<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>10063</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก้าวสู่ปีที่ 5 รัฐบาล คสช. ดูดไม่ถึง 250 ถอยดีกว่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่น่าสนใจหลายประการ โดยเฉพาะการประกาศจุดยืนต่อต้านการรัฐประหาร 4 ปี ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในวันที่ 22 พฤษภาคม ที่มี 2 กลุ่มหลัก คือ พรรคเพื่อไทย และกลุ่มคนหนุ่มสาวในนาม &amp;quot;กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง&amp;quot; ที่พวกเขาอ้างว่าได้แสดงสิทธิเสรีภาพ ตามที่รัฐธรรมนูญปี 60 รับรองไว้ในการวิพากษ์วิจารณ์ และชุมนุมด้วยความสงบ ปราศจากอาวุธ และความรุนแรง แต่กลับถูก คสช.ใช้อำนาจรัฐด้วย กฎเหล็ก ควบคุมสถานการณ์ได้สำเร็จ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยฝ่ายแรกคือพรรคเพื่อไทย บรรดาแกนนำพรรคเพื่อไทยได้ถูกตั้งข้อหา 1.ฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 57/2567 ห้ามมิให้พรรคการเมืองที่มีอยู่แล้วดำเนินการประชุมหรือดำเนินกิจการใดๆ ในทางการเมือง 2.ฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2557 ในข้อ 12 ห้ามชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป 3.ผิดมาตรา 116 ประมวลกฎหมายอาญา ยุยงปลุกปั่น 4.ผิดมาตรา 14 พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ เนื่องจากมีการไลฟ์สดทางเฟซบุ๊ก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฝ่ายหลัง แกนนำจำนวน 14 คน นำโดย นายรังสิมันต์ โรม, นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์, นายปิยรัฐ จงเทพ, นายนิกร วิทยาพันธุ์, นายวิเศษณ์ สังข์วิศิษฏ์ ก็ถูกแจ้งข้อหา อาทิ 1.ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 2.ความผิดตาม ม.215 วรรคแรกมั่วสุมเกินกว่า 10 คนขึ้นไป หรือกระทำการให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง 3.เป็นหัวหน้าหรือเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการในการกระทำความผิดนั้น 4.ม.216 เมื่อเจ้าพนักงานสั่งผู้ที่มั่วสุมเพื่อกระทำความผิดตาม ป.อาญา ม.215 ให้เลิกแล้วไม่เลิก 5.ขัดคำสั่ง คสช.ที่ 3/2558 ร่วมกันมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมือง ณ ที่ใดๆ ที่มีจำนวนตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป 6.ฐานความผิด พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 108 เดินแถวเป็นขบวนแห่ หรือเดินเป็นขบวนใดๆ ในลักษณะที่เป็นการกีดขวางทางจราจร เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะในฝ่ายของนักศึกษา บางคนจะได้ลิ้มรสชาติการสูญเสียอิสรภาพเป็นครั้งแรกในชีวิต ในสถานการณ์ที่ตำรวจกำลังเดินหน้าฝากขังต่อศาล ท่ามกลางความเป็นห่วงของประชาชน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และนานาชาติ โดยเฉพาะ องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) - ฮิวแมนไรต์วอตช์ ที่ออกมาเรียกร้องให้ปล่อยตัวแกนนำทันที&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กลับมาที่รัฐบาล คสช. หลังจากบริหารประเทศครบ 4 ปี ก้าวสู่ปีที่ 5 ยังติดหล่มกับปัญหาเดิมจากผลโพลต่างๆ เช่น ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง ไม่นับรวมการปฏิรูปประเทศที่ไม่คืบหน้า รวมทั้งสถานการณ์พลังงานเชื้อเพลิงที่ราคาขยับตัวขึ้นสูง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงเป็นเรื่องที่รัฐบาลทหารจะต้องเร่งแก้ไข ควบคู่กับการเตรียมพร้อมไปสู่การเลือกตั้ง ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ คสช.ประกาศเอาไว้จะมีขึ้นอย่างเร็วที่สุดในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ซึ่งขณะนี้คงต้องรอความชัดเจนว่า กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งทั้ง 4 ฉบับ จะมีผลบังคับใช้หรือไม่ เพื่อจัดการเลือกตั้งภายใน 150 วัน หลังจาก พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองมีผลบังคับใช้ และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญก็เพิ่งวินิจฉัยว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญไปเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคมที่ผ่านมา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต้องจับตาว่า พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ส. ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยในวันที่ 30 พ.ค.นี้ จะมีผลออกมาเช่นใด โดยสามารถประเมินออกมาได้ 3 แนวทาง คือ 1.ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ 2.มีหรือขัด แต่ไม่เป็นสาระสำคัญต้องทำให้ตกทั้งฉบับ แก้เพียงบางมาตรา บางประโยคเท่านั้น และ 3.ขัดต่อสาระสำคัญรัฐธรรมนูญ ทำให้ต้องร่างใหม่ ซึ่งอาจทำให้โรดแมปเลือกตั้งเคลื่อนออกไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทำนายว่า สมมุติว่าศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาว่าไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ รัฐบาลสามารถจัดการเลือกตั้งได้ภายในเดือน ก.