<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>92917</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2021 19:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2021 19:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โจรใต้วางระเบิดทหารพรานบาดเจ็บ 2 รายที่ระแงะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.พ.64 - เมื่อเวลา 13.58 น. พ.ต.ท.กิตติศักดิ์ นาคมรกต สารวัตรสอบสวน สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารพราน สังกัดกองร้อยทหารพรานที่ 4904 บริเวณหัวสะพานบ้านกอแนะเหนือ ม.6 ต.ตันหยงมัส ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ 2 นาย จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.ปิยภัทร ทองพันเลิศกุล ผกก.สภ.ระแงะ นายวิมุตติ อำนักมณี ปลัดอำเภอ หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง อ.ระแงะ เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิดอโณทัย และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารและฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่ง รุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พบที่บริเวณเสาของหัวสะพานมีร่องรอยถูกสะเก็ดระเบิดกะเทาะแตกหลุดจำนวนหลายจุด และที่บริเวณแผงเหล็กกันหัวสะพานมีร่องรอยถูกสะเก็ดระเบิดจนโค้งงอ โดยมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่อง ที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สปิกนิก หนัก 25 ก.ก. จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร ตกกระจายเกลื่อนพื้นที่ถนนและพงหญ้ารกทึบริมทาง เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย เพื่อนทหารได้นำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลระแงะไปก่อนหน้าแล้ว ทราบชื่อ คือ อส.ทพ.พชรพงศ์ ทองเนื้อสุข อายุ 32 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณหน้าผาก ใต้รักแร้ขวาและท้องน้อย ส่วน อส.ทพ.สหชัย บุญจันทร์ อายุ 27 ปี ถูกอนุภาพของระเบิดมีอาการแน่นหน้าอกและหูอื้อ เมื่อแพทย์ทำการปฐมพยาบาลในเบื้องต้น ได้ส่งตัวรักษาต่อที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนทราบว่า ขณะผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย จากจำนวนกำลังรวม 5 นาย นั่งรถยนต์กระบะหุ้มเกราะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ไปติดต่อราชการที่ต้นสังกัดกรมทหารพรานที่ 49 ซึ่งตั้งอยู่ภายในวัดศรีสาคร อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส หลังแล้วเสร็จกำลังพลทั้งหมด รวม 5 นาย ได้นั่งรถยนต์เพื่อกลับฐานซึ่งตั้งอยู่บ้านบือจ๊ะ ม.2 ต.ผดุงมาตร อ.จะแนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 2 นาย นั่งกระบะหลัง เมื่อถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวน แฝงตัวอยู่ในป่ารกทึบริมทาง ได้ใช้วิทยุสื่อสารจุดชนวนระเบิดที่นำไปพิงไว้ข้างหัวสะพาน จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้ อส.ทพ.พชรพงศ์ และ อส.ทพ.สหชัย ซึ่งนั่งกระบะหลังได้รับบาดเจ็บ เพื่อนทหารจึงได้ขับรถยนต์ส่งรักษาที่โรงพยาบาลระแงะดังกล่าว ก่อนที่จะแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่า เป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี เพื่อลอบดักสังหารเจ้าหน้าที่รายวัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92917</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 จังหวัดชายแดนภาคใต้, จังหวัดนราธิวาส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210213/image_big_6027c5f5da121.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82962</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2020 08:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/11/2020 08:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ชายแดนภาคใต้ขาดตลาดแรงงานเพียบคนว่างงานเพิ่มวอนภาครัฐเร่งบรรเทาปัญหา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
