<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>54597</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2020 10:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2020 10:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พท.ลงโทษ3งูเห่า! ไม่ส่งลงเลือกตั้งครั้งหน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ม.ค. 63 &amp;ndash; คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี ส.ส.ของพรรคไม่ปฏิบัติตามมติของพรรคและพรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่มี พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ เปิดเผยผลสรุปการสอบ 3 ส.ส.ของพรรคเพื่อไทยที่โหวตสวนมติพรรค ดังนี้&amp;nbsp; 1.กรณี ส.ส.พรพิมล ธรรมสาร&amp;nbsp; จังหวัดปทุมธานี พบว่า ได้แสดงพฤติกรรมและท่าทีชัดเจนว่ามีเจตนาและแสดงออกอย่างเปิดเผยในการฝ่าฝืนมติพรรค แม้ในครั้งแรกจะยังมิได้มีมติไปสนับสนุนรัฐบาล&amp;nbsp; แต่ก็ไปแสดงตัวเป็นองค์ประชุมอย่างเปิดเผย ซึ่งขัดต่อมติของพรรค&amp;nbsp; และเมื่อช่วงการอภิปรายงบประมาณ 2563 วาระสอง-สาม ยังแสดงตนโหวตสวนมติพรรคอย่างเปิดเผยโดยมิได้สนใจและนำพาต่อมติของพรรคแต่อย่างใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกอบกับหลักฐานแวดล้อมหลายกรณีตามบันทึกการสอบสวนเห็นว่า&amp;nbsp; ส.ส.พรพิมล ได้จงใจฝ่าฝืนมติพรรคโดยเชื่อได้ว่า&amp;nbsp; เป็นการได้รับการร้องขอและมีประโยชน์ตอบแทนส่วนตน&amp;nbsp; ถือว่าเป็นการกระทำความผิดวินัยพรรคอย่างร้ายแรง ซ้ำซาก ควรลงโทษสถานหนัก อย่างไรก็ตามการลงโทษถึงขั้นขับออกจากสมาชิกพรรค ตามรัฐธรรมนูญ ผู้นั้นสามารถไปหาพรรคใหม่สังกัดได้ภายในสามสิบวัน จึงเห็นว่ายิ่งจะเป็นการสมประโยชน์ของฝ่ายรัฐบาลมากขึ้นไปอีก จึงเสนอให้กรรมการวินัยและจรรยาบรรณลงโทษทางวินัยในระดับภาคทัณฑ์และใช้มาตรการทางปกครองที่เด็ดขาดคือ ไม่ให้เข้าร่วมกิจกรรมของพรรคและไม่ส่งสมัครในการเลือกตั้งครั้งต่อไปโดยไม่มีเงื่อนไขผ่อนปรนใดๆ ทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.กรณี นายพลภูมิ&amp;nbsp; วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กรุงเทพฯ&amp;nbsp; จากการตรวจสอบและสอบสวนชี้ชัดว่า ส.ส.พลภูมิ ได้มีพฤติกรรมและการกระทำที่ฝ่าฝืนมติพรรคแม้จะอ้างเหตุผลด้วยความจำเป็น และเหตุผลส่วนตัว&amp;nbsp; ก็ไม่สามารถนำมาเป็นข้ออ้างหักร้างแนวทางของพรรค และจริยธรรมทางการเมือง และไม่อาจใช้เป็นเหตุผลในการกระทำที่ขัดต่อมติของพรรคได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้ว่าจะยังไม่ได้มีพฤติกรรมการกระทำผิดอย่างถึงที่สุด&amp;nbsp; แต่ก็ยังคงฝ่าฝืนมติพรรค โดยการพิจารณา พ.ร.บ.งบประมาณที่ผ่านมา ได้ลงมติไม่ประสงค์ลงคะแนน สวนทางกับมติของพรรคที่ให้งดออกเสียง&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้จะไม่ถึงขั้นลงมติเห็นชอบแบบราย ส.ส.พรพิมลก็ตาม อย่างไรก็ตาม การจะพิจารณาลงโทษสถานหนักก็ยังมีเหตุผลเช่นเดียวกันว่าในที่สุดก็จะเข้าทางความต้องการของฝ่ายรัฐบาล จึงเห็นควรใช้มาตรการทางปกครองให้พิจารณาความผิดโดยให้ภาคทัณฑ์ และไม่ให้เข้าร่วมกิจกรรมของพรรคเป็นเวลาหนึ่ง และพิจารณาไม่ส่งเป็นผู้สมัครของพรรคในการเลือกตั้งครั้งต่อไป เว้นแต่จะสามารถพิสูจน์ให้พรรคมั่นใจหรือมีการกระทำที่น่าเชื่อถือว่าจะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของตนเองให้อยู่ในระเบียบวินัยของพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.กรณี ส.ส.ขจิตร ชัยนิคม จังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp; ถือว่าได้กระทำผิดวินัยร้ายแรงเช่นกัน&amp;nbsp; ข้ออ้างและเหตุผลที่ชี้แจงถือว่าฟังไม่ขึ้น แต่พฤติกรรมคือเพียงแสดงตนให้เป็นองค์ประชุม แต่ในความประพฤติต่อมา&amp;nbsp; ยังไม่เห็นแจ้งชัดว่ายังจงใจที่จะกระทำผิดเช่นเดิม จึงเสนอให้ดำเนินการภาคทัณฑ์ ไม่ให้เข้าร่วมกิจกรรมพรรคในระยะเวลาหนึ่ง และพิจารณาไม่ส่งลงเลือกตั้งในครั้งต่อไป&amp;nbsp; จนกว่าจะมีข้อเสนอหรือพิจารณาเป็นอย่างอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ผลสรุปทั้ง 3 กรณีนี้ คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ จะส่งผลการพิจารณาให้คณะกรรมการจริยธรรมของพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณาโดยลำดับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54597</URL_LINK>
                <HASHTAG>3งูเห่า, ขจิตร ชัยนิคม, ฝ่ายค้าน, พท., พรพิมล ธรรมสาร, พลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200115/image_big_5e1e868eb860f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