พ.62 แม้จะมีการประเมินว่าอาจจะจัดการเลือกตั้งในเดือน พ.ค.62 โดยหลังจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยื่นทูลเกล้าฯ ถวายในเดือน มิ.ย.61 และนับจากนั้นไปอีก 90 วัน หลัง พ.ร.ป.ส.ส.ประกาศใช้ ในช่วงเดือน พ.ย.61 ก็สามารถจัดให้มีการเลือกตั้งได้ภายใน 150 วัน ดังนั้นรัฐบาลไม่จำเป็นต้องใช้เวลาถึง 150 วันก็ได้ ใช้เพียงแค่ 60 วันเพื่อให้เลือกตั้ง ก.พ.62 ได้ ยกตัวอย่างเช่น รัฐบาลปกติหากมีการยุบสภาฯ ก็จะให้จัดเลือกตั้งภายใน 60 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีประเด็นศาลรัฐธรรมนูญต้องวินิจฉัยคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 เรื่องการดำเนินการตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ที่มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ โดยนัดอภิปรายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยต่อในวันที่ 30 พ.ค. หากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่าขัดรัฐธรรม คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 ก็จะสิ้นสภาพไป พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองก็จะมีผลบังคับใช้ดังเดิมตามที่ สนช.เห็นชอบไป พร้อมคืนสิทธิ์ของสมาชิกพรรคการเมืองให้กลับมาเช่นเดิม และพรรคการเมืองต่างๆ สามารถเคลื่อนไหวเพื่อไปสู่การเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยรับรองว่าคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 ชอบด้วยกฎหมาย ก็จะเกิดปัญหาวิชาการ และหลักนิติรัฐ ว่า พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง ที่มีกระบวนการตรากฎหมายถูกต้องตามขั้นตอนและมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา ก็จะด้อยค่า ไร้ความศักดิ์สิทธิ์ และสามารถถูกคำสั่งหัวหน้า คสช.ลบล้างได้ทุกเมื่อ ในขณะที่ทางการเมืองก็เปิดช่องให้รัฐบาล คสช.เดินหน้าดูดนักการเมือง และทุ่มงบประมาณให้พื้นต่างๆ หาเสียงล่วงหน้าไปตามลำพัง ไม่เป็นธรรมกับพรรคการเมืองอื่นๆ ยังติดล็อกไม่สามารถทำกิจกรรมทางการเมืองได้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างเช่นล่าสุด นายกรัฐมนตรีได้มีกำหนดการเดินทางลงพื้นที่ตรวจราชการและประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ หรือ ครม.สัญจร ในวันที่ 11-12 มิถุนายน ในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง คือ จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดอุทัยธานี จังหวัดกำแพงเพชร และจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยนายกฯ จะลงพื้นที่จังหวัดพิจิตรเพื่อพบปะประชาชน ก่อนที่จะประชุม ครม.สัญจร ที่ จ.นครสวรรค์ หลังก่อนหน้านี้ ดูดกลุ่มนักการเมืองในหลายพื้นที่ ซึ่งเป็นฐานเสียงของพรรคและกลุ่มการเมืองต่างๆ อาทิ พรรคภูมิใจไทย พรรคพลังชล พรรคชาติพัฒนา พรรคชาติไทยพัฒนา กลุ่มมัชฌิมา กลุ่มบ้านริมน้ำ ตระกูลสะสมทรัพย์ และกลุ่ม กปปส. เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้นในช่วงเดือนสิ้นเดือนพฤษภาคมจนถึงมิถุนายนนี้ จึงเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อทางการเมืองอีกครั้ง โดยเฉพาะความชัดเจนเรื่องการเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2561 จะเกิดขึ้นตามที่นายกฯ ลั่นวาจาได้หรือไม่ ศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นผู้ให้คำตอบ รวมทั้ง ความชัดเจนของ คสช. จะเล่นการเมืองไปในทางที่ตัวเองได้เปรียบเพียงฝ่ายเดียว โดยไม่สนใจการยอมรับหรือไม่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หรือสุดท้าย หากประเมินแล้วไปต่อลำบาก ได้ไม่คุ้มเสีย ก็อาจเลือกแนวทางของอาจารย์ปริญญา ที่แนะนำเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาคือ &amp;ldquo;ถ้าได้ที่นั่ง ส.ส.ไม่ถึง 250 เก้าอี้ เพื่อขึ้นเป็นนายกฯ และอยู่ต่อทำงานในสภาฯ ได้ ก็ควรถอยดีกว่าและกลับมาอยู่ในฐานะคนกลางเหมือนเดิม&amp;quot; นักวิชาการชื่อดังกล่าวปิดท้าย.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีมข่าวการเมือง &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10063</URL_LINK>
