<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>41090</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2019 08:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2019 08:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลาก่อน!&#039;พี่ศรี&#039;ชี้5ปีคสช.มีทั้งดีเลว หยุดความวุ่นวายได้แต่สืบทอดอำนาจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ค.62- นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า &amp;nbsp;5 ปีคสช.มีทั้งดีและเลว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดีคือหยุดยั้งความวุ่นวายของสังคมได้ แต่เลวคือการสืบทอดอำนาจ การสร้างกม.ที่ผิดเพี้ยนเอื้อกลุ่มทุน ข้าวยากหมากแพง เศรษฐกิจตกต่ำ ปฏิรูปล้มเหลว นักการเมืองน้ำเน่ายังเต็มสภา/ลาก่อน อย่าได้กลับมาหลอกหลอนคนไทยอีกเลย/R.I.P&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41090</URL_LINK>
                <HASHTAG>5ปีคสช., นายศรีสุวรรณ จรรยา, สืบทอดอำนาจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180111/5a57158e30f13.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41045</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2019 18:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2019 18:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปิดฉากภารกิจคสช.&#039;บิ๊กตู่&#039;แถลงอำลา5ปีกู้ประเทศที่ล้มเหลว ลั่นต่อจากนี้ไปไม่มีอำนาจพิเศษใดๆอีกแล้ว!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ค.62 - เวลา 18.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความมั่นคงแห่งชาติ(คสช.) แถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ในโอกาสสิ้นสุดการปฏิบัติหน้าที่ โดยมีนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พี่น้องประชาชนที่เคารพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งให้ผมดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2562 &amp;nbsp;และได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2562 อันนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บัดนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้คณะรัฐมนตรีคณะใหม่ซึ่งจะเป็นคณะแรกภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันได้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทเพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณตามมาตรา 161 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยในวันพรุ่งนี้คือวันที่ &amp;nbsp;16 กรกฎาคม 2562 ซึ่งแม้จะเป็นการเริ่มการปฏิบัติหน้าที่ได้แล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถบริหารราชการแผ่นดินหรือดำเนินการในเรื่องต่าง ๆ ตามหน้าที่และอำนาจได้เต็มที่จนกว่าจะได้แถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาแล้ว ซึ่งคาดว่าทุกขั้นตอนจะสำเร็จเรียบร้อยลงได้ภายในเดือนกรกฎาคมนี้ นับแต่นั้นไป การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง &amp;nbsp;ราคาสินค้า &amp;nbsp;ราคาผลผลิตการเกษตร การแก้ปัญหาสังคม &amp;nbsp;ความเป็นอยู่ สวัสดิการ การพัฒนาคุณภาพชีวิต การแก้ปัญหาการปกครอง การรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน การออกกฎหมาย และการเร่งรัดเรื่องงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ซึ่งพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ทุกกลุ่มอาชีพรายได้ ทุกพื้นที่ต่างรอคอย &amp;nbsp; ก็จะได้รับการสานต่อและเร่งดำเนินการอย่างต่อเนื่องภายใต้รัฐธรรมนูญ ยุทธศาสตร์ชาติ และนโยบายของรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พี่น้องประชาชนชาวไทยทั้งหลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ เมื่อคณะรัฐมนตรีคณะใหม่ได้เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณและรับหน้าที่แล้ว คณะรัฐมนตรีที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่ก่อนหน้านั้น และคณะรักษาความสงบแห่งชาติจะสิ้นสุดการปฏิบัติหน้าที่ลง ดังนั้นคณะรักษาความสงบแห่งชาติและคณะรัฐมนตรีคณะเดิมจะสิ้นสุดภารกิจและการปฏิบัติหน้าที่ในวันพรุ่งนี้ ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติและนายกรัฐมนตรีคณะเดิม ผมจึงขอถือโอกาสนี้อำลาพี่น้องประชาชนทั้งหลายและขอขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกท่าน โดยเฉพาะคณะรัฐมนตรี &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ของ คสช. ข้าราชการการเมือง ข้าราชการฝ่ายพลเรือน ทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกฝ่าย รวมถึงสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป และคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญซึ่งได้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ไปก่อนหน้านี้แล้ว และขอขอบคุณพี่น้องประชาชน ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ภาควิชาการและภาคท้องถิ่นที่ให้ความร่วมมือกับ คสช. และรัฐบาลด้วยดีตลอดมา หลายเรื่องท่านดำเนินการไปเองตามกฎหมายตามหน้าที่หรือด้วยจิตอาสาด้วยความเรียบร้อย &amp;nbsp;หลายเรื่องได้ดำเนินการคู่เคียงกับภาครัฐในรูปแบบการร่วมทุนหรือรูปแบบประชารัฐ ดังนั้นความสงบสุข การพัฒนาประเทศ และการแก้ปัญหาต่าง ๆ จึงสามารถเป็นไปได้ด้วยดี คสช. และรัฐบาลตระหนักดีว่า ความสำเร็จในระยะ 5 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าเรื่องการรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประชาชนทุกอาชีพรายได้ การเรียกความเชื่อมั่นในการปฏิบัติตามพันธสัญญาและการลงทุนจากต่างประเทศให้กลับคืนมา รวมทั้งการแก้ปัญหาเดิมๆ ที่ค้างคาหมักหมมมานานปี การแก้ปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบ การพิจารณาคดีต่าง ๆ ที่ค้างคาในกระบวนการยุติธรรมที่ถูกต้องเป็นธรรม การออกกฎหมายเพื่อแก้ปัญหาเก่าและเดินหน้าไปสู่การพัฒนาใหม่อย่างยั่งยืน การดำเนินการเพื่อการปฏิรูปประเทศและการกำหนดยุทธศาสตร์ชาติ &amp;nbsp; ล้วนเป็นผลมาจากการทำงานอย่างหนัก ความเสียสละ ความอดทน และความร่วมมือร่วมใจของท่านทั้งหลายโดยแท้ ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา เราได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าแม้ในยามวิกฤติที่บ้านเมืองมีความรุนแรง ความขัดแย้งและความเห็นต่าง การบริหารราชการ รวมถึงการบริหารจัดการด้านงบประมาณมีปัญหาอุปสรรคด้วยข้อกฎหมาย ระเบียบและข้อบังคับ &amp;nbsp;จนครั้งหนึ่งเมื่อ 6 &amp;ndash; 7 ปีที่ผ่านมาต่างชาติเคยมองว่าเราแทบจะเป็นประเทศที่ล้มเหลวอยู่แล้ว แต่เมื่อเราตั้งใจแน่วแน่ว่าจะฟื้นฟูชื่อเสียงเกียรติคุณ ความสงบเรียบร้อยและสิ่งดีงามของประเทศให้กลับคืนมาให้จงได้ เราก็สามารถดำเนินการได้อย่างดี เช่น เรียกเอาความเป็นเมืองน่าอยู่ น่าลงทุน น่าท่องเที่ยวกลับมา การจัดลำดับความยากง่ายในการทำธุรกิจเริ่มดีขึ้น การกำหนดดัชนีชี้วัดความโปร่งใส การกำหนดขีดความสามารถในการแข่งขันกับต่างประเทศ การแก้ปัญหาการบินพลเรือน การแก้ปัญหาค้ามนุษย์ แรงงานต่างด้าว การประมงผิดกฎหมาย ล้วนได้ผลดีขึ้นเป็นลำดับจนเป็นที่ยอมรับในต่างประเทศ แม้แต่การแสดงออกซึ่งเมตตาธรรม มนุษยธรรม ความรอบรู้รอบคอบ และความรู้รักสามัคคีในการช่วยเหลือทีมเยาวชนหมูป่าออกมาจากถ้ำหลวง เชียงรายเมื่อปีที่แล้วและอื่นๆอีก นับเป็นการแสดงออกที่ประทับใจผู้คนไปทั่วโลก ล่าสุดคือการที่ไทยได้ทำหน้าที่ประธานการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 34 เมื่อปลายเดือนที่แล้วซึ่งต่างชาติชื่นชมว่าเราสามารถจัดได้เรียบร้อยน่าประทับใจและบรรลุตามวัตถุประสงค์ทุกประการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาถึงบัดนี้ ผมใคร่ขอให้พี่น้องประชาชนได้นึกทบทวนว่า บ้านเมืองของท่านในวันนี้มีอะไรดีขึ้นบ้าง เปลี่ยนแปลงบ้าง &amp;nbsp;หากมีส่วนที่ดีขึ้นกรุณาภาคภูมิใจเถิดว่านั่นคือผลจากความตั้งใจและความร่วมมือของเราทุกคนภายใต้พระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อมของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้งรัชกาลที่ 9 และรัชกาลปัจจุบัน สิ่งใดที่ยังไม่สำเร็จก็ต้องดำเนินการในรัฐบาลต่อไป ด้วยความรักความสามัคคีของคนในชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงเวลา 5 ปีที่ผ่านมา เราได้แสดงออกถึงพลังแห่งความสามัคคีและการมีวัฒนธรรมอันวิจิตรอลังการให้เป็นที่ประจักษ์แก่ชาวโลกเมื่อประเทศไทยประสบกับความสูญเสียอันยิ่งใหญ่ คือการเสด็จสวรรคต ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 แม้พี่น้องประชาชนทั้งหลายจะอยู่ในความวิปโยคอาลัยก็ได้ร่วมใจในการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกับรัฐบาลในการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพอย่างน่าประทับใจด้วยความจงรักภักดี เมื่อเร็ว ๆ นี้เรายังได้ร่วมใจกันทั้งชาติอีกครั้งด้วยการร่วมกิจกรรมยิ่งใหญ่กับรัฐบาลในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ด้วยความเรียบร้อย สมพระเกียรติยศและสง่างาม เหตุการณ์สำคัญทั้งสองที่เกิดขึ้นในช่วงเวลา 5 ปีนี้จะจารึกอยู่ในความทรงจำของเราทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศตลอดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พี่น้องประชาชนที่เคารพรักครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บัดนี้ ประเทศไทยได้เข้าสู่ขั้นตอนของการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญโดยสมบูรณ์ มีสภาผู้แทนราษฎรซึ่งสมาชิกมาจากการเลือกตั้ง มีรัฐบาลที่มาจากความเห็นชอบของรัฐสภา สิทธิเสรีภาพต่าง ๆ ได้รับหลักประกันคุ้มครองไว้ในรัฐธรรมนูญตามแบบอย่างนานาอารยประเทศ ปัญหาทุกอย่างจะได้รับการแก้ไขตามกฎเกณฑ์ปกติในระบอบประชาธิปไตยโดยไม่มีอำนาจพิเศษใด ๆ อีกต่อไป แม้การปกครองเช่นนี้อาจล่าช้าไม่ทันต่อความต้องการของพี่น้องประชาชนบางกลุ่มบ้าง อาจติดขัดที่ขั้นตอนข้อจำกัดทางกฎหมาย การเมือง และงบประมาณบ้าง ต้องรับฟังความคิดเห็นโต้แย้งที่แตกต่างกันบ้าง แต่ก็เป็นไปตามครรลองของระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยซึ่งทุกคนทุกฝ่ายต้องเรียนรู้เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ อดทน อดกลั้น ไม่ขัดแย้งรุนแรง มีเหตุผล มีวินัย เคารพเสียงข้างมาก ยึดมั่นในธรรมาภิบาลและหลักนิติธรรมโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีและวิถีชีวิตของไทย ผมได้เคยกราบเรียนพี่น้องทั้งหลายแล้วว่าการปกครองของประเทศเราจะอยู่ได้ก็ด้วยสามเสาหลักทำงานประสานกัน คือ ภาคการเมือง ภาคข้าราชการ และภาคประชาชนซึ่งต้องร่วมมือร่วมใจกัน สิ่งที่ คสช. รัฐบาลและสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้ดำเนินการสอดประสานกันในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมานั้นหลายเรื่องน่าจะเป็นรากฐานให้รัฐบาลใหม่ ซึ่งจะเป็นรัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและเป็นรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย ของประชาชนชาวไทยทุกคน &amp;nbsp;ที่ไม่มีการแบ่งแยกภาคหรือจังหวัดหรือแบ่งพื้นที่ตามฐานเสียงพรรคการเมืองใดๆ โดยจะต้องสามารถทำงานต่อไปได้อย่างมั่นคงเพื่อสร้างความมั่งคั่ง และความยั่งยืนวัฒนาสถาพร แต่หากเรื่องใด โครงการใด กฎหมายใดไม่เป็นที่พึงปรารถนาหรือไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ก็สามารถปรับปรุงแก้ไขหรือยกเลิกเพิกถอนได้อยู่แล้ว สิ่งใดที่เกิดขึ้นหรือหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านเข้ามา วันหนึ่งย่อมจากไปหรือผ่านพ้นไปได้เป็นธรรมดา แต่ประเทศชาติอันเป็นที่รักของเรา เป็นที่เกิด ที่อยู่อาศัยของลูกหลานเราจะต้องอยู่ต่อไป ทุกคนมีหน้าที่ต้องสนองพระบรมราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในอันที่จะสืบสาน รักษา ต่อยอด และปกป้องรักษาแผ่นดินไทยนี้เพื่อประโยชน์สุขแก่เราทั้งหลายร่วมกัน ด้วยความรักความสามัคคี เผื่อแผ่แบ่งปัน มีจิตสำนึก มีความรับผิดชอบ เคารพกฎหมาย มีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือ เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชนอันเป็นที่รักยิ่งตลอดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอทุกท่านได้รับความขอบพระคุณและความปรารถนาดีอย่างจริงใจจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติและคณะรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอให้พี่น้องประชาชนชาวไทยและเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายของรัฐให้ความร่วมมือกับรัฐบาลใหม่ ฝ่ายนิติบัญญัติใหม่ ในอันที่จะรักษาการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง และรักษาวัฒนธรรมและวิถีชีวิตแบบไทยให้คงไว้ รวมทั้งสร้างความรัก ความสามัคคี ปรองดองสมานฉันท์ จิตอาสา เพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนของประเทศชาติสืบไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สวัสดีครับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41045</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม&quot;, #อำลาตำแหน่ง, 5ปีคสช., พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190715/image_big_5d2c60005027c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40595</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2019 10:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2019 10:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอาล่ะสิ&#039;กอร์ปศักดิ์&#039;แฉ 5 ปีรัฐบาลคสช.สร้างหนี้ 2 ล้านล้านบาท!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ค.62 - นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี อดีตรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจในรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ &amp;nbsp;โพสต์ข้อความลงบนทวีตเตอร์ระบุว่า &amp;quot;ชวนดูตัวเลขการใช้เงินภาษีของรัฐบาลคสช.ช่วงปีงบประมาณ 2561 (ตุลา60-กันยา61)ครับ.. รัฐขอกู้เงิน 450,000ลบ.เพราะรายได้ไม่พอรายจ่าย &amp;nbsp;สุดท้ายรัฐปิดหีบไม่ลง ต้องกู้อีก 100,358.10 ล้านบาท ส่วนของปีนี้ได้ขอกู้ไว้ 450,000 ลบ.เช่นกัน อีก 2 เดือนก็จะปิดหีบงปม.แล้ว ทายซิว่าจะขอกู้เพิ่มอีกไหม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกอร์ปศักดิ์ โพสต์ด้วยว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถิติการสร้างหนี้ของรัฐบาลคสช.&amp;nbsp;
58-250,000
59-390,000
60-450,000
61-450,000 + 100,358.1= 550,358.1
62-450,000 + ?????
