<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>64472</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2020 08:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2020 08:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดศึกรอบใหม่!&#039;มนัญญา&#039;ขยับ หลังสภาหอการค้าอ้างพิษโควิด ชง&#039;สุริยะ&#039;เลื่อนแบน 3 สารพิษ ไปปลายปี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 เม.ย.63- เครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (Thai-PAN) โพสต์ข้อความ และอ้างถึงจดหมายของนายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทย ทำหนังสือถึง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ขอขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศ ในการกำหนดให้พาราควอต และคลอร์ไพริฟอส เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 จากที่กำหนดให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.63 โดยขอขยายเวลาบังคับใช้ออกไปถึงวันที่ 31 ธ.ค.63 หรือจนกว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 จะสิ้นสุดลง โดยอ้างว่าจะกระทบเรื่องผลผลิตด้านอาหารของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้เครือข่ายเตือนภัยสารเคมี ออกมาเคลื่อนไหว และติดตามวาระการประชุมของคณะกรรมการวัตถุอันตราย นำโดยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ในฐานะประธาน ว่าจะมีบทบาทอย่างไร ในวันที่ 30 เมษายน นี้ &amp;nbsp;โดยมีวาระแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น ยังคงมีความเป็นไปได้ว่าคณะกรรมการวัตถุอันตรายอาจพิจารณากดดันให้กรมวิชาการเกษตร ที่มีนางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้กำกับดูแล ผลักดันให้มีการตั้งอนุกรรมการ เพื่อเปิดทางอนุญาตให้มีการนำเข้าสารพิษทั้ง 3 ชนิดได้แก่ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต เข้ามาในประเทศอีกครั้ง หลังจากนางสาวมนัญญา ได้มีคำสั่งยกเลิกการนำเข้ามาตั้งแต่กลางปี 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นที่น่าจับตาการประชุมในครั้งนี้เป็นอย่างมากว่าผลออกมาจะเป็นไปไหนทิศทางใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในวันที่ 28 เมษายน 2563 นางสาวมนัญญา จะมีการประชุมหารือในเรื่องดังกล่าว เวลา14.00 น. ณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64472</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 สารเคมีอันตราย, ขยายเวลา, น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์, เครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200428/image_big_5ea7826660c0a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51646</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/12/2019 07:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/12/2019 07:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เป็นเรื่อง&#039;ปริญญา&#039;ฟันธง!มติคณะกรรมการวัตถุอันตรายเลื่อนแบนสามสารพิษไม่ชอบด้วยกฎหมาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ธ.ค.62- ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล &amp;nbsp;อาจารย์ประจำภาควิชากฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ และ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและความยั่งยืน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ &amp;nbsp;โพสต์ข้อความทางเฟสบุ๊ก &amp;nbsp; Prinya Thaewanarumitkul &amp;nbsp;ตั้งคำถามว่า มติของคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่เลื่อนการแบนสามสารพิษชอบด้วยกฎหมายหรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่คุณสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และประธานคณะกรรมการวัตถุอันตราย ได้แถลงว่า คณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติเป็นเอกฉันท์เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 ให้เลื่อนการแบนสามสารพิษทางการเกษตรออกไป 6 เดือน แต่รองศาสตราจารย์เภสัชกร จิราภรณ์ ลิ้มปานานนท์ ได้ออกมาแย้งว่า ในการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายครั้งนี้ #ไม่มีการลงมติอย่างชัดเจนว่ากรรมการแต่ละท่านเห็นด้วยหรือไม่ในแต่ละประเด็น แต่เป็นภาวะจำยอม (อ่านรายละเอียดที่อาจารย์จิราภรณ์เขียนได้ในภาพประกอบ 2)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำถามคือเมื่อไม่มีการให้กรรมการลงมติ จะถือว่าเป็นมติของคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่ชอบด้วยกฎหมายได้หรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในฐานะที่เป็นอาจารย์ที่สอนวิชากฎหมายมหาชนเบื้องต้น ที่สอนเรื่อง #การลงมติ มาทุกเทอม ผมจึงขอเอากรณีนี้มาให้สาธารณชนได้พิจารณา และเป็นกรณีศึกษาให้นักศึกษากฎหมายมหาชนได้เรียนรู้กัน ทั้งนี้จะไม่กล่าวถึงว่าควรเลื่อนการแบนสามสารพิษหรือไม่ โดยจะวินิจฉัยในทางกฎหมายเท่านั้น ดังต่อไปนี้ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#ข้อกฎหมาย : ในเรื่องนี้ เราต้องเริ่มด้วยการพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้องคือ #พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535 ซึ่งมาตรา 12 วรรคสอง (ภาพประกอบ 4) บัญญัติไว้ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด ..&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นั้นหมายความว่า จะเรียกว่าเป็นการลงมติได้ จะต้อง #ให้กรรมการแต่ละคนได้ออกเสียงในแต่ละประเด็น โดยให้กรรมการคนหนึ่งมีหนึ่งเสียง ทั้งนี้ มติที่ใช้คือเสียงข้างมาก ซึ่งหมายถึงเสียงข้างมากของผู้เข้าประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเมื่อต้องมีการออกเสียง ก็ต้องมีการ #ตรวจสอบองค์ประชุม ก่อนด้วย ซึ่ง พรบ.วัตถุอันตราย มาตรา 12 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การประชุมของคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#ข้อเท็จจริง : ตามข้อเท็จจริงจากอาจารย์จิราภรณ์ (ภาพประกอบ 2) การประชุมครั้งนี้ไม่ได้มีการให้กรรมการแต่ละคนได้ลงมติหนึ่งคนหนึ่งเสียงแต่ประการใด ซึ่งสอดคล้องกับที่คุณสุริยะได้ให้สัมภาษณ์ไว้ คือตนเอง #สันนิษฐานเอา (ภาพประกอบ 1) ทั้งไม่ปรากฏว่ามีการตรวจสอบองค์ประชุมว่ามีสมาชิกมาประชุมอย่างน้อยกึ่งหนึ่งแล้วหรือไม่ มตินี้จึงมิใช่มติที่ดำเนินการถูกต้องตาม พรบ.วัตถุอันตราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#บรรทัดฐานของศาล : แม้จะมีหลักฐานการเซ็นชื่อเข้าประชุมว่ามีกรรมการมาประชุมตอนเริ่มประชุมครบองค์ประชุม แต่เรื่องนี้ทั้งศาลรัฐธรรมนูญ (คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 3/2551) และศาลฎีกา (คำพิพากษาศาลฎีกา ที่ 3623/2527) ได้เคยวินิจฉัยเป็นบรรทัดฐานไว้แล้วว่า #องค์ประชุมต้องครบตลอดเวลาไปถึงตอนลงมติ จึงต้องนับองค์ประชุมตอนลงมติว่าครบหรือไม่ โดยนับจากคะแนนเสียงทั้งหมดที่ออก แต่เมื่อไม่มีการให้กรรมการลงมติจึงไม่อาจทราบได้เลยว่าองค์ประชุมตอนลงมติครบองค์ประชุมหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#สรุป : ดังนั้น เมื่อไม่มีการนับองค์ประชุมตอนลงมติ และ ไม่มีการให้กรรมการแต่ละคนออกเสียงในเรื่องที่ขอมติ จึงสรุปได้ว่า มติของคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่เลื่อนการแบนสามสารพิษ #จึงไม่ใช่มติที่ชอบด้วยกฎหมาย หรือพูดอีกอย่างได้ว่า #เท่ากับยังไม่มีมติใหม่ ครับ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51646</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 สารเคมีอันตราย, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, ปริญญา เทวานฤมิตรกุล, มติคณะกรรมการวัตถุอันตราย, รมว.อุตสาหกรรม, โมฆะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191203/image_big_5de5ab3e1e7bf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51126</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/11/2019 10:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/11/2019 10:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เสี่ยหนู&#039;ถือบัญชานายกฯอย่างเคร่งครัด ไม่ถอยให้สารเคมี 3 ชนิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
26 พ.ย.62- เพจนายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข โพสต์ข้อความกรณียกเลิกสารเคมี 3 ชนิดว่า เพื่อสุขภาพประชาชน คือ จุดยืนมั่นคงของกระทรวงสาธารณสุข
.............
หนังสือราชการที่นำมาแสดง 2 ฉบับนี้ มีข้อความที่เป็นบัญชาของนายกรัฐมนตรี เรื่องการแก้ไขปัญหาการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชมีความเสี่ยงสูง ว่า...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;....เป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจในเรื่องสุขภาพ ให้พิจารณาดำเนินการหารือทั้ง 4 ส่วน ในการแสดงความคิดเห็นเพื่อสร้างความเข้าใจด้วย (ปัญหา วิธีการ และผลกระทบ) 1.รัฐ 2.ผู้นำเข้า 3.เกษตรกร 4.ผู้บริโภค จะได้เข้าใจกัน หาวิธีๆได้ ซึ่งไม่ใช่รัฐบาลเอื้อประโยชน์ผู้นำเข้าสาร 3 ประเภท.....&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บัญชาของนายกรัฐมนตรี ที่ส่งถึงประธานคณะกรรมการวัตถุอันตราย เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2562 มี 2 ประเด็น สำคัญ คือ
1. สุขภาพ และ 2.รัฐบาลไม่เอื้อประโยชน์ผู้นำเข้าสาร 3 ประเภท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวงสาธารณสุข ยังคงมีจุดยืนอย่างมั่นคง และดำเนินการตามบัญชานายกรัฐมนตรี อย่างเคร่งครัด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51126</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 สารเคมีอันตราย, นายอนุทิน ชาญวีรกูล, บัญชานายกฯ, รมว.สาธารณสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191126/image_big_5ddc94420caee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48560</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/10/2019 22:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมอหนูนำทีมสธ. ประท้วงสารเคมี บี้กก.วัตถุอันตราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;อนุทิน&amp;quot; ควง &amp;quot;มนัญญา&amp;quot; นำทีม สธ.ประท้วงใช้ 3 สารเคมีอันตราย บี้ คกก.วัตถุอันตรายโหวตยกเลิก ลั่นถ้าพลิกล็อกคนที่เหนือกว่า รมต.ต้องจัดการ &amp;quot;สุริยะ&amp;quot; ยัน 3 เสียงกระทรวงอุตฯ แบนแน่นอน เครือข่ายไทย-แพนรวม 686 องค์กรขู่ไม่ปกป้องสุขภาพ ปชช. ปลุกบอยคอตผู้ประกอบการและพรรคที่หนุนสารพิษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พร้อมด้วย น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัด สธ., อธิบดีทุกกรม และผู้บริหาร สธ.ต่างสวมเสื้อสีขาวเพื่อแสดงจุดยืนยกเลิกการใช้ 3 สารเคมีอันตรายทางการเกษตร คือ พาราควอต, คลอร์ไพริฟอส &amp;nbsp;และไกลโฟเซต ในงาน Kick Off การยกเลิกการใช้ 3 สารเคมีทางการเกษตร &amp;quot;หยุดใช้ หยุดขาย หยุดตาย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินกล่าวว่า วันนี้เราพร้อมใจกันมาประท้วงการใช้สารเคมีและสนับสนุนให้มีการยกเลิก ซึ่งไม่ใช่แค่ 3 สารเคมี ไม่ว่าจะกี่พันหมื่นสารเคมีหากอันตรายต้องแบน โดยพร้อมใจกันใส่เสื้อขาวมาด้วยความเต็มใจ และมาให้กำลังใจคณะกรรมการวัตถุอันตรายในสัดส่วนของ สธ.ทั้ง 3 คน คือ นพ.สมศักดิ์ &amp;nbsp;อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์, นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ที่จะไปร่วมการประชุมด้วยตนเอง และจะเข้าไปโหวตแบบเปิดเผยให้มีการแบนสารเคมีทั้ง 3 ชนิด รวมทั้งเป็นการมาให้กำลังใจ น.