<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120288</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2026 13:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 11:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชัยวุฒิ&#039;ชู 5G จิ๊กซอว์สำคัญดันจีดีพีโต คาดหนุนจ้างงานเพิ่ม 1.3 แสนตำแหน่งในอีก 10ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
20 ต.ค. 2564 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า เทคโนโลยี 5G จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทย และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในเวทีโลก โดยจะเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นจากการพัฒนาภาคอุตสาหกรรม การค้าการลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยคาดว่า 5G จะช่วยเพิ่มมูลค่า GDP ให้กับประเทศไทย ได้ไม่ต่ำกว่า 5.5 เท่าภายในปี 2578&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การประยุกต์ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี 5G จะถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ&amp;nbsp;ufa888goal มีการใช้ IOT ต่างๆ &amp;nbsp;ในระบบเกษตรอ้จฉริยะ (สมาร์ทฟาร์ม) เป็นต้น โดยคาดว่าภายในปี 2573 ตลาด 5G ในประเทศจะมีมูลค่ากว่า&amp;nbsp;


fifa356 6.5 แสนล้านบาท และสร้างการจ้างงานใหม่ด้านดิจิทัลกว่า 130,000 ตำแหน่ง เนื่องจากการใช้งานสมาร์ทโฟนที่มากขึ้น และการใช้งานอุปกรณ์อัจฉริยะที่ต้องอาศัย 5G ในภาคอุตสาหกรรม มีการใช้โดรนเชิงพาณิชย์ และสื่อบันเทิงต่างๆ จะมาใช้การสตรีมมิ่งผ่าน 5G&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นี่เป็นเรื่องสำคัญ เราเชื่อว่าการขับเคลื่อน GDP ของประเทศต้องเกิดจากเทคโนโลยี &amp;nbsp;5G และการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้&amp;nbsp;


bnk789&amp;nbsp; ถ้าเราไม่ทำ สิ่งต่างๆ จะเกิดขึ้นไม่ได้ และทำให้เกิดการเสียโอกาสไปหลายแสนล้านบาท &amp;nbsp;ถ้าเราไม่ขับเคลื่อน 5G ให้พร้อมกับการแข่งขันเวทีโลก&amp;rdquo; นายชัยวุฒิกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ในส่วนของภาคของประชาชนซึ่งเป็นผู้ใช้งาน ก็จะได้รับประโยชน์จากการที่ภาครัฐเดินหน้าลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการผลักดันให้ขยายเครือข่าย 5G ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ&amp;nbsp;


save168 ซึ่งจะทำให้มีแบนด์วิธที่เพิ่มขึ้น มีต้นทุนค่าใช้จ่ายในการใช้บริการสื่อสารข้อมูล (ดาต้า) ที่ต่ำลง และรองรับการใช้งานรูปแบบใหม่ๆ ได้มากขึ้น ทำให้คนไทยสะดวกสบายขึ้น ในการติดต่อสื่อสาร รวมถึง 5G ที่ทำให้ผู้ใช้บริการเข้ามาในระบบได้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยวุฒิ กล่าวย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยี 5G และนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับประชาชน&amp;nbsp;


สล็อต เพราะเชื่อว่าสิ่งนี้เป็นหัวใจในการพัฒนาประเทศ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล ในการขับเคลื่อนการเติบโตเศรษฐกิจภายในประเทศให้ GDP ก้าวไปข้างหน้าได้ และที่สำคัญเป้าหมายสูงสุดไม่ได้มีแค่เศรษฐกิจเติบโต แต่ยังคาดหวังว่าประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางของเมืองอัจฉริยะในภูมิภาคอาเซียนนี้ให้ได้อย่างแท้จริง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120288</URL_LINK>
