<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105778</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2021 13:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2021 13:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อีกแล้ว!เด็กภูมิใจไทยถล่มงบเงินกู้5แสนล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มิ.ย.2564 - &amp;nbsp;นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) อภิปรายพระราชกำหนดกู้เงิน 5 แสนล้านบาทว่าสิ่งที่คาดหวังจะได้เห็นจาก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท คือ หวังว่าจะไม่ซ้ำรอยกับการรออก พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ซึ่งมีอยู่ 3 วิธีที่จะแก้ไขปัญหาได้ คือ 1.มีความจริงจังในการแก้ปัญหาสาธารณสุข การกู้เงินใน 2 ครั้งเหมือนกับปัญหาสาธารณสุขมาบังหน้ากู้เงิน การกู้เงินครั้งนี้ ระบบสาธารณสุขได้เงินแค่ 3หมื่นล้านบาท หรือ 6% คือ การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุใช่หรือไม่ ถือว่าไม่เข้าใจการแก้ปัญหาอย่างแท้จริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.จะต้องไม่เยียวยาแบบเดิมเหมือนตอนกู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ที่ใช้เงินเยียวยาไป 7แสนล้านบาท แล้วยังจะขอกู้เงินเพื่อนำไปเยียวยาอีก 3 แสนล้านบาท ถ้าการเยียวยาได้ผลจริง วันนี้คงไม่ต้องมากู้เงินอีก วิธีแก้ปัญหาต้องไม่ใช่การแจกเงิน แต่ต้องสร้างงาน เปลี่ยนจากการเสกเงินเป็นเสกงาน สร้างอาชีพ และ 3.ต้องฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม เพื่ออนาคต การกู้เงินรอบที่แล้ว มีงบฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม 4 แสนล้านบาท แต่กลับถูกโอนไปใช้ในการเยียวยา เหลือเงินในการฟื้นฟูแค่ 2.5 แสนล้านบาท และยังถูกเอาใช้ในโครงการคนละครึ่งอีก 2 แสนล้านบาท เบ็ดเสร็จเหลือเงินเพื่อการฟื้นฟูไม่ถึง 5 หมื่นล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ต้องฟื้นฟูอย่างเอาจริงเอาจังเพื่ออนาคตประเทศ ขอบอกว่า รมว.การคลังและสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติว่า การกู้เงินในนาทีนี้ไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด สิ่งสำคัญกว่านั้นคือ ต้องกู้หน้านายกฯ และรัฐบาล และสิ่งสำคัญที่สุดคือ ต้องกู้ความเชื่อมั่น ถ้ากู้ความเชื่อมั่นกลับมาไม่ได้ ต่อให้กู้เงินอีกเท่าไรก็แก้ปัญหาไม่ได้&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105778</URL_LINK>
                <HASHTAG>5 แสนล้านบาท, กู้เงิน, นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล, พรรคภูมิใจไทย, ภท., ส.ส.บัญชีรายชื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210609/image_big_60c05d11c01cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105777</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2021 13:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2021 13:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เสกสกลอีกแล้ว!เด็กภูมิใจไทยถล่มงบเงินกู้5แสนล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มิ.ย.2564 - &amp;nbsp;นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) อภิปรายพระราชกำหนดกู้เงิน 5 แสนล้านบาทว่าสิ่งที่คาดหวังจะได้เห็นจาก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท คือ หวังว่าจะไม่ซ้ำรอยกับการรออก พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ซึ่งมีอยู่ 3 วิธีที่จะแก้ไขปัญหาได้ คือ 1.