                <HASHTAG>4ปีคสช., กรองสถานการณ์, คนอยากเลือกตั้ง, นิกร วิทยาพันธุ์, ปริญญา เทวานฤมิตรกุล, ปัญหาปากท้อง, ปัญหาเศรษฐกิจ, ปิยรัฐ จงเทพ, พรรคเพื่อไทย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รังสิมันต์ โรม, วิเศษณ์ สังข์วิศิษฏ์, สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180526/image_big_5b09686a32b4e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9454</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2018 11:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2018 11:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เพื่อแม้ว&#039;อัดคสช.กลัวความจริงส่งทีมกฎหมายแจ้งความแถลง4ปีแห่งความล้มเหลว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;18พ.ค.61 -นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีฝ่ายกฎหมายคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)แจ้งความกล่าวหาพรรคเพื่อไทยที่แถลงข่าวครบรอบ 4 ปี คสช.ทำผิดคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3/2557 ห้ามดำเนินกิจกรรมทางการเมือง ว่า คนมีอำนาจก็ทำแบบนี้อยู่แล้ว ทั้งที่พรรคเพื่อไทย นำเสนอความจริงกับพี่น้องประชาชนที่เป็นเจ้าของประเทศ เป็นการบอกกล่าวเรื่องทั่วไปที่รัฐบาล คสช.บริหารงานมา4ปี ว่าอะไรเกิดขึ้นกับบ้านเมืองนี้ให้ผู้คนได้รับรู้ เหมือนเป็นฝ่ายตรวจสอบแทนประชาชน รัฐบาลจะกลัวอะไรกับความจริง หรือเป็นพวกปีศาจที่กลัวแสงสว่าง หรือรัฐบาลนี้กลัวกระจกเงา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายสมคิด กล่าวว่า การแจ้งความเอาผิดกับพรรคเพื่อไทย ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แต่อย่าไปแจ้งความเอาผิดกับพรรคการเมืองอื่น เพราะการระดมคนมาที่สนามกีฬาบุรีรัมย์3หมื่นคนรับผู้นำ หรือ การที่หัวหน้าพรรคการเมือง ระดม อสม.ทั้งจังหวัดอำนาจเจริญ เมื่อวันที่ 17 พ.ค.หลายพันคน พร้อมแจกจ่ายเงินทั่วหน้า มีหัวหน้าส่วนราชการสนับสนุน อย่างนั้นมิใช่กิจกรรมทางการเมือง ฝ่ายความมั่นคง ทั้งทหาร ตำรวจ ก็มองไม่เห็น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นี่หรือที่ คสช.จะมาแก้ไขความขัดแย้ง สุดท้ายสร้างความขัดแย้งเสียเอง จะกลัวอะไรนักหนากับการแถลงข่าวพรรคเพื่อไทย ถ้ากลัวก็อย่าเลือกตั้ง อย่าพูดถึงโรดแมปซึ่งแปลว่าอะไรก็ไม่รู้ อย่าโกหกไปวันๆ พรรคเพื่อไทยไม่สนใจว่าจะถูกกระทำอย่างไร เรายืนยันว่า ไม่เห็นด้วยกับฝ่ายที่ใช้อำนาจเบ็ดเสร็จโดยไม่เห็นหัวประชาชน&amp;quot;นายสมคิดกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9454</URL_LINK>
                <HASHTAG>4ปีคสช., คำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3/2557, ฝ่ายกฎกมายคสช., พรรคเพื่อไทย, สมคิด เชื้อคง, โรดแมปเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180518/image_big_5afe55b76f4f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9387</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2018 13:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2018 12:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทยร่อนแถลงการณ์ &#039;4ปีรัฐบาลคสช.&#039; 7ความล้มเหลวที่คนไทยเผชิญ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ค.61 - พรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์ &amp;ldquo;เรื่อง 4 ปีที่ล้มเหลวของรัฐบาล และ คสช. นำประเทศไปสู่ความมืดมนและอันตราย&amp;rdquo;แถลงการณ์ระบุว่าวันที่ 22 พฤษภาคม 2561 จะเป็นวันครบรอบ 4 ปี ของการรัฐประหารโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่มีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นหัวหน้าและยังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp; ในขณะเดียวกันคสช.ได้ให้เหตุผลในการยึดอำนาจตามประกาศฉบับที่ 1/2557 ว่า ต้องการให้สถานการณ์กลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ว ให้ประชาชนเกิดความรัก ความสามัคคี ให้มีการปฏิรูปโครงสร้างทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและอื่นๆ ให้เกิดความชอบธรรมกับทุกพวกทุกฝ่าย พร้อมกับสัญญาว่าจะใช้อำนาจเผด็จการไม่นาน และต่อมาก็ประกาศว่าจะปราบปรามและแก้ปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นอย่างจริงจังโดยไม่เลือกปฏิบัติ พรรคเพื่อไทยเห็นว่า 4 ปี ของการรัฐประหารเป็น 4 ปีแห่งความล้มเหลวที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้ ทำให้ประชาชนและประเทศต้องสูญเสียโอกาส และจะนำประเทศไปสู่ความมืดมน และอันตราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ความล้มเหลวในการทำตามข้ออ้างในการยึดอำนาจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
