<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>53571</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/12/2019 09:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/12/2019 09:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิบากกรรมสุขภาพคนไทย หลัง 3 สารเคมี ได้ไปต่อ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในรอบปีที่ผ่านมา ข่าวการยกเลิกแบน 3 สารเคมี &amp;nbsp;&amp;quot;พาราควอต ไกลโคเซต คลอร์ไพริฟอส &amp;quot;ออกไปอีก6เดือนสำหรับ พาราควอต และคลอร์ไพริฟอส ส่วนไกลโคเซต ให้ใช้ได้ต่อไป และมีผลบังคับใช้ วันที่ 1มิ.ย.2563 &amp;nbsp;ทั้งที่คณะกรรมการวัตถุอันตราย เคยมีมติให้ยกเลิกใช้ไปแล้ว และให้มีผลบังคับใช้ในวันที่ 1ธันวาคม 2562 ที่ผ่านมา นับเป็นเรื่องฮือฮาสะท้านสะเทือนสถานภาพรัฐบาล ไม่น้อย เพราะรัฐมนตรีของสองพรรคร่วมรัฐบาล คือ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รวม.กระทรวงอุตสาหกรรม พรรคพลังประชารัฐ และนายอนุทิน ชาญวีรกุล รมว.กระทรวงสาธารณสุข พรรคภูมิใจไทย จะขึ้นเวทีมวย คนละมุม ด้วยความเห็นต่าง แบน กับ ไม่แบน 3สารเคมี

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ว่ายกแรกๆ นายอนุทิน ดูจะเป็นฝ่ายได้เปรียบเพราะมีกองเชียร์ กระแสสังคมช่วยหนุน ให้ยกเลิก จนกดดันให้คณะกรรมการวัตถุอันตราย ซึ่งเป็นผู้อุ้ม3สารเคมีนี้มาตลอด ต้องตัดสินใจในการประชุมเมื่อวันที่ 22ต.ค.ประกาศยกเลิกการใช้ 3สารเคมีนี้ในที่สุด. และให้มีผลบังคับใช้ในวันที่ 1ธ.ค.62 มติดังกล่าว เรียกเสียงเฮ จากผู้ต่อต้านการใช้3สารพิษ นับเป็นชัยชนะที่รอคอยมา 7ปี นับจากมีการเรียกร้องให้ยกเลิกใช้สารเคมีดังกล่าว

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่แล้วในช่วงท้ายของแมทช์การปะทะของมวยคู่นี้ นายสุริยะ &amp;nbsp;กลับพลิกสถานการณ์ให้เป็นฝายได้เปรียบ &amp;nbsp;ในฐานะประธานคณะกรรมการวัตถุอัยนตราย นายสุริยะได้เข้าร่วมประชุมครั้งแรก เมื่อวันที่ 27พ.ย.62 และผลการประชุมออกมามีการกลับลำมติ ให้เลื่อนการแบน3สารพิษออกไปอีก 6เดือนเล่นเอานายอนุทิน อึ้ง! กับเกมที่พลิกผันจากหน้ามือไปหลังมืออย่างไม่น่าเชื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์ดังกล่าว เป็นที่จับตาเรื่องรอยร้าวระหว่างสองพรรคร่วมรัฐบาล ที่มีเสียงปริ่มน้ำ และทำให้หลายคนลุ้นว่ารัฐนาวารัฐบาลประยุทธิ์ ที่ล่าสุดถูกตั้งฉายาว่า &amp;quot;รัฐบาลซาเล้ง&amp;quot; จะรอดหรือไม่ หรือแตกกันเป็นเสี่ยงๆ เพราะสองบิ๊กไม่อยากมองหน้ากันแล้ว

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แต่ก่อนคณะกรรมการวัตถุอันตรายจะกลับลำ ก็มีสัญญาณมาก่อน โดยมีกลุ่มม็อบเกษตรกร กลุ่มอ้างตัวอนุรักษ์ธรรมชาติ ออกมาประท้วง แสดงความไม่เห็นด้วยการยกเลิกใช้ 3สารเคมี &amp;nbsp;ส่วนใหญ่ยกเหตุผลเรื่องต้นทุน ซึ่ง3สารเคมีตอบโจทย์ อย่างมาก เพราะราคาถูก และใช้ได้ผลดีมาก อีกทั้งภาครัฐเองก็ยังไม่มีสารอื่นที่มาทดแทน &amp;nbsp; ได้แต่บอกยกเลิกเฉยๆ &amp;nbsp;กระแสค้านยังมีอีกแง่มุม ออกมาให้ข้อมูลว่า ไปเอาที่ไหนมาพูดว่าสารเคมีพวกนี้เป็นอันตราย ไม่มีข้อมูลวิทยาศาสตร์ยืนยันรับรอง ซึ่งขัดแย้งกับกระแสที่หนุนให้ยกเลิก และข้อมูลจากนักวิชาการต่างๆ ตลอดจนข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข ที่ยืนยันว่า 3 สารเคมี เป็นสารอันตราย ผลลัพธ์ที่เป็นผลเสียหนักไปทางเป็นตัวการก่อมะเร็ง และทำลายสิ่งแวดล้อม