รวมสร้างหนี้ 2,090,358.1 ล้านบาท(2 ล้านล้านบาท)
รัฐบาลใหม่จะทำลายสถิติรัฐบาลเก่าไหมหนอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40595</URL_LINK>
                <HASHTAG>5ปีคสช., กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ, กู้เงิน, สร้างหนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190625/image_big_5d1111ae1e2c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36571</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2019 08:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2019 08:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>5ปีคสช.ล้มเหลว! &#039;วีระ&#039; ชี้คนตัวป้อมๆมีส่วนได้เสีย แค่ปฏิรูปตำรวจเรื่องเดียวก็ไม่สำเร็จ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 พ.ค.62 - นายวีระ สมความคิด&amp;nbsp;เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต่อต้านการคอร์รัปชัน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า นี่ไงความล้มเหลว 5 ปี ของรัฐบาล คสช. ปฏิรูปอะไรก็ไม่สำเร็จ&amp;nbsp;เพราะพวกมันเข้าไปมีส่วนได้เสียเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีระ ระบุว่า&amp;nbsp;พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ประธานคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ ออกมายืนยันชัดเจน แผนปฏิรูปตำรวจล้มเหลว ด้วยคำพูดว่า &amp;quot;เจ้านายไม่ทำต่อ เพราะมีผู้ได้เสีย ยังไม่สำเร็จ&amp;quot; หมายความว่า เจ้านายน่าจะคือคสช. (เพราะเป็นคนตั้งคณะกรรมการชุดนี้) ไม่ยอมทำต่อ เพราะมีผู้ได้เสีย ใครกันที่เป็นผู้ได้เสีย ใช่คนตัวป้อมๆหรือไม่? กรณีบิ๊กโจ๊กที่ถูกปลดถูกย้ายด่วนเพื่อปิดปาก น่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ใช่หรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;5 ปี ของเผด็จการรัฐประหารล้มล้างการปกครองแผ่นดิน เรื่องปฏิรูปตำรวจแค่เรื่องเดียว ก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า เพราะเข้าไปเกี่ยวข้องได้เสีย กันเสียเอง ทำระยำกันอย่างนี้แล้ว ยังอยากจะสืบทอดอำนาจต่อ&amp;quot;นายวีระ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36571</URL_LINK>
                <HASHTAG>5ปีคสช., คสช.สืบทอดอำนาจ, ต่อต้านคอร์รัปชัน, ปฏิรูปตำรวจ, ปฏิรูปล้มเหลว, วีระ สมความคิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180503/image_big_5aeafbb5a1a36.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36519</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2019 17:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2019 17:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดุจริงๆ!&#039;เกศปรียา&#039;แก้ผ้า&#039;บิ๊กตู่&#039;5ปีคสช.เลวหมด คนจนเพิ่ม โกงเยอะ กดขี่ ล้มเหลว โกหก ฯลฯสังคมตะลึง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 พ.