6 พ.ย.63 - นายประสิทธิ์ เมฆสุวรรณ&amp;nbsp; อดีตผู้นำภาคประชาสังคมจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเผยว่าจากที่ตนปฏิบัติงานพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มายาวนาน&amp;nbsp; พบปัญหาการว่างงานของประชากรในพื้นที่ชายแดนภาคใต้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น&amp;nbsp; จนนำไปสู่การย้ายถิ่นฐานเพื่อไปประกอบอาชีพยังภูมิภาคอื่นๆของประเทศและต่างประเทศเช่นมาเลเซีย&amp;nbsp; อินโดนีเซีย เป็นการสูญเสียทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่าของพื้นที่น่าเสียดายแล้ว เด็กที่อยู่ในวัยเรียนต้องออกจากโรงเรียนกลางคัน เพราะต้องย้ายติดตามผู้ปกครอง สุดท้ายคือปัญหาสุขภาพอนามัยแม่และเด็ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ผลกระทบเกิดขึ้นคือการทำหน้าที่ของครอบครัวของประชาชนในพื้นที่ไม่สมบูรณ์&amp;nbsp; เนื่องจากบุคคลในครอบครัวที่อยู่ในวัยแรงงาน&amp;nbsp; จำเป็นต้องเดินทางไปทำงานเพื่อหารายได้ จุนเจือครอบครัว&amp;nbsp; หลายครั้งและหลายร้อยคนถูกจับกุมในข้อหาเข้าเมืองผิดกฎหมาย ไม่มีใบอนุญาตทำงานในต่างประเทศ&amp;nbsp; เป็นผลสืบเนื่องมาจากตลาดแรงงานในพื้นที่ไม่ได้มีมากเท่าที่ควร&amp;nbsp; เมื่อเปรียบเทียบกับชายแดนภาคใต้กับรัฐที่มีเขตติดต่อในประเทศมาเลเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จากการปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้จริงๆ&amp;nbsp; พบว่าอุปสรรคสำคัญประการหนึ่งของการเป็นพื้นที่ความมั่นคงคือ&amp;nbsp; ขาดนักลงทุนภาคเอกชนเข้าไปร่วมพัฒนาพื้นที่ จากขาดความไม่เชื่อมั่นต่อสถานการณ์และความปลอดภัยของพื้นที่แล้ว&amp;nbsp; แต่ยังขาดการพัฒนาแบบมีทิศทางการทำงานที่ชัดเจน โดยเฉพาะการเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจในระดับมหภาค ภาครัฐต้องดำเนินกิจกรรมกิจการเพื่อบรรเทาปัญหาที่เกิดขึ้นให้ได้โดยเร็ว &amp;quot;นายประสิทธิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายธนชัญ แสงพุ่ม&amp;nbsp; รองเลขาธิการ ศอ.บต.เปิดเผยว่า ศอ.บต.ทราบปัญหาการย้ายถิ่นและนักเรียนออกกลางคัน&amp;nbsp; ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนภาคใต้มายาวนาน&amp;nbsp; จะทิ้งปัญหาให้หมักหมมไว้ไม่ได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; ศอ.บต.จึงกำหนดเป้าหมายการพัฒนา&amp;nbsp; ที่จะทำให้การพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมที่เกี่ยวเนื่องสามารถไปด้วยกันได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ครอบคลุมประชากร ในกลุ่มที่จบการศึกษาระดับอุดมศึกษา ประกาศนียบัตรวิชาชีพ มัธยมศึกษา&amp;nbsp; ต่ำกว่าและกลุ่มประชากรที่ไม่สามารถเข้าถึงการศึกษาได้ เพื่อให้โอกาสกับคนทุกกลุ่มทุกวัยเข้าสู่การทำงาน เพื่อมีอาชีพและมีรายได้ที่สามารถจุนเจือช่วยเหลือตนเองและครอบครัวได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายชนธัญ กล่าวอีกว่า การจ้างงานในพื้นที่เขตพิเศษเฉพาะกิจ อ.จะนะ จ.สงขลา 100,000 อัตรา เป็นการรายงานทางการศึกษา ความเป็นไปได้ของโครงการที่จะเกิดประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่ตามที่มีข้อมูลบ่งชี้ว่า หากเกิดการลงทุนนภาคการผลิตของอุตสาหกรรมในพื้นที่ของโครงการเมืองต้นแบบฯซึ่งมีการลงทุนอุตสาหกรรมรายใหญ่ประมาณ 50 ราย จะทำให้เกิดการจ้างงานโดยตรงในโรงงานประมาณ 25,000 คน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;การจ้างงานที่จะเกิดจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจตลอดห่วงโซ่การผลิตของอุตฯหลักในพื้นที่โครงการฯเช่นอุตสาหกรรมอาหารทะเลแปรรูป&amp;nbsp; ผลิตสินค้าจากปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp; ผลไม้กระป๋อง&amp;nbsp; ยางรถยนต์ ผลิตสินค้าจากยางพารา