<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>64547</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2020 19:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2020 19:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มนัญญา&#039;ยืนกรานแบน3สารพิษ ลั่นขรก.เกษตรฯต้องทวงศักดิ์ศรีคืน  ถามบางคนกินอะไรถึงได้เปลี่ยนไป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 เม.ย.63- น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมด้วยรองปลัดกระทรวงฯ และอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ที่เป็นกรรมการวัตถุอันตราย เข้าประชุมวันที่ 30 เม.ย.นี้ เพื่อซักซ้อมความเข้าใจนำไปแสดงท่าทีของกระทรวงเกษตรฯ ต่อที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย โดยยืนยันว่าในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ มีนโยบายชัดเจนไม่เห็นด้วยกับมติวันที่ 27 พ.ย.62 ที่เลื่อนการแบนสองสาร พาราควอต คลอร์ไพริฟอส จากวันที่1 ธ.ค.62 ไปเป็นวันที่ 1 มิ.ย.63 และจำกัดการใช้ สารไกลโฟรเซต เพราะนโยบายของรัฐมนตรี ต้องการให้แบนทั้ง 3 สาร ซึ่งในวันนี้ได้เรียกกรมวิชาการเกษตร มาถามให้ชัดเจนตามที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม และประธานคณะกรรมการวัตถุอันตราย ระบุว่ายังไม่เห็นหนังสือตอบรับจากกรมวิชาการเกษตร ที่ต้องเสนอแผนรองรับผลกระทบเกษตรกร ยกเลิกการใช้ 3 สาร และจัดทำบัญชีสารทดแทน หรือวิธีการทำเกษตรเหมาะสม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นยืนยันได้ว่า ได้ทำหนังสือตอบแล้วไปถึงกรมโรงงานอุตสาหกรรม เมื่อวันที่ 27 เม.ย. ตามที่อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม มีหนังสือมาเมื่อวันที่ 23 เม.ย.ให้กรมวิชาการเกษตร ตอบกลับมาในระยะเวลา 4 เดือนที่ครบกำหนดวันที่ 27 เม.ย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่คณะกรรมการวัตถุอันตราย จะขยายเวลาการบังคับใช้แบน3สาร ออกไปถึงสิ้นปี63 ตามที่มีภาคเอกชนหรือบุคคล ได้ทำหนังสือเสนอต่อรมว.อุตสาหกรรม เช่นกรณีที่นายกลินทร์ สารสิน ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ทำหนังสืออ้างว่าหากไม่เลื่อนไปถึงสิ้นปี จะกระทบการนำเข้าวัตถุดิบ ผลิตอาหารสัตว์ และอาหารคน ซึ่งถือเป็นความเห็นส่วนบุคคล ซึ่งที่ผ่านมาสภาหอการค้าฯก็เคยแสดงท่าทีเห็นด้วยกับการแบน3สาร จึงไม่รู้ว่าวันนี้ทำไมจึงกลับความเห็น&amp;rdquo;น.ส.มนัญญา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ได้สั่งการให้กรมวิชาการเกษตร เสนอที่ประชุมให้นำเรื่องการพิจารณากำหนดมาตรฐานไอเอสโอ สำหรับโรงงานที่ผลิต นำเข้า จำหน่าย สารเคมีการเกษตร ขึ้นมาเป็นเรื่องวาระเพื่อพิจารณาในวันที่30 เม.ย.ด้วย เนื่องจากได้ส่งเรื่องไปตั้งแต่เดือนก.พ.63 เพื่อให้เป็นวาระพิจารณา กำหนดให้ทุกโรงงานต้องมีมาตรฐานสากลที่ทั่วโลกยอมรับ แต่เพิ่งทราบว่าเรื่องดังกล่าวถูกบรรจุเป็นวาระเพื่อทราบเท่านั้น ไม่ทราบว่าเจตนาที่ทำเป็นวาระเพื่อทราบเพื่ออะไร เพราะทำให้น้ำหนักลดลงไปมาก เหมือนกับมีความพยายามที่ทำให้การให้โรงงานมีไอเอสโอ คุ้มครองผู้บริโภค เกษตรกร กลายเป็นเรื่องไม่สำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เพราะฉะนั้นในวันที่30 เม.ย.ดิฉันขอให้ ข้าราชการกระทรวงเกษตร กรมวิชาการเกษตร เรียกศักดิ์ศรีของความเป็นข้าราชการที่ดีกลับคืนมา เพราะเรากำลังทำสิ่งที่ดีเป็นประโยชน์เพื่อประชาชนเพื่อเกษตรกร ซึ่งในที่ประชุมทุกคนมีสิทธิโต้แย้ง อะไรที่เป็นประโยชน์กับประชาชนต้องทำ เรื่องแบน 3 สาร เรื่องไอเอสโอ ดิฉันอยากทำให้ดีที่สุดเพื่อประชาชน แต่ที่พูดมาทำมาสุดท้ายโดนกระทรวงอุตสาหกรรม ยกประเด็นว่าเป็นเพราะกระทรวงเกษตรฯ กรมวิชาการเกษตร ไม่ทำหนังสือตอบมา ยกมาอ้างเป็นเหตุให้เลื่อนแบนสามสาร ไปอีก ดิฉันก็ไม่รู้คนพูดกลับไปกลับมา ไปกินอะไรกัน รมช.เกษตรฯ พูดมาเป็นปี ประชาพิจารณ์ก็ผ่านแล้วในเรื่องมาตรฐานโรงงานสารเคมี แต่บางคนพูดเปลี่ยนไปอีกอย่าง ไม่รู้กินอะไรกัน หรือไปกินอาหารอะไรที่ทำให้ความสุข ซึ่งตัวดิฉันไม่เคยเปลี่ยน ยืนยันว่าพูดอย่างไรทำอย่างนั้นจากวันแรกที่เข้ามา ทั้งนี้กรณีข้อโต้แย้งต่างๆดิฉันสงสัยเหมือนกัน มีระยะเวลาก่อนการประชุมในแต่ครั้ง นานพอที่แต่ละฝ่าย หยิบยกประเด็นมาหารือกันได้ แต่ปรากฏว่ามักจะยกเพื่อให้เป็นประเด็นขึ้นมาก่อนประชุมเพียงไม่กี่วันแบบฉุกละหุก ซึ่งมันไม่ยุติธรรม&amp;rdquo;น.