<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>103961</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2021 10:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2021 10:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จุรินทร์&#039; ไฟเขียวยกเว้นการเก็บอากรเอดีสินค้าเหล็กเมทัลชีท 6 เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 พ.ค. 2564 &amp;nbsp;นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า คณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุน (ทตอ.) ที่มีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้มีมติให้ใช้อำนาจตามมาตรา 7 ภายใต้พ.ร.บ.การตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน พ.ศ.2562 เพื่อประโยชน์สาธารณะ ยกเว้นการเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาด (เอดี) สินค้าแผ่นรีดเย็นชุบหรือเคลือบด้วยโลหะเจือของอะลูมิเนียมและสังกะสีแบบจุ่มร้อนแล้วทาสี หรือเหล็กเมทัลชีท ที่นำเข้าจากจีนและเกาหลี เป็นการชั่วคราวเป็นระยะเวลา 6 เดือน เพื่อช่วยเหลือผู้ส่งออก ไม่ให้ได้รับความเดือดร้อนต้นทุนเพิ่มสูงขึ้นจากสถานการณ์ราคาเหล็กที่ปรับตัวสูงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ปัจจุบัน ราคาเหล็ก มีราคาเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากราคาวัตถุดิบตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น และปริมาณเหล็กในตลาดโลกลดลง จากการที่จีนจำกัดการส่งออกและลดกำลังการผลิตลง ทำให้สินค้าเหล็กเข้าสู่ตลาดลดลง และยังมีความต้องการใช้เหล็กจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ หากยังคงเรียกเก็บอากรเอดี ก็จะยิ่งทำให้ต้นทุนเหล็กเมทัลชีทมีราคาสูงขึ้น จึงขอให้ชะลอการเก็บอากรออกไปก่อน และจะเก็บอากรที่ 0%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ ทตอ. ได้มีมติให้เรียกเก็บอากรเอดี สินค้าเหล็กเมทัลชีทจากจีนในอัตรา 40.77% ของราคา ซีไอเอฟ จากทุกบริษัทที่ส่งออกมายังไทย และเรียกเก็บในอัตรา 4.27% และ 7% กับ 2 บริษัทที่ส่งออกมาจากเกาหลี เพราะได้ตอบแบบสอบถาม ส่วนบริษัทอื่นๆ ให้เรียกเก็บในอัตรา 33.62%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการฯ ได้มอบหมายให้กรมฯ ติดตามสถานการณ์การนำเข้าอย่างใกล้ชิด และให้หารือกับผู้ผลิตในประเทศ ผู้นำเข้า และผู้ใช้ เพื่อหาข้อสรุปร่วมกันว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ หลังจากที่พ้นระยะเวลา 6 เดือนไปแล้ว โดยมีทางออก 2 ทาง คือ เมื่อพ้นระยะเวลา 6 เดือน ให้กลับมาเรียกเก็บอากรเอดีในอัตราเดิมทันที หรือถ้าสถานการณ์ยังไม่ปกติ ก็ให้ยืดระยะเวลาการยกเว้นการเรียกเก็บอากรเอดีออกไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า ในการประชุม ทตอ. เมื่อวันที่ 17 พ.ค.2564 ที่ผ่านมา ยังได้มีมติช่วยเหลือผู้นำเข้าสินค้าเหล็กแผ่นรีดเย็นเคลือบสังกะสีแบบจุ่มร้อนชนิดเป็นม้วนและไม่เป็นม้วน ที่นำเข้าจากจีน ที่เดิมกำหนดให้ต้องวางหลักประกันอากรระหว่างการไต่สวน ตั้งแต่ส.ค.2563 ทำให้ได้รับความเดือดร้อน เงินจม โดยปัจจุบัน ผู้นำเข้าทั้งรายใหญ่และรายกลางรายเล็ก (SMEs) มีเงินหลักประกันที่ถูกเรียกเก็บระหว่างไต่สวนกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งเห็นว่า สามารถยกเลิกได้ จึงมอบให้กรมการค้าต่างประเทศแจ้งกรมศุลกากรเพื่อคืนเงินอากรดังกล่าวให้กับผู้นำเข้า เพื่อช่วยเหลือด้านสภาพคล่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดเป็นม้วนและไม้เป็นม้วน จาก 14 ประเทศ ที่เก็บภาษีมาแล้ว 15 ปี ตั้งแต่ปี 2546 ได้มีมติให้เก็บอากรเอดีต่ออีก 5 ปี แต่ให้ยกเว้น 7 ประเทศ ที่ไม่เคยส่งออกมาไทยนานแล้ว และให้ติดตามผลก่อนที่จะประเมินการใช้มาตรการอีกครั้ง และยังได้มอบหมายให้หาข้อมูลว่าหลังจากที่ช่วยเหลือผู้ผลิตเหล็กในประเทศแล้ว มีการฉวยโอกาสขึ้นราคาจนกระทบผู้บริโภค ผู้ใช้ในประเทศหรือไม่ เพราะพบว่าปัจจุบัน ราคามีการปรับตัวสูงขึ้น และต้นทุนผู้ใช้เพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103961</URL_LINK>
