<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>10056</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สี่ปีผ่านไป…ได้ความสบายใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วาทกรรมของฝ่ายต่อต้านรัฐบาล คสช.ที่กล่าวหาว่า สี่ปีที่ผ่านไป รัฐบาล คสช.นำทางประเทศไทยสู่ความมืดที่อันตราย นับว่าเป็นวาทกรรมที่เป็นเท็จ เพราะข้อความดังกล่าวนั้นไม่เป็นความจริงเลย ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นตรงกันข้ามกับวาทกรรมดังกล่าวอย่างสิ้นเชิง เพราะเป็นสี่ปีที่ประเทศไทยอยู่ในความสว่าง และหลุดพ้นจากอันตราย ไม่ใช่อยู่ในความมืดที่เป็นอันตราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สี่ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยหลุดพ้นจากอันตรายของพรรคที่ใช้อำนาจทำร้ายคนคิดต่าง หลุดพ้นจากอันตรายของการถูกยิง ถูกระเบิด ถูกทำร้ายจากกลุ่มคนมะเขือเทศที่ทำหน้าที่รับใช้ผู้ที่มีอำนาจทางการเมือง นอกจากนั้นแล้วก็หลุดพ้นจากอันตรายของกลุ่มฮาร์ดคอร์ที่ซ่องสุมผู้คน สะสมอาวุธที่พร้อมจะทำร้ายผู้ที่คิดต่างตามคำสั่งของผู้มีอำนาจ เพราะรัฐบาล คสช.สามารถที่จะค้นพบการสะสมอาวุธและกวาดล้างได้สำเร็จหลายที่หลายแหล่ง และเมื่อมีการพบเจอแล้วก็ได้จัดการ ตั้งแต่เริ่มต้นการบริหารประเทศ ทำให้ตลอดช่วงสี่ปีที่ผ่านมาเรื่องราวที่เป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนหายไป ทำให้พวกเรามีความสบายใจ ไม่ต้องหวาดระแวงว่าจะต้องเผชิญกับอันตรายจากการกระทำรุนแรงของกลุ่มฮาร์ดคอร์ที่รับใช้ผู้มีอำนาจ ที่เป็นเผด็จการภายใต้ภาพลวงตาของความเป็นประชาธิปไตยเพราะว่ามาจากการเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สี่ปีที่ผ่านไป เราได้เห็นการชำระสะสางคดีที่คั่งค้าง และผู้พิพากษาท่านสามารถทำงานด้วยความสบายใจ เพราะไม่มีกลุ่มคนไปชุมนุมกดดันหน้าศาล ทำให้การดำเนินคดีต่างๆ สามารถลุล่วงไปได้ ในการสะสางคดีต่างๆนั้นเราได้ฟังคำพิพากษาที่ลงรายละเอียดการกระทำความผิดที่ชัดเจน ทำให้เราพบกับความสว่าง ไม่มีข้อกังขาใดๆ ว่าคนที่ทำความผิดและถูกลงโทษนั้นมีความผิดจริงๆ แม้ว่าหลายคนอาจจะรู้อยู่แล้วว่าพวกเขาทำผิดอะไร แต่ก็ไม่มีหลักฐานยืนยันชัดเจน และอาจจะถูกกล่าวหาว่าเป็นการมโนไปเอง หรือบางคนก็ไม่แน่ใจว่าเป็นการกลั่นแกล้งหรือเป็นขบวนการล่าแม่มดหรือไม่ เมื่อได้ฟังคำพิพากษาทำให้ได้รับความกระจ่างสว่างไสว ไม่มีความมืดมนใดๆ นอกจากนั้นแล้วเชื่อว่า แม้แต่คนที่เคยเชื่อว่าพวกเขาไม่ผิดอะไรแต่โดนกลั่นแกล้ง ก็น่าจะมีการเปลี่ยนใจกันบ้าง ที่เคยรักเคยหลง หูตาก็สว่างและเปลี่ยนใจ ไม่อาจจะรักได้อย่างเดิมอีกต่อไป เช่นนี้แล้วจะมาสร้างวาทกรรมว่าสี่ปีที่ผ่านมา คสช.นำพาประเทศเข้าสู่ความมืดที่เป็นอันตรายได้อย่างไร ในทางตรงกันข้าม สี่ปีที่ผ่านมาเราได้พบกับความสว่างมากมายหลากหลายเรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สี่ปีผ่านไป ข้าราชการคนดีที่ถูกกลั่นแกล้งได้คืนสู่ตำแหน่ง เพราะการโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรม การฟ้องร้องเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมที่ถูกปล่อยให้เงียบหายไป เหมือนไม่มีการทำอะไรเลย ก็มีการตัดสินเป็นที่สิ้นสุด คนที่ควรจะได้ตำแหน่งก็ได้ คนที่รับใช้นักการเมืองที่ใช้อำนาจเผด็จการก็หลุดจากตำแหน่งไป คนที่ใช้อำนาจรังแกข้าราชการคนดีก็มีอันเป็นไป เป็นสี่ปีแห่งตุลาการภิวัฒน์ อำนาจตุลาการที่ถูกกดขี่ข่มเหงมาในอดีต ก็ได้อธิปไตยกลับคืนมา สามารถทำงานได้โดยไม่มีอำนาจทางการเมืองมากดดัน ทำให้ประชาธิปไตยของเรามีสามขาอย่างแท้จริง เพราะก่อนหน้านี้เราจะเห็นว่าฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัตินั้นรวมหัวกันใช้อำนาจข่มขู่กดดันฝ่ายตุลาการ มองข้ามอำนาจตุลาการ ไม่ยอมรับฟังคำตัดสินของฝ่ายตุลาการ ทำตัวเหนือกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สี่ปีที่ผ่านมา พวกเราสบายใจเรื่องของการไปไหนมาไหนด้วยความปลอดภัย ไม่ต้องระแวงระวังการใช้อาวุธทำร้ายประชาชนในที่สาธารณะ เพราะการค้นพบอาวุธหลายๆ ชนิดในหลายๆ พื้นที่ ทำให้คนที่คิดจะก่อการร้ายในบ้านเมืองไม่กล้าที่จะออกมาทำอะไร ทำให้เรามีความสบายใจในการจะไปยังแหล่งสาธารณะต่างๆ กลุ่มคนที่เป็นลิ่วล้อประเภทฮาร์ดคอร์รับใช้เผด็จการในการป่วนบ้านป่วนเมืองหายหน้าหายตาไป ไม่กล้าที่จะออกมาสร้างปัญหาให้กับบ้านเมือง เป็นความสบายใจของประชาชนอย่างไม่ไม่เคยมีมาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สี่ปีผ่านไป เราสบายหูไปมาก เพราะเราไม่ได้ยินได้ฟังวาทกรรมโกหกพกล้ม กล่าวหาว่าร้าย พูดจายุยงปลุกปั่นและส่อเสียด ถึงแม้จะมีบ้างสำหรับพวกหมูไม่กลัวน้ำร้อน แต่ก็ไม่มากจนรกหูเหมือนแต่ก่อน ที่พวกเราจะต้องทนฟังการโกหก การยุยงปลุกปั่น นอกจากเราจะสบายหูเราแล้ว เรายังมั่นใจด้วยว่าคนที่เคยถูกครอบงำโดยวาทกรรมหลอกลวงเหล่านั้น ก็จะได้ยินได้ฟังข้อมูลแตกต่างจากที่พวกเขาเคยได้ยินมา เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วพวกเขาก็เหมือนได้เดินออกจากความมืดเข้าสู่ความสว่าง เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วจะมาบอกว่าเป็นสี่ปีที่ คสช.นำพาประเทศเข้าสู่ความมืดที่เป็นอันตรายได้อย่างไร ในทางตรงกันข้าม เราต้องพูดว่า สี่ปีที่ผ่านมา คสช.ทำให้พวกเราได้พบกับความสว่าง และออกจากมุมมืดที่ปกคลุมไปด้วยกลิ่นอายของเผด็จการที่มาในคราบของประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สี่ปีที่ผ่านมา เราสบายใจกับปัญหาคอร์รัปชัน หากจะมีข่าวเรื่องคอร์รัปชันก็จะเป็นเรื่องที่ข้าราชการประจำทำกันมานานแล้วเป็นสิบๆ ปี ซึ่งก็ไม่รู้ว่านักการเมืองที่ดูแลบ้านเมืองนั้นปล่อยให้ข้าราชการโกงกินกันมากมายและยาวนานอย่างนั้นได้อย่างไร ปัญหาคอร์รัปชันได้รับการชำระสะสาง ข้าราชการขี้โกงก็ถูกลงโทษตามที่ควรจะได้รับ ซึ่งมีถึงขั้นไล่ออกแบบไม่ได้บำเหน็จบำนาญอะไรเลยก็มี ได้เงินคืนให้กับประเทศชาติไม่น้อย รวมทั้งการเรียกคืนผืนป่าให้กลับคืนมาเป็นสมบัติของแผ่นดินอีกเป็นจำนวนมาก หากไม่ใช่สี่ปีภายใต้รัฐบาล คสช. เราคงไม่อาจจะเรียกสมบัติของชาติกลับคืนมาได้ เราเคยอยู่ในประเทศที่การคอร์รัปชันเกิดขึ้นทั้งกับนักการเมืองและข้าราชการ แต่ในช่วงสี่ปีที่ผ่านมาเราไม่ได้ยินเรื่องคอร์รัปชันของคนที่เข้ามาทำงานการเมืองในฐานะผู้บริหารประเทศ ทำให้โครงการต่างๆ สามารถเดินหน้าโดยที่พวกเราไม่มีความรู้สึกระแวงว่าจะมีใครคนใดได้ 30% จากการทำโครงการต่างๆ ซึ่งก่อนหน้านี้ทุกครั้งที่มีการทำโครงการใหญ่ยักษ์ทีไร พวกเราก็ต้องระแวงว่านักการเมืองคนไหนได้เงินทอน 30% จากการทำโครงการดังกล่าว นี่คือความสว่างไสวที่เราได้เห็นในช่วงเวลาสี่ปีที่ผ่านมา แล้วจะมีวาทกรรมว่าเราอยู่ในความมืดที่เป็นอันตรายได้อย่างไร เราไม่ได้ชอบเผด็จการ เราชอบประชาธิปไตย แต่ที่ผ่านมาคนที่มาจากการเลือกตั้งตามครรลองของประชาธิปไตย ไม่ได้ทำให้เราสบายใจหรือไว้วางใจพวกเขาได้เลย จนมีคนบางคนต่อต้านการพัฒนา เพราะเกรงว่าทุกครั้งที่มีโครงการพัฒนาใหญ่ๆ เงินภาษีอากรที่เราเสียไปเพื่อการพัฒนาประเทศก็จะหล่นเข้ากระเป๋าใครบางคนให้เราเศร้าใจทุกที.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10056</URL_LINK>
                <HASHTAG>4ปีรัฐบาลคสช., การเมือง, คิดเหนือกระแส, ดร.เสรี วงษ์มณฑา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a37689e30db2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9655</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2018 16:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2018 16:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039; บอก 4 ปีแป๊ปเดียว ยังมีอะไรให้ทำอีกเยอะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ค. 61 - ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(กนช.) ครั้งที่ 2/2561 โดยก่อนการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวแสดงความห่วงใยถึงปัญหาราคาน้ำมันที่มีราคาสูงขึ้นว่า ราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้นในขณะนี้ เป็นไปตามราคาตลาดโลก จาก 50 บาทต่อบาร์เรลเป็นกว่า 70 บาทต่อบาร์เรล ซึ่งรัฐบาลไม่ได้อยากให้ราคาน้ำมันแพงขึ้น ดังนั้นตอนนี้จึงรู้สึกเป็นห่วงคนไทยที่ต้องใช้น้ำมันราคาแพง ขณะเดียวกันอยากให้ทุกคนเข้าใจ ซึ่งอาจมีการเข้าใจผิดว่ารัฐบาลทำให้ราคาน้ำมันแพง จึงอยากให้เข้าใจตรงนี้ อีกทั้งยังไม่รู้ราคาน้ำมันจะพุ่งขึ้นอีกนานแค่ไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในที่ประชุม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ได้กล่าวด้วยว่า ราคาน้ำมันตอนนี้อยู่ที่ลิตรละ 30 บาทกว่า ซึ่งในอดีตก็เคยมีราคาสูงถึง 40 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายกฯ กล่าวอีกว่า พรุ่งนี้เป็นวันที่ 22 พ.ค. ครบรอบ 4 ปี การเข้ามาทำหน้าที่บริหารประเทศของรัฐบาลคสช. ตนรู้สึกว่าเป็นเวลาแป๊ปเดียว บางคนอาจจะบอกว่า 4 ปีเป็นเวลาที่นาน แต่สำหรับตนเห็นว่ายังมีอะไรที่ต้องแก้ไขและทำอีกเยอะ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9655</URL_LINK>
