<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>54844</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/01/2020 08:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิด&#039;4รมต.&#039;ผลงานเข้าตา! ป้อม-จุรินทร์-ต่อ-สนธิรัตน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สจล.เปิดผลสำรวจข้อคิดเห็นต่อผลงานรัฐบาล &amp;quot;ประยุทธ์ 2&amp;quot; พบ 4 รมต.ผลงานเข้าตา &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; เป็นที่พึ่งของ ปชช.ในโครงการแก้หนี้นอกระบบ-ปลดหนี้ &amp;quot;จุรินทร์&amp;quot; ประกันรายได้เกษตรกรจับต้องได้ &amp;quot;เฉลิมชัย&amp;quot; แก้ราคาสินค้าเกษตรและราคายางให้ ปชช.ได้ชัดเจน ขณะที่คนส่วนใหญ่อยากรู้จักและเข้าถึง &amp;quot;พลังงานชุมชน&amp;quot; ไอเดียของ &amp;quot;สนธิรัตน์&amp;quot; รมว.พลังงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมื่อวันที่ 17 ม.ค.63 วิทยาลัยวิจัยนวัตกรรมทางการศึกษา สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ได้เปิดเผยผลการสำรวจข้อคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อการทำงานของคณะรัฐมนตรี และความชื่นชอบต่อโครงการต่างๆ ของรัฐบาล โดยสำรวจจากกลุ่มตัวอย่างซึ่งเป็นประชาชนที่อาศัยหรือทำงานในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ได้แก่ นครปฐม, นนทบุรี, ปทุมธานี, สมุทรปราการ และสมุทรสาคร รวมทั้งสิ้น 1,200 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผลการสำรวจได้ออกแบบสอบถามที่มีความสมบูรณ์ 1,144 ชุด โดยผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง จำนวน 678 คน คิดเป็นร้อยละ 59.27 มีอายุระหว่าง 21-30 ปี จำนวน 576 คน คิดเป็นร้อยละ 50.35 มีระดับการศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรี จำนวน 639 คน คิดเป็นร้อยละ 55.86 มีสถานภาพโสด จำนวน 745 คน คิดเป็นร้อยละ 65.12 ประกอบอาชีพลูกจ้างทั่วไป จำนวน 355 คน คิดเป็นร้อยละ 31.03 และมีที่อยู่อาศัยหรือที่ทำงานอยู่ในกรุงเทพฯ จำนวน 607 คน คิดเป็นร้อยละ 53.06 &amp;nbsp;และได้ผลการสำรวจข้อคิดเห็น ดังนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;1.การสำรวจข้อคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อผลงานของรัฐบาลในโครงการ/นโยบายที่รัฐมนตรีสามารถเป็นที่พึ่งของประชาชนได้จริง พบว่าข้อคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อผลงานของรัฐบาลของรองนายกรัฐมนตรี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ในโครงการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ/ปลดหนี้ เป็นที่พึ่งของประชาชนได้จริง คิดเป็นร้อยละ 50.46&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;2.การสำรวจข้อคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อผลงานของรัฐบาลในโครงการ/นโยบายที่รัฐมนตรีมีผลงานที่จับต้องได้ พบว่าข้อคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อผลงานของรัฐบาลของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ในโครงการประกันรายได้เกษตรกร เป็นโครงการที่มีผลงานเป็นที่จับต้องได้ คิดเป็นร้อยละ 58.31&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.การสำรวจข้อคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อผลงานของรัฐบาลในโครงการ/นโยบายที่รัฐมนตรีมีผลงานที่แก้ปัญหาให้ประชาชนได้ชัดเจน พบว่าข้อคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อผลงานของรัฐบาลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ในโครงการดูแลราคาสินค้าเกษตร และแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรและราคายาง ที่แก้ปัญหาให้ประชาชนได้ชัดเจน คิดเป็นร้อยละ 50.59&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.