<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>57040</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>6พรรคฝ่ายค้าน ไม่ร่วมโหวตงบ63</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; 6 พรรคฝ่ายค้านย้ำไม่ร่วมสังฆกรรม พ.ร.บ.งบฯ เปิดทางรัฐบาลดำเนินการตามสะดวก แต่ขู่เลยกรอบ 105 วันในการพิจารณาอาจผิดกฎหมาย &amp;ldquo;ปิยบุตร&amp;rdquo; แผ่นเสียงตกร่อง ไม่เลิกไล่อัดศาลรัฐธรรมนูญ วิปรัฐบาลสั่ง ส.ส.ห้ามขาด ห้ามลาโดยเด็ดขาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 6 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ประชุมหารือเกี่ยวกับการดำเนินการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 63 ในวาระ 2-3 ที่จะมีการประชุมในวันที่ 13 ก.พ. โดยการหารือครั้งนี้มีหัวหน้าพรรค 6 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ตัวแทนวิปฝ่ายค้าน ตัวแทนวิปรัฐบาล เข้าร่วมพูด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ที่ประชุม 6 พรรคร่วมฝ่ายค้านมีมติให้ ส.ส.พรรคฝ่ายค้านทุกคนจะมาปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ โดยร่วมเป็นองค์ประชุม แต่การดำเนินการพิจารณาเรื่องดังกล่าวจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฝ่ายรัฐบาล ตามคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของการเสียบบัตรแทนกันนั้น เมื่อศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่าไม่สุจริต และ ส.ส.พรรคภูมิใจไทยไม่อยู่ในที่ประชุม และมีการเสียบบัตรแทนกัน จึงถือว่าเป็นการออกเสียงที่ไม่สุจริต ดังนั้นเรารอความรับผิดชอบส่วนตนและรัฐบาล การแสดงความรับผิดชอบสูงสุดคือลาออก เพราะความรับผิดชอบทางการเมืองเป็นสิ่งที่นักการเมืองต้องมี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า มติดังกล่าวที่ออกมา เพื่อให้การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ เกิดความรวดเร็ว ตามความต้องการของประชาชน หากฝ่ายค้านร่วมประชุมด้วยในวันที่ 13 ก.พ. เราได้สงวนคำแปรญัตติไว้จำนวนมาก จะต้องใช้สิทธิในการอภิปรายใช้เวลานาน 2-3 วัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้หากย้อนไปที่มูลเหตุของการเกิดปัญหา ฝ่ายค้านให้ความร่วมมือมาโดยตลอด แต่รัฐบาลกลับมีปัญหาเรื่ององค์ประชุม ฝ่ายค้านก็อยู่ร่วมประชุมด้วย แต่กลับเกิดเหตุการณ์มีคนเสียบบัตรแทนกัน ทำให้ พ.ร.บ.ฉบับนี้สะดุด รัฐบาลทำเสียของ ดังนั้นครั้งนี้เราจะให้ความร่วมมือเหมือนเดิม เพียงแต่ไม่สามารถร่วมอยู่ประชุมด้วยได้ โดยจะเปิดทางให้รัฐบาลพิจารณางบประมาณได้โดยสะดวก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราจะไม่สุ่มเสี่ยงที่จะร่วมในการกระทำที่ไม่ชัดเจน เพราะคำวินิจฉัยไม่ชัดเจนในหลายข้อ จึงจะไม่ทำอะไรที่สุ่มเสี่ยงในเรื่องความถูกผิด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทินกล่าวว่า ฝ่ายค้านมีความกังวลว่า เนื่องจากบทบัญญัติรัฐธรรมนูญมาตรา 143 กำหนดให้การพิจารณากฎหมายของสภาและวุฒิสภาเสร็จภายใน 105 วัน ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้พูดเรื่องนี้ และการพิจารณาพรุ่งนี้จะเกินเวลา ดังนั้น ส.ส.จึงกังวลใจว่าหากร่วมประชุมในวันพรุ่งนี้จะเป็นการทำผิดกฎหมายหรือไม่ ดังนั้นการร่วมทำงานตามมารยาทที่พองามพอดีเป็นวิถีทางที่เราทำได้เพียงเท่านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า สื่อมวลชนรายงานว่า นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ระบุว่า เจรจากับพรรคเพื่อไทยได้ แต่จะมีปัญหากับพรรคอนาคตใหม่นั้น ขอเรียนว่า ไม่เคยได้รับการติดต่อจากบุคคลใดในฟากรัฐบาลเลย ดังนั้นรู้ได้อย่างไรว่าคุยยาก ในเมื่อไม่เคยมาพูดคุยกันเลย รัฐมนตรีคงคิดเอาเอง