พลเอกประยุทธ์ ฯ แถลงเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2557 ว่าจะมุ่งสร้างความปรองดอง &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในสามเดือน แต่ไม่เห็นความจริงใจในการสร้างความสามัคคีปรองดอง ความขัดแย้งแตกแยกทางความคิดการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายยังคงมีอยู่ โดย คสช. ลงมาเป็นคู่ขัดแย้งเสียเอง การคืนความเป็นธรรม ให้ความชอบธรรมกับทุกฝ่ายไม่เกิดขึ้น กลับมีแนวโน้มที่จะทำให้เงียบหายไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศว่าจะทำให้ประเทศกลับคืนสู่ประชาธิปไตยใน 15 เดือน แต่ครบ 4 ปีแล้ว ประชาธิปไตยยังไม่เกิดขึ้น หาเหตุเลื่อนการเลือกตั้งมาโดยตลอดหลายครั้งหลายหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศว่าจะปฏิรูปโครงสร้างทางการเมือง &amp;nbsp;แต่กลับมีรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบที่ถอยหลังประชาธิปไตยไปไกล ทำลายพรรคการเมือง ห้ามพรรคการเมืองทำกิจกรรม ละเมิดสิทธิเสรีภาพทางการเมือง ประชาชนไม่มีส่วนร่วมทางการเมืองใดๆ เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศว่าจะปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจและสังคม แต่กลับทำให้คนในสังคมมีความเป็นอยู่ที่ลำบากยากจนขึ้น กำลังซื้อหดหาย ปัญหาสังคมที่รุนแรงมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การปฏิรูปด้านอื่นๆ ก็ยังไม่มีผลเป็นรูปธรรมแม้แต่เรื่องเดียว ทั้งที่ต้องสูญเสียงบประมาณแผ่นดินไปจำนวนมหาศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ล้มเหลวในการสร้างความปรองดอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะกรรมการที่ตั้งขึ้นขาดความเป็นอิสระมีแต่คนในรัฐบาล ข้าราชการในกองทัพ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;และข้าราชการอื่นๆ ไม่มีองค์ประกอบในส่วนของภาคประชาชน และองค์กรภาคเอกชนเข้าร่วม &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แนวทางการสร้างความปรองดองถูกควบคุมและเห็นชอบโดยหัวหน้า คสช. กระบวนการสร้างความปรองดองไม่เป็นไปตามหลักการสากล ขาดการยอมรับจากภาคส่วนของสังคม ไม่ศึกษาสาเหตุแห่งความขัดแย้งที่แท้จริง และไม่ยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น ที่หัวหน้า คสช. และคนใน คสช. เป็นส่วนหนึ่งของคู่ขัดแย้งในอดีต และมาเป็นคู่ขัดแย้งในปัจจุบัน สัญญาประชาคมที่ทำขึ้นเป็นลักษณะสัญญาฝ่ายเดียวของ คสช. จึงไม่ได้รับการยอมรับจากสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ล้มเหลวในการปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การปราบปรามการทุจริต คอรัปชั่น ถูกยกให้เป็นวาระแห่งชาติ เพียงเพื่อสร้างภาพ คสช. แต่งตั้งกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ แต่ไม่มีผลงานเป็นรูปธรรม ไม่มีการประชุมมาแล้วถึง 8 เดือน ปัญหาคอรัปชั่น กลายเป็นเครื่องมือของรัฐบาล และ คสช. ที่จะใช้จัดการฝ่ายตรงข้าม แต่เมื่อคนในรัฐบาลถูกกล่าวหาเรื่องทุจริต เช่น กรณีอุทยานราชภักดิ์ กรณีองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ตั้งบริษัทในค่ายทหาร นำเงินราชการลับไปใส่ในบัญชีภรรยา แม้แต่กรณีนาฬิกาหรู ขนาดรัฐมนตรีร่วมรัฐบาลยังให้สัมภาษณ์ว่า หากตนเองถูกเปิดโปงเพียงเรือนแรก ก็จะลาออกไปแล้ว แต่กลับมีการปกป้องพวกพ้องอย่างเห็นได้ชัด ละเลยที่จะดำเนินการ ขณะที่ผู้ร้องเรียนถูกเรียกไปปรับทัศนคติ บางคนถูกดำเนินคดี ส่วนองค์กรตรวจสอบต่างๆ ก็มุ่งช่วยเหลือปกปิด หรือทำให้ล่าช้า และสุดท้ายก็เงียบหายไป องค์กรตรวจสอบต่างๆ เช่น ป.ป.ช. และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้รับการต่ออายุให้อยู่ครบวาระ และเลยวาระ ทั้งที่ขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ ขณะที่บางองค์กรกลับให้สิ้นสุดลง &amp;nbsp;4 ปีที่ไม่มีนักการเมืองกลับพบการทุจริตอย่างกว้างขวาง ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเกี่ยวกับดัชนีสถานการณ์คอรัปชั่นไทย (CSI) เดือนธันวาคม 2560 พบว่า สถานการณ์คอรัปชั่นเพิ่มมากขึ้น ดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์ปัญหาคอรัปชั่นของประเทศไทย (CPI) ที่จัดทำโดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (TI) ปรับตัวในทิศทางตกต่ำลง เมื่อเทียบกับห้วงเวลาก่อนการรัฐประหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ล้มเหลวในการทำให้บ้านเมืองมีประชาธิปไตย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นับแต่รัฐประหาร เป็นต้นมา ประเทศต้องอยู่ภายใต้ประกาศและคำสั่ง คสช. ที่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนมาจนถึงปัจจุบัน การแสดงออกทางความคิดเห็นถูกปิดกั้น ได้รัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบที่ถอยหลังประชาธิปไตยไปอย่างมาก วางกลไกที่เป็นอุปสรรคขัดขวางต่อการพัฒนาประชาธิปไตย ทั้งให้นายกรัฐมนตรีไม่ต้องมาจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เปิดโอกาสให้บุคคลภายนอก ซึ่งประชาชนไม่ได้เลือกเข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ เปลี่ยนแปลงระบบเลือกตั้งเป็นแบบจัดสรรปันส่วนผสม ซึ่งไม่มีประเทศใดเคยใช้มาก่อน วางกลไกเพื่อสืบทอดอำนาจโดยในวาระเริ่มแรกให้อำนาจ คสช. เลือกผู้สมควรได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา จำนวน 244 คน ให้วุฒิสภามีอำนาจออกเสียงเลือกนายกรัฐมนตรีร่วมกับ ส.