<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>38914</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2019 12:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2019 12:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>3ค่ายมือถือมาครบ ยื่นขอรับการจัดสรรคลื่น 700 MHz </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มิ.ย. 2562 สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) &amp;nbsp;เปิดให้เอกชนที่สนใจยื่นคำขอและจัดสรรชุดคลื่นความถี่ย่าน 700 MHz &amp;nbsp;ในช่วงเช้าของวันที่ 19 มิ.ย. ซึ่งผลปรากฎว่า ผู้ประกอบการทั้ง 3 ราย ได้แก่ &amp;nbsp;1. บมจ.&amp;nbsp;ทรู คอร์ปอเรชั่น (ทรู) &amp;nbsp;2.บมจ.&amp;nbsp;แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) และ3. บมจ. โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) ได้เข้ามายื่นเอกสารเป็นที่เรียบร้อย &amp;nbsp;โดยหลังจากนี้ กสทช. จะตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสารหลักฐานและคุณสมบัติ ก่อนจะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้ารับการจัดสรรคลื่นความถี่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยช่วงบ่ายจะเป็นการเข้ารับการจัดสรรคลื่นความถี่ย่าน 700 MHz โดยผู้ขอรับใบอนุญาตจะทำการเลือกชุดคลื่นความถี่ที่ต้องการ พร้อมเสนอผลประโยชน์ส่วนเพิ่ม (ถ้ามี) เมื่อดำเนินการเรียบร้อย สำนักงาน กสทช. จะประกาศผลการจัดสรรคลื่นความถี่ การดำเนินการทุกขั้นตอนในวันนี้ โดยมีคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน (กตป.) ผู้แทนจากองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เข้าร่วมสังเกตการณ์ เพื่อความโปร่งใส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับวิธีการในการยื่นคำขอรับการจัดสรรนั้น ผู้ขอรับใบอนุญาตจะต้องเลือกชุดคลื่นความถี่ที่ต้องการ 1 ชุด จากคลื่นความถี่ 3 ชุด ได้แก่ ชุดที่ 1 ช่วงความถี่วิทยุ 703-713 MHz คู่กับ 758-768 MHz ชุดที่ 2 ช่วงความถี่วิทยุ 713-723 MHz คู่กับ 768-778 MHz ชุดที่ 3 ช่วงความถี่วิทยุ 723-733 MHz คู่กับ 778-788 MHz พร้อมใส่จำนวนผลประโยชน์ส่วนเพิ่มแก่รัฐ (ถ้ามี) ลงในแบบฟอร์ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยกรณี ผู้ขอรับใบอนุญาตเพียงหนึ่งราย ผู้ขอรับใบอนุญาตสามารถเลือกชุดคลื่นความถี่ที่ต้องการจำนวนหนึ่งชุด ส่วนกรณีที่มีผู้ขอรับใบอนุญาตตั้งแต่สองรายขึ้นไป ผู้ขอรับใบอนุญาตแต่ละรายสามารถเลือกชุดคลื่นความถี่ที่ต้องการจำนวนหนึ่งชุด แต่หากผู้ขอรับใบอนุญาตเลือกชุดคลื่นความถี่ชุดเดียวกัน สำนักงาน กสทช.จะพิจารณาจากผลประโยชน์ส่วนเพิ่มที่ผู้ขอรับใบอนุญาตแต่ละรายเสนอ ผู้ที่เสนอผลประโยชน์ส่วนเพิ่มสูงกว่าจะได้สิทธิ์เลือกชุดคลื่นความถี่นั้นก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณี ผู้ขอรับใบอนุญาตเลือกชุดคลื่นความถี่ชุดเดียวกัน และผู้ขอรับใบอนุญาตเสนอผลประโยชน์ส่วนเพิ่มเท่ากัน สำนักงาน กสทช. จะใช้วิธีการจับสลากเลือกลำดับของผู้ที่จะได้รับสิทธิ์ในการเลือกชุดคลื่นความถี่นั้นก่อน และกรณีผู้ขอรับใบอนุญาตเลือกชุดคลื่นความถี่ชุดเดียวกัน แต่ไม่มีผู้ขอรับใบอนุญาตรายใดเสนอผลประโยชน์ส่วนเพิ่ม สำนักงาน กสทช. จะใช้วิธีการจับสลากเลือกลำดับของผู้ที่จะได้รับสิทธิ์ในการเลือกชุดคลื่นความถี่นั้นก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38914</URL_LINK>
                <HASHTAG>3ค่ายมือถือ, กสทช., จัดสรรคลื่น 700 MHz, ดีแทค, ทรู, เอไอเอส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190619/image_big_5d09c99266cae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25214</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/12/2018 12:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/12/2018 12:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>3ค่ายมือถือ ยื่นกสทช.ขอยุติให้บริการ 2G  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ธ.ค. 2561 -นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3 รายใหญ่ของประเทศไทย ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (AIS) บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (TRUE) และบริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด (DTAC) ได้ทำหนังสือถึงสำนักงาน กสทช. ลงวันที่ 25 ธ.ค. 2561 ขอให้สำนักงานนำเสนอบอร์ด กสทช. ให้มีการยุติการให้บริการ 2G ในวันที่ 31 ต.ค. 2562

