<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>69914</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2020 09:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2020 09:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประชาชนหดหู่การเมือง &#039;บิ๊กตู่&#039;กำลังเดินสู่ระบบเก่าก่อนยึดอำนาจ รู้สึกเห็นใจ 4 รมว.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มิ.ย.2563 นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง สี่รัฐมนตรีกับใจประชาชน กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินการเก็บข้อมูลแบบผสมผสาน (Mixed Method) ทั้งการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ การลงพื้นที่และการเก็บข้อมูลในโลกโซเชียลทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จำนวน 1,470 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่าง 26 &amp;ndash; 27 มิ.ย. 2563 ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงรัฐมนตรีแกนนำสำคัญของรัฐบาลที่ประชาชนพอใจ เฉพาะรัฐมนตรีที่มีข่าวจะถูกปรับออก เทียบกระทบกับความพอใจของประชาชนต่อ 3 ป พบว่า อันดับแรกหรือร้อยละ 49.2 ระบุ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รองลงมาคือร้อยละ 48.3 ระบุ นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ร้อยละ 43.5 ระบุนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ร้อยละ 43.2 ระบุ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร้อยละ 42.2 ระบุ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ ร้อยละ 36.0 ระบุ มรว.จัตุมงคล โสณกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และสุดท้าย ร้อยละ 31.8 ระบุ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึง ความเห็นของประชาชนต่อ รัฐบาล บิ๊กตู่ เดินหน้าสู่การเมืองใหม่ เป็นตัวอย่างที่ดีต่อเด็กและเยาวชนคนรุ่นใหม่ หรือ การเมืองเก่าแบบเดิมที่เคยถูกอ้างก่อนการยึดอำนาจที่ผ่านมา พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 65.5 ระบุ รัฐบาล บิ๊กตู่ กำลังเดินสู่การเมืองเก่าแบบเดิมที่เคยถูกอ้างก่อนการยึดอำนาจที่ผ่านมา ในขณะที่ร้อยละ 34.5 ระบุ การเมืองใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าพิจารณา คือ ความรู้สึกเห็นใจของประชาชน สงสาร หดหู่ใจต่อการเมือง เมื่อเห็น สี่รัฐมนตรีถูกกระทำโดยผู้หลักผู้ใหญ่ในรัฐบาลและคนในพรรคพลังประชารัฐ จำแนกตามกลุ่มการเมืองของประชาชน พบว่า พลังเงียบส่วนใหญ่หรือร้อยละ 66.3 รู้สึกสงสาร เห็นใจ หดหู่ใจต่อการเมืองไทย เมื่อเห็นสี่รัฐมนตรีถูกกระทำโดยผู้หลักผู้ใหญ่ในรัฐบาลและคนในพรรคพลังประชารัฐ และแม้แต่ในกลุ่มที่สนับสนุนรัฐบาลก็ได้ความรู้สึกสงสารเห็นใจมาจำนวนมากถึงร้อยละ 43.6 ในขณะที่ร้อยละ 29.5 ของผู้ไม่สนับสนุนรัฐบาลรู้สึกสงสาร เห็นใจ หดหู่ใจต่อการเมืองไทย ตามลำดับ ในขณะที่ คนที่สนับสนุนรัฐบาลร้อยละ 56.4 ไม่รู้สึกอะไร และส่วนใหญ่หรือร้อยละ 70.5 ของคนที่ไม่สนับสนุนรัฐบาลไม่รู้สึกอะไรเช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าสนใจคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 62.5 ไม่เห็นด้วยต่อการลาออกจากทุกตำแหน่งของ สี่รัฐมนตรี ในขณะที่ร้อยละ 37.5 เห็นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า &amp;ldquo;สี่รัฐมนตรีกับใจประชาชน&amp;rdquo; คือจุดเน้นของโพลชิ้นนี้ที่ชี้ให้เห็นว่า สี่รัฐมนตรีได้ใจประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มพลังเงียบผู้ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดที่สงสาร เห็นใจและหดหู่ต่อการเมืองไทย เพราะสี่รัฐมนตรีเหล่านี้ถูกผู้หลักผู้ใหญ่ในรัฐบาลและคนในพรรคพลังประชารัฐกระทำ โดยส่วนตัววิเคราะห์ว่าสี่รัฐมนตรีเหล่านี้คือผู้ที่มีบุญคุณที่ไม่ควรถูกทรยศหักหลัง อกตัญญูและสามารถอุ้มค้ำจุนความเชื่อมั่นศรัทธาของประชาชนต่อรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ฯ มากกว่า ด้วยเหตุผลหลายประการ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการแรก สี่รัฐมนตรีเป็นเสมือนคณะนายทหารชั้นผู้น้อยผู้กล้าในกองทัพส่วนหน้าที่ลุยฝ่ากระสุนกระแสสังคมเพื่อกรุยทางให้ผู้หลักผู้ใหญ่เข้าสู่อำนาจได้อย่างแนบเนียนและทำให้ต่างชาติยอมรับได้แบบพื้นป่าไร้รอยต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการที่สอง สี่รัฐมนตรียังไม่มีประวัติด่างพร้อย ยังไม่ได้สร้างความเสื่อมเสียต่อรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการที่สาม