<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99861</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2021 18:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2021 10:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> พัฒนาคนยกระดับคุณภาพชีวิต ส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีชุมชน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้ในช่วงนี้จะเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ที่มาจากคัสเตอร์สถานบันเทิง ทำให้ส่งผลกระทบไปทั่วทั้งการดำเนินชีวิตของประชาชน การค้า ภาคการลงทุน ที่กำลังจะฟื้นตัวต้องหยุดชะงักไปอีกรอบ แต่ &amp;nbsp;การขับเคลื่อนเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี กลับมีความคืบหน้าไปอย่างมาก ทั้งด้านการลงทุนและโครงสร้างพื้นฐานหลักโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 โครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานอู่ตะเภา หรือ MRO โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก และโครงการเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล (EECd) แม้ว่าบางโครงการจะขลุกขลัก แต่ก็ยังเดินหน้าไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมไปถึงการพัฒนาชุนชน โดยการสร้างรายได้ให้ถึงชุมชน จากการขยายการท่องเที่ยวชุมชน ที่จะยกระดับศักยภาพการท่องเที่ยวของพื้นที่เชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน และขยายการท่องเที่ยวพื้นที่รอง เชื่อมโยงทรัพยากรในพื้นที่ โดยมีเป้าหมายสร้างรายได้ให้ชุมชนปีละ 1.2 แสนล้านบาท ภายใน 3 ปี และสร้างโครงการท่องเที่ยวระดับชุมชน และยังมุ่งยกระดับเอสเอ็มอีหรือผู้ประกอบการขนาดกลางและย่อม ด้วย E-Commerce&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี&amp;nbsp;เตรียมความพร้อมก้าวสู่การพัฒนาพื้นที่ในเฟส 3 มุ่งเน้นการพัฒนาเมืองยกระดับความปลอดภัย ติดตั้งและทดลองใช้&amp;nbsp;5G&amp;nbsp;ในตำบลบ้านฉาง เพื่อบูรณาการสู่เมืองต้นแบบสมาร์ทซิตี้&amp;nbsp;พร้อมอบรมความรู้ชุมชนยกระดับทักษะบุคลากรภาคการท่องเที่ยวยกระดับ&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ชุมชนในอีอีซี&amp;nbsp;สร้างโมเดลการท่องเที่ยววิถีชุมชนยั่งยืน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งตลอด&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;คนส่วนใหญ่คุ้นเคยกับอีอีซีในบทบาทของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน&amp;nbsp;ทั้งรถไฟความเร็วสูง&amp;nbsp;เมืองการบินภาคตะวันออก&amp;nbsp;และโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังและมาบตาพุด&amp;nbsp;แต่อีอีซียังมีพันธกิจและบทบาทสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชน ซึ่งเป็นสิ่งที่อีอีซีให้ความสำคัญในปีนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางชลจิต วรวังโสวีรกุล ผู้ช่วยเลขาธิการด้านเศรษฐกิจมหาภาค สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.)&amp;nbsp;เล่าว่า โครงการอีอีซีแบ่งงานออกเป็น 3 ส่วนหลักได้แก่&amp;nbsp;งานพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ได้แก่ โครงการรถไฟความเร็วสูง โครงการสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก โครงการส่วนต่อขยายของท่าเรือมาบตาพุดและท่าเรือแหลมฉบัง&amp;nbsp;งานยกระดับอุตสาหกรรมเป้าหมาย 12&amp;nbsp;อุตสาหกรรม&amp;nbsp;และงานพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชน&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;งานด้านการศึกษา สาธารณสุข&amp;nbsp;และสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ซึ่งปัจจุบันเมื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานคืบหน้าไปได้ตามเป้าหมายแล้ว ในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;นี้ อีอีซีจึงมุ่งเน้นการพัฒนาชุมชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การพัฒนาชุมชนตามแนวทางของอีอีซีมีงานที่สำคัญในหลายส่วนด้วยกัน หนึ่งในนั้นคือการพัฒนาโครงข่าย&amp;nbsp;5G&amp;nbsp;และการนำร่องการประยุกต์ใช้&amp;nbsp;5G&amp;nbsp;ที่ตำบลบ้านฉางเป็นพื้นที่เมืองต้นแบบ&amp;nbsp;สมาร์ทซิตี้เมืองน่าอยู่&amp;nbsp;ที่มีการวางแผนการจัดการให้ทุกฝ่ายอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางชลจิตกล่าวว่า การพัฒนาคนเป็นหัวใจของการพัฒนาอีอีซี&amp;nbsp;โครงการต่างๆ&amp;nbsp;ที่อีอีซีดำเนินการล้วนแล้วแต่ช่วยเพิ่มโอกาส&amp;nbsp;ช่วยสร้างรายได้ให้กับชุมชนในหลากหลายมิติ ทั้งการพัฒนาโครงการพื้นฐาน การพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ รวมถึงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพก็ล้วนแล้วแต่เป็นหนึ่งในการพัฒนาที่มีเป้าหมายเพื่อยกระดับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนในอีอีซีทั้งสิ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การสร้างเมืองต้นแบบที่สำเร็จจึงไม่ใช่แค่เพียงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพียงอย่างเดียว&amp;nbsp;แต่หัวใจสำคัญอยู่ที่การพัฒนาคน