<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>54477</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชงร่างประกาศกษ.คุมสารพิษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;มนัญญา&amp;quot; ไม่รอคำตอบ &amp;quot;สุริยะ&amp;quot; เดินหน้าเตรียมส่งร่างประกาศกระทรวงเกษตรฯ เสนอ กก.วัตถุอันตราย หวังคุมเข้มการผลิตสารเคมีเกษตรเบ็ดเสร็จ ตัดตอนบริษัทปัดความรับผิดชอบปล่อยสารหมดอายุว่อนตลาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า &amp;nbsp;ร่างประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการในการผลิต การนำเข้า การส่งออก และการมีไว้ในครอบครอง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. ... จะสามารถเสนอต่อคณะกรรมการวัตถุอันตรายเพื่อรับทราบได้ภายในสัปดาห์นี้ เนื่องจากได้ตรวจสอบร่างครบขั้นตอนทั้งหมดแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้หนังสือที่ทวงถามต่อนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการวัตถุอันตราย ถึงขั้นตอนการปฏิบัติงานตามมติที่ดิฉันถามไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ยังไม่มีการตอบกลับมา ฉะนั้นกระทรวงเกษตรฯ ก็จะดำเนินการจำกัดการใช้สารเคมีตามมติคณะกรรมการวัตถุอันตรายเมื่อ 27 พ.ย.62 โดยอาศัยกฎหมายของกรมวิชาการเกษตรที่มีเพื่อควบคุมการผลิตสารเคมีเกษตรให้ได้คุณภาพ และบริษัทที่นำเข้า ผลิต จำหน่าย จะต้องผิดชอบในทุกขั้นตอน ไม่ใช่เหมือนที่ผ่านมาขายแล้วก็ไม่ต้องรับผิดชอบ สารเคมีหมดอายุก็ไม่ต้องนำออกจากตลาด เรื่องแบบนี้ต่อไปต้องไม่มีอีก ร่างประกาศนี้จะดูแลทั้งหมด&amp;quot; น.ส.มนัญญากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมช.เกษตรฯ กล่าวว่า ในเรื่องสารเคมีเกษตรเป็นเรื่องที่ตั้งใจทำและต่อสู้กันมากับนายฉกรรจ์ แสงรักษาวงศ์ อดีตอธิบดีกรมวิชาการเกษตร เพราะเห็นปัญหาของประเทศ เห็นว่าสารเคมีอันตรายหากไม่สร้างความตระหนักรู้ให้แก่ประชาชน และปล่อยให้มีการผลิตโดยไร้การควบคุมระบบ จึงมีโรงงานห้องแถว โรงงานผลิตสารเคมีที่ไม่ได้มาตรฐาน และเมื่อสารเคมีหมดอายุก็ไม่มีการจัดเก็บออกจากตลาด ซึ่งจะดูว่า รมว.เกษตรและสหกรณ์จะลงนามส่งหนังสือหรือไม่ หรือมิเช่นนั้นดิฉันจะลงนามเองในฐานะกำกับดูแลกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสาระสำคัญของประกาศกระทรวงเกษตรฯ คือ กำหนดให้สถานที่ผลิตวัตถุอันตรายต้องได้การรับรองระบบมาตรฐานบริหารคุณภาพ ISO 9001 ระบบมาตรฐานการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001 และมีห้องปฏิบัติการซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 17025 ด้านการวิเคราะห์วัตถุอันตราย ซึ่งได้รับการรับรองจากสถาบันการตรวจรับรองมาตรฐาน โดยหน่วยงานมาตรฐานในประเทศไทย ยกเว้นสถานที่ผลิตสารชีวภัณฑ์และสารสกัดจากพืช สถานที่ผลิตวัตถุอันตรายที่ผู้ประกอบการได้รับอนุญาตให้ผลิตวัตถุอันตรายอยู่ก่อนแล้วจะให้เวลาปรับปรุงแก้ไข 2 ปี อาคารผลิตและเก็บรักษาวัตถุอันตรายที่มากกว่าสองชั้นขึ้นไปต้องมีบันไดหนีไฟ ผนังต้องใช้วัสดุที่ไม่ก่อให้เกิดการลุกลามของไฟ พื้นอาคารต้องไม่มีคุณสมบัติดูดซับวัตถุอันตราย สามารถป้องกันการรั่วไหลของวัตถุอันตรายได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีการระบายอากาศที่เหมาะสม ต้องแบ่งแยกพื้นที่ผลิตและเก็บวัตถุอันตรายแต่ละประเภทเป็นสัดส่วนเพื่อป้องกันการปะปนกัน มีการระบายน้ำทิ้งลงสู่บ่อพักเพื่อนำไปบำบัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการป้องกันอันตรายสำหรับผู้ปฏิบัติงานนั้น กำหนดให้ต้องมีเสื้อผ้าชุดปฏิบัติงาน ถุงมือ &amp;nbsp;รองเท้า หมวก หน้ากากป้องกันพิษ ตรวจสุขภาพผู้ปฏิบัติงานอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อป้องกันอันตรายจากการมีวัตถุอันตรายสะสมอยู่ในร่างกาย ถ้าผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับวัตถุอันตรายที่มีสารประกอบในกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟตหรือคาร์บาร์เมต ต้องตรวจหาระดับซีรัมโคลีนเอสเตอเรสด้วย พร้อมจัดทำทะเบียนประวัติสุขภาพของผู้ปฏิบัติงาน และหากตรวจพบวัตถุอันตรายสะสมในร่างกายจนถึงระดับอันตราย ต้องจัดให้ผู้นั้นได้รับการรักษาหรือไปปฏิบัติงานอื่นตามความเหมาะสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.มนัญญากล่าวอีกว่า กฎหมายใหม่นี้ยังกำหนดให้ตรวจสอบคุณภาพของผลิตภัณฑ์วัตถุอันตราย โดยการตรวจสอบวิเคราะห์คุณภาพ อัตราส่วนความเข้มข้นของสารสำคัญให้ถูกต้องก่อนบรรจุภาชนะ ตรวจสอบฉลากที่จะปิดบนภาชนะบรรจุวัตถุอันตรายให้ถูกต้อง นอกจากนี้ผู้ผลิตวัตถุอันตรายจำกัดการใช้ต้องแจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการผลิตให้พนักงาน เจ้าหน้าที่ทราบภายในวันถัดจากวันที่มีการผลิตประกอบด้วย กระบวนการตั้งแต่เริ่มนำสารชนิดเข้มข้นมาแปรรูปโดยใช้ส่วนผสมต่างๆ เพื่อเปลี่ยนสภาพเป็นสารพร้อมใช้ แจ้งชนิดของส่วนผสม รายงานเกี่ยวกับภาชนะบรรจุที่ใช้แล้วซึ่งมีอยู่ในความครอบครอง การส่งไปทำลาย สถานที่ทำลาย และวิธีการทำลาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยจะต้องส่งรายงานดังกล่าวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในเดือนมกราคมทุกปี ในกรณีที่หากสอบสวนพบว่าเกิดข้อบกพร่องที่มีผลต่อคุณภาพผลิตภัณฑ์หรือเกิดอันตรายต่อผู้บริโภค ต้องเก็บผลิตภัณฑ์ดังกล่าวคืนอย่างรวดเร็ว มีบันทึกการเรียกเก็บผลิตภัณฑ์คืนจากลูกค้าแต่ละราย ตลอดจนให้แยกเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ที่เรียกคืนไว้ในบริเวณเฉพาะที่ปลอดภัย&amp;quot; น.ส.มนัญญากล่าว.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54477</URL_LINK>
                <HASHTAG>3สารพิษเกษตร, กก.วัตถุอันตราย, ประกาศกระทรวงเกษตร, มนัญญา ไทยเศรษฐ์, วัตถุอันตราย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แบน 3 สารพิษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200113/image_big_5e1c7a9f533cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51610</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/12/2019 18:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/12/2019 18:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักวิชาการสธ.แฉซ้ำ พิษอันตรายจาก3สารเคมี  แนะประชาชนเลี่ยงการใช้ หรือใช้อย่างระมัดระวังที่สุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
2ธ.ค.62- &amp;nbsp;ดร.พญ.ชุลีกร ธนธิติกร &amp;nbsp;นักวิชาการ กองโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม &amp;nbsp; กรมควบคุมโรค กล่าวถึงอันตรายของสารเคมีทางการเกษตร ทั้งสารที่ใช้สำหรับฆ่าแมลง ฆ่าหญ้า กำจัดเชื้อรา และกำจัดวัชพืชอื่นๆ รวมถึงสารฆ่าหนูและสัตว์กัดแทะต่างๆ สารเหล่านี้มีประโยชน์ในการป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อพืชที่เกษตรกรปลูก ทำให้เพิ่มผลผลิต เพิ่มรายได้ แต่มีผลกระทบต่อสุขภาพของเกษตรกร ทำให้เกิดการเจ็บป่วยแบบเฉียบพลัน เช่น ผื่นคัน ผื่นแดง ปวดศีรษะ มึนงง แสบตา น้ำตาไหล อ่อนเพลีย คลื่นไส้อาเจียน บางรายอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต ส่วนการเจ็บป่วยจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชในระยะยาว ได้แก่ การเกิดโรคมะเร็ง และโรคทางระบบประสาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับสารเคมีทางการเกษตรที่มีอันตรายสูง 3 ชนิด (พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต) มีผลกระทบต่อสุขภาพ ดังนี้ 1.