มีความจริงจังในการแก้ปัญหาสาธารณสุข การกู้เงินใน 2 ครั้งเหมือนกับปัญหาสาธารณสุขมาบังหน้ากู้เงิน การกู้เงินครั้งนี้ ระบบสาธารณสุขได้เงินแค่ 3หมื่นล้านบาท หรือ 6% คือ การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุใช่หรือไม่ ถือว่าไม่เข้าใจการแก้ปัญหาอย่างแท้จริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.จะต้องไม่เยียวยาแบบเดิมเหมือนตอนกู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ที่ใช้เงินเยียวยาไป 7แสนล้านบาท แล้วยังจะขอกู้เงินเพื่อนำไปเยียวยาอีก 3 แสนล้านบาท ถ้าการเยียวยาได้ผลจริง วันนี้คงไม่ต้องมากู้เงินอีก วิธีแก้ปัญหาต้องไม่ใช่การแจกเงิน แต่ต้องสร้างงาน เปลี่ยนจากการเสกเงินเป็นเสกงาน สร้างอาชีพ และ 3.ต้องฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม เพื่ออนาคต การกู้เงินรอบที่แล้ว มีงบฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม 4 แสนล้านบาท แต่กลับถูกโอนไปใช้ในการเยียวยา เหลือเงินในการฟื้นฟูแค่ 2.5 แสนล้านบาท และยังถูกเอาใช้ในโครงการคนละครึ่งอีก 2 แสนล้านบาท เบ็ดเสร็จเหลือเงินเพื่อการฟื้นฟูไม่ถึง 5 หมื่นล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ต้องฟื้นฟูอย่างเอาจริงเอาจังเพื่ออนาคตประเทศ ขอบอกว่า รมว.การคลังและสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติว่า การกู้เงินในนาทีนี้ไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด สิ่งสำคัญกว่านั้นคือ ต้องกู้หน้านายกฯ และรัฐบาล และสิ่งสำคัญที่สุดคือ ต้องกู้ความเชื่อมั่น ถ้ากู้ความเชื่อมั่นกลับมาไม่ได้ ต่อให้กู้เงินอีกเท่าไรก็แก้ปัญหาไม่ได้&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105777</URL_LINK>
                <HASHTAG>5 แสนล้านบาท, กู้เงิน, นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล, พรรคภูมิใจไทย, ภท., ส.ส.บัญชีรายชื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210609/image_big_60c05d11c01cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105767</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2021 12:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2021 12:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พรรคกล้าแนะใช้เงินกู้5แสนล้านให้ตรงเป้า </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มิ.ย.2564 - &amp;nbsp;นายแสนยากรณ์ สิงห์วีรธรรม รองโฆษกพรรคกล้า กล่าวถึงกรณีพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มเติม 5 แสนล้านบาท ว่าหากกู้เพิ่มอีก 5 แสนล้านบาท สำนักบริหารหนี้สาธารณะระบุว่าหนี้สาธารณะจะอยู่ที่ร้อยละ 58.56 ของจีดีพี หรือ 9.16 ล้านล้านบาท เหลือแค่ร้อยละ 1.44 ก็จะแตะเพดานหนี้สาธารณะที่ร้อยละ 60 ของ GDP แล้ว ดังนั้นการกู้เงินเพิ่มเติมรอบนี้ ต้องเบิกจ่ายให้รวดเร็วเป็นไปตามวัตถุประสงค์การใช้จ่ายให้มากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแสนยากรณ์ กล่าวอีกว่า สำหรับ พ.ร.ก.