ส.มนัญญา ทั้งนี้คนที่คิดเอาสารเคมีมาขาย กำไรที่หามาน่าจะพอยังชีพแล้ว ขอให้หยุด สมองขนาดนี้ไปทำอะไรดีๆ บ้าง น่าจะทำมาหากินอย่างอื่น ถ้าไม่หยุดตอนนี้เวรกรรมตามทันแน่นอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การโหวตแบนสารเคมี 3 เสียงจาก สธ. 2 เสียงจากกระทรวงเกษตรฯ และ 2 เสียงจากกระทรวงคมนาคม รู้อยู่แล้วว่าจะแบนเพื่อประชาชน จึงอยากขอให้ข้าราชการกระทรวงอื่นสนับสนุนเรื่องการแบนด้วย ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีเองก็สนับสนุนการแบน แต่ท่านเป็นผู้หลักผู้ใหญ่จึงไม่ได้พูดตรงๆ จึงพูดแค่ว่าต้องลดละเลิกการใช้ อย่างไรก็ตามหากผลการประชุมเกิดออกมาพลิกล็อก ก็ไม่ใช่ความผิดของผู้ไปโหวตแบน แต่ต้องเป็นหน้าที่ของคนที่เหนือกว่ารัฐมนตรีทุกคนที่จะต้องมาแก้ไขปัญหานี้&amp;quot; นายอนุทิน ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเรื่องการนำเงินส่วนอื่นมาชดเชยทดแทนให้แก่เกษตรกรที่เลิกใช้สารเคมีนั้น เป็นไอเดียรัฐบาลสามารถพิจารณางบจากส่วนอื่นมาชดเชยได้ เช่นได้หารือกับเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ก็มีแนวคิดจะนำเงินที่ไม่ต้องใช้รักษาจากกลุ่มคนป่วยนี้ก็เป็นไปได้ แต่ขึ้นกับคณะรัฐมนตรีพิจารณาด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.มนัญญากล่าวว่า ตอนแรกที่เดินหน้าเรื่องแบนสารเคมีพอมีคนเห็นด้วยก็สบายใจ แต่พอเริ่มดำเนินการไปมีคนเสียผลประโยชน์เกิดอาการขัดแย้งขึ้น รู้สึกว่าตัวเองกำลังสร้างสองฝ่ายขึ้นในประเทศไทย ทำให้คนทะเลาะกันหรือไม่ แต่เมื่อมองย้อนกลับไปสมัยเป็นนายกเทศมนตรี แล้วเห็นคนเจ็บตายจากสารเคมีก็ต้องเดินหน้าต่อ อย่างไรก็ตามมีการพูดกันถึงเรื่องสารทดแทนนั้น หากตอนนี้เราจะปลูกพืชแบบปุ๋ยอินทรีย์ เราต้องระเบิดดินไปฟุตกว่าก่อนนำเมล็ดไปฝังถึงจะได้พืชที่บริสุทธิ์ หากเราไม่เลิกวันนี้ต่อไปเราไม่ต้องขุดถึงดินดานเลยหรือ ถึงจะเลิกสารเคมีที่ไม่สามารถกำจัดออกไปจากพื้นดินได้แล้ว ทั้งนี้อยากเจอเกษตรกรที่เดือดร้อนจากการยกเลิกสารเคมี เพราะไม่เคยเจอเลย มีแต่มาสนับสนุน &amp;nbsp;แม้แต่ชาวไร่อ้อยบอกว่าพร้อมเลิกใช้หากให้หยุดใช้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าจะมีการชวนเกษตรกรไปร่วมกดดันคณะกรรมการหรือไม่ น.ส.มนัญญากล่าวว่าจะมีม็อบไปกดดันหรือไม่ ไม่สามารถระบุได้ เนื่องจากเราไม่เคยเชิญชวนใครอยู่แล้ว ทุกอย่างเป็นอิสระ ใครมีความคิดเห็นอย่างไรก็แล้วแต่ ไม่ได้มีการล็อบบี้หรือว่าเอาใครมา