สี่รัฐมนตรีมีส่วนสำคัญสร้างผลงานปรากฏต่อสายตาต่างชาติทำให้ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับเป็นประเทศที่น่าลงทุน มีผลงานในประเทศโดยเฉพาะช่วงวิกฤตโควิด-19 เงินเยียวยา อัดฉีดเงินตรงถึงกระเป๋าของประชาชน ลดค่าไฟ ลดราคาน้ำมัน ค่าก๊าซ และกำลังลงสู่เศรษฐกิจฐานรากชุมชนต่าง ๆ ทั่วประเทศ ผู้หลักผู้ใหญ่ควรใจเย็นอย่าเป็นไปตามแรงยุของคนข้าง ๆ ควรใช้หลัก &amp;ldquo;ให้คนคิดเป็นคนทำ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการที่สี่ สี่รัฐมนตรีได้ต่อสู้ในสนามรบผ่านงบประมาณกฎหมายกู้เงินต่าง ๆ ให้ผู้หลักผู้ใหญ่และผู้มี &amp;ldquo;ภาวะตัณหา&amp;rdquo; ทั้งหลายสำเร็จแล้ว ก็จะถูกขจัดออกไปทันทีมันจะเป็นการฝืนกระแสแห่งความดีงาม เป็นแบบอย่างที่ไม่ดีต่อเด็กและเยาวชนคนรุ่นใหม่ ลูกหลานในอนาคตของพวกเราทุกคน เหมือนกับ เสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพลผู้เสียสละช่วยเหลือให้ทุกท่านเข้าสู่อำนาจในขณะนี้ แบบนี้คือ คุณธรรมความดีเหรอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสรุป เสนอให้ &amp;ldquo;คงรูป&amp;rdquo; เดิมไปก่อนใช้หลัก The Status Quo จะทำให้บ้านเมืองและประชาชนเดินหน้าต่อได้ดีกว่าเพราะถ้าจะเปลี่ยนแปลง รัฐบาลต้องมีเหตุผลเพียงพอว่า พวกเขาผิดอะไร ผลงานก็มีเป็นทุนให้เห็นอยู่ เอาคนใหม่เข้ามา จะได้ไม่เท่าเสีย ทั้งกระแสสังคมและความดีงามต่อเด็กและเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่กำลังเฝ้าดูการประพฤติปฏิบัติตนทางการเมืองของผู้หลักผู้ใหญ่ในรัฐบาล
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69914</URL_LINK>
                <HASHTAG>4 รัฐมนตรี, การเมืองแบบเก่า, ดร.นพดล กรรณิกา, สำนักวิจัยซูเปอร์โพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200628/image_big_5ef7faaf7bc32.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52671</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/12/2019 13:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/12/2019 13:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เหลิม&#039;เปิดโผซักฟอก&#039;บิ๊กตู่-สมคิด-วิษณุ-ดอน&#039;ยื่นต้นปี ขุดเรื่องเก่าเก็บอภิปราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17ธ.ค.62- &amp;nbsp; ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวว่า นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งให้ตนเป็น ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษ โดยมีนายภูมิธรรม เวชยชัย นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร เป็นรองประธาน นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล นายอดิศร เพียงเกษ นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ สุรนาทยุทธ์ เป็นกรรมการ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เป็นเลขานุการ นายไพรัช ชัยชาญ เป็นผู้ช่วยเลขานุการ ยุทธศาสตร์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนบทบาทหน้าที่คณะกรรมการกิจการพิเศษ ก็คือกิจการพิเศษ ไม่เกี่ยวกับคณะกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรค ทำงานตามที่พรรคมอบหมายเป็นเรื่องๆ ครั้งนี้พรรคมอบหมายให้มาดูเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และจะประชุมกันให้บ่อยที่สุด ส่วนบุคคลากรจากนี้จะมีการเพิ่มเติมบุคลากรเข้ามาอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวอีกว่า สำหรับประเด็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลประยุทธ์ เนื่องจากหากให้รัฐบาลนี้อยู่บริหารประเทศ บ้านเมืองจะประสบปัญหา คนจนเพิ่มขึ้น คนที่ได้ประโยชน์มีเฉพาะพวกใกล้ชิดรัฐบาล เพื่อให้บ้านเมืองออกจากปัญหาความทุกข์ยาก จะมีการยื่นญัตติอภิปรายไว้ไว้วางใจตามฤกษ์ที่รัฐบาลหายนะ อยู่ระหว่างวันที่ 6-10มกราคม 2563 ส่วนสาเหตุประกอบด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.เป็นรัฐบาลที่มีการทุจริตคอรัปชั่นมากที่สุด ช่วยเหลือบริษัทพ่อค้าต่างประเทศ แต่ก็ช่วยไม่ได้ เนื่องจากอัยการ ผู้พิพากษาไม่ทำตาม จึงไปแก้กฎหมาย ทำให้รัฐเสียหายนับแสนล้านบาท ในคดีฟิลิปมอร์ริส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.แก้ปัญหาเศรษฐกิจล้มเหลว ทำให้มีคนจนมากขึ้น คนที่บอกว่า เศรษฐกิจประเทศดีมีแค่สองคน คือ พล.อ.ประยุทธ์ และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ไม่ได้เก่งกาจ ไม่ใช่นักเศรษฐศาสตร์ แต่ออกทีวีเมื่อไหร่บอกประเทศรวย ทั้งที่คนไม่มีจะกินยังไม่รู้อีกหรือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.