ส.มนัญญา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายฉกรรจ์ แสงรักษาวงษ์ ที่ปรึกษารมช.เกษตรฯ กล่าวว่าในการประชุมวันที่30 เม.ย.นี้จะเป็นการประชุมเพื่อรับรองมติวันที่ 27 พ.ย.62 ที่ให้แบน 2 สาร พาราควอต คลอร์ไพริฟอส ไปเป็นวันที่ 1 มิ.ย.63 และจำกัดการใช้สารไกลโฟรเซต ซึ่งเท่าที่อ่านหนังสือเวียนแจ้งมติที่ประชุม พบว่าทั้งหมดเป็นข้อเสนอของนายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรฯ เพียงคนเดียวโดยไม่มีข้อเสนอของหน่วยงานอื่น ซึ่งนายอนันต์ ได้หยิบเอาประเด็นสต็อก 3 สารของเอกชน ที่ยังค้างอยู่เกือบ3หมื่นตัน หากต้องกำจัดจะใช้งบกว่าพันล้านบาทและเสี่ยงการถูกฟ้องร้อง ดังนั้นต้องรอดูว่าในการประชุมครั้งนี้ จะมติอย่างไร ใครยกมือเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย มิฉะนั้นจะต้องกลับไปใช้มติวันที่ 22 ต.ค.62 ที่มีมติเอกฉันท์ให้แบน 3 สาร ที่มีผลเมื่อวันที่ 1 ธ.ค.62.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64547</URL_LINK>
                <HASHTAG>3สารเคมีอันตราย, น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191026/image_big_5db3efaf0c22b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51137</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/11/2019 13:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/11/2019 13:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มาไง!ม็อบหนุนสารพิษบุกทำเนียบ ขู่ฟ้องรัฐบาลทำขัดรธน. ตะเพิด&#039;มนัญญา&#039;พ้นรัฐมนตรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 พ.ย.62- ที่หน้ากระทรวงศึกษาธิการ กลุ่มคัดค้านการแบน 3 สารเคมีอันตราย ประมาณ 2,000 คน ที่นัดหมายสวมใส่เสื้อผ้าสีดำ ประกอบด้วย กลุ่มเกษตรกรปลอดภัย นำโดย นายสุกรรณ์ สังข์วรรณะ เลขาธิการสมาพันธ์เกษตรกรปลอดภัย กลุ่มเครือข่ายคนรักแม่กลอง นำโดยน.ส.อัญชุลี ลักษณ์อำนวยพร กลุ่มเครือข่ายเกษตรกรและแนวร่วมผู้ได้รับผลกระทบจากการเเบน 3 สารเคมีเกษตร นำโดย นายชัยภัฏ จันทร์วิไล ประธานเครือข่าย และกลุ่ม 3 สมาคม นำโดย ดร.วีระวุฒิ กตัญญูกุล ประธานสมาคมไทยธุรกิจเกษตร ดร.เสาวลักษณ์ พรกุลวัฒน์ ประธานสมาคมอารักขาพืชไทย และดร.วรณิกา นาควัชระ บีดิงเฮ้าส์ ประธานสมาคมการค้าวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย และเกษตรกรกว่า &amp;nbsp;1,000 คน เดินเท้าไปยังบริเวณประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นหนังสือคัดค้านการแบน 3 สารเคมี ถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อให้ทบทวนมติการแบนสารเคมีดังกล่าว โดยมีนายสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมารับหนังสื่อร้องเรียนจากกลุ่มดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กลุ่มผู้ชุมนุมดังกล่าว ได้ออกแถลงการณ์ร่วม คัดค้านการยกเลิกการใช้พาราควอต คลอร์ไพริฟอสเซต และไกลโฟเซต ในภาคการเกษตร เพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขผลกระทบต่อเกษตรกรและเศรษฐกิจของประเทศ และจนถึงขณะนี้คณะกรรมการวัตถุอันตรายยังมิได้มีมาตรการรองรับผลกระทบจากการยกเลิกต่อเกษตรกร อุตสาหกรรมเกษตรและอาหารและ ตลอดจนผู้บริโภคที่จะได้รับผลกระทบ นอกจากนี้การยกเลิกการใช้สารทั้ง 3 ชนิดอย่างเร่งรีบและไม่มีมาตรการรองรับ เป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญปี พ.ศ.2560 มาตรา 73 เนื่องจากการยกเลิกส่งผลกระทบทำให้เกษตรกรจำนวนมากกว่า 2 ล้านครัวเรือน ไม่สามารถแข่งขันในตลาดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามจากการที่ผลผลิตในประเทศลดลง 20-30 เปอร์เซ็นต์ในขณะที่ต้นทุนเกษตรกรเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า และการยกเลิกการใช้สารทั้งสองชนิดอย่างเร่งรีบและไม่มีมาตรการรองรับยังส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงอุตสาหกรรมอาหารและอาหารสัตว์ที่นอกจากจะประสบภาวะขาดแคนวัตถุดิบจัดการที่ผลผลิตในประเทศลดลงยังไม่สามารถนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศได้เนื่องจากเงื่อนไขในการประกาศกระทรวงสาธารณสุขเลขที่ 387 พ.