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาทนั้น เว็บไซต์สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ &amp;nbsp;http://thaime.nesdc.go.th/#Summary รายงานว่าแผนงานช่วยเหลือเยียวยาชดเชยให้กับภาคประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการ วงเงิน 6.85 แสนล้านบาท ผลเบิกจ่าย 6.07 แสนล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 88.64 ของวงเงินแผนงาน แต่แผนงานเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม วงเงิน 2.7 แสนล้านบาท ผลเบิกจ่าย 7 หมื่นล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 26.03 ของวงเงินแผนงาน แล้วยิ่งแผนงานทางการแพทย์และสาธารณสุขเพื่อแก้ไขปัญหาการระบาดโควิด-19 วงเงิน 4.5 หมื่นล้านบาท แต่ผลเบิกจ่ายเพียง 9.5 พันล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 21.21 ของวงเงินแผนงานเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแสนยากรณ์ กล่าวด้วยว่า เวลาผ่านไป 1 ปี แต่การเบิกจ่ายเงินกู้ด้านสาธารณสุขยังล่าช้า ไม่สมกับที่ต้องออกมาเป็น พ.ร.ก. และขอตั้งข้อสังเกตว่าการเบิกจ่ายล่าช้าเกี่ยวข้องกับปัญหาจัดซื้อวัคซีน หรือปัญหาค้างจ่ายเบี้ยเสี่ยงภัยโควิด-19 ให้บุคลากรด้านสาธารณสุขด้วยหรือไม่ จึงฝากว่าการกู้ 5 แสนล้านบาทครั้งนี้ ต้องกำหนดแผนให้ชัดเจนว่าจะนำไปใช้จ่ายอะไรบ้าง ลดขั้นตอนการเบิกจ่ายตามความจำเป็นเร่งด่วน อย่าติดกับดักระบบราชการหลัง หากเทียบเป็นกระสุนแล้ว ยิงต้องตรงเข้าเป้า เพราะครั้งนี้คือการกู้ไม้สุดท้ายแล้ว ถ้ายังยิงไม่ตรงเป้า แล้วต้องกู้เพิ่มอีก คงทะลุเพดานหนี้สาธารณะเป็นหนี้ท่วมประเทศ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105767</URL_LINK>
                <HASHTAG>5 แสนล้านบาท, นายแสนยากรณ์ สิงห์วีรธรรม, พรรคกล้า, พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210609/image_big_60c0523287867.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105766</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2021 12:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2021 12:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไพบูลย์&#039;อวยสุดลิ่มพ.ร.ก.เงินกู้5แสนล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มิ.ย.2564 - ที่รัฐสภามีการประชุมเพื่อพิจารณาพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 เพิ่มเติม พ.ศ.2564 ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ วงเงิน 5 แสนล้านบาท โดยมีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) อภิปรายสนับสนุน พ.ร.ก.เงินกู้ 5 แสนล้านบาทว่า การที่ ครม.ตราพระราชกำหนด มีความจำเป็น การจะไปรอให้ออกเป็นพระราชบัญญัตินั้นช้าไม่ทันการณ์ การแพร่ระบาดโควิดระลอก3 ต่อเนื่องรุนแรง จึงต้องเร่งแก้ไข เยียวยาให้ประชาชนที่กำลังได้รับความทุกข์ อย่างเร่งด่วน ขอชื่นชมนายกฯ ที่กล้าตัดสินใจ เป็นนักปฏิบัติ ออก พ.ร.ก.มาช่วยเหลือประชาชนอย่างทันท่วงที ที่มีการตั้งข้อสังเกต ทำไมไม่รอ พ.ร.บ.งบประมาณ เพราะกว่าจะออกได้คงออกได้ในเดือนตุลาคม แต่ประชาชนรอไม่ได้ และตาม พ.ร.ก.นี้ ช่วยเหลือ เยียวยาประชาชนทุกสาขาอาชีพกว่า 3 แสนล้านบาท อาจทำให้นักการเมืองบางคนเป็นห่วง นายกฯ ช่วยเหลือประชาชนแล้ว คะแนนเสียงเขาจะลดลง ขออย่าเอาการเมืองมาเกี่ยวเลย ในส่วนของวงเงินที่จะมาใช้งานทางสาธารณสุข 3 หมื่นล้านบาท นำไปเน้นทางด้านวัคซีนเป็นส่วนใหญ่ ส่วนตัวขอสนับสนุนการผลิตวัคซีนแอสตร้าฯ ของบริษัทสยามไบโอไซแอนซ์ถือเป็นการมองการณ์ไกล ตอนนี้ก็มีการจัดซื้อวัคซีน ไฟเซอร์ จอหน์สันแอนด์จอห์นสัน ตามที่ประชาชนอยากได้ เมื่อนายกฯประกาศวัคซีนเป็นวาระแห่งชาติ เราจะพ้นวิกฤตินี้ไปได้แน่นอน &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การดูแลรักษาผู้ติดเชื้อโควิดของประเทศไทย นำหน้าหลายประเทศ สิ่งเหล่านี้เกิดจาก นายกฯที่เป็นนักปฏิบัติ ส่วนฝ่ายโจมตีก็โจมตีไป แต่ทั้งหมดพิสูจน์ด้วยข้อเท็จจริง ในเรื่องวัคซีน ประเทศไทย เราชนะแน่ในสงครามโควิด เรามีทั้งโรงงานผลิตวัคซีนดีเยี่ยมติดอันดับโลก ส่วนเรื่องฟื้นฟูเศรษฐกิจ 1.7แสนล้านบาทนั้น จะรอจากพรบ.