<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>64753</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> มติเดิมไม่เลื่อนแบนสารพิษ เดินหน้าร่างระเบียบ4ฉบับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;บอร์ดวัตถุอันตรายไม่เลื่อนแบนพาราควอต-คลอร์ไพริฟอส ยึดมติเดิมบังคับใช้ 1 มิ.ย.63 เดินหน้าร่างกฎหมาย-ระเบียบ ก่อนชง ครม.เห็นชอบ สั่งกรมวิชาการเกษตรหาสารทดแทนโดยศึกษาจากต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 30 เมษายน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องสำคัญหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องสำคัญที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ได้แก่ ร่างประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง บัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ซึ่งเป็นการออกประกาศเพื่อกำหนดให้พาราควอตและคลอร์ไพริฟอสเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.63 &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยที่ประชุมได้มีการอภิปรายให้ความเห็นในประเด็นต่างๆ ทั้งในเรื่องผลกระทบต่อสุขภาพ สิ่งแวดล้อม ผลกระทบต่อเกษตรกรและภาคอุตสาหกรรม ผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจ สังคม รวมทั้งสภาวการณ์ที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงสาธารณสุขยืนยันให้มีการออกประกาศฉบับนี้ สำหรับผลกระทบในส่วนของการกำหนดปริมาณสารตกค้างในผลิตภัณฑ์อาหารนั้น กระทรวงสาธารณสุขซึ่งมีคณะกรรมการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องในเรื่องดังกล่าว จะพิจารณาและกำหนดให้เหมาะสมต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คณะกรรมการได้มีการลงมติ โดยมีกรรมการอยู่ในห้องประชุมจำนวน 24 ท่าน และมีผู้เห็นด้วยจำนวน 17 ท่าน ไม่เห็นด้วยจำนวน 6 ท่าน งดออกเสียงจำนวน 1 ท่าน สรุปได้ว่าเสียงส่วนใหญ่ให้ความเห็นชอบในร่างประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องบัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย (ฉบับที่..) พ.ศ. .... โดยมีการให้ข้อสังเกตรวมทั้งข้อเสนอแนะในการดำเนินการต่อหน่วยงานผู้รับผิดชอบและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้กำหนดมาตรการที่ชัดเจน เพื่อให้มีผลกระทบต่อฝ่ายต่างๆ น้อยที่สุด&amp;quot; นายสุริยะระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น จึงไม่มีการเลื่อนการบังคับใช้ออกไปถึงสิ้นปี 2563 ตามข้อเสนอของนายกลินท์ สารสิน ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ส่วนวัตถุอันตรายไกลโฟเซตให้ใช้มาตรการจำกัดการใช้ตามมติคณะวัตถุอันตรายเมื่อวันที่ 23 พ.ค.61 ทั้งนี้ ขอให้กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไปหาข้อมูลว่าประเทศอื่นที่แบนสารอันตรายพาราควอตและคลอร์ไพริฟอส มีการใช้สารทดแทนอะไรบ้าง &amp;nbsp;และให้กลับมานำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการ ในการประชุมครั้งต่อไปที่จะมีขึ้นในช่วง 1-2 เดือนนับจากนี้ไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการรับรองรายงานการประชุมและการรับรองมติที่ประชุมเมื่อวันที่ 27 พ.ย.62 เกี่ยวกับการพิจารณายกเลิกการใช้วัตถุอันตรายทางการเกษตรนั้น ที่ประชุมยืนยันว่ามติดังกล่าวเป็นมติที่มีการรับรองโดยที่ประชุมถูกต้องแล้ว แต่สำหรับการรับรองรายงานการประชุมนั้น ในวันนี้ที่ประชุมได้พิจารณารับรองรายงานอีกครั้งหนึ่ง และมีมติโดยเสียงส่วนใหญ่รับรองรายงานการประชุมดังกล่าว โดยมีกรรมการบางคนแจ้งขอสงวนสิทธิ์ไม่รับรองรายงาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม นอกจากการพิจารณาเกี่ยวกับวัตถุอันตรายทางการเกษตร ยังได้มีการพิจารณาในเรื่องอื่นๆ เช่น มีการพิจารณาให้ความเห็นชอบในร่างระเบียบ/ประกาศ จำนวน 4 ฉบับ ที่เสนอโดยหน่วยงานผู้รับผิดชอบ ซึ่งเป็นการดำเนินการให้สอดคล้องกับบทบัญญัติในพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย &amp;nbsp;(ฉบับที่ 4) พ.ศ.2562 ได้แก่ การกำหนดด่านศุลกากรที่นำเข้า-ส่งออก-นำผ่านวัตถุอันตราย การผ่อนผันการปฏิบัติสำหรับการนำกลับเข้ามาหรือการส่งกลับออกไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนี้หน่วยงานผู้รับผิดชอบจะนำไปเสนอรัฐมนตรี (ครม.) หรืออธิบดีของแต่ละหน่วยงานลงนาม และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้มีผลใช้บังคับต่อไป และให้มีการปฏิบัติงานของคณะกรรมการวัตถุอันตรายและหน่วยงานผู้รับผิดชอบเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ คณะกรรมการได้มีมติเห็นชอบให้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ จำนวน 9 คณะ เพื่อพิจารณากลั่นกรอง ให้ความเห็น หรือดำเนินการในเรื่องต่างๆ เช่น คณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร, คณะอนุกรรมการควบคุมการโฆษณา เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงเช้าก่อนการประชุมบอร์ดวัตถุอันตราย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ยืนยันว่า กระทรวงสาธารณสุขมีความชัดเจนไม่เห็นด้วยกับการใช้สารเคมีทั้งสามชนิด คือ พาราควอต, ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส รวมทั้งไม่เห็นด้วยกับการขยายเวลาทุกกรณี และไม่มีเหตุผลที่จะขยายเวลาอีกต่อไป ขอให้คณะกรรมการวัตถุอันตรายคำนึงถึงความปลอดภัยทางสุขภาพของประชาชนเป็นอันดับแรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ มีเป้าหมายที่ชัดเจนในการที่จะผลิตอาหารปลอดภัย เกษตรปลอดภัย นี่คือสิ่งที่เราดำเนินการมาตั้งแต่ต้น &amp;nbsp;เกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์คือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สารเคมีทุกตัวมีความอันตรายไม่ใช่เฉพาะแค่ 3 สารนี้ สารเคมีตัวอื่นผมก็ได้เสนอและชี้แจงไปในสภาผู้แทนราษฎรแล้วว่าควรจะมีมาตรการจำกัดการใช้เหมือนกันทั้งหมด เพราะสารเคมีอันตรายทุกตัวครับ ผมยืนยันแนวคิดเดิม ต้องทำให้เกษตรเราปลอดภัย ให้ผู้บริโภคปลอดภัย ผลิตอาหารที่ปลอดภัย &amp;nbsp;การแบนสารไม่ควรเลื่อนไปปลายปี เพราะฉะนั้นเห็นว่าถ้ามติออกมาเป็นอย่างไรก็ควรดำเนินการตามมตินั้น&amp;quot; รมว.เกษตรและสหกรณ์ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64753</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 สารพิษเกษตร, คลอร์ไพริฟอส, บอร์ดวัตถุอันตราย, พาราควอต, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แบน3สารพิษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200430/image_big_5eaad1e88b040.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51915</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/12/2019 11:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/12/2019 11:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> สธ.ไม่ได้แพ้สารพิษ!&#039;หมอหนู&#039;ชี้คนแพ้คือผู้บริโภคบ่นไม่รู้เก็บกรมวิชาการเกษตรไว้ทำไม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
6ธ.ค.62-ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการวัตถุอันตราย ขยายเวลายกเลิก พาราควอต คลอร์ไพริฟอส ออกไปอีก 6 เดือน และจำกัดการใช้ไกลโฟเซต ว่า กระทรวงสาธารณสุขไม่สนับสนุนสารดังกล่าววันยันค่ำ แต่ตามกฎหมาย คณะกรรมการวัตถุอันตรายเป็นผู้ตัดสินใจ อย่างไรก็ตาม เราจะไม่ทำอะไรที่ผิดกฎหมาย แต่กระทรวงสาธารณสุขจะยังรณรงค์ต่อต้านสารพิษเต็มที่ เพราะเป็นหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องตรวจเข้ม งดซื้ออาหาร พืช ผัก ผลไม้ ที่มีสารปนเปื้อน องค์การอาหารและยา (อย.) กำลังดำเนินการออกสลากควบคุมให้ผู้บริโภครับทราบว่า อันไหนมีปนเปื้อน อันไหนปลอดภัย เพราะกฎหมายยังไม่ได้ห้าม แต่เราจะใช้มาตรการในการป้องกันทุกอย่างตามอำนาจของกระทรวงสาธารณสุข ขอย้ำว่ากระทรวงสาธารณสุขไม่สนับสนุนการใช้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่มีการระบุว่ากระทรวงสาธารณสุขแพ้เรื่องสารพิษนั้น กระทรวงสาธารณสุขไม่ได้แพ้ แต่คนแพ้คือ ผู้บริโภคที่ต้องเสี่ยงรับสารอันตรายต่อไป ด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ แต่เราทำหน้าที่ของตัวเองเต็มที่แล้ว เพื่อให้อาหาร พืช ผัก ผลไม้ ที่มีสารพิษตกค้างไปทำอันตรายประชาชนน้อยที่สุด&amp;rdquo;นายอนุทิน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าจะคืนกรมวิชาการเกษตร ที่อยู่ในความรับผิดชอบของรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน กล่าวว่า ตนยังไมได้คุยกับ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่คงต้องเป็นอย่างนั้นมั้ง ไม่รู้จะเก็บไว้ทำไม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51915</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 สารพิษเกษตร, กรมวิชาการเกษตร, นายอนุทิน ชาญวีรกุล, องค์การอาหารและยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191206/image_big_5de9d26d9072e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51730</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุริยะพิงนายกฯ-อ้างหนู เอาด้วยยืดแบนสารพิษ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;สุริยะ&amp;quot; พิงหลัง &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; อ้างเห็นด้วยเลื่อนแบนสารพิษ สวน &amp;quot;ปริญญา&amp;quot; กก.วัตถุอันตรายลงมติถูกต้อง ยันมีเทปบันทึกเป็นหลักฐาน ขู่ฟ้องกลับเครือข่าย 686 องค์กร &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; เสียงอ่อยแจง รพ.