ยกระดับความรู้ความสามารถ ควบคู่กับการสร้างความสุข ยกระดับจิตใจ ท้ายที่สุดแล้วอีอีซีจะเป็นต้นแบบการพัฒนา&amp;nbsp;ที่ภูมิภาคอื่นของประเทศสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม&amp;nbsp;เพื่อสร้างพื้นที่แห่งความสุขที่ทุกภาคส่วนอยู่ร่วมกับได้อย่างยั่งยืน&amp;quot; นางชลจิตกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายปรมินทร์ แสงศักดิ์สิทธารถ&amp;nbsp;รองปลัดเทศบาลตำบลบ้านฉาง&amp;nbsp;ให้ข้อมูลว่า&amp;nbsp;ตำบลบ้านฉางเป็นเมืองที่อยู่คู่อุตสาหกรรม เพราะมีนิคมอุตสาหกรรมเอเชียและนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดอยู่ด้านทิศตะวันออก&amp;nbsp;จึงมีปัญหาเรื่องมลพิษ&amp;nbsp;จึงเป็นความท้าทายในการยกระดับให้ตำบลเป็นเมืองน่าอยู่&amp;nbsp;เมื่อปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;มีการจัดทำบ้านฉางโมเดลเพื่อเป็นเมืองต้นแบบและได้รับการสนับสนุนจากอีอีซีและ&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;โทรคมนาคมแห่งชาติ&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;(NT)&amp;nbsp;ในการติดตั้ง&amp;nbsp;5G&amp;nbsp;ช่วยให้การทำสมาร์ทซิตี้เกิดขึ้นได้จริง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เทศบาลตำบาลบ้านฉางมีการติดตั้งระบบ&amp;nbsp;5G&amp;nbsp;และเสาอัจฉริยะที่สามารถเก็บข้อมูลต่างๆ เช่น&amp;nbsp;สภาพแวดล้อม คุณภาพอากาศ&amp;nbsp;คุณภาพน้ำ&amp;nbsp;การจราจร โดยระบบเซ็นเซอร์บันทึกภาพและกล้องวิดีโอ&amp;nbsp;เพื่อเฝ้าระวังติดตามความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของประชาชน รวมถึงนำข้อมูลที่ได้รับประมวลผลบริหารจัดการให้เมืองมีความน่าอยู่มากขึ้น ที่ผ่านมามีเคสที่เกิดขึ้นจริง&amp;nbsp;และได้ใช้ข้อมูลจากเสาอัจฉริยะในการคลี่คลายคดีอุบัติเหตุและคดีอื่นๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;ซึ่งในปีนี้เมื่อติดตั้งเสาอัจฉริยะครบ&amp;nbsp;146&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;จะทำให้การทำงานของเมืองอัจฉริยะชัดเจนยิ่งขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และในช่วงที่เศรษฐกิจบอบช้ำ โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;อีอีซีได้จัดทำโครงการสนับสนุนการท่องเที่ยววิถีชุมชน เนื่องจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวรายได้ดีเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายของอีอีซี&amp;nbsp;และภาคการท่องเที่ยวยังมีมูลค่าคิดเป็นประมาณ 17%&amp;nbsp;ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;การยกระดับทักษะบุคลากรทางด้านการท่องเที่ยว เพื่อเตรียมความพร้อมเมื่อสถานการณ์โควิดคลี่คลายจึงสำคัญอย่างมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมาอีอีซีเข้าไปช่วยเหลือสนับสนุนชุมชนในหลายรูปแบบ ทั้งโครงการสนับสนุนการท่องเที่ยวผ่านกองทุนอีอีซี&amp;nbsp;รวมถึงโครงการล่าสุดที่อีอีซีจัดทำโครงการฝึกอบรมระยะสั้นเพื่อยกระดับทักษะบุคลากรภาคการท่องเที่ยวและการท่องเที่ยวชุมชน&amp;nbsp;ซึ่งชุมชนตะเคียนเตี้ย เป็น 1 ใน 12 ชุมชนเป้าหมายที่อีอีซีมีแผนการยกระดับพัฒนาทักษะบุคลากร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายวันวิวัฒน์ เกศวา&amp;nbsp;รองผู้อำนวยการสำนักยุทธศาสตร์องค์กร&amp;nbsp;สกพอ.&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;อีอีซีเห็นโอกาสในการส่งเสริมพัฒนาทักษะ&amp;nbsp;อาชีพ&amp;nbsp;และสินค้าชุมชน&amp;nbsp;ภายใต้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;โดยคัดเลือกชุมชน&amp;nbsp;12&amp;nbsp;แห่งเข้าร่วมโครงการพัฒนาชุมชน&amp;nbsp;ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรระยะสั้นในรูปแบบ&amp;nbsp;Demand Driven&amp;nbsp;โดยจัดหลักสูตรที่สอดคล้องกับความต้องการของชุมชน&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ที่ชุมชนบ้านตะเคียนเตี้ย&amp;nbsp;แม้จะเป็นแหล่งท่องเที่ยว&amp;nbsp;ที่ชุมชนมีความเข้มแข็ง แต่ก็ยังต้องการอบรมในบางหลักสูตร เช่น&amp;nbsp;การตลาดและการจัดทำแพ็กเกจท่องเที่ยว&amp;nbsp;ซึ่งอีอีซีจะเข้าสนับสนุนในจุดนี้&amp;nbsp;ภายใต้กรอบการทำงานของอีอีซีในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จะให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรเป็นลำดับแรก &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยกระดับชุมชนเพิ่มรายได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวที่มีศักยภาพให้สอดรับกับการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่อีอีซี 3 จังหวัด ประกอบด้วย จ.ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา องค์การบริหารพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน หรือ อพท. รวมถึงขยายพื้นที่ครอบคลุมการบริหารจัดการของ อพท.3 ที่อยู่นอกพื้นที่อีอีซีเพิ่มอีก 2 จังหวัด คือ จ.