ไล่อัดศาลรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า คำร้องที่ฝ่ายค้านได้ส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยตามมาตรา 148 วรรค 3 นั้น มีการเขียนไว้ชัดเจนว่าหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ากระบวนการตราไม่ชอบด้วยกฎหมายศาลรัฐธรรมนูญสามารถทำได้อย่างเดียวคือการวินิจฉัยให้ร่างกฎหมายนั้นตกไปทั้งฉบับ แต่หากวินิจฉัยว่าชอบ ก็เดินหน้าต่อ แต่กรณีที่ออกมานั้น จะงงในตัวเอง เพราะท่อนแรกบอกว่า การเสียบบัตรแทนกัน ย่อมมีผลในการออกเสียงลงคะแนนที่ไม่สุจริต ทำให้ผลการลงมิร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ไม่สอดคล้องกับหลักนิติธรรมและไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ แต่พอมาถึงตอนท้ายกลับบอกว่าร่างนี้ไม่ตกไปทั้งฉบับ เพราะต้องคำนึงถึงสภาพการณ์และเหตุผลความจำเป็นในการใช้งบประมาณ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สรุปแล้วเป็นคำวินิจฉัยที่ผสมผสานกันทุกเรื่อง แถมท้ายด้วยการสั่งให้สภาลงมติกันใหม่ในวาระ 2-3 &amp;nbsp;เห็นว่าเป็นคำวินิจฉัยที่เกินกว่ารัฐธรรมนูญกำหนด และหากปล่อยไว้เช่นนี้ วันข้างหน้าศาลรัฐธรรมนูญจะสามารถสั่งอะไรก็ได้โดยที่ทุกองค์กรต้องปฏิบัติตาม การเป็นซูเปอร์รัฐธรรมนูญ กลายเป็นคนที่อยู่เหนือรัฐธรรมนูญ ผิดในหลักการถ่วงดุลอำนาจ เป็นเหตุให้ฝ่ายค้านต้องมานั่งคิดกันว่าเราจะปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญอย่างไร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรบอกว่า เวลานี้เป็นเรื่องเหลือเชื่อและมหัศจรรย์จากที่ทั้งสภาต้องมาวุ่นวายและมานั่งคิดอ่านกันใหม่หมดเพื่อแก้ปัญหาให้กับ ส.ส.ไม่กี่คนที่เสียบบัตรแทนกัน แล้วจนถึงวันนี้เรายังไม่เคยได้ยินเสียง ส.ส.คนนั้นพูดสักคำ แม้กระทั่งขอโทษก็ไม่มี ความรับผิดชอบอะไรก็ไม่มี ทำเป็นเงียบๆ เฉยๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย มองว่าสิ่งนี้ไม่ยุติธรรมต่อทั้งสภาผู้แทนราษฎร ต่อตัวรัฐบาล และต่อประชาชน ก็ไม่แน่ใจว่าวันที่ 13 ก.พ. ในที่ประชุมท่านจะรู้สึกอะไรหรือไม่ ที่คนทั้งสภาจะต้องมาแก้ปัญหาที่ท่านเป็นคนก่อขึ้นมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ประชาชนเห็นความพยายามในการออกมาปฏิเสธความรับผิดชอบของรัฐบาล เหมือนกับหลายๆ เรื่องที่ผ่านมา จนถูกตั้งคำถามว่า รัฐบาลลอยแพประชาชน ปฏิเสธความรับผิดชอบแทบทุกเรื่อง จนความเชื่อมั่นเสื่อมทรุดในแทบทุกบริบท ทั้งที่ร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 63 มีปัญหา เพราะ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลเสียบบัตรแทนกันจนต้องนำมาพิจารณากันใหม่ ไม่มีใครไปสร้างปัญหาให้ สนิมเกิดจากเนื้อใน รัฐบาลทำตัวเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวว่า หลังจากที่วิปฝ่ายค้านมีมติไม่เข้าร่วมลงมติในวาระสองและวาระสาม ฝั่งรัฐบาลต้องดำเนินการประชุมตามที่ศาลรัฐธรรมนูญระบุไว้ตามกระบวนการ คือ ลงมติตั้งแต่มาตรา 1 ต่อเนื่องจนถึงมาตรา 55 ซึ่งเป็นมาตราสุดท้าย ส่วนการอภิปรายนั้น มติวิปรัฐบาลเห็นร่วมกันคือสามารถอภิปรายได้ในส่วนที่เป็นเนื้อหาสาระใหม่ และไม่ซ้ำเดิมจากการอภิปรายในวาระสอง รอบแรก ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อช่วงวันที่ 8-10 ม.ค. เนื่องจากถือว่าการอภิปรายของ ส.ส.เคยเกิดขึ้น และได้รับการบันทึกไว้แล้ว ส่วนจะพิจารณาแล้วเสร็จภายในวันเดียวหรือไม่นั้น ตนยังให้คำตอบไม่ได้ เพราะต้องรอดูท่าทีที่ชัดเจนจาก ส.ส.พรรคฝ่ายค้านอีกครั้ง&amp;nbsp;
ห้ามขาด ห้ามลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ส.ส.ฝั่งรัฐบาลต้องรักษาองค์ประชุมและการลงมติไว้ให้ครบถ้วน ห้ามขาด ห้ามลาโดยเด็ดขาด ซึ่งวันพิจารณาวาระสองและวาระสาม ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลทุกคนต้องร่วมประชุมและลงมติให้ครบถ้วนทุกคน&amp;rdquo; นายวิรัชกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีที่หลายฝ่ายกังวลและท้วงติงว่าการพิจารณาของสภาวาระสองและวาระสาม วันที่ 13 ก.พ.นั้น อาจเกินเวลา 105 วันที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้สภาพิจารณาให้แล้วเสร็จ นายวิรัช กล่าวว่า สภาต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ระบุให้สภานำร่าง พ.ร.บ.งบฯ 63 พิจารณาวาระสองและวาระสาม ส่วนประเด็นระยะเวลา 105 วันนั้น จากคำร้องที่ตนและคณะยื่นเป็นคำถามให้ศาลรัฐธรรมนูญด้วย กลับไม่มีคำวินิจฉัย ดังนั้นการปฏิบัติของสภาต้องดำเนินการตามที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า เรื่ององค์ประชุมสภาเป็นหน้าที่ของฝ่ายรัฐบาลเสียงข้างมากและ ส.ส.ทุกคน แต่รัฐบาลจะต้องรับผิดชอบมากกว่าอีกฝ่าย อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายงบประมาณเป็นเรื่องที่ค้างการพิจารณามาพอสมควรแล้ว จึงต้องหาทางช่วยกันเพื่อประโยชน์ส่วนรวม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานสภาผู้แทนฯ กล่าวว่า เมื่อมีการเริ่มต้นในวาระที่ 2 ใหม่ ส.ส.ย่อมมีสิทธิอภิปรายได้เต็มที่ แต่เนื่องจากเคยอภิปรายกันเต็มที่มาแล้ว ดังนั้น กระบวนการจากนี้น่าจะประหยัดเวลาลงไปได้ ประกอบกับ ส.ส.ย่อมทราบดีว่าเป็นเรื่องที่พิจารณากันมาแล้ว คงจะไม่มีการลงรายละเอียดกันมากนัก ทั้งนี้ ยังไม่ได้กำหนดกรอบการพิจารณา แต่คิดว่าการพิจารณาไม่น่าจะช้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อยากให้ทุกฝ่ายร่วมมือกัน อย่างน้อยกฎหมายนี้เป็นกฎหมายสำคัญที่ต้องมีเงินไปใช้จ่ายสำหรับทุกองค์กร&amp;quot; นายชวนกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ว่า เป็นเรื่อง ส.ส.ที่เขาคุยกันอยู่แล้ว พยายามทำให้เร็วที่สุด เพราะเป็นความร่วมมือของทุกพรรค ฝ่ายค้านจะอยู่ร่วมโหวตหรือไม่ แล้วแต่เขา เขามีสิทธิทำอย่างไหนได้ก็ทำไป แต่ประชาชนก็ต้องดูติดตามว่าเกิดอะไรขึ้นมาบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่มีปัญหา เพราะคราวที่แล้วฝ่ายค้านก็ไม่ได้โหวต ซึ่งจริงๆ น่าจะไม่ได้โหวตในกฎหมายหลายฉบับ แต่ว่าเสียงทางฝ่ายรัฐบาลต้องให้พอ พอในที่นี่คือพอตามองค์ประชุมทั้งหมด
เสียบบัตรจับได้จ่าย 1 แสน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ แถลงว่า นับจากวันนี้เป็นต้นไป หากสื่อมวลชนและพลเมืองดีทั่วไป ส.ส.