เครื่องมือแพทย์และอุตสาหกรรมอิเลคทรอนิค&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายชนธัญ กล่าวต่อว่า อุตสาหกรรมจะทำให้เกิดความต้องการวัตถุดิบที่ต้องใช้เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ภาคการผลิตในห่วงโซ่ในภาคการเกษตรซึ่งมีสมาชิกประมาณ 1 ล้านคนที่จะได้ประโยชน์จากการทำการเกษตรเพื่ออุตสาหกรรมเพิ่มรายได้และลดความเสี่ยงจากการขาดตลาดรองรับ ซึ่งเป็นทิศทางการทำงานที่ควรจะส่งเสริมให้เกิดขึ้นจริงจังและเป็นรูปธรรม ภายใต้แนวทางการตลาดนำการผลิต เชื่อมโยงไปยังภาคบริการจะต้องขยายการผลิต จัดหาวัตถุดิบมาป้อนห้อุตสาหกรรมในพื้นที่โครงการฯความเชื่อมโยงจะเป็นกลไกสำคัญที่จะทำให้เกิดการจ้างงานโดยรวมเพิ่มขึ้นได้เป็นจำนวนมากหลายเท่าตัว เมื่อเปรียบเทียบเฉพาะกับการจ้างงานโดยตรงของอุตสาหกรรมในพื้นที่โครงการฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ตัวเลขคาดการณ์การจ้างงานโดยรวมที่จะเกิดขึ้นตลาดห่วงโซ่อุตสาหกรรม 100,000 ราย เป็นการคาดการณ์ตามสถานการณ์กลางๆบนข้อสมมติฐานที่ผู้ศึกษาได้กำหนดไว้ ผมเชื่อว่าการพัฒนาร่วมกับภาคเอกจะทำให้เกษตรกรและประชาชนทั่วไป สามารถได้รับประโยชน์จากโครงการอย่างเท่าเทียม เป็นธรรมและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาเศรษฐกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;rdquo;นายชนธัญ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82962</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 จังหวัดชายแดนภาคใต้, ธนชัญ แสงพุ่ม, ประสิทธิ์ เมฆสุวรรณ, ปัญหาการว่างงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201106/image_big_5fa4a820b5c2d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69949</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2020 16:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2020 16:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ช่อ&#039;ลงชายแดนใต้ดันเกษตรกรนมแพะเป็นอุตสาหกกรรมใหญ่สุดในปท.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มิ.ย.63-น.ส.พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า ลงพื้นที่พบเครือข่ายเกษตรกรผู้ผลิตนมแพะในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อพูดคุยและรับฟังความต้องการของเกษตรกรในพื้นที่ พร้อมกันนี้ได้ตกลงร่วมกันผลักดันให้การผลิตนมแพะในพื้นที่ เป็นอุตสาหกรรมผู้ส่งออกและผู้ผลิตนมแพะที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า เราทำงานกับคนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่เป็นพรรคอนาคตใหม่ ก็รู้เลยว่าปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ทำให้เกิดการว่างงาน ซึ่งไม่ใช่ความขัดแย้งในเชิงการใช้กำลังอาวุธเท่านั้น เพราะการที่พื้นที่ขาดการพัฒนา ทำให้ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่สามารถเดินไปทางไหนได้เลย อัตราการศึกษาต่ำ รายได้ต่อครัวเรือนต่ำ คนวัยรุ่นว่างงานกันเยอะ ทำให้คนในพื้นที่มีทางเลือกแค่การต้องออกไปทำงานที่มาเลเซีย หรือเข้าร่วมกับขบวนการ จึงกลับมาคิดว่าจะทำอย่างไรให้เกิดการจ้างงานในพื้นที่ ซึ่งมองว่าการนำนิคมอุตสาหกรรมมาตั้งโดยไม่เกี่ยวข้องทั้งกับงานและวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ ย่อมไม่ใช่ทางออก ซึ่งวิถีของชาวบ้านในพื้นที่จำนวนมากที่เป็นชาวมุสลิมคือแพะ มีการเลี้ยงแพะ ทั้งแพะนมและแพะเนื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า มีการพูดคุยกับคนในพื้นที่จนในปัจจุบันได้เริ่มเกิดผลเป็นรูปธรรมคือการได้รวมเครือข่ายของเกษตรกรนมแพะในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้ประมาณ 10 เจ้าที่ผลิตนมแพะอยู่แล้ว แต่ยังไม่มีตลาดรองรับผลผลิตอย่างเพียงพอ ที่จะสามารถขยายกิจการไปมากกว่านี้ สิ่งที่ทางเราจะทำได้คือการเข้ามาจัดการระบบให้เป็นสมัยใหม่หรือใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพื่อแปรรูปวัตถุดิบให้มีคุณภาพมากขึ้น