<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108516</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>3 ป.มั่นใจฐานอำนาจ เมินวิกฤติศรัทธา ปชช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากคำสั่งกึ่งล็อกดาวน์&amp;nbsp;10 จังหวัดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ตามมาด้วยเสียงโอดครวญ&amp;nbsp;การร่ำไห้ของผู้ประกอบการร้านอาหารที่มีต่อการแก้ปัญหาของรัฐบาลโควิด-19 ของ พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด&amp;nbsp;(ศบค.) ว่าเป็นการตัดสินใจผิดพลาด
สถานการณ์ที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;ผิดจากผู้นำประเทศ&amp;nbsp;ที่แม้พยายามแก้ปัญหา&amp;nbsp;แต่มีภาพตลกผิดที่&amp;nbsp;เริงร่าผิดเวลา&amp;nbsp;พร้อมพูดจาด้วยถ้อยคำ&amp;nbsp;&amp;quot;นะจ๊ะ&amp;quot; ท่ามกลางการวิเคราะห์ว่ารัฐบาลมีสภาพป้อแป้&amp;nbsp;อาจไม่รอดภายในปีนี้
ความเคลื่อนไหวนี้&amp;nbsp;เข้าทางฝ่ายค้าน&amp;nbsp;อย่างเช่นล่าสุด&amp;nbsp;เสนอญัตติด่วนของตัวแทนพรรคการเมือง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;พรรคเพื่อไทย ก้าวไกล&amp;nbsp;ภูมิใจไทย&amp;nbsp;และเสรีรวมไทย&amp;nbsp;เสนอให้ยุบ&amp;nbsp;ศบค.&amp;nbsp;เพราะทำงานล้มเหลว&amp;nbsp;เช่นเดียวกับม็อบนอกสภา&amp;nbsp;ก็ประสานเสียงสุมไฟทันที&amp;nbsp;กลุ่มราษฎร&amp;nbsp;พยายามปลุกกระแสอีกรอบ&amp;nbsp;ด้วยการปรับยุทธวิธี&amp;nbsp;ลดเพดานลงมาไล่ พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp;เป็นอันดับแรก&amp;nbsp;พร้อมขู่ว่า&amp;nbsp;120&amp;nbsp;วัน &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot;&amp;nbsp;จะไม่มีประเทศอยู่&amp;nbsp;ขณะที่ กลุ่มไทยไม่ทน&amp;nbsp;นำโดยนายจตุพร&amp;nbsp;พรหมพันธุ์&amp;nbsp;แกนนำ&amp;nbsp;นปช.&amp;nbsp;กลุ่มประชาชนคนไทย&amp;nbsp;ของนายนิติธร&amp;nbsp;ล้ำเหลือ&amp;nbsp;ก็ชุมนุมทำกิจกรรมไล่นายกฯอย่างต่อเนื่อง
ไม่เว้นแม้แต่ &amp;quot;โทนี่&amp;quot; ทักษิณ&amp;nbsp;ชินวัตร&amp;nbsp;ที่โหนกระแสผ่าน&amp;nbsp;คลับเฮาส์&amp;nbsp;โจมตีรัฐบาล ทำลายความเชื่อถือระบอบ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ป.&amp;nbsp;ที่ยึดอำนาจของพรรคเพื่อไทยไป&amp;nbsp;อีกด้านหนึ่งยังหวังดึงแนวร่วมคนเสื้อแดงเดิมและคนรุ่นใหม่ให้กลับมายืนฝ่ายตัวเอง&amp;nbsp;โดยประเมินว่าอาจมีการเลือกตั้งใหม่ได้ทุกเมื่อ&amp;nbsp;
ขณะที่ พี่น้อง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ป.&amp;nbsp;แม้จะได้ยินเสียงต่อต้าน&amp;nbsp;กระแสขับไล่&amp;nbsp;แต่ก็เลือกที่จะไม่สนใจ&amp;nbsp;เพราะข้อเรียกร้องดังกล่าวที่ไม่มีสภาพบังคับทางกฎหมาย&amp;nbsp;อีกทั้งจำนวนม็อบก็ไม่เยอะอย่างที่มีการปั่นกระแส&amp;nbsp;เพราะประชาชนยังตื่นกลัวติดเชื้อโควิด&amp;nbsp;ประกอบกับเป็นช่วงเวลาความเป็นความตายเกี่ยวกับปัญหาปากท้อง&amp;nbsp;จึงยังไม่ใช่เวลาที่จะออกไปเรียกร้องอุดมการณ์ทางการเมือง&amp;nbsp;