                <HASHTAG>5G, จีดีพี, จ้างงาน, ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์, ดีอีเอส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_616f9f12ac5f1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111537</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2021 15:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2021 15:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>AIS  ผนึก ออมรอน ดัน 5G หนุนยกระดับโรงงานอัจฉริยะ 4.0</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ค. 2564 นายธนพงษ์ อิทธิสกุลชัย หัวหน้าคณะผู้บริหาร กลุ่มลูกค้าองค์กร&amp;nbsp; AIS Business กล่าวว่า &amp;ldquo;จากแผนงานของ AIS ที่มุ่งขยายศักยภาพ 5G เพื่อร่วมยกระดับภาคอุตสาหกรรมและภาคการผลิตนั้น เรายังคงเดินหน้าเชื่อมต่อการทำงานจากภาคส่วนต่างๆ เพื่อให้ดิจิทัลเทคโนโลยีเข้าไปมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนการทำงานของภาคอุตสาหกรรมในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำงานร่วมกับพันธมิตรที่จะนำมาซึ่งความแข็งแกร่งของทั้งสองฝ่าย สู่เป้าหมายที่จะร่วมทำให้ภาคอุตสาหกรรมและภาคการผลิตมีเทคโนโลยีเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อน โดยเฉพาะในช่วงระหว่างการแพร่ระบาดที่ต่างต้องปรับตัวให้มีความพร้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครั้งนี้จึงนับว่าเป็นอีกความร่วมมือครั้งสำคัญของ AIS กับพันธมิตรที่มีความแข็งแกร่งด้านวิศวกรรมบนระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์อุตสาหกรรมเพื่อการผลิต อย่าง ออมรอน (OMRON) ที่ครั้งนี้เป็นการนำเทคโนโลยีการสื่อสาร ประยุกต์การเชื่อมต่อเทคโนโลยีการผลิต ผนวก Information Technology (IT) กับ Operation Technology (OT) อย่างไร้ขีดจำกัด และจะได้ร่วมกันสร้างโซลูชั่นใหม่ ยกระดับภาคการผลิตสู่การเป็น Smart Manufacturing อย่างสมบูรณ์ เพิ่มคุณภาพ ลดต้นทุนการผลิต บนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล AIS 5G ที่มีออกแบบได้ตามความต้องการใช้งานในรูปแบบเครือข่ายเฉพาะ (Private Network) เพิ่มคุณสมบัติด้านความปลอดภัยของข้อมูล เพิ่มความเร็ว ลดความหน่วง (Latency) เพื่อการรองรับการทำงาน IoT ได้อย่างเต็มรูปแบบ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยการลงนามความร่วมมือ (MOU) ครั้งนี้ระหว่าง AIS และออมรอน (OMRON) จะเปิดขีดความสามารถใหม่ที่ยั่งยืนให้กับผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม บนโครงสร้างพื้นฐาน 5G และดิจิทัลเทคโนโลยีที่ช่วยปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิต อาทิ ความสามารถในการผลิตสินค้าที่มีความหลากหลายและยืดหยุ่นต่อข้อกำหนด (Flexible Manufacturing) การลดต้นทุนการผลิตสินค้าจำนวนน้อย (Small Lot Size Production) การสอบย้อนกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรม (Traceability) และระบบซ่อมบำรุงเชิงรุก (Predictive Maintenance) ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ด้วยโซลูชันบนโครงสร้างพื้นฐาน 5G Private Network ที่เพิ่มความปลอดภัย ภายใต้การลงทุนที่เหมาะสม สามารถควบคุมต้นทุนได้ในขณะที่ยังคงความสามารถในการผลิต และการแข่งขัน หรือแม้แต่ในเรื่องของการจัดการวัตถุดิบให้ถูกต้อง รวมถึงการนำเทคโนโลยีควบคุมระยะไกลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ เพิ่มความแม่นยำ ลดเวลาสิ้นเปลืองการใช้แรงงานทำให้บุคลากรสามารถใช้เวลากับการทำงานด้านอื่นได้มากขึ้น ซึ่งทั้งหมดคือภาพของภาคการผลิตแบบอัจฉริยะ หรือ Smart Manufacturing ทั้งนี้จึงเกิดเป็นโซลูชั่นต้นแบบที่จะสร้างประโยชน์จากการนำศักยภาพของทั้งสองมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ&lt;/p&gt;


	หุ่นยนต์รถลำเลียงอัจฉริยะ Autonomous Mobile Robot (AMR) อาศัยแผนที่ในการกำหนดเส้นทาง โดยไม่ต้องตีเส้น ซึ่งการสร้างแผนที่จะให้การทำงานรวดเร็ว ง่ายดาย ที่ตัวอุปกรณ์จะมีเซนเซอร์สแกนพื้นที่โดยรอบบริเวณแล้วนำข้อมูลที่ได้มาสร้างเป็นแผนที่ในการลำเลียงสิ่งของ บนเครือข่าย 5G Private Network
