<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>34341</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2019 10:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2019 10:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พท.ได้ทีซ้ำหนักกว่าโฮปเวลล์ ยังมีค่าโง่ปิดเหมืองอัครา3หมื่นล้าน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 เม.ย. 62 - นายชุมสาย ศรียาภัย รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า มหากาพย์ค่าโง่ทางด่วนโฮปเวลล์ที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2562 สั่งให้รัฐบาลไทยชดใช้ค่าเสียหาย แก่บริษัท โฮปเวลล์ จำนวน 11,888 ล้านบาท ตามที่เป็นข่าวนั้น ประชาชนที่ติดตามข่าวย่อมทราบดีว่าเกิดจากรัฐบาลยุคใด และเป็นความผิดพลาดบกพร่องของใคร และนับว่าเป็นความเจ็บปวดและสูญเสียของประชาชนชาวไทยทั้งประเทศ ซึ่งถือเป็นอุทธาหรณ์ค่าโง่ครั้งสำคัญครั้งใหญ่ที่ไม่ควรให้เกิดขึ้นซ้ำอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ในวันนี้ คนไทยทั้งประเทศจะต้องเจอกับค่าโง่ครั้งใหม่ที่ร้ายแรงกว่าเดิมมีความเสียหายมากกว่า นั่นคือกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะผู้นำรัฐบาล ใช้อำนาจมาตรา 44 ออกคำสั่ง คสช. ที่ 72/2559 ปิดเหมืองหรือยกเลิกสัมปทานเหมืองทองคำชาตรีของ บริษัท อัครา รีซอร์ทเซส จำกัด ซึ่ง บริษัท คิงส์ เกท คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด จำกัด สัญชาติออสเตรเลีย เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ก่อนสิ้นสุดวาระสัมปทาน ในปี พ.ศ.2563 และ พ.ศ.2571 ในลักษณะคล้ายกับการยกเลิกสัญญาสัมปทานโฮปเวลล์ ทำให้บริษัทดังกล่าว ยื่นฟ้องรัฐบาลไทย ต่อคณะอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศฐานละเมิดข้อตกลงเขตการค้าเสรี ไทย- ออสเตรเลีย หรือ TAFTA เรียกค่าเสียหาย จำนวนเงิน 30,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หากคณะอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศวินิจฉัยให้รัฐบาลไทยเป็นฝ่ายแพ้คดี ทำให้ประเทศไทยอาจต้องจ่ายค่าโง่ภาค 2 จากคำสั่งปิดเหมืองทองคำ และรัฐบาลไทยจะต้องชดใช้เงินจำนวน 30,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินภาษีของประชาชนทั้งประเทศที่จะต้องร่วมกันชดใช้ ทั้งยังเป็นการทำลายความเชื่อมั่นในการลงทุนของเอกชน ทั้งในและต่างประเทศ จึงนับว่าเป็นสุดยอดผลงานชิ้นสำคัญของรัฐบาล คสช.&amp;rdquo; นายชุมสาย ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากโครงการเหมืองทองชาตรี​ส่อเค้าต้องจ่ายค่าโง่ซ้ำซ้อนแล้ว ยังแสดงให้เห็นว่าก่อนที่ภาครัฐจะตัดสินใจให้เอกชนทำโครงการอะไรต่างๆ ก็ตาม มักไม่มีการสอบถามชาวบ้านตามหลักประชาธิปไตยอย่างจริงจัง การทำประชาพิจารณ์ส่วนใหญ่เป็นเพียงแค่พิธีกรรมเพื่อให้ครบขั้นตอนตามกฎหมาย สุดท้ายผลกระทบจึงเกิดขึ้นกับชาวบ้านทั้งในเรื่องของสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิต จะเห็นได้ว่าการไม่เคารพหลักประชาธิปไตยอย่างจริงจังคือสาเหตุสำคัญที่ทำให้คนไทยต้องจ่ายค่าโง่หลายครั้ง ทั้งค่าโง่โฮปเวลล์ ค่าโง่ทางด่วน ค่าโง่คลองด่าน และที่กำลังจะมาถึงก็คือค่าโง่ปิดเหมืองทอง ซึ่งไม่ใช่เฉพาะจ่ายกับเอกชนเท่านั้น แต่ยังต้องจ่ายค่าเสียเวลาพัฒนาการเมืองที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจมูลค่ามหาศาล ตั้งแต่รัฐประหารในปี 2534 ปี 2549 และปี 2557.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34341</URL_LINK>
                <HASHTAG>3หมื่นล้าน, ค่าโง่โฮปเวลล์, ชุมสาย, พท., รัฐบาล, เหมืองทองอัครา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190130/image_big_5c5139f260617.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