ค.62- น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า 5 ปีภายใต้การบริหารงานรัฐบาลเผด็จการ คสช. สังคมไทยได้อะไรบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ได้ความเหลื่อมทางเศรษฐกิจสูงที่สุดในโลก เกิดภาวะรวยกระจุกจนกระจาย มีคนจนเพิ่มขึ้น เกือบล้านคนระหว่างปี 2558-2559 คนฐานรากค้าขายฝืดเคือง พืชผลเกษตรราคาตกต่ำเช่น ยางราคา 4 กิโลกรัมหนึ่งร้อยบาท แต่คนรวยบางคนที่ได้สัมปทานผูกขาดจากภาครัฐมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นเป็นแสนล้าน จากกรณีนี้คือส่งเสริมนิสัยเห็นแก่ตัวมือใครยาวสาวได้สาวเอา รวยอยู่แล้วก็ไม่พอต้องเอาเปรียบให้รวยขึ้นไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ได้พิสูจน์ว่า คสช. ไม่คิดที่จะแก้ไขความขัดแย้ง ต้องการคงความขัดแย้งเพื่อแบ่งแยกแล้วปกครอง หลักฐานจากการที่แกนนำฝ่ายต่อต้านรัฐบาลเผด็จการถูกเรียกเข้าไปเสนอแนวคิดการแก้ปัญหาความขัดแย้งนับครั้งไม่ถ้วน แต่ไม่เคยมีการนำไปปฏิบัติ หรือเป็นเเนวทางประนีประนอมมีแต่การกดขี่เสรีภาพฝั่งตรงข้ามแล้วอ้างว่าบ้านเมืองสงบ แต่ละเว้นสำหรับฝ่ายที่สนับสนุนเผด็จการ นี่ก็เป็นพฤติกรรมความเห็นแก่ตัวเพื่อยึดครองอำนาจให้ยาวนาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ได้เห็นการคอรัปชั่นที่ตรวจสอบไม่ได้ (จีที200/เรือเหาะ/ราชภักดิ์/นาฬิกายืมเพื่อน/ตั้งบริษัทรับเหมาในค่ายทหาร ฯลฯ) กรณีนี้บ่มเพาะนิสัยเดิมๆของนักการเมืองที่รัฐบาลชี้หน้าว่าขี้โกงให้สังคมไทยโดยใช้กำลังและกฏเผด็จการบังคับไม่ให้ประชาชนพูดใครเห็นต่างหรือออกมาเรียกร้องหาความจริงก็จะถูกจับขึ้นศาลทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ได้เห็นการปฎิรูปแบบไม่มีความจริงใจ จอมปลอม ไม่มีอะไรเป็นรูปธรรม สิ่งที่ประชาชนกลุ่มที่สนับสนุน คสช.ไม่เอาหรือรังเกียจ คสช.จะนำมาใช้เพี่อการสืบทอดอำนาจทั้งสิ้น จากสภาผัวเมียมาเป็นสภาเพื่อนพ้องน้องพี่เครือญาติ ดูดนักการเมืองที่เคยด่าว่าชั่วมาสนับสนุนด้วย ทรัพย์สิน ตำแหน่ง และปัดเป่าคดี โดยไม่มีความละอาย พูดดีใส่ตัวพูดชั่วให้คนอื่นและนิสัยพูดเท็จ ทำได้ทุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจหรือสิ่งที่อยากได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ได้เห็นวิสัยทัศน์และความไม่สามารถควบคุมตนเองของผู้นำเผด็จการ จากกรณีการพูดประชดประชันว่าถ้า ข้าวราคาตกก็ไล่ไปปลูกหมามุ่ยแทนข้าว ส่วนยางราคาตกให้ส่งออกไปขายที่ดาวอังคาร หรือเเม้การปาเปลือกกล้วยใส่ศีรษะผู้สื่อข่าว หรือ การจะทุ่มโพเดียมใส่สื่อเมื่อเจอคำถามที่ความคิดเห็นต่าง นี่เป็นการส่งเสริมนิสัยดูถูก กดขี่ คนอ่อนแอ แบ่งชนชั้น โดยผู้นำเผด็จการคิดว่าตนเป็นนาย ประชาชนเป็นบ่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. ได้เห็นการแก้ไขความมั่นคงที่ล้มเหลว งบกลาโหมเพิ่มขึ้นทุกปี ในปี 2557 งบกลาโหม 1.8 แสนล้าน เพิ่มเป็น 2.2 แสนล้าน มีอาวุธกำลังพล และเครื่องมืออย่าง ม.44 &amp;nbsp;ภาวะฉุกเฉิน กฎอัยการศึก มีครบแต่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ยังมีระเบิดเกิดขึ้นประจำ ยังไม่เคยสงบ แต่กลับเกรงกลัวปฎิทินและขันแดง กรณีนี้ชี้ให้เห็นว่างบประมาณไม่ได้แปรผันตามความมั่นคง อีกทั้งมีความไม่พอใจ เมื่อมีคนเสนอให้ตัดงบประมาณส่วนนี้ไปใช้ในส่วนอื่นที่มีความต้องการมากกว่าอย่างเช่นการสาธารณสุข นี่คือลักษณะนิสัยเห็นแก่ตัวไม่พิจารณาความต้องการของประชาชนจริงๆในการใช้งบประมาณให้มีประสิทธิภาพ พอมีผู้ชี้ความบกพร่องแทนที่จะขอบคุณและนำไปตรึกตรอง กลับโกรธโมโห ไม่พอใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. ได้เห็นการโกหก กลับไปกลับมา ตอนเข้ามายึดอำนาจบอกจะขอเวลาอีกไม่นาน รับปากต่อสาธารณะหรือเเม้กระทั่งกับต่างชาติ ว่าจะมีการเลือกตั้งทุกครั้งที่ต้องการผลประโยชน์ในการสืบทอดอำนาจ เช่น การบอกให้ประชาชนลงมติรับร่างรัฐธรรมนูญเพื่อจะได้มีการเลือกตั้ง แต่มีการเลื่อนการเลือกตั้งถึง 5 ครั้ง อีกทั้งรัฐธรรมนูญที่ออกเเบบกันมาก็สร้างปัญหาอยู่ในทุกวันนี้ ปากบอกว่าเกลียดนักการเมืองไม่เคยคิดอยากเป็นนายกรัฐมนตรีหรือนักการเมืองมา 4 ปี พอปีที่ 5 &amp;nbsp;ท้าทายประชาชนบอกมาไล่ดูสิ ไม่ไปไม่ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อแพ้เลือกตั้งมีจำนวน ส.