<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>85543</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/2020 20:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/2020 20:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สิ้นสุดคดีทหารพรานยิง 4 ศพ กองทัพเยียวยารายละ 7.5 ล้าน ชาวบ้านขอบคุณไม่ทอดทิ้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30&amp;nbsp;พ.ย.63 - ที่ศาลจังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;จากที่ศาลจังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;ได้มีคำสั่งคดีไต่สวนชันสูตรพลิกศพ&amp;nbsp;คดีหมายเลขดำที่&amp;nbsp;ช.5/2555&amp;nbsp;กรณีชาวบ้าน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ศพ&amp;nbsp;ต.ปุโละปุโย&amp;nbsp;อ.หนองจิก&amp;nbsp;จ.ปัตตานี&amp;nbsp;ศาลมีคำสั่งสรุปว่า&amp;nbsp;จากพยานหลักฐานทำให้เห็นเหตุการณ์&amp;nbsp;ว่าเป็นการเข้าใจผิด&amp;nbsp;สำคัญผิดของเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;เพราะสาเหตุมาจากเป็นเหตุการณ์ที่สืบเนื่องมาจากมีคนร้ายยิงฐานกองร้อย&amp;nbsp;4302&amp;nbsp;บ้านน้ำดำ&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ต.ปุโละปุโย&amp;nbsp;อ.หนองจิก&amp;nbsp;จ.ปัตตานี&amp;nbsp;ทำให้จนเป็นเหตุให้มีประชาชนเสียชีวิตทันที&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ศพ&amp;nbsp;และยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;โดยได้มีการระบุเรื่องราวระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุเกิดเมื่อวันที่&amp;nbsp;29&amp;nbsp;ม.ค.2555&amp;nbsp;เวลาประมาณ&amp;nbsp;20.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ทหารพรานประจำฐานปฏิบัติการทหารพรานที่&amp;nbsp;4302&amp;nbsp;ต.ปุโละปุโย&amp;nbsp;อ.หนองจิก&amp;nbsp;จ.ปัตตานี&amp;nbsp;ได้ใช้อาวุธปืนสงครามยิงเข้าใส่รถยนต์ของชาวบ้าน&amp;nbsp;ซึ่งมีผู้อยู่ในรถ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;9&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ขณะกำลังเดินทางออกจากหมู่บ้านกาหยี&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ต.ปุโละปุโย&amp;nbsp;อ.หนองจิก&amp;nbsp;จ.ปัตตานี&amp;nbsp;ได้เพียง&amp;nbsp;500&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;เพื่อไปละหมาดศพ&amp;nbsp;(การละหมาดให้ผู้เสียชีวิต)&amp;nbsp;ที่บ้านทุ่งโพธิ์&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ต.ลิปะสะโง&amp;nbsp;อ.หนองจิก&amp;nbsp;จ.ปัตตานี&amp;nbsp;จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และบาดเจ็บ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;คดีได้สิ้นสุดไปแล้วโดยตัดสินให้&amp;nbsp;กองทัพบกชดเชยเป็นค่าเสียหาย&amp;nbsp;ผู้เสียชีวิต&amp;nbsp;ได้เยียวยาทั้ง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;รายละ&amp;nbsp;7,500,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;และผู้รับผลกระทบที่ได้รับบาดเจ็บ&amp;nbsp;ทั้งหมดทั้งหมด&amp;nbsp; 5&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;4,684,134&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;1.นายซอบรี&amp;nbsp;บือราเฮง&amp;nbsp;2,939,537&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp; 2.&amp;nbsp;นายมะแอ&amp;nbsp;ดอเลาะ&amp;nbsp;764,196&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp; 3.&amp;nbsp;นายมะรูดิง&amp;nbsp;แวกะจิ&amp;nbsp;727,608&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;4.&amp;nbsp;นายยา&amp;nbsp;ดือราแม&amp;nbsp;154,668&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;5.&amp;nbsp;นายอับดุลเลาะ&amp;nbsp;นิ&amp;nbsp;98,123&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;พ.อ.