ศ.2560 อันจะนำไปสู่วิกฤติการขาดแคลนอาหารทั้งในประเทศและเพื่อการส่งออก สร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศคิดเป็นมูลค่า 1.7 ล้านล้านบาท และการจ้างงานในอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารจำนวนกว่า 12 ล้านคน ฉะนั้น ทางกลุ่มจึงขอให้รัฐบาลดำเนินการยุติการยกเลิกศาลทั้งสามชนิดจนกว่าจะมีผลการศึกษาทบทวนข้อมูลหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างถี่ถ้วน รอบคอบและเปิดเผยให้ประชาชนรับทราบผลการศึกษาอย่างชัดเจน และให้บังคับใช้มาตรการจำกัดการใช้ตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในระหว่างมีการศึกษาทบทวน เพื่อส่งเสริมการใช้สารเคมีเกษตรอย่างถูกต้อง และปลอดภัยภายใต้แนวทางของเกษตรกรปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยภัฏ กล่าวว่า ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 73 ระบุว่า รัฐพึงจัดให้มีมาตรการหรือกลไกที่ช่วยให้เกษตรกรประกอบเกษตรกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้ผลผลิตที่มีปริมาณและคุณภาพสูง มีความปลอดภัยโดยใช้ต้นทุนต่ำ และสามารถแข่งขันในตลาดได้ ซึ่งสิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าวันนี้ใครหรือหน่วยงานใดก็ตาม ถ้ากระทำการที่ให้เกิดกติกาทางรัฐธรรมนูญ ตนถืออาจจะมีความผิด ซึ่งเกษตรกรอาจจะไปฟ้องได้ &amp;nbsp;ทั้งนี้ที่ผ่านมาเราต่อสู้กันแบบต่างคนต่างเดินหน้า แต่วันนี้เราเราบวมปวดชัดเจนโดยมีเป้าหมายสุดท้ายคือการจำกัดการใช้ 3 สารเคมีเกษตร &amp;nbsp;ตามที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายเพื่อพิจารณาแบน 3 สารเคมี เคยลงมติไว้ ซึ่งเราเชื่อว่าการลงมติของคณะกรรมการวัตถุอันตรายฯ เมื่อวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา อาจจะมีแรงกดดันและข้อมูลบางอย่างที่ไม่ครบถ้วนในทุกด้าน ตนจึงอยากให้นายกรัฐมนตรีต้องทบทวนเรื่องนี้และยุติการพิจารณาแบบเร่งด่วน รวดเร็ว ซึ่งอาจจะบกพร่องได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านน.ส.อัญชุลี เรียกร้องไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ ด้วยกัน 5 ข้อ 1. เกษตรกรขอใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 ในมาตรา 43 (3) ประกอบมาตรา 77 ทวงสิทธิ์ผลการรับฟังความคิดเห็นว่าเสียงส่วนใหญ่คัดค้านการแบน 3 สาร 2.ขอให้ตระหนักถึงผลกระทบของเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อน โดยในมติหรือการให้ความเห็นของคณะกรรมการ &amp;nbsp;การให้ความเห็นชอบของรัฐมนตรีผู้รักษาการตามกฏหมายอื่น และการออกประกาศของรมว.อุตสาหกรรมหรือรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบ ให้คำนึงถึงสนธิสัญญาและข้อผูกพันระหว่างประเทศอื่นประกอบด้วย3.ขอเรียกร้องให้ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ หยุดปฎิบัติหน้าที่ เพื่อแสดงความรับผิดชอบที่สร้างความเดือดร้อนอย่างร้ายแรงให้แก่เกษตรกรทั้งประเทศตนนำมาสู่การชุมนุมคัดค้านในวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ขอเรียกร้องให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ตลอดจนข้าราชการในกระทรวงสาธารสุข และผู้อำนวยการศูนย์พัฒนานโยบายด้านสารเคมีแห่งชาติ ซึ่งเป็นกลุ่มบุคคลที่เสนอการแบนสารเคมีทางเกษตรทั้ง 3 ชนิด ให้นำข้อมูลทางวิทยาศาสตร์โดยเฉพาะใบรายงานการตรวจสอบที่ยืนยันว่า ตรวจสารตกค้างของสารทั้ง 3 ชนิด ออกมายืนยัน 5.ขอเรียกร้องให้นักวิชาการแสดงความรับผิดชอบและยืนยันว่างานวิชาการที่ตนวิจัยนั้นมีความถูกต้องตามหลักวิชาการจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เกษตรกรใคร่ขอความเป็นธรรม และขอความเมตตาจากท่านนายกรัฐมนตรี ได้เห็นถึงความจำเป็นในการใช้สารเคมีทั้ง 3 ชนิด เพราะเป็นปัจจัยการผลิตของเกษตรกร &amp;nbsp;ขนาดนี้เกษตรกรทุกคนต้องประสบปัญหาความทุกข์ยากเดือดร้อน อีกทั้งยังมีวิกฤติที่จะเป็นห่วงโซ่อาหารทั้งระบบ&amp;quot; น.ส.อัญชุลี &amp;nbsp;กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51137</URL_LINK>