ส. สนับสนุนเพียง 121 เสียง แต่ยังอยากมีอำนาจต่อไม่ยอมรับมติมหาชนทำทุกวิธีส่งเสริมให้เกิดวัฒนธรรมที่ผิดเพี้ยน ไม่เป็นสากล กลับขาวเป็นดำกลับดำเป็นขาว เพื่อมาสนับสนุนการสืบทอดอำนาจต่อ นี่คือบ่มเพาะพฤติกรรมไม่รับผิดชอบต่อคำพูดและ ถอยหลังประเทศกลับไปสู่สังคมที่ใช้กำลังมากกว่าสมอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8. ได้เห็นพฤติกรรมพวกที่อ้างตัวว่าเป็นคนดี ที่หนีการตรวจสอบทรัพย์สิน โดยการเขียนรัฐธรรมนูญเอง แต่กลับหนีการตรวจสอบ แล้วก็ออก ม. 44 มายกเลิกการตรวจสอบทรัพย์สิน รวมทั้งข้อยกเว้นในการรับเงินเดือนจากภาษีประชาชน 2 ทางของ ส.ว. ถ้าเป็นคนดีเห็นกับผลประโยชน์ของประเทศชาติควรจะเสียสละรับเงินเดือนทางเดียว นี่คือการบ่มเพาะนิสัยไม่สุจริตให้สังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9. ได้รัฐธรรมนูญที่เขียนเพื่อผลประโยชน์การสืบทอดอำนาจ คสช. อย่างชัดเจน ทำลายพรรคการเมืองและอำนาจของประชาชน โดยเฉพาะกติกาเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ที่ 70,000 คะแนน = 30,000 คะแนน กติกาเช่นนี้เป็นกติกาที่ขัดแย้งสามัญสำนึก สามารถนำมาใช้ได้เพียงครั้งเดียว &amp;nbsp;และเผยตัวตนด้านมืดของมนุษย์ &amp;nbsp;ที่แสดงความต้องการของตนให้สังคมตะลึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรุปได้ว่า 5 ปีที่ผ่านมาสิ่งที่ คสช. มอบให้สังคมไทย คือ ความเหลื่อมล้ำและความยากจน วัฒนธรรมความไม่ละอายในการทำผิด ความเห็นแก่ตัว ก้าวร้าว ถอยหลังประเทศกลับไปสู่สังคมที่ใช้กำลังมากกว่าสมอง แบ่งชนชั้นให้ประชาชนเป็นบ่าว เผด็จการเป็นนาย ไร้การปฏิรูป ทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน ทำให้สังคมไทยเสียเวลาและเสียโอกาสในการแข่งขันในสังคมโลกอย่างที่เป็นอยู่แบบทุกวันนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36519</URL_LINK>
                <HASHTAG>5ปีคสช., น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, โฆษกพรรคเพื่อชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190427/image_big_5cc3cf7279a64.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36468</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2019 11:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2019 11:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ป้อม&#039;ภาคภูมิใจผลงาน 5 ปีคสช.ช่วยชาวบ้านกินดีอยู่ดี!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 พ.ค.62 - พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงผลงาน 5 ปี ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ว่า เราทำทุกอย่างเพื่อพี่น้องประชาชน ดูก็แล้วกันว่าที่ผ่านมารัฐบาลได้พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ประชาชนอยู่ดีกินดี โดยมีปัญหาต่างๆมากมายที่จะต้องแก้ไข ซึ่งเราแก้ได้บ้างไม่ได้บ้าง อย่างไรก็ตาม เรื่องของความสงบเรียบร้อย เป็นไปด้วยดีมาโดยตลอด 5 ปี ซึ่งได้รับความร่วมมือจากประชาชนเป็นอย่างดี ส่วนปัญหาที่ยังไม่สามารถแก้ไขได้ในตลอด 5 ปีที่ผ่านมา และควรจะต้องทำต่อคือ ความเดือดร้อนของประชาชน เช่น ปัญหาของผู้มีรายได้น้อยที่รัฐบาลพยายามแก้ไขอยู่ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าหลังมีรัฐบาลใหม่ปัญหาการเมืองแบบเดิมๆจะกลับมาหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ยังไม่รู้เลย จะไปรู้ได้ไง แต่ขออย่าไปมองภาพว่าจะเป็นแบบนั้น หากมองเช่นนั้นก็จะแย่ไปหมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36468</URL_LINK>
