<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119744</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2021 17:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2021 17:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชายแดนใต้หนัก&#039;อนุทิน&#039;อัด&#039;ไฟเซอร์&#039; หนึ่งล้านโดส ระดมฉีด 70 %ของประชากร ภายในต.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
14 ต.ค.64 - &amp;nbsp;ที่ โรงพยาบาลหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายเจษฎา จิตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และคณะผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ โควิด 19 ของจังหวัดสงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส หลังมีรายงานผู้ติดเชื้อสูงขึ้นเพื่อร่วมกันวางแนวทางแก้ไขปัญหา ควบคุมการแพร่ระบาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายอนุทินกล่าวว่า ภาพรวมเขตสุขภาพที่ 12 มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เฉลี่ย 7 วันย้อนหลังอยู่ที่ 2,400 กว่าราย ตั้งแต่ 1 เมษายน - 12 ตุลาคม 2564 มีผู้ติดเชื้อสะสม 138,261 ราย เสียชีวิต 1,133 ราย อัตราตาย 0.8% สาเหตุการติดเชื้อเป็นการระบาดในครอบครัวและชุมชน มีระบาดเป็นกลุ่มเล็กๆในโรงงาน ตลาด และในกิจกรรมการรวมกลุ่ม ไม่มีคลัสเตอร์ใหญ่ มีบางส่วนมาจากการลักลอบเข้าประเทศผ่านพรมแดนธรรมชาติ และประชาชนบางส่วนยังไม่มารับการฉีดวัคซีน จึงได้ส่งทีมในเขตสุขภาพที่ 12 กรมอนามัย กรมสุขภาพจิต รพ.สต.ต่างๆ ช่วยลงพื้นที่พบผู้นำชุมชนและประชาชน เพื่อสื่อสารทำความเข้าใจให้เข้ารับการฉีดวัคซีน พร้อมกับให้ความรู้ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การดำเนินวิถีชีวิตตามปกติที่ต้องเน้นการป้องกันตนเองขั้นสูงสุด (Universal Prevention) โดยได้สนับสนุนวัคซีนไฟเซอร์ให้ 1 ล้านโดส ฉีดให้ครอบคลุมประชากรเป้าหมาย 70% ภายในสิ้นเดือนตุลาคมนี้ เพื่อเร่งสร้างภูมิคุ้มกัน โดยในสัปดาห์นี้จะส่งวัคซีน 4 แสนโดส และสัปดาห์หน้าอีก 6 แสนโดส&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังสนับสนุนยาฟาวิพิราเวียร์ให้จังหวัดนราธิวาส 200,000 เม็ด ปัตตานี 50,000 เม็ด สงขลา 1,200,000 เม็ด ส่วนยะลาส่งให้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 350,000 เม็ด พร้อมส่งชุดตรวจ ATK ให้กับบุคลากรทางการแพทย์อีก 140,000 ชุด มั่นใจว่าจะสามารถควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดใน 4 จังหวัดชายแดนใต้ได้โดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายอนุทิน กล่าวต่อว่า สำหรับการดูแลผู้ติดเชื้อโควิด 19 เขตสุขภาพที่ 12 มีเตียงทั้งหมด 28,451 เตียง เป็นเตียงสำหรับผู้ป่วยกลุ่มสีแดง 401 เตียง กลุ่มสีเหลือง 3,167 เตียง และกลุ่มสีเขียวรวมโรงพยาบาลสนาม 24,883 เตียง ขณะนี้ใช้ไปแล้ว 79.9% มีผู้ป่วยที่ไม่มีอาการหรือมีอาการน้อยดูแลรักษาตัวเองที่บ้านประมาณ &amp;nbsp;2,400 ราย ได้ให้เพิ่มระบบ HI/CI เพื่อให้โรงพยาบาลมีเตียงดูแลผู้ป่วยที่มีอาการระดับปานกลางขึ้นไป และให้โรงพยาบาลหาดใหญ่เป็นแม่ข่ายสนับสนุนจังหวัดต่างๆ ทั้งการรับส่งต่อผู้ป่วย บุคลากร ยาและเวชภัณฑ์ในช่วงที่มีการแพร่ระบาด รวมถึงเปิดโรงพยาบาลสนามเพิ่มขึ้น โดยกองทัพภาคที่ 4 ยินดีให้การสนับสนุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับจังหวัดยะลา ยังพบการระบาดต่อเนื่องใน 5 อำเภอ ได้แก่ เมืองยะลา บันนังสตา รามัน ยะหา