และสามารถส่งออกไปได้ไกลขึ้นทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ เพราะขณะนี้ตลาดนมแพะยังเติบโตได้อีกและเป็นตลาดที่เป็น Blue Ocean การที่จะทำตรงนี้ให้ขึ้นมาเป็นอุตสาหกรรมที่เป็นผู้ส่งออกและผู้ผลิตนมแพะที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย จะทำตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นในสามจังหวัดภาคใต้ไม่ได้ไกลเกินความฝัน ไม่ใช่แค่สร้างงานให้แค่เกษตรกรนมแพะ จะมีทั้งคนส่งนม เกษตรกรปลูกข้าวโพด จะเป็นการสร้าง Supply chain ในพื้นที่ เกิดรายได้สร้างอาชีพให้คนในชุมชน ซึ่งเราคิดว่าโมเดลเล็กๆอันนี้จะกลายเป็นโมเดลในการพัฒนาพื้นที่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่นำไปสู่การสร้างสันติภาพที่แท้จริงด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คณะก้าวหน้าเตรียมผลักดันให้เกิดโรงงานผลิตนมแพะ ที่สามารถสร้างผลผลิตที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ให้อยู่ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีแนวคิดคือ ให้เกษตรกรร่วมเป็นเจ้าของโรงงานแห่งนี้ด้วยกัน ทั้งการร่วมหุ้นเป็นน้ำนมแพะหรือลงเป็นเงินทุน ซึ่งยืดหยุ่นตามที่เกษตรกรนมแพะแต่ละรายเห็นสมควร ทั้งนี้ หากเป็นในฝ่ายเกษตรกรจะซื้อหุ้นในราคาที่ถูกกว่า และเมื่อโรงงานสามารถเติบโตไปได้แล้วทางคณะก้าวหน้าจะขายหุ้นคืนให้เกษตรกรคนในพื้นที่เป็นเจ้าของทั้งหมด 100%&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69949</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 จังหวัดชายแดนภาคใต้, คณะก้าวหน้า, น.ส.พรรณิการ์ วานิช, ผู้ผลิตนมแพะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200628/image_big_5ef85b401456a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47301</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2019 12:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2019 12:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> โต้เดือด!&#039;ทนายวิญญัติ&#039;ซัด&#039;บุรินทร์&#039;สับสนหน้าที่แจ้งจับ12รายแผนทำลายความมั่นคงพรรคฝ่ายค้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4ต.ค.62-นายวิญญัติ ชาติมนตรี เลขาธิการสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิเสรีภาพ (สกสส.) กล่าวถึงกรณีกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4) แจ้งจับ 7 พรรคฝ่ายค้าน และนักวิชาการ เพื่อเอาผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 เนื่องจากจัดเวทีเสวนา &amp;ldquo;พลวัตแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ สู่นับหนึ่งรัฐธรรมนูญใหม่&amp;rdquo; ในพื้นที่ จ.ปัตตานี โดยมีเนื้อหายุยงปลุกปั่น ว่า ตนได้เห็นข่าวที่ พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ&amp;nbsp; ออกมารับงานเรื่องนี้แจ้งความ 12 พรรคฝ่ายค้านนั้น เห็นแล้วรู้สึกหดหู่ใจไม่เข้าใจว่า พล.ต.บุรินทร์ สับสนบทบาทหน้าที่หรือไม่ คสช. จบไปแล้ว มีแต่รัฐบาลที่มีนโยบายเห็นควรให้แก้รัฐธรรมนูญด้วยซ้ำไป หรือการอ้างใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.กอ.รมน. แต่ก็ต้องอยู่ภายใต้หลักการแห่งรัฐธรรมนูญ
นายวิญญัติ กล่าวว่า การที่มีข่าวมีการแจ้งความดำเนินคดีกับ 12 คน ที่ได้จัดเสวนา &amp;ldquo;พลวัฒแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ สู่นับหนึ่งรัฐธรรมนูญใหม่&amp;rdquo; ที่จังหวัดปัตตานี ตนตั้งข้อสังเกตว่า &amp;nbsp;
1. รัฐธรรมนูญไทยบัญญัติรับรองและคุ้มครองการสิทธิและเสรีภาพ การแสดงความคิดเห็น&amp;nbsp; ตลอดจนมีบทบัญญัติว่าด้วยการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญไว้ชัดเจน การเสวนาเพื่อหาแนวทางในการแก้รัฐธรรมนูญ (ยกเว้นหมวด 1) โดยพูดถึงสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น เป็นเวทีทางวิชาการและสร้างการมีส่วนร่วมภาคประชาชน เปิดเผย ไม่มีลักษณะก่อให้ความปั่นป่วนใดๆ จึงไม่จะเข้าข่ายการกระทำผิดกฏหมาย