                <HASHTAG>4ปีรัฐบาลคสช., การเมือง, ทำเนียบรัฐบาล, บิ๊กตู่, พล.อ.ประยุทธ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180521/image_big_5b028e2d27421.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9627</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2018 11:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2018 11:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>8แกนนำเพื่อไทยรับทราบข้อหา ยันบริสุทธิ์ใจวิจารณ์คสช.-ไม่เข้าข่ายยุบพรรค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ค. 61 - ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายวัฒนา เมืองสุข, &amp;nbsp;นายจาตุรนต์ ฉายแสง ,นายชูศักดิ์ ศิรินิล, &amp;nbsp;นายนพดล ปัทมะ, นายชัยเกษม นิติสิริ, นายภูมิธรรม เวชยชัย , พล.ต.ท.โทวิโรจน์ เปาอินทร์ ,นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง เดินทางเข้า แกนนพพรรคเพื่อไทย เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบปรามเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา หลังจากที่พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ คณะทำงานฝ่ายกฏหมาย คสช.เข้าแจ้งความดำเนินคดีหลังจากพรรคเพื่อไทยแถลงการณ์ 4 ปี คสช.ที่มีการถ่ายทอดผ่านเฟซบุ๊กของพรรคเพื่อไทย ชี้พรรคเพื่อไทยมีเจตนาฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.อย่างชัดเจน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายวัฒนา นายจตุรนต์และนายชูศักดิ์ ฐานความผิด &amp;quot;ร่วมกันมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมือง ณ ที่ใดๆที่มีจำนวนตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปโดยไม่ได้รับอนุญาตจากหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย และความผิด ป.อาญามาตรา 116&amp;quot; &amp;nbsp;ส่วนที่เหลือฐานความผิด&amp;quot;ร่วมกันมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมืองณที่ใดๆที่มีจำนวนตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปโดยไม่ได้รับอนุญาตจากหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือผู้ได้รับมอบหมาย&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อแกนนำทั้ง 8 คนเดินทางมาถึง กองบังคับการปราบปราม นายชูศักดิ์ ศิรินิล เปิดเผยก่อนเข้ารับทราบข้อหาว่า วันนี้พวกเรามารับทราบข้อกล่าวหาว่ามีความผิดอย่างไร พร้อมทั้งจะขอทราบข้อเท็จจริง ที่ไปที่มาของการตั้งข้อหาว่ามีข้อเท็จจริงอะไรที่กล่าวหาว่าเรากระทำผิด ข้อสังเกตในคดีนี้สำหรับผมและคณะได้พูดคุยกันเห็นว่า คดีนี้มีความเร่งรีบรวบรัดเร่งรีบเป็นพิเศษ ทหารแจ้งความเวลาประมาณ 20.00 น. วันที่ 17 พฤษภาคม สอบสวนกันทั้งคืนไม่ได้หลับไม่ได้นอนท้ายที่สุดวันที่ 18 พ.ค. เช้า สามารถออกหมายเรียกพวกเราทั้ง 8 คนได้ก็แสดงเห็นว่าคดีนี้มีการสั่งการให้กระทำโดยเร็ว ประการถัดมาที่อยากจะกราบเรียนคือข้อหาที่ตั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชูศักดิ์ กล่าวว่ามีข้อสังเกตว่ามันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมาตั้งข้อหาแบบนี้ ประการที่ 1. คือ การที่พวกเราแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ก็แถลงกันมาแบบนี้หลายครั้งหลายหน การแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนจะเป็นการชุมนุมทางการเมืองได้อย่างไร มันเป็นไปไม่ได้เลย การแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญไม่ใช่ชุมนุมทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการที่ 2. การแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน จะเป็นการปลูกปั่นประชาชนได้อย่างไร ที่ตั้งตามมาตรา 116 มันจะต้องเป็นการกระทำนอกเหนือรัฐธรรมนูญทำเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เหนือกฎหมายของบ้านเมืองโดยใช้กำลัง ทำให้ประชาชน ลุกฮือต่อต้านรัฐบาล แต่พวกตนแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ไม่ได้มีการปลุกปั่นประชาชนมาต่อต้านรัฐบาลแต่อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;โดยสรุปแล้วมันไม่เข้าข้อกฎหมายอะไรทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นก็ต้องกราบเรียนว่า การใช้กฎหมายแบบนี้ ต้องฝากถึงพนักงานสอบสวนว่าไม่ใช่ว่าใครมาแจ้งความแล้วก็เอาตามที่แจ้งเลย มันต้องสอบสวนทวนความข้อเท็จจริงทั้งหมด ผิดจริงหรือไม่ เราเลยคิดว่าเป็นการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือสกัดยับยั้งผู้คนไม่ให้แสดงความคิดเห็น ซึ่งเป็นเรื่องที่มีชอบ&amp;quot;นายชูศักด์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายภูมิธรรม กล่าวว่า สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่ามีความพยายามใช้กฎหมายอย่างไม่ยุติธรรม ใช้กฎหมายอย่างไม่เสมอภาคและเป็นประเด็นที่เราสงสัยกัน สิ่งที่พรรคการเมืองได้ดำเนินการตามสิทธิในฐานะที่เป็นผู้แทนของประชาชนวิจารณ์การทำงานของรัฐบาลเป็นสิ่งที่ทำได้หรือไม่ สิ่งที่เกิดขึ้นครั้งนี้เราไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องโดยตรง เราทำในสิ่งที่รัฐปฏิบัติปกติ เมื่อเราได้เจรจากับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วว่าอะไรทำได้หรือทำไม่ได้ แต่ก็ไม่มีคำตอบที่ชัดเจน และพรรคก็ไม่ได้มีการแถลงอะไรทั้งสิ้น เป็นเรื่องของสมาชิกพรรค 3 คนที่ไปดำเนินการและใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญที่เขาให้ไว้ และเป็นสิ่งที่พลเรือนสามารถที่จะวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลได้ ที่ทำหน้าที่ในการดูแลผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนได้ สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการมองว่าเป็นการใช้กฎหมายกําจัดคนที่เห็นต่างอย่างไม่ชอบธรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภูมิธรรม กล่าวต่อว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ความขัดแย้งในสังคมไทยที่ต้องการการแก้ไข แต่มีกระบวนการจัดการที่ไม่ยุติธรรม มันจะสร้างปัญหาและทำให้ปัญหาขัดแย้งบานปลายและหาข้อยุติไม่ได้ อยากให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ว่า อยากให้พวกเราทุกคนและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานทั้งฝ่ายนโยบายและฝ่ายปฏิบัติ พึ่งจะทราบว่าการที่ท่านใช้กฎหมายอย่างไม่ยุติธรรมใช้กฎหมายไม่เสมอภาค ใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือของทางการเมือง ในการดำเนินการกับประชาชนหรือบุคคลต่างๆล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่มีปัญหาเป็นสิ่งที่ไม่ชอบทำไม่ถูกต้อง และสิ่งที่ท่านต้องรับผิดชอบในอนาคต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า โมเดลการยุบพรรคเพื่อไทย ถูกนำกลับมาเป็นสมการทางการเมืองอีกครั้งมองเรื่องนี้อย่างไร นายภูมิธรรม กล่าวว่าจากที่ดูทุกเรื่องยังไม่มีอะไรเข้าข่ายเลย การที่มีสมาชิกพรรคเพียง 3 คน ออกไปสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลทำงานมา 4 ปีมีปัญหาหรือไม่ประสบผลสำเร็จจะกลายเป็นเรื่องที่ไปล้มล้างก่อให้เกิดความวุ่นวายสร้างปัญหาและจะยุบพรรคเพื่อไทยได้ ไม่คิดว่ารัฐบาลจะกล้าทำสิ่งนี้เพราะทั้งหมดอยู่ในสายตาของพี่น้องประชาชน ทุกอย่างประชาชนจะตัดสิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนบรรยากาศที่กองบังคับการปราบปรามผู้สื่อข่าวรายงานว่าตั้งแต่ช่วงเช้าเป็นต้นมา ได้มีกลุ่มคนเสื้อแดงประมาณ 200 คนทยอยเดินทางมารอให้กำลังใจพร้อมกุหลาบสีแดงที่จะนำมาให้แกนนำพรรคที่จะเข้ารับทราบข้อกล่าวกา การรักษาความปลอดภัยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยอำนวยความสะดวก จัดสถานที่ ส่วนหน้าของกองบังคับการปราบปราม ให้กลุ่มคนเสื้อแดงอยู่เป็นสัดส่วน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนแกนนำพรรคเพื่อไทยให้กำลังใจ เพื่อนร่วมพรรค อาทิปนายวรชัย เหมะ &amp;nbsp;นายก่อแก้ว พิกุลทอง พล.ต.อ.สมบัติ อมรวิวัฒน์ นายการุณ โหสกุล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9627</URL_LINK>