และ กรงปินัง นอกจากการใช้มาตรการหลัก 4 ด้าน ได้แก่ ด้านสาธารณสุข ด้านองค์กร ด้านบุคคล และด้านสังคม ได้เพิ่มมาตรการ Universal Prevention และ COVID-Free setting ในหน่วยงาน องค์กร และสถานประกอบการต่างๆ หลังจากพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ได้เพิ่มมาตรการตรวจคัดกรองเชิงรุกด้วย ATK ในพื้นที่ระบาดต่อเนื่อง เพื่อแยกผู้ติดเชื้อออกจากชุมชนและส่งเข้าระบบ HI/CI เร่งรัดฉีดวัคซีนเชิงรุกทั้งในและนอกสถานพยาบาลให้ได้วันละ 9,500 โดส ล่าสุดฉีดสะสม 271,370 คน คิดเป็น 60.07%, จำกัดพื้นที่ที่พบการระบาด เช่น ปิดหมู่บ้าน/ชุมชน ส่วนเตียงรับผู้ป่วย ปัจจุบันมีทั้งหมด 3,540 เตียง ใช้ไปแล้ว 94.12% ได้เพิ่ม CI/HI ในทุกอำเภอ ติดตามดูแลที่บ้านโดยทีมสหวิชาชีพ ปรับการให้ยาฟาวิพิราเวียร์ให้เร็วขึ้น เพื่อลดอาการรุนแรงและการเสียชีวิต นอกจากนี้ ได้เปิดสายด่วนโควิด 19 จังหวัดยะลา 1567 ตอบคำถามและอำนวยความสะดวกประชาชนเวลา 06.00 -21.00 น. ทุกวัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119744</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ฉีดวัคซีน, #วัคซีนไฟเซอร์, #โควิด19, 4จังหวัดชายแดนใต้, นายอนุทิน ชาญวีรกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211014/image_big_6168095c3e521.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118963</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2021 15:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2021 15:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ สั่งปลัดสธ.คุมเข้มโควิดระบาด 4 จังหวัดชายแดนใต้ ภายใน 1-2 เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ต.ค.64 - นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากสถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 (6 ตุลาคม 2564) &amp;nbsp;ใน 4 จังหวัดชายแดนใต้ที่พบผู้ป่วยรายใหม่ 1,922 คน จ.ปัตตานี 309 คน สงขลา 666 คน นราธิวาส 501 คน และ จ.ยะลา 446 คน ทำให้มีความหวั่นวิตกว่า ทิศทางผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่ยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและพี่น้องประชาชน โดยได้สั่งการให้ นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมคณะ ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตั้งเป้าให้ควบคุมการระบาดภายใน 1-2 เดือน โดยคาดว่า จะลดจำนวนผู้ติดเชื้อร้อยละ 10 ต่อสัปดาห์ พร้อมวางมาตรการสังคมใช้กลไก คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด เพื่อลดการรวมกลุ่ม ตั้ง COVID-Free Setting Area อีกทั้ง ประชาชนกลุ่มเสี่ยงต้องเข้าถึง ชุดตรวจ ATK ได้ง่าย พร้อมทั้งให้โรงพยาบาลเตรียมเตียงสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการปานกลางถึงหนักไว้รองรับอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขยังได้เร่งดำเนินการในการจัดส่ง ยาและเวชภัณฑ์ไปในพื้นที่แล้ว ได้แก่ ยาฟาวิพิราเวียร์ 1 ล้านเม็ด ชุดตรวจ ATK 20,000 ชุด Oxygen concentrator 100 เครื่อง วัคซีนแอสตร้าฯ 25,000 โดส วัคซีนไฟเซอร์ 100,000 โดส พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;มีความห่วงใยสถานการณ์ พร้อมสั่งการให้หน่วยงานที่รับผิดชอบจับตาอย่างใกล้ชิด และขอให้ประชาชนใน 4 จังหวัดชายแดนใต้ป้องกันตัวเองแบบสูงสุดครอบจักรวาล Universal Prevention แม้ว่าจะมีการปรับมาตรการของ ศบค. ให้ผ่อนคลายกิจกรรม/กิจการต่างๆแล้วก็ตาม มั่นใจ ด้วยการสนับสนุนทีมแพทย์ บุคลากร เวชภัณฑ์ และความร่วมมือของประชาชนในพื้นที่ สถานการณ์โควิด-19 ในพื้นที่ 4 จังหวัดภาคใต้จะคลี่คลายโดยเร็ว นอกจากนั้นเนื่องจากช่วงนี้ฝนตกบ่อยขอให้พี่น้องประชาชนได้ระวังป้องกันโควิด-19 ด้วยอย่าการ์ดตก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118963</URL_LINK>
