<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113388</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สกัดขนไอซ์ส่งออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจร่วมกับทหารและเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ศปก.ตร.สน.สนธิกำลังขยายผลร่วมกันจับกุม 5 ผู้ต้องหาขนไอซ์หนักกว่า &amp;nbsp;1,000 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 300 ล้านบาท พร้อมของกลางหลายรายการ ในชายแดนภาคใต้ก่อนจะส่งออกไปประเทศเพื่อนบ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 15 ส.ค.64 ที่ลานด้านหน้าศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า (ศปก.ตร.สน.) อ.เมืองยะลา จ.ยะลา พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4, พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9, พล.ต.ท.ดํารัส วิริยะกุล ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ตร.รรท.รอง ผบช.ภ.9 นายวรเชษฐ พรมโอภาษ รอง ผวจ.ยะลา, นายพงศธร ธรรมชาติ &amp;nbsp;ผอ.ป.ป.ส.ภาค 9 และเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคง ศปก.ตร.สน. ได้ร่วมแถลงข่าวการจับกุมยาเสพติดประเภทไอซ์ น้ำหนักประมาณ &amp;nbsp;1,000 กิโลกรัม พร้อมผู้ต้องหา 5 ราย มูลค่ากว่า 300 ล้านบาท &amp;nbsp;และของกลางหลายรายการ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายรัฐบาลที่ให้เร่งรัดการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง โดยให้ถือเป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นแหล่งแพร่ระบาด เป็นจุดพักยา และเป็นเส้นทางลําเลียงไปสู่ประเทศเพื่อนบ้าน ดังนั้น สํานักงานตํารวจแห่งชาติและ กอ.รมน.ภาค &amp;nbsp;4 พร้อมด้วยหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ จึงได้ระดมสรรพกําลังเพื่อขับเคลื่อนนโยบายในการแก้ปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง และได้ร่วมกันจับกุม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.นายอับดุล รอมัน หรือมัง เจ๊ะและ อายุ 40 ปี ที่อยู่ 139/5 ม.5 ต.ปาเสมัส อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส 2.นายยาฮารี หรือยี เจ๊ะฮะ อายุ 33 ปี ที่อยู่ 11/1 ม.1 ต.เอราวัณ อ.แว้ง จ.นราธิวาส 3. นายซุลกิฟลี เจ๊ะเงาะ อายุ 34 ปี ที่อยู่ 245/4 ม.2 ต.เจ๊ะเห อ.ตากใบ จ.นราธิวาส 4.นายกูอาฟิส ต่วนสะมะแอ อายุ 25 ปี ที่อยู่ &amp;nbsp;345/1 ม.1 ต.เจ๊ะเห อ.ตากใบ จ.นราธิวาส 5.นายอาดินนันท์ เจ๊ะมิ อายุ 25 ปี ที่อยู่ 35 ม.3 ต.เกาะสะท้อน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส พร้อมด้วยของกลาไอซ์น้ำหนักประมาณ 1,000 กิโลกรัม รถยนต์บรรทุกสิบล้อ อีซูซุ ทะเบียน 71-1374 เพชรบุรี จํานวน 1 คัน รถยนต์กระบะ อีซูซุ ทะเบียน 3 ฒฌ 8363 กรุงเทพมหานคร จํานวน &amp;nbsp;1 คัน รถยนต์กระบะ นิสสัน ทะเบียน บท 8562 ปัตตานี จํานวน 1 &amp;nbsp;คัน โทรศัพท์มือถือ 7 เครื่อง โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่าร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจําหน่ายโดยผิดกฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุเกิดที่ริมถนนสายเอเชีย (บริเวณหน้าบริษัท อนันต์มอเตอร์เซลส์) ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม &amp;nbsp;2564 เวลาประมาณ 02.30 น. (จุดเกิดเหตุที่ 1) และบริเวณภายในปั๊มน้ำมัน ปตท. ริมถนนสายเอเชีย ม.2 ต.นาหม่อม อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2564 เวลาประมาณ &amp;nbsp;02.40 น. (จุดเกิดเหตุที่ 2) และบริเวณข้างประตูน้ำริมถนนเลียบคลองมูโนะ ม.5 ต.พร่อน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 13 &amp;nbsp;สิงหาคม 2564 เวลาประมาณ 21.51 น. (จุดเกิดเหตุที่ 3) ต่อเนื่องกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พฤติการณ์ในการจับกุม สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 25 กันยายน &amp;nbsp;2563 เจ้าหน้าที่ตํารวจ กก.สส.2 บก.สส.จชต.ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทําการสืบสวน ติดตามจับกุมเครือข่ายนักค้ายาเสพติดรายสําคัญในพื้นที่ภาคกลาง ซึ่งมีพฤติการณ์ร่วมกับเครือข่ายในพื้นที่ 3 &amp;nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้ ลักลอบลําเลียงยาเสพติดชนิดยาบ้าและไอซ์ จากพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลาง เพื่อส่งจําหน่ายให้เครือข่ายในพื้นที่ 3 &amp;nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้ และส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ได้พร้อมของกลางยาเสพติดชนิดยาบ้า จํานวน 2,018,000 เม็ด เหตุเกิดที่ด่านตรวจเกาะหม้อแกง ต.