<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>28420</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รับมือฝุ่นพิษหวนซํ้า‘กทม.’ สั่งปิดปรับปรุง600โรงงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ฝุ่นพิษเพิ่มเกินมาตรฐาน 1 จุด คาด 6-8, 13-15 ก.พ. วิกฤติซ้ำ กทม.-หน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งเตรียมแผนรับมือ ครม.คลอด 3 มาตรการแก้ปัญหา นายกฯ วอนอย่าตื่นตระหนก-ให้ร้ายกัน สั่งปิดโรงงาน 600 แห่ง ศธ.บี้พื้นที่เสี่ยง นร.ต้องใส่หน้ากากอนามัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน (PM 2.5) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง พื้นที่กรุงเทพฯ พบว่า มีพื้นที่ที่มีค่าเพิ่มสูงขึ้นจากเมื่อวันที่ 5 ก.พ. เกินเกณฑ์มาตรฐาน 1 พื้นที่ อยู่ในระดับสีส้ม คือ บริเวณเขตบางเขน มีค่า 55 ไมโครกรัม (มคก.)/ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม.) และอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานในระดับสีฟ้าจำนวน 3 เขต สีเขียวจำนวน 17 เขต และสีเหลืองจำนวน 3 เขต ผลการตรวจวัดและคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาพบว่า ลมสงบ มีเมฆบางส่วน และคาดการณ์ปริมาณ PM 2.5 ของกรมควบคุมมลพิษ คาดว่าในวันที่ 6 ก.พ. ปริมาณฝุ่น PM 2.5 มีแนวโน้มลดลงในหลายพื้นที่ ประกอบกับการดำเนินมาตรการลดฝุ่นละอองของทุกหน่วยงานอย่างเข้มข้น จะส่งผลให้ปริมาณฝุ่นละอองลดลงได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวภายหลังการประชุมผู้บริหาร กทม. ในการติดตามแก้ไขปัญหาสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ว่า กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) แจ้งว่า ช่วงวันที่ 6-8 ก.พ. และ 13-15 ก.พ. ฝุ่นละอองอาจมีแนวโน้มรุนแรง เนื่องจากสภาพอากาศจะปิด ซึ่งศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศของ กทม.และปริมณฑล จะติดตามสถานการณ์และเตรียมแผนปฏิบัติการลดฝุ่นร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยตลอดช่วงที่มีอากาศปิด กทม.จะประสานไปยังโรงเรียนการบินกรุงเทพอีกครั้ง เพื่อนำเครื่องบินเล็กฉีดพ่นละอองน้ำในอากาศทุกชั่วโมง และบินให้ครอบคลุมพื้นที่ค่าฝุ่นสูงเกินมาตรฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สมชาย จึงมีโชค ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ กทม. กล่าวว่า จะมีการออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ดูแลสุขภาพและให้คำปรึกษาการดูแลสุขภาพแก่ประชาชนทุก 5 เขต ทุกเสาร์-อาทิตย์ ตลอดเดือน ก.พ.-มี.ค. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายสมชาย หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม รักษาราชการแทน รมว.อุตสาหกรรมและคณะ เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อนำเสนอเครื่องต้นแบบ &amp;ldquo;ระบบขจัดมลพิษทางอากาศแบบเคลื่อนที่&amp;rdquo; โดยนายกฯ กล่าวว่า หลายคนอย่าไปหัวเราะ ขอให้ช่วยกันคนละอย่างสองอย่าง หากไม่ร่วมมือกันก็จะไม่สำเร็จ และขอให้นำเครื่องดังกล่าวไปหาจุดติดตั้ง โดยเฉพาะจุดที่มีรถติดมากๆ เช่น ศูนย์การค้าและบริเวณหน้าโรงเรียน ทั้งนี้ รัฐบาลพยายามขับเคลื่อนอย่างเต็มที่ โดยมีข้อมูลเรื่องฝุ่นให้ประชาชนรับรู้ทั้งปี ไม่ใช่แค่ต้นปีและปลายปี และขอให้ไปทำความเข้าใจกับประชาชนว่าอย่าตื่นตระหนก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายกฯ ได้ชมอุโมงค์พ่นละอองน้ำแรงดันสูง และแผงพ่นละอองน้ำแรงดันสูง ซึ่งนายกฯ ได้ขอให้มาสำรวจพื้นที่เพื่อติดตั้งแผงพ่นละอองน้ำแรงดันสูง บริเวณทำเนียบรัฐบาล นอกจากนี้ได้ลองสวมหน้ากากอนามัย พร้อมสั่งผู้ที่เกี่ยวข้องไปคิดและผลิตหน้ากากอนามัยที่สามารถกันฝุ่น PM 2.5 ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์แถลงภายหลังการประชุม