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ความตึงเครียดของพรรคร่วมรัฐบาล จากปัญหา 3สารเคมี หนีไม่พ้น ต้องมีผู้ใหญ่ในรัฐบาล ต้องลงมือจัดการแก้ไข หยุดความบาดหมางไม่ให้ ลุกลาม บานปลายไปกว่านี้ &amp;nbsp; ทางออกของนายกรัฐมนตรี คือการให้&amp;nbsp;นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รมต.จากประชาธิปัตย์ เข้ามาเป็นคนกลางไกล่เกลี่ย แต่นายเฉลิมชัยเอง ก็ออกจะเอนเอียงความเห็นไปในทางเห็นด้วยกับนายสุริยะ

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเฉลิมชัยให้สัมภาษณ์ว่า การตัดสินใจแบนหรือไม่แบนมีผลกระทบทั้งนั้น &amp;nbsp;ตนในฐานะที่ดูแลเกษตรกรก็ต้องพิจารณาในส่วนของเกษตรกร โดยให้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) พิจาราณาทุกด้าน คาดว่าจะมีข้อมูลออกมา และคงไม่ต้องคุยกับนางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.กระทรวงเกษตรฯ ที่มาจากพรรคภูมิใจไทย และเป็นตัวละครสำคัญ ให้มีการแบน 3สารเคมีอีก &amp;nbsp; เพราะได้มีการมอบอำนาจการตัดสินใจก่อนหน้าไปแล้วและคงพิจารณารอบคอบด้านแล้ว

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การดำเนินบทบาท &amp;quot; คนกลาง&amp;quot; ของนายเฉลิมชัย ก็คือ การหารือกับ &amp;nbsp;กลุ่มเกษตรกร 19 องค์กร ที่ออกมาคัดค้านยกเลิกการแบน 3สารเคมี &amp;nbsp;เกษตรกรกลุ่มนี้ เสนอให้แก้ไขปัญหา โดยให้คณะกรรมการวัตถุอันตรายกลับไปใช้มาตรการจำกัดการใช้กับสารเคมีทั้ง 3 ชนิด ตามมติของคณะกรรมการวัตถุอันตรายวันที่ 23 พ.ค.2561 และมติวันที่ 14 ก.พ. 2562 ที่มีการประเมินด้านสุขภาพและผลกระทบแล้ว &amp;nbsp;ซึ่งมีรายงานว่า นายเฉลิมชัยระบุว่า จะนำผลการหารือ ไปรายงานให้นายกรัฐมนตรีและคณะกรรมการวัตถุอันตรายรับทราบทุกอย่างก็จะจบ &amp;nbsp;

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ความคุกรุ่น ระดับเกือบจะลุกเป็นไฟนี้ยังไม่นับ ก็มีมือที่สาม อย่างสหรัฐอเมริกา เข้ามาช่วยผสมโรง &amp;nbsp;ออกมาคัดค้านไม่เห็นด้วยที่รัฐบาลไทยจะยกเลิกการใช้ 3สารเคมี &amp;nbsp;

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;และหลังจากความขัดแย้งของพรรคร่วมรัฐบาลระอุอยู่ไม่นาน ก็เข้าใจว่ามีการเคลียร์กันภายในหลังบ้านพรรคร่วม ทำให้นายอนุทิน เหมือนจะยอมรับสภาพ และหยุดการเคลื่อนไหวแบน3สารเคมีไประยะหนึ่งแล้ว แม้จะมีกลุ่มนักวิชาการที่ไม่เห็นด้วยกับการให้สารพิษดังกล่าวได้ไปต่อ &amp;nbsp;อย่าง ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ออกมาล่าชื่อคนในวงการหมอ ได้มากว่า5หมื่นชื่อ &amp;nbsp; และนำมายื่นให้นายอนุทิน หวังปลุกกระแสยกเลิก3 สารเคมีให้จุดติดอีกครั้ง &amp;nbsp;แต่นายอนุทินดูเหมือนจะพูดได้เพียงว่า&amp;quot; แม้ตนจะพ่ายในเกมส์ และไม่ยอมพ่ายในาารดูแลสุขภาพคนไทย&amp;quot; &amp;nbsp; ถ้าป่วยด้วยสาเหตุที่มาจากสารเคมีเมื่อไหร่ ก็พร้อมจะดูแลรักษา