หาญพล&amp;nbsp;เพชรม่วง&amp;nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&amp;nbsp;43&amp;nbsp;ได้นำกำลังพล&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;นายร่วมแสดงความยินดีและให้กำลังใจทั้ง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ครอบครัว&amp;nbsp;โดยได้มอบสิ่งของเครื่องใช้มอบให้&amp;nbsp;พร้อม&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;วันนี้ได้มาแสดงความยินดีกับผู้เสียหายที่ได้รับเงินค่าเสียหาย&amp;nbsp;ที่คดีได้ดำเนินเป็นที่สิ้นสุด&amp;nbsp;เพราะเรื่องนี้เป็นความสำคัญผิดของเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;เมื่อเราผิดก็ต้องว่าตามความผิด&amp;nbsp;ซึ่งก่อนหน้านี้เราได้เข้าไปเยี่ยมเยียน&amp;nbsp;ให้กำลังใจกับผู้เสียหายตลอดเวลา&amp;nbsp;สร้างความเข้าใจกับผู้เสียหาย&amp;nbsp;ให้ความยุติธรรมได้เกิดขึ้น&amp;nbsp;จริงๆแล้ว&amp;nbsp;ค่าเสียหายที่ได้&amp;nbsp;ยังไม่คุ้มกับความสูญเสียที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;เราจะพยายามอย่างที่สุด&amp;nbsp;ไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้เกิดอีกโดยเด็ดขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายซอบรี&amp;nbsp;บืดราเฮง&amp;nbsp;หนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ของคุณกองทัพบกและกรมทหารพรานที่&amp;nbsp;43&amp;nbsp;ที่ไม่ทอดทิ้งและให้ความดูแลตลอดเวลา&amp;nbsp;โดยเฉพาะให้ช่วยดูแลในเรื่องคดีจนสิ้นสุด&amp;nbsp;ที่สำคัญวันนี้ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างมากที่กองทัพได้ดูแลในเรื่องค่าเสียหาย&amp;nbsp;จากนี้ก็จะนำเงินที่ได้มาดูแลครอบครัวโดยเฉพาะการศึกษาของลูกเป็นทุนในเรื่องอาชีพต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85543</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 จังหวัดชายแดนใต้, จังหวัดปัตตานี, ศาลจังหวัดปัตตานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201130/image_big_5fc4ec775a5da.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84436</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทภ.4ถกคณะพูดคุยสันติสุขปี64ประสานBRNดับไฟใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;แม่ทัพภาค 4 เรียกถกคณะทำงานพูดคุยสันติสุขระดับพื้นที่วาระใหม่ รอมาเลเซียเปิดประเทศปีหน้าประสานบีอาร์เอ็นเจรจาดับไฟใต้ คนร้ายดักยิงเจ้าหน้าที่ทหารพรานรือเสาะสาหัส 2 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงแรมปาร์คอินทาวน์ อ.เมืองฯ จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน เวลา 09.30 น. พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้เปิดประชุมการพูดคุยสันติสุขระดับพื้นที่ พร้อมกับ พล.ต.ธิรา แดหวา ผู้อำนวยการศูนย์สันติวิธี และกรรมการคณะทำงานด้านสันติสุข และคณะประสานงานระดับพื้นที่ (สล.3) ทั้ง 9 แผนงาน ได้เข้าร่วมกันอย่างพร้อมเพรียงกว่า 100 คน เพื่อรับฟังข้อสรุปผลของคณะประสานงานระดับพื้นที่ กับความคืบหน้าในการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา ที่ได้ลงพื้นที่พบปะรับฟังกลุ่มต่างๆ ในพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนอีกด้านหนึ่งได้ติดต่อประสานผ่านทางประชุมออนไลน์ โปรแกรม Zoom กับผู้อำนวยความสะดวกมาเลเซีย จากผู้เห็นต่างจากรัฐ รวมถึงข้อเรียกร้องหรือความต้องการของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ นำมารวบรวมผ่านคณะทำงานสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ สำหรับการเดินทางไปพูดคุยกับกลุ่มบีอาร์เอ็นนั้น จะให้ทางคณะเทคนิคเข้าไปดำเนินการ ทั้งนี้ ต้องรอให้ทางประเทศมาเลเซียเปิดประเทศในช่วงปีหน้า เพราะต้องรอให้พ้นจากช่วงโควิด-19 ไปก่อน อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอและข้อเรียกร้องทั้งหมดของทุกฝ่าย จะนำเสนอคณะทำงาน เพื่อให้การแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.เกรียงไกรเปิดเผยว่า บรรยากาศการประชุมในวันนี้มีความหลากหลายของข้อเสนอของผู้เข้าร่วมประชุมมากมาย ทั้งเรื่องเศรษฐกิจสังคม โดยเฉพาะในเรื่องของยาเสพติด ซึ่งเป็นนโยบายที่สำคัญ เรื่องในของความรุนแรงในพื้นที่ และการสร้างความสัมพันธ์ให้เกิดความรักความกลมเกลียวของประชาชน และการพัฒนาให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในเรื่องของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในช่วงโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีตัวแทนองค์การสหประชาชาติเข้ามารับฟังความคิดเห็นในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ทางผู้แทนของสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นโอดีซี) ได้มารับฟังในส่วนของเรื่องยาเสพติดที่เกิดขึ้นอยู่พื้นที่ชายแดนใต้ ซึ่งถือว่าเป็นนโยบายที่สำคัญต่อพี่น้องประชาชน จึงได้อธิบายถึงการบำบัด รักษาฟื้นฟู พัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ที่ติดยาเสพติด รวมไปถึงเรื่องของการปราบปรามการค้ารายย่อยและรายใหญ่ ซึ่งในเขตพื้นที่ชายแดนเป็นเส้นทางลำเลียงยาเสพติดจากภาคเหนือลงไปสู่ประเทศที่ 3 และในช่วงที่ผ่านมาก็ได้ร่วมมือกับหน่วยงานภาคต่างๆ มีสถิติจากการจับกุมมากมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ สิ่งที่สำคัญที่ผู้แทนสหประชาชาติสอบถามในเรื่องข้อจำกัดประเด็นเรื่องยาเสพติดของขบวนการค้ารายใหญ่ จึงชี้แจงไปว่าได้มีการดำเนินการในการประสานงานภายในประเทศในการติดตามการเคลื่อนย้ายยาเสพติดอยู่แล้ว นำไปสู่การจับกุมมากมาย แต่เรื่องการค้ารายใหญ่กับประเทศที่ 3 ยังมีข้อจำกัดอยู่ หากได้แชร์ข้อมูลกับทางสหประชาชาติ คิดว่าจะเพิ่มประสิทธิภาพการจับกุมมากกว่านี้ ซึ่งได้รับคำตอบว่าเราจะได้ร่วมมือกับยูเอ็นโอดีซีต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 23.00 น. ของวันที่ 18 พ.ย.ที่ผ่านมา ร.ต.อ.โฑติวิทย์ แสงจันโท ร้อยเวร สภ.อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายยิงเจ้าหน้าที่ทหารพรานได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบนถนนสายรือเสาะ-สะโล ม.2 ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.ชาตรี รัตนคช ผกก.สภ.รือเสาะ ชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่ทหาร และฝ่ายปกครอง รุดไปที่เกิดเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณสามแยก ถนนสายรือเสาะ-บ้านสะโล ม.2 บ้านยะบะ ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ ห่างจาก สภ.รือเสาะ ประมาณ 1 กิโลเมตร ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลรือเสาะ และส่งต่อโรงพยาบาลราชนครินทร์จังหวัดนราธิวาส ทราบชื่อ อส.ทพ.อริสมัน ดอเลาะ อายุ 27 ปี สังกัดร้อย ทพ.4604 ฉก.ทพ.46 อยู่บ้านเลขที่ 118/1 ม.3 ต.ละหาร อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส กระสุนโดนบริเวณต้นขาซ้าย, นายบาหารูดิง ลือแมตูซง อายุ 37 ปี ลูกจ้างโครงการจ้างงานเร่งด่วนอยู่บ้านเลขที่ 76/1 ม.9&amp;nbsp; ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส กระสุนโดนบริเวณน่องด้านซ้าย อาการสาหัสทั้งสองนาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนทราบว่า ขณะเกิดเหตุกำลังพลร้อย ทพ.4604 ฉก.ทพ.46 พร้อมด้วยลูกจ้างโครงการจ้างงานเร่งด่วน เดินทางด้วยระยนต์กระบะกลับจากไปร่วมการแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตรหมู่บ้าน ที่สนามฟุตบอลหญ้าเทียมที่บ้านยาแลเบาะ ม.5 ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ ซึ่งเพิ่งเปิดบริการได้เพียงสองสัปดาห์ หลังจากจบการแข่งขัน ได้เดินทางกลับฐาน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุบริเวณด้านหลังร้านอะยัมบอย ซึ่งเป็นที่เปลี่ยว คนร้ายไม่ต่ำ 3 คนดักซุ่มอยู่ในที่มืด ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิงใส่รถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้าสีดำ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นกลุ่มแนวร่วมในพื้นที่เพื่อสร้างสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84436</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 จังหวัดชายแดนใต้, ดับไฟใต้, บีอาร์เอ็น, สันติสุขระดับพื้นที่, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แม่ทัพภาค 4, ไฟใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201119/image_big_5fb67a4f14612.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80927</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ‘บิ๊กป้อม’ท่องชายแดนใต้ ไปติดตามงานความมั่นคง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; ลงพื้นที่ 3 จชต.ติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาพื้นที่และงานความมั่นคง ย้ำต้องส่งเสริมให้เด็กอ่านและพูดไทยได้ทุกคน และยืนยันเราจะร่วมแก้ปัญหาไปด้วยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 17 ต.ค.63 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย รมช.กลาโหม, รมช.