                <HASHTAG>3สารเคมีอันตราย, กลุ่มเกษตรกร, ชุมนุม, ทำเนียบรัฐบาล, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, เลิกการแบน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191126/image_big_5ddcc242a240a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51059</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2019 14:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2019 14:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;อนุทิน &quot;เปิดWar Room ทำสงคราม 3สารเคมีต่อ จัดทีมเฝ้าติดตามรายงานผลทุกสัปดาห์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พ.ย.62- นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) นพ. สุขุม กาญจนพิมาย ปลัด สธ. และผู้บริหาร ประชุมทางไกลผ่านระบบวิดีโอนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดและ ผอ.รพ.ทั่วประเทศ และร่วมกันแถลงข่าว &amp;ldquo;ความห่วงใยของกระทรวงสาธารณสุขกรณี 3 สารเคมีอันตรายทางการเกษตร&amp;rdquo; ได้แก่ พาราควอต ไกลโฟเสต และคลอไพริฟอส และให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ สธ. &amp;nbsp;ได้ร่วมกันแถลงข่าวแสดงจุดยืนที่จำเป็นจะต้องแบนสารพิษทั้ง 3 ชนิด โดยขอให้มีผลตามกฎหมายตามมติของคณะกรรมการวัตถุอันตราย เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งคณะกรรมการฯ ทั้ง 29 ท่านมีมติเป็นเอกฉันท์ให้หยุดการใช้สารพิษทางการเกษตรทั้ง 3 ชนิด ในส่วนของ สธ.มีหน้าที่ ในการดูแลสุขภาพของประชาชน สารเคมีที่ใช้ไม่ได้เกิดอันตรายเฉพาะตัวเกษตรกรผู้ใช้ที่เกิดจากการสัมผัส แต่ยังส่งผลต่อเนื่องไปยังผู้บริโภค เพราะสารเคมีจะแพร่ลงในดิน แหล่งน้ำ ผัก-ผลไม้ที่ปลูกจะมีสารเคมีอยู่ภายในเนื้อเยื่อ และมีผลทางการแพทย์ชัดเจนว่าสามารถดูดซึมเข้าไปในร่างกายทำให้เกิดโรคร้ายต่างๆ ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ขอยืนยันว่าเราไม่สามารถสนับสนุนให้มีการใช้สารพิษต่อไปได้ ไม่ว่าด้วยเหตุผลทางการค้า ทางการพาณิชย์ ทางเศรษฐกิจใดๆ ก็ตาม สธ. คำนึงถึงสุขภาพของพี่น้องประชาชนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ไม่สามารถเอาอะไรมาทดแทนได้ เราต้องรักษาชีวิตของพี่น้องประชาชนเอาไว้ ส่วนเรื่องอื่นๆ ถือว่าอยู่นอกเหนือจากภารกิจและพันธกิจของกระทรวงสาธารณสุข&amp;rdquo; นายอนุทินกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนพ.สุขุม &amp;nbsp; กล่าวว่า สธ. &amp;nbsp;ได้บูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย รณรงค์และขับเคลื่อนการยุติการใช้สารเคมีทางการเกษตร ได้จัดตั้งคณะกรรมการและคณะทำงานรณรงค์และขับเคลื่อนเพื่อยุติการใช้สารเคมีฯ เปิด War Room ติดตามการดำเนินงานทุกสัปดาห์ รณรงค์ให้ความรู้แก่ประชาชน พัฒนาชุดทดสอบการปนเปื้อนในอาหาร รวมทั้งการจัดทำและบังคับใช้กฎหมาย &amp;nbsp;เพื่อคุ้มครองสุขภาพประชาชน ให้ได้บริโภคอาหารที่ปลอดภัยและลดการปนเปื้อนสารเคมีอันตรายในสภาพแวดล้อม ในปี 2563 จะยกระดับระบบการเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพเกษตรกรและประชาชน โดยใช้กลไกคณะกรรมการจังหวัดภายใต้ พ.ร.บ.ควบคุมโรคและการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2562 และประกาศให้ &amp;ldquo;ปี 2563 ปีแห่งเกษตรอินทรีย์ เกษตรกรปลอดโรค ประชาชนปลอดภัย&amp;rdquo; ส่งเสริมการบริโภคอาหารปลอดภัย เป้าหมาย 5 ร. คือ โรงพยาบาล โรงเรียน โรงแรม โรงอาหาร และเรือนจำ รวมทั้งพัฒนาห้องปฏิบัติการของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวังสารเคมีตกค้าง พัฒนาเครือข่าย อสม.ในการใช้ชุดทดสอบการปนเปื้อนสารเคมี &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนพ.พิศิษฐ์ ศรีประเสริฐ รองปลัด สธ. กล่าวว่า ข้อมูลสธ. ปี 2561 พบผู้ป่วยโรคจากพิษสารเคมีกำจัดศัตรูพืชมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ข้อมูลวิชาการพบว่า พาราควอต เป็นสารที่มีพิษเฉียบพลันสูง ปัจจุบันไม่มียาถอนพิษ ก่อให้เกิดการระคายเคืองทางตา ผิวหนัง หากมีบาดแผลจะซึมเข้าสู่ร่างกายรวดเร็ว สัมพันธ์กับการเกิดโรคหนังเน่า คณะสาธารณสุขศาสตร์ ม.