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;มีเสียงกระซิบกระซาบว่า &amp;nbsp;เบื้องลึก เบื้องหลัง การไม่แบน 3สารเคมี เป็นเรื่องผลประโยชน์ล้วนๆ โดยเฉพาะธุรกิจค้าสารเคมี ที่มีวงเงินจากวงจรธุรกิจมหาศาล &amp;nbsp;จะได้รับผลกระทบอย่างหนัก หากมีการยกเลิกใช้จริง เพราะยังมีสต็อกตกค้างไม่ต่ำกว่า 2.3 หมื่นตัน คิดเป็นมูลค่าจำนวนเงินมหึมา

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัญหาการเลิกใช้ หรือใช้ต่อ 3สารเคมี จึงไม่ใช่เรื่องเล่นๆ หากวิเคราะห์ให้ดี จะเห็นว่าเกษตรกรจำนวนมาก ที่ไม่ใช่เกษตรอินทรีย์ จะเดือดร้อนอย่างแน่นอน &amp;nbsp; เพราะขณะนี้ ยังไมมีอะไรที่มาทดแทนสารเคมีดังกล่าวได้ &amp;nbsp;และ ไทยยังทำการเกษตรพืช แบบเชิงเดี่ยวเป็นส่วนใหญ่ พวกไร่อ้อย-ยางพารา-ข้าวโพด-มันสำปะหลัง-ปาล์มน้ำมัน และไม้ผล &amp;nbsp; ต้องหวังผลผลิตจำนวนมาก &amp;nbsp;หากไม่มีการใช้สารเคมีกำจัดหญ้า หรือศัตรูพืช ก็จะทำให้ผลผลิตลดลงอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ในแง่สุขภาพ ความเป็นความตายของคนไทย ก็ขึ้นอยู่กับสารเคมีที่ว่านี้ด้วยเช่นกัน &amp;nbsp; มีรายงานตัวเลขจากกระทรวงสาธารณสุขระบุว่า มีผู้เสียชีวิตจากการใช้สารเคมีเกษตร จำนวนมาก และมีเกษครกรป่วยโรคเนื้อเน่าจากการใช้สารเคมี &amp;nbsp;นอกจากนี &amp;nbsp;ถ้าดูจากสาเหตุการเสียชีวิตของคนไทย โรคมะเร็ง ก็ยังเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งอีกด้วย

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;และถึงจะมีเหตุผลมากมายที่ทำให้คนเป็นมะเร็ง แต่&amp;quot;อาหาร&amp;quot;พืชผัก ที่เราบริโภค เอาใส่ปากใส่ท้องในแต่ละวัน นับว่าเป็นสิ่งใกล้ตัวที่สุด &amp;nbsp;มิหนำซ้ำเรายังต้องบริโภคอาหารกันวันละ 3มื้อ &amp;nbsp;และถ้าอาหารไม่ปลอดภัย ก็มีโอกาสที่จะได้รับสารพิษซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทุกเมื่อเชื่อวัน &amp;nbsp; เหมือนการหยอดยาพิษให้กับร่างกายไปเรื่อยๆ ก็คงเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงด้วยเช่นกัน

&amp;nbsp; ในระดับภาพกว้าง ๆพิษภัยของสารเคมีเกษตร นั้นย่อมต้องมีแน่นอน ในช่วงก่อนการมีมติแบน เมื่อวันที่ 22ต.ค. ก็มีข่าวว่านักวิชาการจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำปูนา มาตรวจหาสารเคมีตกค้าง ก็พบว่ามีสารเคมีอันตราย ในตัวปูมากกว่า 200 เท่าของระดับความปลอดภัย &amp;nbsp;พร้อมทั้งยังเตือนการบริโภค&amp;quot;น้ำปู๋&amp;quot; ที่นิยมของชาวเหนือว่า อาจะได้รับอันตรายจากสารเคมีนี้ไปเต็มๆ