โดยโอเปอเรเตอร์ทั้ง 3 รายพร้อมที่จะทำการประชาสัมพันธ์แผนการยุติการให้บริการ 2G ที่จะมีการคุ้มครองประชาชนผู้ใช้บริการ 2G ให้ได้ใช้บริการได้อย่างต่อเนื่องในระบบ 3G ซึ่งสำนักงาน กสทช. จะรีบนำเรื่องดังกล่าวเสนอต่อที่ประชุม กสทช. เพื่อที่จะรีบทำการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบการยุติการให้บริการ 2G ซึ่งจะสอดคล้องกับแผนการเปิดให้บริการ 5G ในประเทศไทย

นายฐากร กล่าวว่า สิ่งสำคัญ 2 เรื่องที่ประชาชนยังเข้าใจผิดเกี่ยวกับการใช้โทรศัพท์ 2G คือ
1.อัตราค่าบริการ ที่ประชาชนเข้าใจว่าค่าโทรในระบบ 2G ถูกกว่าค่าโทรด้วยเสียงในระบบ 3G 4G เรื่องจริงค่าโทรด้วยเสียงในระบบ 3G 4G เฉลี่ยอยู่ที่ 60 สตางค์ต่อนาที ถูกกว่าค่าโทรในระบบ 2G ซึ่งมีค่าโทรเฉลี่ยอยู่ที่ 97 สตางค์ต่อนาที

2.เรื่องระบบความปลอดภัยที่ประชาชนเข้าใจผิดว่าถ้าโทรศัพท์หากันด้วยเสียงในระบบ 2G คนจะดักฟังไม่ได้ ข้อเท็จจริงคือตามกฎหมายไม่ว่าประชาชนจะโทรศัพท์หากันด้วยระบบไหนก็ตาม ประชาชนจะได้รับความคุ้มครอง ตามกฎหมายอยู่แล้ว ไม่มีใครสามารถดักฟังโทรศัพท์ได้ ยกเว้น กรณีการค้ายาเสพติด ค้ามนุษย์ หรือคดีเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน เป็นต้น ซึ่งจะต้องขออนุมัติต่อศาลที่จะออกหมายดังกล่าว เพื่อทางสำนักงาน กสทช. จะได้แจ้งผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมเพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมาย

เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า สำนักงาน กสทช. ขอแจ้งผู้ประกอบการนำเข้าโทรศัพท์เคลื่อนที่ และอุปกรณ์ให้รับทราบว่าจะมีการยุติการให้บริการ 2G ในวันที่ 31 ต.ค. 2562 ทั้งนี้ ผู้ประกอบการได้รับใบอนุญาตสามารถนำเข้าโทรศัพท์เคลื่อนที่ และอุปกรณ์ในระบบ 2G ได้ แต่อาจได้รับผลกระทบด้านการตลาดเมื่อมีการยุติการให้บริการในระบบ 2G คือนำเข้ามาแล้วอาจจะขายไม่ได้ ซึ่งสำนักงาน กสทช. จะมีหนังสือแจ้งไปยังผู้ประกอบการนำเข้าอย่างเป็นทางการต่อไป