ส. การคงอำนาจของ คสช. และหัวหน้า คสช. ตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 2557 ไว้เพื่อให้หัวหน้า คสช. มีอำนาจพิเศษเหนือองค์กรอื่นๆ ตามรัฐธรรมนูญ แม้กฎหมายพรรคการเมืองจะประกาศใช้มาแล้วตั้งแต่วันที่ 8 ตุลาคม &amp;nbsp;2560 แต่จนถึงปัจจุบัน คสช. ก็ยังคงคำสั่งห้ามพรรคการเมืองทำกิจกรรมการเมืองตามกฎหมายดังกล่าว &amp;nbsp;ซ้ำร้ายยังออกคำสั่ง คสช.รีเซ็ตสมาชิกพรรค และยุบสาขาพรรคการเมืองที่มีอยู่แล้วทั้งหมด การกำหนดให้มียุทธศาสตร์ชาติเพื่อใช้บังคับเป็นเวลาถึง 20 ปี เป็นการพันธนาการประเทศและประชาชนไว้กับแนวคิดของ คสช. โดยที่ประชาชนในฐานะเจ้าของประเทศ ขาดการมีส่วนร่วมในการดำเนินการดังกล่าว การรัฐประหารอันถือเป็นความผิดต่อกฎหมายอย่างร้ายแรง คสช. กลับกำหนดในรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้นิรโทษกรรมตนเองและพวกพ้อง กำหนดให้การกระทำของตนและพวกทั้งในอดีต ปัจจุบันและอนาคต ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและชอบด้วยกฎหมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.ล้มเหลวในการปกป้องสิทธิมนุษยชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นับแต่รัฐประหารมาจนถึงปัจจุบัน การละเมิดสิทธิมนุษยชนยังมีอย่างต่อเนื่อง การออกคำสั่งให้อำนาจทหารควบคุมตัวบุคคลได้ 7 วัน โดยไม่ต้องตั้งข้อหาและไม่ต้องมีหมายของศาล เรียกบุคคลที่เห็นต่างและวิพากษ์วิจารณ์ ไปปรับทัศนคติ ดำเนินคดีกับบุคคลที่เรียกร้องให้ตรวจสอบการทุจริต หรือเรียกร้องให้มีการเลือกตั้ง มีคำสั่งให้พลเรือนขึ้นศาลทหาร จำกัดและริดรอนสิทธิ เสรีภาพในการเสนอข่าวของสื่อมวลชน ปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นทางเฟสบุ๊คของบุคคล เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของนักวิชาการปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชน นักวิชาการ และสื่อมวลชนในการออกเสียงประชามติรัฐธรรมนูญ ใช้กฎหมายและคำสั่งที่ตนเองออกใช้บังคับเพื่อเป็นเครื่องมือในทางการเมือง แม้รัฐธรรมนูญจะมีผลใช้บังคับแล้ว ประชาชนก็ยังไม่สามารถใช้สิทธิเสรีภาพในการชุมนุมและแสดงออกทางการเมืองตามที่รัฐธรรมนูญรับรองและคุ้มครองไว้ได้ ทั้งนี้ เหตุการณ์ละเมิดสิทธิมนุษยชนดังกล่าวข้างต้น ปรากฏตามรายงานประจำปี 2560/61 ของ AMNESTY INTERNATIONAL&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.&amp;nbsp;ล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การบริหารประเทศด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลล้มเหลวอย่างเห็นได้ชัด และมีแนวโน้มที่เป็นอันตรายต่อความมั่นคงทางการคลังของประเทศในระยะยาว รัฐทุ่มเทงบประมาณอย่างไม่เหมาะสมเป็นเงินจำนวนมหาศาล จนทำให้เกิดภาวะงบประมาณขาดดุลที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นอันมากตลอด 4 ปีงบประมาณ นับเป็นการใช้เงินเกินตัวมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ในปีงบประมาณ 2561 รัฐบาล คสช. ใช้เงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณในปีเดียว เท่ากับยอดเงินฯ ในรัฐบาลพรรคเพื่อไทยถึง 2 ปีงบประมาณ คือ ปี 2556 รวมกับปี 2557&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาล คสช. มีแนวโน้มใช้เงินเกินตัวมากขึ้นทุกๆ ปี อย่างก้าวกระโดดจนน่าตกใจ ซึ่งต่างจากรัฐบาลพรรคเพื่อไทยที่สามารถบริหารให้การขาดดุลงบประมาณลดลงทุกปีอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 3 ปีที่เป็นรัฐบาล &amp;nbsp;หากรัฐบาล คสช.ปล่อยให้แนวโน้มการใช้จ่ายเช่นนี้ดำเนินต่อไป วินัยทางการคลังของประเทศย่อมได้รับความกระทบกระเทือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงแม้รัฐบาล คสช. จะใช้เงินงบประมาณจำนวนมหาศาล แต่ผลที่ได้ต่อระบบเศรษฐกิจกลับเป็นไปในทางตรงกันข้าม &amp;nbsp;เศรษฐกิจไทยในยุค คสช. เติบโตในอัตราที่ต่ำมากอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นประเทศที่อยู่ในอันดับท้ายๆ ในอาเซียนในแง่ของการขยายตัวทางเศรษฐกิจ สร้างความทุกข์ยากเดือดร้อนแก่ประชาชนโดยทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยแนวคิด ทัศนะ และนโยบายของรัฐที่ส่งผลให้ธุรกิจขนาดใหญ่มีอำนาจผูกขาดทางการตลาดของสินค้า เอื้อประโยชน์ให้เอกชนรายใหญ่ ทำให้ประเทศตกอยู่ในสภาวะ &amp;ldquo;รวยกระจุก จนกระจาย&amp;rdquo; ประชาชนส่วนใหญ่มีรายได้ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ กำลังซื้อภาคประชาชนลดลง ปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำอย่างต่อเนื่อง ผู้มีรายได้น้อยถูกทิ้งขว้างตามยถากรรม เกิดปัญหาความเหลื่อมล้ำรุนแรงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาหนี้ครัวเรือนไม่ได้รับการแก้ไข เงินที่รัฐบาลใส่ลงในระบบไม่เกิดการใช้จ่าย เพราะประชาชนไม่เชื่อมั่นในรายได้ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. ล้มเหลวในภาวะความเป็นผู้นำของนายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รับปากต่อประชาชนว่าจะเข้ามาชั่วคราวเพื่อแก้ปัญหา และจะอยู่ไม่นาน แต่กลับอยู่ยาวถึง 4 ปี และมีแนวโน้มจะมุ่งสืบทอดอำนาจต่อไป เมื่อเข้ามายกตนว่าเป็นคนดี ด่าว่า และกล่าวร้ายนักการเมือง และปฏิเสธว่าตนไม่ใช่นักการเมือง แต่สุดท้ายมายอมรับว่าตนเป็นนักการเมือง และยังไปชักชวนนักการเมืองมาร่วมรัฐบาล เพื่อพยุงอำนาจและสืบทอดอำนาจต่อไป ประกาศว่าจะคืนประชาธิปไตยใน 15 เดือน แต่ผ่านมา 48 เดือน ประชาธิปไตยยังมืดมน ทั้งๆ ที่ได้ประกาศต่อสาธารณชน และรับปากต่อผู้นำประเทศและผู้นำองค์กรระหว่างประเทศว่า จะมีการเลือกตั้งเมื่อนั้นเมื่อนี้ แต่สุดท้ายก็เลื่อนการเลือกตั้งมาแล้วถึง 4 ครั้ง การกระทำและพฤติการณ์ส่อว่าได้เสพติดอำนาจ และวางกลไกเพื่อสืบทอดอำนาจต่อไป เริ่มตั้งแต่การวางกลไกในรัฐธรรมนูญเรื่องที่มาของนายกรัฐมนตรี และที่มาและอำนาจของ ส.