มหิดล ตรวจพบการตกค้างในทารกแรกเกิดและมารดา และงานวิจัยในต่างประเทศยืนยันมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคพาร์กินสัน และระบบประสาท รวมทั้งพบการปนเปื้อนในน้ำผิวดิน ใต้ดิน น้ำประปา ในปลาที่เลี้ยงและจับจากแม่น้ำ ขณะนี้มีการห้ามใช้ถึง 58 ประเทศ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับไกลโฟเซต สถาบันวิจัยมะเร็งระหว่างประเทศภายใต้องค์การอนามัยโลก กำหนดให้เป็นสารที่น่าจะก่อมะเร็งได้ รบกวนการทำงานของระบบต่อมไร้ท่อ กระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเต้านมที่อาศัยฮอร์โมนเอสโตรเจน &amp;nbsp;ทำให้เกิดโรคไตเรื้อรัง มีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคมากขึ้น เช่น &amp;nbsp;เบาหวาน โรคอ้วน อัลไซเมอร์ พบการตกค้างในทารกแรกเกิดและมารดา พบการปนเปื้อนในน้ำผิวดิน ใต้ดิน น้ำประปา รวมทั้งในปลาที่เลี้ยงและจับจากแม่น้ำเช่นเดียวกับพาราควอต ส่วนคลอร์ไพริฟอส งานวิจัยต่างประเทศพบว่าเป็นสารที่รบกวนการทำงานของระบบต่อมไร้ท่อ ระบบไทรอยด์ กระตุ้นการเจริญเติบโตเซลล์มะเร็งลำไส้ มีผลต่อความผิดปกติด้านพัฒนาการทางสมองของเด็กที่แม่ได้รับสารระหว่างตั้งครรภ์ ทำให้เด็กมีพัฒนาการช้า ความจำสั้น และไอคิวต่ำ ตรวจพบการปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมเช่นเดียวกับพาราควอต และเป็นสารกำจัดแมลงที่มีการตกค้างในผัก ผลไม้สูงที่สุด ทั้งที่จำหน่ายในทั้งตลาดสดและห้างค้าปลีก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า กรมควบคุมโรค ได้เฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมผลกระทบต่อสุขภาพที่อาจเกิดจากการรับสัมผัสสารเคมีทางการเกษตรทั้ง 3 ชนิด ดูแลสุขภาพประชาชนที่เจ็บป่วยแล้ว และที่มี &amp;ldquo;ความเสี่ยงสูง&amp;rdquo; ที่จะเจ็บป่วย ผลการวิเคราะห์ข้อมูลการเจ็บป่วยจากการใช้สารเคมีทางการเกษตร พบว่า อัตราป่วยสอดคล้องกับพื้นที่เพาะปลูกพืชเศรษฐกิจ 4 ชนิดของประเทศ ได้แก่ ข้าว ข้าวโพด อ้อย และยางพารา ซึ่งมีการใช้สารกำจัดศัตรูพืชมากกว่าพืชชนิดอื่นๆ นอกจากนั้น ผลการคัดกรองประชาชนที่ยังไม่มีอาการป่วยพบว่า พื้นที่ที่เพาะปลูกพืช 4 ชนิดนี้มีร้อยละของประชากรที่มีผลการคัดกรองไม่ปลอดภัยสูงกว่าพื้นที่อื่นๆ ที่สำคัญจากข้อมูลพื้นที่ 11 จังหวัดที่มีการเพาะปลูกพืช 4 ชนิดนี้ พบว่ามีหญิงวัยเจริญพันธุ์มากกว่า 1.7 ล้านคน ซึ่งอาจทำให้ทารกในครรภ์ของมารดากลุ่มนี้เสี่ยงต่อการสัมผัสสารเคมี 3 ชนิดมากขึ้นด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ตกค้างของสารเคมีทางการเกษตรมาต่อเนื่อง ในปีงบประมาณ 2563 ได้พัฒนาห้องปฏิบัติการเครือข่าย และเฝ้าระวังการตกค้างของสารเคมีทางการเกษตรในผักผลไม้สดที่เป็นวัตถุดิบอาหารของโรงพยาบาล พัฒนาเครือข่ายอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ให้สามารถใช้ชุดทดสอบการปนเปื้อนสารเคมีในอาหารเบื้องต้นในชุมชน โดยเก็บตัวอย่างผักและผลไม้สดตรวจหาสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชตกค้างในตลาดสด 5 ภาค ที่เป็นผักและผลไม้สดกลุ่มเสี่ยง ตรวจวิเคราะห์สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช ขอบข่าย 500 ชนิดสาร รวมทั้งขยายการเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชของอาหารโรงพยาบาลให้ครอบคลุมทั้ง 13 เขต
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า อย.ในฐานะที่เป็นกรรมการที่อยู่ในชุดที่แล้วต่อเนื่องถึงชุดปัจจุบัน ขอยืนยันมติคณะกรรมการวัตถุอันตรายเมื่อ 22 ตุลาคม 2562 ในการแบนสารเคมีอันตรายทั้ง 3 สาร มุ่งเน้นความปลอดภัยสุขภาพของผู้บริโภคเป็นสำคัญรวมทั้งเกษตรกร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51059</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สธ., 3สารเคมีอันตราย, ทีมติดตามการเลิกใช้3สารเคมีเกษตร, นายอนุทิน  ชาญวีรกูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191125/image_big_5ddb7dac407b3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48522</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/10/2019 16:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/10/2019 16:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เสวนา “ความจริงของ 3 สารเคมี” อนุทิน ยันกำไรขาดทุนเอามาแลกกับความเจ็บป่วย ทุกข์ทรมาน การตายจากการใช้สารเคมีไม่ได้เด็ดขาด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ต.