สำหรับสถิติการนำเข้าโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบ 2G พบว่า ปี 2557 มีการนำเข้าโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 2G จำนวน 117,486 เครื่อง ปี 2558 จำนวน 11,300 เครื่อง ปี 2559 จำนวน 10,670 เครื่อง ปี 2560 จำนวน 10,930 เครื่อง และปี 2561 จำนวน 14,052 เครื่อง จะเห็นว่าตั้งแต่ปี 2558, 2559, 2560 เป็นต้นมา การนำเข้าโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบ 2G ลดจากปี 2557 อย่างชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;ประเทศไทยได้มีการตั้งเป้าหมายที่จะเปิดให้บริการ 5G ในปลาย 2563 ให้ได้ ดังนั้นเพื่อให้เปิดการให้บริการ 5G จำเป็นต้องยุติการให้บริการ 2G เพื่อนำคลื่นความถี่ในส่วนนี้ไปใช้ในการให้บริการ 5G ซึ่งจะเกิดประโยชน์ และเกิดความคุ้มค่าต่อประชาชนและประเทศชาติมากกว่า เมื่อยุติการให้บริการ 2G ประชาชนยังใช้บริการโทรศัพท์ได้เหมือนเดิมด้วยระบบ 3G 4G และมี 5G ให้บริการในประเทศไทย ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอีกทางหนึ่ง&amp;rdquo; นายฐากร กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25214</URL_LINK>
                <HASHTAG>3ค่ายมือถือ, กสทช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180223/image_big_5a8fbb6f43ebb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7267</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2018 15:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2018 15:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กสทช.ถก3 ค่ายมือถือแก้ปัญหา SMS ดูดเงินประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กสทช.เรียก 3ค่ายมือถือมาเคลียร์ปัญหา SMS คิดเงินลูกค้า สั่งวางมาตรการป้องกัน เปิดช่องทางกด*137 &amp;nbsp;เพื่อยกเลิกบริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 17 เม.ย.2561 ที่ผ่านมา สำนักงาน กสทช.เชิญผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (โอเปอเรเตอร์) 3 ราย ได้แก่ บมจ. แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) , บมจ. โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค , และบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เข้าชี้แจงกรณีที่มีข่าวเอสเอ็มเอสดูดเงินประชาชนผู้ใช้บริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากในปี 2560 มีประชาชนร้องเรียนมายังสำนักงาน กสทช.ว่ามีข้อความ เอสเอ็มเอส คิดเงินโดยไม่สมัครใจ ประมาณ 772 เรื่อง คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1.76 แสนบาท แบ่งเป็น เอไอเอส จำนวน 264 เรื่อง ดีแทค จำนวน 301 เรื่อง และ ทรู จำนวน 236 เรื่อง และปี 2561 ตั้งแต่ 1 ม.ค.-15 เม.ย. จำนวน 292 เรื่อง แบ่งเป็น เอไอเอส จำนวน 80 เรื่อง ดีแทค จำนวน 111 เรื่อง และ ทรู จำนวน 121 เรื่อง คิดเป็นมูลค่า 5.8 หมื่นบาท ซึ่งได้มีการดำเนินการยุติเรื่องไปแล้วประมาณ 94% โดยการที่โอเปอเรเตอร์ยินดีคืนเงินให้กับผู้บริโภค เพื่อรักษาฐานลูกค้าไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การคืนเงินให้ผู้บริโภคเป็นเพียงการแก้ปัญหาหลังจากเกิดการร้องเรียนเข้ามาแล้ว ดังนั้นจึงขอให้โอเปอเรเตอร์ส่ง เอสเอ็มเอส &amp;nbsp;2 ครั้ง &amp;nbsp;หลังจากลูกค้าสมัครบริการเข้ามาว่าหากต้องการยกเลิกให้กด *137 โทรออก เพื่อยืนยันว่าผู้บริโภคสมัครใจสมัครบริการด้วยตนเอง &amp;nbsp; โดยให้เริ่มดำเนินการภายในเวลา 7 วัน หรือตั้งแต่วันที่ 24 เม.ย.2561 เป็นต้นไป เพื่อเป็นทางออกในการคุ้มครองประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม สำนักงาน กสทช.จะมีการนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่คณะกรรมการคำแนะนำการคิดค่าบริการเนื้อหา (Advice of Charge : AoC) หากได้ข้อสรุปจะมีการออกมาเป็นเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตผู้ประกอบการโทรคมนาคม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7267</URL_LINK>
                <HASHTAG>3ค่ายมือถือ, SMS, กสทช., ข้อความ, ฐากร ตัณฑสิทธิ์, ดีแทค, ทรูมูฟ, เอไอเอส, โอเปอเรเตอร์ล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180417/image_big_5ad5a996ac3e7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