จึงทำให้&amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp;แม้จะเจ็บและไม่สบายใจจากเสียงวิจารณ์อยู่บ้าง&amp;nbsp;แต่ก็เลือกสงบปากสงบคำ&amp;nbsp;ก้มหน้าแก้ปัญหาต่างๆ ของบ้านเมือง เดินหน้าเปิดประเทศภายใน&amp;nbsp;120&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;เช่นเดียวกับ &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot;&amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร&amp;nbsp;วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp;รองนายกฯ&amp;nbsp;ก็ออกมาปกป้องนายกฯ โดยระบุว่า&amp;nbsp;&amp;quot;นายกฯ เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว&amp;quot;&amp;nbsp;พร้อมทำท่าทีแปลกใจคนที่ออกมาขับไล่&amp;nbsp;สอดคล้อง&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กป๊อก&amp;quot;&amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์&amp;nbsp;เผ่าจินดา&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;ก็ระบุว่า การแก้ปัญหาโควิดมีความซับซ้อน&amp;nbsp;ไม่ใช่เรื่องที่แก้ไขกันง่ายๆ&amp;nbsp;พร้อมขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือป้องกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;
มีการประเมินสาเหตุที่&amp;nbsp;ผู้ถืออำนาจ&amp;nbsp;เชื่อเช่นนี้ เพราะมั่นใจในฐานอำนาจของตัวเอง&amp;nbsp;ผ่านการบ่มเพาะสะสมกำลังมาตลอด 7&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;โดยมีกองทัพและข้าราชการเป็นกองหนุน&amp;nbsp;และรัฐธรรมนูญปี&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ที่ให้วุฒิสภาที่มีอำนาจเลือกนายกฯ&amp;nbsp;มาด้วยกลไก องค์กรอิสระต่างๆ&amp;nbsp;และพรรคพลังประชารัฐ&amp;nbsp;(พปชร.)&amp;nbsp;ที่มี ส.ส.จำนวน&amp;nbsp;122&amp;nbsp;เสียง&amp;nbsp;เป็นเกราะป้องกันอย่างแน่นหนา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยิ่งไปกว่านั้น&amp;nbsp;พปชร.ยังกล้าท้าทายกระแสสังคม&amp;nbsp;ด้วยการตั้ง ร.อ.ธรรมนัส&amp;nbsp;พรหมเผ่า&amp;nbsp;รมช.เกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เป็นเลขาธิการ พปชร.&amp;nbsp;ทั้งที่มีข้อครหาเรื่องภาพลักษณ์&amp;nbsp;เพราะเชื่อในทฤษฎี&amp;nbsp;&amp;quot;จะเป็นแมวดำหรือแมวขาวไม่สำคัญ&amp;nbsp;ขอเพียงให้จับหนูได้เป็นพอ&amp;quot;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
เมื่อหันไปที่พรรคร่วมรัฐบาล&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;พรรคภูมิใจไทย&amp;nbsp;พรรคประชาธิปัตย์&amp;nbsp;พรรคชาติไทยพัฒนา&amp;nbsp;แม้จะกระทบกระทั่งกันบ้าง&amp;nbsp;แต่เมื่อลงเรือลำเดียวกันแล้ว&amp;nbsp;ก็คงไม่ถอนตัวในเวลานี้อย่างแน่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;มีการเมืองวิเคราะห์กันว่า&amp;nbsp;หลังจากนี้ฝ่ายรัฐบาลจะเร่งแก้ปัญหาเรื่องวัคซีน&amp;nbsp;พร้อมเดินหน้าใช้งบประมาณต่างๆ&amp;nbsp;ทั้งงบประมาณปี&amp;nbsp;65&amp;nbsp;และงบเงินกู้&amp;nbsp;5&amp;nbsp;แสนล้านบาท&amp;nbsp;เพื่อสร้างคะแนนนิยม&amp;nbsp;ผ่านนโยบายลดแลกแจกแถมต่างๆ&amp;nbsp;และต่อเนื่องไปถึงการใช้งบประมาณในปีถัดๆไป&amp;nbsp;จนครบวาระ&amp;nbsp;หากไม่เกิดอุบัติเหตุทางการเมืองเสียก่อน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
