส.อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี เสียชีวิต 2 นาย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา ทั้งนี้ เนื่องจากอุสตาซคนดังกล่าว เดิมมีภูมิลำเนาอยู่ที่ ต.ลำพะยา และเคยเป็นอุสตาซสอนอยู่ที่โรงเรียนปอเนาะแห่งหนึ่งใน จ.ยะลา ก่อนที่จะถูกออกหมายจับของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ข้อหากบฏ ก่อการร้าย อั้งยี่ ซ่องโจร และได้หลบหนีไปกบดานอยู่ในโรงเรียนปอเนาะในพื้นที่ อ.ควนกาหลง จ.สตูล เป็นเวลา 14 ปี ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่จับกุม และรับว่าเคยเป็นแกนนำบีอาร์เอ็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังการจับกุมอุสตาซรายนี้ จึงทำให้แกนนำกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ จ.ยะลา ซึ่งเป็นบุคคลใกล้ชิดระดมแกนนำระดับปฏิบัติการหลายคนที่เคยก่อเหตุและแนวร่วมในพื้นที่ ทั้ง จ.ยะลา ปัตตานี รอยต่อ จ.สงขลา เข้ามาวางแผนการและเลือกเป้าหมายที่จะก่อเหตุได้ง่ายและอยู่ในพื้นที่ รวมไปถึงเส้นทางหลบหนีออกนอกพื้นที่.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50306</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 จว.ชายแดนใต้, ชายแดนใต้, ดูแลความปลอดภัยตลอดทั้งปี, ประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191114/image_big_5dcd6309a3e9e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49349</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภาค4ฉุนแก๊งอนค.ลงพื้นที่ เช้าชื่นชมทหารเย็นด่ายับ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;โฆษกทัพภาค 4&amp;quot; งง &amp;quot;ปิยบุตร&amp;quot; นำทีม กมธ.ดูงานค่ายอิงคยุทธบริหาร ชื่นชมทหารทำดี ตกเย็นเปิดเวทีเสวนาด่าทหารไม่ดี วอนสลัดภาพการเมืองฟังปัญหา 3 จว.ชายแดนใต้รอบด้าน โต้ &amp;quot;มงคลกิตติ์&amp;quot; ไม่มีโจรใต้ 100 คนบุกเมืองกรุง &amp;quot;ปัตตานี&amp;quot; ป่วน! ยิงฐานปฏิบัติการคุ้มครอง ต.เขาตูม วางคาร์บอมบ์ข้างบ้านพักตำรวจ สภ.ไม้แก่น &amp;quot;ทหารพราน 44&amp;quot; ยิงปะทะคนร้าย วิสามัญฯ ดับ 2 ศพ พบประวัติก่อเหตุอื้อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 1 พ.ย. พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองทัพภาคที่ 4 (ทภ.4) กล่าวถึงกรณีคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร นำโดยนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ในฐานะประธาน กมธ. พร้อมด้วย น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค อนค. และรองประธาน กมธ., นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรค อนค. และโฆษก กมธ. พร้อมคณะ รวมทั้งนางอังคณา นีละไพจิตร &amp;nbsp;อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เยี่ยมชมค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี และเปิดเวทีเสวนารับฟังปัญหาด้านกฎหมาย รวมถึงสิทธิมนุษยชนใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ เมื่อวันที่ 31 ต.ค.ที่ผ่านมา ว่าทหารได้พา กมธ.ชุดดังกล่าวเข้าไปดูค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี ซึ่งมีศูนย์ซักถาม โดยทาง กมธ.ก็ชื่นชมทหารเราว่าดี แต่พอตกเย็นไปเปิดเวทีร่วมเสวนา กลับด่าทหารว่าไม่ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.ปราโมทย์กล่าวว่า อยากให้สะท้อนความจริงที่เราได้พูดคุยกันให้รอบด้าน โดยเฉพาะการฟังปัญหาของคนในพื้นที่ ต้องฟังอย่างหลากหลาย ไม่ใช่ว่าไปฟังปัญหามาจากทางด้านเดียวหรือกลุ่มเดียวที่เป็นกลุ่มเห็นต่าง แล้วมาสรุปว่ารัฐนั้นแย่ และมาเรียกร้องให้ยกเลิกกฎหมายพิเศษ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พวกคุณไม่ฟังประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่าเขาคิดกันอย่างไร มาสรุปว่าทหารต้นทุนต่ำ คุณมาสรุปอย่างนี้ได้อย่างไร คุณเป็น กมธ. แต่มาเล่นบทนักการเมือง คุณมาในฐานะกมธ. ก็ควรที่จะลืมภาพนักการเมือง แล้วมาฟังให้ปัญหาให้รอบด้านในทุกมิติ อย่าไปฟังเพียงกลุ่มๆ เดียว&amp;quot; พ.อ.