<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>54605</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2020 11:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2020 11:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039;รับลูก&#039;สมชัย&#039;ร้องกกต.สอบ&#039;เงินกู้-เงินยืม&#039;32พรรค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ม.ค. 63 &amp;ndash;&amp;nbsp; ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้ายื่นคำร้องให้ กกต. ตรวจสอบกรณี นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่ามีพรรคการเมืองจำนวน 34 พรรค ที่ปรากฏรายการกู้เงินในเอกสารงบการเงินของพรรคประจำปี 2561 แต่เนื่องจาก พรรคไทยรักษาชาติถูกศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ยุบพรรคไปแล้ว และพรรคอนาคตใหม่ กกต. ได้ส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงยื่นเรื่องให้ กกต. ตรวจสอบพรรคการเมือง 32 พรรคที่เหลือ ได้แก่ พรรคพลังศรัทธา, พรรคพลังชาติไทย, พรรคไทยธรรม, พรรครวมพลังประชาชาติไทย, พรรครวมใจไทย, พรรคประชาธิปไตยใหม่, พรรคเพื่อสหกรณ์ไทย, พรรคพลังไทยรักชาติ, พรรคเมืองไทยของเรา, พรรคเพื่อชีวิตใหม่, พรรคเงินเดือนประชาชน, พรรคไทรักธรรม, พรรคพลังประชาธิปไตย, พรรคครูไทยเพื่อประชาชน, พรรคพลังท้องถิ่นไท, พรรคชาติพัฒนา, พรรคพลังไทยรักษาชาติ,&amp;nbsp; พรรคเพื่อสันติ, พรรคพลังประชาธิปไตย, พรรคพลังชล, พรรคพลังสหกรณ์, พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย, พรรคพลังคนกีฬา, พรรคเพื่อธรรม, พรรคเพื่อไทย, พรรคชาติไทยพัฒนา, พรรคอนาคตไทย, พรรคภูมิใจไทย, พรรคประชากรไทย, พรรคมหาชน และพรรคความหวังใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอให้ กกต. ตรวจสอบว่าทั้ง 32 พรรคการเมืองดังกล่าวเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรา 62 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 หรือไม่ หากเข้าข่ายก็จะต้องมีการเอาผิดตามมาตรา 72 ของ พ.ร.ป.พรรคการเมือง ซึ่ง กกต. เคยวินิจฉัยกรณีเงินกู้ของพรรคอนาคตใหม่ไปแล้ว และส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคตามมาตรา 92 (3) พ.ร.ป.พรรคการเมืองต่อไป แต่กรณีนี้อาจจะยังมีข้อถกเถียงกันอยู่ เพราะถ้อยคำที่พรรคการเมืองใช้มีถ้อยคำที่แตกต่างกัน ทั้ง &amp;ldquo;เงินกู้&amp;rdquo; &amp;ldquo;เงินยืม&amp;rdquo; &amp;ldquo;เงินทดรองจ่าย&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กกต.จะต้องวินิจฉัยคำเหล่านี้เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานเดียวกัน ว่าเงินยืม และเงินทดรองจ่าย ถือเป็นเงินตามมาตรา 62 ของ พ.ร.ป.พรรคการเมืองหรือไม่ หรือเป็นเงินที่ไม่เป็นไปตามมาตรา 62 ในลักษณะเดียวกันกับเงินกู้ ซึ่งหาก กกต.วินิจฉัยว่าเงินยืม และเงินทดรองจ่ายไม่ใช่เงินกู้ ก็ต้องว่ากันไปอีกเรื่อง อย่างไรก็ตาม กกต.จะต้องตรวจสอบและทำเรื่องนี้ให้ปรากฏเพราะเอกสารและข้อมูลเรื่องงบการเงินของพรรคการเมืองก็อยู่ในมือ กกต.อยู่แล้ว&amp;rdquo; นายศรีสุวรรณ ระบุ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
เมื่อถามว่า พรรคการเมืองจะสามารถอ้างได้หรือไม่ว่าเป็นเงินกู้ก่อนที่ พ.ร.ป.พรรคการเมือง พ.ศ. 2560 จะมีผลบังคับใช้ นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า คงไม่สามารถอ้างอย่างนั้นได้ เพราะข้อมูลการกู้เงินดังกล่าวปรากฏอยู่ในเอกสารงบการเงินปี 2561.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54605</URL_LINK>
                <HASHTAG>32พรรค, กกต., ศรีสุวรรณ, สมชัย, เงินกู้, เงินยืม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200115/image_big_5e1e970e907f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
