<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>56147</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2020 14:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2020 14:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังลุยชงแพคเก็จกระตุ้นท่องเที่ยวฟุ้งชิมช้อปใช้คุ้มค่างบ1.9หมื่นล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ม.ค. 2563 นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง กล่าวว่า กระทรวงการคลังเตรียมเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาชุดมาตรการกระตุ้นภาคการท่องเที่ยว หลังจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาในช่วงที่ผ่านมา โดยได้มีการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเห็นตรงกันว่ามาตรการดังกล่าวจะมีส่วนสำคัญในการดูแลภาคการท่องเที่ยวของไทยในขณะนี้ และจะส่งผลดีกับเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยเฉพาะการจ้างงาน โดยชุดมาตรการดังกล่าวจะเน้นดูแล และการกระตุ้นให้เกิดการลงทุน ซึ่งเป็นการกระตุ้นทั้งด้านอุปสงค์และอุปทานในภาคการท่องเที่ยว เช่น หากบริษัท ห้างร้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp;โรงแรม รีสอร์ท หรือสถานท่องเที่ยวต่าง ๆ มีการปรับปรุงสถานที่ให้ดีขึ้น ก็สามารถนำค่าใช้จ่ายมาลดหย่อนภาษีได้ และจะมีสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำจากสถานบันการเงินให้กู้เพื่อปรับปรุงเพิ่มเติมด้วย โดยรายละเอียดต้องรอให้ผ่านการพิจารณาของ ครม. ก่อน

นอกจากนี้ อาจจะมีการเสนอให้ ครม. พิจารณาปรับลดอัตราภาษีน้ำมันเครื่องบินด้วย เพราะทราบว่าที่ผ่านมามีข้อเสนอให้กระทรวงการคลังพิจารณาเรื่องนี้มาโดยตลอด ซึ่งหน่วยงานที่รับผิดชอบกำลังดูอยู่ แต่จากปัจจัยเสี่ยงเรื่องการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงใหม่ ที่กำลังส่งผลกระกับภาคการท่องเที่ยวและภาคเศรษฐกิจของประเทศ จึงจำเป็นต้องพิจารณาในส่วนนี้

สำหรับกรณีที่มีการประเมินว่าการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาจะส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจไทยมีการเติบโตที่ถดถอยนั้น รมว.การคลัง ระบุว่า เรื่องผลกระทบจากปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวรัฐบาลมีการติดตามอย่างใกล้ชิด ส่วนการประเมินของสำนักต่าง ๆ ก็เป็นเรื่องของแต่ละองค์กร แต่ประเด็นสำคัญคือ รัฐบาลดำเนินมาตรการต่าง ๆ ในการรับมือปัจจัยเสี่ยงได้ทันการ มีการพิจารณาถึงช่วงจังหวะที่เหมาะสมและมีการออกมาตรการดูแลออกมา พร้อมทั้งมีการขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน หารือร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เอกชน ผู้ประกอบการ สถาบันการเงิน และมีการติดตาม ประเมินผลมาโดยตลอด และดูว่าอะไรที่ควรดำเนินการก็เร่งทำทันที โดยยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้ไว้วางใจอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ประมาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่มีข้อเรียกร้องให้ยกเลิกฟรีวีซ่านักท่องเที่ยวจีนนั้น คงต้องไปถามไถ่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมถึงผู้เกี่ยวข้อง แต่เท่าที่ทราบขณะนี้ยังไม่มีอะไรใหม่ ทุกอย่างยังเหมือนเดิม

สำหรับมาตรการชิมช้อปใช้ เฟส 4 นั้น ยังไม่มีแผนและยังไม่ได้กำหนดว่าจะเสนอ ครม. เมื่อไหร่ และจะเสนออย่างไร โดยขณะนี้หน่วยงานที่รับผิดชอบอยู่ระหว่างขึ้นตอนการพิจารณาถึงรูปแบบการดำเนินการที่เหมาะสม

&amp;ldquo;ถามว่าทำไมต้องมีชิมช้อปใช้ เฟส 4 ก็เพราะหลังจากที่ติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจทั้งในระดับโลก และของไทย จะเห็นว่าแม้เศรษฐกิจโลกจะมีแนวโน้มดีขึ้น แต่การค้าขายของโลกก็ยังวางใจไม่ได้ ยังต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าความต้องการในระดับโลกจะกลับมา อีกทั้งยังมีปัจจัยเสี่ยงใหม่ คือ การแพร่ระบาดของเชื้อไวรันสโคโรนา และความล่าช้าของงบประมาณปี 2563 ทั้งหมดนี้ชี้ถึงความจำเป็นของรัฐบาลที่จะต้องพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เหมาะสมออกมาเพิ่มเติม โดยเรื่องชิมช้อปใช้ เฟส 4 ก็กำลังพิจารณาแนวทางที่เหมาะสมอยู่&amp;rdquo; นายอุตตม กล่าว