ปราโมทย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงกรณีนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ ระบุมีกลุ่มก่อเหตุในพื้นที่ภาคใต้ประมาณ 100 คนเดินทางเข้า กทม. โฆษก ทภ.4 กล่าวว่า เรามีมาตรการเฝ้าระวังผู้ก่อเหตุในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่แล้ว ซึ่งขณะนี้เรามีบุคคลเฝ้าระวังประมาณ 4,000-5,000 รายชื่อที่มีพฤติกรรมเป็นแนวร่วมผู้ก่อเหตุ โดยเจ้าหน้าที่ได้นำรายชื่อไปแจกจ่ายให้ด่านตรวจคนเข้าเมืองในพื้นที่ และกระจายไปทุกช่องทาง เพื่อตรวจสอบความเคลื่อนไหวของบุคคลดังกล่าว ขณะเดียวกันเราได้ส่งเจ้าหน้าที่ทหารเข้าไปเสริมการทำงานในทุกด่านตรวจคนเข้าเมืองในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากการที่เรานำรายชื่อทั้งหมดแจกจ่ายในพื้นที่สนามบิน &amp;nbsp;สถานีขนส่ง หรือสถานีรถไฟ และได้สกรีนทำให้เราพบบุคคลเฝ้าระวังนี้แล้วกว่า 100 คน แต่นั่นไม่มีอะไรบ่งชี้ว่าคนกลุ่มนี้จะขึ้นมาก่อเหตุใน กทม. และผมขอย้ำว่าบุคคลเฝ้าระวัง ไม่ใช่โจรผู้ร้าย อยากให้แยกแยะระหว่างบุคคลตามหมายจับที่ทำผิดแล้วหนีออกนอกประเทศ และทางการสืบสวน จนมีพยานหลักฐานและออกหมายจับ ซึ่งบุคคลกลุ่มนี้หากตรวจพบว่าเข้ามาในพื้นที่ เจ้าหน้าที่พบเห็นสามารถจับกุมได้ทันที ในขณะที่บุคคลเฝ้าระวังนั้น เป็นบุคคลที่เฝ้าจับตาดูของเจ้าหน้าที่ ไม่ได้หมายความว่าเขาเป็นคนกระทำผิดหรือจะเข้ามาก่อเหตุในพื้นที่กรุงเทพฯ&amp;quot; โฆษก ทภ.4 กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงเกิดเหตุความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยเวลา 22.10 น. วันที่ 31 ต.ค. ร.ต.อ.อโนชา สร้อยแก้ว รอง สว.(สอบสวน) สภ.บ้านโสร่ง อ.ยะรัง จ.ปัตตานี รับแจ้งมีคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนยิงใส่ฐานปฏิบัติการคุ้มครอง ต.เขาตูม บ้านบูเก๊ะตง ม.7 ต.เขาตูม เมื่อไปถึงพบเจ้าหน้าที่ อส.ซึ่งอยู่ประจำฐานกระจายกำลังคุมเข้มทั้งด้านในและด้านนอก แต่โชคดีไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต มีเพียงโรงจอดรถที่มีร่องรอยกระสุนเล็กน้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สอบสวนทราบว่า ขณะเจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวกำลังเฝ้าเวรยามอยู่ภายในฐาน โดยการกระจายตามจุดต่างๆ ปรากฏว่ามีคนร้ายไม่ทราบจำนวนพร้อมอาวุธสงคราม ใช้รถกระบะเป็นพาหนะ จำนวน 2 คัน ขับมาด้านหน้าของด้าน จากนั้นได้ใช้อาวุธปืนกราดยิงทันทีหลายสิบนัด ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องกระโดดหลบกระสุนไปคนละทิศละทาง ก่อนที่จะยิงตอบโต้จนคนร้ายหลบหนีไป หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้วิทยุสกัดและออกติดตามไล่ล่าคนร้าย เชื่อว่าน่าจะเป็นกลุ่มก่อความไม่สงบพยายามสร้างสถานการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 22.30 น. เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดคาร์บอมบ์บริเวณริมกำแพงด้านนอกของบ้านพักตำรวจ ซึ่งตั้งอยู่ภายใน สภ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี หลังเก่า ม.4 ต.ไทรทอง แรงระเบิดทำให้เกิดหลุมกว้าง 3 เมตร ลึก 1 เมตร และรถกระบะถูกแรงระเบิดได้รับความเสียหายทั้งคันเหลือเพียงเครื่องยนต์ ส่วนชิ้นส่วนตัวรถกลายเป็นเศษเหล็กกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ รวมทั้งบ้านพักตำรวจจำนวน 4 หลัง กระจกของแฟลตตำรวจทั้ง 3 ชั้นแตกกระจาย นอกจากนี้แรงระเบิดยังทำให้บ้านเรือนประชาชนใกล้เคียงได้รับความเสียหาย 3 หลัง รวมไปถึงรถยนต์เสียหายอีก 3 คัน ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 23.00 น. เกิดเหตุคนร้ายยิงปะทะกับเจ้าหน้าที่บนถนนสายบาเลาะ-ปะเสยาวอ ม.5 ต.ปะแสยาวอ พล.ต.ปิยพงษ์ วงศ์จันทร์ ผบ.ฉก.ปัตตานี, พล.ต.ต.จิระวัฒน์ พยุงธรรม ผบก.ภ.จ.ปัตตานี ไปถึงเจ้าหน้าที่ได้ปิดกั้นเส้นทาง และพบคนร้ายถูกวิสามัญฯ เสียชีวิต 2 ราย ยังไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 25-30 ปี สภาพศพทั้งสองมีบาดแผลถูกยิงเข้าลำตัว โดยมือของทั้งสองศพสวมใส่ถุงมือ ใกล้กันพบอาวุธปืนขนาด 9 มม. ตกอยู่ 1 กระบอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ห่างกันประมาณ 3 เมตร พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ทะเบียน กรท 316 ยะลา ซึ่งเป็นของคนร้าย โดยพบว่าป้ายทะเบียนไม่ตรงกับตัวรถจักรยานยนต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สอบสวนทราบว่า พ.