<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>64671</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2020 09:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2020 09:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุทิน&#039;ย้ำแบน 3 สารเคมี ไม่มีเงื่อนไข ยันยุคนี้สุขภาพต้องมาก่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 เม.ย.63-นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการวัตถุอันตราย นัดประชุมวันนี้ โดยมีวาระพิจารณายืดเวลาการแบนพาราควอต และคลอร์ไพริฟอสออกไป จากวันที่ 1 มิถุนายน 2563 ออกไปเป็น 31 ธันวาคม 2563 ว่า ขอยืนยันว่า กระทรวงสาธารณสุข มีความชัดเจนไม่เห็นด้วยกับการใช้สารเคมีทั้งสามชนิด คือ พาราควอต ไกลโฟเซต คลอร์ไพรีฟอส และ ไม่เห็นด้วยกับการขยายเวลาทุกกรณี &amp;nbsp;และไม่มีเหตุผลที่จะขยายเวลาอีกต่อไป ขอให้คณะกรรมการวัตถุอันตราย คำนึงถึงความปลอดภัยทางสุขภาพของประชาชน เป็นอันดับแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ยังสั่งการเป็นนโยบายให้ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข ในคณะกรรมการวัตถุอันตราย คือ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แสดงท่าที่และจุดยืนไม่รับรองมติการประชุม วันที่ 27 พ.ย. 62และขอให้บันทึกมติของผู้แทนกระทรวงสาธารณสุขว่าไม่เห็นด้วยกับมติการประชุม ที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธาน เคยแถลงว่ามีมติเป็นเอกฉันท์ ให้มีการขยายเวลาการใช้และการประกาศวัตถุอันตรายประเภทที่ 4 เป็น 1 มิถุนายน 2563 เนื่องจากกระทรวงสาธารณสุข แถลงในที่ประชุมชัดเจนว่า ไม่เห็นด้วยกับการใช้สารทั้งสามชนิด คือ พาราควอต ไกลโฟเซต คลอร์ไพรีฟอส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้การประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายในวันนี้ ลงมติโดยเปิดเผย เพื่อจะได้มีความชัดเจน ไม่เกิดปัญหาต้องตีความ และมีการโต้แย้งกันอีกหากสุดท้ายขยายการแบนสารพิษออกไปเป็นวันที่31 ธค.นี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64671</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 สารพิษ, นายอนุทิน ชาญวีรกุล, รมว.สาธารณสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200414/image_big_5e950c2d2d7b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51512</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/12/2019 16:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/12/2019 16:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภท.” ยัน “อนุทิน-มนัญญา” เดินหน้าสุดซอยแล้ว เพื่อแบน 3 สารพิษ ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร จะเดินหน้ารักษาชีวิตประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า กรณีมติการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 ที่มีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม เป็นประธานฯ ซึ่งผลที่ประชุมให้เลื่อนการแบน 3 สารเคมีอันตรายทางการเกษตร ได้แก่ ไกลโฟเซต พาราควอต คลอร์ไพริฟอส ออกไปนั้น เรื่องดังกล่าวพรรคภูมิใจไทย โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข มีนโยบายชัดเจน คือเราเห็นสุขภาพประชาชนสำคัญที่สุด จึงมีนโยบายที่จะต้องเลิกใช้ 3 สารเคมีดังกล่าว พรรคภูมิใจไทย ไม่ได้มีผลประโยชน์อื่นใดในทางมิชอบอย่างแน่นอน มีผลประโยชน์อย่างเดียวที่จะได้คือ สุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน และพี่น้องเกษตรกร ที่หากเลิกใช้สารเคมีดังกล่าวก็จะเป็นผลดีต่อสุขภาพ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การที่คณะกรรมการวัตถุอันตราย ที่มีท่านสุริยะ เป็นประธานฯ ได้มีมติยังไม่แบน 3 สารเคมีอันตราย ก็เป็นอำนาจหน้าที่ของเขา เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องการเมือง ไม่ได้ทำให้เกิดความขัดแย้งในพรรคร่วมรัฐบาลแน่นอน เพียงแต่ว่าจุดยืนท่านอนุทิน ในฐานะที่เป็นเจ้ากระทรวงสาธารณสุข ชัดเจนว่าอะไรที่เป็นปัญหาต่อสุขภาพ ต่อชีวิตประชาชน เราเห็นชอบด้วยไม่ได้ ท่านอนุทิน รวมถึงรัฐมนตรีมนัญญา ไทยเศรษฐ์ ในฐานะรมช.เกษตรฯ ที่กำกับดูแลกรมวิชาการเกษตร ก็ได้ทำเต็มที่ ช่วยกันผลักดันเรียกว่าสุดซอยแล้ว เพื่อปกป้องสุขภาพ รักษาชีวิตพี่น้องประชาชน แต่ทั้งหมดมันมีกระบวนการที่เป็นไปตามกฎหมายอยู่ ก็ไม่เป็นไร หลังจากนี้ท่านอนุทิน ก็จะได้เดินหน้าเพื่อรักษาป้องกันสุขภาพประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากการใช้สารเคมีเหล่านี้ต่อไป&amp;rdquo; พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ในส่วนรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยยังคงเดินหน้าทำงานในส่วนรับผิดชอบเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ พี่น้องประชาชนต่อไป ไม่ว่าจะเป็นนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ที่ได้ยืนยันชัดเจนว่าพบพิรุธ 9 &amp;not;ข้อ หลังจากได้ตั้งคณะกรรมการศึกษากรณีการจ่ายค่าชดเชยให้บริษัทโฮปเวลล์ ซึ่งจะได้นำข้อมูลใหม่ที่ได้ฟ้องต่อศาลเพื่อให้สัญญาเดิมเป็นโมฆะ เพื่อที่จะไม่ต้องจ่ายค่าโง่จำนวน 2.4 หมื่นล้าน ยืนยันว่าการดำเนินการดังกล่าวเราตั้งใจทำเพื่อรักษาประโยชน์ชาติ รักษาเงินแผ่นดินที่เป็นภาษีของพี่น้องประชาชน อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เราจะดำเนินการยอย่างรอบคอบที่สุด เพราะเกี่ยวข้องกับข้อกฎหมายและงบประมาณจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ กล่าวว่า ในส่วนของงานด้านเศรษฐกิจ โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่มีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เป็นรัฐมนตรีว่าการนั้น ที่ผ่านมามีแนวทางกระตุ้นการท่องเที่ยวที่จะส่งผลดึงเม็ดเงินเข้าประเทศมาโดยตลอด เช่น&amp;nbsp; โครงการที่ ก.ท่องเที่ยวฯ จับมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) การกีฬาแห่งประเทศไทย ก.สาธารณสุข กรุงเทพมหานคร และไทยแลนด์ไตรลีก ในการจัดแข่งขันวิ่งมาราธอนส่งเสริมการท่องเที่ยว &amp;ldquo;วิ่งผ่าเมืองครั้งที่ 3 ประจำปี 63&amp;rdquo; ในชื่อ &amp;ldquo;อะเมซิ่งไทยแลนด์มาราธอนแบงค็อก 2020 พรีเซ็นต์บายโตโยต้า&amp;rdquo; คาดว่าจะมีนักวิ่งทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติร่วมแข่งขันกว่า 30,000 คน สร้างรายได้มากกว่า 900 ล้านบาท ซึ่งนอกจากกระตุ้นการท่องเที่ยวแล้วยังมีผลดีต่อเศรษฐกิจอีกด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีการลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ระหว่าง ททท. กับ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยังยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. เพื่อส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ตามนโยบายของ ก.