มีการเสียบบัตรแทนกัน 2 ครั้งขึ้นไป กับการลงมติกฎหมายทุกฉบับ รวมทั้งญัตติต่างๆ หากมีหลักฐานดังกล่าวไม่ว่าจะเป็นภาพนิ่งหรือวิดีโอ สามารถรับเงินกับตนได้ เหตุการณ์ละ 1 แสนบาท โดยไม่จำกัดเหตุการณ์ แต่ห้ามก๊อปปี้ภาพเขาแล้วมารับเงิน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลักฐานดังกล่าวไม่ต้องผ่านการตรวจสอบในชั้นศาล หรือตั้งคณะกรรมาธิการตรวจสอบ แต่สามารถมารับเงินโดยตรงกับผมได้เลย เพราะผมมีทรัพย์สินถึง 500 ล้านบาท คิดว่างานนี้คงไม่เกิน 10 ล้านบาท ยังเหลือเงินอีกตั้ง 490 ล้านบาท ทั้งนี้สำหรับผู้ที่นำหลักฐานมาเปิดเผย ผมมีวิธีปกปิดไม่ให้ได้รับผลกระทบตามมา&amp;quot; นายสิระกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิ) เปิดเผยว่า ประธานวุฒิสภากำหนดนัดประชุมวุฒิสภา เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวในวันจันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อให้เสร็จตามกรอบเวลา ที่ประชุมเห็นตรงกันว่า เรื่องนี้ได้ผ่านการอภิปราย และพิจารณาไปแล้ว จึงจะขอร้องสมาชิกวุฒิสภาว่า หากจะอภิปราย ก็ขอให้อภิปรายอย่างกระชับที่สุด และไม่ซ้ำเดิม คาดว่าจะพยายามใช้เวลาอภิปราย และลงมติให้เสร็จภายในวันเดียว จะได้ส่งคืนไปตามช่องทางเดิม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ระบุไม่ให้ราคาคนนอกอดีต ส.ส.นอกสภาว่า ให้สัมภาษณ์ลักษณะสไตล์เดิมๆ ของ ร.ต.อ.เฉลิม ขอถามกลับว่าการอภิปรายในเรื่องใดๆ ได้มีการปรึกษาหารือกับคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยแล้วหรือไม่ ระวังทำอะไรไม่ปรึกษาหารือ เดี๋ยวคุณหญิงโกรธหรือไม่พอใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มี ส.ส.ในพรรคเพื่อไทยหลายคนที่ส่งข่าวมาบอกว่าอย่าไปถือสาท่านเลย เพราะท่านก็อายุมาก ดื่มไวน์ก็เยอะ สุขภาพก็ต้องดูแลรักษา ทุกคนห่วงใยท่าน ทางพรรคเพื่อไทยก็ไม่มีใครจะทำงานให้พรรค ก็อยากจะถามกลับท่านเหมือนกันว่า ท่านเฉลิมก็อยู่นอกสภา ไม่ได้อยู่ในสภาเช่นกัน ราคามวยก็คงไม่ได้มีราคาอะไรมากมายที่ต้องกังวล&amp;quot; นายสุภรณ์กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57040</URL_LINK>
                <HASHTAG>6 พรรคฝ่ายค้าน, งบ 63, พ.ร.บ.งบประมาณ, พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563, วิปรัฐบาล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไม่ร่วมสังฆกรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200212/image_big_5e440fcce232e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55650</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘โภคิน’แนะลงมติร่างพรบ.งบ63ใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;6 พรรคฝ่ายค้านขอถกอีกรอบเลื่อนเคาะเป้าซักฟอก เมินส่งเทียบเชิญ &amp;quot;เศรษฐกิจใหม่&amp;quot; &amp;nbsp;แต่แบ่งโควตา &amp;quot;มิ่งขวัญ&amp;quot; จองกฐิน &amp;quot;สมคิด&amp;quot; โวข้อมูลหลั่งไหลมาเพียบ มีใบเสร็จมัด &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ย้ำยื่นญัตติ 29 ม.ค. &amp;quot;โภคิน&amp;quot; แนะสภาลงมติรับร่าง พ.ร.บ.งบ 63 ใหม่ &amp;quot;ศรีสุวรรณ&amp;quot; ยื่น ป.ป.ช.ฟัน 4 ส.ส.เสียบบัตรแทนกัน อนค.ดิ้นร้องศาล รธน.ยืดแก้ต่างคดียุบพรรค ก่อนหอบหลักฐานส่งวันสุดท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำการพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 27 มกราคม นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย, นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน, น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย, นายสุทิน คลังแสง ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน &amp;nbsp;(วิปฝ่ายค้าน), นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่, นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ, นพ.