                <HASHTAG>4จังหวัดชายแดนใต้, โควิดวันนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211006/image_big_615d5a5f00d89.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118628</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2021 15:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2021 15:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>4จังหวัดชายแดนใต้วิกฤตโควิดพุ่ง กระจายจากครอบครัวสู่ชุมชน  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ต.ค.64 - สำนักงานป้องกันควบคุมโรค 12 &amp;nbsp;เปิดเผยข้อมูลโดยระบุว่า ในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่างพบผู้ป่วยรายใหม่วันที่ 3 ต.ค. รวม 2,176 คน พบมากที่สุด จ.ยะลา 783 คน รองลงมา จ.นราธิวาส 442 คน จ.ปัตตานี 412 คน จ.สงขลา 353 คน จ.ตรัง 88 คน จ.สตูล 51 คน และ จ.พัทลุง 47 คน&amp;nbsp;
ที่น่าวิตกมากคือ 4 จังหวัด จ.ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และ จ.สงขลา ผู้ป่วย 1,990 คน &amp;nbsp;ที่มีผู้ป่วยสูงติดต่อกันทุกวัน ผู้ป่วยส่วนมากระจายลงสู่ครอบครัวและแพร่ออกสู่ชุมชน ส่งผลต่อปัญหาสุขภาพในกลุ่มแรงงาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด &amp;ndash; 19 ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงอยู่ในระยะที่น่าเป็นห่วง &amp;nbsp;ขอให้ประชาชนทุกคนดูแลตัวเอง อย่าลืมสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ล้างมือให้สะอาด เว้นรักษาระยะห่าง ปฏิบัติตามคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างเคร่งครัด และที่สำคัญขอให้ทุกคนอดทน ไป &amp;nbsp;อีกสักระยะ และเชื่อว่าทุกอย่างจะต้องคลี่คลายลงไปในเร็ววัน และวันนั้นประชาชนทุกคนจะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พลเรือตรี สมเกียรติ &amp;nbsp;ยังกล่าวอีกว่า การพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ &amp;nbsp;ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่ร่วมแก้ไขปัญหาในหลายๆเรื่อง &amp;nbsp;ในช่วงปีงบประมาณ 64 ถือว่าเป็นปีที่ประสบกับวิกฤตอย่างหนักที่สุด โดยเฉพาะปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด &amp;ndash; 19 &amp;nbsp;ส่งผลกระทบต่อการทำมาหากิน บางพื้นที่จะต้องปิดหมู่บ้านไม่สามารถออกไปประกอบอาชีพได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118628</URL_LINK>
                <HASHTAG>4จังหวัดชายแดนใต้, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211003/image_big_61596956cf0f2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40358</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2019 17:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2019 17:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอกชนจีนทุ่ม 700 ล้าน ผุดโรงงานแปรรูปทุเรียนชายแดนใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 7 ก.ค.62 ที่บริษัท ม่านกู่หวาง ฟู๊ด จำกัด ต.ปากบาง อ.เทพา จ.สงขลา นายนิพนธ์ บุญญามณี ว่าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พลเรือตรีสมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. นายเย่าเหิง เซียว กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทฯ ร่วมเปิดบริษัท ม่านกู่หวาง ฟู๊ด จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทฯลงทุนโรงงานแปรรูปทุเรียนของนักลงทุนภาคเอกชนประเทศจีน คัดบรรจุเพื่อส่งออกที่มีขนาดใหญ่ 1 ใน 3 ของประเทศไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีข้าราชการ ผู้นำท้องที่และท้องถิ่นและประชาชนร่วมประมาณ 500 คน

รายงานข่าวว่านนายเย่าเหิง เซียว ผู้จัดการใหญ่บริษัทฯได้นำเยี่ยมชมโรงงานแปรรูปทุเรียน ของบริษัท ม่านกู่หวาง ฟู๊ด จำกัด ซึ่งมีเครื่องจักรทันสมัยที่นำเข้าจากประเทศจีน ที่ติดตั้งและพร้อมเดินเครื่องแปรรูปเพิ่มมูลค่าผลการผลิตการเกษตร

นายเย่าเหิง เซียวกล่าวว่าบริษัทม่านกู่หวาง ฟู๊ด จำกัด เป็นบริษัทร่วมทุนเอกชนไทยกับเอกชนจีน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ก่อสร้างโรงงานแปรรูปทุเรียนด้วยเงินลงทุน 700 ล้านบาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;รับซื้อผลผลิตทุเรียนเพื่อแปรรูปแช่แข็งเพื่อส่งออกไปยังประเทศจีน โดยใช้แรงงานในพื้นที่ในกระบวนการผลิตในโรงงานประมาณ 1,200 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ใช้เงินทุนหมุนเวียนประมาณ 2,000 ล้านบาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;สามารถรับซื้อทุเรียน 1.2 หมื่นตันต่อปี และได้ปี 63 ตั้งเป้าไว้ว่าจะสามารถรับซื้อทุเรียนเพิ่ม 2 หมื่นตัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งเป็นจำนวน 1 ใน 3 ของผลผลิตทุเรียนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

นายนิพนธ์กล่าวว่าบริษัทม่านกู่หวาง ฟู๊ด จำกัด เป็นบริษัทฯสร้างงานและสร้างเงินในพื้นที่แล้ว สามารถประกันราคาพืชผลทุเรียน&amp;nbsp;&amp;nbsp;สร้างความมั่นใจและสร้างโอกาสให้กับชาวสวนทุเรียนในภาคใต้ได้ระดับหนึ่ง เพราะโรงงานสามารถรับผลผลิตปีละ 15,000 ตันต่อปี เป็นการยกระดับความสัมพันธ์กับประเทศจีนทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมเพิ่มจากสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว&amp;nbsp;

&amp;ldquo;นักลงทุนจีนเข้ามาลงทุน 700 ล้านบาท เพื่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรม&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่าพื้นที่ชายแดนภาคใต้นักลงทุนมีความมั่นใจ&amp;nbsp;&amp;nbsp;และพร้อมรับนักลงทุนเข้ามาลงทุน&amp;rdquo;

ทางด้าน พลเรือตรีสมเกียรติกล่าวว่าประชาชนในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ส่วนใหญ่ทำการเกษตร มีพื้นที่ปลูกผลไม้โดยเฉพาะปลูกทุเรียนหลายพันไร่ มีผลผลิตปีละหลายหมื่นตัน สามารถรับประกันราคาผลผลิตทุเรียนในฤดูกาลปีละ 12 ล้าน กก. สามารถตอบโจทย์การส่งเสริมการเกษตร สร้างเงิน สร้างงาน สร้างรายได้ในครัวเรือนและที่สำคัญสามารถสร้างเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติและต่างถิ่นด้วย
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40358</URL_LINK>