ครม. ถึงการแก้ปัญหาฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานในกรุงเทพฯ และปริมณฑลว่า ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันแก้ไขปัญหา โดยมีทั้งมาตรการระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมจะมีการปิดโรงงานบางเวลา หากมีความจำเป็นจริงๆ เพราะจากการตรวจโรงงาน จาก 100,000 โรงงาน พบว่ามีความเสี่ยงประมาณ 1,700 โรงงาน โดยสั่งการให้หยุดปรับปรุงประมาณ 600 โรงงาน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโรงงานที่ต้องใช้ความร้อนด้วยการต้มน้ำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ไม่อยากให้มองว่าการฉีดน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาเป็นเรื่องตลก เพราะถือเป็นการช่วยเหลือของภาคประชาชนด้วยกัน อย่างน้อยสามารถแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดใหญ่ได้ ทั้งนี้ ค่าฝุ่นละออง PM 2.5-PM 10 ส่วนใหญ่แล้วมาจากการใช้รถยนต์บนท้องถนนที่มีกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ โดยตั้งเป้าว่าจะต้องลดลงให้เหลือ 35 เปอร์เซ็นต์ให้ได้ นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้กระทรวงคมนาคมสำรวจว่ารถยนต์ที่ใช้ตามท้องถนนได้ติดตั้งเครื่องลดมลพิษหรือไม่ ส่วนการรณรงค์ให้ใช้รถพลังงานไฟฟ้านั้น รัฐบาลได้ลดภาษีของรถพลังงานไฟฟ้าลงแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่แถลงข่าว นายกฯได้พกเครื่องวัดค่าฝุ่นละออง PM 2.5 ไว้ด้วย และคอยดูเป็นระยะๆ โดยบอกด้วยว่า &amp;quot;ในห้องนี้วัดได้ประมาณ 30 แต่ให้ช่วยกันดู อย่าไปตื่นตระหนก ไม่ควรให้ร้ายกัน เพราะปัญหาไม่ได้เพิ่งเกิดปีนี้ แต่เกิดกับทุกเมืองใหญ่ๆ เรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นทางการเมือง แต่ผมไม่โทษใครทั้งนั้น เพราะเป็นหน้าที่รัฐบาลต้องแก้ไขปัญหาต่อไป ซึ่งวันนี้สถานการณ์ก็ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุม ครม.ว่า ครม.มีมติรับทราบตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เสนอเรื่องแนวทางและมาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในกรุงเทพฯปริมณฑล และในพื้นที่จังหวัดต่างๆ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างอากาศดี เพื่อคนไทยและผู้มาเยือน มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 11 หน่วยงาน แบ่งเป็น 3 ระยะ คือ 1.มาตรการระยะเร่งด่วน ได้กำหนดระดับความเข้มข้นของมาตรการตามความรุนแรงของสถานการณ์ฝุ่นละออง เป็น 4 ระดับ ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระดับที่ 1 เป็นระดับที่ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5 ) มีค่าไม่เกิน 50 มคก.ต่อ ลบ.ม. ให้ส่วนราชการทุกหน่วยต้องดำเนินการตามภารกิจ อำนาจหน้าที่ และกฎหมายที่มีอยู่ให้ครบถ้วนตามสภาวการณ์ปกติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระดับที่ 2 เป็นระดับที่ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก มีค่ามากกว่า 50 มคก.ต่อ ลบ.ม. ให้ทุกส่วนราชการต้องดำเนินการเพิ่มและยกระดับมาตรการต่างๆ ให้เข้มงวดขึ้น โดยผู้ว่าฯ กทม.และผู้ว่าราชการจังหวัดที่มีปัญหาฝุ่น PM 2.5 เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ในพื้นที่รับผิดชอบ อาทิ เข้มงวดตรวจจับรถควันดำ งดเว้นกิจกรรมที่ส่งผลทำให้เกิดฝุ่น ห้ามเผาในที่โล่งเด็ดขาด ตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรมอย่างเข้มงวด เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระดับที่ 3 เป็นระดับที่ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก ยังไม่ลดลงและมีแนวโน้มสูงขึ้น ให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของผู้ว่าฯ กทม.