<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116537</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2021 13:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2021 13:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สน.นางเลิ้งส่งอัยการฟ้อง25แกนนำ&#039;ไทยไม่ทน&#039; ผิด4ข้อหา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ย. 64 - ที่สำนักงานอัยการพิเศษ คดีศาลแขวง 3 ถนนบรมราชชนนี เขตตลิ่งชัน&amp;nbsp; พนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง ส่งตัวพร้อมความเห็นสมควรสั่งฟ้อง 25 แกนนำไทยไม่ทน คณะสามัคคีประชาชน ให้อัยการพิเศษศาลแขวง ในความผิดฐานร่วมกันฝ่าฝืนข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 15) ข้อ 3 , ร่วมกันวาง ตั้ง ยื่น หรือแขวนสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือกระทำด้วยประการใดๆ ในลักษณะที่เป็นกีดขวางการจราจร ตามพระราชบัญญัติการจราจรทางบก พ.ศ.2522 , ร่วมกันตั้ง วาง หรือกองวัตถุใด ๆ บนพื้นถนน ตามพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 และร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกำลังไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง พ.ศ.2493 รวมทั้งสิ้น 4 ข้อหา สืบเนื่องจากการจัดชุมนุมสะพานผ่านฟ้า-ทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ 24, 26 มิถุนายน และ 3, 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยรายชื่อผู้ต้องหาทั้งหมดประกอบไปด้วย นายวีระ สมความคิด ,นายเมธา มาสขาว ,นายธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ์ , น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ ,นายจำนงค์ หนูพันธ์ , นายไทกร พลสุวรรณ์ , นายยศวริศ ชูกล่อม , นายนันทพงษ์ ปานมาศ , ส.อ.ณรงค์ชัย อินทรกวี , นายณัทพัช อัคฮาด , นายธนเดช ศรีสงคราม (ม่อน อาชีวะ) ,นายจอมพล รุ่งเรืองชูเลิศ , นายเศวต ทินกูล , นายพงศ์พิเชษฐ์ สุขจินดาทอง , น.ส.กัญญารัตน์ บุญรีบส่ง, นายพราหมศักดิ์รพี พรหมชาติ , นายวันเฉลิม กุนเสน , นายชินวัตร จันทร์กระจ่าง , นายวรพล แกมขุนทด, นายสุรเดช นาจำปา , นายคุณานนท์ คุณานุวัฒน์, น.ส.วรัญญา ศิริปัญญา , นายสุวรรณ์ อันสังข์ , นายธนยศ ชินพันธุ์ และ น.ส.พิมณัฏฐา จิระพุทธิภาคย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายเมธา เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) และแกนนำไทยไม่ทนฯ กล่าวว่า ได้ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อพนักงานอัยการว่า หลังจากปฏิเสธข้อกล่าวหาแล้ว ได้ให้การเพิ่มเติมเป็นลายลักษณ์อักษรแก่พนักงานสอบสวนลงวันที่ 9 ก.ย. 2564 รวมถึงแนบภาพถ่ายการชุมนุมในวันดังกล่าวประกอบที่แสดงถึงข้อขัดแย้งกับข้อกล่าวหาของพนักงานสอบสวนโดยสิ้นเชิง และได้ขอให้สอบพยานเพิ่มเติมอีก 4 คน เพื่อประโยชน์แก่ผู้ต้องหา ในการพิสูจน์ข้อเท็จจริงและเพื่อประโยชน์ในการพิสูจน์ให้เห็นความบริสุทธิ์ของผู้ถูกกล่าวหาเพิ่มเติมตามคำให้การ รวมถึงขอให้สอบหาข้อเท็จจริงว่าในการชุมนุมดังกล่าวมีประชาชนผู้ติดเชื้อโควิด-19 จากการชุมนุมตามข้อกล่าวหาหรือไม่ เพราะข้อเท็จจริงผู้ร่วมชุมนุมทั้งหมดในวันดังกล่าวมีมาตรการป้องกันการแพร่หรือการติดเชื้อโควิด-19เป็นอย่างดี จนถึงปัจจุบันก็ไม่พบว่าการชุมนุมนั้นเป็นเหตุให้มีการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19แต่อย่างใด&amp;nbsp; ทั้งยังเป็นการชุมนุมโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ตามรายละเอียดในคำให้การเพิ่มเติมที่อ้างถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่พนักงานสอบสวนไม่ได้สอบพยานเพิ่มเติมเพื่อประโยชน์ในการพิสูจน์ให้เห็นความบริสุทธิ์ของผู้ถูกกล่าวหาแต่กลับเร่งรีบยื่นส่งสำนวนสอบสวนที่ขาดการพิสูจน์ความผิดให้พนักงานอัยการในวันนี้ รวมถึงในคดีอาญาเดียวกันทั้งหมดนั้น มีผู้ถูกตั้งข้อหาทั้งสิ้น 32 คน แต่พนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง ยังสอบผู้ต้องหายังไม่แล้วเสร็จและนำส่งสำนวนคดีทั้งสิ้นเพียง 25 คนเท่านั้น อีก 7 คนที่เหลือประกอบไปด้วย นายจตุพร พรหมพันธุ์ ,นายสมบูรณ์ ทองบุราณ นายเสกข์สืบพงศ์ วงศ์สมัก ,นายธนชาติ ไชยทองพันธ์ ,พ.