พาราควอต เป็นสารที่มีพิษเฉียบพลันสูง ไม่มียาต้านพิษ มีการยกเลิกการใช้ในหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งพิษทำให้ระคายเคืองทางตา หากผิวหนังมีบาดแผลจะซึมเข้าสู่ร่างกายอย่างรวดเร็วเกิดแผลจากการกัดกร่อนได้ และมีผลระยะยาวต่อระบบประสาททำให้เกิดโรคพาร์กินสัน 2.คลอร์ไพริฟอส งานวิจัยในต่างประเทศ ตรวจพบว่ามีผลต่อความผิดปกติด้านพัฒนาการทางสมองของเด็กที่แม่ได้รับสารระหว่างตั้งครรภ์ ทำให้เด็กพัฒนาการช้า ความจำสั้น IQ ต่ำ เป็นสารที่รบกวนการทำงานของระบบต่อมไร้ท่อ ส่งผลต่อระบบไทรอยด์ กระตุ้นการเจริญเติบโตเซลล์มะเร็งลำไส้ และ 3.ไกลโฟเซต สถาบันวิจัยมะเร็งระหว่างประเทศ ภายใต้องค์การอนามัยโลก กำหนดให้เป็นสารที่น่าจะก่อมะเร็งได้ เป็นสารที่รบกวนการทำงานของระบบต่อมไร้ท่อ กระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเต้านมที่อาศัยฮอร์โมนเอสโตรเจน ก่อให้เกิดโรคไตเรื้อรัง และมีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคหลายชนิดเพิ่มมากขึ้น เช่น เบาหวาน โรคอ้วน อัลไซเมอร์ รวมทั้งพบการตกค้างในซีรั่มทารกแรกเกิดและมารดา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดร.พญ.ชุลีกร ยังกล่าวอีกว่า สารเคมีไม่ว่าจะเป็นชนิดใดๆ ก็สามารถก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายทั้งแบบเฉียบพลันและเรื้อรังได้ ประชาชนจึงไม่ควรใช้หรือสัมผัสสารเคมีใดๆ และควรป้องกันตนเองก่อนที่จะเจ็บป่วย แต่หากจำเป็นต้องใช้สารเคมีก็ขอให้ระมัดระวัง ตามหลัก &amp;ldquo;เกษตรกรปลอดภัย อ่าน ใส่ ถอด ทิ้ง&amp;rdquo; ดังนี้ ก่อนการใช้ 1) อ่านฉลาก ทำตามคำแนะนำก่อนใช้งาน 2) ตรวจสอบอุปกรณ์ ก่อนใช้งานทุกครั้ง 3) ห้ามเปิดขวดและซองสารเคมีด้วยปาก 4) ห้ามใช้มือเปล่าผสมสารเคมี &amp;nbsp; ระหว่างการใช้ 1) ใส่เสื้อผ้าอุปกรณ์ป้องกันให้มิดชิด 2) ยืนเหนือลมขณะฉีดพ่น 3) ห้ามสูบบุหรี่/กินอาหาร/ดื่มน้ำ 4) หากสารเคมีหกรด ให้รีบล้างด้วยสบู่และน้ำสะอาด &amp;nbsp;หลังการใช้ 1) ถอดเสื้อผ้าแยกซัก 2) อาบน้ำทันที หลังฉีดพ่นเสร็จ 3) ไม่ทิ้งบรรจุภัณฑ์รวมกับขยะทั่วไป 4) หากมีอาการผิดปกติ ให้รีบไปพบแพทย์ &amp;nbsp;ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51610</URL_LINK>
                <HASHTAG>3สารพิษเกษตร, ดร.พญ.ชุลีกร ธนธิติกร, นักวิชาการ กองโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม   กรมควบคุมโรค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191202/image_big_5de4fc2c4b0c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47671</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2019 12:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2019 12:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลัวตกขบวน! กสม.หนุนแบน3สารพิษเกษตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ต.ค. 62 &amp;ndash; นางประกายรัตน์ ต้นธีรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเผยกรณีที่มีกระแสเรียกร้องในวงกว้างให้มีการยกเลิกการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่มีอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมว่า เห็นด้วยที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้และได้สั่งการให้คณะกรรมการวัตถุอันตรายเร่งหารือผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง 4 ฝ่าย คือ รัฐ ผู้นำเข้า เกษตรกร ผู้บริโภคเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวภายใน 60 วัน ขณะที่รัฐมนตรี 3 กระทรวงที่เกี่ยวข้องได้มีท่าทีชัดเจนในการคำนึงถึงสุขภาพของประชาชนเป็นสำคัญ ซึ่งการเคลื่อนไหวในเรื่องดังกล่าวยังแสดงถึงการตื่นตัวของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคประชาสังคมที่ช่วยกันติดตามและนำเสนอประเด็นนโยบายของรัฐอย่างเข้มแข็งและต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดีก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้มีมติเห็นชอบรายงานผลการตรวจสอบที่ 31/2562 เรื่องสิทธิในชีวิตและร่างกาย อันเกี่ยวเนื่องกับสิทธิผู้บริโภค กรณีคัดค้านการต่ออายุใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายพาราควอตของกรมวิชาการเกษตร ซึ่งการตรวจสอบของ กสม. ได้พิจารณาข้อมูลอย่างรอบด้านโดยเฉพาะด้านพิษวิทยาที่มีผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน ปริมาณสารพิษตกค้างในสินค้าเกษตร รวมถึงผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมกันนี้ กสม. ได้มีข้อเสนอแนะไปยังคณะรัฐมนตรี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะกรรมการวัตถุอันตราย เพื่อให้ดำเนินมาตรการหรือแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ตลอดทั้งแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือคำสั่งใด ๆ ให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
นางประกายรัตน์ กล่าวว่า ข้อเสนอแนะของ กสม. ที่มีถึง 3 หน่วยงานมีดังนี้ 1.คณะกรรมการวัตถุอันตราย ควรกำหนดให้พาราควอต เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตรายปี 2535 มาตรา 18 โดยห้ามมิให้มีการผลิต การนำเข้า การส่งออก หรือการมีไว้ในครอบครอง 2.กระทรวงเกษตรฯ ควรแก้ไขปัญหาการใช้สารเคมีทางการเกษตรทุกชนิดในระยะยาว ขณะเดียวกันจะต้องพัฒนาทางเลือกด้านสารชีวภาพและเทคโนโลยีชีวภาพเพื่อการเกษตรที่ยั่งยืนสำหรับเกษตรกรอย่างเป็นระบบและจริงจัง และ 3.คณะรัฐมนตรีควรจัดให้มีกฎหมายว่าด้วยการควบคุมสารเคมีทางการเกษตร เพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน โดยพิจารณาจากร่างกฎหมายที่เสนอโดยภาคประชาสังคม-สาธารณสุข
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;ldquo;กสม. ยังรอคอยความหวังว่า ทั้งสามหน่วยงานจะปฏิบัติตามข้อเสนอแนะของ กสม. อย่างครบถ้วน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาการใช้พาราควอต รวมทั้งสารเคมีการเกษตรตัวอื่น ๆ ในภาคการเกษตรที่มีอันตรายสูงต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม เช่น คลอร์ไพริฟอส ไกลโฟเซต เป็นไปอย่างเป็นระบบและยั่งยืนในทุกมิติตามที่รัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 55 ได้บัญญัติให้รัฐต้องดูแลและส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดี อันสอดคล้องกับกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ข้อ 12 วรรคหนึ่ง ที่กำหนดให้รัฐภาคีแห่งกติกานี้รับรองสิทธิของทุกคนที่จะมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตตามมาตรฐานสูงสุดเท่าที่เป็นได้ ดังนั้น รัฐไทยจึงควรดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 40 วรรคสอง เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคและเพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างแท้จริง&amp;rdquo; นางประกายรัตน์ ระบุ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47671</URL_LINK>
                <HASHTAG>3สารพิษเกษตร, กสม., ประกายรัตน์ ตันธีรวงศ์, พาราควอต, หนุนยกเลิก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190403/image_big_5ca43a12d937b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