ทั้งนี้ จากการประเมินผลของมาตรการชิมช้อปใช้ ถือว่าบรรลุเป้าหมายในการใช้งบประมาณ 1.9 หมื่นล้านบาท เพราะสามารถช่วยดูแลเศรษฐกิจภายในประเทศให้หมุนเวียนได้ผ่านการกระตุ้นการใช้จ่าย ผู้ประกอบการรายกลางและรายเล็กในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศสามารถเดินได้ และยังเป็นผลดีกับภาคการท่องเที่ยวด้วย อีกทั้งยังสร้างความมั่นใจให้กับผู้ประกอบการด้วยว่า ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกกำลังมีปัญหาและส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจไทยนั้น รัฐบาลได้มีมาตรการที่เหมาะสมออกมาดูแล

&amp;ldquo;นอกจากจะบรรลุเป้าหมายในการกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศแล้ว มาตรการชิมช้อปใช้ ยังเป็นการพัฒนาและต่อยอดโครงข่ายดิจิทัลทางการเงินของประเทศ ผ่านระบบพร้อมเพย์ให้กว้างขวางและมีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งรัฐบาลยังได้ข้อมูล จากผู้ที่เข้าร่วมมาตรการกว่า 12 ล้านคน ซึ่งถือเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ที่จะใช้ในการพิจารณาออกนโยบายและมาตรการที่ตอบโจทย์ประชาชนและผู้ประกอบการในระยะต่อไปได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย&amp;rdquo; นายอุตตม กล่าว

อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า กระทรวงการคลังจะเสนอครม. พิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยจะเสนอให้มีการขยายการยืนแบบชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;จากเดิมที่ต้องยื่นภาษีดังกล่าวภายในเดือน มี.ค.2563&amp;nbsp;ให้ขยายเวลาออกไปอีก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เดือน โดยสามารถชำระและยื่นแบบภาษีไปถึงวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มิ.ย.2563&amp;nbsp;เพื่อเป็นการบรรเทาให้กับผู้มีรายได้ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และในช่วงนี้จะได้มีเงินเหลือในการใช้จ่ายเพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56147</URL_LINK>
                <HASHTAG>5 มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ, การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.), ดร.อุตตม สาวนายน, นายอุตตม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200121/image_big_5e26e26476bc9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55484</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/01/2020 08:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2020 08:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไพศาล&#039;ชี้เปรี้ยงเวลานี้ไม่เหมาะกระตุ้นการท่องเที่ยว แนะขุดคลอง-เร่งเลือกตั้งท้องถิ่น ฟื้นเศรษฐกิจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ม.ค. 2563 นายไพศาล พืชมงคล &amp;nbsp;อดีตที่ปรึกษาพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ &amp;nbsp;โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Paisal Puechmongkol ระบุว่า สถานการณ์ยามนี้หากใครคิด จะกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการส่งเสริมการท่องเที่ยวจะเป็นการไม่ฉลาดอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องที่จำเป็นต้องทำเห็นจะมีอยู่ 5อย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 เร่งขุดลอกแหล่งน้ำแม่น้ำสายน้ำและเขื่อน และให้ทำเขื่อนฝายกั้นน้ำ ในแม่น้ำปิงวังยมน่าน และแม่น้ำชีแม่น้ำมูล และให้ทำเขื่อนทุกระยะ 3-5 กิโลเมตร เพื่อป้องกันน้ำท่วมในฤดูฝนและเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง ก็จะมีเงินลงไปในพื้นที่อันกว้างใหญ่ของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 เร่งประกาศตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ 9 แห่งที่ลุงตู่เริ่มไว้ รวมทั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษลุ่มทะเลสาบสงขลา ซึ่งรวม จังหวัด สงขลาพัทลุงนครและสตูล แล้วระดมการลงทุน ให้ได้ 3 ล้านล้าน ตามแนวคิดยุทธศาสตร์ของป๋าเปรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 เร่งเข้าร่วมแผนปฏิบัติการปฏิญญาซันย่าและเชื่อมเส้นทางรถไฟความเร็วสูงหนองคาย-เวียงจันทน์ระยะทางแค่16กม.ให้เร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 เร่งเลือกตั้งท้องถิ่น เงินจะได้ไหลลงไปในพื้นที่ทั่วประเทศโดยเร็ว โดยไม่ต้องใช้เงินกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างอื่นเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ตั้งผู้แทนการค้า 5 คน ในสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นผู้แทนนายกรัฐมนตรีและมีฐานะเท่ากับรัฐมนตรีตามระเบียบ ออกไปทำการค้าขาย 5 ภูมิภาคของโลก ตั้งเป้าหมาย การขาย 500,000 ล้านบาท ระเบียบก็มีอยู่แล้วตำแหน่งก็มีอยู่แล้วทุกอย่างก็มีอยู่แล้ว ทำเมื่อใดก็ได้เมื่อนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5เรื่องนี้ไม่ยากลำบากเหลือบ่ากว่าแรงหรือหนักหนาอะไรเลยครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55484</URL_LINK>
                <HASHTAG>5 มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ, แนะเลิกกระตุ้นการท่องเที่ยว, ไพศาล พืชมงคล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191105/image_big_5dc0ca4e2c04f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