เป็นรัฐบาลที่คนเห็นต่างทางการเมืองถูกทำร้ายซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า นักศึกษาแสดงออกตามระบอบประชาธิปไตยก็ถูกทำร้าย อย่างมาบอกว่าเป็นรัฐบาลประชาธิปไตย แต่เป็นรัฐบาลที่มาจากการสืบทอดอำนาจโดยตรง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.การแก้ปัญหายาเสพติดไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้ยาบ้าถูกลงต่างจากสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.ปล่อยให้คนในรัฐบาลทำผิดกฎหมาย ขอฝากถึงนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เอากฎหายที่ไหนมาพูด นายวิษณุบิดเบือน และซื้อเวลาให้ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ &amp;nbsp;นายวิษณุได้ดีเพราะเผด็จการ ซึ่งกฤษฎีกาไม่ได้มีหน้าที่มาแก้คดีให้น.ส.ปารีณา หรือคนในพรรคพลังประชารัฐ รัฐบาลนี้ชั่วดีถี่ห่างทำเป็นมองไม่เห็น พล.อ.ประยุทธ์เอาสมองส่วนไหนมาคิด เอาคนมีคดีสมัย กปปส. มานั่งเป็นรัฐมนตรีในหลายกระทรวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า สำหรับรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจประกอบด้วย 1.พล.อ.ประยุทธ์ 2.นายสมคิด 3.นายวิษณุ และ 4.นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เรื่องฟิลิปมอร์ริส โดยนายวิษณุจะเป็นเป้าสำคัญในการอภิปราย และขอให้ออกมาอธิบายเรื่องต่างๆที่เกิดขึ้น เสียดายที่ไม่ได้อภิราย เพราะถ้าตนพูดเองรัฐบาลนี้เจ๊งแน่นอน การยื่นอภิปรายนายดอน &amp;nbsp;คนอาจสงสัยเกี่ยวอะไร แต่เนื่องจาก นายดอนมักทำหนังสือไปแก้ตัวให้กับบริษัทฟิลิปมอร์ริส โดยอ้างว่า กีดกันการค้า คนพูดแบบนี้คือ ไอ้หน้าโง่ ทั้งที่บริษัทดังกล่าวเอาสินค้าราคาแพงมาขายเลี่ยงภาษีสำแดงเท็จ ทำให้รัฐเสียหายเป็นแสนล้าน นายดอน ทำหนังสือไปถึงนายวิษณุตลอด ขณะที่นายวิษณุก็เป็นกลไกลสำคัญ นายวิษณุล้มละลายไปแล้ว ตั้งแต่ชี้แจงให้นายกฯเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณ การมาบอกพล.อ.ประยุทธ์ เป็นเจ้าหน้าที่รัฐขณะที่กำลังจะโดนดำเนินคดี แต่พอใกล้สมัครรับเลือกตั้งมาบอก ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐนายวิษณุ นายดอน เป็นเหมือนแฝดอินจัน ต้องสั่งสอนในสภาฯ คนที่จะอภิปรายนั้นมีแล้ว เสียดายผมไมได้พูดเอง ถ้าได้พูด รัฐบาลนี้เจ๊งแน่นอน &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้หวังจะให้พล.อ.ประยุทธ์อยู่ในอำนาจ 20 ปี พล.อ.ประยุทธ์ ออกทีวีแต่ละทีมีแต่ความฉุนเฉียว คุกคามทางกายภาพกับผู้แทนราษฎร ใช้ส.ส.รัฐบาลตีรวนแบบนี้เขาไม่ทำกัน ได้เวลาแล้ว ไปได้แล้ว ให้คนรวยอยู่กลุ่มเดียว ขอถามพล.อ.ประยุทธ์ 6 ข้อ 1.ยกที่ดินยาสูบให้นายทุนทำอสังหาฯ แล้วปรับภาษีสรรพสามิตร ทำให้บุหรี่ไทยมีราคาแพงเท่าบุหรี่นอก ทำให้คนหันไปสูบบุหรี่นอกหมด จึงทำให้ไทยเสียรายได้ 2.ให้กลุ่มนายเจริญ สิริวัฒนภักดี เช่าศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์ โดยไม่เปิดประมูล 3.ให้ต่างชาติเช่าที่ดินรัฐ 99 ปี ประชาชนไม่เห็นด้วยก็เปลี่ยนให้เช่า 50 ปี แล้วต่อสัญญาได้อีก 49 ปี แบบนี้ก็เท่ากับเช่าได้ 99 ปีอยู่ดี 4.ดึงทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์-บางนา-ชลบุรี เข้ากองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟัน ทำให้นายทุนได้รับประโยชน์ 5.ข้าวดี ก็มาทำเป็นข่าวเสื่อม แล้วนำมาขายในราคาถูก และ 6.ที่ดินที่เกี่ยวพันกับบริษัทกฤฎามหานคร เส้นบางนา-ตราด หลายพันไร่ ก่อนหน้ามีการประเมินราคาเอาไว้ตารางวาละ 12,000 บาท หลังการบังคับคดีมีคนไปซื้อ ประเมินราคาได้ตารางวาละ 4000 บาท เท่านั้น โดยแบ่งที่เป็สองแปลง แปลงหนึ่งแพงโดยอ้างว่าติดถนน แต่อีกแปลงตีเป็นที่ตาบอด ทั้งที่เป็นผืนเดียวกัน และคนที่ประเมินซื้อได้คือบริษัทร่วมทุนของนายเจริญ ขอทราบว่าเหตุใดรัฐบาลจึงปล่อยปละละเลยให้กรมบังคับคดีทำเช่นนี้ ถือว่าเอาเปรียบคนยากคนจนมากไป รัฐบาลนี้ไม่ใช่รัฐบาล 6 เดือน แต่จะ 6 ปี อยู่แล้ว ไปเสียเถิด บ้านเมืองจะได้ดีขึ้น ถ้าไม่ไป ก็ต้องอภิปรายไล่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวอีกว่า นายเจริญ เมื่อก่อนเป็นพ่อค้าหอยทอด แยกเผยอิง ย่านเยาวราช ช่วงที่ตนยังรับราชการตำรวจอยู่ ไม่ได้ร่ำรวยอะไร ตนจะทำกราฟเปรียบเทียบรายได้นายเจริญตั้งแต่ปี 2552 จนมาถึงหลังปฏิวัติ มีเงินเท่าไหร่ มาจากไหนบ้าง ไปฝากที่ไหนบ้าง มีการเลี่ยงภาษีหรือไม่ นอกจากนี้ในการซื้อขายที่ดินย่านบางบอนของพล.อ.ประยุทธ์ พบว่ามีการซื้อขายราคาแพงกว่าปกติ เมื่อตรวจสอบพบว่า มีการตั้งบริษัทที่จะมาซื้อเพียง7วัน จากนั้นก็มาซื้อที่ดินตกไร่ละ10กว่าล้าน รวมมูลค่ากว่า 600ล้านบาท เรื่องนี้ไม่โทษพล.อ.