<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>92752</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2021 23:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>48ปีการเคหะแห่งชาติ เดินหน้าพัฒนาที่อยู่อาศัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;เปิดแผนตั้งบริษัทลูก&amp;quot; ช่วยผู้กระทบโควิด-19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2564 นับเป็นการครบรอบ 48 ปีของการเคหะแห่งชาติ ซึ่งนับตั้งแต่ปี พ.ศ.2519 เป็นต้นมา ภารกิจสำคัญหลักถือเป็นนโยบายจากวันนั้นจนถึงวันนี้คือ การสร้างที่อยู่อาศัยให้แก่ประชาชนชาวไทย โดยมุ่งเน้นการสร้างบ้าน สร้างสิ่งแวดล้อม สร้างชุมชนที่น่าอยู่ เพราะจุดเริ่มต้นของคุณภาพชีวิตที่ดีเริ่มจากการมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) เปิดเผยว่า การเคหะแห่งชาติดำเนินงานมาครบรอบ 48 ปี ด้วยความภาคภูมิใจในภารกิจด้านพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับประชาชนที่มีรายได้น้อยและปานกลางทั่วประเทศ แน่นอนว่าจะยังคงดำเนินงานภายใต้วิสัยทัศน์ &amp;ldquo;การเคหะแห่งชาติเป็นองค์กรสมรรถนะสูงในการพัฒนาที่อยู่อาศัย ชุมชน และเมือง เพื่อให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิตที่ดี&amp;rdquo; พร้อมขับเคลื่อนโครงการสำคัญตอบสนองนโยบายรัฐบาล และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยที่อยู่ในชุมชนของการเคหะแห่งชาติมีคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกมิติอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับ กคช. ภายใต้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พัฒนาที่อยู่อาศัยไปแล้วทั้งสิ้น 742,975 หน่วย ประกอบด้วย โครงการบ้านเอื้ออาทร 280,567 หน่วย โครงการเคหะชุมชน 142,103 หน่วย โครงการเคหะชุมชน และบริการชุมชน 27,317 หน่วย โครงการแก้ไขปัญหาชุมชนแออัด ทั้งปรับปรุงชุมชนที่ดินเดิมและจัดหาที่อยู่อาศัย 233,964 หน่วย โครงการพิเศษและบริการชุมชน 3,980 หน่วย โครงการเคหะข้าราชการ&amp;nbsp; 50,708 หน่วย โครงการแก้ไขปัญหาวิกฤติอสังหาริมทรัพย์ 258 หน่วย โครงการที่พักอาศัยสำหรับมหาวิทยาลัยราชภัฏ 2,374 หน่วย โครงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยภาคใต้&amp;nbsp; 845 หน่วย โครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง 334 หน่วย และโครงการอาคารเช่า 525 หน่วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;เดินหน้า &amp;quot;มีที่อยู่อาศัยถ้วนทั่ว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในปี 2564 การเคหะแห่งชาติเตรียมขับเคลื่อนโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัย จำนวน 5 โครงการ ได้แก่ โครงการบ้านเคหะสุขประชาและเศรษฐกิจสุขประชาทั่วประเทศ จำนวน 20,000 หน่วย โครงการที่อยู่อาศัยสำหรับข้าราชการชั้นผู้น้อยที่เกษียณอายุหรือบ้านเกษียณสุข โครงการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุซีเนียร์ คอมเพล็กซ์ (Senior Complex) โครงการที่อยู่อาศัยตามแนวโครงข่ายคมนาคม และโครงการที่อยู่อาศัยสำหรับคนพิการ ทั้งนี้เพื่อสนับสนุนนโยบายของภาครัฐให้เป็นไปตามแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี ภายใต้วิสัยทัศน์ &amp;ldquo;คนไทยทุกคนมีที่อยู่อาศัยถ้วนทั่วและมีคุณภาพชีวิตที่ดีในปี 2579 (Housing For All) &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ขับเคลื่อนตั้งบริษัทลูก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกันเพื่อให้ กคช.สามารถขับเคลื่อนภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพและสร้างความคล่องตัวในการดำเนินงานให้มากขึ้น จึงได้มีแผนที่จะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในการจัดตั้งบริษัทลูก ภายใต้ทุนจดทะเบียน 500 ล้านบาท ในการเข้ามาดูแลโครงการรวม 5 โครงการที่จะต้องดำเนินการใน 2564-2566 โดยการจัดตั้งบริษัทลูกดังกล่าวนั้นจะทำให้สามารถทำงานดีกว่าที่ผ่านมา ต่อยอดการดูแลประชาชนนับตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ทั้งการสร้างที่พักอาศัย การเกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนภายในโครงการ ครอบคลุมไปถึงการสร้างคุณภาพชีวิตให้แก่ผู้อยู่อาศัย ซึ่ง กคช.