ท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งมุ่งเน้นในเรื่อง การยกระดับความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว (Safe) ส่งเสริมความสะอาดในแหล่งท่องเที่ยว (Clean) ส่งเสริมความเป็นธรรมในการท่องเที่ยว(Fair) และส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและรักษ์สิ่งแวดล้อม (Sustainability) ส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน (Community Based Tourism) เพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชน ทั้งหมดจะเป็นปัจจัยที่ทำให้การท่องเที่ยวไทยเติมโตอย่างยั่งยืน &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51512</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคภูมิใจไทย, 3 สารพิษ, กระทรวงสาธารณสข, พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191201/image_big_5de38866e3baa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51490</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/12/2019 08:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/12/2019 07:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เรียบร้อย! &#039;วิษณุ&#039; คอนเฟิร์มคกก.วัตถุอันตรายชุด &#039;สุริยะ&#039; กลับมติเดิมได้ เหตุของเก่ายังไม่มีผลทางกฎหมาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1&amp;nbsp;ธ.ค. 62 -&amp;nbsp; นายวิษณุเครืองามรองนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ถึงข้อถกเถียงมติของคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่มีนายสุริยะจึงรุ่งเรืองกิจรมว.อุตสาหกรรมเป็นประธานจะสามารถลบล้างมติเดิมที่ประชุมกันก่อนหน้านี้ได้หรือไม่ว่าถ้าถามว่าลบล้างมติกันได้หรือไม่ต้องตอบว่าได้แต่เขาจะลบหรือไม่นั้นตนไม่รู้และยังสับสนอยู่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิษณุกล่าวว่าต้องเข้าใจว่าการที่คณะกรรมการฯชุดเดิมมีมติไปเมื่อเดือนต.ค.นั้นเป็นกรรมการตามพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)&amp;nbsp;วัตถุอันตรายฉบับเก่าแต่ต่อมาพ.ร.บ.ฉบับใหม่มีผลประกาศใช้บังคับออกมาองค์ประกอบกรรมการเก่ากับองค์ประกอบกรรมการใหม่มันเปลี่ยนไปเดิมคณะกรรมการฯชุดนี้มีปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นประธานแต่ฉบับใหม่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นประธาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เพราะฉะนั้นที่มีการประชุมครั้งล่าสุดเป็นการประชุมคณะกรรมการชุดใหม่และเป็นการประชุมครั้งแรกซึ่งมีองค์ประกอบเพิ่มเติมเข้ามามีคนมากขึ้นซึ่งเขาสามารถเปลี่ยนมติได้แต่จะเปลี่ยนหรือไม่หรือเป็นมติหรือไม่ผมไม่ทราบ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าการที่จะมีมติใหม่ออกมาและเป็นการพิจารณาเรื่องเดียวกันจำเป็นต้องยกเลิกมติเก่าก่อนหรือไม่เพราะไม่เช่นนั้นจะเหมือนเป็นการซ้อนมติกันนายวิษณุกล่าวว่าไม่เป็นไรเพราะมติเก่ายังไม่มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาดังนั้นคณะกรรมการฯชุดใหม่เขามีสิทธิที่จะมีมติได้เพื่อที่จะลงประกาศให้มันถูกต้องแม้ว่ามติของคณะกรรมการฯชุดเก่าจะระบุชัดเจนให้มีผลในวันที่1&amp;nbsp;ธ.ค.ก็ตามเพราะถือว่ายังไม่มีผลในทางกฎหมายซึ่งที่บอกว่ายังไม่มีผลในทางกฎหมายเพราะว่ายังไม่ถึงวันที่1&amp;nbsp;ธ.ค.&amp;nbsp;นอกจากนี้คณะกรรมการฯก็สามารถเปลี่ยนมติได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าหากทางพรรคภูมิใจไทยอยากให้มีการตีความเรื่องให้ชัดเจนจะทำได้หรือไม่นายวิษณุกล่าวว่าหากใครสงสัยสามารถส่งให้มีการตีความได้โดยยื่นสอบถามไปที่คณะกรรมการกฤษฎีกา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51490</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 สารพิษ, กรมวิชาการเกษตร, คณะกรรมการวัตถุอันตราย, วิษณุ เครืองาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191115/image_big_5dce354064779.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51254</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2019 15:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2019 15:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอวัง!มติคกก.วัตถุอันตรายหักภูมิใจไทยเลื่อนแบน 2 สาร-อีก 1 ชนิดให้ใช้ต่อไป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ย.62 - นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการวัตถุอันตราย เปิดเผยถึงผลการประชุมว่า ที่ประชุมมีมติให้ออกประกาศกำหนดวัตถุอันตราย 2 ชนิด ได้แก่ พาราควอต และคลอร์ไพริฟอสเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 โดยกำหนดระยะเวลาบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.63&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนวัตถุอันตรายไกลโฟเซตให้ให้ใช้มาตรการจำกัดการใช้ตามมติคณะวัตถุอันตราย เมื่อวันที่ 23 พ.ค.61 ตามที่ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้มอบหมายให้กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จัดทำมาตรการรองรับในการหาสารทดแทน หรือวิธีการอื่นที่เหมาะสมสำหรับวัตถุอันตรายพาราควอต และคลอร์ไพริฟอส รวมถึงมาตรการในการลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดยให้นำข้อสรุปกลับมาเสนอคณะกรรมการวัตถุอันตรายพิจารณาภายในระยะเวลา 4 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า &amp;ldquo;ด่วน!!! กรรมการวัตถุอันตราย ยกเลิกการแบนสารไกลโฟเซต&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51254</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคภูมิใจไทย, 3 สารพิษ, สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191127/image_big_5dde317c7e15f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49222</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้นศาลปค.สั่งคดีแบน3สารพิษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ศาลปกครองยังไม่เคาะมาตรการคุ้มครองชั่วคราวเรื่อง 3 สารพิษ เครือข่ายคนรักแม่กลองนำ 2 อดีตอธิบดีกรมวิชาการเกษตรให้ข้อมูล &amp;ldquo;อนันต์&amp;rdquo; ซัด กก.วัตถุอันตรายลงมติไร้ข้อมูล แต่ถูกรัฐมนตรีชี้นำ เกษตรกรบุกกระทรวงขีดเส้น 7 วันขอดูข้อมูลก่อนเคาะมติแบน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธที่ 30 ต.ค. องค์คณะผู้พิพากษาศาลปกครองกลางนัดไต่สวนคดีหมายเลขดำที่ ส.26/2562 คดีที่ น.ส.อัญชุลี ลักษณ์อำนวยพร ประธานเครือข่ายอาสาคนรักแม่กลอง พร้อมด้วยเครือข่ายผู้แทนเกษตรกร 6 จังหวัด รวม 1,091 คน ยื่นฟ้องคณะกรรมการวัตถุอันตราย, คณะกรรมการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอให้เพิกถอนคำสั่งคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่ให้ยกเลิกการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช 3 ชนิด ได้แก่ พาราควอต, ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.2562 เป็นต้นไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยการไต่สวนครั้งนี้เป็นไปตามคำขอของ น.