                <HASHTAG>6 เดือน, ยกเว้นเอดี, เหล็กเมทัลชีท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210503/image_big_608fc96e5b373.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70115</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2020 11:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2020 11:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรอ.เผยข่าวดี 6 เดือนแรกของปี 63 รง.เตรียมเปิดรับแรงงาน 1.2 แสนคน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มิ.ย. 2563 นายประกอบ วิวิธจินดา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยสถิติการประกอบกิจการโรงงานอุตสาหกรรมว่า ยอดขอใบอนุญาตประกอบกิจการ (รง.4) และขยายกิจการใน 21 กลุ่มอุตสาหกรรมช่วงครึ่งแรกของปี 63 (ม.ค.&amp;ndash;29 มิ.ย.63) มี จำนวน 1,702 ราย เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 10.22 % &amp;nbsp;มีการจ้างงานใหม่ 123,794 คน เพิ่มขึ้น 79.23 % และเงินลงทุน 174,850.47 ล้านบาท ลดลง 14.09% อย่างไรก็ตามแม้ว่าทั่วโลกจะได้รับผลกระทบจากการระบาดไวรัสโควิด-19 แต่เป็นที่น่าสังเกตคือมีปริมาณการจ้างงานใหม่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างมากแสดงให้เห็นว่าในส่วนของภาคอุตสาหกรรมได้มีการวางแผนการลงทุนล่วงหน้าอยู่แล้ว จึงทำให้ตัวเลขการลงทุน การจ้างงาน มีตัวเลขที่สูงขึ้น ซึ่งใน 2 ไตรมาสแรก &amp;nbsp; ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นน่าจะไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ โควิด-19มากนัก ทั้งนี้ ต้องติดตามในไตรมาส 3 และ 4 ซึ่งอาจจะมีผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 มาเป็นตัวชี้วัดอย่างมีนัยสำคัญ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แม้สถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมของโลกจะได้รับผลกระทบ ซึ่งเป็นสถานการณ์ปกติที่ทั่วโลกประสบอยู่ เพราะนักลงทุนต้องรอดูสถานการณ์ผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก ว่าจะคลี่คลายเมื่อไหร่ แต่ในส่วนของประเทศไทยก็ยังมีเรื่องดี ๆ โดยพบว่าตัวเลขความต้องการจ้างงานใหม่ของโรงงานที่ขออนุญาตใบ ร.ง.4 และขยายกิจการเพิ่มขึ้นจากปีก่อน และหากเทียบกับช่วงครึ่งปีแรกของปีอื่น ๆ พบว่าช่วง &amp;nbsp; &amp;nbsp;6 เดือนแรกของปี 63 มีความต้องการแรงงานใหม่เพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบ 3 ปี หรือย้อนหลังไปถึงปี 61 ซึ่งอย่างน้อยก็จะสามารถเข้ามารองรับการจ้างงานในไทยให้เพิ่มขึ้นรวมถึงสามารถช่วยแก้ปัญหาการว่างงานของแรงงาน &amp;nbsp; จากผลกระทบการระบาดไวรัสโควิด-19 และรองรับนักศึกษาที่จบใหม่ได้ในระดับหนึ่ง&amp;rdquo; นายประกอบ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความต้องการแรงงานสูงสุด 5 อันดับแรกคือ กลุ่มผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์มีความต้องต้องการแรงงานเพิ่ม &amp;nbsp;39,873 คน สาเหตุที่กลุ่มอุตสาหกรรมดังกล่าวมีความต้องการแรงงานสูงเนื่องจากกลุ่มอุตสาหกรรมดังกล่าวมีการใช้แรงงานในการประกอบและตรวจสอบอุปกรณ์จำนวนมาก รองลงมาเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร มีความต้องการแรงงาน 20,112 &amp;nbsp;คน, กลุ่มผลิตเครื่องจักรเครื่องกล 11,910 คน, กลุ่มผลิตภัณฑ์โลหะ 6,002 และกลุ่มผลิตภัณฑ์พลาสติก 5,814 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้หากพิจารณาตัวเลขการขอใบอนุญาตจัดตั้งโรงงานในครึ่งแรกของปี 63 เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกของปี 62 จำนวน 1,702 ราย แบ่งเป็นยอดขอใบอนุญาตประกอบกิจการ 1,267 ราย ลดลง &amp;nbsp;3.36 % จ้างงาน 52,692 ราย เพิ่มขึ้น 25.58 % และเงินลงทุน 71,121.96 ล้านบาท ลดลง 30.16 % และการขยายกิจการ จำนวน 435 ราย เพิ่มขึ้น 13.58% &amp;nbsp;จ้างงาน 71,102 ราย เพิ่มขึ้น 53.65% เงินลงทุน 103,728.51 ล้านบาท &amp;nbsp;เพิ่มขึ้น 16.07 % &amp;nbsp;โดยอุตสาหกรรมอาหารมีการขอใบอนุญาตขอจัดตั้งโรงงานและขยายกิจการสูงสุดจำนวน &amp;nbsp;97 ราย เพิ่มขึ้น 44.78 % มีการจ้างงาน 15,631 คน เพิ่มขึ้น 44.21 % และเงินลงทุน 14,390.