ว. &amp;nbsp;การทุ่มเทงบประมาณเพื่อนโยบายต่างๆ ที่มีลักษณะหวังผลทางการเมือง ล่าสุดมีการดูดนักการเมืองจากค่ายต่างๆ &amp;nbsp;เพื่อมาร่วมงานกับตนเอง อันแตกต่างจากการประกาศครั้งแรก เมื่อเข้ามายึดอำนาจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสรุปสิ่งที่ คสช. และหัวหน้า คสช.ทำในช่วง 4 ปี คือ การใช้อำนาจเผด็จการเบ็ดเสร็จเพื่อให้ตนเองและพวกพ้องอยู่ในอำนาจให้นานที่สุด การทำทุกวิถีทางเพื่อการสืบทอดอำนาจ &amp;nbsp;คสช.ต้องการสร้างรัฐเผด็จการโดยใช้ระบบราชการเป็นกลไก ทำให้กลไกภาคประชาชนและพรรคการเมืองอ่อนแอ ใช้กลไกทางรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และการแต่งตั้งคนในองค์กรอิสระ ศาลรัฐธรรมนูญ ฯลฯ เพื่อปกป้องและเอื้อต่อตนเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น 4 ปีของ คสช. คือ การนำประเทศไปสู่อนาคตที่มืดมน และอันตราย ประชาชนเจ้าของอำนาจอธิปไตยถูกมองเป็นเพียงบ่าว ทั้งๆ ที่พวกเขาคือนาย &amp;nbsp;เพราะเป็นผู้เลือกส.ส.และรัฐบาล จึงเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนต้องช่วยกันนำระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขกลับคืนมา &amp;nbsp;พร้อมด้วยหลักนิติธรรม ความเสมอภาค ความเป็นธรรม ฯลฯ และไม่ยอมให้เผด็จการทำลายประชาธิปไตยอีกต่อไป เพื่ออนาคตที่สดใสและเกิดความรัก ความสามัคคี ความเมตตา ปรารถนาดีระหว่างประชาชน อย่างแท้จริง.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9387</URL_LINK>
                <HASHTAG>4ปีคสช., ครบ4ปีรัฐประหาร, พรรคเพื่อไทย, แถลงการณ์พรรคเพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180517/image_big_5afd1db20cfa4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9290</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2018 10:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2018 10:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชป.ชี้4ปีรัฐบาลคสช.สอบผ่านรักษาความมั่นคง แต่สอบตกปฏิรูป-ปราบโกง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 พ.ค. 61 - นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง 4 ปีรัฐบาลคสช. ว่าตอนที่ คสช.เข้ามามีความตั้งใจที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาต่างๆ โดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ ตั้งใจที่อยากจะเข้ามาแก้ไขปัญหาหลังจากทำงานมา 4 ปี ข้อสรุปจากการทำงานของ คสช.ที่ค่อนข้างสัมผัสได้ชัดเจนเป็นเรื่องของงานด้านความมั่นคง การรักษาความสงบเรียบร้อย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะเดียวกัน คสช.ไม่ประสบความสำเร็จหลายประการ อาทิ การปฏิรูปเป็นงานที่ไม่สามารถสัมผัสได้ชัดเจน อาทิ ปฏิรูปตำรวจ เป็นเรื่องที่พูดตั้งแต่แรก แต่เราไม่เห็นผลในการปฏิรูปได้ หรือการปฏิรูปการศึกษา ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินการ ก็ยังไม่เห็นผลชัดเจน &amp;quot;นายองอาจ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายองอาจ กล่าวว่าปัญหาทุจริตคอร์รัปชันมองว่าช่วง 2 ปีแรก พล.อ.ประยุทธ์ ดูจริงจังกับเรื่องนี้มาก แต่พออยู่นานไปพบว่าเรื่องทุจริตมักมีส่วนเกี่ยวข้องกับคนที่ใกล้ชิดท่านก็มักจะวางเฉย หรือละเลยที่จะดำเนินการอย่างจริงจัง ไม่ว่าเรื่องหลานท่านที่ตั้งบริษัทและประมูลงานในค่ายทหาร ล่าสุดที่ทำให้คนรู้สึกมากคือเรื่องนาฬิกา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้เรื่องการปรองดอง จะเห็นได้ว่า คสช. ในช่วง 3 ปีแรกเราแทบจะไม่เห็นความเคลื่อน ไหวหรือการดำเนินการใดๆ เราเริ่มเห็นความพยายามในช่วงแรก แต่ถึงวันนี้แทบจะไม่มีใครสัมผัส จึงถือว่าเป็นงานที่รัฐบาลไม่ประสบความสำเร็จ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9290</URL_LINK>