&amp;nbsp; &amp;nbsp; ยังมีข่าวเกษตรกร เสียชีวิตเพราะถังฉีดพ่นสารเคมีฉยาฆ่าหญ้า &amp;nbsp;ซึ่งเกษตรกรสะพายหลังเวลาฉีดพ่น เกิดรั่ว และสารเคมีไหลซึมไปตามร่องก้น ของเกษตรกรรายนี้ ทำให้ต่อมาต้องเเสียชีวิตในที่สุด

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ไม่นับข้อมูลจากนักวิชาการ ที่ทำวิจัยและเก็บข้อมูลออกมาระบุว่า สารเคมีเกษตร มีผลกระทบต่อสมองของทารกในครรภ์อีกด้วย สารเคมีเกษตรจึงเป็นสารก่อมะเร็งที่น่ากลัวอย่างยิ่ง &amp;nbsp;

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สรุปว่า พิษภัยจากสารเคมีนั้นมีอยู่จริงและแพร่กระจายในระบบนิเวศ สิ่งแวดล้อมแล้ว ทั้งดิน ทั้งน้ำ &amp;nbsp;และผลกระทบในเชิงเศรษฐกิจก็เป็นเรืองที่เป็นจริง หากมีการยกเลิกใช้3สารเคมี

&amp;nbsp; &amp;nbsp; ปัญหานี้ จึงเหมือนการกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ของรัฐบาลลุงตู่