ท่ากำชำ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้นได้ร่วมกันทําการสืบสวนขยายผลเพื่อทําลายเครือข่ายนักค้ายาเสพติดเครือข่ายดังกล่าว และสามารถจับกุมบุคคลในเครือข่ายมาอย่างต่อเนื่อง ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ร่วมกันสืบสวนทราบว่า มีนักค้ายาเสพติดเครือข่ายดังกล่าวซึ่งเป็นคนพื้นที่ จ.นราธิวาส ร่วมกันลักลอบลําเลียงยาเสพติดชนิดไอซ์จากพื้นที่ภาคกลาง เพื่อส่งให้เครือข่ายในพื้นที่ จ.นราธิวาสและประเทศเพื่อนบ้าน จึงได้ร่วมประชุมวางแผนติดตามจับกุมกระทั่งสามารถจับกุมเครือข่ายนี้ได้ ในการนี้ได้ตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทําผิด เพื่อดําเนินการตาม พ.ร.บ. มาตรการในการปราบปรามผู้กระทําผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 &amp;nbsp;คิดเป็นมูลค่าจํานวน 11 รายการ ประมาณ 8,000,000 บาท และจะได้สืบสวนขยายผลติดตามยึดทรัพย์ของผู้ต้องหา และรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดําเนินการตามกฎหมายกับเครือข่ายที่ร่วมกระทําผิดและยังไม่ถูกจับกุมต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113388</URL_LINK>
                <HASHTAG>1000 กิโลกรัม, 300 ล้านบาท, จับกุม 5 ผู้ต้องหา, ตำรวจร่วมกับทหาร, สกัดขนไอซ์ส่งออก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, ไอซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210815/image_big_6118ff08a4ba4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37129</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2019 14:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2019 14:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผาอาหารเสริม ยาลดอ้วน เพิ่มพลังเซ็กซ์ มูลค่า 300 ล้าน มีผู้ต้องหา600 คน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ค.62- นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ร่วมกับ พลตำรวจเอก &amp;nbsp;วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมกันเป็นประธานในพิธีเผาทำลายผลิตภัณฑ์สุขภาพ &amp;nbsp;ของกลางที่มิใช่ยาเสพติดให้โทษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการที่กระทรวงสาธารณสุข โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ร่วมกับ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ปฏิบัติการเขิงรุก &amp;nbsp;ในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพอย่างจริงจัง เพื่อมิให้มีผลิตภัณฑ์สุขภาพใด &amp;nbsp;ที่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภควางจำหน่ายในท้องตลาด โดยหลังจากการสืบสวนสอบสวน ทำให้จับกุมผู้กระทำความผิด ทั้งที่เป็นผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้จำหน่าย ผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมาย ทั้ง ยา อาหาร เครื่องสำอาง ที่มีคดีสิ้นสุดแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยยึดเป็นของกลางตั้งแต่ปี 2554 - 2561 รวมกว่า 500 คดี ผู้ต้องหากว่า 600 คน ดังนั้น เพื่อขจัดผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมายที่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภคให้หมดไป และไม่มีผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผิดกฎหมายกลับสู่วงจรการค้า &amp;nbsp;ที่ก่อปัญหาต่อสังคมได้อีกต่อไป จึงได้จัดให้มีพิธีการเผาทำลายผลิตภัณฑ์สุขภาพของกลางที่มิใช่ยาเสพติดให้โทษ &amp;nbsp; ในวันที่ 29 พฤษภาคม 2562 ตั้งแต่เวลา 10.00 - 12.00 น. ณ ศูนย์บริหารสาธารณูปโภคและสิ่งแวดล้อม &amp;nbsp; นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา รวมมูลค่าของกลางที่นำมาทำลายทั้งสิ้นกว่า 300 ล้านบาท น้ำหนักรวมกว่า 120 ตัน
&amp;nbsp;
