<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>50662</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/11/2019 18:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/11/2019 18:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>BRNใช้โซเชียลขู่ชรบ. คือกองกำลังติดอาวุธของสยาม &#039;ปาตานี&#039;จำต้องสังหารท่านโดยไม่ละเว้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 พ.ย.62- &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายกลุ่มบีอาร์เอ็น ซึ่งเป็นขบวนการแบ่งแยกดินแดน ที่ก่อการร้ายในพื้นที่ 3 จังหวัด และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา ตั้งแต่ปี 2574 เป็นต้นมา ได้ส่งสารถึง ประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผ่านทางช่องทางโซเชียล &amp;nbsp;โดยเน้นไปยัง กองกำลังติดอาวุธภาคประชาชน ดังข้อความต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สารถึง &amp;nbsp;ชรบ. อรบ. อรม. ทสปช. และกองกำลังประชาชนในภาคส่วนอื่นและผู้ช่วยเหลือทางราชการงานความมั่นคงฝ่ายพลเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;BRN ในสถานะที่เป็นกองกำลังหลักในพื้นที่ยึดครองของสยามไทย ที่พยายามปกป้องและสร้างสถานะต่อตัวตนของชาติพันธุ์มลายูให้คงอยู่ในแผ่นดินปาตานี ในขณะที่สยามพยายามสลายความเป็นมลายูให้หายไปจากหน้าแผ่นดิน อย่างที่กระทำสำเร็จต่อชาติพันธุ์อื่นในเขตยึดครองอย่างอาณาจักรล้านนาฯลฯ และมลายูในพื้นที่อาณาจักรศรีวิจายา(ศรีวิชัย)อย่าง จ.นครศรีฯ,สุราษฯ,พัทลุงฯลฯ เหตุเพราะพื้นที่เหล่านี้นับถือศาสนาพุทธและไม่มีการเปลี่ยนนับถือศาสนาอิสลาม &amp;nbsp; นับจากการเข้ารับอิสลามของเจ้าผู้ครองอาณาจักรปาตานี ชาวปาตานีมีความเป็นอาณาจักรที่มีทั้งศาสนาอิสลาม,พุทธ และอื่นๆอยู่ร่วมกันตามปกติสุข จนการเข้ามาของชาติพันธุ์สยามและนำนโยบายสลายชาติพันธุ์ด้วยวิธีการนำประชาชนชาวสยามเข้ามาตั้งถิ่นฐานโดยการเปิดนิคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันสยามสามารถสลายชาติพันธุ์ประชาชนชาวมลายูที่นับถือศาสนาพุทธสำเร็จจนหลงลืมความเป็นมลายูหมดสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่สำหรับประชาชนชาวมลายูที่นับถือศาสนาอิสลามยังคงยึดมั่นในสถานะความเป็นชาติพันธุ์มลายูอย่างมั่นคงและเหนียวแน่น เพราะความเป็นมุสลิมที่ต้องยึดถือและศรัทธามั่นว่าไม่มีผู้ใดที่จะนำความยุติธรรมอย่างเสมอภาคได้นอกจากอัลเลาะห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นโยบายนี้จึงไม่อาจสลายความเป็นปาตานีลงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การนำเข้านโยบาย &amp;quot;พหุวัฒนธรรม&amp;quot; เพื่อสลายความเป็นมุสลิมจึงถูกรังสรรค์ขึ้น เพื่อสร้างวัฒนธรรมของความเคยชินให้กลายเป็นศาสนาและพยายามสลายความแตกต่าง &amp;nbsp;ให้ประชาชนที่นับถือศาสนาอิสลามเห็นว่าอิสลามไม่ได้มีความแตกต่างจากพุทธ นโยบาย &amp;quot;พหุวัฒนธรรม&amp;quot; ประสบผลสำเร็จใน อ.