ติดป้ายหนุนเลิก 3 สารแค่แสดงความเห็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และประธานคณะกรรมการวัตถุอันตราย กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงปัญหามติคณะกรรมการวัตถุอันตรายเมื่อวันที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมา ที่เลื่อนการยกเลิกการใช้สารเคมีทางเกษตร คือพาราควอตและคลอร์ไพริฟอสไปอีก 6 เดือน และจำกัดการใช้ไกลโฟเซต ว่า ได้รายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบถึงประเด็นที่จำเป็นต้องการมีเลื่อนการยกเลิกสารพิษดังกล่าวไปอีก&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือน เนื่องจากยังมีอยู่ในมือเกษตรกร และสต๊อกของร้านค้าจำนวนนับหมื่นล้านบาท ซึ่งนายกฯ เห็นด้วยที่จะต้องมีการเลื่อนไป เพราะถ้าไม่เลื่อนจะนำเงินที่ไหนไปจ่ายให้เกษตรกร รัฐไม่มีเงินจ่ายให้อยู่แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนอีกประเด็นที่มีการระบุว่ามติของคณะกรรมการวัตถุอันตรายมิชอบนั้น ยืนยันว่าเป็นมติที่ชอบด้วยกฎหมาย ฝ่ายกฎหมายดูแลเรียบร้อย มีการถอดเทปการประชุม เรื่องนี้ได้ข้อยุติแล้ว นายกฯ เองก็เข้าใจ เพราะเป็นเรื่องของคณะกรรมการ สำหรับกรณีที่พรรคภูมิใจไทยไม่เห็นด้วยที่จะให้ชะลอนั้น ในที่ประชุม ครม.&amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ก็ไม่ได้พูดอะไร เพราะไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่มองว่าอะไรเกิดประโยชน์กับการแก้ไขปัญหาในภาพรวม ซึ่งนายกฯบอกว่าไม่ใช่การดูแลสุขภาพอย่างเดียว ต้องดูแลเรื่องของรัฐ ผู้นำเข้า เกษตรกร และผู้ใช้ ต้องดูให้ครบทุกภาคส่วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีการเผยแพร่เทปการประชุมหรือไม่ นายสุริยะกล่าวว่า กลายเป็นว่าบางคนเมื่อพูดแล้วอาจจะไม่อยากออกสื่อ แต่ถ้ากรรมการคนใดมีปัญหา เราสามารถเปิดเทปให้ดูได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีที่นายอนุทินเสนอให้ตีความว่ามติของคณะกรรมการเป็นมติที่ถูกต้องหรือไม่ รมว.อุตสาหกรรมกล่าวว่า ตอนนั้นนายอนุทินไม่มีข้อเท็จจริงเรื่องนี้ คือไปฟังคำพูดแล้วจับประเด็นมา แต่ในการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายนั้น มีการสอบถามกรรมการแต่ละคน ซึ่งนายอนุทินและพรรคภูมิใจไทยเข้าใจเรียบร้อยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุริยะยังกล่าวถึงกรณี ผศ.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำภาควิชากฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ และรองอธิการบดีฝ่ายบริหารและความยั่งยืน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กระบุมติของคณะกรรมการวัตถุอันตราย 27 พ.ย. ไม่ชอบด้วยกฎหมายว่า? ยืนยันการแบนสารพิษมีการลงมติอย่างถูกต้อง ได้ให้เจ้าหน้าที่ถอดเทปเสียงเพื่อเป็นหลักฐานว่ามีการลงมติอย่างชัดเจน สำหรับการลงมติของคณะกรรมการแต่ละคน ในช่วงของการอภิปรายมีกรรมการหลายคนให้ความคิดเห็นที่แตกต่างกันไป บางคนอยากให้แบนทันที บางคนอยากให้เลื่อนออกไปอีก 3 และ 6 เดือน หรือแม้แต่ไม่ให้แบนสารพิษก็มี จึงบอกในที่ประชุมว่าไปร่างเป็นมติเพื่อนำมาพิจารณาว่าควรเป็นอย่างไร เมื่อมติขึ้นบนจอในที่ประชุมก็ให้ไปปรับแก้ให้เป็นที่พอใจของทุกฝ่าย เมื่อร่างมติเป็นที่พอใจแล้วตนได้ถามในที่ประชุมว่ามีใครเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ ซึ่งทุกคนยืนยันว่าเห็นด้วยกับมติดังกล่าว ส่วนที่ไม่เห็นด้วยคืออยากให้เลื่อนการแบนสารพิษไปมากกว่า 6 เดือน แต่ไม่มีใครเสนอบอกให้แบนสารพิษในทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมถือว่ามตินี้มีความเป็นเอกฉันท์ คือไม่ให้แบนสารพิษในทันที ส่วนที่มาตรา 12 พ.ร.บ.วัตถุอันตรายระบุว่าต้องให้ลงมตินั้น การลงมติไม่ได้หมายความว่าต้องยกมืออย่างเดียว การที่ผมถามว่าในที่ประชุมมีความเห็นอย่างไร และเห็นด้วยหรือไม่ ก็ไม่จำเป็นว่าจะต้องยกมือ ไม่ใช่ว่าต้องทำเหมือนทุกครั้งที่จะต้องมายกมือกัน ในเมื่อเสียงส่วนใหญ่เห็นเป็นแบบนี้ นอกจากนี้ผมก็ถามย้ำแล้วว่าที่ประชุมมีมติเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ เมื่อไม่มีคนมีความเห็นเป็นอย่างอื่นก็ถือเป็นมติได้&amp;quot; รมว.อุตสาหกรรมระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ รศ.ภญ.จิราพร ลิ้มปานานนท์ นายกสภาเภสัชกรรม หนึ่งในคณะกรรมการวัตถุอันตราย ระบุว่าไม่มีการลงมตินั้น นายสุริยะกล่าวว่า ลองไปถามคณะกรรมการคนอื่นดู ทุกคนจะยืนยันว่ามีมติออกมาชัดเจน และการทำงานในรูปของคณะกรรมการต้องเคารพเสียงส่วนใหญ่ เมื่อเสียงส่วนใหญ่เห็นว่าอย่างไรควรจะเคารพตามนั้น ไม่ใช่ออกไปแถลงข่าวข้างนอกเมื่อความเห็นตนเองไม่ตรงกับความเห็นส่วนใหญ่ ไม่ควรทำเช่นนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีเครือข่ายสนับสนุนการแบนสารพิษอันตรายร้ายแรง 686 องค์กร เตรียมฟ้องศาลปกครองและศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบ นายสุริยะกล่าวว่า ยังไม่ทราบข้อเท็จจริงว่าในองค์กรที่ระบุว่ามี 686 องค์กรมีจำนวนกี่คน แต่การที่มีการแถลงข่าวออกไปและทำให้ตนได้รับความเสียหายนั้น จะให้นักกฎหมายไปดูเพื่อเตรียมที่จะฟ้องกลับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ได้ยุ่งยากอะไร แค่ไปทำความจริงให้ปรากฏแล้วมาชี้แจง ส่วนที่กรรมการบางคนอ้างว่าที่ประชุมไม่มีการลงมติและไม่มีนับคะแนนด้วยนั้น ตนไม่ทราบรูปแบบ วิธี และการลงมติของคณะกรรมการชุดนี้ ขณะที่การประชุม ครม.