แรงงาน และปลัดกระทรวงกลาโหม ได้เดินทางไปศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ อำเภอเมืองฯ จังหวัดยะลา เพื่อติดตามความก้าวหน้า งานด้านความมั่นคงและพัฒนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งพบปะประชาชนและให้กำลังใจการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยรับฟังความคืบหน้างานด้านความมั่นคงจากแม่ทัพภาคที่ 4 (มทภ.4) สรุปภาพรวมประชาชนในพื้นที่มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมากขึ้น เหตุรุนแรงในทุกพื้นที่ลดลงตามลำดับ ประชาชนทุกระดับตื่นตัวและให้ความร่วมมือสนับสนุนกระบวนการพูดคุยสันติสุขผ่านกลไกสภาสันติสุขตำบลและหมู่บ้าน&amp;nbsp; สำหรับงานด้านการพัฒนาพื้นที่มีความคืบหน้าไปมาก โดยเฉพาะการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำเรื่องที่ดินทำกิน การสร้างงานสร้างรายได้ให้กระจายลงในระดับพื้นที่ชุมชน การจัดทำเมืองต้นแบบ การท่องเที่ยว การพัฒนาสังคม โดยเฉพาะการดูแลผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบาง คนเจ็บ คนพิการและผู้สูงอายุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรได้กำชับการทำงานของฝ่ายความมั่นคง ขอให้เน้นการดูแลความปลอดภัยยกระดับการแก้ปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงให้ครอบคลุมทุกพื้นที่เป้าหมายอย่างสอดคล้องต่อเนื่องทุกระดับ โดยขอให้ยึดมั่นในหลักสันติวิธีและหลักสิทธิมนุษยชน ส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมและการอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมวัฒนธรรมที่หลากหลาย พร้อมทั้งขอเดินหน้าสนับสนุนกระบวนการพูดคุยสันติสุขระดับพื้นที่ และช่วยดูแลป้องกันมิให้มีการบิดเบือนคำสอนทางศาสนา ขณะเดียวกันต้องสร้างการตระหนักรู้และการมีส่วนร่วมกับหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งต้องให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหายาเสพติดและขจัดเงื่อนไขมิให้มีการใช้ความรุนแรงต่อกันอย่างจริงจัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมทั้งย้ำเป็นนโยบายกับ ศอ.บต. มุ่งยกระดับการศึกษาในพื้นที่ โดยเฉพาะต้องให้เด็กอ่านออกและเขียนไทยได้ทุกคน พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการพัฒนาพื้นที่อย่างครบวงจร โดยเน้นความเชื่อมโยงกับการสร้างงานและวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ โดยเฉพาะการเสริมสร้างรายได้และความเข้มแข็งของเกษตรกรให้เพิ่มมากขึ้น โดยรัฐบาลจะเป็นกลไกหลักในการเชื่อมช่องทางการตลาด และนำเทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุนการทำงานอย่างเต็มที่ รวมทั้งกำลังเร่งวางโครงสร้างทางเศรษฐกิจในอนาคตของพื้นที่ จชต. ผ่านโครงการเมืองต้นแบบสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ทั้ง 4 เมืองหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจำเป็นต้องเร่งจัดสรรที่ดินทำกินให้กับประชาชนเป็นที่อยู่อาศัยและประกอบอาชีพ พร้อมกันนี้ ขอให้เร่งส่งเสริมพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างจริงจัง มุ่งเน้นการแก้ปัญหาสาธารณสุขและสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ที่เป็นปัญหาเรื้อรังตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาให้สำเร็จ ซึ่งเชื่อมโยงมาจากสภาพเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่ที่กระทบอย่างต่อเนื่องจากการใช้ความรุนแรงที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จากนั้น พล.อ.ประวิตรได้เดินทางไปพบปะและร่วมกิจกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตกับประชาชนในพื้นที่ โดยมอบพันธุ์ปูให้กับเกษตรกรนำไปเพาะเลี้ยงรอบอ่าวปัตตานี ในโครงการ &amp;ldquo;จังหวัดชายแดนภาคใต้ สู่เมืองปูโลก&amp;rdquo; ต่อจากนั้น ได้มอบพันธุ์ไม้ชุมชน ในโครงการ &amp;ldquo;ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่างตามแนวพระราชดำริ&amp;rdquo; และเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์จากกลุ่มอาชีพเพื่อการพึ่งพาตนเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมกันนี้ ได้กล่าวให้กำลังใจกับประชาชนในการมีส่วนร่วมเป็นกำลังสำคัญขับเคลื่อนงานพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนร่วมกัน โดยย้ำถึงความตั้งใจจริงของรัฐบาลในการแก้ปัญหาไปด้วยกัน ทั้งการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนในทุกมิติ โดยจะเร่งแก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตรกรและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นและสำคัญต่อการทำการเกษตร โดยเฉพาะการบริหารจัดการน้ำ ทั้งน้ำอุปโภค บริโภค และน้ำชลประทาน เพื่อยกระดับรายได้และพัฒนาคุณภาพประชาชนในพื้นที่ให้ทั่วถึงและเท่าเทียมกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80927</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 จังหวัดชายแดนใต้, การพัฒนาพื้นที่และงานความมั่นคง, งานความมั่นคง, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อ่านและพูดไทยได้ทุกคน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201017/image_big_5f8b0cb3426aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74756</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> หวั่นถูกล้างแค้น สั่งมั่นคง3จว.ใต้ ป้องกันขั้นสูงสุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;มทภ.4&amp;quot; สั่งหน่วยความมั่นคง 3 จังหวัดชายแดนใต้และ 4 อำเภอ จ.สงขลา เพิ่มมาตรการป้องกันขั้นสูงสุด หลังเหตุปะทะเดือดวิสามัญ 7 ศพ จ.ปัตตานี หวั่นกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบแก้แค้น กำชับกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านเฝ้าระวังความเคลื่อนไหวทุกหมู่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความคืบหน้าสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ หลังเกิดเหตุปะทะพื้นที่ป่าละเมาะในหมู่บ้านบือแนจือแล ม.2 ต.กอลำ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารถูกยิงได้รับบาดเจ็บ 3 นาย และกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิต 7 รายนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 17 ส.ค.63 พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้แจ้งเตือนหน่วยความมั่นคงใน 3 จังหวัดและ 4 อำเภอใน จ.สงขลา เพิ่มมาตรการป้องกันขั้นสูงสุด และแจ้งเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่ายให้สนธิกำลังทั้งทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ระดมกำลังเพิ่มมาตรการเข้มงวดตรวจค้นยานพาหนะทุกชนิดที่ผ่านเข้าออกจุดตรวจต่างๆ และให้เพิ่มความเข้มงวดเส้นทางเข้าเมืองปัตตานี 4 มุมเมืองเป็นหลัก รวมทั้งตั้งจุดตรวจรอง จุดตรวจสกัดเฉพาะกิจเสริมอีกทางหนึ่งด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ กำชับให้วางกำลังจุดตรวจร่วมตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองในพื้นที่ตามแยกต่างๆ&amp;nbsp; โดยด่านตรวจค้นต่างๆ ในจังหวัดปัตตานีให้ตรวจสอบข้อมูลของบุคคลที่เดินทางเข้าสู่จังหวัดปัตตานีอย่างเข้มงวด รวมทั้งออกตรวจตามบ้านต่างๆ บริเวณที่เกิดเหตุดังกล่าว เพื่อป้องกันการลอบเข้ามาก่อเหตุหวังตอบโต้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ซึ่งได้มีการเฝ้าระวังเป็นพิเศษโดยเฉพาะตลอดสัปดาห์นี้ที่มีการปะทะอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คำสั่งกำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเฝ้าระวังเป็นพิเศษตลอดสัปดาห์นี้ หลังเกิดเหตุการณ์อย่างต่อเนื่อง เพราะมีแหล่งข่าวแจ้งว่ากลุ่มคนร้ายมีการเคลื่อนไหวในการที่จะสร้างสถานการณ์เพื่อตอบโต้เจ้าหน้าที่รัฐ&amp;quot; แหล่งข่าวกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่หอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี อ.เมืองปัตตานี พล.ท.พรศักดิ์พร้อมด้วย พล.ต. เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เดินทางมาพบปะกำนันผู้ใหญ่บ้านเพื่อสร้างความเข้าใจ หลังเกิดเหตุปะทะที่บ้านกอลำ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี คนร้ายถูกวิสามัญ 7&amp;nbsp; ราย และเน้นย้ำผู้นำท้องถิ่นว่าหัวใจสำคัญที่จะร่วมกันสร้างสันติสุข คือต้องดูแลปกป้องพี่น้องประชาชนให้เกิดความมั่นคงปลอดภัยในชีวิต โดยมีนายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี พล.ต.ปิยพงษ์ วงศ์จันทร์ ผบ.ฉก.ปัตตานี นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่จังหวัดปัตตานีและ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลาร่วมประชุมกว่า 500 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.