เบตง ทุกวันนี้ในบ้านแต่ละหลังเรามิอาจตัดสินได้ว่าเป็นมุสลิมอย่างเต็มที่ เหตุเพราะพ่อแม่มุสลิม บุตรกลายเป็นพุทธ,คริสเตียน และไม่มีศาสนาด้วยซ้ำ &amp;quot;ในอิสลามได้เน้นถึงความเสมอภาคเท่าเทียมกันโดยที่ไม่มีการยกเว้นว่าใครเป็นใครมีตำแหน่งสูงหรือไม่&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ปัจจุบันความเหลื่อมล้ำของประชาชนเริ่มสูงขึ้น ผู้มีอำนาจต่างแก่งแย่งภาษีประชาชนเข้ากระเป๋าตนเองและพวกพ้อง &amp;nbsp;ไร้ซึ่งสิทธิความเท่าเทียมตามรัฐธรรมนูญที่สวยหรู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการนี้ BRN ขอให้ประชาชนที่สมัครใจในการช่วยเหลือทางการสยามตามที่อ้างถึง ท่านจงหยุดการกระทำเหล่านี้ทันที ณ ที่นี้ยกเว้นให้กับผู้ที่ไม่สมัครใจช่วยเหลือโดยถูกบังคับด้วยตำแหน่งจากทางการสยาม แต่ก็อยากให้บุคคลเหล่านี้พยายามทำเท่าที่กระทำได้ ทั้งนี้เราได้เฝ้าติดตามท่านอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอดเพียงแค่การกระทำของท่านยังไม่ถึงสิ้นสุด การตัดสินจึงมิอาจกระทำลงไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่สำหรับกองกำลังทหารอาชีพ,ตร.,อส.ทพ.,อส.รักษาดินแดน,อส.นย และอส.ต่างๆ และสายลับ(ผู้ที่ทำงานสองหน้าในบุคคลเดียว)ที่สมัครใจปฏิบัติงานความมั่นคงต่างๆ #ท่านคือเป้าหมายของกองกำลังของเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถือว่าท่านคือกองกำลังติดอาวุธของสยาม ซึ่งเราในฐานะกองกำลังป้องกันตนเองปาตานีจำต้องสังหารท่าน โดยไม่มีการละเว้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากที่ สารของ บีอาร์เอ็น ได้ถูกนำเสนอในพื้นที่ ได้สร้างความวิตกกังวลให้เกิดขึ้น กำลังภาคประชาชน ที่ติดอาวุธเพื่อป้องกันตนเอง และป้องกันหมู่บ้าน ชุมชนเป็นอย่างมาก เพราะเหมือนกับ บีอาร์เอ็น ได้ส่งสารแจ้งเตือนว่า จะมีการปฏิบัติการกับ ชรบ. อรบ. และ อาสาสมัครในรูปแบบอื่นๆ รวมทั้งต้องการให้ หน่วยงานที่รับผิดชอบ มีการตรวจสอบให้ชัดเจนว่า สารดังกล่าวที่อ้างว่าเป็น บีอาร์เอ็น เป็นของจริง หรือมือที่สามเป็นผู้สร้างขึ้น เนื่องจากตลอดระยะเวลา 16 ปี ที่ผ่านมา บีอาร์เอ็น ไม่เคยอ้างความรับผิดชอบ ในสถานการณ์ความรุนแรง ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งสารดังกล่าว เป็น ฉบับที่ 2 หลังเกิดการละลายฐาน ชรบ. ที่ทางลุ่ม หมู่ 5 บ้านทุ่งสะเดา ต.ลำพยา อ.เมือง จ.ยะลา ที่ทำให้ ชรบ. เสียชีวิตถึง 15 คน และบาดเจ็บสาหัสอีก 5 คน และต่อด้วยการฆ่าโหด คนไทย 2 &amp;nbsp;ที่ อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50662</URL_LINK>
                <HASHTAG>3จว.ชายแดนภาคใต้, กลุ่มบีอาร์เอ็น, ปาตานี, โซเชียล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191119/image_big_5dd3c9c2987af.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10182</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2018 16:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2018 16:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบแล้วกลุ่มคนร้ายวางระเบิดตู้เอทีเอ็มที่ปัตตานี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 พ.ค. 61 - ผู้สื่อข่ารายงานว่ากลางดึกเมื่อคืนนี้ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สนธิกำลัง 3ฝ่ายนำโดย พลตรีจตุพร กลัมพสูต &amp;nbsp;ผบ.ฉก.ปัตตานี &amp;nbsp; เข้าปิดล้อมตรวจค้นผู้ต้องสงสัยที่ก่อเหตุลอบวางระเบิดตู้กดเงินเอทีเอ็มในพื้นที่จังหวัดปัตตานี &amp;nbsp; โดยสามารถควบคุมตัวได้มากกว่า 5 คน &amp;nbsp;ส่วนใหญ่ เป็นคนพื้นที่ต.ตะลูโบ๊ะ &amp;nbsp;ต.ปะกาฮารัง &amp;nbsp;และต.รูสะมีแล &amp;nbsp;เขตอำเภอเมืองจ.ปัตตานี &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานว่าเบื้องต้นยผู้ถูกควบคุมตัวยอมรับสารภาพ จากการขยายผลมีผู้ต้องสงสัยอีกหลายคน อยู่ระหว่างการติดตามจับกุม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10182</URL_LINK>