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ถึงกระนั้น ถ้าเทียบผลประโยชน์ทางธุรกิจ กับ ค่ายา ค่ารักษาพยาบาล ที่ต้องรักษาคนเป็นมะเร็ง ซึ่งมีมูลค่าไม่น้อย ก้ำกึ่งกับมูลค่าทางเศรษฐกิจ ก็เป็นเรื่องที่คนมีอำนาจตัดสินใจต้องเลือก ว่าจะพาคนไทยเดินไปทางไหน รวย หรือตาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53571</URL_LINK>
                <HASHTAG>3สารพิษ, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, นายอนุทิน  ชาญวีรกูล, ยกเลิกแบน3 สารเคมี, สุขภาพคนไทยกับสารพิษเกษตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191206/image_big_5dea05d992892.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53318</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/12/2019 16:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/12/2019 16:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตัวแทนวงทางการแพทย์ยืนหนังสือหนุนแบน 3สารเคมี &quot;อนุทิน“ลั่น &quot;เรายอมแพ้ในเกมส์ แต่ไม่ยอมแพ้ในสุขภาพ” </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
26 ธ.ค.62-นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังศ. นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ในฐานะตัวแทนบุคลากรทางการแพทย์ และตัวแทน พยาบาล เภสัชกร และนิสิตนักศึกษา เข้ายื่นหนังสือปิดผนึกมีรายชื่อกว่า 57,000 รายชื่อ สนับสนุนการแบนสารพิษ พาราควอต ไกลโฟเสต และคลอไพริฟอส ว่า ขอขอบคุณตัวแทน แพทย์ พยาบาล เภสัชกร และภาคประชาชน มีความเป็นห่วงสุขภาพประชาชน ข้อมูลได้รับในวันนี้ จะนำเรียนท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งเสียงและการยืนยันของท่านมีน้ำหนัก มีคุณค่าและมีประโยชน์กับประชาชนมากที่สุด สธ. ขอยืนยันว่า สุขภาพที่ดีของประชาชนต้องมาก่อนกำไรหรือรายได้ หวังว่าท่านทั้งหลายจะสนับสนุนภารกิจและสืบสานเจตนารมณ์ของกระทรวงสาธารณสุขต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.สธ. กล่าวอีกว่า ตนและผู้บริหารสธ.จะไปชี้แจงกรรมาธิการการสาธารณสุขตามที่ได้รับคำเชิญ เพื่อแสดงความคิดเห็นต่อผลกระทบด้านสุขภาพที่เกิดจากการใช้สารเคมีทางการเกษตร ซึ่งขอยืนยันจุดยืนเดิม คือไม่สนับสนุนการใช้สารเคมีทางการเกษตรทั้ง 3 สาร อย่างไรก็ตาม เคารพมติคณะกรรมการวัตถุอันตราย &amp;ldquo;เรายอมแพ้ในเกมส์ แต่ไม่ยอมแพ้ในสุขภาพ&amp;rdquo; สิ่งที่จะดำเนินการต่อจากนี้คือ การเผยแพร่องค์ความรู้ ข้อมูล ให้ประชาชนเห็นถึงผลกระทบจากสารพิษเพื่อให้ดูแลตัวเองได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้ามีผู้ป่วยเข้ามารับการรักษา เราจะรับรักษาทั้งหมด เพราะระบบประกันสุขภาพครอบคลุมอยู่แล้ว จากนี้ไปสิ่งที่รับปากคือ จะทำทุกทางให้ประชาชนสามารถเลือกบริโภคอาหารที่ปลอดภัยได้เอง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53318</URL_LINK>
                <HASHTAG>3สารพิษ, นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา, นายอนุทิน ชาญวีรกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191226/image_big_5e047e56105bf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51441</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/2019 09:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/2019 09:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วีระ&#039;สรุปเปรี้ยง!ขยายเวลา-เลิกแบนสารพิษ เป็นโยบายของรัฐบาลชั่วนี่เอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ย. 62 - นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต่อต้านการคอรัปชั่น ได้โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีคณะกรรมการวัตถุอันตราย ให้เลื่อนการแบน 2 สารพิษออกไปอีก 6 เดือน และอีกหนึ่งสารพิษให้ใช้ต่อไปได้ว่า &amp;quot;ชัดเจนแล้วที่แท้เป็นนโยบายของรัฐบาลชั่วนี่เอง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51441</URL_LINK>