พรศักดิ์กล่าวว่า ขอบคุณทุกฝ่ายที่ทำให้สถานการณ์การเข้าพิสูจน์ทราบและบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่หมู่ที่ 2 ตำบลกอลำ อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานีคลี่คลาย วันนี้ตั้งใจมาพบกับกำนันและผู้ใหญ่บ้าน เพื่อพูดคุยสร้างความเข้าใจในการร่วมกันสร้างสันติสุข&amp;nbsp; ดูแลปกป้องพี่น้องประชาชน เพราะทุกคนเป็นหัวใจสำคัญในการดูแลพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า การแก้ปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ การใช้ความรุนแรงไม่ก่อให้เกิดความสันติสุข การพูดคุยเพื่อสันติสุขผ่านสภาสันติสุขตำบลเท่านั้นที่จะช่วยแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน&amp;nbsp; แต่สำหรับกลุ่มที่ยังคงก่อเหตุกระทำผิดกฎหมาย ทำร้ายประชาชนผู้บริสุทธิ์ ก็จำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด รวมไปถึงผู้ที่ให้การช่วยเหลือหรือให้ที่พักพิงผู้ก่อเหตุรุนแรงด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้ายังมีความเคลื่อนไหวอยู่ในหมู่บ้านจะต้องมีการสอบสวน ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน เพื่อดูแลพื้นที่ สร้างความปลอดภัยให้ประชาชนเกิดความมั่นใจ ทั้งนี้ที่ผ่านมาต้องขอบคุณกำนันผู้ใหญ่บ้านที่ช่วยดูแลประชาชน ทั้งเรื่องโควิดและเรื่องสถานการณ์ความไม่สงบ การดูแลรักษาป่าไม้ รวมถึงปัญหายาเสพติด&amp;nbsp; แต่ก็ต้องยอมรับว่ายังมีอีกส่วนน้อย 1-2 เปอร์เซ็นต์ที่อาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดการสูญเสีย ซึ่งจะต้องมีการแก้ไขเอาน้ำดีไล่น้ำเลวให้ได้ อยากให้กำนันผู้ใหญ่บ้านช่วยกันดูแลอย่างต่อเนื่อง ช่วยกันสร้างความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน ให้เกิดความมั่นใจ ไว้ใจ และเชื่อมั่น เพื่อร่วมกันสร้างความปลอดภัยและสร้างสันติสุขให้แก่พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;quot; แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.พรศักดิ์กล่าวว่า ถ้าพื้นที่ปลอดเหตุประชาชนปลอดภัย ความสันติสุขก็จะตามมา และหากพบเห็นสิ่งปกติ บุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่รับผิดชอบของตน ขอให้แจ้งมายังเจ้าหน้าที่&amp;nbsp; หรือแจ้งไปยังหมายเลขโทรศัพท์สายตรงแม่ทัพภาคที่ 4 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเจ้าหน้าที่ยังเข้าควบคุมพื้นที่หมู่บ้านบือแนจือแล ม.2 ต.กอลำ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี โดยวางกำลังกระชับวงล้อมเข้าพื้นที่ตามยุทธวิธี เน้นตรวจค้นตามจุดต่างๆ รอบพื้นที่เกิดเหตุในรัศมี 1-5 กิโลเมตร เพื่อตรวจค้นและหาหลักฐานอย่างละเอียด ให้มั่นใจว่าในพื้นที่จุดปะทะไม่มีคนร้ายหลบซ่อนอยู่อีก หรือจนกว่าจะแน่ใจแล้วว่าพื้นที่ดังกล่าวปลอดภัยแล้วจึงจะถอนกำลังเจ้าหน้าที่ออกได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้นำ 2 ศพสุดท้ายจากเหตุปะทะที่ไม่ทราบชื่อส่งโรงพยาบาลปัตตานี โดยมีญาติเดินทางมาติดต่อเพื่อยืนยันศพ ซึ่งหนึ่งในญาติที่มาแสดงตัวระบุว่าต้องการมาติดต่อรับศพของนายลุดฟี บาเหะ อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 87/1 ม.2 ต.กอลำ อ.ยะรัง&amp;nbsp; จ.ปัตตานี และนายอิสมาแอ แลแร อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 105 ม.3 ต.คลองมานิง อ.เมืองปัตตานี ซึ่งเชื่อว่าทั้ง 2 ศพที่ส่งมาที่โรงพยาบาลน่าจะเป็นญาติของตนเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ญาติที่มารับศพทั้งสองระบุว่าการยืนยันศพนั้นลำบากมาก เนื่องจากศพมีสภาพที่บวมยากต่อการจำได้ อีกทั้งไม่ได้เจอมาหลายปีแล้ว แต่โชคดีที่มีบางจุดทำให้จำได้ว่าเป็นศพญาติตนจริงๆ โดยตำรวจ สภ.โสร่ง อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ได้ให้ญาติเซ็นชื่อรับศพนำกลับไปทำพิธีทางศาสนาต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74756</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 จังหวัดชายแดนใต้, กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หน่วยความมั่นคง, เฝ้าระวังความเคลื่อนไหว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200817/image_big_5f3a8c95d57d6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49248</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/10/2019 12:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/10/2019 12:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ส.ส.