                <HASHTAG>4ปีรัฐบาลคสช., 8แกนนำพรรคเพื่อไทย, ยุบพรรค, เข้ารับทราบข้อกล่าวหา, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180521/image_big_5b024854aeb2d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9617</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2018 12:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2018 09:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นปช.เรียกร้อง5ข้อ4ปีรัฐบาลคสช. จี้คืนอำนาจ-เลือกตั้งอย่างช้ากพ.ปี62</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ค.61 - &amp;nbsp;แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ออกแถลงการณ์เรื่อง &amp;quot;ในวาระครบรอบสี่ปีการยึดอำนาจรัฐประหารของคสช.&amp;quot; ระบุว่าในวาระครอบรอบสี่ปีการยึดอำนาจรัฐประหารและการใช้อำนาจของคสช.ในฐานะรัฐบาลปกครองประเทศโดยใช้อำนาจรัฏฐาธิปัตย์ &amp;nbsp;นปช.ในฐานะองค์ประชาชนผู้รักประชาธิปไตยและสนับสนุนระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่อำนาจอธิปไตยต้องเป็นของประชาชนไทยอย่างแท้จริง &amp;nbsp;มีข้อเรียกร้องดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่ประชาชนให้โอกาสคสช.ในการใช้อำนาจปกครองประเทศโดยการทำรัฐประหารใช้กำลังกองทัพเข้ายึดอำนาจจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ 2550 &amp;nbsp;ซึ่งเป็นผลพวงจากการรัฐประหารในรอบปี 2549 &amp;nbsp;บัดนี้เวลาล่วงเลยมาแล้วนานสี่ปี &amp;nbsp;ซึ่งนับว่าเป็นเวลาที่ยาวนานมากกว่าที่คสช.จะอ้างเหตุผลที่จะยืดเวลาการยึดอำนาจให้ยาวนานให้มากว่านี้อีกต่อไป &amp;nbsp;จึงถึงเวลาที่จะต้องคืนอำนาจการปครองให้กับประชาชนได้แล้ว &amp;nbsp;นปช.มีข้อเรียกร้องต่อคสช.ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ต้องคืนอำนาจให้ประชาชนโดยเร็ว &amp;nbsp;โดยจัดให้มีการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรมอย่างช้าที่สุดคือในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ตามคำมั่นสัญญาของคสช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ยกเลิกประกาศ คำสั่ง ของคสช.ที่ลิดรอนสิทธิ เสรีภาพประชาชนและสื่อมวลชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ยกเลิกประกาศ คำสั่ง ที่ห้ามพรรคการเมือง นักการเมือง ทำงานการเมือง ให้ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 .ยุติการแทรกแซงครอบงำองค์กรอิสระ &amp;nbsp;เพื่อมิให้มีปฏิบัติการใด ๆ ที่มีเจตนาทำลายล้างฝ่ายที่เห็นต่างทางการเมืองที่ไม่สนับสนุนการยึดอำนาจรัฐปรหารหรือไม่สนับสนุนคสช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 .เร่งปัจจัยที่จะทำให้เกิดการปรองดองอย่างแท้จริง &amp;nbsp;โดยทำให้คดีความต่าง ๆ นั้นได้รับการปฏิบัติอย่างมีความเสมอภาคทางกฎหมาย &amp;nbsp;ไม่ใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือและกลไกในการทำลายล้างฝ่ายเห็นต่างทางการเมือง &amp;nbsp;ถ้ากฏหมายและการบังคับใช้กฏหมายไม่ทำให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นในความสุจริตยุติธรรมเท่าเทียมกัน &amp;nbsp;การปรองดองไม่สามารถที่จะเกิดขึ้นได้ในประเทศนี้อย่างแน่นอน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การใช้ความรุนแรงจับกุมคุมขัง, ปราบปรามประชาชน, การทำรัฐประหารและการรักษาอำนาจคณะรัฐประหารเพื่อสยบความเคลื่อนไหวของประชาชนนั้น &amp;nbsp;ไม่อาจแก้ความขัดแย้งรุนแรงในสังคมไทยได้ &amp;nbsp;และไม่อาจนำพาประเทศไปสู่เป้าหมายการปรองดองอย่างแท้จริง.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9617</URL_LINK>