ไม่มีการลงมติแบบที่ให้มีการออกเสียง มีเพียงแค่ประธานในที่ประชุมสอบถามว่าทุกฝ่ายเห็นด้วยหรือไม่ แล้วออกเป็นมติ อย่างไรก็ตาม วิธีการควบคุมการประชุมมีหลายวิธี ไม่ใช่ต้องให้มีการโหวตทุกครั้ง และได้อ่านคำให้สัมภาษณ์ของนายภักดี โพธิศิริ หนึ่งในกรรมการดังกล่าว ที่ระบุว่าหลังการประชุมเสร็จสิ้นได้มีการยกร่างมติแล้วอ่านมตินั้นให้ที่ประชุมรับทราบทันที หากเป็นไปตามนั้น ทำให้เห็นว่าเดินหน้าไปมากกว่าที่เรารู้ ในเมื่อเรื่องจริงเป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากมติใดก็ตามที่ไม่ได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา สามารถเปลี่ยนแปลงได้ใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า แม้แต่มติที่ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ไม่มีปัญหาอะไร แต่อยู่ที่ว่าจะต้องทำหรือไม่ แต่ไม่ทราบว่าเขาลงมติอะไร ขอให้ไปสอบถามเจ้าของเรื่องดีกว่า ส่วนที่เครือข่ายสนับสนุนการแบนสารพิษอันตรายร้ายแรง 686 องค์กร และเครือข่ายผู้บริโภคจะยื่นฟ้องร้องนายสุริยะนั้น ก็แล้วแต่ จะกี่ศาลก็ช่าง อย่างไรก็ตาม สามารถนำเรื่องดังกล่าวไปหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แต่ไม่จำเป็นต้องส่งไปสอบถามศาลรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงกรณีโรงพยาบาลในพื้นที่ต่างๆ ติดป้ายสนับสนุนการแบนสารพิษว่า ไม่มี และในแต่ละโรงพยาบาลต่างยืนยันว่าทั้ง 3 สารพิษนั้นอันตราย ส่วนที่มีการติดป้ายไม่เห็นด้วยกับการชะลอแบนสารพิษในแต่ละโรงพยาบาลนั้น เป็นการแสดงความเห็นของเขาเอง เชื่อว่าไม่มีความเคลื่อนไหวอะไร และไม่จำเป็นต้องส่งสัญญาณใดๆ ไปยังโรงพยาบาลต่างๆ เพราะเชื่อว่าทุกคนคงเบื่อกับการรักษาคนไข้ที่ป่วยที่มีสาเหตุมาจากสารพิษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ ผศ.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำภาควิชากฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ และรองอธิการบดีฝ่ายบริหารและความยั่งยืน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;quot;มติของคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่เลื่อนการแบนสามสารพิษชอบด้วยกฎหมายหรือไม่?&amp;quot; ว่าตามมาตรา 12 วรรคสอง ของพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535 ที่ระบุการวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก ซึ่งหมายถึงเสียงข้างมากของผู้เข้าประชุม และเมื่อต้องมีการออกเสียง ต้องมีการตรวจสอบองค์ประชุมก่อนด้วย โดยตามข้อเท็จจริงจาก รศ.ภญ.จิราพร การประชุมครั้งนี้ไม่ได้มีการให้กรรมการแต่ละคนได้ลงมติหนึ่งคนหนึ่งเสียงแต่ประการใด ซึ่งสอดคล้องกับที่นายสุริยะได้ให้สัมภาษณ์ไว้ คือตนเองสันนิษฐานเอา&amp;nbsp;ทั้งไม่ปรากฏว่ามีการตรวจสอบองค์ประชุมว่ามีสมาชิกมาประชุมอย่างน้อยกึ่งหนึ่งแล้วหรือไม่ มตินี้จึงมิใช่มติที่ดำเนินการถูกต้องตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย หรือพูดอีกอย่างได้ว่าเท่ากับยังไม่มีมติใหม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51730</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 สารพิษเกษตร, ยืดแบนสารพิษ, สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แบน 3 สารพิษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191203/image_big_5de674a187fd4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51667</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/12/2019 11:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/12/2019 11:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039;บอก&#039;สุริยะ&#039;ยืดแบนสารพิษไม่ยุ่งยาก แค่ไปทำความจริงให้ปรากฏแล้วมาชี้แจง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ธ.ค.62- &amp;nbsp; นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่มีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม เป็นประธานการประชุมเมื่อวันที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมา มีมติยืดระยะเวลาเริ่มการยกเลิกการใช้สารเคมี 3 ชนิดในภาคการเกษตร ออกไปอีก 6 เดือน &amp;nbsp;ว่า &amp;nbsp;นายสุริยะไม่เคยมาปรึกษาตนในเรื่องดังกล่าว แต่ตนเห็นว่าเรื่องนี้ไม่ได้ยุ่งยากอะไร แค่ไปทำความจริงให้ปรากฏแล้วมาชี้แจง อย่างไรก็ตาม ตนคงจะสอบถามนายสุริยะต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามถึงการที่กรรมการบางคนอ้างว่าที่ประชุมไม่มีการลงมติ และไม่มีนับคะแนนด้วย &amp;nbsp;นายวิษณุ กล่าวว่า &amp;nbsp;ตนไม่ทราบรูปแบบ วิธี และการลงมติของคณะกรรมการชุดนี้ ขณะที่การประชุม ครม.