ประยุทธ์ บริษัทที่มาซื้อสืบไปสืบมาเป็นลูกน้องนายเจริญ แล้วอย่างนี้จะปล่อยไว้ได้อย่างไร ทำให้คนรวยอยู่กลุ่มเดียว เรื่องศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์ ก็ไปรื้อสัญญาใหม่ จากให้เช่าที่ดินเริ่มที่25ปี เปลี่ยนเป็นเริ่มที่50ปี ให้สิทธิเอกชนเอนกอนันต์ แก้ไขกฎกทม. ต่อไปตรงนี้เจริญจะทำอะไรก็ได้ ยกเว้นเหาะ เราก็สงสัยจากเรื่องนี้จะมีอานิสงส์จากการซื้อที่ดินก่อนหน้าหรือไม่ ขอให้พล.อ.ประยุทธ์ เตรียมตอบในสภาฯ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลจะทำให้รัฐบาลนั้นล้มยาก แต่จะทำให้รัฐบาลอยู่ไม่ได้ คิดว่าจะสามารถขยายผลไปสู่การแจ้งความดำเนินคดีกับรัฐมนตรีบางคนได้ ผู้ถูกอภิปรายไม่ได้มีเพียง4คน อาจจะมีเพิ่มอีก2คน ซึ่งจะทยอยเปิดออกมาในโอกาสต่อไป ส่วนคณะกรรมการยุทธศาสตร์จะเสนอบุคคลให้อภิปรายเพิ่มเติม ก็สามารถเสนอรายชื่อมาได้ ที่ไม่มีชื่อพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ &amp;nbsp;เพราะป.ป.ช.ได้มีการตรวจสอบชี้มูลแล้วว่าไม่มีความผิด เล่นการเมืองต้องมีกติกา ดังนั้นเราต้องเชื่อ ป.ป.ช.&amp;rdquo;ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52671</URL_LINK>
                <HASHTAG>4 รัฐมนตรี, ซักฟอกรัฐบาล, ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191217/image_big_5df8729f40a02.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27606</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/01/2019 15:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/01/2019 15:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อนุทิน”เตือน “บิ๊กตู่-4รมต.พปชร.” ระวังกินน้ำใบบัวบก เพราะอำนาจรัฐไม่ช่วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 27 ม.ค. &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีมีข้อเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. รวมถึง 4 รัฐมนตรีที่ร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐลาออกนั้น ว่า เป็นเรื่องของจริยธรรม สำนึกในหน้าที่ของแต่ละคน ถ้าถึงเวลาที่สมควรทุกคนต้องแสดงสปิริต ไม่ใช่หน้าที่ของพรรคภูมิใจไทยจะไปพูด แล้วแต่สังคมจะพิจารณา ส่วนการจะออกไม่ออกมาถามคู่แข่งคงไม่ดี เพราะพรรคภูมิใจไทยเน้นความสามัคคีความสมานฉันท์ และเราต่อสู้ทางการเมืองด้วยนโยบาย ซึ่งเราก็พูดอยู่ตลอดว่าไม่เอาตัวไปยุ่งกับความขัดแย้ง แต่การที่พรรคอื่นจะทำอย่างไรก็แล้วแต่พรรคนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าหาก พล.อ.ประยุทธ์ และ4 รัฐมนตรี ไม่ลาออกจะเกิดความได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมืองหรือไม่ กล่าวว่า เราไม่เคยให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เพราะพรรคภูมิใจไทยมีบุคลาการที่มีความสามารถ และคนที่มีอำนาจรัฐก็ไม่ใช่ว่าจะได้เปรียบเสมอไป คนที่ทำให้ประชาชนรักถึงจะเป็นคนที่ได้เปรียบ ซึ่งพรรคภูมิใจไทยก็เคยเป็นรัฐบาลเคยมีอำนาจรัฐเมื่อการเลือกตั้งปี 2554 ก็เคยมีคนคิดว่ามีอำนาจรัฐมาช่วยให้ตัวเองได้เปรียบในการเลือกตั้งได้ แต่บทเรียนที่เราเห็นว่าการที่เรามีอำนาจรัฐแล้วจะได้เปรียบนั้น ก็กินน้ำใบบัวบกมานักต่อนักแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุทิน กล่าวถึง ความชัดเจนในการส่งนายจองชัย เที่ยงธรรม ลงสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต ในจังหวัดสุพรรณบุรี ชนกับนายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรคชาติไทยพฒนา นั้น ว่า เมื่อ 10 นาทีที่ผ่านมาตนเพิ่งวางสายจากนายจองชัย และขอยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยไม่มีความพยายามชักชวน โน้มน้าว หรือกดดันให้นายจองชัยลงสมัคร ส.ส.เขต ซึ่งในกรณีของนายจองชัยจะได้ลง ส.ส.หรือไม่ก็แล้วแต่ท่าน แต่ถ้าท่านตัดสินใจแล้วว่าจะมาอยู่พรรคภูมิใจไทยเราก็ต้อนรับท่าน และในวันที่ 29 ม.ค.นี้ นายจองชัยจะมาเปิดตัวที่พรรคภูมิใจไทย เวลา 09.00 น. และหากนายจองชัยติดสินใจลงสมัคร ส.ส.เขต ก็มั่นใจว่าจะชนะแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงพื้นที่พัทลุงที่ปลัดจังหวัดพัทลุงลาออกมาร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทยโดยลงสมัคร ส.ส.เขต 2 ชนกับนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์นั้น นายอนุทิน กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยมีความมั่นใจทุกเขต เพราะเราเปรียบเหมือนนักกีฬา เมื่อลงแข่งขันแล้วก็สู้เต็มที่ไม่มีคำว่าซูเอี๋ยหรือยอมใคร ไม่ว่าคนนั้นจะสนิทแค่ไหน และขอยืนยันว่าจากที่ตนลงพื้นที่ในภาคใต้ก็เชื่อว่าจะได้ ส.ส.ในภาคใต้จำนวนมากกว่าการเลือกครั้งก่อนๆ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27606</URL_LINK>
