<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>30304</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/03/2019 14:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/03/2019 14:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทยา&#039;ตอกแก๊งดีเบตแห่งชาติพูดได้ทั้งวันทั้งคืนแต่เอาเข้าจริงบริหารประเทศเหลว ยังจำภาพ&#039;ณัฐวุฒิ&#039;เจอนักข่าวซักเรื่องจำนำข้าวได้มั้ยเอ่ย?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 มี.ค.62 - นางทยา ทีปสุวรรณ อดีตกปปส. &amp;nbsp;โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กโดยมีเนื้อหาดังนี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดีเบต...ไม่ดีเบต?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงนี้ทุกพรรคการเมืองกำลังพุ่งเป้าไปที่การลาก &amp;ldquo;ลุงตู่&amp;rdquo; มาลงสนามดีเบต ว่ากันง่ายๆ ถ้าใครเสนอตัวเป็นนายกฯต้องกล้ามาแสดงวิสัยทัศน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวานลุงตู่ ออกมาประกาศชัดว่า &amp;ldquo;ไม่ดีเบต&amp;rdquo; ส่วนตัวไม่คิดว่าพลเอกประยุทธ์จะกลัวว่าพูดสู้นักการเมืองไม่ได้ (จริงๆแล้วเรื่องวาทกรรมต่างๆเอาเข้าจริงก็คงสู้ไม่ได้หรอก) แต่ถ้าจะวัดกันเรื่องวิสัยทัศน์ เชื่อว่าท่านเป็นนายกมาเกือบ 5 ปี ต้องรู้ว่านโยบายใดควรสานต่อ ปัญหาอะไรที่ต้องแก้ แต่ในด้านกฎหมายมันมีความสุ่มเสี่ยง หากมาพูดนโยบายพรรค หาเสียงให้พรรคในขณะที่ ยังดำรงทั้งตำแหน่งหัวหน้าคสช.และตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ทุกวัน เพราะฉะนั้นจะพูดอะไรบนเวทีดีเบตย่อมมีความเสี่ยงในการผิดระเบียบ กกต. และอาจถึงขึ้นยุบพรรคได้ ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นก้อเข้าทางพรรคตระกูลเพื่อที่ขุดหลุมรอไว้อยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนพวกแชมป์ดีเบตแห่งชาติ เช่น ณัฐวุฒิ เฉลิม จตุพร จาตุรนต์...ที่พูดได้ทั้งวันทั้งคืน แต่เอาเข้าจริงบริหารประเทศแล้วเป็นยังไง ยังจำภาพณัฐวุฒิตอนเป็นรัฐมนตรีเจอนักข่าวซักเรื่องจำนำข้าว แล้วตอบเฉไฉไปไม่เป็น...ไม่เห็นปากกล้าเหมือนอยู่บนเวที &amp;ldquo;พี่น้องครับ เผาไปเลย ผมรับผิดชอบเอง&amp;rdquo; ยังจำกันได้มั้ยเอ่ย?!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนตัวมองว่า การกระทำ คงสำคัญกว่าการมาพูด มาโต้วาทีกัน จะว่ากันไปแล้วพลเอกประยุทธ์เองเสียเปรียบกว่าด้วยซ้ำที่ไม่สามารถขึ้นเวทีปราศรัย ลงพื้นที่ช่วยลูกพรรคหาเสียงได้เหมือนหัวหน้าพรรคหรือแคนดิเดตนายกคนอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จริงๆแล้วในฐานะประชาชนก็อยากฟังลุงตู่มาดีเบตนะ แต่ไม่ฟังก็ไม่ตาย เพราะยังไงก็เชื่อว่าท่านยังเป็นคนที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเก้าอี้นายกรัฐมนตรีในสถานการณ์ตอนนี้และน่าจะกลับมาสานต่อนโยบายที่ดีหลายๆเรื่องได้ เช่น นโยบายการศึกษา การพัฒนาครู นโยบายสาธารณูปโภค ขนส่งมวลชน การท่องเที่ยว...แต่หลายนโยบายด้านเศรษฐกิจก็คงต้องปรับเพื่อให้เกิดการกระจายรายได้มากขึ้น...เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ขออย่างได้มั้ยค่ะ ถ้าลุงตู่กลับมา &amp;ldquo;คนรอบตัว&amp;rdquo; ไม่จำเป็นต้องกลับมาทุกคนก็ได้นะคะ? #ทีมลุงตู่ #จริงใจเลยกล้าพูด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปล.ว่าแต่นายกคนก่อนก็ไม่เคยดีเบตนะ สภายังไมค่อยเข้าเลย!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30304</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 รมต.พลังประชารัฐ, ดีเบตการเมือง, ทยา ทีปสุวรรณ, บิ๊กตู่ดีเบต, พปชร., อดีตกปปส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190227/image_big_5c7631584aaac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27762</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2019 11:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2019 11:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลาออกแล้ว!&#039;บิ๊กตู่&#039;อวยพร 4 รัฐมนตรีให้ประสบความสำเร็จ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ม.ค.62-นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวภายหลังเข้าพบนายกฯว่า ตนขอแจ้งข่าวอย่างเป็นทางการว่า 4 รัฐมนตรี ได้ยื่นหนังสือลาออกจากการปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีอย่างเป็นทางการแล้ว โดยให้มีผลในวันที่ 30 ม.ค. เป็นต้นไป โดยช่วงเช้า เราทั้ง 4 คน ได้เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตามที่ตั้งใจไว้แล้ว เพื่อกราบลาในฐานะที่มีโอกาสได้ร่วมทำงานในคณะรัฐมนตรีมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ 29 ก.ย.61 ซึ่งเป็นการประชุมครั้งแรกของผู้ร่วมก่อตั้งพรรค พปชร. วันนั้นถือเป็นการเริ่มนับหนึ่ง เราทั้ง 4 คน ปรากฏตัวเป็นครั้งแรก และตนเคยพูดว่าเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมเราจะออกไปทำงานการเมืองเต็มตัว ในวันนั้นที่พูดไว้เราเป็นรัฐมนตรี มีความรับผิดชอบต่องานในหน้าที่ ได้ปฏิบัติตัวตามหน้าที่ที่รับผิดชอบ และทำตามกฎเกณฑ์กติกาจนมาถึงวันนี้ ซึ่งเราได้คุยกันแล้วว่าน่าจะเป็นเวลาที่เหมาะสมจึงลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี เพื่อไปทำงานกับพรรค พปชร.เต็มตัว มุ่งสู่การเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอุตตม กล่าวว่า การที่เราปฏิบัติตัวตามนี้ อยากจะให้ถือว่าเป็นแนวความคิดของเรา สะท้อนเจตนารมณ์และความเชื่อของเราตั้งแต่ต้นว่าเราทำอย่างโปร่งใส ทำงานการเมืองอย่างมีเป้าหมาย ก้าวสู่การเมืองด้วยความมั่นใจ เป็นไปตามนั้น ไม่ได้เอาการเมืองนำ แต่ทำงานการเมืองโดยเอาประโยชน์ของประเทศชาติ ในฐานะที่เป็นรัฐมนตรีวันนี้ถึงเวลาแล้วที่ภารกิจเสร็จสิ้นไปได้พอสมควร เราถึงมาทำงานการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นายกฯก็รับทราบมาตั้งแต่ต้นว่าเราจะเดินแนวทางนี้ ในการเข้าพบนายกฯครั้งนี้ ท่านได้อวยพรขอให้สิ่งที่เรามุ่งหวังจะทำงานการเมืองนั้นให้ประสบความสำเร็จและคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก ส่วนตำแหน่งที่ว่างลงใครมาแทนแล้วแต่นายกฯจะพิจารณา&amp;rdquo;นายอุตตม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า งานในตำแหน่งรัฐมนตรี สิ่งที่รับผิดชอบเสร็จหมดแล้วใช่หรือไม่ นายอุตตม กล่าวว่า ในความเห็นของเราสิ่งที่เราตั้งใจจะทำเสร็จครบถ้วน หลังจากนี้อาจจะมีการชี้แจงต่อไปอีกบ้าง ส่วนภารกิจไปโรดโชว์ที่ประเทศญี่ปุ่นกับคณะของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีนั้น พวกเรายกเลิกการเดินไปทางด้วยแล้ว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า มีการทาบทาม พล.