                <HASHTAG>3สารพิษ, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, คณะกรรมการวัตถุอันตราย, วีระ สมความคิด, สารพิษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190430/image_big_5cc806243b64e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51323</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/11/2019 13:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/11/2019 13:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ลุงตู่&#039;ลอยตัว!ไม่ขัดข้องขยายเวลาแบนสารพิษ ไม่ยุ่งคณะกรรมการวัตถุอันตราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 พ.ย. 62 - เมื่อเวลา 11.30 น. &amp;nbsp;ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมสภากลาโหมถึงกรณีการขยายเวลาการแบนสารพิษออกไปอีก 6 เดือนว่า ตนไม่ได้ขัดข้องในเรื่องเหล่านี้ ส่วนเรื่องของการยกเลิกก็ไม่ได้ขัดแย้ง เพราะมองในแง่สุขภาพประชาชนและผู้บริโภค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ต้องมาดูรายละเอียดอีกที เมื่อคณะกรรมการวัตถุอันตรายพิจารณาอย่างไรก็เป็นไปตามนั้น แต่ต้องหาวิธีการและมาตรการที่เหมาะสม ซึ่งจะเลื่อนหรือไม่เลื่อนก็ว่ากันมา ตนไม่สามารถไปสั่งได้ ตรงนี้เป็นเรื่องของคณะกรรมการที่ทำงานมา และกระทรวงที่เกี่ยวข้องต้องหาวิธีการที่เหมาะสมในการดำเนินการให้ได้ เพื่อลดความขัดแย้ง ลดปัญหาจากภาคเกษตรด้วย คงไม่ขัดแย้งในเรื่องนี้&amp;quot;พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;ระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51323</URL_LINK>
                <HASHTAG>3สารพิษ, คณะกรรมการวัตถุอันตราย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา, แบนสารพิษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191128/image_big_5ddf6c280c986.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51255</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2019 15:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2019 15:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พรรคร่วมรัฐบาลส่อร้าว!ภูมิใจไทยจ่อแถลงจุดยืน หลังโดนเจาะยางพลิกมติแบนสารพิษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ย.62 - รายงานข่าวจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่พอใจกรมวิชาการเกษตรแอบทำหนังสือขอขยายระยะเวลา 3 กรณี หลังจากมติแบน 3 สารเคมีเกษตร โดยแบ่งเป็น 1. ขยายระยะเวลา 1 เดือน 2.ขยายระเวลา 3 เดือน 3.ขยายระยะเวลา 6 เดือน โดยไม่แจ้งให้ทราบ มาแอบเห็นเอกสารในภายหลังจากที่ส่งเข้าคณะกรรมการวัตถุอันตรายแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รองนายกฯอนุทิน และ รมช.มนัญญา มีความไม่พอใจอย่างมากที่กรมวิชาการเกษตร ทั้งที่เป็นหน่วยงานในการดูแลของรมช.เกษตรฯกลับไม่เสนอเอกสารมาให้ตรวจก่อนที่นำเข้าในการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย ซึ่งเอกสารดังกล่าวลงนามโดยนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯและปลัดกระทรวงเกษตรฯนำส่งเข้าที่ประชุมทันที&amp;quot; แหล่งข่าวระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีระกุล รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข ได้เรียกน.ส.มนัญญา ไปที่รัฐสภา เพื่อประชุมพรรคแสดงจุดยืนของพรรคภูมิใจไทย และรอมติของคณะกรรมการวัตถุอันตราย อีกทั้งนายอนุทิน ไม่พอใจอย่างมากและคาดว่าประเด็นนี้จะเป็นรอยร้าวในพรรคร่วมรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานด้วยว่า &amp;nbsp;น.ส.มนัญญา เตรียมแถลงข่าวที่กระทรวงเกษตรฯ หลังทราบผลมติคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่มีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่ากระทรวงอุตสาหกรรมเป็นประธาน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51255</URL_LINK>
                <HASHTAG>3สารพิษ, ภูมิใจไทย, มนัญญา ไทยเศรษฐ์, อนุทิน ชาญวีรกูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191115/image_big_5dce7550e4d8a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48862</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/10/2019 16:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/10/2019 16:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย่ามายัดเยียดคนไทย!&#039;มนัญญา&#039;โต้เดือดสหรัฐค้านแบนสารพิษ&#039;ไกลโฟเซต&#039;  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