                <HASHTAG>4ปีคสช., ปชป., ประชาธิปัตย์, องอาจ  คล้ามไพบูลย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180121/image_big_5a641a2cd14a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9141</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2018 13:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2018 13:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทยถามขบวนการนกหวีด 4ปีคสช.ปฏิรูปล้มเหลวใครรับผิดชอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 พ.ค. 61 - &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย ชี้แจงแผนการปฏิรูป ระบุการปฏิรูปไม่มีที่สิ้นสุด หลงทางให้ราชการทำมา 4 ปี มีแต่แผน แล้วให้ส่วนราชการเป็นผู้ปฏิบัติ ไม่ใช่เรื่อง่ายที่จะสำเร็จ ว่า ไม่เหนือความคาดหมาย เพราะกระบวนการผิดตั้งแต่ต้นหรือไม่ ขบวนการนกหวีดก่อจลาจลชัตดาวน์ประเทศจะว่ายังไง เพราะเคยบอก ไม่ยอมให้มีเลือกตั้ง ถ้าไม่ปฏิรูป งบประมาณที่ใช้ไปมหาศาลกับการทำหน้าที่ปฏิรูปตั้งแต่ สปช.สปท.คณะกรรมการชุดต่างๆที่ตั้งขึ้นมาทั้งหมด เมื่อล้มเหลวไม่เป็นท่าอย่างที่นายบวรศักดิ์พูด ใครต้องรับผิดชอบ ใครต้องชดใช้งบประมาณที่เสียไปแล้วไม่เกิดประโยชน์ &amp;nbsp;ใครเป็นคนทำให้การปฏิรูปเป็นเพียงวาทกรรม ที่ไม่สามารถทำให้เกิดผลได้จริง แล้วเรื่องน่าเศร้าใจ คือ พอทำอะไรไม่สำเร็จก็ไปโทษคนอื่น ปราบทุจริตไม่ได้ก็โทษรัฐบาลก่อน ปฏิรูปไม่สำเร็จก็โทษข้าราชการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งๆที่รัฐบาลคสช.และเครือข่ายแม่น้ำ 5 สาย มีเครื่องมือมากมาย มีมาตรา 44 ในมือ ถ้าต้องการออกกฎหมายก็มีสนช.พร้อมสนองให้ ไม่มีฝ่ายค้านคอยอภิปรายหรือเป็นอุปสรรค ปรับครม.ก็ไม่ต้องฟังเสียงพรรคร่วมรัฐบาล งบประมาณถูกใช้อย่างมากและการตรวจสอบอาจทำได้ไม่เต็มที่ สถานการณ์มันเข้าทางท่านอย่างเบ็ดเสร็จทั้งหมด ท่านสามารถใช้อำนาจ ใช้เครื่องมืออย่างไม่จำกัด ใช้งบประมาณตามต้องการไม่พอก็อนุมัติงบเพิ่ม แล้วพอทำไม่สำเร็จท่านหันไปโยนบาป ไปโทษข้าราชการ มันเป็นธรรมกับประเทศชาติและประชาชนที่สูญเสียทั้งงบประมาณ เวลา และความรู้สึกหรือไม่ ในเมื่อพวกท่านเองยังยอมรับว่าการปฏิรูปล้มเหลว ท่านก็ไม่ควรคาดหวังว่าฝ่ายการเมืองหลังการเลือกตั้งต้องปฏิบัติตาม เพราะถ้าสิ่งใดที่ไม่เป็นปัจจัยหนุนและยังก่อให้เกิดปัญหาอุปสรรคในการทำงาน ควรให้เอกสิทธิ์ในการปรับแก้หรือปฏิบัติตามแนวนโยบายที่ยึดเอาประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9141</URL_LINK>
                <HASHTAG>4ปีคสช., กปปส., บวรศักดิ์ อุวรรณโณ, ปฏิรูป, ม็อบนกหวีด, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180415/image_big_5ad2fd7cde99d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9132</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2018 11:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2018 11:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พิกุลทอง&#039;ชี้4ปีคสช.4ปีแห่งความล้มเหลว&#039;บิ๊กตู่-ป้อม&#039;ไปเลี้ยงหลานดีกว่า </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 พ.ค. 61 - นายก่อแก้ว พิกุลทอง อดีต.ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยและแกนนำนปช. กล่าวว่า ในวันที่ 22 พ.ค.นี้ จะครบรอบ 4 ปีการยึดอำนาจของคสช. ซึ่ง 4 ปีที่ผ่านมา ถือว่าเป็นความล้มเหลว ไม่ได้แก้ปัญหาตามที่คสช.อ้าง เรื่องแรกคือ ความแตกแยกของสังคม วันนี้คสช.ไม่ได้ขับเคลื่อนเพื่อนำไปสู่การปรองดองอย่างแท้จริง คสช.พูดถึงไทยแลนด์ &amp;nbsp;4.0 การนำเทคโนโลยีมาใช้ในด้านต่างๆแต่เรื่องนั้นไม่สำคัญเท่าเรื่อง สังคม 1.0 คือ สังคมไทยต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน อยู่ร่วมกันด้วยความรักและสามัคคี กลับมาเป็นสยามเมืองยิ้ม เพราะเป็นปัญหาหลักที่ คสช.ยกขึ้นมาในการยึดอำนาจ แต่ 4 ปีที่ผ่านมาสูญเปล่า คสช.ซุกขยะไว้ใต้พรม กดทับด้วยปลายปืน รอถึงเวลาปะทุออกมา และดูเหมือนว่า คสช.เองก็ไม่ต้องการให้มีการปรองดองอย่างแท้จริงเพราะคสช.อาจจะได้ประโยชน์จากความแตกแยกของสังคม จะได้ทำตัวเป็นพระเอกขี่ม้าขาวมาแก้ปัญหาความขัดแย้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องที่ 2 คือ ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนแย่ลงมากอันมาจาก เศรษฐกิจที่ตกต่ำยาวนาน โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรมีปัญหามาก ซึ่งคสช.ล้มเหลวในการขับเคลื่อนโยบายเศรษฐกิจ การบริหารประเทศต้องทำให้คุณภาพชีวิตประชาชนดีขึ้นแต่นี่กลับแย่ลง ชาวนาต้องจำนำรถไถ ชาวสวนต้องจำนำรถบิ๊กอัพ ถ้าเปรียบเทียบสมัยรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ มีแต่ซื้อใหม่ การที่ คสช.แก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ ไม่ใช่แค่ปัญหาจากศักยภาพของผู้นำและทีมเศรษฐกิจ แต่ยังมีข้อจำกัดที่นานาชาติไม่ยอมการยึดอำนาจ และไม่มีใครมาลงทุน เพราะไม่มีความเชื่อมั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องที่ 3 คือ เรื่องกฎหมาย การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศระยะยาว ไม่เป็นประชาธิปไตย และมีการผูกเงื่อนไขมากมาย ทำให้ไม่ว่าใครว่าเป็นรัฐบาล ก็ทำงานยาก รัฐบาลไม่เข้มแข็งโอกาสที่ทำให้ประเทศไทยเติบโตรวดเร็วจึงยาก ในอนาคต ส.