เรวัต วิศรุตเวช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย, นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ &amp;nbsp;หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ, นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย ร่วมประชุมเพื่อกำหนดกรอบประเด็นและรัฐมนตรีที่จะถูกยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ
นายสุทินเปิดเผยก่อนการประชุมว่า หัวหน้าพรรคร่วมฝ่ายค้านได้ประชุมนัดพิเศษร่วมกันเพื่อสรุปตัวบุคคลที่จะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ จากนั้นในช่วงบ่ายจะนำเข้าหารือกับวิปพรรคฝ่ายค้าน โดยข้อมูลที่จะนำมาอภิปรายจะมีทั้งประเด็นที่ได้รวบรวมไว้ก่อนหน้านี้ และข้อมูลใหม่ที่สะท้อนให้เห็นถึงภาวะผู้นำของนายกรัฐมนตรีที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้หลายเรื่อง เช่น การป้องกันปัญหาฝุ่น PM2.5,&amp;nbsp;การป้องกันปัญหาไวรัสโคโรนา, ปัญหาการทุจริต และการออกกฎหมายงบประมาณ
&amp;nbsp;ส่วนข้อเสนอที่ให้มีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 สามวาระรวด หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเป็นโมฆะจากกรณี ส.ส.เสียบบัตรแทนกันนั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;ฝ่ายค้านทั้งหมดจะหารือกันก่อนว่าพร้อมจะสนับสนุนแนวทางดังกล่าวหรือไม่ แต่ยอมรับว่าปกติแล้วกฎหมายที่จะให้ความเห็นชอบผ่าน 3 วาระรวดได้ จะต้องเป็นเรื่องคอขาดบาดตายเท่านั้น และต้องมีเหตุผลเพียงพอที่จะอธิบายต่อสาธารณะได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;เชื่อว่าร่างกฎหมายงบประมาณปี 2563 จะเป็นโมฆะหลังเกิดปัญหามีการเสียบบัตรแทนกัน ซึ่งฝ่ายค้านจะรอดูคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และเดินหน้าเพื่อเอาผิดทางอาญา กับผู้ที่เสียบบัตรลงคะแนนแทนกันด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมพงษ์กล่าวในที่ประชุมตอนหนึ่งว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านที่จะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ เดิมกำหนดไว้วันที่ 29 ม.ค.&amp;nbsp;แต่ถ้าจะมีการเลื่อนออกไปจากเดิม 1-2 วันก็ไม่น่ามีปัญหา และคงจะไม่กระทบกับกรอบวันของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งในการประชุมเราจะร่วมกันกำหนดร่างญัตติที่เตรียมนำไปยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ
นายภูมิธรรมกล่าวว่า การอภิปรายครั้งนี้พรรคร่วมฝ่ายค้านตั้งใจให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมตรวจสอบรัฐบาลด้วย ไม่ได้หวังพึ่งมือในสภาเพียงอย่างเดียว รัฐบาลแม้จะเป็นเสียงข้างมากแต่อยู่ในภาวะเสียงปริ่มน้ำ ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะมีขึ้นฝ่ายค้านจะชี้ให้ประชาชนได้ประจักษ์ว่า การบริหารงานที่ผ่านมาของรัฐบาลประยุทธ์ก่อให้เกิดประสิทธิภาพหรือไม่ ทั้ง 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านมีความพร้อมมีความเข้าใจร่วมกัน ในการประชุมครั้งนี้จะได้ร่วมหารือถึงบุคคลที่จะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ชื่อที่เสนอมาซ้ำกันหรือไม่คงจะมีการแลกเปลี่ยนพูดคุยตกลงกัน เพื่อทำให้การอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะมีขึ้นเกิดประสิทธิภาพมากขึ้น