ส่วนงานในสภาก็พยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ที่ชัดเจนแล้วว่า&amp;nbsp;พปชร.ต้องการแก้กติกาบัตร 2&amp;nbsp;ใบ&amp;nbsp;ซึ่งก่อนหน้านี้เสนอหลายประเด็นและอ้างประชาชนบังหน้า&amp;nbsp;ขณะนี้อยู่ในชั้น กมธ.แปรญัตติวาระ 2&amp;nbsp;เพื่อรองรับการเลือกตั้งครั้งหน้า&amp;nbsp;เพราะเชื่อมั่นว่าจะมีคะแนนมาอันดับหนึ่งเพื่อจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียว&amp;nbsp;ด้วยอำนาจรัฐ&amp;nbsp;นโยบาย&amp;nbsp;และงบประมาณ&amp;nbsp;ที่เหนือกว่าใคร&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;เพราะต้องการได้เสียง&amp;nbsp;ส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อเต็มจำนวน&amp;nbsp;ไม่ถูกหักออกอย่างเช่นพรรคเพื่อไทยถูกกระทำในระบบเลือกตั้งบัตรใบเดียวในการเลือกตั้งปี&amp;nbsp;62&amp;nbsp;แต่สุดท้ายหากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวถูกคว่ำในวาระ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;พปชร.ก็ยังได้เปรียบจากปัจจัยข้างต้น&amp;nbsp;โดยมีส.ว.250&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;สามารถเลือก&amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp;กลับมาเป็นนายกฯ ได้อีกครั้ง
ความมั่นใจถึงขนาด&amp;nbsp;ร.อ.ธรรมนัส&amp;nbsp;ประกาศเป็นพรรคอันดับหนึ่งในการเลือกตั้งครั้งหน้า และไม่หวั่นพื้นที่ภาคอีสานที่เป็นฐานเสียงของนายทักษิณ&amp;nbsp;และภาคใต้ของประชาธิปัตย์&amp;nbsp;ว่าหลังจากลงพื้นที่มาตลอดเกือบ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;มีความมั่นใจว่าตนจะชนะใจคนรากหญ้าได้&amp;nbsp;และจะเจาะภาคอีสานได้&amp;nbsp;รวมทั้งภาคใต้&amp;nbsp;จะกวาด ส.ส.ให้ได้มากกว่า&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ที่นั่ง&amp;nbsp;พร้อมยกตัวอย่างการเลือกตั้งซ่อมหลายๆ ครั้งที่ชนะทั้งหมด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;จ.ขอนแก่น&amp;nbsp;จ.ลำปาง&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;จ.นครศรีธรรมราช ขึ้นมาข่มขวัญฝ่ายตรงข้าม
ด้วยเหตุนี้&amp;nbsp;แม้จะมีเสียงร่ำไห้ของชาวบ้าน และวิกฤติศรัทธาที่มีต่อรัฐบาลชุดนี้มากเพียงใด&amp;nbsp;ก็ยังไม่สามารถทำอะไรได้&amp;nbsp;เว้นแต่พี่น้อง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ป. เบื่อไปเอง หรือประชาชนรวมเป็นหนึ่งเดียวแสดงฉันทามติผ่านการเลือกตั้งครั้งหน้า.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108516</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 ป.มั่นใจฐานอำนาจ เมินวิกฤติศรัทธา ปชช., กรองสถานการณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210703/image_big_60e06d8ba191e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