                <HASHTAG>3จว.ชายแดนภาคใต้, ความไม่สงบ3จังหวัดชายแดนภาคใต้, ปัตตานี, ระเบิดตู้เอทีเอ็ม, ไฟใตต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180528/image_big_5b0bcf3b2d681.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8956</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2018 21:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2018 21:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โจรใต้กดบึ้มรถหุ้มเกราะพังยับ ตำรวจจะแนะบาดเจ็บ 5 นาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พ.ค. 61 - &amp;nbsp;เวลา 16.20 น. ร.ต.ท.อิทธิพล มาลิกุล รองสารวัตรสอบสวน สภ.จะแนะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดดักสังหาร ร.ต.ท.สุทัศน์ เงินมาก รอง สว.ป.สภ.จะแนะ และพวกบนถนนในหมู่บ้านกูมุง ม.2 ต.ช้างเผือก ทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 5 นายและรถยนต์หุ้มเกราะได้รับความเสียหาย จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมเดินทางร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุกับ พ.ต.อ.สมชาย นิลเพชร ผกก.สภ.จะแนะ พ.ต.ท.ประจวบ นิ่มเรือง หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิดหน่วยปฏิบัติการพิเศษ กองกำกับการตำรวจภูธร จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุพบคนร้ายวางระเบิดที่บริเวณใต้ท่อลอกกลางถนน มีหลุมลึก 1 เมตร กว้าง 1 เมตร และมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สหุ้งต้ม หนัก 50 ก.ก. และมีสายไฟฟ้าสีขาวลากยาวจากท่อลอดไปในป่ารกทึบ 100 เมตร และห่างไปประมาณ 500 เมตร เจ้าหน้าที่พบรถยนต์จี๊บหุ้มเกราะนาวาร่า ของสถานีตำรวจภูธรจะแนะ จอดอยู่ริมถนนในสภาพถูกอนุภาพของระเบิดได้รับความเสียหายที่บริเวณกระจังหน้า ฝากระโปรงและใต้ห้องเครื่อง จนไม่สามารถใช้งานได้ ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 5 นาย เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขอความช่วยเหลือชาวบ้านนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลจะแนะไปก่อนหน้าแล้ว เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลีกฐานในที่เกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปดูอาการผู้ได้รับบาดเจ็บที่โรงพยาบาลจะแนะ ทราบชื่อ คือ 1. ร.ต.ท.สุทัศน์ เงินมาก มีอาการหูอื้อ 2. ด.ต.อนุรัตน์ มาหะมัด มีอาการหูอื้อ 3. ส.ต.ต.เจษฎา พรหมรัตน์ มีบาดแผลที่จมูกฉีกขาด 4. ส.ต.ต.อับดุลเลาะ มะกาเซ็ง มีอาการหูอื้อ และ 5. ส.ต.ต.พศวัตร จันสุก ศรีษะแตกและมีอาการหูอื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนทราบว่า หลังจากที่ ร.ต.ท.สุทัศน์ เงินมาก รอง สว.ป.สภ.จะแนะ ได้รับคำสั่งให้นำกำลัง รวม 5 นาย ไปทำการ รปภ.หน่วยลงคะแนนเสียงเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านที่บ้านกูมุง ม.2 ต.ช้างเผือก เมื่อแล้วเสร็จ ร.ต.ท.สุทัศน์ ได้นำกำลังทั้ง 5 นาย นั่งรถยนต์จี๊บหุ้มเกราะนาวาร่า เพื่อกลับ สภ.