3 เสียง &amp;#39;ก.อุตฯ&amp;#39; โหวตแบนแน่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย วันที่ 22 ต.ค.ที่มีนายภานุวัฒน์ ตริยางกูรศรี รักษาการรองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นประธาน ซึ่งมีตัวแทน 3 คนของกระทรวง คือ นายภานุวัฒน์, นายประกอบ วิวิธจินดา &amp;nbsp;รักษาการอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม และนายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม จะมีการเสนอให้มีการแบนแน่นอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคเพื่อไทย นายปลอดประสพ สุรัสวดี ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการควบคุมการใช้สารเคมีในภาคเกษตรกรรม สภาผู้แทนราษฎร แถลงจุดยืนของพรรคเพื่อไทย 9 ข้อต่อกรณีการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายในวันที่ 22 ต.ค.นี้ เพื่อพิจารณายกเลิกการใช้สารเคมีในการเกษตรทั้ง 3 ชนิด อาทิ ต้องระงับการมีไว้ในครอบครองและระงับการใช้สารเคมีทั้งสามนี้ทันที เป็นหน้าที่ของรัฐบาลในการหาทางออกในเรื่องการทดแทนและเยียวยาผู้ที่เกี่ยวข้องโดยเร็วที่สุด ควรใช้งบประมาณในส่วนของความมั่นคงมาบรรเทาผลกระทบที่จะมีต่อเกษตรกรและผู้ประกอบการ เพราะการเกษตรเป็นความมั่นคงของชาติทั้งในทางอาหารและสิ่งแวดล้อม พรรคขอให้กำลังใจคณะกรรมการวัตถุอันตรายตัดสินใจครั้งประวัติศาสตร์ โดยต้องมองความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธาน กมธ.กล่าวว่า คณะกรรมาธิการขอยืนยันว่าไม่สนับสนุนการหาสารเคมีอื่นมาทดแทน กล่าวคือไม่เตะหมูเข้าปากสัตว์เลี้ยง ไม่เอื้อกลุ่มทุนด้านสารเคมีการเกษตร โดยจะสนับสนุนการเกษตรแบบอินทรีย์เป็นวาระแห่งชาติ ทั้งนี้หากคณะกรรมการวัตถุอันตรายไม่แบน 3 สารเคมี นายกฯ ต้องรับผิดชอบในฐานะผู้รับผิดชอบนโยบายสูงสุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เปิดเผยว่า คณะกรรมการและสมาพันธ์องค์กรผู้บริโภคได้มีมติร่วมกันสนับสนุนให้คณะกรรมการวัตถุอันตรายลงมติยกเลิกการใช้ 3 สารเคมีนี้อย่างเด็ดขาด หากรัฐบาลมีความชัดเจนและมีความจริงใจ เชื่อว่าวันที่ 22 ต.ค.นี้จะสามารถแบนสารพิษ &amp;nbsp;3 ตัวนี้ได้แน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เครือข่ายสนับสนุนการแบนสารพิษที่มีอันตรายร้ายแรง (Thai-pan) ซึ่งเป็นเครือข่ายที่เกิดจากการรวมตัวกันของภาคประชาชนจำนวน 686 องค์กร ออกแถลงการณ์เรียกร้องต่อนายกรัฐมนตรีและประธานคณะกรรมการวัตถุอันตรายให้ดำเนินการดังนี้ 1.ให้คณะกรรมการวัตถุอันตรายแสดงการมีส่วนได้เสียตามมาตรา 12 วรรค 2 ของ พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ.2535 2.ให้คณะกรรมการพิจารณาปรับพาราควอต, ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอสจากวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ตามข้อเสนอของคณะทำงานเพื่อพิจารณาความคิดเห็นของส่วนรัฐ ผู้นำเข้า เกษตรกร และผู้บริโภคต่อการยกเลิกคลอร์ไพริฟอส, พาราควอต และไกลโฟเซต กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหลายหน่วยงานข้างต้น&amp;nbsp;