                <HASHTAG>4ปีรัฐบาลคสช., ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, ธิดา ถาวรเศษรฐ, นปช., เสื้อแดง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180521/image_big_5b02310ba36d6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9608</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2018 08:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2018 08:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทย-อนาคตใหม่เปลือย4ปีระบอบคสช.  ฉะทหารฉีกรธน.ได้ทำไมนักการเมืองจะแก้ไม่ได้!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ค.61 - &amp;nbsp;คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย &amp;nbsp;และนายปิยบุตร แสงกนกกุล &amp;nbsp;แกนนำพรรคอนาคตใหม่ แสดงความเห็นทางการเมืองที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ วานนี้ โดยคุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวถึงกรณีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฟ้องร้องดำเนินคดีกับแกนนำพรรคเพื่อไทยที่แถลงข่าวเรื่อง 4 ปี คสช. &amp;nbsp;ว่า รัฐบาลทำงาน ประชาชนรับผล แม้พรรคการเมืองยังทำอะไรไม่ได้ แต่การที่เคยเป็นตัวแทนประชาชนนั้นย่อมออกมาแสดงความคิดเห็นเพื่อส่วนรวมได้ การพูดคุยด้วยเหตุผลหรือแสดงความคิดเห็นเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญ จึงไม่ควรมีความผิด ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองหรือประชาชนก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่าส่วนการใช้ม.116 แจ้งความนั้น อยากให้ใช้ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย ที่มีไว้เพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ เช่น การล้มล้างระบอบประชาธิปไตย แต่ต้องไม่ใช่เพื่อความมั่นคงของรัฐบาลหรือผู้มีอำนาจเพื่อคุ้ครองตนเอง ซึ่งอาจก่อให้เกิดความไม่สามัคคีตามมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการแสข่าวว่าอาจนำไปสู่การยุบพรรค คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า &amp;ldquo;ดิฉันเป็นคนสมัยไทยรักไทย เคยโดยยุบมาแล้วหลายรอบ การยุบพรรคเป็นเครื่องมือที่มีพลังสำหรับผู้มีอำนาจ แต่ถามว่า ยุบแล้ว จะเลิกศรัทธาของประชาชนที่มีกับพรรคการเมืองได้หรือไม่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายปิยบุตร กล่าวว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญแบบไม่เป็นอารยะ ถึง 17 ครั้งมีเพียง 3 ครั้งเท่านั้น ที่เปลี่ยนอย่างเป็นอารยะ ซึ่งครั้งสุดท้ายคือรัฐธรรมนูญ 2540 อย่างไรก็ตาม สำหรับรัฐธรรมนูญฉบับล่าสุด ตนเชื่อว่า ไม่มีเหตุผลใดๆ ที่ประชาชนและนักการเมืองที่จะมาจากการเลือกตั้งจะขอแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ ในเมื่อ ที่ผ่านมา กองทัพเองยังเอารถถังมาฉีกได้ และแม้ว่าจะมีการทำประชามติ ประเด็นรับร่างหรือไม่ แต่สิ่งที่ผู้รณรงค์เห็นต่างกลับโดนเจ้าหน้าที่จับกุม คุมขัง ขณะที่ประชาชนเองไม่ได้มีส่วนร่วมในการร่างแต่อย่างใด ที่มาของรัฐธรรมนูญฉบับนี้จึงไม่ได้มาจากฉันทามติของประชาชนอย่างแท้จริง เป็นเพียงการร่างรัฐธรรมนูญเพื่อแก้แค้นตั้งแต่หลังปี 40 ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การแก้ปัญหาโดยการฉีกรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ถูกวิธี ขณะที่รัฐธรรมนูญฉบับ 60 เป็นผลจากการแก้ปัญหาที่รัฐธรรมนูญฉบับ 2550 แก้ไม่ได้ โดยเป็นการแก้ส่วนที่คนไม่กี่คนมองว่าเป็นปัญหา ทั้งที่มันไม่ได้มีปัญหาอยู่ในตัว แต่คุณมองว่ามันเป็นปัญหา และแก้ด้วยวิธีการฉีกรัฐธรรมนูญเอา ซึ่งหากยังคงมีการแก้ปัญหาแบบนี้ต่อไป ปัญหาเหล่านี้ในประเทศไทยจะไม่จบ ทางเดียวที่จะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ คือการกลับไปสู่จุดเริ่มต้น โดยเปิดพื้นที่ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้วยกัน ภายหลังนักการเมืองได้เข้าไปนั่งในสภาปี 62 ซึ่งกรณีนี้ไม่ใช่การหมกมุ่นกับอดีต หรือสาลวนกับการแก้รัฐธรรมนูญ แต่การกลับสู่กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญใหม่เป็นแก้ปัญหาความขัดแย้งการเมืองไทยตั้งแต่อดีตที่ผ่านมา&amp;rdquo; แกนนำพรรคอนาคตใหม่ระบุ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9608</URL_LINK>
