<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>3491</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2018 13:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2018 13:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้งเป้า10ปีปฏิรูปสาธารณสุข ทุกคนมีหมอประจำตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.พ.61- &amp;nbsp; ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปีติพงษ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสังคม นายเสรี ตู้จินดา ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข และนายจิรชัย มูลทองโร่ย ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสื่อสารมวลชนเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้แถลงข่าวความคืบหน้าการปฏิรูปประเทศ หัวข้อ &amp;ldquo;สุขภาพดี สังคมแข็งแรง สื่อสร้างสรรค์&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปีติพงษ์ กล่าวว่า เรื่องสังคมเป็นเรื่องกว้างขวาง รัฐธรรมนูญจึงไม่ได้ระบุว่าต้องทำอะไร แต่คณะกรรมการปฏิรูปได้เลือกบางประเด็นที่ถือว่าเป็นปัญหาสำคัญ 5 ประการ คือ การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ &amp;nbsp;เรื่องการออม ที่คนไทยยังพูดถึงกันน้อย ผู้ที่ออกจากงานแล้วมีเงินใช้จ่ายไม่ถึงร้อยละ 40 ของรายได้ในเดือนสุดท้าย พบว่ามีตัวเลขว่าคนไทยมีรายได้ในส่วนนี้เพียงร้อยละ19 เท่านั้น ถือว่าน้อยมาก &amp;nbsp;การปฏิรูปในการให้บริการระบบประกันสังคม ยังมีความเหลื่อมล้ำระหว่างข้าราชการ ประชาชน ลูกจ้าง ถือเป็นฐานในการสร้างความเจริญให้เศรษฐกิจและสังคม จึงต้องปฏิรูปในส่วนนี้ให้เข้มแข็ง ต้องเร่งขับเคลื่อนให้ประชาชนมีส่วนร่วมให้มากที่สุด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายเสรี กล่าวว่า การปฏิรูปด้านสาธารณสุข เริ่มจากประชาชนว่าจะได้อะไร ซึ่งสามารถสรุปแผนได้ 4 เรื่อง ได้แก่ ระบบบริหาร &amp;nbsp;ระบบบริการและคุ้มครองผู้บริโภค &amp;nbsp;ข้อมูลสารสนเทศและกำลังคน ระบบการเงินการคลัง สิ่งสำคัญคือการดูแลประชาชนในขั้นต้น โดยจะมีทีมแพทย์ลงไปดูแลประชาชนถึงระดับครัวเรือนเป็นรายบุคคล จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 10 ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อนั้นประชาชนก็จะมีแพทย์ประจำตัว โดยมีสหวิชาชีพช่วยดูแล จะให้มีสมาร์ทการ์ดให้ประชาชน เมื่อเกิดเจ็บป่วยไม่ต้องเดินทางไปรอการรักษาที่โรงพยาบาล สามารถติดต่อโรงพยาบาลแห่งใดก็ได้ทันที เพราะแต่ละแห่งจะมีข้อมูลคนไข้และเรียกดูได้ทันทีอยู่แล้ว จะทำให้ประชาชนประหยัดเวลา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่าขณะเดียวกันรัฐต้องส่งเสริมให้โรงพยาบาลซื้อผักผลไม้ปลอดสารพิษจากชุมชน หรือโครงการไทยนิยมอาจให้งบฯแก่โรงพยาบาลเพื่อซื้อผักปลอดสารพิษ หรือให้คนจนสามารถมาปลูกผักที่โรงพยาบาลและขายให้แก่โรงพยาบาลได้ด้วย ซึ่งอยากเห็น 5 ปีนี้โรคป่วยจากสารพิษลดลง ทั้งจากการทานผักผลไม้ปลอดสารพิษและการออกกำลังกาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจิรชัย กล่าวว่า คณะกรรมการปฏิรูปด้านสื่อฯ ได้สรุปแผนออกมาได้ 6 ประเด็น คือ การปฏิรูปการรู้เท่าทันสื่อของประชาชน &amp;nbsp;แนวทางการส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อที่จะให้สื่อกำกับดูแลกันเองโดยมีสภาวิชาชีพคอยดูแลในภาพรวม &amp;nbsp;การปฏิรูปอุตสาหกรรมโทรทัศน์ โดยหลังจากมีการประมูลทีวีดิจิทัล ผู้ประกอบการหลายแห่งต่างประสบภาวะขาดทุน รัฐบาลกำลังเข้าดูแลเรื่องนี้อยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยไฮไลต์จะเป็น 2 เรื่อง คือ การรู้เท่าทันสื่อของประชาชนและเรื่องมาตรฐานจริยธรรมสื่อ ทั้งนี้ภายใน 5 ปี การรู้เท่าทันสื่อของประชาชนจะเป็นรูปธรรมมากขึ้น และยืนยันว่าการกำกับดูแลสื่อไม่ใช่การเข้าไปบังคับควบคุมแต่จะเข้าไปประสานงานกันระหว่างรัฐกับสื่อ โดยสื่อต้องปฏิรูปตัวเองด้วย เพื่อเป็นโรงเรียนในความรู้แก่ประชาชน ปลูกฝังวัฒนธรรมของชาติ ปลูกฝังทัศนคติที่ดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตามประชาชนก็ต้องปฏิรูปตัวเองด้วยเช่นกัน เพราะประชาชนเป็นพลังของชาติ ถ้าไม่สนใจการปฏิรูปก็ไม่สัมฤทธิ์ผล โดยเฉพาะเมื่อรับข้อมูลข่าวสารต้องพิจารณาก่อนส่งต่อไปให้คนอื่น เพราะถือเป็นเรื่องสำคัญของปัญหาในปัจจุบัน มั่นใจว่าภายใน 5 ปี การปฏิรูป 13 คณะจะมีผลสัมฤทธิ์ออกมาให้เห็นแน่นอน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3491</URL_LINK>
                <HASHTAG>10ปีมีแพทย์ประจำตัว, 5ปีรู้ทันสื่อ, ปฏิรูป, ปฏิรูปสื่อ, สาธารณสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180220/image_big_5a8bbb02d2a02.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