ส.อัญชุลี ที่ขอให้ศาลกำหนดมาตรการบรรเทาทุกข์ชั่วคราวโดยระงับคำสั่งยกเลิกการใช้ 3 สารพิษในวันที่ 1 ธ.ค.นี้ไปก่อน จนกว่าศาลมีคำพิพากษา ซึ่ง น.ส.อัญชุลีได้นำพยาน 10 ปากให้ข้อมูล โดยในช่วงเช้ามีนายอดิศักดิ์ ศรีสรรพกิจ อดีตอธิบดีกรมวิชาการเกษตรเข้าให้ข้อมูล โดยระบุว่า กระบวนแบนสารเคมีเกษตรไม่ชอบและไม่ครอบคลุมตามข้อกฎหมายที่ควร เนื่องจากหลายปีที่ผ่านมากรมวิชาการเกษตรยังไม่มีข้อสรุปชัดเจนเกี่ยวกับผลกระทบจากการใช้สารเคมี &amp;nbsp;แต่คณะกรรมการวัตถุอันตรายกลับลงมติด้วยความลุกลี้ลุกลน ไม่ได้ดำเนินการอย่างรอบคอบ ไม่เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล
นายอนันต์ ดาโลดม อดีตอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ซึ่งมาเป็นพยานให้เครือข่ายฯ กล่าวก่อนให้ข้อมูลกับศาลในช่วงบ่ายว่า หวังอำนาจศาลเป็นที่พึ่งสุดท้าย จะให้ความเป็นธรรม เพราะที่ผ่านมาไม่มีตัวแทนเกษตรกรแท้จริงเข้าไปร่วมพิจารณา ทั้งในชั้นคณะกรรมการศึกษา คณะกรรมการวัตถุอันตราย ก่อนมีคำสั่งแบน 3 สารดังกล่าว ข้อมูลที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายพิจารณาเป็นข้อมูลเก่าทั้งสิ้น ไม่มีข้อมูลใหม่ และเห็นว่าการพิจารณามีการชี้นำของรัฐมนตรีในการลงมติ จึงเป็นมติที่ขาดความชอบธรรมและเสี่ยงต่อการถูกฟ้อง
&amp;quot;การประชุมใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมงก่อนยกเลิก 3 สาร ไม่มีการศึกษาอย่างรอบด้าน สมัยผมเป็นอธิบดีกรมวิชาการเกษตร จะแบนสารเคมีต้องใช้เวลาถึง 2 ปี เพราะต้องศึกษาผลกระทบ สารทดแทนให้ครบถ้วน การพิจารณาก็โปร่งใสทุกขั้นตอน แต่ครั้งนี้กรรมการเหมือนถูกกดดันได้รับคำสั่ง&amp;rdquo; นายอนันต์กล่าว
หลังศาลปกครองใช้เวลาตลอดทั้งวันในการไต่สวน ในเวลา 16.30 น. น.ส.อัญชุลีกล่าวว่า วันนี้เป็นการไต่สวนข้อเท็จจริง โดยชี้แจงทั้งวาจาและเอกสาร ซึ่งศาลยังไม่ได้ระบุว่าจะมีคำสั่งเมื่อใด และไม่ได้มีการนัดหมายอะไรเพิ่มเติม โดยพยานฝ่ายเครือข่ายฯ ผู้ร้องที่เข้าให้ถ้อยคำในวันนี้มี 4 คน ขณะที่ฝ่ายผู้ถูกร้องมีผู้แทนเลขาฯ คณะกรรมการวัตถุอันตราย ผู้แทนคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง ผู้แทนกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และผู้แทนฝ่ายกฎหมายกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;
ทั้งนี้ การไต่สวนช่วงบ่าย ศาลได้อนุญาตให้เครือข่ายฯ นำพยานเข้าให้ข้อมูลเพิ่มอีกเพียง 2 ปาก จากที่เหลือจากช่วงเช้า 8ปาก คือ นางจรรยา มณีโชติ นายกสมาคมวิทยาการวัชพืชแห่งประเทศไทยและเอเชียแปซิฟิก และนายวิชา ธิติประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตร ที่มาให้ข้อมูลในฐานผู้ทรงคุณวุฒิ
ด้าน น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรฯ กล่าวว่า หลังจากแบน 3 สาร ได้สั่งการดูแลช่วยเหลือเกษตรกรทันที โดยให้กรมส่งเสริมสหกรณ์เร่งสำรวจความต้องการจากสหกรณ์การเกษตรทั่วประเทศกว่า 700 แห่ง โดยจะรวบรวมความต้องการก่อนเสนอของบกลางเพื่อให้ทันฤดูกาลเพาะปลูกใหม่ รวมทั้งนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ ได้ตั้งคณะทำงานเพื่อกำหนดแนวทางดูแลเกษตรกรแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงตัวแทนเกษตรกรกว่า 1,000 คนได้ยื่นฟ้องศาลปกครองเพื่อคัดค้านการแบน 3 สาร และให้ทบทวนมติยกเลิกใช้ 3 สาร น.ส.