เต้&#039; แย่แล้ว! &#039;บิ๊กป้อม&#039; ให้ตำรวจเร่งสอบพกสารบึ้มเข้าสภา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ต.ค.62 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีที่นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การทหาร สภาผู้แทนราษฎร นำสารประกอบระเบิดทีเอ็นที มาทดสอบประสิทธิภาพการตรวจเครื่องตรวจระเบิดในอาคารรัฐสภา ว่าเป็นเรื่องของตำรวจที่จะสอบสวน และจะต้องดูเรื่องของข้อกฎหมายด้วยว่ามีความผิดหรือไม่ จากนั้นตำรวจคงจะแถลงให้ทราบเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่านายมงคลกิตติ์ ยังระบุอีกว่าข้อมูลฝ่ายความมั่นคงระบุว่ามีผู้ก่อความไม่สงบมาอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นับร้อยคน พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า &amp;ldquo;เขารู้เรื่องหรือ เพราะเรื่องภาคใต้ ผมเป็นคนทำอยู่&amp;rdquo; เมื่อถามถึงข้อสังเกตว่า คนที่เป็น ส.ส.ไม่ควรจะกระทำการแบบนี้ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เป็นเรื่องที่สื่อคิดอย่าง แต่เขาคิดอย่าง ต่อข้อถามว่าประชาชนจะมอง ส.ส.ที่มีลักษณะอย่างนี้อย่างไร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า &amp;ldquo;ผมไม่รู้หรอก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามถึงการดูแลความเรียบร้อยในระหว่างการประชุมผู้นำอาเซียนในเดือนพ.ย.รองนายกฯ กล่าวว่า เราดูแลความเรียบร้อยได้แน่นอน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49248</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 จังหวัดชายแดนใต้, กมธ.การทหาร, ทดสอบเครื่องตรวจวัตถุระเบิด, พกระเบิดเข้าสภา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191031/image_big_5dba696a61d01.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47217</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2019 10:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2019 10:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า&#039; แจงจ่ายเบี้ยเลี้ยงกำลังพลตามปกติ ชี้แค่บางรายเข้าใจผิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ต.ค.62 - พ.อ.วัชรกร&amp;nbsp;อ้นเงิน ผู้ช่วยโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ส่วนหน้า เปิดเผยว่า ภายหลังทราบเหตุ พล.ท.พรศักดิ์&amp;nbsp;พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ได้สั่งให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีมีผู้ร้องเรียนผ่านเว็บเพจ &amp;quot;ร่วมด้วยช่วย&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดชายแดนใต้&amp;quot; ระบุว่า มีความพยายามเบียดบังสิทธิกำลังพลเรื่องค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าเสบียงสนามของหน่วยในพื้นที่จังหวัดสงขลา โดยเบื้องต้นอาจเป็นการเข้าใจผิดของกำลังพลบางนาย ซึ่งผลการตรวจสอบสรุปได้ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านไม่พบข้อพิรุธใดๆ เกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้บังคับหน่วยที่ส่อไปในทางทุจริตหรือเบียดบังสิทธิกำลังพลดังที่ปรากฏการร้องเรียนผ่านเว็บเพจดังกล่าวแต่อย่างใด การจ่ายเงินค่าเสบียงสนามเป็นไปตามงบประมาณที่ได้รับการสั่งจ่ายตามห้วงเวลาตั้งแต่ มี.ค.-พ.ค.62&amp;nbsp;และส่วนที่เหลือตั้งแต่ มิ.ย.-ก.ย.62&amp;nbsp;เพิ่งได้รับเมื่อ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ต.ค.ที่ผ่านมา โดยหน่วยฯจะเร่งรัดจ่ายให้กำลังพลทุกนายตามสิทธิโดยเร็วที่สุด สำหรับค่าเดินทางเป็นการจ่ายเหมาตามเกณฑ์ระยะทางเฉลี่ยคนละ&amp;nbsp;840&amp;nbsp;บาท ได้มีการแจกจ่ายให้กำลังพลทุกนายเรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านการบรรจุกำลังพลลงมาปฏิบัติงานในพื้นที่ ตรวจสอบแล้วเป็นไปตามนโยบายการบรรจุกำลังพลปฏิบัติราชการสนาม ปัจจุบันอยู่ในห้วงการสับเปลี่ยนกำลังโดยจะแล้วเสร็จภายในสัปดาห์หน้า (7&amp;nbsp;ต.