                <HASHTAG>4 รัฐมนตรี, จองชัย เที่ยงธรรม, พรรคภูมิใจไทย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, อนุทิน ชาญวีรกูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190125/image_big_5c4a792f43db3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26610</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2019 12:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2019 11:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทยออกแถลงการณ์ถามเมื่อไหร่จะเลือกตั้ง ซัดรัฐบาลเอาเปรียบ เตือนอย่าคุกคามม็อบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ม.ค.62 - พรรคเพื่อไทย ออกแถลงการณ์ เรื่อง &amp;nbsp;ขอความชัดเจนเกี่ยวกับวันเลือกตั้งและยุติการใช้กลไกของรัฐเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการเมือง ระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้กำหนดไว้เบื้องต้นว่าจะมีการเลือกตั้งขึ้นในวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ หลังจากก่อนหน้านี้หัวหน้า คสช. ได้เคยประกาศและรับปากต่อประชาชนและนานาประเทศว่าจะให้มีการเลือกตั้งขึ้นหลายครั้ง แต่ก็มีข้ออ้างเลื่อนการเลือกตั้งมาตลอด ๔ &amp;ndash; ๕ ครั้งแล้ว ในครั้งนี้ก็เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าการเลือกตั้งในวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ จะไม่เกิดขึ้น การเลื่อนการเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ว่าผู้เกี่ยวข้องจะอ้างเหตุผลอย่างไร ย่อมมีผลอย่างมีนัยสำคัญต่อความรู้สึกของประชาชนที่หวังจะได้อำนาจอธิปไตยคืนมา &amp;nbsp; และใช้อำนาจดังกล่าวเลือกผู้แทนของตนเข้ามาบริหารประเทศ หลังจากที่ คสช. ได้ยึดอำนาจดังกล่าวไป &amp;nbsp;และปกครองประเทศเกือบ ๕ ปี นอกจากนี้ยังมีผลต่อความน่าเชื่อถือและความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทำให้สถานการณ์ทางการเมืองของประเทศอยู่บนความไม่แน่นอนอีกครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรรคเพื่อไทยเห็นว่า ความชัดเจนของกำหนดวันเลือกตั้งและการทำให้การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นเป็นไปด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรม โดยที่พรรคการเมืองมีโอกาสอย่างเสมอภาคเท่าเทียมกันในการแข่งขันจะเป็นหนทางนำพาประเทศไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยและการยอมรับทั้งจากภายในและนานาชาติ แต่สถานการณ์ที่ผ่านมาและที่เป็นอยู่ในขณะนี้ มีข้อเท็จจริงหลายอย่างที่สร้างความกังวลใจยิ่งว่ามีการใช้อำนาจและกลไกของรัฐเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการเมือง และการดำเนินการดังกล่าวคงจะมีอยู่ไปจนถึงวันเลือกตั้ง อันจะทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เห็นได้ชัดเจนคือการที่ ๔ รัฐมนตรีในรัฐบาลนี้ได้จัดตั้งพรรคการเมืองและเป็นกรรมการบริหารพรรค ขณะเดียวกันก็ยังปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีต่อไป จึงเป็นเรื่องยากที่จะแยกแยะว่ากิจการใดเป็นการทำเพื่อประโยชน์สาธารณะในนามของรัฐมนตรีและกิจกรรมใดทำไปเพื่อหวังผลทางการเมืองแก่พรรคการเมืองของตนเอง เพราะรัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มโดยอาศัยช่องว่างตามรัฐธรรมนูญ สามารถใช้งบประมาณได้ปกติ โยกย้าย แต่งตั้งข้าราชการได้ ซึ่งต่างจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งขณะเป็นรัฐบาลรักษาการที่มีอำนาจอย่างจำกัด เหตุนี้จึงเห็นการใช้งบประมาณอย่างมหาศาลทุ่มเทลงไปในปลายรัฐบาล โดยอ้างนโยบายประชารัฐที่มีชื่อคล้ายกับชื่อพรรคของตนเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่สำคัญแกนนำพรรคบางคนได้แสดงออกอย่างชัดเจนว่าสนับสนุนให้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกในบัญชีรายชื่อของพรรคตน แม้พลเอกประยุทธ์ ฯ ยังไม่ตัดสินใจอย่างเป็นทางการก็ถือว่า พลเอกประยุทธ์ ฯ และรัฐมนตรีทั้ง ๔ คน เป็นผู้เล่นไม่ใช่ผู้รักษากติกา หรือกรรมการต่อไป จึงต้องใช้อำนาจอย่างระมัดระวัง แต่ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นหลายครั้งเป็นที่เห็นได้ชัดว่ามีการใช้กลไกของรัฐเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การที่หัวหน้า คสช. ได้ใช้อำนาจตามมาตรา ๔๔ แก้ไขกฎหมายพรรคการเมืองหลายครั้ง อันมีผลเป็นการทำลายความเข้มแข็งและศักยภาพของพรรคการเมืองที่มีอยู่เดิม การใช้อำนาจตามมาตรา ๔๔ แทรกแซงการแบ่งเขตเลือกตั้งของ กกต. ขณะนี้ได้ปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีการใช้กลไกของ กอ.