อ.ประยุทธ์ ให้มาอยู่ในบัญชีรายชื่อนายกฯ ของพรรค พปชร.แล้วหรือไม่ นายอุตตม กล่าวว่า ยังไม่ได้มีการทาบทามใครทั้งสิ้น และยังไม่ได้หารือว่าจะเชิญท่านไหนบ้าง ซึ่งจะต้องเป็นไปตามกระบวนการของพรรคที่ต้องพิจารณาและลงมติกันภายใน ตนเรียนว่าไม่ช้าแล้ว เพราะเห็นแล้วว่า 4-8 ก.พ.ต้องได้ข้อยุติ เพื่อยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้งผู้สมัคร ส.ส. และบัญชีรายชื่อนายกฯของพรรค ดังนั้น เร็วๆ นี้ไม่นานเกินรอได้เห็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า พรรค พปชร.จะเสนอชื่อนายกฯ เพียงคนเดียวหรือไม่ นายอุตตม กล่าวว่า ขอให้รอดูเร็วๆ นี้ เพราะเราสามารถเสนอได้ถึง 3 ชื่อ แต่ขอให้ทางสมาชิกของพรรค กรรมการบริหารพรรค และกลไกของพรรคได้มีโอกาสพิจารณา ซึ่งการประชุมกรรมการบริหารพรรคจะมีขึ้นใน 1-2 วันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ และเลขาธิการพรรค พปชร. กล่าวว่า โดยธรรมเนียมปฏิบัติที่ผ่านมานั้น ไม่เคยมีรัฐมนตรีที่ลาออก หลังจากมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งแล้ว แรงกดดันที่มีต่อพวกเราตลอด 3 เดือนมานี้ เรารับด้วยความอดทน เพราะเป้าหมายการเข้าสู่การเมืองของเราคือ เพื่อพี่น้องประชาชน ไม่ได้เอาการเมืองนำการทำงาน เราน้อมรับคำวิจารณ์ทางการเมืองทั้งสิ้น โดยไม่ได้อยู่บนบนหลักการหรือเหตุผลที่เคยปฏิบัติมา แต่เมื่อเราอาสามาทำงานทางการเมือง เราก็ต้องการสร้างมาตรฐานใหม่ทางการเมือง ที่ไม่เอาความได้เปรียบทางการเมืองมาใช้ ที่ต้องรอเวลามาถึงทุกวันนี้ก็เพราะว่าภารกิจงานด้านเศรษฐกิจนั้น ยังไม่แล้วเสร็จ ซึ่งสื่อมวลชนเองก็คงจะได้เห็นผลงานของพวกเรา ที่ทำงานหนักตลอด 3-4 เดือนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มาตรฐานเหล่านี้เราตั้งใจทำให้เห็น เช่น เราจะไม่ทำงานการเมืองหรือไม่ให้สัมภาษณ์ทางการเมืองในช่วงเวลาราชการ นั่นเพราะเราไม่อยากเห็นประเทศไทยใช้วาทกรรมทางการเมือง เราอยากเห็นการเมืองทำเพื่อประโยชน์ประชาชน มีความรับผิดชอบ การลาออกในวันนี้นั้น ไม่เคยมีใครปฏิบัติมาก่อน นักการเมืองที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์เรา ไม่เคยลาออกหลังมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง สำหรับพรรค พปชร. เราได้รวบรวมผู้ที่มีอุดมการณ์เหมือนกัน เพื่อหาทางออกของประเทศ การลาออกครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพราะการกดดันจากใครทั้งสิ้น แต่เป็นการตัดสินใจของพวกเราเอง ที่ต้องการทำงานการเมืองอย่างตรงไปตรงมา&amp;rdquo;นายสนธิรัตน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า เมื่อมาทำงานการเมืองเต็มตัวแล้ว พวกเรามีความมั่นใจ แต่ไม่ได้มั่นใจในตัวของพวกเราทั้ง 4 คน เพราะเรามั่นใจว่าประเทศไทยต้องการการเปลี่ยนแปลง ซึ่งด้วยประสบการณ์ของพวกเราและพรรค พปชร.เรามั่นใจ ว่าตอนนี้เป็นเวลาที่เหมาะสมที่จะเดินหน้าทำงานการเมืองอย่างเต็มตัว ส่วนจะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับพี่น้องประชาชน ขอให้รอดูผลการเลือกตั้งเป็นหลัก เพราะเราต้องเคารพการตัดสินใจของประชาชนพรรค พปชร.