และผู้ว่าราชการจังหวัดที่มีปัญหาฝุ่นละออง ใช้กฎหมายที่มีอยู่เข้าไปควบคุมพื้นที่เพื่อยับยั้งสถานการณ์ และระดับที่ 4 เป็นระดับที่ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก ยังไม่ลดลง และมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง กำหนดให้มีการประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเป็นกรณีเร่งด่วนพิเศษ โดยจะต้องนำเสนอนายกฯ เป็นการเร่งด่วน เพื่อสั่งการแนวทางหรือมาตรการลดมลพิษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.มาตรการระยะกลาง (พ.ศ.2562-2564) ลดการระบายมลพิษและลดจำนวนแหล่งกำเนิด พิจารณาปรับวิธีการและปรับลดอายุรถที่เข้ารับการตรวจสภาพรถยนต์ประจำปี พิจารณาการเพิ่มภาษีรถยนต์เก่า การลดภาษีรถยนต์ไฟฟ้า เพิ่มพื้นที่สีเขียว เป็นต้น และ 3.มาตรการระยะยาว (พ.ศ.2565-2567) ปรับปรุงมาตรฐานการระบายมลพิษทางอากาศจากรถยนต์ใหม่ให้เป็นไปตามมาตรฐานยูโร 6 กำหนดให้เจ้าของและผู้ประกอบการที่มีการเผาในที่โล่งเป็นความผิดอาญา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ให้จังหวัดจัดตั้งศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในระดับจังหวัด โดยมีผู้ว่าฯกทม.และผู้ว่าฯ จังหวัดนั้นเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
นร.พื้นที่เสี่ยงใส่หน้ากากอนามัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นายชลำ อรรถธรรม เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาเอกชน ในฐานะโฆษก ศธ. เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของ ศธ. ที่มี พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รมช.ศธ. เป็นประธาน ว่า พล.อ.สุรเชษฐ์ได้แจ้งให้ที่ประชุมรับทราบว่า นายกฯ ได้กำชับให้ ศธ.ดูแลนักเรียนอย่างใกล้ชิด โดยภาพรวมสถานการณ์ฝุ่นนั้นถือว่าดีขึ้น ซึ่งวันที่ 5 ก.พ. ยังมีโรงเรียนปิดอยู่ 6 แห่ง และวันที่ 6 ก.พ. มี โรงเรียนปิดอยู่ 2 แห่ง โดยเมื่อเร็วๆ นี้ ศธ.ได้ตั้งคณะกรรมการศูนย์ประสานงานเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งมีปลัด ศธ. เป็นประธาน เพื่อติดตามวิกฤติฝุ่นของโรงเรียนในพื้นที่เสี่ยงทุกวัน และจะให้โรงเรียนรายงานสถานการณ์ฝุ่นไม่เกิน 15.00 น.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มาตรการเร่งด่วน สถานศึกษาใดที่อยู่ในพื้นที่วิกฤติจะต้องให้เด็กใส่หน้ากากอนามัยทุกคน หากหน้ากากไม่เพียงพอ ให้ประสานมายังสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) นอกจากนี้ ให้ สอศ.ผลิตเครื่องพ่นละอองน้ำ จำนวน 750 ชุด และให้บริการติดตั้งเครื่องพ่นละอองน้ำในพื้นที่คุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์มีผลกระทบต่อสุขภาพ จัดตั้งศูนย์อาชีวะอาสาลดควัน ลดฝุ่น Fix It Center 100 ศูนย์บริการประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร รวมถึงผลิตหน้ากากอนามัยจำนวน 100,000 ชิ้น แจกจ่ายให้สถานศึกษาและประชาชนที่ศูนย์อาชีวะอาสาลดควัน&amp;quot; &amp;nbsp;นายชลำระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนมาตรการระยะยาว ให้ทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้องลดการจัดกิจกรรมกลางแจ้งที่ใช้ผู้คนจำนวนมาก รวมถึงรณรงค์สร้างความรับรู้ให้นักเรียนถึงวิกฤติฝุ่นไม่ว่าจะเป็นสื่อการเรียนการสอน ผลิตสื่อแอนิเมชั่นในรูปแบบที่เข้าใจง่าย นอกจากนี้จะต้องมีการสร้างเครือข่ายในโรงเรียนให้เกิดโครงการ &amp;quot;พิทักษ์ฝุ่น PM 2.5&amp;quot; ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28420</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 มาตรการแก้ปัญหา, PM 2.5, ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, ฝุ่นพิษ, พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190205/image_big_5c59a1de32fb5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