                <HASHTAG>4ปีรัฐบาลคสช., คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, ปิยบุตร แสงกนกกุล, อนาคตใหม่, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180521/image_big_5b022240bc1e9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9522</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/05/2018 08:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/05/2018 08:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วัฒนา&#039;เย้ยคสช.&#039;กลัวจัง&#039;ข้อหามั่วสุมทางการเมือง ลั่นเพื่อไทยไม่สังฆกรรมเผด็จการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 พ.ค.61 - นายวัฒนา เมืองสุข &amp;nbsp;แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความ &amp;quot;กลัวจัง&amp;quot; ลงในเฟซบุ๊ก Watana Muangsook ว่า &amp;quot;ทุกท่านคงทราบข่าวที่ คสช. ได้แจ้งความดำเนินคดีกับพวกผมรวม 8 คน ในข้อหามั่วสุมทางการเมืองจากการแถลงข่าวที่พรรค โดย 3 คนที่ขึ้นไปแถลงบนเวทีคือผม คุณจาตุรนต์ และอาจารย์ชูศักดิ์ ถูกกล่าวหาว่าทำความผิดต่อความมั่นคงเพิ่ม ส่วนแอดมินเพจของพรรคถูกกล่าวหาจากการถ่ายทอดสดการแถลงข่าวผ่านเฟซบุ๊ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พวกผมจะไปรับทราบข้อกล่าวหาที่กองปราบในวันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม เวลา 10.30 น. ซึ่งตามขั้นตอนปกติเมื่อพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาและสอบคำให้การซึ่งทุกคนจะปฏิเสธแล้ว จะอนุญาตให้กลับเพราะไม่มีเหตุที่จะต้องควบคุมตัวเนื่องจากผู้ต้องหาเป็นบุคคลสาธารณะ มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งและไม่มีเจตนาหลบหนี แต่คดีนี้ผมได้ข่าวว่าอาจจะมีการนำตัวพวกผมไปฝากขังต่อศาลเหมือนที่ทำกับประชาชนกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนการแถลงข่าวได้มีตำรวจมาที่พรรคเพื่อยับยั้งการแถลงข่าว แต่พวกผมเห็นว่าการแถลงข่าวเป็นเสรีภาพขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญ เพื่อสื่อสารให้ประชาชนที่เป็นเจ้าของอำนาจได้ทราบว่า ภาษีและอำนาจของพวกเขาที่ถูกคนกลุ่มหนึ่งยึดมาจนครบ 4 ปีแล้วนั้นได้ถูกใช้ไปอย่างไร จึงเป็นการทำหน้าที่ของนักการเมืองเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน หากกลัวเผด็จการจนไม่กล้าทำหน้าที่ก็ไม่สมควรเป็นนักการเมือง พวกผมจึงตัดสินใจเดินหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พฤติกรรมที่ คสช. ปฏิบัติกับพรรคเพื่อไทยคือการยืนยันว่า คสช. กับพรรคเพื่อไทยเป็นฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง คำถามที่เคยเกิดขึ้นว่าหลังเลือกตั้งจะเกี้ยเซี้ยกับเผด็จการหรือไม่ก็คงไม่ต้องตอบอีก ขอยืนยันอีกครั้งว่าพวกผมจะไม่ร่วมสังฆกรรมทางการเมืองกับเผด็จการ รวมทั้งจะไม่ร่วมทำกิจกรรมใดที่ผิดไปจากครรลองประชาธิปไตยทั้งสิ้น ทั้งยังจะตรวจสอบการใช้อำนาจของเผด็จการด้วย หากมิได้เป็นไปเพื่อประโยชน์ของประชาชนจะเอาตัวมาขึ้นศาลเพื่อรับโทษ อยากยืมคำอาจารย์คึกฤทธิ์มาบอกเผด็จการอีกครั้ง ใครจำได้ช่วยบอกให้ที&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9522</URL_LINK>
                <HASHTAG>4ปีรัฐบาลคสช., 8แกนนำพรรคเพื่อไทย, ดำเนินคดีพรรคเพื่อไทย, มั่วสุมทางการเมือง, วัฒนา เมืองสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180519/image_big_5aff77f85681f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9458</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2018 12:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2018 12:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทยผวาถูกยุบ&#039;ภูมิธรรม&#039;ย้อนพรรคขน3หมื่นคนเชียร์&#039;ลุงตู่&#039;ต้องโดนด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ค. 61 - นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งข้อหาเอาผิดพรรคเพื่อไทย 4 ข้อหาหลังการแถลงครบรอบ 4 ปียึดอำนาจของรัฐบาลว่า เรื่องนี้เป็นความเห็นของแต่ละบุคคล ได้สอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจ และถามผู้กำกับฯ ตกลงที่มาเพราะเห็นว่าเราจะกระทำความผิดเรื่องอะไร หรือสิ่งที่กังวลใจอยากให้ท่านบอกเราว่าอะไร สิ่งที่ทำได้คืออะไร สิ่งที่ทำไม่ได้ที่เป็นปัญหาคืออะไร ทางเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้บอกอะไรและบอกว่าไม่ได้มีปัญหาอะไร เพียงระบุว่าให้มาประชาสัมพันธ์และคอยดูแลว่าไม่มีใครมาทำให้เกิดความวุ่นวายเกิดขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภูมิธรรม ยืนยันว่าที่ผ่านมาไม่เคยมีความวุ่นวายเกิดขึ้น ปกติจะมีผู้สื่อข่าวเข้ามารับฟังคำชี้แจง ก็เลยแปลกใจ อีกทั้งไม่ได้มีคณะกรรมการบริหารพรรค เข้าไปชี้แจงหรือแถลงอะไร มีเพียงสมาชิกพรรค 3 คนคือ นายจาตุรนต์ ฉายแสง นายวัฒนา เมืองสุข นายชูศักดิ์ ศิรินิล ว่า มีความเห็นอย่างไรต่อการบริหารจัดการและการดำเนินงานของคสช.ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา เป็นการแสดงความคิดเห็นโดยบริสุทธิ์ใจต่อการดำเนินงานและการทำงานของรัฐบาล เป็นเรื่องที่นักการเมืองจากทุกพรรคได้ทำหน้าที่ของตัวเองมาอย่างต่อเนื่อง การแสดงความคิดเห็นเหล่านี้ ถ้าเป็นการทำกิจกรรมทางการเมืองหรือมีความเห็นว่าเป็นการชุมนุมทางการเมือง อยากถามว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ การที่มีหัวหน้าพรรคการเมือง มีพรรคการเมืองมาต้อนรับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แล้วมีการพูดปราศรัยอะไรต่างๆ ยิ่งเข้าข่ายมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถ้าทางเจ้าหน้าที่เห็นว่าตรงนี้เป็นความผิด ถ้าจะเอาผิดอะไรก็ต้องเอาผิดอย่างเสมอหน้ากันทุกฝ่าย อย่าให้มีลักษณะที่มาคอยเล่นงานแต่พรรคเพื่อไทยฝ่ายเดียว ส่วนบุคคลอื่นๆกับไม่ดำเนินการ จะดำเนินการอะไรก็ให้ดำเนินการมาตามกรอบของกฎหมาย เราเชื่อมั่นว่าสิ่งที่สมาชิกพรรคแต่ละคนแสดงความเห็นอย่างที่ผ่านมา เป็นการแสดงความเห็นตามสิทธิที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายของประเทศได้ให้สิทธิ ให้การรับรอง คิดว่าสิ่งที่รัฐบาลควรทำวันนี้คือการเงี่ยหูฟังนักวิชาการ นักเรียน นักศึกษา ประชาชนรวมถึงวิชาชีพต่างๆ พรรคการเมือง นักการเมือง อย่างที่มีความเห็นว่าตลอด 4 ปีที่ทุกคนพยายามอยู่ในเงื่อนไข ไม่สร้างความเสียหายอะไร และเปิดโอกาสต่างๆอย่างเต็มที่ให้รัฐบาลได้แก้ไขปัญหาของประเทศ แล้วเกิดผลมองเห็นว่า 4 ปีที่ผ่านมา ไม่ได้สร้างเสริมหรือแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างเป็นที่พึงพอใจของประชาชน&amp;rdquo;นายภูมิธรรมกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วิธีการมาพูดหรือแสดงความคิดเห็น การทำโพล การสำรวจความคิดเห็นของประชาชน หรือการเขียนวิเคราะห์ของสื่อ ล้วนแต่เป็นการใช้สิทธิและเป็นการแสดงความเห็นต่อการบริหารจัดการแผ่นดิน เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของคนไทยทุกคนทั้งสิ้น ไม่มั่นใจ ไม่เข้าใจว่า เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง หรือทางฝ่ายกฎหมายของคสช.จะใช้เหตุนี้เป็นเหตุทางการเมืองเพื่อมาดำเนินการกับพรรคการเมืองหรือนักการเมืองที่ออกมาแสดงความเห็นเหล่านี้ ได้อย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ถ้าจะใช้กรณีนี้เป็นตัวอย่าง จะถามว่าแล้วที่จะไปดำเนินการกับนักวิชาการ กลุ่มการเมืองต่างๆกับสิ่งที่รัฐบาลไปกระทำ ถือว่าเป็นการกระทำความผิดเหมือนกันหรือไม่ ผมขอฝากให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องท่านรองอธิบดีตำรวจ ฝ่ายกฎหมายของคสช. และฝ่ายที่มีอำนาจหน้าที่ ได้ใช้วิจารณญาณไตร่ตรองให้รอบคอบ ถ้าท่านอยากเห็นบ้านเมืองสงบสุข ช่วยให้ประเทศเจริญ เดินไปข้างหน้าได้ การรับฟังความคิดเห็นที่อาจจะเห็นด้วยหรือเห็นต่าง สนับสนุนหรือคัดค้าน ล้วนแต่เป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อการที่จะทำให้ท่านเดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง และเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติทั้งสิ้นก็ขอฝากให้พิจารณาด้วย&amp;quot;รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย &amp;nbsp;ระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9458</URL_LINK>
                <HASHTAG>4ปีรัฐบาลคสช., ดำเนินคดีแกนนำพรรคเพื่อไทย, ภูมิธรรม เวชยชัย, ยุบพรรค, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180124/image_big_5a680387b96b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