จันทบุรี และ จ.ตราด เพื่อให้เป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่จะทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตในระยะยาว โดยมีอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืนผ่านการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น เพื่อให้เกิดความพร้อมรองรับกับปริมาณนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นในอนาคต ได้มีการจัดทำแผนปฏิบัติการ พัฒนาระยะสั้น 3 ปี ระยะกลาง 5 ปี และระยะยาว 10 ปี โดยประสานงานกับ สกพอ. และหน่วยราชการ และภาคส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปสู่การบูรณาการบริหารการพัฒนาเมืองท่องเที่ยว ทั้งการกำหนดเส้นทางการท่องเที่ยว กำหนดกิจกรรมในชุมชน และการบริการในเขตพัฒนาการท่องเที่ยวฝั่งทะเลตะวันออก รวมถึงการกำหนดพื้นที่ต้นแบบและการจัดพื้นที่ (Zoning) เพื่อการท่องเที่ยวให้มีคุณภาพ ควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อม เป็นไปตามมาตรฐานหลักการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน รวมถึงการจัดทำโครงการนำร่อง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ การท่องเที่ยวโดยชุมชนในพื้นที่ 39 ชุมชนในพื้นที่อีอีซี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น จึงได้คัดเลือกให้เป็นชุมชนต้นแบบในเขตพัฒนาการท่องเที่ยวฝั่งทะเลตะวันออก (จังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด) เพื่อยกระดับมาตรฐานด้านการท่องเที่ยวของชุมชนสู่ระดับสากล โดยมุ่งพัฒนานำวิถีชุมชนมาพัฒนากิจกรรมให้บริการการท่องเที่ยว เพื่อเป็นการสร้างจุดขายด้านการท่องเที่ยวให้มีศักยภาพเพิ่มขึ้นและตรงกับความต้องการของตลาดท่องเที่ยวในพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยกิจกรรมได้พัฒนาจากวิถีของชุมชนตะเคียนเตี้ยซึ่งเป็นแหล่งปลูกมะพร้าว โดยได้กำหนดเส้นทางท่องเที่ยวเป็น 9 จุด ตามแนวคิด &amp;quot;ท่องเที่ยววิถีมะพร้าวชาวตะเคียนเตี้ย&amp;quot; โดยจะให้บริการนักท่องเที่ยวเข้าร่วมกิจกรรมปั่นจักรยานไปตามเส้นทางที่กำหนดไว้ ประกอบไปด้วย เยี่ยมชมและสัมผัสกับสวนป่าสาโรชกะแหวว ร่วมกิจกรรมตามวิถีชุมชนและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วยการปล่อย &amp;quot;แตนเบียน&amp;quot; เพื่อกำจัดศัตรูมะพร้าวโดยไม่ต้องใช้สารเคมี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร่วมกิจกรรมชงและชิมกาแฟมะพร้าว, ปั่นจักรยานท่องเที่ยวตามเส้นทางวิถีชุมชนที่อยู่ตามเส้นทาง, เยี่ยมบ้านชาวสวนผู้สูงอายุที่ประกอบอาชีพทำขนมทองพับและการแปรรูปมะพร้าว, เยี่ยมชมเรียนรู้วิธีการเพาะปลูกและการดูแลสวนมะพร้าว, เยี่ยมชมสวนมะพร้าวสวยๆ &amp;quot;ฟ้าใสไอโกะ&amp;quot;, ชมการสาธิตการทำอาหาร &amp;quot;แกงไก่กะลา&amp;quot;, เยี่ยมชม &amp;quot;บ้านร้อยเสา&amp;quot; อายุกว่า 100 ปี ซึ่งเป็นจุดไฮไลต์ในพื้นที่ชุมชนตะเคียนเตี้ยที่จะมีการถ่ายทอดเรื่องราวความเป็นมาของบ้านและร่วมทำกิจกรรมตัดพวงมโหตรและพับกุหลาบจากใบเตย ซึ่งเป็นศิลปะพื้นบ้านที่ชาวบ้านในชุมชนยังคงอนุรักษ์ไว้.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99861</URL_LINK>
                <HASHTAG>5จี, กาแฟมะพร้าว, ท่องเที่ยววิถีมะพร้าวชาวตะเคียนเตี้ย, นางชลจิต วรวังโสวีรกุล, นายปรมินทร์ แสงศักดิ์สิทธารถ, บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) (NT), บ้านร้อยเสา, ฟ้าใสไอโกะ, สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.), อีอีซี, เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี, แกงไก่กะลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210418/image_big_607c11fd9292b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97130</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2021 13:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2021 13:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘นายกฯ’ปลื้มโครงสร้างพื้นฐาน5จีไทยอันดับ1ในอาเซียน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มี.ค.2564 - &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(ดีอีเอส) ว่า วันนี้เป็นการประชุมดีอีเอส หารือเกี่ยวกับการจัดทำยุทธศาสตร์แผนแม่บทต่างๆ ในการดำเนินการ แผนต่างๆ ซึ่งวันนี้ก็มีความก้าวหน้าโดยจากการลงทุน โครงสร้างพื้นฐานทางด้านดิจิทัลของเรา การใช้ประโยชน์ของดิจิทัลในเรื่องของการบริหารจัดการหลายๆอย่าง เพื่อให้สะดวกต่อการให้บริการประชาชน และเพื่อเป็นการบูรณาการหน่วยงานภาครัฐบนฐานข้อมูลเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการใช้ระบบคลาวด์ (Cloud) อะไรต่างๆ ก็ได้มีการหารือกันในที่ประชุมเรียบร้อยแล้ว ก็จะต้องดำเนินเดินหน้าต่อไป นี่คือนโยบายและยุทธศาสตร์ชาติของรัฐบาล ในการดำเนินการในฐานะเป็นผู้กำหนดนโยบายลงไปยังกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าภูมิใจที่เราเป็นอันดับ 1 ในอาเซียน ในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานเรื่องของดิจิทัล เรื่อง 5 จี มีโอกาสมากมาย ซึ่งเราอยู่ในอันดับ 1 ในขณะนี้ จากข้อมูลหลายๆข้อมูลต่างๆที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันนี้ต้องมาดูว่าเราจะใช้ Digital ให้เกิดประโยชน์สูงสุดอย่างไร มากกว่าการใช้ในชีวิตประจำวันอย่างเดียว การเข้าถึงการใช้ประโยชน์ทางด้านสุขภาพ การเรียนรู้ต่างๆทั้งหมด การประกอบการธุรกิจ ความมั่นคงต่างๆ ซึ่งต้องตอบสนองวิธีการต่างๆเหล่านี้ด้วย คนทุกช่วง วัยการศึกษา สุขภาพ การประกอบการค้าการลงทุน และเป็นไปตาม พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกและพ.ร.บ.การให้ข้อมูลข่าวสารกับประชาชน และเดินหน้าไปสู่การทำระบบคลาวด์ (Cloud) ขนาดใหญ่ของเรา ซึ่งจะมี 2 ระดับด้วยกันคือ ระดับรัฐบาลที่เปิดเผยและระดับชั้นความลับ ก็จะอยู่ที่หน่วยงาน เพื่อลดภาระในเรื่องของค่าใช้จ่ายลงไป ซึ่งเดิมมีการแยกกันอยู่พอสมควร&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97130</URL_LINK>
                <HASHTAG>5จี, คณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, ดีอีเอส, นายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210324/image_big_605ae3084dba9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71574</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2020 22:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2020 22:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อังกฤษสั่งแบนเครือข่าย5จี&#039;หัวเว่ย&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลอังกฤษมีคำสั่งให้บริษัทผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตยุติการซื้ออุปกรณ์เครือข่าย 5 จีของบริษัทหัวเว่ย และอุปกรณ์ที่ติดตั้งไปแล้วให้ถอดออกภายในปี 2570&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประกาศเรื่องนี้ของนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ของอังกฤษ เมื่อวันอังคารที่ 14 กรกฎาคม มีขึ้นระหว่างการประชุมของคณะรัฐมนตรีอังกฤษกับสภาความมั่นคงแห่งชาติอังกฤษ โดยมีคำสั่งให้บริษัทผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตยุติการซื้ออุปกรณ์เครือข่ายอินเทอร์เน็ต 5 จี จากบริษัทหัวเว่ย เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 ส่วนอุปกรณ์เครือข่ายนี้ที่ติดตั้งไปแล้ว ให้ถอดออกให้หมดภายในปี 2570&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โอลิเวอร์ ดาวเดน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลของอังกฤษ แถลงเรื่องนี้ต่อรัฐสภาเมื่อวันอังคารว่า การตัดสินใจเรื่องนี้ไม่ง่าย แต่จำเป็นต้องทำ เพื่อเครือข่ายโทรคมนาคมของอังกฤษและเพื่อความมั่นคงแห่งชาติและเศรษฐกิจของเรา การยกเลิกใช้อุปกรณ์เครือข่าย 5 จีของหัวเว่ย ทำให้ชาวอังกฤษจะใช้เครือข่าย 5 จี อย่างเต็มรูปแบบช้าออกไปราว 2-3 ปี และมีค่าใช้จ่ายราว 2,000 ล้านปอนด์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา นายกฯ จอห์นสันทำให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่พอใจ และทำให้สมาชิกพรรคอนุรักษนิยมบางคนไม่สบายใจ เมื่อเขาอนุญาตให้หัวเว่ยมาช่วยพัฒนาเครือข่าย 5 จี ในสหราชอาณาจักร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลิว เสี่ยวหมิง เอกอัครราชทูตจีนประจำอังกฤษ โพสต์ทางทวิตเตอร์ว่า การตัดสินใจเรื่องนี้ของอังกฤษน่าผิดหวังและเป็นการตัดสินใจที่ผิด และต้องตั้งคำถามว่า อังกฤษเป็นประเทศที่เปิดให้มีการทำธุรกิจที่เปิด, เป็นธรรม และไม่เลือกปฏิบัติสำหรับบริษัทต่างชาติหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หัว ชุนอิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน แถลงเมื่อวันพุธตอบโต้ที่อังกฤษแบนเครือข่าย 5 จี ของหัวเว่ยว่า&amp;nbsp; จีนจะมีมาตรการที่จำเป็นเพื่อปกป้องผลประโยชน์และสิทธิที่ถูกต้องตามกฎหมายของบริษัทจีน การตัดสินใจและการปฏิบัติของอังกฤษครั้งนี้ มีราคาที่ต้องจ่าย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71574</URL_LINK>
                <HASHTAG>5จี, หัวเว่ย, อังกฤษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200715/image_big_5f0f1c3ed3a7b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51747</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/12/2019 09:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/12/2019 09:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ 3 ค่ายมือถือ” สนใจชิงคลื่น 2600 MHz ทำ 5G</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จัดให้มีการประชุมรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (ประชาพิจารณ์) &amp;nbsp;ต่อร่างประกาศ กสทช.เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคม่เคลื่อนที่สากลย่าน 700 MHz 1800 MHz 2600 MHz และ 26 GHz ณ โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ กรุงเทพฯ โดยภายในงานมีผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (โอเปอเรเตอร์) และผู้ผลิตอุปกรณ์ (เวนเดอร์) และผู้มีส่วนได้เสียกับการประมูล 5G ในปีหน้า ราว 300 คน เข้าร่วมรับฟังประชาพิจารณ์ดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้ให้ความเห็นในประเด็นต่างๆ อาทิ &amp;nbsp;เอไอเอส ทรูฯ และดีแทค &amp;nbsp;มีความสนคลื่นความถี่ย่าน 2600 MHz &amp;nbsp;มากที่สุด และมีแนวโน้มที่จะเข้าร่วมประมูลคลื่น 2600 MHz ส่วนประเด็นที่โอเปอเรเตอร์ทุกรายผลักดันให้ กสทช. พิจารณาคือ 1.ลดจำนวนคลื่นความถี่ลง 2.เพิ่มข้อกำหนดการค้ำประกันของสถาบันการเงิน &amp;nbsp;ในขณะที่ดีแทค มองว่า กสทช.ควรให้ความชัดเจนเกี่ยวกับคลื่น 3500 MHz ส่วนผู้ให้บริการอุปกรณ์ อิริคสัน มีความเห็นว่า คลื่น 2600 MHz สำหรับ 4G &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ประเทอื่นๆ รวมถึงมาเลเซีย มีผู้ให้บริการเพียง 3 รายในโลก ซาอุดิอาระเบีย สหรัฐฯ และจีน ที่ปรับใช้คลื่น 2600 MHz สำหรับ 5G พบว่ามีความยากที่จะหลีกเลี่ยงต่อการรบกวน ระหว่าง 4G และ 5G&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า สำนักงาน กสทช.จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็น (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากล ย่าน 700 เมกกะเฮิรตซ์ (MHz), 1800 MHz, 2600 MHz และ 26 GHz, (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่อง แผนความถี่วิทยุกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากล ย่าน 2500-2690 เมกกะเฮิรตซ์ (MHz) และ (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่อง แผนความถี่วิทยุกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากล ย่าน 24.25-27 กิกะเฮิรตซ์ (GHz) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความมั่นใจว่า ร่างฯ มีความรัดกุม เพียงพอที่จะจัดสรรคลื่นความถี่อย่างโปร่งใส เชื่อว่ายังมีหลายประเด็นหลายจุดที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งประชาชน ผู้ให้บริการโทรคมนาคมจะนำเสนอความเห็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาจากการรับฟังหลายประเด็นทำให้รู้สึกไม่สบายใจ โดยเฉพาะความเห็นที่จะขอให้ กสทช.นำไปปฏิบัติ แต่เป็นเรื่องที่ยังไม่สามารถทำได้ในเวลานี้ เช่น การนำคลื่นความถี่ย่าน 3500 เมกกะเฮิรตซ์ มาประมูลพร้อมกัน ซึ่งคงไม่สามารถทำได้ เพราะยังไม่มีการเรียกคืนคลื่นความถี่จากบมจ.ไทยคม (THCOM) ที่ยังอยุ่ในสัญญาสัมปทานไปถึง ก.ย.64 การเรียกคืนคลื่นยังต้องใช้เวลาอย่างน้อย 300 วัน หรืออาจถึง 500 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ความเห็นที่ต้องการให้เลื่อนการประมูลออกไป คงเป็นไปไม่ได้ กสทช. ได้กำหนดวันประมูลคลื่นความถี่ไว้ชัดเจนแล้ว ถึงอย่างไร ก็ต้องจัดการประมูลในวันที่ 16 ก.พ.63 ฉะนั้นการแสดงความคิดเห็น ขอให้อยู่บนเงื่อนไขที่เป็นไปได้ 5G จะเกิดหรือไม่ ขึ้นอยู่กับร่างประกาศนี้ที่จะนำไปปรับปรุงแก้ไขให้สมบูรณ์ ซึ่งกระบวนการทั้งหมดจะแล้วเสร็จก่อนวันที่ 27 ธ.ค.นี้ เพื่อที่จะนำร่างประกาศ &amp;nbsp;&amp;rdquo; นายฐากร ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการรับฟังความคิดเห็นในวันนี้จะได้รับทราบว่าผู้ประกอบการจะเข้าประมูลคลื่นความถี่หรือไม่ และจะเข้าประมูลคลื่นความถี่ย่านใดบ้าง เพราะอาจจะเข้าประมูลไม่ครบทั้ง 4 คลื่นความถี่ โดยยอมรับว่าคลื่นความถี่ 2600 MHz สามารถนำมาทำ5G ได้ทันที ส่วนคลื่น 700 MHz และ 1800 MHz ยังไปไม่ถึง 5G คงต้องรออีก 1-2 ปี แต่คลื่น 26 GHz ยังไม่ชัดเจนถึงความพร้อมในการทำ 5G&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51747</URL_LINK>
                <HASHTAG>5จี, กสทช., ประมูลคลื่น 5G</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191204/image_big_5de720235e9a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51222</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2019 09:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2019 09:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทีโอที ย้ำเดินมาถูกทางไม่ล้าหลังลุยดูแผนพัฒนาระบบ 5G ในญี่ปุ่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 &amp;nbsp;พ.ย. น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ ประธานกรรมการบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยนางพิมพ์วิมล วงษ์สุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานการตลาดฯ และ คณะสื่อมวลชน ได้เข้าเยี่ยมชมบริษัท DOCOMO R&amp;amp;D Center ณ เมืองคานากาวา ประเทศญี่ปุ่น โดยมีนายมาซาจิ คาตาคิริ ผู้จัดการศูนย์เซ็นเตอร์ R&amp;amp;D ของบริษัท DOCOMO และเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมาซาจิ คาตาคิริ ผู้จัดการศูนย์เซ็นเตอร์ R&amp;amp;D ของบริษัท DOCOMO กล่าวว่า ศูนย์เซ็นเตอร์ R&amp;amp;D ของบริษัท DOCOMO มีหน้าที่ในการทำวิจัยข้อมูลและพัฒนาระบบต่างๆ ของบริษัทให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จากเดิมที่เป็นระบบเก่าที่ไม่ทันสมัย แต่ปัจจุบันมีการพัฒนาข้อมูลให้มีความทันสมัยมากขึ้น ทั้งด้านการสื่อสาร ระบบขนส่ง และเป็นที่หนึ่งทางด้านเทคโนโลยีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยคลื่นการถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬา ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจของบริษัท DOCOMO&amp;nbsp;