งบประมาณรายจ่ายไม่ได้ ทั้งนี้ตาม พ.ร.ก.เงินกู้ 5แสนล้านบาท และรวมกับ พ.ร.บ.รายจ่ายประจำปี ยังไม่เกิน60 เปอร์เซ็นต์ ถือว่าต่ำมาก หากเทียบกับบางประเทศสูงไปถึง 200 เปอร์เซ็นต์ แต่ของเรายังควบคุมสัดส่วนเงินกู้ให้อยู่ในระดับปกติได้ หากเรารอ พ.ร.บ.รายจ่ายประจำปี เปรียบเหมือนรอน้ำไกล กว่าจะใช้ได้อีก 5 เดือน ประชาชนรอไม่ได้ ส.ส.ไม่รู้ หรือแกล้งไม่รู้ว่า ประชาชนล้วนรอความช่วยเหลือเม็ดเงินที่จะเป็นกำลังใจ ส่งไปให้ พ.ร.ก.เงินกู้ฉบับนี้ ประชาชนต่างรออยู่ ถ้าไม่มี พ.ร.ก.เงินกู้มา ประชาชนจะอยู่อย่างไร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นายกฯ แม้จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากนักการเมือง ขอให้นายกฯตระหนักว่า ประชาชนส่งกำลังใจ มีความหวัง ที่จะได้รับความช่วยเหลือจากท่าน ถ้าไม่ท้อถอย มุ่งมั่นอย่างนี้ เอาความเดือดร้อนประชาชนเป็นเป้าหมายแก้ไขให้หมดสิ้นไป ท่านทำให้ประชาชน ไม่ต้องกลัวใคร คนดีทองแท้ย่อมไม่กลัวไฟ ขอให้ส.ส.ที่เป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ช่วยกันออกเสียงลงมติเห็นชอบ พ.ร.ก.เงินกู้ ก็ถือว่าได้ทำหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างแท้จริงแล้ว&amp;rdquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105766</URL_LINK>
                <HASHTAG>5 แสนล้านบาท, กู้เงิน, นายไพบูลย์ นิติตะวัน, พรรคพลังประชารัฐ  (พปชร.), พระราชกำหนด, รัฐสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210609/image_big_60c04867de7a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105765</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2021 12:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2021 12:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน!เพื่อไทยไม่เอาด้วยกู้5แสนล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มิ.ย.2564 - ที่รัฐสภามีการประชุมเพื่อพิจารณาพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 เพิ่มเติม พ.ศ.2564 ตามที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ วงเงิน 5แสนล้านบาท โดยมีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) เป็นคนแรกว่า รัฐบาลโดยกระทรวงการคลังขอให้สภาพิจารณา พ.ร.ก.เงินกู้ 5 แสนล้านบาท เหมือนเป็นการตีเช็คเปล่าให้นายกฯ ไปใช้ โดยไม่มีรายละเอียด ตาม 3 แผนงานหลัก ที่ระบุว่าจะนำไปใช้งานด้านสาธารณสุข การแพทย์ จำนวน 3 หมื่นล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเยียวยาประชาชน 3 แสนล้านบาท และเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจ 1.7 แสนล้านบาท เมื่อปีที่แล้ว การกู้เงินของรัฐบาล 1 ล้านล้านบาท สาธารณสุขได้รับการจัดสรรมา 3 หมื่นล้านบาท แต่ในส่วนของการบริหารจัดการอุปกรณ์การแพทย์ ยาและวัคซีน มาอย่างล่าช้า เครื่องช่วยหายใจ โรงพยาบาลที่จะรักษาไม่เพียงพอ ประชาชนที่ติดเชื้อนอนรอเตียง รอรถพยาบาลมารับไปรักษา เป็นไปอย่างล่าช้า จนเกิดความสูญเสีย สะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลมีเงิน แต่กลับบริหารล้มเหลวทางการบริหารจัดการ ขณะที่วงเงินการเยียวยา 3 แสนล้านในปีที่แล้วที่ตั้งไว้ เน้นที่จะไปแจกเพียงอย่างเดียว มีใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ หากใช้เงินให้เกิดประสิทธิภาพ คนต่างจังหวัดที่เดือดร้อน ไม่เฉพาะโควิด แต่ยังเจอโรคการแพร่ระบาดในวัว โรคลัมปีสกิน ไม่มีการหาวัคซีนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร &amp;nbsp;สำหรับการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม พบว่า มีการอนุมัติน้อยมาก เพียง 7.1 หมื่นล้านเป็นเพียงร้อยละ28 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ที่บอกจะนำไปฟื้นฟู ขอถามว่าทำไมเศรษฐกิจแย่ลง จีดีพีลดลง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธพงศ์กล่าวว่า การออก พ.ร.ก.เงินกู้ 5 แสนล้านบาทครั้งนี้ เอาไปใช้ช่วยเหลือ 3 ด้านเหมือนปีที่แล้ว พรก.เงินกู้นั้น ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน การแพร่ะระบาดไวรัสโควิดเกิดตั้งแต่ มี.ค.2563 ปัญหายังไม่จบ จึงขอเสนอให้เปลี่ยนจาก พ.ร.ก.เงินกู้ 5 แสนล้านบาท มาเป็น พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายกลางปี 2564 เพื่อให้สภาตรวจสอบรายละเอียดได้ เพื่อให้เกิดประโยชน์ ความคุ้มค่าสูงสุด เพราะการกู้เงิน 5 แสนล้านบาทมานั้น ประชาชนจะต้องร่วมเป็นหนี้ ร่วมกันใช้หนี้ในอนาคต เรามี พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐพ.ศ.2561 ที่ป้องกันการใช้จ่ายเงินเกินตัว นายกฯ เคยประกาศนโยบาย การเงินการคลังของรัฐการกำหนดกรอบหนี้สาธารณะ เพื่อใช้เป็นกรอบในการบริหารหนี้สาธารณะต่อจีดีพี ต้องไม่เกินร้อยละ 60 แต่สุดท้ายวันนี้ กลับมากู้เพิ่ม ทั้งที่ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ของเดิมเงินยังเหลือ 2.9หมื่นล้านบาท ที่ยังใช้ได้ ส่วนก้อนใหม่ 5แสนล้านบาท ในสิ้นปีงบประมาณ ก.ย. คงใช้ไม่เกิน 1 แสนล้านบาท เพราะใช้ไม่ทัน ขอให้ไปเปลี่ยน พ.ร.ก.เงินกู้จาก 5 แสนล้านบาท มาเป็น พ.ร.บ.งบประมาณกลางปี2564 จะได้ให้สภาตรวจสอบ ให้เกิดความคุ้มค่าจากเม็ดเงินที่ได้ไปกู้มา รวมทั้งมีการนำงบกลางไปใช้ในเรื่องไม่จำเป็น แต่ในเรื่องจัดหาวัคซีน บอกจะมาใช้เงินกู้ จึงไม่เห็นด้วยกับ พ.ร.ก.เงินกู้&amp;rdquo;นายยุทธพงศ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105765</URL_LINK>
                <HASHTAG>5 แสนล้านบาท, กู้เงิน, นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร, พระราชกำหนด, รัฐสภา, ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210609/image_big_60c0482f32c1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105764</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2021 11:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2021 11:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขุนคลังรับถังแตก!จำเป็นต้องกู้5แสนล้านมาสู้โควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มิ.ย.2564 - ที่รัฐสภามีการประชุมเพื่อพิจารณาพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 เพิ่มเติม พ.ศ.2564 ตามที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ วงเงิน 5แสนล้านบาท โดยมีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังชี้แจงว่า ที่ผ่านมารัฐบาลได้แก้ไขสถานการณ์แพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 มาต่อเนื่องผ่านแหล่งเงินภายใต้กรอบกฎหมายที่มีอยู่ แต่พบว่ายังไม่เพียงพอต่อการแก้ปัญหาการระบาดในระลอกใหม่ได้ เงินทุนสำรองจ่ายที่เหลืออยู่ มีไม่เพียงพอ ขณะที่การจัดทำงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมปี 2564 นั้น รัฐบาลไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากการจัดเก็บรายได้ปี 2564 มีข้อจำกัดและได้รับผลกระทบจากการระบาดจากเชื้อโควิด-19 หากจะรอแหล่งเงินจากงบประมาณปี 2565 จะไม่ทันต่อการแก้ไขปัญหาการระบาดระลอกใหม่ ดังนั้นเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประเทศกลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว รัฐบาลมีความจำเป็นต้องใช้เงินอย่างเร่งด่วนเพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาดเชื้อโควิด ซึ่งงบประมาณดังกล่าวไม่อาจดำเนินการให้ได้มาโดยวิธีงบประมาณปกติ จึงเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีจำเป็นเร่งด่วน มิอาจหลีกเลี่ยงได้ เป็นทางเลือกสุดท้ายของรัฐบาลในการตราพ.ร.ก.ฉบับนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอาคมกล่าวว่า พ.ร.ก.กู้เงินฉบับนี้ มีสาระสำคัญคือ การให้อำนาจกระทรวงการคลังมีอำนาจกู้เงินบาทหรือเงินตราต่างประเทศในวงเงินไม่เกิน 5 แสนล้านบาท โดยต้องลงนามในสัญญากู้เงินหรือออกตราสารหนี้ ภายในวันที่ 30 ก.ย.2565 เพื่อนำเงินไปใช้จ่ายใน 3 แผนงานคือ 1.แผนงานที่มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ปัญหาการระบาดเชื้อโควิด-19 เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ยารักษาโรค วัคซีน วงเงิน 3หมื่นล้านบาท 2.แผนงานที่มีวัตถุประสงค์ช่วยเหลือ เยียวยา และชดเชย แก่ประชาชนทุกสาขาอาชีพ วงเงิน 3แสนล้านบาท 3.แผนงานเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อโควิด-19 วงเงิน 1.7แสนล้านบาท การตราพ.ร.ก.ฉบับนี้ รัฐบาลตระหนักถึงวินัยการเงินการคลังของประเทศ ความคุ้มค่า ความโปร่งใสในการใช้จ่ายเงินกู้ มีการกำหนดกรอบการใช้เงินที่สอดคล้องกับกฎหมายวินัยการเงินการคลังอย่างรอบคอบรัดกุม รัฐบาลไทยและรัฐบาลทั่วโลกได้กู้เงินเพื่อแก้ปัญหาเยียวยา ฟื้นฟูเศรษฐกิจ ทำให้สิ้นปี2564 ระดับหนี้ภาครัฐบาลของโลกคาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นอยู่ที่ 92 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 2,760 ล้านล้านบาท ทั้งนี้ตัวเลขหนี้ของไทย &amp;nbsp;สิ้นเดือน เม.ย.2564 อยู่ที่ร้อยละ 50.69 ต่อจีดีพี ยังต่ำกว่ากรอบเพดานหนี้สากล โดยระดับหนี้สาธารณะที่เหมาะสมของแต่ละประเทศ ไม่มีระดับตายตัว ขึ้นอยู่กับบริบทและปัจจัยที่แตกต่างกัน ดังนั้นการกู้เงินเพื่อช่วยเหลือเยียวยาประชาชน จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่รัฐบาลมีเจตนาเพื่อให้ประเทศผ่านพ้นวิกฤติไปให้ได้ การก่อหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้น กระทรวงการคลังจะทำด้วยความรอบคอบ อยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลัง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105764</URL_LINK>
                <HASHTAG>5 แสนล้านบาท, กู้เงิน, นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ, พระราชกำหนด, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, รัฐสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210609/image_big_60c04845e6e75.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104196</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2021 09:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/05/2021 09:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘วิษณุ’ยันพ.ร.ก.กู้เงิน5แสนล้านถูกต้องตามกฎหมายเป๊ะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 พ.ค.2564 - &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีต รมว.