นายธนาธรกล่าวว่า พรรคอนาคตใหม่ยินดีรับกรอบที่พรรคร่วมฝ่ายค้านได้หารือร่วมกัน ที่จะร่วมอภิปรายถึงความล้มเหลวของรัฐบาลนี้ซึ่งได้นำพาประเทศไปผิดทิศผิดทาง เราจะร่วมทำหน้าที่แทนประชาชนตรวจสอบการทำงานรัฐบาล กรอบที่ฝ่ายค้านได้คุยกันมีทั้งปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาสังคม &amp;nbsp;ประเด็นที่อาจจะมีการทุจริตคอร์รัปชัน การอภิปรายที่จะมีขึ้นในเดือน ก.พ. พรรคร่วมฝ่ายค้านจะชี้ให้เห็นถึงความไม่มีประสิทธิภาพ ความล้มเหลวของรัฐบาลนี้ ถ้าเปิดใจกว้างรับฟังอย่างไม่มีอคติ จะรู้ว่าเราไม่อาจไว้วางใจให้รัฐบาลประยุทธ์ได้บริหารประเทศต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;
โวมีใบเสร็จมัด &amp;#39;บิ๊กตู่&amp;#39;
นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า พรรคจะร่วมตรวจสอบประเด็นการบริหารงานที่ขาดจริยธรรมในหลายประการ มีทั้งหลักฐานที่จับต้องได้ เพราะได้รับข้อมูลจากประชาชนและฝ่ายราชการเข้ามาเยอะมาก ขณะเดียวกันหลังยึดอำนาจเมื่อ 22 พ.ค.57&amp;nbsp;รัฐบาลระบุจะปฏิรูปประเทศในหลายๆ ด้าน แต่กลับไม่ได้มีการปฏิรูปอะไรเลย ถือเป็นความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง เราจะชี้ให้เห็นสิ่งที่รัฐบาลพูดอย่างทำอย่าง ขอให้ประชาชนร่วมติดตาม ฝ่ายค้านจะพูดในสิ่งที่เป็นจริงมีประโยชน์ มีข้อเท็จจริงที่จับต้องได้
นพ.เรวัตกล่าวว่า ได้รับแจ้งจาก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย จะอภิปรายนายกฯ, นายวิษณุ เครืองาม, ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เรื่องของนายกฯ คือการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วน นอกจากนี้ยังมีตนที่จะอภิปราย ที่จะชี้ให้เห็นตั้งแต่การบริหารงานของประยุทธ์ 1&amp;nbsp;มาถึงการสืบทอดอำนาจจนมีรัฐบาลประยุทธ์ 2&amp;nbsp;ในการตั้ง ส.ว. แล้วคนเหล่านั้นมาโหวตเลือกให้ได้เป็นนายกฯ อีก รวมถึงการทำงานของรัฐบาลที่เอื้อต่อบริษัททุนขนาดใหญ่ โดยเจาะลงไปที่โครงการอีอีซี โดยมีการใช้อำนาจตามมาตรา 44&amp;nbsp;เป็นต้น
นายสงครามกล่าวว่า การอภิปรายครั้งนี้แตกต่างจากการอภิปรายจากที่แล้วมา เพราะมีข้อมูลหลั่งไหลมาให้ฝ่ายค้านเยอะมาก เชื่อว่าหลังการอภิปรายถ้านักการเมืองฝ่ายรัฐบาลยังยกมือให้กันอีก ไม่รู้จะว่าอะไรแล้วที่ยังทนได้ เรื่องที่มีก็เด็ดๆ ไม่ต้องทวงถามใบเสร็จ เพราะเรามีใบเสร็จที่พร้อมจะนำไปแสดงแน่นอน
นายนิคมกล่าวว่า ในการอภิปรายมีข้อมูล ถ้าเปิดไปคงทำให้ประยุทธ์อยู่ไม่ได้ ขอให้ช่วยกันติดตามการอภิปราย เชื่อว่าหลังการอภิปรายจะมีเสียงจากรัฐบาลบางพรรคมายกมือให้ฝ่ายค้านด้วย นอกจากนี้เตรียมเสนอในที่ประชุมให้อภิปรายรัฐมนตรีเพิ่มเติม ประกอบด้วย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ &amp;nbsp;และ รมว.สาธารณสุข, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ซึ่งแล้วแต่ที่ประชุมจะว่าอย่างไร&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;เลขานุการคณะกรรมการกิจการพิเศษ พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า การยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีรัฐบาลประยุทธ์ พรรคร่วมฝ่ายค้านยังคงยึดวันที่ 29 ม.ค.เป็นหลัก เวลานี้คณะทำงานที่ทำหน้าที่ยกร่างญัตติกำลังขัดเกลาเนื้อหาที่จะต้องบรรยายถึงรัฐมนตรีที่ถูกยื่นอภิปราย นอกจาก&amp;nbsp;5 คนหลักแล้ว รัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายเพิ่มนั้นพรรคเพื่อไทยยังต้องหารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้านอีกครั้ง คงจะได้ข้อสรุปอย่างแน่นอนในช่วงเย็นวันที่&amp;nbsp;28 ม.