รมน.ภาค ที่มีแม่ทัพภาคเป็นผู้นำ เรียกประชุมหัวหน้าส่วนราชการของจังหวัด อำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในภาคอีสาน ๒๐ จังหวัด โดยอ้างว่าเพื่อให้ความรู้เรื่องรัฐธรรมนูญและการเลือกตั้ง ทั้งที่เรื่องดังกล่าวไม่ใช่อำนาจหน้าที่ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ของตน และยังมีการใช้ศูนย์ดำรงธรรมเรียกประชุมกำนันผู้ใหญ่บ้าน โดยอ้างเรื่องการสร้างความปรองดอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีการเลือกปฏิบัติในการให้ใช้สถานที่ราชการทำกิจกรรมทางการเมือง เช่น กรณีนายก อบจ.พะเยาไม่อนุญาตให้พรรคเพื่อไทยจัดเวทีปราศรัย ทั้งที่ก่อนหน้านี้ได้อนุญาตให้พรรคการเมืองบางพรรคใช้พื้นที่ดังกล่าวได้ การใช้หน่วยงานความมั่นคงติดตามสอดส่องการลงพื้นที่ทำกิจกรรมทางการเมืองของพรรคเพื่อไทย หรือกรณีการบุกจับกุมว่าที่ผู้สมัครของพรรคขณะเดินรณรงค์พบประชาชนเป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรรคเพื่อไทยจึงขอให้หัวหน้า คสช. ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีด้วย ได้กำชับให้หัวหน้าส่วนราชการต่างๆ &amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้วางตนเป็นกลางทางการเมืองอย่างแท้จริง อย่าทำเป็นปากว่าตาขยิบ และขอให้ กกต. ได้เข้ามาตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐบาล และเจ้าหน้าที่ของรัฐในเหตุการณ์ต่างๆ ที่ได้ยกเป็นกรณีตัวอย่างข้างต้นว่ามีการใช้อำนาจรัฐเพื่อเป็นคุณแก่พรรคการเมืองบางพรรคหรือไม่ และขอให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายได้ทำให้เกิดความชัดเจนเกี่ยวกับวันเลือกตั้ง และยุติการคุกคามประชาชนที่ออกมาเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งด้วย เพราะถือเป็นสิทธิเสรีภาพอันชอบธรรมของประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงแถลงมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรรคเพื่อไทย &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑๕ มกราคม ๒๕๖๒&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26610</URL_LINK>
                <HASHTAG>4 รัฐมนตรี, พรรคเพื่อไทย, ยุติการคุกคาม, เลือกตั้ง, แถลงการณ์พรรคเพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181205/image_big_5c07375439324.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23998</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/12/2018 16:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/12/2018 16:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุริยะ&#039;ยุ4รัฐมนตรีไม่ต้องออก หวั่นเกิดความชะงักงันทางเศรษฐกิจ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ธ.ค.61- &amp;nbsp;นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งภาคอีสาน พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณี 4 รัฐมนตรีเปลี่ยนใจไม่ยอมลาออกว่า ข้อเรียกร้องดังกล่าวมีการพูดมานานแล้ว และตนเคยชี้แจงในอดีตรัฐมนตรีที่อยู่ในช่วงเลือกตั้งแล้วว่า ไม่มีรัฐมนตรีคนไหนลาออกจากตำแหน่ง และทำงานต่อเนื่องไปถึงสิ้นสุดการเลือกตั้ง ที่สำคัญการแก้ปัญหาเศรษฐกิจเป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องทำต่อเนื่อง หากลาออกตอนนี้งานก็จะสะดุด เกิดความชะงักงันทางเศรษฐกิจ ซึ่งเราควรทำให้ต่อเนื่อง ส่วนที่ว่าจะเป็นการเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่นๆนั้น ที่โจมตีกันอยู่ก็เป็นคู่แข่งทางการเมือง ในอดีตทุกรัฐบาลก็ทำอย่างนี้มา ขอยืนยันว่า ถ้า 4 รัฐมนตรีลาออกไปก็จะทำให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี ทั้งนี้ ส่วนตัวได้พูดคุยกับ 4 รัฐมนตรีแล้วและอยากให้อยู่ต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุริยะ กล่าวถึงกระแสข่าวที่บัตรเลือกตั้งจะไม่มีโลโก้กับชื่อพรรคการเมืองว่า ขอยืนยันว่า พปชร.ไม่ได้รู้เห็นกัยกับ กกต.ในเรื่องนี้ และตนได้คุยกับว่าที่ส.ส. 30 กว่าคน รวมทั้งส.ส.ภาคเหนือ และภาคกลาง เห็นตรงกันว่า ต้องใส่ชื่อพรรคการเมืองพร้อมโลโก้พรรคเพื่อไม่ใช้ประชาชนมีความสับสน ดังนั้นอยากให้ กกต.ใส่ชื่อและโลโก้พรรคซึ่งจะเป็นประโยชย์ ส่วนจะได้หรือไม่ก็เป็นเรื่องของ กกต.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ว่าประชาชนจะเกิดความสับสน กรณีอดีตส.ส.ที่ย้ายมาพปชร. แต่ยังเข้าใจว่ายังอยู่พรรคเดิม เช่น พรรคเพื่อไทย นายสุริยะ กล่าวว่า ตนเชื่อว่า พปชร.แข็งแกร่งพอสมควร ขอยืนยันว่าจำเป็นจะต้องใส่ชื่อและโลโก้พรรคการเมืองเพื่อให้เกิดความชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามถึงกรณีที่นายธีรยุทธ บุญมี นักวิชาการอิสระ ออกมาโจมตีพรรคพปชร.ทำรูปแบบคล้ายพรรคไทยรักไทยในอดีต นายสุริยะ กล่าวว่า ในสมัยพรรคไทยรักไทย ตนก็อยู่ด้วย มีการสอบถามความต้องการของประชาชนจนนำไปสู่การทำนโยบาย ทำให้พรรคไทยรักไทยได้รับการตอบรับ ส่วนนโยบายที่พปชร.ทำอยู่ขณะนี้ถือว่าเป็นประโยชน์ของประชาชน กรณีที่นายธีรยุทธออกมาโจมตีก็เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของท่าน ตนไม่ไปตอบโต้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23998</URL_LINK>