	สายการผลิตแบบยืดหยุ่น Layout-free Production Line การนำเสนอโซลูชั่นที่สามารถสร้างสายการผลิตแบบยืดหยุ่น โดยสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความต้องการการผลิตและสภาพแวดล้อมของพื้นที่รวมถึงข้อจำกัดอื่นๆ รองรับความต้องการของการจัดสายงานการผลิตที่หลากหลาย สามารถออกแบบให้เหมาะสม ปรับเปลี่ยนได้อย่างรวดเร็วตามรูปแบบ การใช้งาน
	การตรวจจับด้วย Sensors ด้วยอุปกรณ์หรือกล้องความละเอียดสูง เก็บข้อมูลที่เกิดขึ้นในกระบวนการผลิต เครื่องจักรในพื้นที่โรงงาน และนำไปประมวลผลด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อใช้คาดการณ์ความผิดปกติ เป็นข้อมูลในการตรวจสอบและแก้ไขก่อนเกิดปัญหาต่างๆ ได้ทันที&amp;nbsp; &amp;nbsp;
	&amp;nbsp;


&lt;p&gt;นางสาวศิริวรรณ คูอัมพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ออมรอน อีเลคทรอนิคส์ จำกัด กล่าวเสริมว่า &amp;ldquo;ออมรอน ในฐานะผู้นำด้านให้บริการด้านเทคโนโลยีด้านการผลิตทั้งสินค้า บริการ ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ ให้กับภาคอุตสาหกรรมมาอย่างยาวนาน ครอบคลุมกลุ่มลูกค้าทั้ง ยานยนต์,ผู้ผลิตชิ้นส่วน กลุ่มอีเลคทรอนิค์-เครื่องใช้ไฟฟ้า, กลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วน-เซมิคอนดัคเตอร์ ตลอดจน อาหาร เครื่องดื่ม เครื่องอุปโภค และยา ความร่วมมือกับ AIS ในครั้งนี้จึงเป็นอีกครั้งสำคัญของ ออมรอน ที่จะเดินหน้ายกระดับเทคโนโลยีโซลูชั่น ด้วยการเชื่อมต่อข้อมูลที่เร็วและเสถียรภายใต้การทำงานของ 5G ซึ่งข้อมูลจะถูกเชื่อมโยงอย่างกว้างขวางไม่ว่าจะเป็นแง่พื้นที่หรือความครอบคลุมของสัญญาน ความหลากหลายของอุปกรณ์ตั้งแต่เซนเซอร์จนถึงหุ่นยนต์ ทุกหน่วยการผลิตจะสามารถเชื่อมโยงกับระบบการจัดการได้ด้วยความปลอดภัยภายใต้ 5G Private Network&amp;nbsp; เพื่อให้ตอบโจทย์การทำงานแบบ Industry 4.0 ซึ่งถือว่าเป็นแนวทางหลักของการขับเคลื่อนประเทศ ซึ่งเรามีความคาดหวังที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการทำให้โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลเทคโนโลยีในภาคส่วนของอุตสาหกรรมมีความแข็งแกร่งผ่านการใช้ศักยภาพของทั้ง 2 ฝ่าย โดยเฉพาะในส่วนของการผลิตที่เราจะเข้าไปเพิ่มขีดความสามารถยกระดับการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นนำพาลูกค้าก้าวไปสู่อนาคตด้วยเทคโนโลยี 5G&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111537</URL_LINK>
                <HASHTAG>5G, AIS Business, ธนพงษ์ อิทธิสกุลชัย, ออมรอน (OMRON), โรงงานอัจฉริยะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210729/image_big_610267e47d562.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95913</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/03/2021 00:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/03/2021 08:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยกบ้านฉางเป็นโมเดลนำร่องสมาร์ตซิตี้ในอีอีซี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มี.ค. 2564 นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) เปิดเผยภายหลังการเปิดตัว&amp;quot;บ้านฉาง เมืองต้นแบบ 5G แห่งแรกของประเทศไทย&amp;quot; โดยได้ร่วมกับบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จํากัด (มหาชน) หรือ เอ็นที ว่าพื้นที่เขตพัฒนาพิเศาภาคตะวันออก (อีอีซี) ได้นำระบบ 5G มาใช้ในอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว ซึ่งนำร่องเมืองสมาร์ทซิตี้บ้านฉางด้ายระบบ 5G เป็นแห่งแรกของไทย และของอาเซียน โดยได้เริ่มวางเสาสัญญาณ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ไปแล้ว 5 ตัน และจะทยอยให้ครบ 160 ต้น ภายใน 3 เดือน ซึ่งจะครองคลุมพื้นที่เมืองบ้านฉางทั้งหมด ส่วนงบประมาณที่ใช้ในโครงการนี้ประมาณ 300 ล้านบาท &amp;nbsp;โดยสัดส่วนการลงทุนจะแบ่งเป็น 3 ฝ่าย คือ เทศบางเมืองบ้านฉางประมาณ 30% เอ็นที 30% และจากรัฐบาล 40%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ มองว่าการที่ไทยเป็นผู้นำในเรื่องระบบ 5G ของอาเซียน และหากเดินหน้าวางระบบได้ตามเป้าหมาย ก็คาดว่าจะทำให้เกิดเม็ดเงินลงทุนในการใช้อุปกรณ์ 5G และธุรกิจใหม่ๆ อีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งตัวเลขที่ผู้เชี่ยวชาญต่างชาติได้ประเมิณว่าในเอเชียจะมีมูลค่าในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ 5G กว่า 10.5 ล้านล้านบาท ภายในปี 2569 ซึ่งคาดว่าในจำนวนนี้จะเป็นเม็ดเงินที่อยู่ในประเทศเทศไทยไม่ต่ำกว่า 5% หรือกว่า &amp;nbsp;5 แสนล้านบาทต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย เม็ดเงินหลัก ๆ จะมาจากการใช้ 5G ในภาคอุตสาหกรรม ในการลงทุนระบบหุ่นยนต์ เครื่องจักรอัตโนมัติ เซ็นเซอร์ต่างๆ โดยได้รับการยืนยันจสกนักลงทุนทั้งญี่ปุ่นและจีนแล้วว่าจะทำให้โรงงานประหยัดต้นทุนได้มากกว่า 30% และหากโรงงานในอีอีซี ที่มีกว่า 10,000 โรงงาน จะเกิดการลดต้นทุนได้อย่างมหาศาล เกิดการลงทุนในระบบ 5G และเกิดประสิทธิภาพการผลิตที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งยังจะเกิดธุรกิจใหม่ ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การนำฐานข้อมูลขนาดใหญ่ หรือบิ๊กดาต้า ที่เก็บรวบรวมผ่านระบบ 5จG และระบบปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ไปให้บริการด้านการตลาด การดำเนินธุรกิจ การให้บริการ ทั้งด้านสุขภาพ ความปลอดภัย ระบบรถยนต์อัตโนมัติ และบันเทิง ซึ่งทั้งหมดนี้จะทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างก้าวกระโดด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สาเหตุที่เลือก อ.บ้านฉางเป็นพื้นที่นำร่องสมาร์ทซิตี้ 5จี แห่งแรก ก็เพราะว่าเทศบาลเมืองบ้านฉาง และคนในพื้นที่มีความตื่ตตัวและความพร้อมสูงมาก โดย 3-4 ปีก่อนหน้านี้ บ้านฉางได้รวมตัวกันทำแผนเมืองอัจฉริยะไว้แล้ว และเมื่อ เอ็นที ได้วางโครงข่ายระบบ 5G เสร็จแล้ว ทำให้เดินหน้าวางเสาสัญญาณ และระบบบริหารจัดการสมาร์ทซิตี้ ได้ทันที ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนแปลงคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่กว่า 1 หมื่นคนให้ดีขึ้น โดยโครงการนี้เป็นการนำร่อง หากประสบความสำเร็จก็จะสามารถขยายโมเดลดังกล่าวไปในพื้นที่อื่น ๆ ได้ง่ายขึ้น&amp;quot;นายคณิศ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95913</URL_LINK>
                <HASHTAG>5G, บ้านฉาง, สมาร์ตซิตี้, อีอีซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210313/image_big_604b9ffc6bd35.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67884</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2020 12:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2020 12:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทรู 5G ดึง อเล็กซ์ เรนเดลล์ ร่วมพัฒนาต้นแบบรถพยาบาลช้างอัจฉริยะ พร้อมมอบซิม 5G Ready 600 ซิม เพื่อช่วยผู้ได้รับผลกระทบวิกฤตโควิด-19 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงเทพฯ 5 มิถุนายน 2563 &amp;ndash; กลุ่มทรู เดินหน้านำอัจฉริยภาพของเทคโนโลยี 5G เติมเต็มการใช้ชีวิตสู่โลกใหม่ที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนในมิติของสิ่งแวดล้อม ภายใต้ &amp;ldquo;True 5G World of Environment&amp;rdquo; โดยล่าสุดจับมือ &amp;lsquo;อเล็กซ์ เรนเดลล์&amp;rsquo; ฮีโร่ต้นแบบโลกใหม่ที่ยั่งยืนแห่งเกษตรกรรมและสิ่งแวดล้อม ร่วมพัฒนา Use Case True 5G ต้นแบบรถพยาบาลช้างอัจฉริยะที่จะนำเทคโนโลยีอัจฉริยะทรู 5G ส่งสัญญาณภาพความละเอียดสูงผ่านกล้องมอนิเตอร์ที่ติดในรถพยาบาลช้าง เพื่อช่วยติดตามอาการของช้าง และสามารถปฐมพยาบาลเบื้องต้นตามคำแนะนำแบบเรียลไทม์ของสัตวแพทย์ระหว่างการเดินทางไปโรงพยาบาล ช่วยให้การรักษาช้างทันท่วงทีมากขึ้น รวมทั้งการติดตั้งอุปกรณ์ Tracking เพื่อตรวจสอบเส้นทางรถพยาบาล นอกจากนี้ กลุ่มทรู โดย นายธวัชชัย ฤกษ์สำราญ รองผู้อำนวยการธุรกิจโมบายล์ และคณะกรรมการยุทธศาสตร์ 5G (ที่ 2 จากซ้าย) พร้อมด้วยนายประพาฬพงษ์ มากนวล (ซ้ายสุด) รองผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรมองค์กรเพื่อสังคม บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ส่งมอบซิม 5G Ready จำนวน 600 ซิม ให้แก่อเล็กซ์ เรนเดลล์ (ที่ 2 จากขวา) ฮีโร่ต้นแบบที่สะท้อนบทบาทของเทคโนโลยี True 5G ในการเปลี่ยนแปลงโลกอย่างยั่งยืน และ น.