การสำรวจข้อคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อผลงานของรัฐบาลในโครงการ/นโยบายที่รัฐมนตรีมีผลงานที่ประชาชนอยากรู้จักและอยากเข้าถึงง่าย พบว่าข้อคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อผลงานของรัฐบาลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ในโครงการพลังงานชุมชน ที่ประชาชนอยากรู้จักและอยากเข้าถึงง่าย คิดเป็นร้อยละ 60.03&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.การสำรวจข้อคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อผลงานของรัฐบาลในโครงการ/นโยบายที่เป็นผลงานของรัฐบาลที่ประชาชนชื่นชอบและเป็นรูปธรรม พบว่าข้อคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อผลงานของรัฐบาลของคณะรัฐมนตรี ในโครงการ/นโยบายที่เป็นผลงานของรัฐบาลที่ประชาชนชื่นชอบและเป็นรูปธรรมมากที่สุด 3 ลำดับแรก คือ โครงการประกันรายได้เกษตรกร คิดเป็นร้อยละ 20.96, โครงการส่งเสริมเปลี่ยนน้ำมันปาล์มเป็นน้ำมันไบโอดีเซล B10 คิดเป็นร้อยละ 20.46 และโครงการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ คืนที่ดินทำกินให้ประชาชน และแก้ปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน คิดเป็นร้อยละ 15.57 ตามลำดับ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54844</URL_LINK>
                <HASHTAG>4รมต., การเมือง., คุยข่าวการเมือง, ผลงานเข้าตา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200117/image_big_5e21b47d82784.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24591</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/12/2018 13:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/12/2018 13:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;สั่ง4รมต.แยกนโยบายรัฐบาลกับพปชร.ให้ชัด ป้องโดนร้อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;19 ธ.ค. 61 - นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเสียงวิจารณ์ที่รัฐบาลแจกของขวัญปีใหม่ หวังผลการเลือกตั้งว่า เป็นเรื่องปกติที่ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ทุกกระทรวงจะมีมาตรการเพื่อเป็นของขวัญให้ประชาชน เพียงแต่ปีนี้อยู่ในช่วงที่ใกล้จะมีการเลือกตั้งในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 รัฐบาลจึงถูกวิจารณ์ว่าคิดนโยบายขึ้นมาหาเสียง &amp;nbsp;แต่ยืนยันว่า ไม่ใช่การหาเสียง เพราะถือเป็นมาตรการปกติ เพื่อช่วยเหลือประชาชนในช่วงเทศกาลสำคัญ ไม่ใช่เมื่อจะมีการเลือกตั้ง แล้วรัฐบาลจะมาแจกของ เรื่องเหล่านี้สามารถอธิบายได้ เช่น นโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ก็ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง จึงไม่อยากให้มองเป็นเรื่องการเมือง เพราะเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และรัฐบาลต้องเดินหน้าแก้ไขปัญหาต่อไป ยิ่งวันนี้มีเหตุการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ &amp;nbsp;การเอาของไปแจกจ่ายประชาชน ยังต้องทำอยู่ เพราะถือเป็นการช่วยเหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ได้แจ้ง 4 รัฐมนตรี ที่ร่วมทำงานการเมืองกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในประชุม ครม.เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.ที่ผ่านมา ว่าให้ระมัดระวังการทำกิจกรรมต่างๆ &amp;nbsp;โดยเฉพาะเมื่อมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งแล้ว โดยต้องมีความรอบคอบในการดำเนินการเรื่องต่างๆ อย่าใช้เวลาราชการไปทำงานการเมือง และแยกแยะระหว่างนโยบายรัฐบาลกับนโยบายของพรรคการเมืองให้ชัดเจน อย่าให้ประชาชนเกิดความสับสน เพื่อป้องกันปัญหาการร้องเรียนและตรวจสอบในอนาคต ซึ่งจะเป็นผลดีต่อตัว 4 รัฐมนตรีเอง&amp;quot; นายพุทธิพงษ์ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการลาออกของ 4 รัฐมนตรีนั้น ถือเป็นการตัดสินใจของแต่ละคน โดยกฎหมายเปิดกว้าง ไม่ได้บังคับให้ต้องลาออก จึงอยู่ที่การตัดสินใจของแต่ละคน ว่าจะลาออกหรือไม่ แต่ พล.อ.ประยุทธ์ ได้เน้นย้ำ ว่าไม่ควรเอานโยบายของรัฐบาลไปทำให้เกิดความซ้ำซ้อนกับนโยบายของพรรคการเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า หลายนโยบายของรัฐบาลนี้ พรรค พปชร.จะเอาไปใช้และจะเอาไปหาเสียงด้วย นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า หากเห็นว่าเกิดประโยชน์ ทุกพรรคการเมืองสามารถเอานโยบายของรัฐบาลไปใช้ได้ตามกรอบกฎหมาย แต่หากพรรคการเมืองใดเอาไปอ้าง หรือเหมารวมว่าเป็นนโยบายของพรรคตัวเอง ก็ไม่ควร แต่ถ้าบอกว่าจะสนับสนุนนโยบายนั้นๆ ก็ทำได้ โดยไม่ควรให้ประชาชนสับสน คิดว่าเป็นนโยบายที่พรรคคิดขึ้นเอง ซึ่งอาจมีปัญหาต่อข้อกฎหมายได้ในอนาคต.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24591</URL_LINK>