นายมาซาจิ กล่าวว่า การดำเนินการระบบ 5 G เป็นการพัฒนาที่ใช้งบประมาณสูง จึงได้ปรับเป็นการตั้งศูนย์เซ็นเตอร์ R&amp;amp;D ขึ้นมาเพื่อรองรับระบบ 5 G โดยเฉพาะ &amp;nbsp;ทั้งนี้งบประมาณในการดำเนินการพัฒนาระบบ 5 G มาจากประชาชนที่เป็นลูกค้ามาใช้บริการของบริษัท DOCOMO อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันระบบ 5 G ยังไม่มีการดำเนินการอย่างจริงจัง เป็นเพียงการทดลองใช้ โดยเริ่มตั้งแต่เดือน ส.ค.2562 เป็นต้นมา ซึ่งจะเปิดให้ประชาชนที่ใช้บริการอย่างเป็นทางการในเดือน เม.ย.ปี 2563 โดยหวังว่า บริษัท DOCOMO จะเป็นเจ้าแรกในการนำระบบ 5 G มาใช้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การนำระบบ 5 G มาใช้ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2020 ที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพนั้น ทางบริษัท DOCOMO คงไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ รอดูในวันเปิดการแข่งขัน แต่ที่แน่ๆประชาชนที่ไม่สามารถเข้าไปดูพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ก็สามารถดูผ่านทางระบบที่แสดงภาพเคลื่อนไหวเสมือนอยู่ในเหตุการณ์จริง ถือว่าเป็นหนึ่งในนวัตกรรมที่ทาง DOCOMO ภาคภูมิใจ คงต้องรอลุ้นว่าในปีหน้าบริษัทจะได้รับมอบหมายให้ดูแลด้านใดของการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2020&amp;quot; นายมาซาจิ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ ประธานกรรมการบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในนามของบริษัท ทีโอที ขอขอบคุณบริษัท DOCOMO R&amp;amp;D Center ที่ให้การต้อนรับคณะดูงานและให้ความรู้อย่างครบถ้วน ซึ่งจากการให้ข้อมูลของเจ้าหน้าที่ถือว่าเป็นประโยชน์อย่างมากและหวังว่าข้อมูลที่ได้รับในครั้งนี้ จะนำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาสิ่งต่างๆที่ประเทศไทยกำลังดำเนินการในเรื่องของการพัฒนาเทคโนโลยีด้านการสื่อสาร ทั้งนี้ มีหลายสิ่งหลายอย่างน่าจะมีความร่วมมือของทั้งสองประเทศ จากการรับฟังข้อมูลเห็นว่า ทีโอทีเดินมาถูกทางแล้ว สามารถพัฒนาดูแลประชาชนได้อย่างดีไม่ได้ล้าหลังอย่างที่คิด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51222</URL_LINK>
                <HASHTAG>5จี, NTT DOCOMO, ญี่ปุ่น, ทีโอที</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191127/image_big_5ddde08148c1f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37876</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2019 21:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2019 21:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนไฟเขียวเปิดใช้ 5จี เชิงพาณิชย์ ออกใบอนุญาตผู้ให้บริการ 4 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลจีนไฟเขียวการเปิดให้บริหารเครือข่ายสื่อสาร 5จี ในวงกว้าง ออกใบอนุญาตให้บริการแก่ 4 บริษัทที่รัฐเป็นเจ้าของเมื่อวันพฤหัสบดี หัวเว่ยมั่นใจระบบ 5จีของจีนจะเป็นผู้นำโลก แม้จะโดนสหรัฐกันท่าทุกวิถีทาง ล่าสุดคว้าสัญญากับบริษัทรัสเซียพัฒนาระบบภายในปีหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 สื่อมวลชนชมวีดิทัศน์บรรยายประโยชน์ของเทคโนโลยี 5จี ที่สำนักงานใหญ่หัวเว่ยในเมืองเซินเจิ้น / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีนเปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 6 มิถุนายน 2562 ว่ากระทรวงได้ออกใบอนุญาตให้บริการสื่อสารโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบดิจิทัลรุ่นที่ 5 แก่บริษัทผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมของรัฐ 4 แห่ง ได้แก่ ไชน่าเทเลคอม, ไชน่าโมไบล์, ไชน่ายูนิคอม และไชน่าบรอดคาสติงเน็ตเวิร์กคอร์ปอเรชั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมียว เว่ย รัฐมนตรีกระทรวงนี้กล่าวผ่านเว่ยป๋อว่า ภายหลังออกใบอนุญาตแล้ว จีนจะยังคงยินดีให้บริษัทต่างชาติมาเข้าร่วมกับตลาด 5จีในจีนมามีส่วนร่วมในการพัฒนาและแบ่งปันความสำเร็จของการพัฒนา 5 จีของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัทไชน่าโมไบล์แถลงในเวลาต่อมาว่า บริษัทจะเริ่มให้บริการ 5 จีใน 40 เมืองปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระบบ 5 จีเป็นเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่เจเนอเรชั่นใหม่ที่ช่วยให้การถ่ายโอนข้อมูลทำได้เร็วขึ้นมาก และช่วยเสริมความก้าวหน้าของเทคโนโลยีหลายอย่าง เช่น ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ, การวินิจฉัยทางการแพทย์ทางไกล และการทำธุรกรรมผ่านโทรศัพท์มือถือ จีนได้เริ่มทดลองใช้ระบบนี้ในหลายเมืองตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยวางแผนจะใช้ 