ไม่มีการลงมติแบบที่ให้มีการออกเสียง มีเพียงแค่ประธานในที่ประชุมสอบถามว่าทุกฝ่ายเห็นด้วยหรือไม่ แล้วออกเป็นมติ &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม วิธีการควบคุมการประชุมมีหลายวิธี ไม่ใช่ต้องให้มีการโหวตทุกครั้ง และตนได้อ่านคำให้สัมภาษณ์ของนายภักดี โพธิศิริ หนึ่งกรรมการดังกล่าว ที่ระบุว่าหลังการประชุมเสร็จสิ้นได้มีการยกร่างมติแล้วอ่านมตินั้นให้ที่ประชุมรับทราบทันที ตนคิดว่าหากเป็นไปตามนั้น ก็ทำให้เห็นว่าเดินหน้าไปมากกว่าที่เรารู้ตาม ในเมื่อเรื่องจริงเป็นอย่างไร มันก็เป็นอย่างนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า หากมติใดก็ตามที่ไม่ได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา สามารถเปลี่ยนแปลงได้ใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า แม้แต่มติที่ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ไม่มีปัญหาอะไร แต่อยู่ที่ว่าจะต้องทำหรือไม่ แต่ตนไม่ทราบว่าเขาลงมติอะไร ขอให้ไปสอบถามเจ้าของเรื่องดีกว่า เพราะการประชุมวันนั้นมีกรรมการ 20 กว่าคน คนเหล่านั้นต้องรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามถึงเครือข่ายสนับสนุนการแบนสารพิษอันตรายร้ายแรง 686 องค์กร และเครือข่ายผู้บริโภคจะยื่นฟ้องร้องนายสุริยะ ที่ศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบกลาง และศาลปกครอง &amp;nbsp;นายวิษณุกล่าวว่า ก็แล้วแต่ จะกี่ศาลก็ช่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ควรจะต้องให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องอีกครั้งหรือไม่ &amp;nbsp;นายวิษณุ กล่าวว่า &amp;nbsp;สามารถนำเรื่องแบบนี้ไปหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แต่ไม่จำเป็นต้องส่งไปสอบถามศาลรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51667</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 สารพิษเกษตร, ดร.วิษณุ เครืองาม, รองนายกฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191203/image_big_5de5e12c56a85.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51363</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กตู่โยนเผือกแบน3สาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ไม่ขัดข้องขยายเวลาแบนสารพิษ ชี้เป็นเรื่องคกก.วัตถุอันตราย แค่ขอต้องหาวิธีและมาตรการที่เหมาะสม &amp;quot;ประวิตร&amp;quot; ยันไร้ความขัดแย้ง เชื่อเดี๋ยวก็คุยกันได้ &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; ข้องใจคกก.วัตถุอันตรายไม่รับรองมติแบน 3 สารเคมีเดิมก่อนลงมติใหม่ จี้ &amp;quot;สุริยะ&amp;quot; แจงเหตุผล ลั่นเอาแน่คืนกรมวิชาการเกษตร &amp;quot;มนัญญา&amp;quot; ครวญโดนหักหลัง &amp;quot;เฉลิมชัย&amp;quot; ปัด ก.เกษตรฯ ขอเลื่อนแบนสารพิษ โยนปลัดเกษตรฯ เสนอเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 28 พ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงคณะกรรมการวัตถุอันตราย (คกก.วัตถุอันตราย) มีมติการขยายเวลาการแบนสารพิษออกไปอีก 6 เดือน ว่าตนไม่ได้ขัดข้องในเรื่องเหล่านี้ รวมทั้งเรื่องของการยกเลิกก็ไม่ได้ขัดแย้ง เพราะมองในแง่สุขภาพประชาชนและผู้บริโภค ซึ่งต้องมาดูรายละเอียดอีกที เมื่อ คกก.วัตถุอันตรายพิจารณาอย่างไรก็เป็นไปตามนั้น แต่ต้องหาวิธีการและมาตรการที่เหมาะสม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จะเลื่อนหรือไม่เลื่อนก็ว่ากันมา ผมไม่สามารถไปสั่งได้ ตรงนี้เป็นเรื่องของคณะกรรมการที่ทำงานมา และกระทรวงที่เกี่ยวข้องต้องหาวิธีการที่เหมาะสมในการดำเนินการให้ได้ เพื่อลดความขัดแย้ง ลดปัญหาจากภาคเกษตรด้วย คงไม่ขัดแย้งในเรื่องนี้&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวเช่นเดียวกันว่า เรื่องดังกล่าวไม่ใช่เป็นความขัดแย้ง แต่เป็นเรื่องของคณะกรรมการฯ เดี๋ยวก็คงคุยกันได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า มติของ คกก.วัตถุอันตรายต้องย้ำว่าให้รอนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ในฐานะประธาน คกก.วัตถุอันตราย เป็นผู้แถลงอย่างเป็นทางการ แต่จากการได้รับรายงานจาก 2 คณะกรรมการที่เป็นตัวแทนกระทรวงสาธารณสุข มารายงานให้ทราบ ว่ายังไม่มีการลงมติใดๆ อีกทั้งมติเดิมก็ยังมีการรับรอง แล้วจะอย่างไรต่อไป ดังนั้นต้องไปถามนายสุริยะ ซึ่งตนจะรอฟัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรายังยึดหลักของ สธ. คือเรื่องการดูแลสุขภาพของประชาชน ต่อให้ คกก.