จะทำหน้าที่เต็มความสามารถ หากได้รับความไว้วางใจก็จะทำหน้าที่นั้นต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานหลังการแถลงข่าวทั้ง 4 รัฐมนตรี เดินกลับตึกไทยคู่ฟ้าอีกครั้ง เพื่อสักการะพระพรหม สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล จากนั้นทางออกจากทำเนียบฯทันที ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้แซวท่าการโบกมือลาของ 4 รัตมนตรี ไม่ใช่ลาจากแต่จะกลับมาใหม่อีกหรือไม่ นายอุตตม ได้หันมายิ้มและชูนิ้วทำท่าถูกใจ. &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27762</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 รมต.พลังประชารัฐ, 4 รัฐมนตรีลาออก, 4 รัฐมนตรีแถลงข่าวลาออก, 4รัฐมนตรีเข้าพบนายกฯ, นายอุตตม สาวนายน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190129/image_big_5c4fcf34720ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27515</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2019 17:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2019 17:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กกต.เปิดยอดสมาชิกพรรค&#039;ปชป.&#039;มากสุด&#039;พปชร.&#039;มีแค่4พันคนน้อยกว่าพรรคไม้ประดับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;25 ม.ค.62 -&amp;nbsp; ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้เผยแพร่ข้อมูลสมาชิกพรรคการเมืองล่าสุด ข้โดยเป็นข้อมูลที่พรรคการเมืองส่งข้อมูลเข้ามา ณ วันที่ 21 ม.ค. โดยจากการตรวจสอบพบว่าพรรคการเมืองเก่าหลายพรรคมียอดสมาชิกพรรคเพิ่มขึ้นจากเดิมที่เคยแจ้งยอดไว้ก่อนหน้านี้ รวมทั้งพรรคการเมืองใหม่ได้มีการแจ้งยอดสมาชิกพรรคเบื้องต้นแล้วเช่นกัน โดยจากข้อมูลดังกล่าวมีพรรคการเมืองที่ดำเนินการอยู่รวม 104 พรรค โดยสมาชิกพรรคการเมืองทุกพรรครวม 702,843 คน&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;พรรคการเมืองที่มีสมาชิกพรรคมากที่สุด 5 อันดับแรก คือพรรคประชาธิปัตย์ 129,392 คน รองลงมาคือพรรคไทรักธรรม 49,721 คน พรรคอนาคตใหม่ 43,201 คน พรรคพลังท้องถิ่นไท 30,072 คน และ พรรคภูมิใจไทย 30,031 คน&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ส่วนพรรคการเมืองอื่นที่น่าสนใจอาทิ พรรคเพื่อไทย 20,334 คน, พรรคไทยรักษาชาติ 12,272 คน, พรรคเพื่อชาติ 16,453 คน, พรรคชาติไทยพัฒนา 20,587 คน, พรรคชาติพัฒนา 15,048 คน, พรรครวมพลังประชาชาติไทย 14,749 คน, พรรคพลังประชารัฐ 4,206 คน เป็นต้น ทั้งนี้ยังพบว่ามีพรรคการเมือง 8 พรรคที่ไม่แจ้งยอดสมาชิก และอีก 2 พรรคไม่มีสมาชิกพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;นอกจากนั้นยังมีพรรคการเมืองที่สิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมืองตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 จำนวน 9 พรรค ได้แก่ พรรคประชาราช, พรรคพลังอุดร, พรรคกิจสังคม, พรรคประชาสันติ, พรรคอาสาสมัครไทย, พรรคคนไทย, พรรคพลังพลเมือง, พรรคมาตุภูมิ และพรรคเสรีนิยม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27515</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 รมต.