สพ.ดร. บริพัตร ศิริอรุณรัตน์ (ขวาสุด) กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีอีซี (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด -19 ตามเส้นทาง &amp;lsquo;โครงการรถพยาบาลช้าง ปันสุข&amp;rsquo; พร้อมเตรียมเปิดแพลตฟอร์มเพิ่มช่องทางการรับบริจาคผ่านทรูมันนี่ วอลเล็ท เพื่อช่วยเหลือช้างต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;lsquo;โครงการรถพยาบาลช้าง ปันสุข&amp;rsquo; เป็นโครงการที่อีอีซี (ประเทศไทย) และกองทุนวิจัยและอนุรักษ์ช้างไทย จัดทำขึ้นเพื่อที่จะช่วยเหลือสัตว์ป่า และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด -19 โดยนำรถพยาบาลช้าง มาใช้ในการรับ-ส่งถุงยังชีพ ให้กับคนไทยพลัดถิ่น กลุ่มควานช้าง ชาวประมง และอื่นๆ ในพื้นที่เขาใหญ่, ระนอง, สุราษฎร์ธานี, พังงา, ภูเก็ต, กระบี่, สมุย และเส้นทางอื่นๆ ทั่วประเทศไทย เป็นระยะเวลา 6 เดือน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67884</URL_LINK>
                <HASHTAG>5G, กลุ่มทรู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200605/image_big_5ed9d95eecfc2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59458</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2020 14:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2020 13:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>CAT ร่วมมือ MEA ต่อยอดโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมสู่การพัฒนาธุรกิจดิจิทัลและ 5G</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกีรพัฒน์ เจียมเศรษฐ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA ร่วมกับ พันเอก สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT ลงนามในบันทึกความเข้าใจการศึกษาความเป็นไปได้ในการดำเนินธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน ณ ห้องประชุม 808 ชั้น 8 อาคารสำนักงานใหญ่ CAT ถนนแจ้งวัฒนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;MEA และ CAT ได้จัดทำบันทึกความเข้าใจ โดยจะร่วมกันศึกษาความเป็นไปได้ในการดำเนินธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อนำไปให้ผู้ประกอบการใช้ประกอบกิจการโทรคมนาคม และประกอบกิจการอื่นในพื้นที่เขตความรับผิดชอบของ MEA ซึ่งนับเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจและก่อให้เกิดผลดีต่อธุรกิจโทรคมนาคมของประเทศ ช่วยลดการลงทุนซ้ำซ้อน และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถพัฒนาคุณภาพบริการได้เร็วขึ้น โดยไม่ต้องเสียเวลาลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน อีกทั้งเป็นการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้บริการได้ในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกีรพัฒน์ เจียมเศรษฐ์ ผู้ว่าการ MEA กล่าวว่า ในฐานะองค์กรที่มีศักยภาพในด้านระบบจำหน่ายไฟฟ้าในพื้นที่เมืองมหานครของประเทศไทย และมีความพร้อมตอบสนองนโยบายภาครัฐ ด้วยการมุ่งมั่นพัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะให้สามารถรองรับต่อการเติบโตของเมืองในอนาคต ครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการบูรณาการโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่ามากที่สุด โดย MEA พร้อมสนับสนุนข้อมูลด้านระบบจำหน่ายไฟฟ้า