จะถือหุ้นในสัดส่วนที่ต่ำกว่า 49% โดยที่เหลือจะเป็นการหาพาร์ตเนอร์เข้ามาร่วมกับบริษัทลูก โดยเฉพาะรัฐวิสาหกิจต่างๆ เช่น บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด, บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน), กลุ่มธนาคาร และบริษัทประกัน เป็นต้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;แผนงานช่วยผู้กระทบโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับในปี 2564 ได้เกิดการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ระลอกใหม่ การเคหะแห่งชาติได้กำหนดมาตรการช่วยเหลือลูกค้าใหม่ผ่าน 3 รูปแบบโปรโมชั่น เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-30 มิถุนายน 2564 ได้แก่ 1. โปรโมชั่นดอกเบี้ยเช่าซื้อ 0% เป็นเวลา 1 ปี สำหรับลูกค้าที่สถาบันการเงินปฏิเสธสินเชื่อสามารถยื่นขอสินเชื่อจากโครงการสินเชื่อเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย หรือทำสัญญาเช่าซื้อโดยตรงกับการเคหะแห่งชาติ พร้อมรับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 2.โปรโมชั่นลดราคาโครงการบ้านเอื้ออาทร 56 โครงการ กำหนดราคาขายเงินสดหน่วยละ 250,000-520,000 บาท และ 3.โปรโมชั่นเช่าราคาพิเศษ 999-1,200 บาทต่อเดือนในปีแรก จำนวน 84 โครงการที่การเคหะแห่งชาติกำหนด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;จะเห็นได้ว่าในตลาดของอสังหาริมทรัพย์มีผู้เล่นจัดโปรโมชั่นกันค่อนข้างแรง โดยเฉพาะการให้อยู่ฟรี 3 ปี ซึ่งจากแคมเปญดังกล่าวก็เห็นว่าน่าจะนำมาปรับใช้กับโครงการที่อยู่อาศัยของ กคช.ได้ เช่น การผ่อนแบบบอลลูน หรือ Balloon Payment กล่าวคือ เป็นการแบ่งเบาภาระผู้ซื้อในระยะแรก และในระยะท้ายๆ อาจต้องการผ่อนด้วยเงินที่เป็นก้อนใหญ่มากขึ้น แต่ทุกอย่างจะต้องดำเนินการแล้วไม่ส่งผลกระทบต่อกำไรขาดทุน&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พร้อมกันนี้ กคช.ยังมีแนวทางการให้ความช่วยเหลือลูกค้าปัจจุบันในปี 2564 ได้แก่ 1.ลดอัตราดอกเบี้ยค่าเช่าซื้อที่อยู่อาศัย 2.ลดค่างวดเช่าซื้อที่อยู่อาศัยโดยขยายเวลาการผ่อนชำระ 3.ปรับโครงสร้างหนี้ลูกค้าเช่าซื้อที่ค้างชำระค่าเช่าซื้อ และ 4.ส่วนลดค่างวดเช่าซื้อ 1,000 บาท สำหรับลูกค้าเช่าซื้อที่มีประวัติชำระดี ไม่มีหนี้ค้างชำระ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ยืนยันบทบาท..พัฒนาคุณภาพชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายทวีพงษ์กล่าวอีกว่า นอกจากมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ยังได้ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยให้เข้าถึงบริการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น โดยจัดทำโครงการสินเชื่อเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2562 เห็นชอบในหลักการให้การเคหะแห่งชาติจัดทำโครงการดังกล่าวในวงเงิน 5,207 ล้านบาท โดยปีงบประมาณ 2563 และปี 2564 สำนักงบประมาณได้พิจารณาจัดสรรงบประมาณให้จำนวน 692.80 ล้านบาท สำหรับการดำเนินโครงการได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารการให้สินเชื่อเพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัย (คบส.) เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2563 โดยมีผู้บริหารระดับสูงของการเคหะแห่งชาติ รวมถึงผู้ทรงคุณวุฒิในด้านต่างๆ ร่วมทำหน้าที่บริหารการให้สินเชื่อเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ ปัจจุบันได้อนุมัติสินเชื่อไปแล้ว จำนวน 114 ราย คิดเป็นวงเงินที่ปล่อยสินเชื่อ จำนวน 75.83 ล้านบาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ในช่วงที่ผ่านมาการเคหะแห่งชาติยังได้ดำเนินการระดมทุนผ่านการออกพันธบัตรเพื่อสังคม (Social Bond) จำนวน 6,800 ล้านบาท โดยได้รับความช่วยเหลือทางวิชาการแบบให้เปล่าจากธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank : ADB) และสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลัง โดยมีธนาคารออมสินเป็นผู้จัดการจัดจำหน่าย และกระทรวงการคลังค้ำประกันเงินต้นและดอกเบี้ย ซึ่งการดำเนินการระดมทุนผ่านการออกพันธบัตรเพื่อสังคม (Social Bond) ในครั้งนี้ ใช้เพื่อปรับโครงสร้างหนี้เงินกู้ (Refinance) อันเนื่องมาจากโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย จำนวน 5 โครงการ และในปี 2564 การเคหะแห่งชาติตั้งเป้าหมายการออกพันธบัตรเพื่อสังคม หรือพันธบัตรเพื่อความยั่งยืน