ค.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสาเหตุที่ยังสรุปไม่ได้เนื่องจากตอนนี้มีข้อมูลหลั่งไหลเข้ามาเยอะ ทำให้ต้องร่วมกันพิจารณาว่า ข้อมูลที่ได้มาลงลึกไปถึงตัวรัฐมนตรีคนนั้นๆ จริงหรือไม่ รวมทั้งเวลานี้เรากำลังจัดสรรผู้อภิปราย ที่พรรคร่วมฝ่ายค้านแต่ละพรรคแสดงเจตจำนงเข้ามามาก เอาแค่พรรคเพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่ มีผู้ขออภิปรายรัฐมนตรีพรรคละไม่ต่ำกว่า 10 คน ยืนยันว่าสัปดาห์นี้พรรคร่วมฝ่ายค้านจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจได้อย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยแจ้งว่า ความคืบหน้าในการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีในส่วนที่เหลือ ในกลุ่มโฟกัสไปที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่เวลานี้มีพรรคร่วมฝ่ายค้าน 2 &amp;nbsp;พรรคแสดงเจตจำนงว่าต้องการอภิปราย พล.อ.ประวิตรให้ได้ โดยมีข้อมูลหลักฐานที่ยึดโยงมาอย่างชัดเจน ขณะที่คนอื่นๆ อาทิ นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง, ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม กำลังรอเคาะข้อมูลในชั้นสุดท้ายว่าข้อมูลที่ได้มาชัดเจนมากน้อยขนาดไหน
ฝ่ายค้านเมินเศรษฐกิจใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในการหารือพรรคร่วมฝ่ายค้านครั้งนี้ พรรคเพื่อไทยไม่ได้เชิญพรรคเศรษฐกิจใหม่มาร่วมประชุมด้วย เนื่องจากไม่ค่อยมั่นใจในท่าที มีเพียงนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อคนเดียวที่ขอเวลาอภิปรายรองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจนานนับชั่วโมง และยืนยันจะร่วมโหวตไปในทิศทางเดียวกับ ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน ขณะที่ ส.ส.คนอื่นยังไม่มีการส่งสัญญาณมา จึงมีความกังวล ประเมินว่าการโหวตไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีหลังการอภิปรายอาจมีเสียงแตกไปทั้งซีกรัฐบาลและซีกฝ่ายค้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายโภคิน พลกุล คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีที่มีความกังวลว่าร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2563 อาจเป็นโมฆะจากกรณี ส.ส.เสียบบัตรแทนกันว่า&amp;nbsp;กรณีนี้ถือว่าการตรากฎหมายขัดกับหลักรัฐธรรมนูญ ที่ระบุให้การลงคะแนนในแต่ละขั้นตอนต้องเป็นไปโดยสุจริต ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยไว้แล้ว ประเด็นที่ถกเถียงกันไม่ใช่ใครเสียบบัตรแทนใครหรือช่องลงคะแนนน้อย แต่เป็นการลงคะแนนโดยสุจริตใช่หรือไม่ ซึ่งแนวทางแก้ไขคือ รัฐบาลควรนำร่าง พ.ร.บ.ที่ผ่านสภาแล้วกลับมาเสนอเข้าสภาเพื่อให้ลงมติใหม่ตั้งแต่วาระที่ 1 เพื่อดำเนินการให้ถูกต้อง เชื่อว่าหากขอความร่วมมือกันจะใช้เวลาในการพิจารณาไม่มากและจะสง่างามกว่า โดยเรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องรอคำวินิจฉัยจากศาลรัฐธรรมนูญ รัฐบาลสามารถดำเนินการได้ทันที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายศรีสุวรรณ &amp;nbsp;จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นคำร้องเพื่อให้ ป.ป.ช.สอบเอาผิดนายฉลอง &amp;nbsp;เทอดวีระพงศ์ และนางนาที รัชกิจประการ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ซึ่งไม่อยู่ในการประชุมพิจารณาร่าง &amp;nbsp;พ.