ของกลางที่นำมาทำลายในวันนี้ เช่น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Paya Slim โดยนำขายทางออนไลน์ที่เฟซบุ๊ก Paya Thailand โดยมีเลขสารบบอาหาร 2 เลข และเป็นอาหารไม่บริสุทธิ์ การดำเนินการเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ฝ่าฝืนกฎหมายทางเว็บไซต์ต่าง ๆ ที่มีลักษณะเป็นเครือข่ายผ่านระบบ call center &amp;nbsp;เป็นผลิตภัณฑ์ไม่ระบุเลขทะเบียนตำรับยา &amp;nbsp;เลขสารบบอาหาร และเลขที่จดแจ้งเครื่องสำอาง ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผิดกฎหมาย ได้แก่ 1. ผลิตภัณฑ์ INTOXIC (ถ่ายพยาธิ) 2. ผลิตภัณฑ์ HAMMER OF THOR (ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เสริมสมรรถภาพทางเพศ) 3. ผลิตภัณฑ์ Hammer of Thor Gel (เจลที่ใช้สำหรับทาที่บริเวณอวัยวะเพศชาย ทำให้อวัยวะเพศชายเพิ่มขนาด/แข็งตัว) 4.ผลิตภัณฑ์ Titan Gel (เจลที่ใช้สำหรับทาที่บริเวณอวัยวะเพศชาย เพื่อเพิ่มขนาดอวัยวะเพศชาย) และ 5. ผลิตภัณฑ์ Eco Slim (ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อวดอ้างสรรพคุณ &amp;nbsp; ลดน้ำหนัก) ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ไม่มีทั้งเลขทะเบียนยาและเลขสารบบอาหาร และ คดีตรวจตลาดดอนเมือง &amp;nbsp; เช่น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่มีเลขสารบบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครื่องสำอางไม่มีเลขที่ใบรับแจ้ง หรือมีฉลากแต่ไม่ครบถ้วนถูกต้อง &amp;nbsp;เช่น ครีมผิวขาว ลิปสติก อายแชโดว์ สบู่ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารลดอ้วน ผลิตภัณฑ์เสริมสมรรถภาพทางเพศ &amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่น Maxman เป็นต้น ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผิดกฎหมายทั้งสิ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยข้อหาความผิดเป็น &amp;nbsp;ข้อหาผลิต/นำเข้าเพื่อจำหน่าย หรือจำหน่ายอาหารปลอม ผลิต นำเข้าเพื่อจำหน่าย หรือจำหน่ายอาหารไม่บริสุทธิ์ ผลิตเพื่อจำหน่าย นำเข้าเพื่อจำหน่าย หรือจำหน่ายอาหารที่มีการแสดงฉลากไม่ถูกต้อง ผลิต ขาย นำหรือสั่งเข้ามา &amp;nbsp; ในราชอาณาจักรซึ่งยาปลอม ผลิต ขาย นำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักรยาแผนปัจจุบันและยาแผนโบราณ &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยไม่ได้รับอนุญาต &amp;nbsp;ผลิตเพื่อขาย นำเข้าเพื่อขาย หรือขายเครื่องสำอางปลอม และ ผลิตเพื่อขายเครื่องสำอางที่มิได้มีเลขจดแจ้ง เป็นต้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37129</URL_LINK>
                <HASHTAG>120 ตัน, 300 ล้านบาท, ยาปลุกเซ็กส์, อย., อาการเสริม, เผาเครื่องสำอางปลอม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190529/image_big_5cee321256405.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34240</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2019 07:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2019 06:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมชาย&#039;แฉเพราะนักการเมืองชั่วคนเดียวงาบสินบน300ล้าน ประเทศต้องเสียหายตามหลังหมื่นล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 เม.ย.62- นายสมชาย แสวงการ สมาชิกสนช. โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;nbsp;กรรมของประเทศ. แค่นักการเมืองชั่วคนเดียวได้เงินสินบนไป300 ล้าน. แต่ประเทศชาติต้องเสียหายตามหลังเป็นหมื่นล้าน &amp;nbsp;ตายไปแล้ว ตกนรกคนเดียว ไม่พอ สร้างภาระให้คนที่ยังอยู่อีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลปกครองสูงสุด พิพากษาสั่ง รฟท.ต้องปฏิบัติตามคำชี้ขาดอนุญาโตตุลาการ จ่ายคืนเงิน 12,000 ล้านบาทพร้อมดอกเบี้ยให้กับบริษัทโฮปเวลล์วันนี้ (22 เม.ย.) ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษากลับคำพิพากษาศาลปกครองกลางเป็นยกฟ้อง มีผลให้กระทรวงคมนาคม โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) ต้องปฏิบัติตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ เมื่อวันที่ 8 พ.ย.2551 โดย รฟท.ต้องคืนเงินชดเชยให้กับบริษัทโฮปเวลล์จากการบอกเลิกสัญญารวมเป็นเงิน 11,888 ล้านบาท โดยไม่รวมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี พร้อมคืนหนังสือค้ำประกันมูลค่า 500 ล้านบาท ที่ออกโดยธนาคารกรุงเทพ ซึ่งประกอบด้วยเงินที่บริษัทได้ชำระเป็นค่าตอบแทนจากการใช้ประโยชน์จากที่ดินของ รฟท. ถึงก่อนวันบอกเลิกสัญญาเป็นเงิน 2,850 ล้านบาท รวมถึงเงินค่าออกหนังสือค้ำประกัน 38 ล้านบาท และเงินค่าก่อสร้าง 9,000 ล้านบาท โดยดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 180 วันนับคดีถึงที่สุด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34240</URL_LINK>
                <HASHTAG>300 ล้านบาท, ค่าโง่โฮปเวลล์, นักการเมืองชั่ว, สมชาย แสวงการ, สมาชิกสนช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190423/image_big_5cbe52d9a20ad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
