<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>50667</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/11/2019 18:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/11/2019 09:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“Kosa Pan : Le buste โกษาปาน &quot;  ณ ถนนสยาม อนุสรณ์รำลึก333ปีฑูตไทยไปฝรั่งเศส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รูปปั้นขนาดครึ่งตัวของ&amp;quot;โกษาปาน&amp;quot;ที่จะนำไปตั้งที่ถนนสยาม เมือง แบรสต์ ประเทศฝรั่งเศส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับเป็นเวลา 333 ปีแล้ว ที่คณะทูตจากสยาม นำโดยเจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน) หรือ &amp;ldquo;โกษาปาน&amp;rdquo; ได้เป็นตัวแทนของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช พระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา นำคณะราชฑูตจากราชอาณาจักรอยุธยา &amp;nbsp;ลงเรือเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเล เพื่อไปเข้าเฝ้าพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ณ พระราชวังแวร์ซาย ประเทศฝรั่งเศส &amp;nbsp;เมื่อเดือน ธันวาคม พ.ศ.2228 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรือของคณะฑูตจากอยุทธยา ได้เทียบท่าที่เมืองแบรสต์ เมื่อเดือน มีนาคมพ.ศ. 2229 ครั้งนั้นมีข้าราชการและประชาชนชาวฝรั่งเศส ออกมาต้อนรับอย่างเอิกเกริก เรียงตั้งแต่ท่าเรือไปจนถึงตัวเมือง &amp;nbsp;ต่อมาถนนเส้นบริเวณท่าเรือ ที่ตัดเข้ามาที่ตัวเมืองเบรสต์ ได้ชื่อว่า &amp;ldquo;ถนนสยาม&amp;rdquo; เพื่อเป็นเกียรติแก่คณะราชทูตของสมเด็จพระนารายณ์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป้ายถนนสยาม (Rue de Siam) เดิมก่อนคณะราชฑูตไทยเดินทางไปถึงชื่อ&amp;quot;ถนนแซงต์ปิแอร์ &amp;quot;ถนนสายหลักของเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเข้าเฝ้าพระเจ้าหลุยที่ 14 และพบปะบุคคลสำคัญที่ฝรั่งเศสของโกษาปานครั้งนั้น นับเป็นจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทย-ฝรั่งเศส &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้เพื่อเป็นการเฉลิมฉลอง 333 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตสองประเทศ สมาคมครูภาษาฝรั่งเศสแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จึงได้จัดสร้างรูปปั้นครึ่งตัว ของเจ้าพระยาโกษาธิบดี(ปาน) ขึ้น เพื่อเป็นการรำลึก การครบรอบการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ องค์ผู้ก่อตั้งสมาคมครูภาษาฝรั่งเศส &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; กิจกรรมครั้งนี้ ยังมีการเสวนาหัวข้อ &amp;ldquo;Kosa Pan : Le buste โกษาปาน อนุสรณ์สถานแห่งมิตรไมตรีที่ถนนสยาม&amp;rdquo; ก่อนจะนำรูปปั้นของเจ้าพระยาโกษาปาน ไปประดิษฐาน ณ ถนนสยาม เมืองแบรสต์ ประเทศฝรั่งเศส&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายฌัก ลาปูณ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐฝรั่งเศส ประจำประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายในงานเสวนา นายฌัก ลาปูณ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐฝรั่งเศส ประจำประเทศไทย กล่าวว่า &amp;nbsp;ราชทูตโกษาปาน ถือเป็นผู้เริ่มต้นความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของสาธารณรัฐฝรั่งเศส และราชอาณาจักรไทย ทำให้ชาวฝรั่งเศสรู้จักสยาม ซึ่งมีวัฒนธรรมที่ร่ำรวยละเอียดอ่อน และงอกงามอยู่ระหว่างประเทศจีนและอินเดีย การค้นพบบันทึกรายวันการเดินทางของเจ้าพระยาโกษาปานบรรยายเหตุการณ์ สิ่งที่พบเห็นขณะที่อยู่เมืองแบรสต์ เป็นเวลา 3 สัปดาห์ &amp;nbsp;ก็ทำให้เข้าใจได้ว่าเหตุใดราชทูตโกษาปานจึงเป็นแรงบันดาลใจแก่นักการทูตไทยรุ่นหลังและรุ่นใหม่ &amp;nbsp;และนับเป็นเวลากว่า 300 ปีที่ประเทศของเราได้รู้จักกัน และกว่า 150 ปีหลัง จากการส่งคณะราชทูตคณะแรกในครั้งนั้น ทั้งสองประเทศก็ได้เปิดความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการ ในปี ค.