25 ต.ค 62 - น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการเกษตรและสหกรณ์ &amp;nbsp;ลงพื้นที่จ.อุทัยธานี เพื่อประชุมทุกหน่วยงานขับเคลื่อนนโยบายเกษตรปลอดภัย ภายหลังแบน3สารเคมี และจะผลักดันให้อุทัยธานีเป็นเมืองเกษตรปลอดภัย โดยมีประชาชน เกษตรกร หน่วยงานต่างๆมาให้กำลังใจในการต่อสู้พื่อสุขภาพที่ปลอดภัยของคนไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.มนัญญา กล่าวว่าการยกเลิกการใช้สารเคมีอันตราย3สาร เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลไทยที่ต้องการปกป้องสุขภาพคนไทย &amp;nbsp;ซึ่งกระทรวงเกษตรฯเตรียมทำหนังสือชี้แจงสถานทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ในเร็วๆนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้รมช.เกษตรฯระบุว่า การยกเลิกสารพิษเพื่อให้ไทยที่เป็นครัวของโลกมีอาหารปลอดภัยจริง ไม่ต้องกังวลว่าสิ่งที่ทานเข้าไปมีสารพิษหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ดิฉันชูโมเดล &amp;ldquo;เมืองหลวงเกษตรปลอดภัยอุทัยธานี&amp;rdquo;ซึ่งเป็นจังหวัดบ้านเกิดดิฉัน เพื่อให้เป็นจังหวัดต้นแบบและขยายผลไปทุกจังหวัดแบบเครือข่ายใยแมลงมุม ในการส่งเสริมปลูกพืชอินทรีย์ &amp;nbsp;ผักปลอดภัย ทำเกษตรปลอดภัย คนที่มาเที่ยวจังหวัดนี้จะได้กินน้ำ อาหาร อากาศ ปลอดภัย ซึ่งประชาชนทุกคนต้องการ &amp;nbsp;สหรัฐฯควรมาถามคนไทยทุกคนว่าต้องการอะไร ไม่ใช่จะมายัดเยียดให้ใช้สารอะไรต่ออะไร ที่จริงประเทศไทยจะพยายามแบน3สารมาหลายปีแล้ว &amp;nbsp;ไม่มีใครคิดว่าจะแบนได้ แต่มีใครถาม หรือมีใครทราบไหมว่ากว่าที่ดิฉันจะสามารถแบน3สารนี้ได้ ดิฉันต้องเจอต้องต่อสู้กับอะไรมาบ้าง เพื่อคนไทย วันนี้จึงแปลกใจที่มีคนต้านไม่ให้เลิกใช้สารพิษ&amp;rdquo;น.ส.มนัญญา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมช.เกษตรฯกล่าวว่าในการแบน3สาร เป็นเรื่องกฏหมายของแต่ละประเทศ ซึ่งคงไม่ตอบโต้มากกว่านี้ ส่วนกระทบเรื่องการค้าหรือไม่ เป็นเรื่องของรัฐบาลที่จะดูแลแก้ไขกันต่อไป อย่าคาดการณ์ล่วงหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าเป็นการแทรกแซงการทำงานของรัฐบาลไทยหรือไม่ รมช.เกษตรฯกล่าวว่าจะแทรกแซงหรือไม่นั้นขอให้เป็นท่าทีของรัฐบาลต่อรัฐบาล เพราะเราทำในฐานะหน้าที่ของเราที่ทำได้ และต้องทำ ขณะนี้เรามุ่งรักษาสุขภาพและชีวิตของคนไทย หากสารเคมี มีแต่เรื่องดีๆทำไมกว่า50ประเทศจึงยกเลิกการใช้ รวมทั้งเกษตรกรไทย เตรียมพร้อม ลด ละ เลิก มา3ปีแล้ว ดังนั้นสหรัฐฯต้องไปถาม ประเทศเวียด ขณะนี้ห้ามใช้สารเคมีแล้วกระทบการค้าระหว่างสองประเทศหรือไม่ &amp;nbsp;ซึ่งปริมาณส่งออกสินค้าเกษตรจากเวียดนามไปสหรัฐฯ มีปริมาณมากกว่าประเทศไทย มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.มนัญญา กล่าวว่าจะมีการบูรณาการทุกหน่วยงาน เช่น กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ เชื่อมโยงตลาดโรงพยาบาลอาหารปลอดภัยทุกอำเภอ โครงการอาหารปลอดภัยในโรงเรียน ร้านจำหน่ายสินค้าเกษตรปลอดภัยในจังหวัด พัฒนาเป็นร้านจำหน่ายสินค้าเกษตรปลอดภัย หรือกรีนช็อป การสร้างและพัฒนาตลาดเพื่อให้เกิด ซูเปอร์สหกรณ์ในทุกจังหวัดขึ้น ทั้งนี้สินค้าเกษตรปลอดภัยได้มีการส่งเสริมให้สหกรณ์การเกษตรในจังหวัดเป็นแหล่งรวบรวมผลผลิต จากทุกอำเภอ เชื่อมโยงกับกลุ่มเกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจชุมชน กลุ่มแปลงใหญ่และเกษตรกรในพื้นที่แปลงคทช.เป็นผู้ผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยและอินทรีย์ สร้างร้านค้าจำหน่ายสารชีวภันฑ์ หรือ กรีนช็อป ในท้องถิ่น โดยปลายทางสินค้าปลอดภัยเหล่านี้เชื่อมโยงกับตลาดและเพิ่มช่องทางการจำหน่ายไปทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมช.เกษตรฯกล่าวว่า การลุกมาต้านเพราะทุกภาคส่วนต่างๆเห็นด้วย ประชาชนก็ลุกขึ้นมาไม่เอา3สารด้วย ไม่ใช่การที่ตนนึกมโนเอง ทุกหน่วยงานมีเหตุผลประจักษ์ถึงพิษภัยจากสารเคมี จริงๆประเทศไทยมีการส่งออกมากมาย จึงได้นำจ.อุทัยธานี เป็นจังหวัดแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมช.เกษตรฯกล่าวด้วยว่ามีการตั้งโต๊ะล่าชื่อผู้ไม่เห็นด้วยกับการแบนที่ร้านขายเคมีเกษตร เพื่อนำชื่อมายื่นศาลปกครอง เชลล์ขายยา ตั้งโต๊ะล่ารายชื่อเกษตรกร &amp;nbsp;ถามว่าหน่วยงานที่เป็นต้นทาง ไปไหน &amp;nbsp;ส่วนเกษตรกรไปฟ้องร้องศาลปกครอง ถามว่าใครล่ารายชื่อ ใครไปร้อง ใช่เกษตรกรหรือไม่ ขอให้เกษตรกรที่มีปัญหามาหา ไม่ใช่เอาเซลล์ขายยาไปขึ้นศาล จะสั่งให้กรมวิชาการเกษตร ไปตรวจสอบร้ายขายยา ที่จ.จันทบุรี จ.