ส.สว.จึงต้องมาช่วยกันแก้ รธน. ให้ง่ายต่อการพัฒนาประเทศ และเป็นประชาธิปไตยตามสากล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีเรื่องการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรม คสช.มักจะกล่าวอ้างข้อกฎหมายมาดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่ คสช.มองว่ายืนตรงกับ คสช. ทั้งๆที่รัฐธรรมนูญที่ประกาศใช้แล้วให้สิทธิในการกระทำดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องที่ 4 คือ ทุจริตคอรัปชั่น คสช.กล่าวหานักการเมืองว่าทุจริตมากมาย และเป็นเหตุผลสำคัญในการยึดอำนาจ แต่วันนี้มีการทุจริตจากภาคส่วนต่างๆมากมาย แม้กระทั่งแกนนำคสช.บางท่านก็ถูกกล่าวหาและก็ไม่สามารถตอบสังคมเรื่องที่มาของทรัพย์สินได้ นักการเมืองบางพรรคที่เคยเชียร์คสช. ก็ยังออกมาบอกว่า คสช.มีคนโกงมากกว่าสมัยนักการเมืองอีกและที่แย่คือไม่มีใครกล้าตรวจสอบ ไม่มีหน่วยงานไหนกล้าแตะ ทุกอย่างเป็นสิ่งที่ต้องห้าม โดยที่คนไทยไม่สามารถทำอะไรได้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ได้แต่ภาวนาให้คสช.รีบวางมือกลับบ้านไปเลี้ยงลูกเลี้ยงหลาน อย่าพยายามที่จะสืบทอดอำนาจอีกเลย 4 ปีเป็นเวลาที่เพียงพอที่ได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าทำไม่ได้ ขนาดมีอำนาจเต็มยังทำไม่ได้ ถ้าสืบทอดอำนาจ บริหารประเทศโดยไม่มี ม.44 และมีฝ่ายค้านคอยตรวจสอบ คอยวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล ไม่ได้มีแต่พวกที่คอยเชียร์เอาอกเอาใจ ยิ่งทำงานยากไปใหญ่ อยากให้คสช.โดยเฉพาะกลุ่มอยากได้อำนาจแต่ไม่อยากลงเลือกตั้งตระหนักถึง 4 ปีแห่งความล้มเหลว เสียเกียรติภูมิ เสียเวลา เสียเงินทอง เสียอารมย์ 4 ปีของการสูญเสียของสังคมไทย กลุ่มคนที่เคยหลงผิดเรียกร้องให้มีการยึดอำนาจ ได้ตระหนักว่าการยึดอำนาจใช้ทหาร อาวุธมาแก้ปัญหาระยะสั้นแต่สร้างปัญหาระยะยาว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9132</URL_LINK>
                <HASHTAG>4ปีคสช., ก่อแก้ว พิกุลทอง, นปช., เพื่อไทย, เสื้อแดง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180122/image_big_5a65bcc83ff9c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7088</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2018 14:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2018 14:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มาร์ค&#039;ชำแหละ4ปีคสช.ใช้เงินเกือบล้านล้านบาทแต่แก้เศรษฐกิจเหลว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 เม.ย.61- นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวถึงการบริหารของคสช.เกือบสี่ปีที่ผ่านมาว่า ได้ความสงบเรียบร้อยในการหยุดยั้งสถานการณ์ ซึ่งก็เอาใจช่วยว่าจะทำอย่างไรในการวางรากฐาน ทำนโยบาย กติกาให้เอื้อต่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน เหมือนที่เคยพูดไว้กับประชาชน แต่เวลาเหลือน้อยลงและที่ผ่านมา กลายเป็นว่านโยบายหลายเรื่องเป็นการทำเฉพาะหน้ามากกว่า เช่น เศรษฐกิจสี่ปีที่ผ่านมาใช้เงินเกือบล้านล้านบาทในการกระตุ้นเศรษฐกิจหลายรอบ ไม่เก็บภาษีเพื่อให้คนไปซื้อของ หรือลงทุน แต่ผลตอบแทนที่ได้กลับไม่ไม่ได้ช่วยในเรื่องความเป็นอยู่ของคนส่วนใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการปฏิรูปในแง่ของการเมืองที่น่าเป็นห่วงคือ ใช้รัฐธรรมนูญมาปีเศษปรากฏว่าหลักการหลายอย่างมีแต่ความสับสน ที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือสถานะขององค์กรอิสระ จากปัญหาการทำกฎหมายเกี่ยวกับองค์กรอิสระ การปลดกกต.และเพิกเฉยต่อมติของผู้ตรวจการแผ่นดินทำให้ระบบการตรวจสอบถ่วงดุลอ่อนแอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงการทำงานตลอดเกือบสี่ปีที่ผ่านมาในการออกกฎหมายของสนช.ด้วยว่า สภาพปัญหาที่เกิดขึ้นสะท้อนถึงความไม่รอบคอบของการทำกฎหมาย หลายเรื่องทำให้เห็นว่าคุณภาพของกฎหมายที่ออกมามีปัญหา หลายเรื่องสะท้อนให้เห็นว่าผู้เขียนกฎหมายไม่เข้าใจเงื่อนไขความเป็นจริงในสังคม จึงเป็นบทเรียนสำหรับสนช.ว่าต้องรอบคอบและพิถีพิถัน ถ้าเขียนกฎหมายโดยเอาใจกลุ่มคนกลับไปกลับมาก็เกิดปัญหา แต่ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะสนช.คิดว่าต้องรับผิดชอบกับคสช.เนื่องจากมีที่มาจากคสช.จึงต้องตอบสนองสิ่งที่คสช.ต้องการ และที่น่าเป็นห่วงคือมีการออกกฎหมายเพิ่มอำนาจให้ราชการด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7088</URL_LINK>
                <HASHTAG>4ปีคสช., นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, มาร์ค, หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, เศรษฐกิจแย่, ใช้เงินเกือบล้านล้านบาท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180412/image_big_5acf153fdf634.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