ศ.1856 มีการลงนามในสนธิสัญญา ทรงพระราชไมตรีและการพาณิชย์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงส่งคณะราชทูตไทยไปถวายพระราชสาส์นทองคำ แด่จักรพรรดินโปเลียนที่สาม ณ ประเทศฝรั่งเศส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานที่ดินให้สร้าง สถานกงสุลฝรั่งเศสในไทย ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งของสถานทูตสาธารณรัฐฝรั่งเศสประจำประเทศไทย และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เองก็ได้เสด็จเยือนฝรั่งเศส ในปีค.ศ.1897 และ ค.ศ.1907 &amp;nbsp;จวบจนปีปัจจุบันยังกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแนบแน่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บรรยากาศการเสวนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน รศ.ดร.ธิดา บุญธรรม อุปนายกสมาคมครูภาษาฝรั่งเศสแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และประธานโครงการ กล่าวว่า &amp;nbsp;โอกาสนี้ ทางสมาคมฯ ได้จัดทำรูปปั้นเพื่อรำลึกถึงเจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน) &amp;nbsp;ซึ่งในปี พ.ศ. 2562 เป็นวาระครบรอบ 333 ปี ที่ท่านได้เป็นราชทูตแห่งราชอาณาจักรสยาม อัญเชิญพระราชสาส์น และเครื่องราชบรรณาการจากสมเด็จพระนารายณ์มหาราชเพื่อนำไปถวายแด่พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ณ พระราชวังแวร์ซาย ในครั้งนั้นคณะราชทูตสยามได้เดินทางโดยทางเรือไปเทียบท่าที่เมืองแบรสต์ อยู่ทางภาคตะวันตกของฝรั่งเศสเป็นครั้งแรกในปีพุทธศักราช 2229 โดยได้รับการต้อนรับอย่างเอิกเกริก และด้วยไหวพริบปฏิภาณเฉลียวฉลาดหลักแหลมของท่าน ได้สร้างความประทับใจและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศสยามอย่างมากมาย ถือเป็นปฐมบทแห่งความสัมพันธ์อันดีของทั้งสองประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ รอยประวัติศาสตร์ที่พบเห็น ยังบอกเล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ฉันมิตรยังปรากฏในเมืองแบรสต์ เช่น ถนนสยาม (Rue de Siam) &amp;nbsp;ถือเป็นอีกหนึ่งประจักษ์พยานแห่งมิตรภาพที่ทางการเมืองแบรสต์ ได้มอบเกียรติสูงสุดแก่สยามประเทศ โดยเมื่อปี พ.ศ. 2285 &amp;nbsp;ทางการเมืองแบรสต์ ได้เปลี่ยนชื่อถนนแซงต์ปิแอร์ ถนนหลักของเมือง &amp;nbsp;ให้เป็นชื่อถนนสยาม เพื่อเป็นเกียรติแก่คณะราชทูตสยาม รวมไปถึงป้ายรถรางไฟฟ้าชื่อสถานีสยาม ตลอดจนหุ่นจำลองขบวนของคณะราชทูตสยามที่จัดแสดงใน ตูร์ ตองกี พิพิธภัณฑ์ประจำเมือง แสดงถึงความสำคัญของเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ในครั้งนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถนนสยาม เมืองแบรสต์ ประเทศฝรั่งเศส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รศ.ดร.ธิดา กล่าวต่อว่า กว่า 3 ศตวรรษ ที่ผ่านมาความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศมีความแน่นแฟ้น และเชื่อมโยงกันในหลายมิติ ทั้งทางด้านการทูต การค้า การลงทุน ท่องเที่ยว รวมถึงด้านการศึกษาภาษาฝรั่งเศส โดยในปี 2532 สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ได้เสด็จเพื่อทรงดูงานการศึกษา ณ เมืองแบรสต์ ทรงตระหนักว่านอกจากเมืองแบรสต์ มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ในด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาแล้ว &amp;nbsp;แบรสต์ยังเป็นศูนย์การศึกษาที่มีความเป็นเลิศด้านการสอนภาษาฝรั่งเศสให้กับชาวต่างชาติ &amp;nbsp;และเพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณา ที่คุณของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และในวโรกาสครบรอบ 333 ปีของเหตุการณ์ประวัติศาสตร์น่าจดจำนี้ ทางสมาคมและพันธมิตรที่เกี่ยวข้องได้ร่วมมือดำเนินการจัดสร้างรูปปั้นโกษาปาน ขนาดครึ่งตัว โดยผู้ปั้นคือ อ.