ท.แพทย์หญิง กมลพรรณ ชีวพันธ์ศรี ,นายพงษ์พิสิษฐ์ คงเสนา และนายอานนท์ แม้นเพชร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งการเร่งรัดนำส่งคดีดังกล่าวทั้งที่ยังไม่แล้วเสร็จ น่าจะถูกฝ่ายการเมืองกดดันเร่งรัดดำเนินคดีประชาชน จึงเป็นการสอบสวนที่ไม่ครบถ้วนตามหลักการว่าด้วยการสอบสวนและประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ทั้ง ๆ ที่พนักงานสอบสวนยังสามารถรวบรวมหลักฐานต่าง ๆ ได้อีกมากเพื่อทราบข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ต่าง ๆ อันจะพิสูจน์ให้เห็นความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหาได้ สมควรสั่งการให้สอบให้เสร็จสิ้นครบทุกคนเสียก่อนเพื่อรวมเป็นคดีเดียวกัน จึงขอความเป็นธรรมให้พนักงานอัยการได้ชะลอเวลาออกไปเพื่อความสมบูรณ์ของสำนวนสอบสวน และสั่งพนักงานสอบสวนให้สอบพยานเพิ่มเติมด้วย เพื่อประโยชน์ของจำเลยที่ถูกกล่าวหาโดยมิชอบ และพิสูจน์ว่าการพิจารณาการแจ้งความโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.นางเลิ้ง อาจถือเป็นการแจ้งความเท็จหรือไม่ เนื่องจากเป็นที่ประจักษ์ชัดว่า ผู้ร่วมชุมนุมทั้งหลายนั้น ไม่มีผู้ใดติดเชื้อโควิด -19 และไม่มีการสอบสวนหาผู้ติดเชื้อโควิด 19 ในที่ชุมนุมดังกล่าวแต่อย่างใด ซึ่งเป็นสิ่งยืนยันว่า การร่วมชุมนุมและจัดการชุมนุมไม่ได้มีลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดหรือเป็นสาเหตุที่ก่อเกิดโรคโควิด-19 ดังที่ตั้งข้อหา รวมถึงการจัดให้มีการตรวจคัดกรองอุณหะภูมิ การนั่งรักษาระยะห่าง ตามภาพที่มอบให้พนักงานสอบสวนนั้น ขัดแย้งกับการตั้งข้อกล่าวหาอย่างชัดเจน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุนี้ การตั้งข้อหาต่อของคณะฯ จึงไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมายดังกล่าว และมีลักษณะที่เจตนาและจงใจที่จะให้เกิดความเสียหายให้แก่ผู้ต้องหาเพื่อประโยชน์ของตนเองหรือบุคคลอื่นโดยมิชอบ และทำให้เสียเวลาพนักงานอัยการในการพิจารณาคดีที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน&amp;nbsp; การสอบไม่ครบถ้วนกระบวนความ สอบผู้ต้องหาไม่ครบทุกคนและแยกสำนวนนำส่ง ทำให้คดีรกศาล รกสำนักงานอัยการ&amp;nbsp; เป็นภาระมากเกินจำเป็นในกระบวนการยุติธรรมทั้งในเรื่องเวลาและค่าใช้จ่ายของราชการที่มาจากภาษีของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากพนักงานอัยการได้สั่งให้ทำการสอบสวนพยานบุคคลและพยานหลักฐานต่าง ๆ ดังกล่าวข้างต้นโดยครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว จะได้ข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ที่ชี้ได้ว่า ข้าพเจ้าไม่ได้กระทำความผิดตามข้อกล่าวหา และการดำเนินคดีนี้มิได้เป็นประโยชน์แก่สาธารณะแต่ประการใด&amp;nbsp; ขอพนักงานอัยการได้โปรดมีคำสั่งไม่ฟ้องต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้การเร่งรัดดำเนินคดีโดยอ้างจำนวนวันผลัดฟ้องไม่ถูกต้อง เพราะความจริงแล้ว พนักงานสอบสวนไม่ได้ถูกจำกัดโดยกำหนดเวลาผลัดฟ้องแต่อย่างใด เพราะตามมาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ. พิจารณาคดีศาลแขวง ใช้กับผู้ต้องหาที่ถูกจับเพื่อคุ้มครองผู้ต้องหาดังกล่าวไม่ให้พนักงานสอบสวนถ่วงคดี อันเป็นการจำกัดอิสระเสรีภาพของผู้ต้องหา ไม่ใช้ผู้ต้องหาที่มอบตัวและไม่อยู่ในการควบคุมตัวเช่นพวกเรา และผู้จ้องหาคดีการเมืองแบบนี้ทุกคนจะต้องได้รับการประกันตัว เพื่อต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรมขั้นพื้นฐาน อย่าผลักใสให้ผู้บริสุทธ์ต้องไปติดโควิด-19 ในคุก โดยรัฐยัดเยียดโรคติดต่อร้ายแรงให้ ทั้งๆ ที่พวกเขาป้องกันตนเองตลอดเวลาเพราะพึ่งพานโยบายรัฐบาลที่ล้มเหลวของรัฐบาลไม่ได้ จะต้องให้ประกันตัวแกนนำประชาชนทุกกลุ่มโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ขอเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ที่ใช้เป็นข้ออ้างละเมิดสิทธิ์ประชาชนโดยเฉพาะกับประชาชนผู้เห็นต่างทางการเมืองโดยเร็วที่สุด ก่อนที่กระบวนการยุติธรรมจะถูกทำลายไปมากกว่านี้ และประกาศใช้เพียง พ.ร.บ.โรคติดต่อก็เพียงพอแล้ว โดยไม่จำเป็นต้องแก้ไขใหม่โดยแอบยัดใส้การนิรโทษกรรมความผิดฝ่ายการเมืองในการใช้อำนาจบริหารจัดการผิดพลาดด้วย เพราะจะต้องมีการรับผิดชอบทางกฎหมายในอนาคตตามระบบนิติธรรม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116537</URL_LINK>
                <HASHTAG>4ข้อหา, ฟ้อง, สน.นางเลิ้ง, อัยการ, ไทยไม่ทน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210913/image_big_613eef849b8b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69378</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2020 13:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2020 13:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บรรยิน&#039;อ่วม! กองปราบจ่อแจ้ง4ข้อหาเพิ่มพยายามแหกคุก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มิ.ย. 63 - ที่กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป.กล่าวภายหลังประชุมคณะทำงานสืบสวนสอบสวนกรณีคนร้ายวางแผนชิงตัว พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต รมช.พาณิชย์ ระหว่างการคุมตัวไปตรวจดูพยานที่ศาล โดยประชุมเป็นเวลาประมาณ 2 ชั่วโมงว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสืบสวนของตำรวจพบว่ามีความชัดเจนเรื่องขบวนการชิงตัว พ.ต.ท.บรรยิน ระหว่างคุมตัวไปศาลจริง ไม่ได้มีเพียงหลักฐานคำให้การของนายโจ และนายท็อป ที่ถูกสั่งให้ไปหาทางช่วยเหลือ พ.ต.ท.บรรยิน จริง โดยตำรวจมีหลักฐานทั้งพยานบุคคลและเอกสารที่สามารถดำเนินคดี พ.ต.ท.บรรยิน ได้ใน 4 ข้อหา ฐานเป็นผู้ใช้-จ้างวาน สนับสนุนผู้อื่นให้กระทำผิด ส่วนพฤติการณ์ไปลักพาตัวเข้าข่ายข่มขืนใจเจ้าพนักงานถือเป็นความผิดตาม มาตรา 139 ป.อาญา, มาตรา 191 ช่วยผู้ต้องขัง และ มาตรา 309-310 หน่วงเหนี่ยวกักขัง ซึ่งการเรียกสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดรวมถึงการแจ้งข้อกล่าวหานั้น ภายในสัปดาห์นี้ทุกอย่างต้องมีความชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.เอนก ยืนยันว่า แม้เหตุการณ์จะยังไม่เกิดขึ้น แต่ พ.ต.ท.บรรยิน มีเจตนาที่จะก่อเหตุจริง ก็ถือว่ามีความผิดต้องรับโทษ 1 ใน 3 ซึ่งพนักงานสอบสวนกำลังรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนเข้าไปแจ้งข้อหากับ พ.ต.ท.บรรยิน ภายในเรือนจำโดยตั้งขึ้นเป็นคดีใหม่ ทั้งนี้ตำรวจไม่ให้น้ำหนักคำให้การของลูกน้อง พ.ต.ท.บรรยิน ที่ระบุว่า มีแผนวางระเบิดข้างเรือนจำ ก่อนล้มเสาธงและปีนขึ้นเฮลิคอปเตอร์ เพราะสอบสวนอย่างละเอียดแล้วพบเป็นเรื่องที่กุขึ้นมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่พบว่ามีผู้ร่วมขบวนการรายอื่นๆ โดยนายโจ คิดว่า พ.ต.ท.บรรยิน มีทีมงาน แต่เมื่อติดต่อไปยังอดีต ส.ส.ก็ไม่ร่วมด้วย แผนการหลบหนีจึงเป็นเพียงแผนการคร่าวๆ เท่านั้น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69378</URL_LINK>
                <HASHTAG>4ข้อหา, กองปราบ, บรรยิน, พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ, แหกคุก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200622/image_big_5ef0524898449.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