ค.62-นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และคณะผู้บริหาร &amp;nbsp;สื่อมวลชน ร่วมเสวนาวิชาการ &amp;ldquo;ความจริงของ 3 สาร จากคนทำงานสู่ผู้บริโภค&amp;rdquo; พร้อมนำคณะผู้บริหาร ภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชนแสดงจุดยืน&amp;rdquo; ยกเลิกการใช้ 3 สารเคมีอันตรายทางการเกษตร&amp;rdquo; เพื่อให้ประชาชนสังคมได้รับข้อมูลที่รอบด้าน เกี่ยวกับสารเคมีอันตรายทางการเกษตร 3 สาร คือพาราควอต ไกลโฟเซต คลอร์ไพริฟอส จากผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ เกษตรกร ผู้ทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายอนุทิน กล่าวว่าการเสวนาครั้งนี้ ทำให้ได้รับองค์ความรู้ ข้อมูลเพิ่มเติมถึงความรุนแรง ผลกระทบต่อสุขภาพหากยังใช้ 3 สาร คือพาราควอต ไกลโฟเซต คลอร์ไพริฟอส &amp;nbsp;ต่อพี่น้องประชาชน &amp;nbsp;รวมทั้งเกษตรกร &amp;nbsp;ซึ่งเป็นผู้เคราะห์ร้ายจากผลการใช้สารเคมี ต้องเจ็บป่วย สูญเสียอวัยวะ ที่สำคัญยังพบว่ามีผลไปถึงทารกในครรภ์ ดังนั้น จำเป็นต้อง &amp;ldquo;ห้ามใช้ ห้ามขาย ห้ามตาย&amp;rdquo; เรื่องกำไรขาดทุนเอามาแลกกับความเจ็บป่วย ทุกข์ทรมาน การตายจากการใช้สารเคมีไม่ได้เด็ดขาด ซึ่งไม่เฉพาะ 3 สารเท่านั้น แม้แต่สารเคมีอื่นๆที่เป็นอันตรายก็ไม่สนับสนุนให้ใช้ &amp;nbsp;และการเสวนาวิชาการในครั้งนี้ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ร่วมรับฟังด้วย ซึ่งผู้ร่วมเสวนาได้ใส่เสื้อขาวเป็นสัญลักษณ์ยกเลิกการใช้สารเคมีอันตรายทางการเกษตรทั้ง 3 สาร พร้อมให้กำลังใจรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่เป็นด่านหน้าการต่อสู้เพื่อพี่น้องประชาชน เกษตรกรและกรรมการ 3 ท่าน คืออธิบดีกรมการแพทย์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และเลขาธิการ อย. ที่จะเป็นตัวแทนทำหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุข ปกป้องรักษาสุขภาพของคนไทย นำนโยบายของ รมว.สธ. ปลัด สธ. ไปโหวตแบบเปิดเผยต่อที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายในวันพรุ่งนี้ เพื่อประชาชน เพื่อเกษตรกร ส่วนผลเป็นอย่างไร ขึ้นกับคณะกรรมการ ผู้บริหารทุกคนจะร่วมกันรับผิดชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับผู้ร่วมเสวนาในครั้งนี้ ประกอบด้วย ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ , รศ.ดร.พวงรัตน์ ขจิตวิชยานุกูล &amp;nbsp;มหาวิทยาลัยนเรศวร, ศ.ดร.พรพิมลกองทิพย์ &amp;nbsp;มหาวิทยาลัยมหิดล, นางสาวปรกชล อู๋ทรัพย์ เครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (Thai -PAN),นายสุนทร รักษ์รงค์ นายกสมาคมเกษตรกรชาวสวนยาง 16 จังหวัดภาคใต้และเลขาธิการสภาเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย(สคยท.) ตัวแทนผู้บริหารจากทุกกรมในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48522</URL_LINK>
                <HASHTAG>3สารเคมีอันตราย, นายอนุทิน​ ชาญวีรกุล, แบน3สารเคมี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191021/image_big_5dad775903e7c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48167</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2019 14:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2019 14:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;สธ.&quot;ไม่อยู่เฉย ที่ปรึกษารมว.สธ.รุกประชุมวีดีโอคอนเฟอร์เร้นซ์ทั่วประเทศ รวบรวมผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจาก 3 สารเคมีอันตราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ต.ค.62- ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นพ.มล. สมชาย จักรพันธ์ ประธานคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (รมว.ศธ.)ในฐานะประธานคณะกรรมการรณรงค์และขับเคลื่อนเพื่อยุติการใช้สารเคมีทางการเกษตรที่อันตรายต่อสุขภาพ พร้อมด้วยศ. &amp;nbsp;นพ. ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ที่ปรึกษา รมว.