2. ประชาชนทุกคนมีสิทธิวิพากษ์วิจารณ์และเรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่ใช้แล้วเกิดปัญหาได้ ถือเป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตย รัฐบาลเองก็ยังยอมรับว่าจะต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย การที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า มอบหมาย พล.ต.บุรินทร์ เข้าแจ้งความเรื่องนี้ อาจเข้าข่ายเป็นการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด บิดผันการใช้อำนาจให้สังคมสับสน เกินความจำเป็น และสร้างภาระแก่ประชาชนเกินสมควร
3. พล.ต.บุรินทร์ ย่อมรู้อยู่แล้วว่ามิได้กระทำความผิดเกิดขึ้น สวนทางกับแนวนโยบายของรัฐบาล เจตนาเช่นนี้อาจเป็นการแจ้งความเป็นเท็จเพื่อจะแกล้งให้บุคคลใดต้องรับโทษ หรือรับโทษหนักขึ้น อาจเป็นการกระทำผิดกฎหมายอาญาเสียเอง &amp;nbsp;
นายวิญญัติ กล่าวทิ้งท้ายว่า ดังนั้น บุคคลทั้ง 12 คน อาจใช้สิทธิ์แจ้งความและหรือฟ้องดำเนินคดีกลับได้&amp;nbsp; ทาง สกสส. ยินดีที่จะเป็นทนายความเพื่อเป็นการปกป้องสิทธิของประชาชนอย่างเต็มที่ ตนในฐานะที่ทำงานด้านกฎหมายและด้านสิทธิมนุษยชน ขอเรียกร้องให้กองทัพ&amp;nbsp; กอ.รมน. รวมถึง พล.ต.บุรินทร์ หยุดการกระทำที่อาจทำให้สังคมเข้าใจว่าใช้กฏหมายเป็นเครื่องมือปิดปาก คุกคาม ข่มขู่ประชาชนเกินสมควรแก่เหตุ เพราะนั่นอาจนำไปสู่ความขัดแย้งของคนในชาติไม่จบสิ้น ทหารควรควรจะทำหน้าที่ตัวเองอย่างทหารอาชีพในประเทศอื่นทำกัน ทั้งนี้ หากรัฐบาลไม่เห็นด้วยกับ กอ.รมน. ก็ควรจะออกมาแถลงแสดงท่าทีต่อเรื่องนี้ ไม่เช่นนั้นประชาชนอาจคิดได้ว่าเป็นแผนทำลายความมั่นคงของพรรคฝ่ายค้านหรือไม่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47301</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 จังหวัดชายแดนภาคใต้, กอ.รมน.ภาค 4, พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ, วิญญัติ ชาติมนตรี, แก้ไขรธน.มาตรา1</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180124/image_big_5a685e211ae84.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42821</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2019 13:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2019 10:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039;ฟังธงมือบึ้มกรุงมาจาก3จังหวัดชายแดนใต้ ต่อจิ๊กซอว์เอาระเบิดมาจากไหน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
6 ส.ค.62 -​ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าเหตุระเบิดหลายจุดในพื้นที่​ กทม. ว่า มีความก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ​ รวมถึงมีการจับกุมผู้เกี่ยวข้องได้มากขึ้น​ เรื่องรายละเอียดนั้นขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้ชี้แจง แต่เบื้องต้นกลุ่มที่เข้ามาก่อเหตุมาจากจังหวัดชายแดนภาคใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนจะมีความเชื่อมโยงกับการเมืองหรือไม่นั้น ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนและยังไม่ทราบแน่ชัด แต่ยังไม่ตัดประเด็นใดออก เพราะการก่อเหตุมีการดำเนินการกันหลายคน ซึ่งเราจะต้องไปต่อจิ๊กซอว์ว่ากลุ่มเหล่านี้เดินทางมาอย่างไร รวมถึงการหาวัตถุว่ามาจากที่ใดด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42821</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 จังหวัดชายแดนภาคใต้, บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, รองนายกฯ, ระเบิดกรุงเทพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190806/image_big_5d48edb43f01f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36995</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2019 09:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2019 09:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯประณามโจรใต้ระเบิดหนองจิก อุกอาจ ไร้มนุษยธรรม ลั่น!