                <HASHTAG>4รมต., นโยบายรัฐบาล, บิ๊กตู่, พปชร, พุทธิพงษ์, หาเสียง, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181219/image_mid_5c19e29c0b700.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24044</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/12/2018 10:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/12/2018 10:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อแม้วขย่ม4รมต.ส่อตระบัดสัตย์! จี้กกต.สอบเอาเปรียบพรรคอื่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ธ.ค. - นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด คณะทำงานสื่อสารการเมืองพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวผู้ใหญ่ในพรรคพลังประชารัฐเปลี่ยนยุทธศาสตร์ใหม่ ไม่ให้ 4 รัฐมนตรีลาออก เพราะไม่มีกฎหมายบังคับ ว่า ก่อนหน้านี้คนไทยจำได้ว่า 4 รัฐมนตรีบอกว่าจะลาออกเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม แต่กลับตระบัดสัตย์ไม่ออกแล้วหรือไม่ และยังจะอยู่ต่อเพื่อขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลที่เป็นประโยชน์กับพรรคพลังประชารัฐให้มากที่สุดอีกด้วย เวลาลาออกที่เหมาะสมคือเวลาที่กุมความได้เปรียบเอาไว้ให้ได้มากที่สุดหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างกรณีนายอำเภอหนองสองห้อง จังหวัดขอนแก่น ทำหนังสือเชิญกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มาต้อนรับนายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ที่นำคณะลงพื้นที่ติดตามงานตามนโยบายของรัฐบาลนั้น ชัดเจนว่าที่เคยบอกว่าจะลงพื้นที่เฉพาะวันหยุด เอาเข้าจริงก็ลงในวันเวลาราชการด้วยหรือไม่ ซึ่งนอกเหนือจากการถูกตั้งคำถามว่าพยายามเอาเปรียบพรรคอื่นอย่างชัดเจน มีการใช้งบประมาณ ทรัพยากร บุคลากรของรัฐ เพื่อการหาเสียงให้พรรคการเมืองหรือไม่ ที่บอกว่าผู้ใหญ่ในพรรคไม่ให้ลาออกนั้น นายอุตตมเป็นหัวหน้าพรรค ยังจะมีใครใหญ่เกินหัวหน้าพรรคอีกหรือ ผู้ใหญ่ที่ว่านั้นหมายถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่จะถูกพรรคพลังประชารัฐเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ เพราะมีการวิเคราะห์กันในลักษณะว่า 4 รัฐมนตรีต้องไม่ลาออก ต้องอยู่เป็นกันชนเพื่อไม่ให้กระแสกดดันให้ลาออกลามถึงตัวพลเอกประยุทธ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;มาตรา 29 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง เขียนไว้ว่า ห้ามมิให้ผู้ใดซึ่งมิใช่สมาชิกกระทำการใดอันเป็นการควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำกิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะที่ทำให้พรรคการเมืองหรือสมาชิกขาดความอิสระ ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม จึงขอร้องเรียนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ช่วยตรวจสอบประเด็นนี้ รวมถึงการลงพื้นที่ของรัฐมนตรีพรรคพลังประชารัฐ ถือเป็นการหาเสียงหรือไม่ เพื่อให้เป็นบรรทัดฐาน และนำไปสู่การเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม&amp;quot; นายอนุสรณ์ ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24044</URL_LINK>
                <HASHTAG>4รมต., กกต., พปชร., ลาออก, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด, เพื่อแม้ว, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181023/image_mid_5bceb3b8caab8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