จะแนะ เมื่อถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ในป่ารกทึบริมทาง ได้ใช้แบตเตอรี่จุดชนวนระเบิดที่ลอบนำไปวางไว้ใต้ท่อลอดกลางถนน จนเกิดระเบิดขึ้นในขณะที่รถยนต์ของ ร.ต.ท.สุทัศน์ และพวกนั่งผ่านจุดวางระเบิด ทำให้ ร.ต.ท.สุทัศน์ และพวก ได้รับบาดเจ็บดังกล่าวและรถยนต์ได้รับความเสียหายไปด้วย &amp;nbsp;ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่า เป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ เพื่อลอบดักสังหารเจ้าหน้าที่ป่วนใต้รายวัน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8956</URL_LINK>
                <HASHTAG>3จว.ชายแดนภาคใต้, กลุ่มก่อความไม่สงบ, นราธิวาส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180510/image_big_5af458b3b6183.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8898</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2018 11:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2018 11:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มาเลเซียอำนาจเปลี่ยนมือ&#039;อักษรา&#039;เชื่อไม่กระทบพูดคุยสันติสุขชายแดนภาคใต้  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พ.ค.61 - พลเอกอักษรา เกิดผล หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไม่ห่วงผลการเลือกตั้งมาเลเซีย แม้อาจเปลี่ยนขั้วรัฐบาล&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยระบุว่าเบื้องต้นคณะพูดคุยฝ่ายไทยต้องสงวนท่าที&amp;nbsp;&amp;nbsp;รอติดตามสถานการณ์และผลให้ชัดเจนว่าพรรคใดจะได้เสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาล&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพราะเชื่อว่าเป็นเรื่องของการแข่งขันทางการเมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้มั่นใจไม่ว่าจะเป็นพรรคใดเข้ามาบริหารประเทศ ก็จะไม่กระทบต่อการพูดคุยสันติสุขฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไม่กระทบโรดแมป เพราะถือเป็นนโยบายระหว่างประเทศ ซึ่งทุกพรรครัฐบาลที่เข้ามาดำรงตำแหน่ง ต้องให้การสนับสนุนตามหลักสากลในแนวทางสันติวิธี&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพราะปัจจุบันทั่วโลกได้เข้าสู่โหมดสันติภาพ อย่างไรก็ตามขอให้ประชาชนอย่ากังวลหรือคาดการณ์ล่วงหน้า&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพราะสันติวิธี ถือเป็นแนวทางที่ต้องดำรงอยู่ และดำเนินต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลเอกอักษรา กล่าวว่าส่วนความคืบหน้าการใช้พื้นที่อำเภอเจาะไอร้องจังหวัดนราธิวาส เป็นพื้นที่นำร่องเซฟตี้โซนหรือ พื้นที่ปลอดภัยนั้น พลเอกอักษรา ระบุว่าต้องประเมินสถานการณ์หลังจากนี้ไปอีก 6 เดือน ว่าสามารถลดเหตุ ลดบาดเจ็บ ลดจำนวนการสูญเสียได้หรือไม่ หากประสบความสำเร็จ ก็เตรียมที่จะกำหนดพื้นที่ปลอดภัยอื่นต่อไป แต่หากเกิดเหตุที่เจาะไอร้อง ก็ต้องประเมินสถานการณ์ ทบทวนแนวทาง แก้ไขก่อนขยายไปพื้นที่อื่น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8898</URL_LINK>
                <HASHTAG>3จว.ชายแดนภาคใต้, คณะพูดคุยสันติสุขชายแดนภาคใต้, พล.อ.อักษรา เกิดผล, สันติวิธี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180115/5a5c83abcb745.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