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50.19 % สาเหตุที่มีการขออนุญาตลงทุนโรงงานประเภทนี้มากสุดเพราะกลุ่มอุตสาหกรรมนี้มีการเจริญเติบโตสูง&amp;nbsp;
ส่วนอันดับสองเป็นผลิตภัณฑ์พลาสติก 36 รายลดลง 41.94% จ้างงาน 2,363 คน ลดลง 36.16% และเงินลงทุน 2,763.92 ล้านบาท ลดลง 64.93% กลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์จากพืช 32 ราย เพิ่มขึ้น 6.67% จ้างงาน 1,706 คน เพิ่มขึ้น 79.58 % เงินลงทุน 5,266.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46.71%, ผลิตภัณฑ์อโลหะ 31 ราย เพิ่มขึ้น 82.35% จ้างงาน 2,474 คน เพิ่มขึ้น 1,346.78% ลงทุน 2,951 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 645.68% และกลุ่มผลิตภัณฑ์โลหะ 26 ราย ลดลง 15.38% จ้างงาน 3,462 คนเพิ่มขึ้น 69.54 %เงินลงทุน 3,076.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45.63%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับทิศทางของโรงงานอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มที่ดีส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารซึ่งถ้าดูจากตัวเลข จะเห็นว่ายังมีการขออนุญาตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประกอบ กล่าวถึง แผนฟื้นฟู ส่งเสริม หรือสนับสนุนสถานประกอบการอุตสาหกรรม หลังสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ว่า &amp;nbsp;ล่าสุดกรอ. ได้จัดทำข้อเสนอโครงการฯ ตามมาตรการแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยและสังคม (พ.ร.ก. กู้เงินเพื่อการเยียวยาและดูแลเศรษฐกิจ จากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 ) ตามนโยบายของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้กระทรวงอุตสาหกรรมพิจารณาแล้ว จำนวน 5 โครงการวงเงินกว่า 148 &amp;nbsp;ล้านบาท ประกอบด้วยโครงการแปลงเครื่องจักรเป็นทุน โดยการบำรุงรักษาเครื่องจักรสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 กลุ่มที่ 1 โรงงานอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนและอะไหล่ยานยนต์ เคมี ยานยนต์ เครื่องปรับอากาศ เหล็ก และต่อเรือซ่อมเรือ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นอกจากนี้ยังมีโครงการแปลงเครื่องจักรเป็นทุนโดยการบำรุงรักษาเครื่องจักรสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบ กลุ่มที่ 2 โรงงานอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม ยา ไม้หรือผลิตภัณฑ์จากไม้ สิ่งทอ เซรามิก แก้วและกระจก หนังและผลิตภัณฑ์หนัง, โครงการฟื้นฟูและยกระดับโรงงานอุตสาหกรรมด้านความปลอดภัย มาตรฐาน ผลิตภาพ พลังงานและสิ่งแวดล้อม, โครงการพัฒนายกระดับศักยภาพการผลิตของเอสเอ็มอี กลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ด้วยการใช้เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตออฟติงส์ หรือ IoTs ให้ได้ชิ้นส่วนยานยนต์ที่มีประสิทธิภาพ พร้อมสนับสนุนผู้ผลิตชิ้นส่วนและผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยานยนต์ให้ดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง และโครงการฟื้นฟูโรงงานอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปด้วยเทคนิควิศวกรรมอาหาร เชื่อว่าหากได้รับการสนับสนุนก็จะช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้&amp;rdquo; นายประกอบ กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70115</URL_LINK>