                <HASHTAG>4 รัฐมนตรี, กระทบเศรษฐกิจ, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, พลังประชารัฐ, ไม่ต้องลาออก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181207/image_big_5c0a6557ef4ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18931</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2018 16:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2018 16:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่มีอะไรที่ป้าไม่รู้!&#039;ธิดา&#039;เฉลยเหตุ 4 รัฐมนตรีไม่ยอมลาออก เพราะไม่มีการเลือกตั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ต.ค.61- &amp;nbsp;นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานที่ปรึกษานปช.ได้ทำ Facebook Live กล่าวถึงกรณีที่ 4 รมต. ยังไม่ยอมลาออกทั้ง ๆ ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการกับบทบาททางการเมืองในพรรคพลังประชารัฐ
&amp;nbsp;คนที่รู้ว่าจะมีการเลือกตั้งหรือไม่มีนั้นคือ คสช. ก่อนหน้านี้ก็มีการสัญญาว่าจะมีการเลือกตั้งมาเป็นระยะ ๆ และมีการปรับครม. &amp;nbsp;ตนเคยกล่าวว่าถ้ามีการปรับครม. เป็นไปไม่ได้ที่การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นภายในปีนั้น อย่างน้อยต้อง 2 ปี ซึ่งก็เป็นไปตามนั้นเพราะมีการปรับเปลี่ยน โดยเฉพาะอย่างยิ่งทีมเศรษฐกิจครั้งหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทีนี้ 4 รมต.ให้เหตุผลในการที่ยังไม่ลาออกว่า ยังมีงานที่คั่งค้างอยู่ต้องสานต่อเยอะ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงอุตสาหกรรม, กระทรวงพาณิชย์, กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี &amp;nbsp;ถ้าเป็นเช่นนี้สงสัยว่าคสช.จะยังไม่มีการเลือกตั้งอีกหรือเปล่า?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าคุณจะอยู่ไปอีกนานเท่าไหร่???&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถ้ามีน้ำหนักของการเลือกตั้งอย่างชัดเจน ปัญหาการเลือกตั้ง ปัญหาพรรคใหม่ที่ต้องดำเนินการหาเสียง การตั้งพรรคใหม่ไม่ใช่ง่าย!!! แต่ถ้าท่านบอกว่ายังมีงานค้างอยู่ในรัฐบาลเยอะ ก็แสดงให้เห็นว่าเรื่องการตั้งพรรคไม่ได้เอาจริงเอาจัง...หรือเปล่า? ทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่า...หรือว่าจะยังไม่มีการเลือกตั้ง!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่ท่านออกมาประกาศตัวและลงมือทำพรรคพลังประชารัฐ หลายคนอุ่นใจว่าจะมีการเลือกตั้งจริง แต่พอท่านไม่ลงมาทำเต็มตัว จะรอทำเอาตอนเย็น แล้วยังให้น้ำหนักการทำงานในรัฐบาลช่วงนี้มาก แสดงให้เห็นว่างานพรรคการเมืองซึ่งเป็นงานใหญ่มาก เป็นงานอนาคตระยะยาวนั้น ท่านยังไม่ได้ให้น้ำหนักเท่าที่ควร นี่สำหรับ 4 รมต.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าคุณมาทำงานพรรคการเมืองในระบอบประชาธิปไตย การตั้งพรรคและตั้งใจจะให้เป็นพรรคใหญ่นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้เวลาและทุ่มเทเต็มที่ในการคิดนโยบาย การตั้งคณะกรรมการผลิตนโยบาย การวางแผนงานยุทธศาสตร์ของพรรค เรื่องการหาสมาชิก แต่ดูแล้วท่านเป็นห่วงงานในรัฐบาลมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้า 4 รมต.ยังทิ้งงานไม่ได้ แล้วคสช.จะทิ้งได้หรือ? แล้วอีก 3-4 เดือนจะทิ้งไหวหรือ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันพรรคการเมืองอื่นก็บอกว่าคุณเอาเปรียบ คุณมีตำแหน่ง มีเงินเดือน ที่สำคัญก็คือพรรคนี้เอาโครงการที่ตัวเองทำมา 4 ปีกว่ามาเป็นชื่อพรรค แปลว่าทุกวันที่ทำโครงการนี้ก็คือการโฆษณาพรรคดี ๆ นี่เอง!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอาเปรียบในฐานะที่มาจากอำนาจรัฐที่ไม่ได้มาจากประชาชน แล้วไม่ได้อยู่ในฐานะรัฐบาลรักษาการ แต่เป็นรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มและมีอำนาจเหนือกว่ารัฐธรรมนูญ ไม่ต้องพูดเลยว่าเหนือกว่ากกต.