ตราด ทำไมตั้งโต๊ะล่ารายชื่อ เป็นร้านที่มีใบอนุญาตถูกต้องหรือไม่ ซึ่งที่ผ่านมามีที่ไหนต้องใช้เงินหลวงเป็น100ล้านบาท เพื่ออบรมการใช้ยาพิษ ซึ่งที่จ.อุทัยธานี เกษตรกรมารับการอบรมใช้สารเคมี 400คน ถอนตัวไป100กว่าคน พอเปิดอบรมใช้ชีวภาพ เกษตรอินทรีย์ มาอบรมกว่า2หมื่นคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับมาตรการดูแลเกษตรกรได้ให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ สำรวจสหกรณ์การเกษตร800แห่ง เพื่อมีมาตรการสนับสนุนปรับเปลี่ยนมาใช้เครื่องจักรกล กำจัดวัชพืช ช่วยเหลือเกษตรกรให้เร็วที่สุด โดยจะเสนอเร่งด่วนขอใช้งบกลาง เสนอนายกรัฐมนตรี อุดหนุนสหกรณ์การเกษตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่าได้เตรียมเกษตรกร สหกรณ์ ผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัย สนับสนุนเรื่องเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ กรมได้เตรียมเงินทุนให้สหกรณ์กู้ร้อยละ1 ปล่อยให้สมาชิก กู้ไปทำแหล่งน้ำ ปรับปรุงการผลิต ทางกรมหาตลาดที่จะส่งออกจากจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ก่อนหน้าที่จะยกยกเลิก3สาร กรมส่งทีมงานไปเตรียมพร้อมทุกจังหวัดเพื่อดูว่าสหกรณ์ต้องการช่วยเหลือสมาชิกอย่างไร โดยกรมได้เตรียมเสนอ รมช.เกษตรฯว่าจะทำโครงการช่วยเหลือสมาชิกโดยการสนับสนุนเครื่องจักรกลให้สหกรณ์ ไปบริการเกษตรกร ลดต้นทุนถูกลง ในการกำจัดศัตรูพืช &amp;nbsp; อ้อย ข้าวโพด ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง ยางพารา &amp;nbsp;ซึ่งพบว่า ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมันสำปะหลังต้องมีการปรับดิน &amp;nbsp;ซึ่งมาตรการนี้ได้เสนอรมช.เกษตรฯเห็นชอบนำเสนอครม.โดยเร็ว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48862</URL_LINK>
                <HASHTAG>3สารพิษ, มนัญญา  ไทยเศรษฐ์, สหรัฐสารพิษ, สารพิษอันตราย, เกษตรกร, แบน3สารพิษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191025/image_big_5db2c282daa41.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48170</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2019 15:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2019 15:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จุดยืนชัดเจน! &#039;อนาคตใหม่&#039; คัดค้านการ &#039;แบน 3 สารพิษ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ต.ค.62 - นายศักดินัย นุ่มหนู ส.ส.จังหวัดตราด พรรคอนาคตใหม่ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า &amp;quot;ผมนายศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราดพรรคอนาคตใหม่ ในฐานะลูกชาวสวนขอ#คัดค้านการแบนสารเคมีทางการเกษตร3ชนิดแบบหักดิบในเวลานี้#...ผมเห็นด้วยกับการลดการใช้สารเคมีในการผลิตพืช ผัก ผลไม้ และสนับสนุนการทำเกษตรอินทรีย์ แต่เราต้องขับเคลื่อนไปพร้อมๆกัน ในด้านการตลาด การคิดค้นชีวภัณฑ์ทดแทน ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการแบนสารเคมีตัวเก่า เพื่อเปิดทางให้ใช้สารเคมีตัวใหม่&amp;quot;เท่ากับเป็นการหลอกลวงประชาชน ประเทศเราควรมียุทธศาสตร์ที่ชัดเจนว่าประเทศไทยจะเป็นประเทศเกษตรอินทรีย์อย่างสมบูรณ์ใน10 ปี หรือ15 ปีข้างหน้าโดยดำเนินการไปอย่างมีกระบวนการ#ลดการนำเข้าและลดการใช้สารเคมีควบคู่ไปกับการค้นคว้าวิจัยชีวภัณฑ์ทดแทน#..&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่สิ่งที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ไม่ได้มีการเตรียมการที่ดีพอเพื่อหาทางออกให้กับประชาชน เกษตรกรจึงต้องแบกรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;# จังหวัดตราดเป็นแหล่งผลิตผลไม้เพื่อการส่งออก#ผมในฐานะรองประธานกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์สภาผู้แทนราษฎรจะพยายามผลักดันให้เกษตรกรเข้าสู่ระบบการผลิตตามมาตรฐานGAP#ซึ่งจะสนับสนุนให้เกษตรกรใช้สารเคมีอย่างถูกต้อง ปลอดภัยและเป็นผลดีต่อการส่งออกผลไม้จังหวัดตราดต่อไป#ผมขอยืนเคียงข้างพ่อแม่พี่น้องเกษตรกรตลอดไป&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48170</URL_LINK>
                <HASHTAG>3สารพิษ, พรรคอนาคตใหม่, แบนสารพิษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191016/image_big_5da6cde7dac1b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