มนัญญากล่าวว่า ขณะนี้ขอให้รอฟังคำสั่งศาลปกครอง จะมีผลออกมาอย่างไร ไม่ขอก้าวล่วง รอให้มีคำวินิจฉัยออกมา แต่ตกใจที่ได้อ่านบทความของอดีตอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ที่เขียนโจมตีว่าเราทำให้เกษตรกรตกเป็นผู้ร้าย ทำแผ่นดินอาบสารพิษ ไม่ทราบว่าเขียนบนความเข้าใจสิ่งใด&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ขอถามว่าทำไมต้องไปเดือดร้อนแทนเจ้าของ 3 สารเคมี และยังไม่เห็นเจ้าของบริษัทผู้นำเข้ารายใดจะออกมาพูดเรียกร้องอะไร มีแต่คนอื่นพูดแทนเดือดร้อนแทนบริษัทกันทั้งนั้น&amp;rdquo; น.ส.มนัญญา กล่าว
ส่วนนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ กล่าวว่า ได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและคณะทำงานพิจารณาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกใช้สารเคมีทางการเกษตร 3 ชนิด ซึ่งมีปลัดกระทรวงเกษตรฯ เป็นประธานทำหนังสือตอบข้อซักถามของกลุ่มเกษตรกรพืชเศรษฐกิจ 6 ชนิด ได้แก่ อ้อย มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน ยางพารา ข้าวโพด และไม้ผล&amp;nbsp;
ทั้งนี้ กลุ่มเกษตรกรได้ยื่นข้อเรียกร้องให้กระทรวงเกษตรฯ เปิดเผยเอกสารฉบับเต็มของกระทรวงเกษตรฯ ที่ลงนามโดย รมว. เกษตรฯ ใช้ประกอบวาระการประชุมของคณะกรรมการวัตถุอันตราย เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2562 จนนำไปสู่การลงมติยกเลิกการใช้สารเคมีตามคำแถลงของคณะกรรมการวัตถุอันตราย
นายสุกรรณ์ สังข์วรรณะ เลขาธิการสมาพันธ์เกษตรปลอดภัย กล่าวว่า เกษตรกรผู้ปลูกพืชเศรษฐกิจ 6 ชนิดต้องการให้กระทรวงเกษตรฯ แสดงความโปร่งใสในการดำเนินการเรื่องดังกล่าว โดยเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับแนวทางการบริหารจัดการวัตถุอันตรายที่อยู่ที่เกษตรกรหลังวันที่ 1 ธ.ค.2562 มาตรการและรายละเอียดเกี่ยวกับสารทดแทนวิธีการทดแทน วิธีการทางเลือก ที่กระทรวงเกษตรฯ นำเสนอให้เกษตรกรไทยปฏิบัติตาม เมื่อมีการยกเลิกการใช้สารเคมี ตลอดจนรายละเอียด ค่าชดเชย หรือมาตรการการเยียวยาเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกการใช้สารเคมี แนวทางการรับฟังความคิดเห็นร่างประกาศกระทรวงว่าด้วยบัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย ตลอดจนวิธีการและช่องทางที่เปิดโอกาสให้มีการรับฟังความคิดเห็นของเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบอย่างทั่วถึง เนื่องจากเกษตรกรหลายรายไม่สามารถเข้าถึงการรับฟังความเห็นโดยผ่านช่องทางเว็บไซต์
&amp;ldquo;กลุ่มเกษตรกรขอให้กระทรวงเกษตรฯ เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวภายใน 7 วัน ตามสิทธิ์ที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญมาตรา 59 ที่ว่า รัฐต้องเปิดเผยข้อมูลหรือข่าวสารสาธารณะในครอบครองของหน่วยงานของรัฐที่มิใช่ข้อมูลเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐหรือเป็นความลับของทางราชการตามที่กฎหมายบัญญัติ และต้องจัดให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลหรือข่าวสารดังกล่าวโดยสะดวก เนื่องจากเกษตรกรจำนวนมากไม่เห็นด้วยต่อมติของคณะกรรมการวัตถุอันตรายในการยกเลิกใช้สารเคมี 3 ชนิด เพราะจะทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ผลผลิตตกต่ำ และรายได้ไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงชีพ&amp;rdquo; นายสุกรรณ์กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49222</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 สารพิษ, ยังไม่เคาะมาตรการคุ้มครองชั่วคราว, ศาลปกครอง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แบน 3 สารพิษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191030/image_big_5db9988f252c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49078</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/10/2019 09:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/10/2019 09:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุทิน&#039;ยัน1 ธ.