ร.บ.งบประมาณ 2563 แต่กลับมีชื่อร่วมลงมติในที่ประชุมสภาเมื่อวันที่ 11 ม.ค.ที่ผ่านมา นอกจากนั้นยังมีพฤติการณ์เสียบบัตรลงคะแนนแทนกันของนายสมบูรณ์ ซารัมย์ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย และ น.ส.ภริม &amp;nbsp;พูลเจริญ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ จึงอาจเข้าข่ายการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ตามรัฐธรรมนูญ 2560 &amp;nbsp;มาตรา 185 และอาจเข้าข่ายทุจริตต่อหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (พ.ร.ป.ป.ป.ช.) พ.ศ.2561 และเข้าข่ายการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงในข้อ 7 และข้อ 8 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้หาก ป.ป.ช.วินิจฉัยว่ามีความผิดตามข้อห้ามข้างต้นอาจนำไปสู่การสิ้นสุดของตำแหน่ง ส.ส. ตามมาตรา 101 (7) ของรัฐธรรมนูญ 2560 และอาจมีความผิดตาม พ.ร.ป.ป.ป.ช. มาตรา 28 (1) และมาตรา 30 วรรคแรก ประกอบมาตรา 172 ได้ อย่างไรก็ตาม ด้วยเหตุดังกล่าวสมาคมฯ จึงจะต้องมาร้องเรียนให้ ป.ป.ช.ดำเนินการไต่สวนและวินิจฉัย เพื่อยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลรัฐธรรมนูญ น.ส.จารุวรรณ ศรัณย์เกตุ&amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ และกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่&amp;nbsp;พร้อมนายอนาวิล&amp;nbsp;รัตนสถาพร ส.ส.ปทุมธานี เขต 3&amp;nbsp;พรรคอนาคตใหม่&amp;nbsp;เดินทางมายื่นหนังสือในคดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง? (กกต.) ส่งคำร้องให้ยุบพรรคอนาคตใหม่ จากกรณีเงินกู้ 191 ล้านบาท&amp;nbsp;โดยน.ส.จารุวรรณระบุว่า ในฐานะกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ถือว่าเป็นผู้ถูกร้องคดีนี้เช่นกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;จึงขอใช้สิทธิ์ในฐานะผู้ถูกร้อง&amp;nbsp;ขอร้องสอดเข้ามาเป็นผู้ถูกร้องที่ 2 เพื่อขอใช้สิทธิ์ยื่นคำชี้แจง&amp;nbsp;และแก้ข้อกล่าวหาทั้งแสดงพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อใช้สิทธิ์ในการต่อสู้คดีอย่างเต็มที่และเพื่อความเป็นธรรม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งขอขยายเวลาการยื่นเอกสารชี้แจงต่อศาลออกไปอีก&amp;nbsp;30 วัน เนื่องจากได้ไปยื่นขอคัดสำนวนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการไต่สวนสืบสวนตามข้อกล่าวหา ซึ่งได้ทวงถามกับ กกต. 3 ครั้ง&amp;nbsp;แต่เลขาธิการ กกต.ไม่ให้ตามร้องขอ&amp;nbsp;จึงขอใช้สิทธิ์อุทธรณ์คำสั่งต่อสำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 22 ม.ค.ที่ผ่านมา เชื่อว่าหลักฐานที่ขอเมื่อได้มาจะเป็นสิ่งสำคัญมากในการสู้คดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นในช่วงบ่าย พรรคอนาคตใหม่ได้มอบหมายให้ทีมทนายความเดินทางมายื่นคำชี้แจงและเอกสารแก้ข้อกล่าวหาคดีเงินกู้ ซึ่งครบกำหนดที่ศาลอนุญาตให้ขยายเวลา 15 วันในวันที่ 27 ม.ค.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55650</URL_LINK>
                <HASHTAG>6 พรรคฝ่ายค้าน, พรบ.งบประมาณ, พรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี2563, พรรคเศรษฐกิจใหม่, รัฐสภา, สภาผู้แทนราษฎร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200127/image_big_5e2ef3fa1ce62.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