จับตัวคนร้ายมาลงโทษให้เร็วที่สุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 พ.ค.62-พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประณามเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในช่วงนี้ โดยล่าสุดได้เกิดเหตุระเบิดที่ตลาดนัดบ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ทำให้มีผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บหลายราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นายกฯแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้สูญเสีย โดยได้สั่งการฝ่ายความมั่นคงให้เร่งพิสูจน์และรวบรวมหลักฐาน เพื่อสืบหาคนร้ายมาลงโทษให้ได้โดยเร็วที่สุด เพราะถือว่าเป็นการกระทำที่อุกอาจ ไร้มนุษยธรรม โดยเกิดเหตุกลางตลาดใหญ่ ซึ่งมีประชาชนไปจับจ่ายใช้สอยเป็นจำนวนมาก รวมทั้งยังเกิดขึ้นในช่วงเดือนรอมฎอน หรือเดือนแห่งบุญที่ควรทำแต่ความดี พร้อมกำชับให้ดูแลเยียวยาผู้เสียหายอย่างดีที่สุด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.วีรชน กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้รับรายงานว่า น่าจะเป็นฝีมือของกลุ่มก่อความไม่สงบเดิมที่เคยก่อเหตุเช่นนี้มาแล้ว จึงเชื่อว่าจะได้เบาะแสไม่ยาก ส่วนเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ที่ จ.นราธิวาส ฝ่ายความมั่นคงเริ่มรู้ตัวคนร้ายแล้วและเร่งติดตามขยายผล พร้อมกับดำเนินมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่อย่างเข้มงวด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36995</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 จังหวัดชายแดนภาคใต้, นายกฯ, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ระเบิด, หนองจิก-ปัตตานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190528/image_big_5cec9fe742878.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36382</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2019 13:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2019 13:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯสั่งคุมเข้ม3จว.ใต้ไปจนถึงวันฮารีรายอ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ค.62-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีครูใน 3 จังหวัดชายแดนใต้และกรรมการอิสลามขอบคุณรัฐบาลที่ดูแลเหตุรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดน พร้อมขอให้คงมาตรการเข้มงวดไปจนถึงวันฮารีรายอ ว่า ก็ต้องขอบคุณความร่วมมือจากทุกภาคส่วน การทำงานแก้ปัญหาความมั่นคงต้องได้รับความร่วมมือทั้งภาครัฐและประชาชนทุกหมู่เหล่าต้องช่วยกัน และวันนี้ได้มีการหารือพูดคุยกันแล้ว จะขอให้คงมาตรการเข้มงวดไปจนวันฮารีรายอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯเผยว่าทางฝ่ายความมั่นคงรับเรื่องไปแล้ว &amp;nbsp;ต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายและประชาชนในพื้นที่ที่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี ส่วนมาตรการดูแลความปลอดภัยต่างๆ เจ้าหน้าที่ก็ดูแลเข้มงวดอยู่แล้ว จะเห็นได้ว่าก็มีเจ้าหน้าที่ที่ได้รับผลกระทบ ก็ต้องขอความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่ด้วย อันนี้พูดรวมไปถึงทุกพื้นที่ในทุกจังหวัดและกรุงเทพฯ ซึ่งมีปัญหาการบังคับใช้กฎหมายพอสมควร หลายคนก็ออกมาต่อต้าน ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ดี ทุกประเทศก็พึ่งกฎหมายเป็นตัวกลาง ทำให้ทุกคนเข้าถึงโอกาสอย่างเท่าเทียมกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36382</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 จังหวัดชายแดนภาคใต้, นายกฯ, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ฮารีรายอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190521/image_big_5ce3a0517d747.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