พลังประชารัฐ, กกต., จำนวนสมาชิกพรรค, ประชาธิปัย์, สมาชิกพรรค, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180707/image_big_5b4061f41423c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24320</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/12/2018 21:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> สัญญาณตั้งรับ “พลังประชารัฐ”  ส.ว.ลากตั้งฉุด “บิ๊กตู่” อยู่ไม่ยืด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; มีปรากฏการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นในระยะใกล้เคียงและต่อเนื่องกัน ส่งผลต่อการได้ไปต่อบนตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หลังเลือกตั้งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา การประกาศอย่างเต็มปากเต็มคำ &amp;ldquo;ผมเป็นนักการเมืองเต็มตัว&amp;rdquo; ที่สวนสาธารณะหนองบึงกาฬและบึงสวรรค์ ต.บึงกาฬ จ.บึงกาฬ ท่ามกลางประชาชนชาวบึงกาฬราวครึ่งหมื่น เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม เป็นท่าทีที่ยืนยันว่า พร้อมจะกลับมาเป็นนายกฯ ต่ออีก 1 สมัย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ผมมาวันนี้ ถ้าเป็นนักการเมืองเต็มตัว ตอนนี้ผมจะบอกว่าไม่ใช่ก็ไม่ได้ เพราะผมบริหารประเทศ ถ้าเป็นนักการเมืองจะดีใจ เพราะมีคนมารับเยอะ เรียกลุงตู่ ลุงตู่ รู้ไหมว่าผมเป็นทุกข์ แต่ผมยอมเป็นทุกข์ ยอมตายจากตรงนี้....&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; เคยพูดว่าตัวเองเป็นนักการเมืองมาแล้วครั้งสองครั้ง แต่ดูเหมือนการวางตัว ทั้งการพูด การกระทำยังประดักประเดิด ดูไม่เนียนตาอยู่ไม่น้อย แม้ว่าจะพยายามปรับตัว ภาพของการเป็นทหารมาแต่เดิมบดบังภาพนักการเมืองที่พยายามจะสร้างขึ้นใหม่ นายกรัฐมนตรีจากการรัฐประหารและยังเป็นหัวหน้า คสช.ที่มีมาตรา 44 เป็นอาวุธ ซึ่งมีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด จึงไม่ใช่ภาพความเป็น &amp;ldquo;นักการเมือง&amp;rdquo; ที่ชาวบ้านอยากเห็น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การประกาศเป็นนักการเมืองเต็มตัวของ บิ๊กตู่ เกิดขึ้นหลังออกคำสั่งปลดล็อคทางการเมืองด้วยการยกเลิกคำสั่ง คสช. 9 ฉบับได้เพียง 1 วัน โดยคำสั่งมีผลวันที่ 11 ธันวาคม เปิดให้พรรคการเมืองและประชาชนทำกิจกรรมทางการเมือง ก่อนออกคำสั่งปลดล็อก 1 วัน เมื่อ 10 ธันวาคม &amp;quot;ธีรยุทธ บุญมี&amp;quot; นักวิชาการชื่อดังได้ทิ้งระเบิดเข้าใส่คล้ายกับจะทดสอบแรงต้านทานของ พล.อ.ประยุทธ์ และพลพรรคในศูนย์กลางอำนาจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พล.อ.ประยุทธ์คงจัดตั้งรัฐบาลหน้าขึ้นได้ แต่ความชอบธรรมจะต่ำ...&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การทิ้งบอมบ์ของธีรยุทธ ประสานเสียงเข้ากับกระแสโจมตีจากนักการเมืองที่เรียกตัวเองว่า &amp;ldquo;ฝ่ายประชาธิปไตย&amp;rdquo; และอีกหลายฝ่ายอย่างพอดิบพอดี กรณีบิ๊กตู่สั่งให้ กกต.พิมพ์บัตรเลือกตั้งโดยไม่ต้องใส่โลโก้และชื่อพรรคการเมือง ให้ใส่เพียงชื่อผู้สมัครในแต่ละเขตตามหมายเลขของผู้สมัคร ซึ่งแม้จะอยู่จังหวัดเดียวกัน พรรคเดียวกัน แต่ได้เบอร์ไม่เหมือนกัน ทำให้บิ๊กตู่เสียคะแนนไปไม่น้อย ในส่วนของ กกต.ต้องถอยกรูด ออกมายอมรับจะทบทวนเรื่องนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังโซ่ตรวนที่พันธนาการสิทธิเสรีภาพสื่อ การแสดงออกต่างๆ พร้อมกับเล่นงานคนฝั่งตรงข้ามตลอด 4 ปีกว่า เกือบ 5 ปีเต็ม นับแต่ คสช.