ศธ. และคณะ ประชุมผ่านระบบวิดีโอกับสำนักงานสาธารณสุขทั่วประเทศ ชี้แจงแนวทางการทำงานเพื่อยุติการใช้สารเคมีทางการเกษตรที่มีอันตรายสูง 3 ชนิด &amp;nbsp;ซึ่ง สธ.ได้ให้ความสำคัญกำหนดให้การป่วยและเสียชีวิตจากพิษสารเคมีทางการเกษตรเป็นตัวชี้วัด และอยู่ในระบบรายงานโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; นพ.มล. หลวงสมชาย &amp;nbsp;กล่าวว่า การประชุมชี้แจงในวันนี้ เป็นการยกระดับการเฝ้าระวัง ระบบการรายงานผู้ป่วยจากพิษสารเคมีทางการเกษตร ที่มีอันตรายต่อสุขภาพประชาชน ทั้งเป็นสารก่อมะเร็งในผู้ที่สัมผัสในปริมาณน้อยแต่ต่อเนื่อง และเกิดพิษเฉียบพลัน เช่น ปอดพัง หนังเน่า เนื้อเน่าจากสารฆ่าวัชพืชพาราควอต &amp;nbsp;หรือสารฆ่าแมลงคลอร์ไพริฟอส ที่จะรบกวนการทำงานของต่อมไทรอยด์ ระบบสืบพันธ์ ระบบประสาท ส่งผลต่อพัฒนาการเด็ก &amp;nbsp;ส่วนสารไกลโฟเซต จะรบกวนการทำงานระบบต่อมไร้ท่อ เป็นต้น ซึ่งมีรายงานชัดเจนว่าหลายประเทศทั่วโลกห้ามใช้และประกาศห้ามใช้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สธ. ได้เร่งรัดจัดการภัยคุกคามความมั่นคงทางสุขภาพ ได้เปิด War Room พร้อมตั้งคณะกรรมการ และคณะทำงาน เพื่อรณรงค์และขับเคลื่อนเพื่อยุติการใช้สารเคมีทางการเกษตรที่อันตรายต่อสุขภาพ มีเป้าหมายที่จะยุติการใช้สารเคมีทางการเกษตรที่มีอันตรายสูง 3 ชนิด คือ พาราควอต ไกลโฟเซต คลอร์ไพริฟอส &amp;nbsp;ซึ่งประเทศไทย พบรายงานผู้ป่วยด้วยสารเคมีกำจัดศัตรูพืชมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยในปี 2559 พบอัตราป่วยด้วยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช 18.91 ต่อประชากรแสนราย เพิ่มเป็น 21.52 ต่อประชากรแสนรายในปี 2560 ขณะนี้ 9 เดือนของปี 2562 พบป่วยจากสารเคมีทางการเกษตร (ที่ไม่รวมการฆ่าตัวตาย) ในทุกกลุ่มโรคจำนวน 4,833 รายทั่วประเทศ
&amp;nbsp;&amp;ldquo;คณะกรรมการฯวัตถุอันตรายทั้งหมด ของ สธ. &amp;nbsp;มีจุดยืนชัดเจนที่จะสนับสนุนยุติการใช้สารเคมีอันตรายทางการเกษตร พร้อมขอให้มีการโหวตแบบเปิดเผย ทั้งนี้ ไม่ว่าผลโหวตจะเป็นอย่างไร สธ. พร้อมที่จะทำงานเพื่อดูแลประชาชนให้มีสุขภาพดี&amp;rdquo; นพ.มล. สมชาย &amp;nbsp;กล่าว และว่า &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนโครงการราชบุรีประชารัฐ ของเครือข่ายอาสาคนรักแม่กลอง ที่พบอ้างผู้บริหารระดับสูงองกระทรวงเป็นที่ปรึกษาและใช้ตราสธ.โดยไม่ได้รับอนุญาตทำให้เกิดความเข้าใจผิดและเสียหายต่อ สธ. และผู้เกี่ยวข้อง มอบกองกฎหมายแจ้งความดำเนินคดีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48167</URL_LINK>
                <HASHTAG>3สารเคมีอันตราย, กระทรวงสาธารณสข, นพ.มล.สมชาย จักรพันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191016/image_big_5da6c54ad53be.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47311</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2019 14:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2019 14:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;อนุทิน&quot;ยันหนุนยกเลิกสารเคมีอันตรายทุกรูปแบบ ไม่เฉพาะภาคเกษตร  ปชช.ควรร่วมรณรงค์เพื่อไม่ให้มีสารพิษในอาหารที่รับประทานเข้าปากท้อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
4ต.ค.62-นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ภารกิจของกระทรวงสาธารณสุข คือการรักษาปกป้อง เสริมสร้างสุขภาพประชาชน หากมีสิ่งอันตรายมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในประเทศ เป็นหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุขที่จะต้องปกป้องและให้ยกเลิกการใช้สารเคมีอันตรายทางการเกษตร 3 ชนิด (พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส ) รวมทั้งสารเคมีอื่นๆ ไม่เฉพาะในผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าการใช้สารเคมีทางการเกษตรเพื่อกำจัดวัชพืชฆ่าแมลง ทำให้ผลผลิตเจริญเติบโตได้เร็วขึ้น สวยงามมากขึ้น แต่มีผลกระทบต่อสุขภาพร่างกาย และการจำกัดการใช้ก็เพื่อช่วยลดความรุนแรงผลกระทบของสารเคมีต่อร่างกายมนุษย์ ซึ่งยังไม่ตอบโจทย์และไม่ได้เป็นการแก้ไขปัญหา จึงต้องยกเลิกการนำมาใช้ เพื่อไม่ให้มีสารอันตรายต่อสุขภาพในส่วนประกอบของผลผลิตทางเกษตรกรรม