ข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) มาตรฐานการติดตั้งอุปกรณ์บนเสาไฟฟ้า และระบบที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อใช้ประกอบการจัดทำผลการศึกษาความเป็นไปได้ ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมระบบการให้บริการแก่ผู้ใช้ไฟฟ้าให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการที่หลากหลายของผู้ใช้ไฟฟ้าทั้งภาคธุรกิจ และประชาชนในอนาคต &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พันเอก สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ CAT เปิดเผยว่า &amp;ldquo;ปัจจุบัน CAT มีเสาโทรคมนาคมกว่า 20,000 ต้น ที่พร้อมสำหรับให้ผู้ประกอบการได้ใช้งาน ความร่วมมือในครั้งนี้จึงช่วยลดความซ้ำซ้อนในการลงทุนและยังช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถลดต้นทุนในการจัดสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมเพื่อพัฒนาต่อยอดไปสู่เทคโนโลยีดิจิทัลและ 5G ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งนอกจากความร่วมมือกับ MEA แล้ว CAT ยังจะร่วมกับพันธมิตรทั้งภายในประเทศและต่างประเทศลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในส่วนที่ต้องจัดหาเพิ่มเติมเพื่อลดภาระการลงทุน และสร้างรายได้เพิ่มจากการให้ผู้ให้บริการรายอื่นเช่าใช้โครงสร้างพื้นฐานทั้งในส่วนของเสาโทรคมนาคมและไฟเบอร์ (Passive Infrastructure Sharing) รวมถึงร่วมกับพันธมิตรธุรกิจหรือผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายอื่น เพื่อให้การลงทุนจัดให้มีบริการ 4G/5G เกิดประสิทธิภาพและประหยัดสูงสุด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59458</URL_LINK>
                <HASHTAG>5G, CAT, การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA, กีรพัฒน์ เจียมเศรษฐ์, ดิจิทัล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200311/image_big_5e688c42b4e4e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56259</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2020 14:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2020 14:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทรูมูฟ เอช ยื่นซองประมูลคลื่นความถี่เพื่อให้บริการ 5G พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยเข้าสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;วันนี้ ทรูมูฟ เอช ได้ยื่นซองเอกสารแสดงความจำนงเข้าร่วมประมูลใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ตามประกาศ กสทช เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากล ย่าน 700 MHz 1800 MHz 2600 MHz และ 26 GHz ที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ จะจัดประมูล ขึ้นในวันที่ 16 กุมภาพันธ์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสฤษดิ์ จิณสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) กลุ่มบริษัท บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (&amp;ldquo;TUC&amp;rdquo;) มีมติอนุมัติให้ TUC เข้าร่วมการประมูลใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ตามประกาศ กสทช เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากล ย่าน 700 MHz 1800 MHz 2600 MHz และ 26 GHz &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยการพิจารณาเข้าร่วมประมูลในครั้งนี้ บริษัทฯ ได้มีการวิเคราะห์และประเมินอย่างละเอียดถี่ถ้วน รวมทั้งได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาภายนอกเข้ามาทำการศึกษาความเหมาะสม และความคุ้มค่าในการลงทุนในแต่ละย่านคลื่นความถี่ โดยคำนึงการตอบสนองความต้องการใช้งานของลูกค้า การสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน รวมทั้งการสร้างมูลค่าแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม และนับเป็นเรื่องที่ดีที่ครั้งนี้มีการกำหนดเงื่อนไขการประมูลแบบมัลติแบนด์ มีความหลากหลายของคลื่นรวมทั้งมีปริมาณแบนด์วิธมากพอที่ผู้ขอรับใบอนุญาตแต่ละรายจะเลือกพิจารณาได้ตามความเหมาะสมมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา การมีปริมาณแบนด์วิธที่มากขึ้นจะเสริมความแข็งแกร่งและรักษาความเป็นผู้นำตลาดด้านเน็ตเวิร์ค ของทรูมูฟ เอช ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น สามารถรองรับจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้นรวมถึงรองรับความต้องการใช้งานดาต้าของลูกค้าที่เติบโตขึ้นด้วย นอกจากนี้ยังจะตอกย้ำความเป็นผู้นำ True5G ที่จะร่วมเดินหน้าขับเคลื่อนประเทศไทยเข้าสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56259</URL_LINK>
                <HASHTAG>5G, ทรู คอร์ปอเรชั่น, ยื่นซองประมูลคลื่นความถี่, สฤษดิ์ จิณสิทธิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200204/image_big_5e39215ce3d5a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54521</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/01/2020 14:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/01/2020 14:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทีโอที รับซองประมูล 5G ตอบรับนโยบายกระทรวงดิจิทัล เพื่อประโยชน์ของสังคมและประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายพิพัฒน์&amp;nbsp; ขันทอง กรรมการ บริษัท&amp;nbsp; ทีโอที จำกัด (มหาชน) รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่&amp;nbsp; พร้อมคณะผู้บริหาร เดินทางไปสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อรับซองเอกสารสำหรับการประมูลคลื่นความถี่เพื่อให้บริการ 5G เพื่อให้เกิดบริการภาครัฐบนเครือข่าย 5Gสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนสามารถเข้าถึงบริการดีๆ ของสังคมให้บริการ 5G ตามนโยบายของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิพัฒน์&amp;nbsp; ขันทอง กรรมการ บมจ.ทีโอที รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่&amp;nbsp; กล่าวว่า ทีโอที ได้เข้ารับเอกสารประมูลคลื่นความถี่โทรคมนาคมย่าน 700 MHz, 1800 MHz, 2600 MHz และ26 GHz ที่สำนักงาน กสทช. จะจัดประมูลในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 ทั้งนี้ การประมูลคลื่นครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่สนับสนุนให้ ทีโอที ในฐานะหน่วยงานภาครัฐร่วมประมูลเพื่อนำไปพัฒนาบริการสาธารณประโยชน์ต่อสังคมในพื้นที่ห่างไกล ต่อการแพทย์ สาธารณสุข การศึกษา ความมั่นคง และยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0&amp;nbsp; โดย ทีโอที จะนำหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมดังกล่าวไปศึกษาเงื่อนไขต่างๆ อย่างรอบคอบ รวมถึงการหารือบริษัทที่ปรึกษาเพื่อศึกษาความเหมาะสมในการเข้าประมูลคลื่นความถี่ และมูลค่าที่เหมาะสมนำเสนอคณะกรรมการบมจ.ทีโอที เพื่อนำเสนอกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมตามขั้นตอนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิพัฒน์ฯ เพิ่มเติมว่า ทั้งนี้ ทีโอที ในฐานะหน่วยงานรัฐ มีศักยภาพความพร้อมด้านโทรคมนาคมและบริการดิจิทัลที่จะตอบสนองยุทธศาสตร์ชาติ เป็นกลไกหลักของรัฐบาลในการขับเคลื่อน 5G ของประเทศ เป็นความภาคภูมิใจของ ทีโอที ที่จะมีส่วนในการให้บริการบนเครือข่าย 5G ทั้งในด้านของบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ และบริการเพื่อสาธารณะในพื้นที่ห่างไกล เป็นประโยชน์สังคมและประเทศชาติ &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54521</URL_LINK>
                <HASHTAG>5G, กระทรวงดิจิทัล, ทีโอที, พิพัฒน์  ขันทอง ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200114/image_big_5e1d6c99e8611.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