ก่อรัฐประหาร ใช้มาตรา 44 เป็นอาวุธกำราบปราบปรามในหลายๆ รูปแบบได้รับการปลด ก็ถูกท้าทายจากคนแดนไกลทันที&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ทักษิณ ชินวัตร&amp;quot; อดีตนายกรัฐมนตรี มีการโพสต์ภาพลงเฟซบุ๊กชู 3 นิ้ว มีข้อความในภาพสรุปถึงรัฐธรรมนูญที่จำกัดสิทธิของประชาชน ดังนั้นต้องร่วมกันแก้รัฐธรรมนูญฉบับถ่วงความเจริญ ตามติดมาด้วย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง หัวหน้าคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงพรรคเพื่อไทย เปิดแถลงข่าวแสดงความมั่นใจว่า พรรคเพื่อไทย พรรคไทยรักษาชาติ พรรคเพื่อชาติ และพรรคอนาคตใหม่ จะได้คะแนนเสียงรวมกันเกือบ 300 คะแนน และได้จัดตั้งรัฐบาล แถมยังปูดข่าวแกนนำกลุ่มสามมิตร และหัวโจกบ้านริมน้ำ ต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ลีลาการเมืองแบบเก่าถูกนำมาเขย่าเพื่อข่มขวัญพรรคพลังประชารัฐ วาทกรรมของนักการเมือง ผ่านช่องทางการสื่อสารต่างๆ โดยนักการเมืองเป็นผู้กำหนดเนื้อหา ประเด็นและกิจกรรมต่างๆ ปรากฏขึ้นแล้ว และจากนี้ไปจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ไปจนถึงวันเลือกตั้ง 24 กุมภาพันธ์ 2562&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขั้วการเมืองแบ่งเป็น 2 ขั้วใหญ่ จะไม่มีใครยอมใคร ขั้วที่หนึ่ง ไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ พรรคเพื่อไทย เป็นแกนนำ ขั้วที่สอง เอา พล.อ.ประยุทธ์ พรรคพลังประชารัฐ เป็นแกนนำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พรรคประชาธิปัตย์ นั้นเอาแน่ไม่ได้ว่าจะอยู่ขั้วไหน แม้จะมีความพยายามจับไปอยู่ขั้วทหาร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนพรรคระดับกลาง พรรคภูมิใจไทย วางสถานะให้เป็นตัวแปรทรงพลังของจริง มิใช่ตัวเติมแต้มอย่าง พรรคชาติไทยพัฒนา, พรรคชาติพัฒนา ที่พร้อมจะเข้าร่วมรัฐบาลกับทั้ง 2 ขั้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม พรรคที่ไม่เอา คสช.จะถูกสร้างภาพขึ้นมาว่าเป็นประชาธิปไตย ทำตัวเป็น &amp;ldquo;พรรคเทพ&amp;rdquo; เหมือนหลังเหตุการณ์นองเลือดพฤษภาทมิฬเมื่อปี 2535 เป็นฝ่ายรุกทางการเมือง กำหนดวาระ ประเด็นเพื่อให้ปรากฏเป็นข่าวสารออกสื่อต่างๆ เพื่อหาคะแนนนิยมจากประชาชน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกฝ่ายก็จะกลายเป็น &amp;ldquo;พรรคมาร&amp;rdquo; ถูกสร้างภาพว่าต้องการสืบทอดอำนาจ คสช. เอาเปรียบการเลือกตั้ง ใช้ ส.ว.เป็นเครื่องมือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ละวัน ตั้งแต่เช้าตรู่ไปจนค่ำมืดและดึกดื่น ขั้วที่เรียกตัวเองว่าเป็นประชาธิปไตยจะดาหน้ากันออกมาให้ข่าว ขย่ม ถล่มโจมตีฝ่าย พล.อ.ประยุทธ์ ในทุกประเด็น เป็นฝ่ายรุกทางการเมือง ใช้การสื่อสารการตลาดที่เหนือชั้นกว่าเป็นเครื่องมือ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประเด็นโจมตี หนีไม่พ้นเรื่องราวเหล่านี้ อาทิ ความล้มเหลวในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ, ปัญหาปากท้องชาวบ้าน, ล้มเหลวการปฏิรูป, กดขี่ ข่มเหง จำกัดสิทธิ เสรีภาพ, มุ่งสืบทอดอำนาจไปอีก 4 ปี, รัฐธรรมนูญเผด็จการ ดีไซน์มาให้ พปชร., สืบทอดอำนาจ, เอาเปรียบการเลือกตั้ง ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในขณะที่พรรคฝ่าย พล.