เพื่อนำเงินที่ได้มาลงทุนพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ในช่วงที่ผ่านมาได้มีการบริหารต้นทุนทางการด้วยการระดมทุนผ่านการออกพันธบัตรเพื่อสังคม เพื่อนำมาปรับโครงสร้างนี้เงินกู้ จากการพัฒนาโครงการบ้านเอื้ออาทร โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัย และโครงการแฟลตดินแดง (แปลง G) ส่งผลให้จากตัวเลขหนี้ที่มีอยู่ 35,000 ล้านบาท ลดลงมาอยู่ระดับต่ำกว่า 29,000 ล้านบาท ช่วยลดภาระที่ต้องชำระดอกเบี้ยแต่ละปีประมาณ 4% นับเป็นผลดีต่อตัวเลขหนี้สินต่อทุนที่ลดลง แม้จะไม่ได้อยู่ระดับ 1 เท่า แต่ก็ปรับลงมาอยู่ที่ 2.6 เท่า&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง รองรับผู้อยู่อาศัยเดิม ระยะที่ 2 อาคาร A1 สูง 32 ชั้น 1 อาคาร 635 หน่วย รองรับผู้อยู่อาศัยเดิมจากแฟลตที่ 9-17 และแฟลตที่ 63-64 จะเริ่มดำเนินการก่อสร้างประมาณเดือนเมษายน 2564 คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณปี 2566 และอาคาร D1 สูง 35 ชั้น 1 อาคาร 612 หน่วย รองรับผู้อยู่อาศัยเดิมจากแฟลตที่ 23-32 ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง และโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง รองรับผู้อยู่อาศัยใหม่ ระยะที่ 3 และ 4 จำนวน 13,746 หน่วย (แปลง D2, แปลง E และแปลง B) รองรับข้าราชการและประชาชนทั่วไป ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาทบทวนแนวทางการร่วมลงทุนกับภาคเอกชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายทวีพงษ์กล่าวเสริมว่า ในปี 2563 ที่ผ่านมาประเทศไทยต้องเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เช่นเดียวกับทั่วโลก การเคหะแห่งชาติในฐานะหน่วยงานที่มีชุมชนอยู่ในความดูแลทั่วประเทศ ได้มีมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดระหว่างเดือนเมษายน-เดือนมิถุนายน 2563 ทั้งด้านการเงินและด้านสังคม&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับด้านการเงิน 1.พักชำระค่าเช่าซื้อ 3 เดือน 2.ปลอดค่าเช่า 3 เดือน สำหรับลูกค้าอาคารเช่ารายย่อย รวมทั้งลูกค้าที่เช่าแผงตลาด และร้านค้ารายย่อย 3.ปลอดค่าเช่าสำหรับผู้เช่ารายย่อยที่ทำสัญญาเช่ากับผู้เช่าเหมาอาคาร 4.ลดค่าเช่า 50% และ 5.พักชำระเงินมัดจำ/เงินจอง ด้านสังคม การเคหะแห่งชาติได้ลงพื้นที่ชุมชนเพื่อให้ความรู้ ความเข้าใจถึงมาตรการป้องกันตนเองให้กับผู้อยู่อาศัย รวมถึงการร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชนจัดตั้งโรงครัวในชุมชน จัดทำข้าวกล่องปรุงสุก พร้อมจัดหาเครื่องอุปโภค-บริโภค และของใช้จำเป็นให้กับผู้อยู่อาศัย เพื่อเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายเบื้องต้นของผู้อยู่อาศัย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังได้ร่วมกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการพัฒนาฝีมือแรงงานและสร้างอาชีพให้แก่ช่างชุมชน และบูรณาการความร่วมมือกับกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน จัดกิจกรรม &amp;ldquo;นัดพบแรงงาน&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;แนะแนวอาชีพ&amp;rdquo; แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในชุมชนของ กคช. เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับผู้อยู่อาศัยในชุมชน สามารถสร้างอาชีพมีรายได้เลี้ยงตนเองและครอบครัว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม การเคหะแห่งชาติยังได้ดำเนินการขับเคลื่อนตามนโยบายกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในโครงการ &amp;quot;พม. เราไม่ทิ้งกัน&amp;rdquo; ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;สำรวจให้พบ จบที่ชุมชน&amp;rdquo; เพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางในสังคม โดยการเคหะแห่งชาติได้ให้ความร่วมมือกับกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ย้ายครอบครัวคนหูหนวก จำนวน 10 ครอบครัว จากชุมชนคนหูหนวก ริมถนนพระราม 9 ย้ายมาอยู่โครงการบ้านเอื้ออาทรลาดหลุมแก้ว 2 จังหวัดปทุมธานีอีกด้วย.&amp;nbsp; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92752</URL_LINK>
                <HASHTAG>48ปีการเคหะแห่งชาติ  เดินหน้าพัฒนาที่อยู่อาศัย, เปิดแผนตั้งบริษัทลูก  ช่วยผู้กระทบโควิด-19, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210211/image_big_6025205bbc7eb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