                <HASHTAG>4จังหวัดชายแดนใต้, ขายทุเรียน, นักธุรกิจ, นักลงทุนจีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190707/image_big_5d21c491f1abb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16272</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2018 18:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2018 09:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แฟชั่นผ้าบาติกแดนใต้บนรันเวย์ แอล แฟชั่น วีค     </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลงานออกแบบแฟชั่นผ้าบาติกจะโชว์บนรันเวย์แอล แฟชั่น วีค 2018&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผลงานแฟชั่นผ้าบาติกที่มีความร่วมสมัย ตัดเย็บเป็นเครื่องแต่งกายทั้งชายหญิง พร้อมลวดลายผ้าที่แปลกใหม่ ให้สีตามเทรนด์แฟชั่น สะกดทุกสายตาของผู้ร่วมงาน แถลงข่าวโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์และออกแบบลายผ้าไทยร่วมสมัยชายแดนใต้ ซึ่งมีการแสดงมินิแฟชั่นโชว์ตัวอย่างจากผ้าในโครงการ จำนวน 6 ชุด ณ ห้องโถง ชั้น 1 กระทรวงวัฒนธรรม จัดโดยสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) กระทรวงวัฒนธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โครงการนี้เป็นผลงานของนักออกแบบชื่อดังในวงการแฟชั่น 6 คน ประกอบด้วย ศรันรัตน์ พรรจิรเจริญ, ธีระ ฉันทสวัสดิ์, วิชระวิชญ์ อัครสันติสุข, ศรันย์ เย็นปัญญา, ธันย์ชนก ยาวิลาส, ปัญจพล กุลปภังกร และหิรัญกฤษฏิ์ ภัทรบริบูลกุล ร่วมทำงานสร่างสรรค์ผ้าบาติก หัตถกรรมเอกลักษณ์ชายแดนใต้ รวมถึงลงพื้นที่ร่วมงานกับกลุ่มผู้ผลิตผ้า 24 กลุ่ม จาก 4 จังหวัดชายแดนใต้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ออกแบบลายผ้าบาติกให้ร่วมสมัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดร.ฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) บูรณาการร่วมกับภาครัฐและเอกชน ทั้งในส่วนกลางและระดับพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ส่งนักออกแบบ นักสร้างสรรค์ และเจ้าหน้าที่ ร่วมพัฒนาลายผ้าไทยร่วมสมัยใน 4 อำเภอ ได้แก่ จะนะ เทพา นาทวี และสะบ้าย้อยอย่างต่อเนื่องในรอบ 2&amp;nbsp; ปีที่ผ่านมา โดยโครงการนี้ได้น้อมนำศาสตร์พระราชาในการเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา ตลอดจนแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงใช้เป็นแกนหลักพัฒนาสร้างสรรค์เชื่อมโยงกับวัฒนธรรม วิถีชีวิต ผ้าบาติกซึ่งเป็นอัตลักษณ์ของคนในท้องถิ่นจนเกิดผลสำเร็จ ได้ลายผ้าที่ทันสมัยและน่าสนใจจากชุมชน 24 แห่ง รวม 24 ลาย เป็นการสร้างสรรค์มูลค่าเพิ่มให้กับภูมิปัญญาท้องถิ่น&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;จากการพัฒนาลายผ้าไทยร่วมสมัยชายแดนใต้นี้ พบว่าสามารถสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนเพิ่มมากขึ้นกว่าร้อยละ 25 ทำให้มีเงินหมุนเวียนเพิ่มมากกว่า 10 ล้านบาท ขณะเดียวกันยังขยายตลาดผ้าไทยออกสู่กลุ่มลูกค้าต่างชาติ ทั้งกลุ่มประเทศอาเซียน รวมถึงญี่ปุ่น ฮ่องกง และไต้หวัน&amp;nbsp; มากขึ้น ตลอดจนมีการนำลายผ้าไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ ทั้งในรูปแบบผ้าพันคอ เสื้อผ้า กระเป๋า หมวก และรองเท้า แล้วยังมีดีไซเนอร์ญี่ปุ่นนำผ้าบาติกไปตัดชุดกิโมโนด้วย นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ผ้าบาติกฝีมือคนไทยสามารถยกระดับไปสู่สากล ผลงานแฟชั่นจากโครงการนี้จะนำเสนอสู่สายตาชาวโลกในงานแอลแฟชั่นวีค 2018 ที่ลานหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ วันอาทิตย์ที่ 2 ก.ย.2561 ขณะที่ผลงานออกแบบผลิตภัณฑ์จัดแสดงในนิทรรศการ Comtemporary Southern Batik by OCAC ตั้งแต่วันที่ 29 ส.ค.-2 ก.ย. สถานที่เดียวกัน&amp;quot; ดร.