อ.ประยุทธ์ และ คสช. แทบหาคนออกมาตอบโต้ไม่ได้ เพราะกระบวนการประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลและ พปชร.ยังมั่ว ตั้งแต่ภายในและภายนอก ยิ่งบทบาทกองโฆษก พปชร. โดยเฉพาะ กอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ กำลังลาลาลอย ล่องไปในอวกาศ สนุกสนานกับอำนาจรัฐมนตรีใช่หรือไม่ ไม่มีเวลาทำหน้าที่กระบอกเสียง และจัดกระบวนการทำงานภายในพรรคให้เป็นระบบ ถือเป็นการเสียโอกาสที่จะสื่อสารและสร้างความรับรู้แก่พี่น้องประชาชนเพื่อสร้างการยอมรับ และสลัดคราบไคลทหารออกไป&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกทั้ง 4 รัฐมนตรี ยังมีแนวโน้มจะพลิกลิ้นอยู่ในตำแหน่งเสนาบดีถึงวันเลือกตั้ง เพื่อเป็นเกาะกำบัง 1 นายกฯ 1 หัวหน้า คสช. ไม่ต้องถูกเรียกร้องให้ลาออก โดยมีรุ่นใหญ่ &amp;quot;สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ&amp;quot; แกนนำกลุ่มสามมิตรออกมาอุ้มท่ามกลางข้อครหาขัดเจตนารมณ์ รธน. และทำให้มาตรฐานการเมืองต่ำตมลงไปหลายสิบปี จุดแข็งมีเพียง พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp; ใช้อำนาจออกมาตรการและใช้งบประมาณเพื่อหาเสียง หาคะแนนนิยมให้กับพรรคพลังประชารัฐ ไม่นับข้อครหาใช้อำนาจเงินดูดและคดีความบังคับ ส.ส.เข้ามาสังกัดใช่หรือไม่&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ ในส่วนของ ส.ว.250 คน ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นพวก คสช. ของบิ๊กตู่ จะแต่งตั้งใครเข้ามาบ้าง การเลือกกันเองของผู้สมัคร ส.ว.ระดับอำเภอเริ่มแล้ววันที่ 16 ธันวาคม จากนั้นวันที่ 22-27 ธันวาคม จะเป็นการเลือกกันเองในระดับจังหวัดและระดับประเทศตามลำดับ เพื่อให้ได้ 200 คน ใน 10 กลุ่มอาชีพ กกต.จะส่งรายชื่อให้ คสช.เลือกให้เหลือ 50 คน เพื่อแต่งตั้งเป็น ส.ว.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับ ส.ว.ประเภทที่ คสช.จะตั้งกรรมการคัดเลือก 9-12 คน ไปออกหลักเกณฑ์ วิธีการเพื่อคัดเลือกไว้ไม่เกิน 400 คนนั้น ไม่รู้ว่าจะตั้งกรรมการเมื่อใด และเป็นใครบ้าง มีข่าวออกมาทางสื่อว่าจะไม่มีการเปิดให้สมัคร แต่จะใช้กลวิธีเป็น &amp;ldquo;แมวมอง&amp;rdquo; คณะกรรมการคัดเลือกเองแบบเงียบๆ แล้วปกปิดรายชื่อไว้ จากนั้นจะส่งให้ คสช.คัดเหลือ 194 คน เพื่อรวมกับ 6 ตำแหน่ง ด้านความมั่นคง รวมเป็น 200 คน เพื่อแต่งตั้งเป็น ส.ว.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่มาของ ส.ว.เช่นนี้ย่อมหนีไม่พ้นกับการถูกเรียกขานว่า &amp;ldquo;ส.ว.ลากตั้ง&amp;rdquo; ที่ภารกิจแรกคือการโหวตเลือกนายกฯ ซึ่งก็แน่นอนว่า ต้องโหวตเลือก พล.อ.ประยุทธ์ การเป็นนายกฯ ของ พล.อ.ประยุทธ์ ด้วยการโหวตของ ส.ส. และ ส.ว. ให้ได้ไม่น้อยกว่า 376 เสียง นั้นไม่ยากเกินไป แต่การเป็นรัฐบาลบริหารประเทศให้รัฐบาลมีเสถียรภาพ ให้ครบเทอม 4 ปี ยากยิ่งกว่าเป็นหลายเท่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐธรรมนูญกำหนดให้ ส.ว.มีอำนาจหน้าที่ในการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าหาก คสช.หลับหูหลับตาเลือกเอาแต่พวกพ้อง เหมือนกับที่เลือกคนมาเป็น สนช. ซึ่งกว่าครึ่งเป็นทหาร คนเหล่านี้กำลังวิ่งเต้นเพื่อให้ได้เป็น ส.