วัตถุอันตรายมีมติอย่างไรก็ตาม แต่กระทรวงยืนยันว่าไม่เห็นด้วย แต่ถ้ามติที่ประชุมออกมาอย่างไรเราก็เคารพ&amp;quot; นายอนุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าตั้งแต่มีมติออกมาได้พูดคุยกับนายสุริยะแล้วหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ได้เจอกันนิดนึงที่สภา ก็ไม่มีอะไร เรื่องนี้อย่าเอาไปผูกกับการเมืองเป็นอันขาด คนละเรื่องกัน เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของสุขภาพ เรื่องของสารพิษ และเป็นเรื่องของคณะกรรมการวัตถุอันตราย ซึ่งนายสุริยะแม้เป็นประธานกรรมการ แต่ก็เป็นหนึ่งเสียงในคณะกรรมการชุดนั้น เป็นผู้นำการประชุม ไม่เกี่ยวกับเรื่องการเมือง เพราะรัฐมนตรีไม่มีสิทธิ์ที่จะไปชี้นำหรือไปเปลี่ยนมติอะไรได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา คกก.วัตถุอันตรายลงมติเป็นเอกฉันท์ ให้แบน 3 สารนั้นในวันที่ 1 ธ.ค.นี้ และกรมวิชาการเกษตรจะต้องทำเรื่องมาให้ที่ประชุมกรรมการลงนาม แต่ในการประชุมเมื่อวันที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมา ไม่มีการทำเรื่องมาให้ประธานกรรมการลงนาม และการประชุมดำเนินต่อไปอย่างไรไม่ทราบ&amp;quot; นายอนุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าที่กรมวิชาการเกษตรมีหนังสือตรงถึงที่ประชุมเลย ไม่ผ่านน.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ตามสายงานถือว่าข้ามขั้นตอนหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ก็เขาก็ข้ามขั้นตอนอย่างนี้มาตลอดอยู่แล้ว ดังนั้นตนก็ต้องไปพูดคุยกันในพรรคภูมิใจไทยเราก่อน ในเมื่อควบคุมกันไม่ได้และปวดหัวกันอย่างนี้ ก็ต้องบอกว่าจะทู่ซี้คุมไปทำไม ก็ต้องเสนอไปถึงนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ถ้าจะคืนก็ต้องทำหนังสือขอคืนด้วยเหตุผลอะไรบ้าง ก็ต้องเขียนลงไป จากนั้นต้องให้นายเฉลิมชัยพิจารณาว่าจะให้ดูต่อหรือจะเปลี่ยนกรม ในเมื่อรัฐมนตรีเปลี่ยนไม่ได้ ถ้าจะเปลี่ยนก็ต้องเปลี่ยนกรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน น.ส.มนัญญายืนยันทำเต็มที่แล้ว หลังจากนี้ประชาชนต้องใช้ดุลพินิจพิจารณาว่าตนเป็นคนอย่างไร และไม่คิดว่าโดนหักหลังจากมติดังกล่าว ในฐานะที่กำกับดูแลกรมวิชาการเกษตร อยากให้ประชาชนได้รับสิ่งที่ดีที่สุด แต่ตอนนี้เรื่องการแบน 3 สาร อยู่นอกเหนือหน้าที่ความรับผิดชอบ ซึ่งถ้าส่งคืนกรมวิชาการเกษตรอยากแลกดูแลกรมชลประทานมากกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงกลางดึกหลัง คกก.วัตถุอันตรายพลิกมติการแบน 3 สารพิษ ภญ.จิราพร ลิ้มปานานนท์ นายกสภาเภสัชกรรม หนึ่งใน คกก.วัตถุอันตราย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวประกาศขอลาออกจาก คกก.วัตถุอันตราย และขอแย้งการแถลงข่าวของประธาน คกก.วัตถุอันตราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;1.ขอแย้งว่าไม่ได้มีการลงมติอย่างชัดเจน ว่าผู้ใดเห็นด้วยหรือไม่ในแต่ละประเด็น แต่เป็นภาวะจำยอมในการรับมติ จึงไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็นมติเอกฉันท์ เพราะหากพิจารณาในการอภิปรายจะพบว่า ดิฉันยืนยันชัดเจนมาโดยตลอดในการแบนสารทั้งสาม และยืนยันให้คงมติวันที่ 22 ต.ค. และ 2.ขอแย้งการแถลงข่าวที่ว่า ไกลโฟเซตไม่เป็นอันตราย เพราะกรรมการรวมทั้งดิฉันได้อภิปรายถึงผลเสียต่อสุขภาพ และไม่สามารถจะจัดการความเสี่ยงต่อผู้บริโภค จนพบปนเปื้อนทั้งในสิ่งแวดล้อม ผัก ผลไม้ และน้ำนมแม่&amp;quot; ภญ.จิราพรระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) พร้อมด้วย นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ร่วมกันแถลงจุดยืน สธ.ต่อการแบน 3 สารเคมีทางการเกษตร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จุดยืนของ สธ.ไม่เคยเปลี่ยนแปลงต่อการแบน 3 สาร ต่อจากนี้ไปจะเน้นการดูแลสุขภาพประชาชนให้เข้มข้นยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันผลกระทบที่จะเกิดกับเยาวชนรุ่นหลัง ทั้งจากพัฒนาการล่าช้า และโรคต่างๆ เช่น โรคสมองเสื่อม มะเร็ง&amp;quot; นพ.สุขุมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ จะดำเนินการต่อไปอย่างไร ให้เป็นมติของ คกก.วัตถุอันตราย ว่าอย่างไรตนพร้อมปฏิบัติตามนั้น ซึ่งการที่นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ไปเสนอขยายเวลาแบนสารออกไป ก็เป็นสิทธิของปลัดกระทรวงเกษตรฯ ตนไม่ก้าวก่าย ไม่เคยสั่งการ และไม่มีหนังสืออะไรทั้งสิ้นออกไปจาก รมว.เกษตรฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ไม่ได้คุยเรื่องขยายเวลาแบนสารกับปลัดกระทรวงเกษตรฯ ซึ่งการตัดสินใจอย่างไร ผมไม่ไปก้าวก่าย ทุกอย่างเป็นเรื่อง คกก.วัตถุอันตราย ผมขอยืนยันอีกครั้งไม่มีการสั่งการ ไม่มีหนังสือใดๆทั้งสิ้น ถ้าใครมีให้เอาออกมา ผมชี้แจงไปแล้วก็ยังไม่มีก็ยังไม่จบ&amp;quot; รมว.เกษตรฯ กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า ในการทำงานของ รมว.เกษตรฯ กับ รมช.เกษตรฯ อย่าง น.ส.