ด้วยซ้ำ ใช้ม.44ปลดกกต.ได้!!! จัดการใครก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางธิดากล่าวว่าการที่รมต.ยังไม่ยอมลาออกก็แสดงให้เห็นว่าคสช.ยังไม่ต้องการการเปลี่ยนแปลงใด ๆ อาจจะต้องอยู่อีกนาน ยังมีอยากเปลี่ยนตัวรมต.ในช่วงนี้ ทำให้มองเห็นว่าอนาคตของการที่คสช.จะลงจากอำนาจก็ต่อเมื่อมีรัฐบาลใหม่ ซึ่งการมีรัฐบาลใหม่อย่างราบรื่นและรวดเร็วดูแล้วมันคงยาก เพราะแม้กระทั่งรมต.ทั้ง 4 คนจะถูกตำหนิติติงใด ๆ ก็ตาม ท่านก็ยังอ้างเหตุผลว่า ไม่ผิดกฎหมาย ทำได้ แปลว่าท่านไม่ได้ตั้งใจทำงานการเมืองเป็นด้านหลัก แต่ท่านต้องการบริหารราชการเป็นด้านหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คือคำถามมายังคสช. และ 4 รมต. ว่า ตกลงท่านตั้งใจจะให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 24 ก.พ. จริงหรือเปล่า? เพราะว่าแม้กระทั่งพรรคการเมืองท่านก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะทำอย่างทุ่มเท แต่กลับใช้เวลาในการบริหารราชการมากกว่า แล้วอ้างว่ายังทิ้งงานไม่ได้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หรือว่าการเลือกตั้งจะยังไม่มาถึง !!!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18931</URL_LINK>
                <HASHTAG>4 รัฐมนตรี, ธิดา ถาวรเศรษฐ, ประธานที่ปรึกษานปช., ลาออก, ไม่มีการเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181002/image_big_5bb340d85088a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18920</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2018 16:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2018 15:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;ลั่น4รมต.เป็นเรื่องส่วนตัว ย้อนนักการเมืองไม่ได้เอื้อประโยชน์เหมือนที่ผ่านมา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ต.ค.61- พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กรณีเสียงวิจารณ์การแต่งตั้ง นายสนธยา คุณปลื้ม เป็นนายกเมืองพัทยาเอื้อประโยชน์ นายสมชาย คุณปลื้มว่า การตั้งใครขึ้นมาก็แล้วแต่ ไม่ได้เอื้อประโยชน์อะไรทั้งสิ้น เรื่องนี้ได้พูดมาหลายครั้งแล้ว อย่าถามซ้ำซาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณี 4 รัฐมนตรีในรัฐบาล ไปร่วมทำงานการเมืองกับพรรคพลังประชารัฐ (พปรช.) ต้องลาออกจากตำแหน่งหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า การที่รัฐมนตรีไปทำงานการเมืองนั้น เป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละบุคคล พูดมาหลายครั้งแล้ว และย้ำเตือนในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ด้วย รวมถึงช่วงที่เขามาขออนุญาต โดยได้บอกไปว่า เป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคน อย่าทำให้การบริหารราชการแผ่นดินเสียหาย เพราะในการบริการราชการแผ่นดินรัฐมนตรีทั้ง 4 คน ไม่ใช่ผู้ตัดสินหลักในครม.เพราะการจะออกมติอะไรจะต้องเป็นมติของครม.ทั้งคณะ โดยมีรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คงไม่ได้ไปเอื้อประโยชน์อะไรกับใครทั้งสิ้น ไม่ได้เอื้อประโยชน์อย่างเช่นที่ผ่านมา หรือเปล่าก็ไม่รู้นะ เพราะหลายคนออกมาพูดว่าจะเกิดอย่างนั้นอย่างนี้ แล้วเคยเกิดขึ้นบ้างหรือเปล่า แล้วใครเป็นคนทำ ถ้าไม่มีก็แล้วไป แต่ขอร้องอย่ามาอ้างว่า วันนี้จะมีการทำอย่างนั้นอย่างนี้ รัฐบาลนี้ไม่ได้มุ่งหวังให้เกิดการเอื้อประโยชน์อยู่แล้ว เราจะดูแลพี่น้องประชาชนต่อไป สานต่องาน รักษาความสงบเรียบร้อย อะไรผิดกฎหมาย ก็ถือว่าผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่า แม้การไปทำงานการเมืองจะเป็นเรื่องส่วนตัว แต่มีกระแสดันให้ 4 รัฐมนตรีลาออกเพื่อความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย พล.อ.ประยุทธ์ย้อนถามว่า กฎหมายเขาว่าอย่างไร ก่อนหน้านั้นเขาทำอย่างไรกันอยู่ มีกรณีแบบนี้หรือไม่ &amp;ldquo;มีหรือเปล่า มีไหมจ๊ะ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามอีกว่าแต่มีการอ้างว่ารัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลเผด็จการ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า &amp;ldquo;ผมเป็นรัฐบาลที่ผมต้องบอกว่ามีธรรมาภิบาล สมัยที่คุณเป็น คุณมีธรรมาภิบาลหรือเปล่า ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18920</URL_LINK>
                <HASHTAG>4 รัฐมนตรี, นายกรัฐมนตรี, บิ๊กตู่-พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา, ลาออก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181002/image_big_5bb32b906a7bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