การคลัง พร้อมด้วยคณะแกนนำกลุ่มสามัคคีประชนเพื่อประเทศไทย ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองสูงสุด ให้พิจารณาและมีคำสั่งเพิกถอนมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 18 พ.ค.2564 ที่เห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอให้ออกร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดระลอกใหม่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. ... วงเงินไม่เกิน 5 แสนล้านบาท และมติ ครม.เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 63 ที่มีมติเห็นชอบ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา พ.ศ.2563 หรือ พ.ร.ก.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท ว่า เรื่องดังกล่าวคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ชี้แจงแล้วว่าเรื่องนี้ได้ตรวจสอบตั้งแต่ต้นแล้ว และยังคิดไม่ออกว่าเกี่ยวข้องอะไรกับศาลปกครอง เพราะในรัฐธรรมนูญเขียนไว้อย่างชัดเจนว่าถ้าจะดำเนินการร้องต้องไปร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ แต่ทั้งนี้ พอรู้เหตุผลที่ผู้ร้องไปร้องต่อศาลปกครอง เพราะเขาไม่รู้ว่าจะมีการประกาศออกมาเมื่อไหร่ จึงได้ร้องให้มีการเพิกถอนมติของ ครม. แต่เรื่องมันเกินมติ ครม. ไปแล้ว อย่างไรก็ตาม การยื่นเรื่องต่อศาลปกครองนั้นไม่ได้ถือว่าผิด เพียงแต่เขาต้องการให้มีการเพิกถอน แต่เมื่อเป็น พ.ร.ก.แล้วศาลปกครองเพิกถอนไม่ได้ แต่ถ้าเป็นมติของ ครม. ศาลปกครองถึงจะมีอำนาจเพิกถอนได้ แต่ผู้ร้องคิดว่าเป็นมติ ครม. จึงไปร้องต่อศาลปกครอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า ในทางกฎหมายถือว่าเป็นการร้องผิดศาลหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ผิดถ้าเขาต้องการให้เพิกถอน แต่เมื่อเป็น พ.ร.ก.แล้ว ศาลปกครองเพิกถอนไม่ได้ แต่ถ้าหากเป็นมติ ครม. ศาลปกครองสามารถเพิกถอนได้ เขาคงนึกว่าเป็นมติ ครม. ซึ่งไม่ใช่ เพราะในความเป็นจริงเป็น พ.ร.ก.ไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เลขาคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ชี้แจงว่ากระบวนการและขั้นตอนถูกต้องทุกอย่าง และที่สำคัญที่มีการร้องว่าไม่มีอำนาจนั้น มีอำนาจตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) วินัยการเงินการคลัง ซึ่งมีมาตราที่เกี่ยวข้องกำหนดไว้อยู่ ซึ่งเรื่องนี้มีการเช็กและตรวจสอบตั้งแต่ พ.ร.ก.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาทแล้วที่มีการบอกไว้ชัดเจนว่า มาตรา 53 สามารถกู้เงินได้โดยวิธีการนี้ ทุกอย่างจึงเข้าตามหลักเกณฑ์ทั้งหมด และทำตามขั้นตอนเช่นเดียวกับกรณี พ.ร.ก.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาททุกอย่าง&amp;rdquo;นายวิษณุ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า จำเป็นต้องพิจารณาก่อนร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่จำเป็น เรื่องนี้สภาจะพิจารณาหลังร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ เพราะการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณนั้นต้องพิจารณาให้เสร็จภายในเวลา 105 วัน นับตั้งแต่วันที่ส่งร่างให้กับสภา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104196</URL_LINK>
                <HASHTAG>5 แสนล้านบาท, กู้เงิน, นายวิษณุ เครืองาม, รองนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210526/image_big_60adb02280ad7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