มนัญญา จะเดินหน้ากันไปอย่างไร เมื่อเกิดรอยร้าวขึ้นแล้ว และจะแลกกรมวิชาการเกษตรกับกรมชลประทานหรือไม่ นายเฉลิมชัยกล่าวว่า ตนไม่รู้ว่าจะให้กรมวิชาการเกษตรมาดู ใครทราบก็ตอบให้ด้วย และรอยร้าวไม่มี ไม่ต้องเคลียร์ ย้ำว่าในการทำงานไม่มีรอยร้าว ยังนัดกินข้าวกับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งนัดกินกันตามปกติทั้งคณะอยู่แล้ว ไม่ใช่นัดกับนายอนุทินคนเดียว ส่วนกินเมื่อไหร่ไม่บอก เดี๋ยวเป็นประเด็นอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พร้อมด้วย ส.ส.กลุ่มตัวแทนเกษตรกร แถลงขอบคุณ คกก.วัตถุอันตราย ที่มีมติขยายแบนสารอันตราย 2 ชนิด และยกเลิกการแบนสารไกลโฟเซต ซึ่งเป็นเรื่องดีต่อเกษตรกร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสัมฤทธิ์กล่าวว่า วันนี้คนกลุ่มหนึ่งคิดว่าเมื่อยกเลิกสารเคมี 3 ตัวดังกล่าวแล้วจะทำให้พวกเขาปลอดภัยจากการซื้อผักผลไม้ในตลาดมารับประทาน แต่ข้อเท็จจริงไม่ใช่ ยังมีการใช้สารเคมีตัวอื่นที่เรายังไม่ได้ยกเลิก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เวลานี้อาจมีความเข้าใจผิดถึงการขยายเวลาแบนสารพิษ ไม่ใช่การตัดสินใจของนายสุริยะเพียงคนเดียวตามกระแสข่าวที่เกิดขึ้น แต่ในความเป็นจริงนั้น เป็นมติจากคณะกรรมการฯ ซึ่งเป็นการพูดคุยและหารือกันของผู้เชี่ยวชาญจากทุกๆ ด้าน ที่ผ่านมานายสุริยะแสดงท่าทีเคียงข้างและยึดประโยชน์ของประชาชนมาตลอด ดังนั้นเชื่อว่าอีกไม่นานทุกฝ่ายจะหาทางออกเพื่อประโยชน์สูงสุดต่อเกษตรกร และผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน รวมทั้งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมหลายประเภท&amp;quot; ส.ส.พรรค พปชร.กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51363</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 สารพิษเกษตร, กรมวิชาการเกษตร, ขยายเวลาแบนสารพิษ, คกก.วัตถุอันตราย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แบนสารพิษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191128/image_big_5ddfcc8be4682.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51332</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/11/2019 14:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/11/2019 14:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ. ยืนยันไม่เปลี่ยนแปลงจุดยืน&#039;แบน 3 สารเคมี&#039;ย้ำพบแนวโน้มผู้ป่วยสูงขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
28 พ.ย.692- ที่กระทรวงนายแพทย์สุขุม &amp;nbsp;กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และนายแพทย์ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ร่วมกันแถลงจุดยืนกระทรวงสาธารณสุขต่อการแบน 3 สารเคมีทางการเกษตร ว่า คณะกรรมการฯ ที่เป็นผู้แทนจากกระทรวงสาธารณสุข ได้ยืนยันในที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายวานนี้ (27 พฤศจิกายน 2562) ยืนยันตามมติเดิมในการประชุมเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2562 ที่ให้แบนสารเคมีอันตราย 3 สาร มีการรับรองมติการประชุมไปแล้ว และได้ให้ข้อมูลถึงผลกระทบต่อสุขภาพทั้งเกษตรกรและประชาชน รวมทั้งจากการประชุมทางไกลกับผู้อำนวยการโรงพยาบาล และนายแพทย์สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ ทุกคนมีความห่วงใยที่พบผู้ป่วยจากสารเคมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในจังหวัดที่มีการปลูกพืชเศรษฐกิจ 4 ชนิด เช่นที่โรงพยาบาลน่านจากเดิมพบผู้ป่วยปีละ 40 คนเพิ่มเป็นเดือนละ 25 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเฝ้าระวังพืชผักผลไม้ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์พบสารเคมีตกค้างหลายชนิด เช่นที่จังหวัดพิษณุโลกพบสารพาราควอตตกค้างในกะหล่ำปลี 0.21 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม สูงเกินค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ไม่เกิน 0.01 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ถึง 20 เท่า ซึ่งจะมีผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนทั้งระยะสั้นและระยะยาว รวมทั้งมีผลต่อทารกในครรภ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวงสาธารณสุข ได้เพิ่มมาตรการดูแลสุขภาพประชาชน โดยให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ พัฒนาศักยภาพ อสม. 80,000 คน ให้เป็น อสม.วิทยาศาสตร์การแพทย์ สุ่มตรวจพืชผักผลไม้ แหล่งน้ำธรรมชาติ ตรวจหาสารพาราควอตด้วยชุดทดสอบเบื้องต้น และเพิ่มศักยภาพโรงพยาบาลในการดูแลรักษาผู้ป่วยจากสารพิษ โดยประสานกับศูนย์พิษวิทยาโรงพยาบาลรามาธิบดี และสถาบันการศึกษาที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เข้มข้นความปลอดภัยของผัก ผลไม้ อาหารในประเทศ และที่นำเข้าจากต่างประเทศที่ด่านตรวจผ่านแดน 52 ด่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จุดยืนของกระทรวงสาธารณสุขไม่เคยเปลี่ยนแปลง ต่อการแบน 3 สาร ต่อจากนี้ไปจะเน้นการดูแลสุขภาพประชาชนให้เข้มข้นยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันผลกระทบที่จะเกิดกับเยาวชนรุ่นหลัง ทั้งจากพัฒนาการล่าช้า และโรคต่าง ๆ เช่น โรคสมองเสื่อม มะเร็ง&amp;rdquo; นายแพทย์สุขุมกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการประชุมคณะกรรมการเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุขได้ยืนยันต่อที่ประชุมหลายครั้งว่า ยังคงยืนตามมติเดิมแบน 3สาร &amp;nbsp;และขอให้คำนึงถึงผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนตามข้อมูลที่มีจำนวนมากและชัดเจน ที่เคยได้นำเสนอไปก่อนหน้านี้แล้ว พร้อมขอให้คงมติคณะกรรมการในการแบนสารเคมีอันตราย 3 สารเหมือนเดิม. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51332</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 สารพิษเกษตร, กระทรวงสาธารณสุข, สุขุม  กาญจนพิมาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191128/image_big_5ddf7c75ee1ea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51331</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/11/2019 14:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/11/2019 14:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ. ยืนยันไม่เปลี่ยนแปลงจุดยืน&#039;แบน 3 สารเคมี&#039;ย้ำพบแนวโน้มผู้ป่วยสูงขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
28 พ.ย.692- ที่กระทรวงนายแพทย์สุขุม &amp;nbsp;กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และนายแพทย์ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ร่วมกันแถลงจุดยืนกระทรวงสาธารณสุขต่อการแบน 3 สารเคมีทางการเกษตร ว่า คณะกรรมการฯ ที่เป็นผู้แทนจากกระทรวงสาธารณสุข ได้ยืนยันในที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายวานนี้ (27 พฤศจิกายน 2562) ยืนยันตามมติเดิมในการประชุมเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2562 ที่ให้แบนสารเคมีอันตราย 3 สาร มีการรับรองมติการประชุมไปแล้ว และได้ให้ข้อมูลถึงผลกระทบต่อสุขภาพทั้งเกษตรกรและประชาชน รวมทั้งจากการประชุมทางไกลกับผู้อำนวยการโรงพยาบาล และนายแพทย์สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ ทุกคนมีความห่วงใยที่พบผู้ป่วยจากสารเคมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในจังหวัดที่มีการปลูกพืชเศรษฐกิจ 4 ชนิด เช่นที่โรงพยาบาลน่านจากเดิมพบผู้ป่วยปีละ 40 คนเพิ่มเป็นเดือนละ 25 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเฝ้าระวังพืชผักผลไม้ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์พบสารเคมีตกค้างหลายชนิด เช่นที่จังหวัดพิษณุโลกพบสารพาราควอตตกค้างในกะหล่ำปลี 0.21 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม สูงเกินค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ไม่เกิน 0.01 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ถึง 20 เท่า ซึ่งจะมีผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนทั้งระยะสั้นและระยะยาว รวมทั้งมีผลต่อทารกในครรภ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวงสาธารณสุข ได้เพิ่มมาตรการดูแลสุขภาพประชาชน โดยให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ พัฒนาศักยภาพ อสม. 80,000 คน ให้เป็น อสม.วิทยาศาสตร์การแพทย์ สุ่มตรวจพืชผักผลไม้ แหล่งน้ำธรรมชาติ ตรวจหาสารพาราควอตด้วยชุดทดสอบเบื้องต้น และเพิ่มศักยภาพโรงพยาบาลในการดูแลรักษาผู้ป่วยจากสารพิษ โดยประสานกับศูนย์พิษวิทยาโรงพยาบาลรามาธิบดี และสถาบันการศึกษาที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เข้มข้นความปลอดภัยของผัก ผลไม้ อาหารในประเทศ และที่นำเข้าจากต่างประเทศที่ด่านตรวจผ่านแดน 52 ด่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จุดยืนของกระทรวงสาธารณสุขไม่เคยเปลี่ยนแปลง ต่อการแบน 3 สาร ต่อจากนี้ไปจะเน้นการดูแลสุขภาพประชาชนให้เข้มข้นยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันผลกระทบที่จะเกิดกับเยาวชนรุ่นหลัง ทั้งจากพัฒนาการล่าช้า และโรคต่าง ๆ เช่น โรคสมองเสื่อม มะเร็ง&amp;rdquo; นายแพทย์สุขุมกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการประชุมคณะกรรมการเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุขได้ยืนยันต่อที่ประชุมหลายครั้งว่า ยังคงยืนตามมติเดิมแบน 3สาร &amp;nbsp;และขอให้คำนึงถึงผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนตามข้อมูลที่มีจำนวนมากและชัดเจน ที่เคยได้นำเสนอไปก่อนหน้านี้แล้ว พร้อมขอให้คงมติคณะกรรมการในการแบนสารเคมีอันตราย 3 สารเหมือนเดิม. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51331</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 สารพิษเกษตร, กระทรวงสาธารณสุข, สุขุม  กาญจนพิมาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191128/image_big_5ddf7c75ee1ea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