วัชระ ประยูรคำ ประติมากรชาวไทย ผู้มีผลงานปั้นพระบรมรูป และผลงานประติมากรรมมามากมาย และได้กราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงพระกรุณาเจิมรูปปั้น ก่อนจะนำไปประดิษฐานที่เมืองแบรสต์เพื่อนำไปประดิษฐาน ที่ถนนสยามภายในเดือน ก.พ.ปี 2563&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และนอกจากนี้ยังได้จัดทำหนังสือรูปภาพสีน้ำที่ระลึก 333 ปีจากวังนารายณ์ สู่แวร์ซายสถาน เพื่อบอกเล่าเรื่องราวการเดินทางของคณะราชทูตไทยในรูปแบบหนังสือท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ตามเส้นทางของคณะราชทูตสยามตั้งแต่จากพระราชวังนารายณ์ราชนิเวศน์ กระทั่งถึงพระราชวังแวร์ซาย ประกอบด้วยผลงานภาพสีน้ำของ อ.เกริกบุระ ยมนาค ศิลปินวาดภาพ และเล่าความโดยนายสุพจน์ โล่ห์คุณสมบัติ นักเขียนสารคดีท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป้ายรถไฟฟ้าสถานีสยาม เมืองแบรสต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่รศ.ดร.กรรณิกา จรรย์แสง อาจารย์นักแปลและผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาและวรรณกรรมฝรั่งเศส กล่าวเสริมว่า ในเอกสารของฝรั่งเศสมีผู้เขียนหลายท่านได้กล่าวถึงโกษาปานในทำนองเดียวกัน เช่น เดอลิเซ่ ท่านเป็นบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งที่ติดตามข่าวสาร และติดตามเรื่องของโกษาปานทุกวัน ได้เขียนไว้ว่าน่าจะเป็นนักการทูตชาวสยามคนแรกที่เดินทางมาเจริญสัมพันธไมตรีที่ฝรั่งเศส และระบุว่าท่านโกษาปานนั้นเป็นนักการทูตผู้มีความเฉลียวฉลาด เป็นคนมีไหวพริบแม้บุคลิกจะนิ่ง สามารถเจรจาทางการทูตโต้ตอบได้อย่างดีเยี่ยม เช่น การที่ฝรั่งเศสขอให้ทหารไปประจำการที่บางกอก ท่านใช้ไหวพริบหลีกเลี่ยงได้อย่างฉลาด เอาตัวรอดได้ในสถานการณ์นั้น อีกแง่หนึ่งท่านก็ทำให้คนฝรั่งเศสรู้จักเมืองสยามมากขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน อ.วัชระ ประยูรคำ ประติมากรและศิลปินผู้ปั้นรูปโกษาปาน กล่าวว่า รูปปั้นของท่านใช้เวลาเพียง 3 วันเท่านั้น โดยการศึกษารายละเอียดทุกอย่างจากเอกสารสำคัญๆ ทั้งสิ่งพิมพ์ที่เป็นรูปภาพและลายลักษณ์อักษรที่อธิบายลักษณะของท่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมถึงการแต่งกายในสมัยนั้นนำมาประกอบกันให้เป็นรูปที่จะทำให้คนระลึกถึงท่าน เนื่องจากงานของตนเน้นที่ความรู้สึกมากกว่าการปั้นรูปเหมือน เราต้องทำให้ละเอียด ไม่ให้ตกหล่นหรือผิดพลาด หากเป็นเช่นนั้นจะรู้สึกเสียดายว่าทำไมไม่สื่อสารสิ่งนี้ออกไป สิ่งที่ตนปั้นคือทำให้เห็นศักดิ์ศรีศรีของความเป็นสยามมากที่สุด ทั้งรูปร่างหน้าตา ปาก เสื้อผ้าพยายามสื่อสารให้เห็นถึงพลังของนักการทูต มีเทคนิคทำให้รูปเอียง เพื่อให้เหมือนกำลังเจรจา และให้สมเกียรติที่จะนำไปจัดตั้งที่ฝรั่งเศส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาจารย์วัชระ ประยูรคำ ผู้ปั้นประติมากรรมครึี่่งตัวของ &amp;quot;โกษาปาน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50667</URL_LINK>
                <HASHTAG>333ปีความสัมพันธ์ไทย-ฝรั่งเศส, สมเด็จพระนารายณ์มหาราช, เจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน), เมืองแบรสต์, “Kosa Pan : Le buste โกษาปาน &quot;  ณ ถนนสยาม อนุสรณ์รำลึก333ปีฑูตไทยไปฝรั่งเศส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191119/image_big_5dd3d07a5de80.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