ค.แบน3สารพิษแน่ อย่าโยงสหรัฐตัดGSPไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ต.ค.62-นายอนุทินชาญวีรกูล​ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข กล่าวถึงกรณี​ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เรียกประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ(ครม.เศรษฐกิจ)ในช่วงเช้าก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันเดียวกันนี้ ว่า ยังไม่ทราบว่านายกฯมีประเด็นอะไรจะหารือ แต่หากเรื่องใดมีปัญหาก็คงจะหยิบยกมาพูดคุยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีการหารือกรณีที่สหรัฐฯ ตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรทางการค้า(จีเอสพี) นายอนุทิน กล่าวว่า​ เป็นเรื่องที่จะต้องหารือกัน แต่ไม่ใช่ประเด็นที่จะต้องกังวล ส่วนในเรื่องการแบน 3 สารพิษนั้น เราทำด้วยความเป็นห่วงสุขภาพประชาชนและอนาคตของชาติ เพื่อไม่ให้มีสารปนเปื้อน เพราะจากการพิสูจน์ 3 สารพิษไม่ได้มีประโยชน์ใดๆและไม่มีอะไรที่เราต้องไปกลัว รวมถึงอย่าเอาเรื่องจีเอสพีไปผูกโยงกับเรื่องสารพิษเพราะเป็นคนละเรื่อง สำหรับการแบนสารพิษนั้นคิดว่านายกฯคงทราบแล้ว และตนได้รายงานผ่านทางไลน์ของครม.ไปก่อนหน้านี้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีกลุ่มเกษตรกรไปยื่นศาลปกครองให้ระงับการแบน 3 สารพิษ นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกคนมีสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ โดยนำข้อเท็จจริงมาแสดง และยืนยันว่าการแบน 3 สารพิษจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.เนื่องจากคณะกรรมการวัตถุอันตรายได้มีมติไปแล้ว ไม่สามารถยืดหรือผ่อนปรนได้ &amp;nbsp;ไม่เช่นนั้นทุกอย่างจะผิดพลาดไปหมด อีกทั้งคณะกรรมการฯดังกล่าวอยู่ภายใต้กฎหมาย ไม่ได้ตั้งขึ้นมาเป็นการเฉพาะกิจ &amp;nbsp;ซึ่งมีขั้นตอนในการดำเนินการทุกอย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามอีกว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะขยายออกกรอบเวลาการแบนสารพิษจากที่กำหนดไว้ในวันที่ 1 ธ.ค.นี้ไปอีก 6 เดือน นายอนุทิน กล่าวว่าทุกอย่างมันชัดเจนอยู่แล้ว นอกจากว่าจะมีการเขียนในบันทึกในบันทึกการประชุม แต่คิดว่าน่าจะมีคณะกรรมการฯโต้แย้งอีก ซึ่งอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ระบุชัดเจนว่าคณะกรรมการฯมีมติเป็นเสียงข้างมาก ในการแบนสารพิษ พร้อมทั้งระบุว่าสารพิษดังกล่าวไม่ได้อยู่เฉพาะแค่บนดินเท่านั้น แต่ยังแทรกซึมเข้าไปยังผลผลิตของสินค้าเกษตร โดยเฉพาะผลไม้ ตรงนี้คือเหตุผลที่ทำให้คณะกรรมการฯลงมติคัดค้านการใช้สารพิษ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49078</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 สารพิษ, นายอนุทิน ชาญวีรกุล, รมว.สาธารณสุข, สหรัฐตัดGSPไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191029/image_big_5db7a53ca4043.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