5 จีอย่างครอบคลุมทั่วประเทศภายในปี 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความทะเยอทะยานของจีนเผชิญอุปสรรคท้าทายครั้งใหญ่จากสหรัฐ ที่เรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ตัดหัวเว่ยจากการเข้าร่วมพัฒนาเครือข่ายในประเทศนั้นๆ โดยอ้างความกังวลว่าอุปกรณ์ของหัวเว่ยอาจตกเป็นเครื่องมือของหน่วยงานด้านข่าวกรองของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หัวเว่ยแสดงท่าทีต่อการออกใบอนุญาตของทางการจีนว่า บริษัทสนับสนุนผู้ให้บริการเครือข่ายของจีนอย่างเต็มที่ในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานของระบบเครือข่าย 5จี &amp;quot;เราเชื่อว่าในอนาคตอันใกล้ 5จีของจีนจะเป็นผู้นำโลก&amp;quot; หัวเว่ยกล่าวผ่านเว่ยป๋อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัท วีโว ซึ่งเป็นผู้ผลิตโทรศัพท์เคลื่อนที่ของจีนอีกราย กล่าวว่า โทรศัพท์ของตนที่รองรับระบบนี้พร้อมสำหรับการทดสอบเครือข่ายแล้ว และจะเริ่มวางขายทันทีที่การทดสอบเสร็จสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนพฤษภาคม รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีคำสั่งห้ามบริษัทสหรัฐขายชิ้นส่วนไฮเทคแก่หัวเว่ย โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคง แต่ต่อมาได้ผ่อนผันนาน 90 วัน การตัดสินใจของสหรัฐยิ่งเพิ่มความขัดแย้งในสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐ และทำให้จีนจัดทำบัญชีดำบริษัทต่างชาติที่ไม่น่าไว้วางใจบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำสั่งของรัฐบาลสหรัฐทำให้หลายบริษัทจำกัดการทำธุรกิจกับหัวเว่ย รวมถึงกูเกิล ที่จำกัดการใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ของตนในโทรศัพท์ของหัวเว่ย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้านหนึ่ง เมื่อวันพุธ หัวเว่ยเพิ่งลงนามสัญญากับบริษัท โทรคมนาคม เอ็มทีเอส ของรัสเซีย เพื่อพัฒนาเครือข่าย 5จี ในรัสเซียปีหน้า การลงนามเกิดขึ้นนอกรอบการพบปะกันระหว่างประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ที่กรุงมอสโก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หัวเว่ยยังได้ลงนามร่างข้อตกลงฉบับหนึ่งกับสหภาพแอฟริกา ซึ่งรวมถึงความร่วมมือในการติดต่อสื่อสารผ่านระบบ 5จี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกาหลีใต้เป็นประเทศแรกของโลกที่เปิดให้บริการเครือข่าย 5จีทั่วประเทศเมื่อเดือนเมษายน ส่วนในสหรัฐ บริษัท เวอไรซอน เริ่มให้บริการที่นครชิคาโกและมินนิอาโพลิส และญี่ปุ่นคาดว่าจะเริ่มใช้ในปีนี้ก่อนเปิดบริการเต็มที่ตั้งแต่ปีหน้าเพื่อรองรับการเป็นเจ้าภาพโอลิมปิก แต่การเปิดให้บริการของจีนในอนาคตอันใกล้น่าจะส่งผลสะเทือนต่อเทคโนโลยี 5จีทั่วทั้งโลก เนื่องจากเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่สุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37876</URL_LINK>
                <HASHTAG>5จี, จีน, ผู้ให้บริการเครือข่าย, ออกใบอนุญาต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190606/image_big_5cf92108244cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37313</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2019 17:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2019 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>5จี การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งใหญ่ของโลกที่ไทยจะช้าไม่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าประเทศไทยมีความตั้งใจที่จะปักหมุด เทคโนโลยี 5จี ก่อนใครในชาติอาเซียน หลังจากมีการใช้มาตรา 44 ออกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้มีการขยายเวลาการชำระเงินค่าประมูลคลื่นความถี่ย่าน&amp;nbsp; 900 เมกะเฮิรตซ์ ของบริษัทผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ 3 ราย เอไอเอส, ทรูมูฟเอช และ ดีแทค เพื่อให้ผู้ประกอบการมีสภาพคล่องสามารถเดินหน้าลงทุนเทคโนโลยีใหม่ 5จี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สำหรับการช่วยเหลือดังกล่าวไม่ได้เป็นการให้เปล่า แต่มาพร้อมเงื่อนไขที่เอกชนต้องทำตามด้วย โดยที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ยอมให้มีการขยายเวลาการชำระเงินค่าประมูลคลื่นความถี่ย่าน&amp;nbsp; 900 เมกะเฮิรตซ์&amp;nbsp; ออกไปจาก 4 งวดเป็น 10 งวดๆละเท่ากัน เพื่อให้ผู้ประกอบการมีเงินทุนมาเข้ารับการจัดสรรคลื่นความถี่ย่าน &amp;nbsp;700 เมกะเฮิรตซ์ และขยายโครงข่ายโทรคมนาคมรองรับการให้บริการ 5จี ในอนาคต ซึ่งหากผู้ประกอบการยอมรับเงื่อนไขตามคำสั่ง ม. 44 ครั้งนี้ จะต้องเข้ารับการจัดสรรคลื่นความถี่ย่าน &amp;nbsp;700 เมกะเฮิรต์ หากไม่เข้าร่วมประมูลคลื่น 700 เมกะเฮิรตซ์ ก็ไม่ได้รับสิทธิ์ขยายเวลาการชำระค่าคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ตามคำสั่ง คสช.ฉบับนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;อย่างที่ทราบกันดี กสทช. มีแผนจัดสรรคลื่นความถี่ใหม่ 2 ย่านความถี่ในเร็วๆนี้ คือ คลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ (จำนวน 90 เมกะเฮิรตซ์) และ คลื่น 2600 เมกะเฮิรตซ์ (จำนวน 180 เมกะเฮิรตซ์) ซึ่งทั้งสองคลื่น ถูกวางแผนที่จะนำมาใช้สำหรับเทคโนโลยี 5จี โดยเฉพาะ ซึ่งกสทช.เองก็เข้าใจถึงภาระสภาพคล่องทางการเงินของเอกชนดี จึงต้องออกมาตรการช่วยเหลือนี้ขึ้นมา เพื่อทำให้ 5จี เกิดขึ้นให้ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้ตามโรดแมปของ กสทช. ที่วางเป้าหมายสำหรับการผลักดัน 5จี ให้เกิดขึ้นในประเทศไทยนั้น ต้องประกอบด้วย 3 ยุทธศาสตร์หลัก ประกอบไปด้วย 1. การจัดสรรคลื่นความถี่เพิ่มเติม ซึ่ง กสทช. ได้วางแผนการใช้คลื่นไว้ที่ 4 ย่านคลื่นความถี่ ประกอบไปด้วย 700 เมกะเฮิรตซ์ และ 2600 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งเตรียมจะประมูลเร็วๆ และอีกสองคลื่น คือ 3.5 GHz (ปริมาณ มากกว่า 200 เมกะเฮิรตซ์) และคลื่น 26 และ 28 GHz (ปริมาณ มากกว่า 3 GHz) โดยมีแผนคืนเรียกคืนคลื่นความถี่ที่ไม่ใช้งานมาจัดสรรใหม่ ซึ่งการที่จะให้บริการ 5จี ได้เสถียร ผู้ให้บริการ หรือ Operatorแต่ละราย จะต้องมีคลื่นความถี่อยู่ในมือ มากกว่า 200 เมกะเฮิรตซ์ (ปัจจุบัน Operator มีคลื่นให้บริการเฉลี่ย 100 เมกะเฮิรตซ์)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2. ด้านโครงสร้างพื้นฐาน เมื่อมี 5จี จะต้องทำให้มีการใช้โครงสร้างพื้นฐานเสา และท่อเพิ่มขึ้น และเริ่มมีการใช้โครงสร้างพื้นฐานที่เป็น Active Infrastructure เช่น สายอากาศ และสายไฟเบอร์ เพิ่มขึ้นมาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3.ด้านการเชื่อมต่อ จากเดิม 4จี จะเป็นการติดต่อสื่อสารระหว่าง คน-คน , คน-อุปกรณ์ และ อุปกรณ์-อุปกรณ์ ประมาณ 1 แสนชิ้น/ตร.กม.) แต่การมาของ 5จี จะเน้นการเชื่อมต่อ อุปกรณ์-อุปกรณ์ในเวลาและพื้นที่เดียวกัน (รองรับมากกว่า 1 ล้านชิ้น/ตร.กม.) ซึ่งต้องมีการวาง ผังเมือง และ แผนการวางอุปกรณ์ เชื่อมต่อตามสถานที่ต่างๆ เช่น เสาไฟฟ้า ไฟจราจร อาคาร เป็นต้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ส่วนข้อสงสัยที่ว่า ทำไมไทย ต้องปักธง 5จี ให้ได้ก่อนใครในอาเซียน ก็เพราะ 5จี จะเป็นเทคโนโลยีที่เป็นการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งใหญ่ของโลก เพราะเทคโนโลยีตัวนี้จะส่งผลให้การประกอบธุรกิจจะมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ดังนั้นหากเทคโนโลยี 5จี เกิดในประเทศไทยช้า มีการวิเคราะห์ตัวเลขว่า ไทยจะสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจมากกว่า 7 แสนล้าน - 1.6 ล้านล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ไม่ว่าจะเป็น 1. ภาคการผลิต ไทยจะสูญเสียโอกาสพัฒนาประสิทธิภาพด้านการผลิต ในการนำเครื่องจักรและเซนเซอร์ มาใช้แทนแรงงาน 2. ภาคการเกษตร ก็จะสูญเสียโอกาสที่จะทำ Smart Farming ในการวิเคราะห์สภาพอากาศ ดิน น้ำ และทรัพยากรต่างๆ 3.ภาคการขนส่งและโลจิสติกส์ ก็จะสูญเสียโอกาสในการเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างยานพาหนะด้วยกันเอง และเชื่อมต่อระหว่างยานพาหนะและระบบควบคุมการจราจร หรือ ภาคการท่องเที่ยว ก็จะสูญเสียโอกาสในการใช้แพลตฟอร์ม และเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่าง AR/VR ในการส่งเสริมการท่องเที่ยว เป็นต้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นี่คือ คำตอบของการเร่งผลักดัน 5จี ประเทศไทย ซึ่งในเวลานี้ ชาติมหาอำนาจทางเทคโนโลยี ก็เริ่มที่จะเปิดตัวบริการ 5จี ในประเทศแล้ว ซึ่งประเทศที่เริ่มเป็น ประเทศแรก ก็คือ เกาหลีใต้ ส่วนจีน ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา ก็เตรียมพร้อมที่จะนำ 5จี มาให้บริการแบบเต็มรูป ในเร็วๆนี้เช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;โดยผลการศึกษาผลของ จีเอสเอ็มเอ (GSMA) ในหัวข้อ The Mobile Technology 2019 ระบุว่า เทคโนโลยี 5จี จะกินส่วนแบ่งตลาดอุตสาหกรรมโมบายโลก ถึง 15% ภายในปี 2025 เนื่องจากจำนวนเครือข่าย 5จี ที่เปิดตัวและอุปกรณ์ ที่รองรับเพิ่มขึ้นในปีนี้ และจะมี 16 ประเทศเปลี่ยนสู่เครือข่าย 5จี เชิงพาณิชย์ภายในปีนี้เช่นกัน และการมาของของเทคโนโลยี 5จี นับเป็นส่วนสำคัญขับเคลื่อนโลกยุคใหม่ เป็นยุคแห่ง &amp;quot;การเชื่อมต่ออัจฉริยะ&amp;quot; ควบคู่ไปกับการพัฒนา อินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ บิ๊กดาต้า และปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ ที่ถูกชี้ว่า คือปัจจัยสำคัญขับเคลื่อน การเติบโตของเศรษฐกิจโลก ธุรกิจเกิดการปรับเปลี่ยน เกิดบริการใหม่ๆ ที่น่าตื่นเต้น เกิดโซลูชั่นอัจฉริยะมากมายที่จะเข้ามายกระดับคุณภาพชีวิตของคน ในสังคม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37313</URL_LINK>
                <HASHTAG>5จี, กสทช, ปฏิวัติอุตสาหกรรม, ประมูลคลื่นความถี่, เทคโนโลยี, เมกะเฮิรตซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190531/image_big_5cf0fe098f5ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