                <HASHTAG>5ปีคสช., บิ๊กป้อม, ผลงานคสช., รัฐฐาลคสช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190522/image_big_5ce4c5a215916.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32951</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/04/2019 07:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2019 07:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไก่จ๋า&#039; อัด คสช.ใช้อำนาจทำลายคู่แข่งการเมือง ให้กำลังใจ &#039;ธนาธร&#039; สู้เผด็จการสกปรก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 เม.ย.62 - นายวัฒนา เมืองสุข ผู้สมัครส.ส.พรรคเพื่อไทย สอบตกเขตบางแค โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Watana Muangsook ว่า ในช่วงห้าปีของการยึดอำนาจ คสช. ได้ใช้การตั้งข้อหาดำเนินคดีเป็นเครื่องมือในการปิดปากนักการเมือง นักวิชาการ นักกิจกรรมและประชาชนผู้เห็นต่างตลอดมา แต่ที่เพิ่งเกิดขึ้นกับพรรคอนาคตใหม่น่าสนใจตรงที่มีการขุดเรื่องที่ผ่านมาตั้งสามสี่ปีและไม่น่าจะเป็นความผิดมากล่าวหาหัวหน้าพรรคหลังทราบผลการเลือกตั้งและการลงสัตยาบันร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยเพื่อปฏิเสธการสืบทอดอำนาจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องที่เกิดขึ้นจึงน่าสงสัยว่า เผด็จการกำลังใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นหนึ่งในกลไกเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนการสืบทอดอำนาจ หลังจากกลไกต่างๆ ที่เรียกว่าแม่น้ำห้าสายของ คสช. รวมถึงองค์กรอิสระต่างๆ ได้แสดงฝีมือกันมาแล้วก่อนการเลือกตั้ง โดยเฉพาะ กกต.ที่ได้รับการขนานนามให้เป็นแม่น้ำสายที่หก และล่าสุดกำลังจะลามไปถึงศาลหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การทำลายคู่แข่งทางการเมืองด้วยวิธีสกปรกมีให้เห็นตลอดมา อ.ปรีดี พนมยงค์ เคยถูกปล่อยข่าวด้วยการตะโกนใส่ร้ายในโรงหนัง นายกทักษิณก็เคยถูกป้ายสีด้วยข้อหาล้มเจ้า ล่าสุดหัวหน้าและเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ก็ถูกกล่าวหาคล้ายกัน โดยใช้ยุทธการไอโอตัดต่อบิดเบือนแม้แต่เนื้อหาในงานวิชาการเพื่อทำลายล้าง ผิดกันตรงที่ในยุคนี้เผด็จการไม่อาจควบคุมทุกสื่อได้อย่างเบ็ดเสร็จ ความพยายามจึงอาจให้ผลในทางตรงข้าม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักสู้ล้วนมีบาดแผล ผมขอให้กำลังใจคุณธนาธรและทุกท่านที่ยืนหยัดร่วมกันต่อสู้กับเผด็จการ ขอให้ศาลดำรงความมั่นคง สื่อมวลชนและประชาชนผนึกกำลังพร้อมใจใช้สติปัญญาและลงแรงต่อต้านความไม่ชอบธรรม ทำลายกลไกอันสกปรกให้หมดไปจากบ้านเมืองเพื่อนำประเทศออกจากหล่มเผด็จการอันโสมมเสียที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32951</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคเพื่อไทย, 5ปีคสช., ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ปรีดี พนมยงค์, ปิดปากนักการเมือง, วัฒนา เมืองสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190305/image_big_5c7df171e525c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