ว.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สมมติว่า ได้ ส.ว.ลากตั้งที่อ่อนหัดทางการเมือง พูดจาไม่รู้เรื่อง อภิปรายไม่เป็น ไม่รู้เรื่องรัฐธรรมนูญ ไม่เข้าใจการปฏิรูปและยุทธศาสตร์ชาติ ไม่เชื่อมโยงกับสังคมให้สมกับการเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย มีเพียงหน้าที่เดียวคือตรายางหรือฝักถั่ว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุดท้าย ส.ว.ก็จะเป็นตัวฉุดรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ให้ดิ่งเหวเร็วขึ้น...หมดความชอบธรรมที่จะอยู่ในอำนาจต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24320</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 รมต.พลังประชารัฐ, กรองสถานการณ์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สัญญาณตั้งรับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181215/image_big_5c15152a4de5c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21531</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/11/2018 12:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/11/2018 12:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักเลือกตั้งมีหนาว! บิ๊กป้อมยื่นคำขาดคุยไม่รู้เรื่องไม่ปลดล็อค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 พ.ย.61- &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรองพรรคประชารัฐเป็นพรรคการเมือง ว่า 3 รัฐมนตรีประกอบด้วยนายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ เลขาธิการพรรค &amp;nbsp;และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โฆษกพรรค &amp;nbsp;จะลาออกจากตำแหน่งหรือไม่นั้น ต้องไปถามรัฐมนตรีทั้ง 3 ท่าน ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็ระบุแล้วว่าไม่ปรับ ครม.เพราะอีก 2-3 เดือนจะเลือกตั้งแล้ว อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี ไม่เคยมาปรึกษากรณีที่จะลงเล่นการเมือง และตนเองก็ไม่เคยให้คำแนะนำเช่นกัน ส่วนใหญ่คุยเรื่องงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงความชัดเจนปลดล็อคทางการเมือง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า มีความชัดเจนอยู่แล้ว เมื่อครบ 90 วัน ปลดล็อคทันที แต่ต้องดูวันเหมาะสม ซึ่งจะมีการเรียก พรรคการเมืองมาคุย แล้วจะปลดล็อควันนั้นทันที แต่ถ้าคุยกันไม่รู้เรื่องก็ยังไม่ปลดล็อค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึง กรณีการตั้งพรรคใหม่ เพื่อเป็นสาขาพรรคเพื่อไทย สู้ในการเลือกตั้ง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ทราบ ต้องไปถามพรรคเพื่อไทย ว่าจะเกิดการเสียเปรียบได้เปรียบหรือไม่ &amp;nbsp;ต้องไปถามคนวางแผน เพราะตั้งมา 4 พรรค จะไปอยู่ทุกพรรค ก็ไม่ได้ ต้องเลือกเอาพรรคใดพรรคหนึ่ง.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21531</URL_LINK>
                <HASHTAG>&#039;กกต.&#039;, 3 รมต.พลังประชารัฐ, พล.อ.ประวิตร, ลาออกจากตำแหน่ง, สาขาพรรคเพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180912/image_big_5b98a04f9f2a2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
