<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>52790</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/12/2019 21:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/12/2019 20:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ออสเตรเลียผจญวันร้อนสุด อุณหภูมิเฉลี่ย 40.9 องศาเซลเซียส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สำนักอุตุนิยมวิทยาของออสเตรเลียเผยเมื่อวันพุธว่า อุณหภูมิเฉลี่ยทั่วออสเตรเลียเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยอยู่ที่ 40.9 องศาเซลเซียส ทำลายสถิติของปี 2556 โดยคาดว่าคลื่นความร้อนจะรุนแรงยิ่งขึ้นและอาจร้อนทำลายสถิติอีกครั้งในสัปดาห์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้นไม้ถูกไฟป่าเผาไหม้เกรียมที่เมาท์ไวซันทางตะวันตกเฉียงเหนือของซิดนีย์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 18 ธันวาคม 2562 อ้างคำแถลงของสำนักอุตุนิยมวิทยาออสเตรเลียวันเดียวกันว่า อุณหภูมิเฉลี่ยของออสเตรเลียเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาอยู่ที่ 40.9 องศาเซลเซียส สูงที่สุดทำลายสถิติเดิม 40.3 องศาเซลเซียสที่บันทึกไว้เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2556&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คลื่นความร้อนที่กำลังถาโถมออสเตรเลียขณะนี้เป็นอีกหนึ่งสัญญาณเตือนผลกระทบจากภาวะโลกร้อนที่ออสเตรเลีย ซึ่งปีนี้เผชิญกับไฟป่าประจำฤดูร้อนมาเร็วกว่าปกติและเกิดในระดับรุนแรง เพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลของนายกฯ สกอต มอร์ริสัน ที่กำลังถูกวิจารณ์เรื่องนโยบายภาวะโลกร้อนและการตอบสนองต่อภัยพิบัติทางธรรมชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายพื้นที่ทั่วออสเตรเลียเกิดไฟป่านับพันแห่งช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา รวมถึงมหาเปลวเพลิงที่ลุกไหม้ทางเหนือของซิดนีย์ ควันจากไฟป่าเหล่านี้ทำให้มลภาวะทางอากาศของเมืองใหญ่ที่สุดของออสเตรเลียแห่งนี้อยู่ในระดับอันตราย ทำให้แพทย์เตือนว่าเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไฟป่าปีนี้เผาทำลายพื้นที่ทั่วออสเตรเลียแล้วไม่ต่ำกว่า 18.5 ล้านไร่ มีคนเสียชีวิต 6 คน และบ้านเรือนถูกไฟทำลายราว 700 หลัง และยังทำให้ชาวออสเตรเลียออกมาชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาลอนุรักษนิยมของมอร์ริสัน ที่ปกป้องอุตสาหกรรมส่งออกถ่านหินซึ่งสร้างรายได้เข้าประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิทยาศาสตร์หลายคนเตือนว่า ไฟป่าที่เกิดเร็วกว่าปกติและรุนแรงกว่าปกติเป็นผลมาจากภาวะโลกร้อนและภาวะแห้งแล้งยาวนานที่ทำให้ดินแตกระแหงและหลายเมืองขาดแคลนน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้นสัปดาห์นี้ เมืองเพิร์ธ เมืองเอกของรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย เผชิญกับอุณหภูมิสูงสุดเป็นสถิติของเดือนธันวาคม โดยมีอุณหภูมิเกิน 40 องศาเซลเซียส ติดต่อกันนาน 3 วัน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องต่อสู้กับไฟป่าที่เผาทำลายพื้นที่นับหมื่นๆ ไร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สภาพอากาศร้อนกำลังเคลื่อนสู่หลายรัฐในภาคตะวันออกที่มีประชากรหนาแน่นด้วย เช่นที่รัฐนิวเซาท์เวลส์ ที่นครซิดนีย์เป็นเมืองหลวง พยากรณ์ว่าอุณหภูมิจะสูงถึงระดับ 40 องศาเซลเซียสกลางๆ ในวันพฤหัสบดี และในวันเสาร์อุณหภูมิอาจสูงกว่า 46 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ กระแสลมรุนแรงบริเวณชายฝั่งตะวันออก ที่อาจมีความเร็วถึง 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง จะยิ่งทำให้สถานการณ์ไฟป่าเลวร้ายลง โดยเจ้าหน้าที่เตือนว่า ลมอาจพัดพาถ่านที่ยังคุปลิวไปได้ไกลกว่า 30 กิโลเมตร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52790</URL_LINK>
                <HASHTAG>40.9 องศาเซลเซียส, ภาวะโลกร้อน, วันร้อนสุด, ออสเตรเลีย, อุณหภูมิเฉลี่ย, ไฟป่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191218/image_big_5dfa2f3a6198c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