ค.62 ) ทั้งนี้กำลังพลจะหมุนเวียนลาพักตามวงรอบให้เป็นไปตามระเบียบที่กำหนดไว้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ได้ให้ความสำคัญเรื่องสิทธิและสวัสดิการกำลังพลโดยได้ให้นโยบายกับหน่วยทุกระดับในการดูแลเรื่องสิทธิและสวัสดิการกำลังพลอย่างดีที่สุด หากกำลังพลไม่ได้รับความเป็นธรรมในเรื่องดังกล่าวสามารถร้องเรียนขอความเป็นธรรมให้เป็นไปตามระเบียบที่ได้กำหนดไว้ พร้อมกับได้กำชับให้ทุกหน่วยได้สร้างความเข้าใจกับกำลังพลทุกระดับอย่างสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้เกิดเป็นประเด็นปัญหาที่สร้างความเสื่อมเสียให้กับกองทัพในลักษณะเช่นนี้อีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47217</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 จังหวัดชายแดนใต้, กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า, กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า, จังหวัดยะลา, เบี้ยเลี้ยงทหารใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191003/image_big_5d956c230af49.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44902</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2019 13:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2019 13:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คิง เพาเวอร์ กระจายความสุขสู่ชายแดนใต้ มอบสนามฟุตบอล ยะลา–ปัตตานี-นราธิวาส ส่งเสริมเยาวชนไทยสู่นักเตะมืออาชีพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สนามฟุตบอลหญ้าเทียมมาตรฐานระดับสากล จากโครงการ &amp;lsquo;100 สนามฟุตบอล สร้างพลังเยาวชนไทย&amp;rsquo;&amp;nbsp; ของกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ได้ถูกสร้างขึ้นอยู่ทุกทิศทั่วไทย! ไม่เว้นแม้แต่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ที่คิง เพาเวอร์ ตั้งใจส่งมอบความสุข ด้วยการเนรมิตสนามฟุตบอลหญ้าเทียมใจกลางชุมชน เพื่อให้เยาวชนไทยใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ที่มีหัวใจรักกีฬา มีพื้นที่ในการออกกำลังกาย โดยเฉพาะคนที่ชื่นชอบกีฬาฟุตบอล จะได้มีโอกาสสัมผัสสนามฟุตบอลที่มีมาตรฐานระดับสากล เพื่อพัฒนาศักยภาพ และสานต่อความฝัน ก้าวสู่การเป็นนักกีฬามืออาชีพ และสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยต่อไปในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;โดยคิง เพาเวอร์ ได้เริ่มส่งมอบสนามฟุตบอลในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้แห่งแรกให้แก่ โรงเรียนพีระยานาวินคลองหินวิทยา อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ไปเมื่อปี2561 ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม มีเยาวชนใน อ.โคกโพธิ์ และอำเภอใกล้เคียง มาใช้สนามฟุตบอล เพื่อฝึกซ้อมเสริมทักษะด้านกีฬาฟุตบอลจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ล่าสุดในปีนี้ เยาวชนชายแดนใต้ จะได้สานฝันการเป็นนักเตะอีกครั้ง เพราะ คิง เพาเวอร์ ลุยสร้างสนามฟุตบอลหญ้าเทียมเพิ่มอีก 2 สนาม ในพื้นที่โรงเรียนศิริธรรมวิทยา อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส และโรงเรียนคัมภีร์วิทยา อ.บันนังสตา จ.ยะลา ซึ่งทั้ง 2 สนามจะก่อสร้างแล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ &amp;nbsp;นอกจากนี้ล่าสุด คิง เพาเวอร์&amp;nbsp; ยังได้ส่งคาราวานแจกลูกฟุตบอล ไปมอบให้แก่เยาวชนทั้ง 3 จังหวัดชายแดนใต้ เพื่อนำไปใช้ฝึกซ้อมเป็นการส่วนตัว สร้างรอยยิ้มและความประทับใจให้กับน้องๆ ที่มาร่วมกิจกรรมเป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สำหรับโครงการ 100 สนามฟุตบอล สร้างพลังเยาวชนไทย ยังเดินหน้าส่งมอบสนามฟุตบอลระดับมาตรฐานสากลให้กับเยาวชนไทยในภูมิภาคอื่นๆ ต่อเนื่องตามเป้าหมายให้ครบ 100 สนามภายในปี 2565 โดยมีแผนการเปิดสมัครผู้สนใจรับการสนับสนุนอีกครั้งในปี 2563 ผู้สนในสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เพจ kingpowerthaipowerพลังคนไทย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;#KingpowerThaipowerพลังคนไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;#WeBelieveInThaiPower&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;#เชื่อในพลังคนไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44902</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 จังหวัดชายแดนใต้, KingpowerThaipowerพลังคนไทย, WeBelieveInThaiPower, กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์, สนามฟุตบอลหญ้าเทียม, เชื่อในพลังคนไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190903/image_big_5d6e0c23480eb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