อ.ภูมิพัฒน์ บุญเรืองขาว ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 44 นำกำลังออกจากหน่วย หลังรับแจ้งจากกำลังพลที่เดินลาดตระเวนเส้นทางพบวัตถุต้องสงสัยวางอยู่ริมถนน บริเวณ ม.2 ต.ปะเสยาวอ ห่างจากหน่วยประมาณ 2 กม. จึงได้ประสานชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบ ปรากฏว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่องบรรจุในถังแก๊สปิคนิค จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร น้ำหนักประมาณ 10 กก. จากการตรวจสอบระเบิดยังไม่ได้กดชนวน จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ได้ตั้งด่านบนถนดังกล่าวเพื่อรักษาความปลอดภัยเส้นทาง ปรากฏว่ามีคนร้าย 2 คนขี่รถ จยย.ใกล้ถึงด่าน เจ้าหน้าที่จึงทำสัญญาณเพื่อให้หยุดตรวจค้น แต่คนร้ายเห็นจึงพยายามเลี้ยวรถกลับ ก่อนที่คนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายชักอาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่หลายนัด ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องหลบกระสุน ก่อนจะทำการยิงตอบโต้เป็นเหตุให้คนร้ายเสียชีวิต 2 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พ.อ.ปราโมทย์ พร้อม พ.อ.เกียรติศักดิ์ &amp;nbsp;ณีวงษ์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และ พ.อ.วัชรกร อ้นเงิน รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แถลงข่าวเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ จ.ปัตตานี เมื่อคืนวันที่ 31 ต.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.ปราโมทย์กล่าวว่า ภายหลังเกิดเหตุการณ์ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้สั่งการให้หน่วยเฉพาะกิจประจำพื้นที่ เร่งเข้าคลี่คลายสถานการณ์ ตรวจสอบที่เกิดเหตุ รวบรวมวัตถุพยาน เพื่อตรวจหาความเชื่อมโยงของอาวุธที่กลุ่มคนร้ายใช้ เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย รวมทั้งให้หน่วยในพื้นที่เร่งเข้าทำความเข้าใจกับประชาชน รวมทั้งญาติผู้เสียชีวิต เพื่อหาทางช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรมต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเหตุวิสามัญฯ คนร้ายเสียชีวิต 2 รายที่ อ.สายบุรี จ.ปัตตานีนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานปัตตานีได้ร่วมกับแพทย์โรงพยาบาลปัตตานีทำการชันสูตรศพ และตรวจสอบลายนิ้วมือของผู้ตายและมาตรวจสอบในสารบบของคนร้ายในคดีความมั่นคง ทราบชื่อและประวัติเบื้องต้นคือ นายอัมรัน บือราเฮง อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26 ม.6 ต.ปะเสยะวอ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เคยถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวเมื่อเดือน ม.ค.2552 ข้อหายิงชาวบ้านไทยพุทธในพื้นที่ อ.สายบุรี แต่ปฏิเสธ ทำให้เจ้าหน้าที่ปล่อยตัว ส่วนอีกคนคือนายลุกมาน สาและ อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 114 &amp;nbsp;ม.3 ต.ตะโละไกรทอง อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี มีประวัติเป็นแนวร่วมในสารบบของฝ่ายความมั่นคง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสาเหตุของการสร้างสถานการณ์ในพื้นที่ปัตตานีหลายจุดนั้น ทางด้านฝ่ายความมั่นคงเชื่อว่าน่าจะเป็นกลุ่มของนายยารานิง แตมามุ และนายยาการียา บาโง ซึ่งเป็นกลุ่มคนร้ายที่มีการเคลื่อนไหวในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดตามเพื่อจับกุมมาดำเนินการทางกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49349</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 จว.ชายแดนใต้, กมธ., ค่ายอิงคยุทธบริหาร, พรรคอนาคตใหม่, วอนสลัดภาพการเมือง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เช้าชื่นชมทหารเย็นด่ายับ, โฆษกทัพภาค 4</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191101/image_big_5dbc40afd05f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