โดยต้องมีผลิตภัณฑ์ทดแทนที่ไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพผู้ใช้และผู้บริโภค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุทิน กล่าวว่า สังคมและประชาชนส่วนใหญ่ เห็นผลเสียของการใช้สารเคมีในทางเกษตรกรรมอย่างชัดเจน ผลเสียไม่ได้เกิดแค่กับเกษตรกรเท่านั้น ประชาชนผู้บริโภคเป็นผู้รับเคราะห์กรรมในปลายน้ำ การสะสมของสารพิษในร่างกายจะทำให้เสียสุขภาพ เสียเงินทองและอาจจะทำให้ถึงแก่ชีวิตด้วย ดังนั้น ประชาชนควรร่วมกันรณรงค์ไม่ให้มีการใช้สารพิษในอาหารที่เรารับประทาน &amp;nbsp;ซึ่งจิตสำนึกของทุกฝ่ายเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ผู้ใช้สารเคมีในการทำเกษตรกรรมควรตระหนักถึงสุขภาพของผู้บริโภคให้มากยิ่งขึ้น ต้องเข้าใจว่าสารเคมีมีผลเสียต่อส่วนรวมในวงกว้าง ควรเน้นการปลูกพืชแบบเกษตรอินทรีย์ &amp;nbsp;ในส่วนผู้บริโภคขอให้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media)ให้เป็นประโยชน์ต่อการใช้ชีวิต ใช้ติดตามข้อมูล วิเคราะห์ว่าสิ่งที่สวยงาม เช่น &amp;nbsp;ผลไม้ดูเปล่งปลั่ง ผักดูน่าทาน เติบโตตามธรรมชาติหรือไม่ มีความสดหรือไม่นั้นได้ผ่านกรรมวิธีกระบวนการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือไม่ เลือกสิ่งที่ดีที่สุดเข้าสู่ร่างกาย &amp;nbsp;เพื่อให้เกิดความปลอดภัยมากที่สุด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47311</URL_LINK>
                <HASHTAG>3สารเคมีอันตราย, นายอนุทิน  ชาญวีรกูล, ยกเลิกสารเคมี3ชนิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191004/image_big_5d96f65ab7aaa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46495</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2019 16:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2019 16:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แจ็คใจพระ&#039;บุกทำเนียบเรียกร้องนายกฯสั่งเลิกพาราควอตทันที </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ย.62- &amp;nbsp;ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ (ฝั่งสำนักงาน ก.พ.) ทำเนียบรัฐบาล นายวัชระ เพชรทอง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม &amp;nbsp;และ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เพื่อขอให้พิจารณายกเลิกใช้สารพาราควอต คลอร์ไพรีฟอส ไกลโฟเซต ทันที โดยมี นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนรับเรื่อง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัชระ กล่าวว่า ขอให้นายกฯและรมช.เกษตรฯได้พิจารณายกเลิกการใช้สารพิษดังกล่าว โดยไม่ต้องใช้มติการประชุมของคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่ไม่เปิดเผยข้อมูล เนื่องจากสารดังกล่าวเป็นสาเหตุให้เด็กไทยทุก 1 ใน 2 คน มีโอกาสเกิดมาพร้อมสารปนเปื้อน ซึ่งเรื่องนี้ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ มีบทบาทและอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ห้ามการใช้เคมีทางการเกษตร โดยที่ไม่เพิกเฉยต่อข้อมูลและข้อเสนอแนะของหน่วยงานต่างๆ ทั้งกระทรวงสาธารณสุข คณะกรรมการขับเคลื่อนปัญหาสารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เครือข่ายสนับสนุนการแบนสารพิษที่มีอันตรายร้ายแรง 686 องค์กร ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทั้งนี้ ปัญหาต้นตอทั้งหมด คือการยกเลิกการใช้สารพิษทางการเกษตร ตามบทบาทอำนาจหน้าที่ของ รมว.เกษตรฯเพียงท่านเดียวเท่านั้น ที่จะทำให้ปัญหาถูกแก้ไขอย่างถูกต้องเป็นธรรม ไม่เกิดปัญหาต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ต่อแผ่นดินและประเทศชาติ จึงขอให้นายกฯสั่งการให้ รมว.เกษตรฯ ได้โปรดพิจารณาสั่งการให้มีการยกเลิกการใช้สารพิษทางการเกษตรทันที เพื่อสุขภาพของประชาชนชาวไทย และไม่เกิดการขยายปัญหาที่จะเกิดขึ้นภายในวันข้างหน้า&amp;rdquo;นายวัชระระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46495</URL_LINK>
                <HASHTAG>3สารเคมีอันตราย, นายวัชระ เพชรทอง, ยกเลิกทันที</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190924/image_big_5d89dbe4e9d85.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