ฉวีรัตน์กล่าว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ใน 24 ลายผ้าไทยร่วมสมัยชายแดนใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ดร.วิมลลักษณ์ ชูชาติ ผอ.สศร. กล่าวว่า สศร. กำหนดเป้าหมายปี 2562 จะเชิญนักออกแบบต่างประเทศมาช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์และออกแบบลวดลายผ้าและเครื่องแต่งกาย รวมถึงจะร่วมงานกับกลุ่มอาเซียนมากยิ่งขึ้น โครงการนี้ถือเป็นโมเดลในการทำงานของดีไซเนอร์กับกลุ่มท้องถิ่น โดยใช้แก่นวัฒนธรรมพัฒนาลายผ้าไทยให้ร่วมสมัย แต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์จะประสบผลสำเร็จได้ยังต้องการแนวร่วมจากหน่วยงานอื่นๆ เพื่อพัฒนาเนื้อผ้าให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น รวมถึงการส่งเสริมในตลาดระดับนานาชาติ ซึ่ง สศร.จะทำงานร่วมกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศเพื่อนำผลงานนำเสนอในต่างประเทศ สร้างการรับรู้ผ้าไทยร่วมสมัยให้มากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หนึ่งในนักออกแบบ ศรันรัตน์ พรรจิรเจริญ กล่าวว่า ผ้าบาติกเป็นงานท้องถิ่นที่มีอัตลักษณ์และความงาม สามารถพัฒนาต่อยอดได้มากมาย นักออกแบบเพียงดึงเอาจุดเด่นมาปรับให้สื่อสารและสร้างความสนใจกับคนภายนอกได้มากขึ้น โครงการนี้เป็นเดินตามพระราชเสาวนีย์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงส่งเสริมพัฒนาผ้าไทยทุกภาคตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ อนาคตผ้าไทยเป็นที่เป็นที่ยอมรับตลาดสากลมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านร่วมสร้างสรรค์ผลงานลายผ้าไทยร่วมสมัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน ศรันย์ เย็นปัญญา นักออกแบบผลิตภัณฑ์ กล่าวว่า เป็นครั้งแรกได้ร่วมมือกับช่างฝีมือบาติกจากภาคใต้ เราพบกันครึ่งทางระหว่างไอเดียกับทักษะ ทำให้เกิดรูปแบบใหม่ๆ บางลายเอาลายกราฟฟิตี้ไปใช้ช่างเลียนแบบการพ่น การปาดแปรง สะบัดสีบ้าง ต่างจากลายเดิมเน้นลงรายละเอียด สินค้าที่ได้เป็นการเปิดตลาดอีกระดับหนึ่ง และใช้ได้ในชีวิตประจำวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผลงานออกแบบที่น่าทึ่งนี้ ซึ่งเป็นฝีมือของผู้ประกอบการท้องถิ่น 24 กลุ่ม จาก 4 จังหวัดชายแดนใต้ นางรอวียะ หะยียามา ผู้ก่อตั้งร้านบาติก เดอนารา เปิดใจว่า ชาวบ้านมีความเชี่ยวชาญและพรสวรรค์ในการทำผ้าบาติก แต่การร่วมโครงการได้เรียนรู้สิ่งใหม่ เปิดมุมมองใหม่จากสิ่งที่เขาคุ้นชิน ดีไซเนอร์ไม่ได้เปลี่ยน แต่นำสิ่งที่มีอยู่มาเพิ่มความน่าสนใจ เปลี่ยนสีหรือใช้คู่สีที่กลมกลืนและอยู่ในกระแสแฟชั่น จากดอกดาหลาสีแดง เลือกใช้สีอ่อนลง ทำให้คนกล้าใส่ผ้าไทยมากขึ้น เราได้วิธีคิดในการทำงาน กลุ่มเป้าหมาย รสนิยมของคน และการสร้างแรงบันดาลใจในผลงานแต่ละชิ้น ตนภูมิใจที่ได้เป็นสะพานเชื่อมโยงนักออกแบบกับชาวบ้าน แล้วก็ตลาดสินค้าแฟชั่น สิ่งเหล่านี้สร้างรายได้เลี้ยงปากท้องของชุมชนชายแดนใต้ ฝากให้ทุกคนสนับสนุนผ้าบาติกภูมิปัญญาหัตถกรรมบนผืนผ้าชายแดนใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16272</URL_LINK>
                <HASHTAG>4จังหวัดชายแดนใต้, กระทรวงวัฒนธรรม, ผ้าบาติก, สศร., แอล แฟชั่น วีค 2018, โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์และออกแบบลายผ้าไทยร่วมสมัยชายแดนใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180827/image_big_5b83d56e79ce6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