ไทย-แพนขู่บอยคอตบีบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.ให้คณะกรรมการลงมติแบบเปิดเผย พร้อมข้อวินิจฉัยส่วนบุคคล และเผยแพร่ต่อประชาชนและสื่อมวลชนทราบ 4.ให้รัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินการจัดทำมาตรการสนับสนุนให้เกษตรกร 455,786 ราย ที่แจ้งความจำนงและสอบผ่านเกณฑ์การใช้สารพิษ 3 ชนิด ให้สามารถปรับเปลี่ยนไปสู่การปลูกพืชที่ไม่ต้องพึ่งพาสารพิษร้ายแรง โดยใช้วิธีกล เครื่องจักรกลการเกษตร การปลูกพืชคลุมดิน การปลูกพืชแบบผสมผสาน วิธีชีวภาพอื่นๆ หรือในกรณีจำเป็นก็อาจใช้สารทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า 5.ในระยะยาว ให้รัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีมาตรการสนับสนุนเกษตรกรให้ปรับเปลี่ยนจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยว ต้นทุนสูง แต่เกษตรกรขายได้ในราคาต่ำ ไปสู่เกษตรกรรมยั่งยืนรูปแบบต่างๆ 6.ให้รัฐบาลจัดเก็บภาษีสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตามระดับความเป็นอันตราย เพื่อสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงจากผลกระทบภายนอกที่มีมูลค่าประมาณ 20,0000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งต้องสูญเสียไปกับการรักษาสุขภาพและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม เยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืช
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ หากผลการพิจารณาตัดสินใจของคณะกรรมการวัตถุอันตรายเป็นไปอย่างล่าช้า หรือมีการตัดสินใจที่ไม่ยึดหลักการปกป้องสุขภาพของประชาชน เครือข่ายจะยกระดับการเคลื่อนไหวร่วมกับประชาชนในทุกภาคส่วน โดยใช้เครื่องมือตามกฎหมาย การรณรงค์ไม่ซื้อสินค้าหรือบริการจากผู้ประกอบการ การไม่สนับสนุนพรรคการเมืองที่สนับสนุนการใช้สารพิษร้ายแรง ตลอดจนการเคลื่อนไหวอื่นๆ ที่เหมาะสมจนกว่าจะบรรลุเป้าหมายข้างต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เครือข่ายสนับสนุนการแบนสารพิษที่มีอันตรายร้ายแรงจังหวัดมหาสารคาม ประกาศร่วมสนับสนุนการแบนสารเคมีอันตรายทางการเกษตร 3 ชนิด และเรียกร้องให้คณะกรรมการวัตถุอันตรายลงมติโดยเปิดเผย รวมทั้งให้รัฐมีมาตรการเยียวยาเกษตรกร พร้อมยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี, รมว.เกษตรและสหกรณ์, รมว.สาธารณสุข, รมว.อุตสาหกรรม และคณะกรรมการวัตถุอันตราย ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เครือข่ายเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วมจังหวัดสตูล ร่วมกันประกาศเจตนารมณ์ให้พื้นที่การเกษตรจังหวัดเป็นพื้นที่ของเกษตรอินทรีย์ที่ปลอดภัย และต้องปลอดสารเคมีพิษทางการเกษตรทั่วทั้งจังหวัด &amp;nbsp;พร้อมกับขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลให้ยกเลิกการใช้สารเคมีพิษทั้ง 3 ชนิดนี้อย่างไม่มีเงื่อนไข โดยต้องคำนึงถึงคุณภาพชีวิตของประชาชนทั้งประเทศเป็นที่ตั้ง มากกว่าการคำนึงถึงผลประโยชน์ของคนเฉพาะกลุ่มเท่านั้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48560</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 สารพิษเกษตร, 3 สารเคมีอันตราย, คกก.วัตถุอันตราย, ยกเลิกใช้ 3 สารเคมีอันตราย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แบน 3 สารพิษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191021/image_big_5dadb5429295c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