                <HASHTAG>6 เดือน, กรมโรงงานอุตสาหกรรม, ประกอบ วิวิธจินดา, ยอดขอใบอนุญาตประกอบกิจการ (รง.4)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200630/image_big_5efab9ec3956d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62407</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2020 16:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2020 16:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.อนุมัติขยายเยียวยา 5 พัน เป็น 6 เดือนรับรายละ 3 หมื่นบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
7 เม.ย.63- นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้ว่า ที่ประชุมอนุมัติการขยายระยะมาตรการเยียวยา 5,000 บาทต่อเดือน ผ่าน www.เราไม่ทิ้งกัน.com จากเดิมที่ให้ผู้ผ่านการลงทะเบียนรับเงินเยียวยาเป็นระยะเวลา 3 เดือนเป็น 6 เดือน จากวงเงิน 15,000 บาทเป็น 30,000 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยผู้ที่ผ่านการลงทะเบียนแล้วจะได้รับวงเงินในระยะเวลา 6 เดือนทันที ซึ่งระบบจะเริ่มจ่ายเงินเยียวยาในวันที่ 8 เมษายนนี้อย่างไรก็ตาม การจ่ายเงินจะเพิ่มแค่ 3 เดือนเท่านั้น โดยยังคงจำกัดผู้ที่ได้รับสิทธิ์ที่ 9 ล้านคนตามเดิม.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62407</URL_LINK>
                <HASHTAG>5พันบาท, 6 เดือน, ขยายเวลาเยียวยา, ดร.อุตตม สาวนายน, รมว.คลัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200407/image_big_5e8c4dcb01ce6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52008</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/12/2019 13:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/12/2019 13:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประธานวิปฝ่ายค้านโอ่เตรียมแถลงผลงาน6เดือนข่มรัฐบาล!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;08 ธ.ค.2562 - นายสุทิน คลังแสง ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน)เปิดเผยว่าถึงกรณี นพ.เจตน์ ศิรธนานนท์ ส.ว.ได้โพสต์ให้ข่าวว่า 6 เดือนที่ผ่านมาฝ่ายค้านไม่เคยทำอะไรให้ประชาชน โดยเฉพาะการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ นอกจากจ้องล้มรัฐบาลและแก้รัฐธรรมนูญเท่านั้น พร้อมระบุว่าประชาชนเบื่อนักการเมืองมาก ว่า ส.ว.ท่านนี้ไม่เข้าใจโครงสร้างการเมือง ไม่เข้าใจบทบาทหน้าที่ของแต่ละฝ่าย ไม่ติดตามการทำงานของสภา ไม่ดูตัวเองและไม่เข้าใจบริบทโลก แต่มุ่งปกป้องรัฐบาลเพื่อตอบแทนบุญคุณอย่างไม่รับผิดชอบต่อความทุกข์ยากของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ฝ่ายค้านมีหน้าที่ควบคุม ตรวจสอบ เสนอแนะรัฐบาลให้ทำงานสนองประโยชน์ประชาชน การแก้ปัญหาเศรษฐกิจฝ่ายค้านทำได้ทางอ้อมโดยผ่านกลไกสภาเท่านั้น แต่หน้าที่โดยตรงเป็นของรัฐบาลซึ่งมีกฎหมาย ข้าราชการและงบประมาณเป็นเครื่องมือ &amp;nbsp;แต่ที่ผ่านมาฝ่ายค้านได้ทำหน้าที่นี้อย่างมาก เช่น การหารือเสนอแนะ ตั้งกระทู้รวมทั้งเสนอญัตติต่างๆ เช่น ญัตติตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาแนวทางแก้ไขสินค้าราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ญัตติศึกษาแนวทางราคาสินค้าอุปโภคบริโภคสูงขึ้น ญัตติศึกษาผลกระทบการใช้สารเคมีเพื่อการเกษตรซึ่งเป็นข่าวโด่งดังอยู่ในขณะนี้&amp;rdquo; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทินกล่าวอีกว่า ญัตติเหล่านี้ศึกษาเสร็จแล้วและได้เสนอรัฐบาลไปแล้วนอกจากนี้การป้องปรามการทุจริตฝ่ายค้านได้เสนอ ญัตติศึกษาผลกระทบและแนวทางการบริหารโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษ (EEC) &amp;nbsp;ญัตติศึกษาทบทวนการทำสัญญาโครงการสร้างรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน การต่อสัญญาทางด่วนและรถไฟฟ้าอีกหลายสายซึ่งล้วนแล้วแต่ส่อทุจริตและเอื้อทุนใหญ่ทั้งสิ้น &amp;nbsp;ปัญหาเรื่องการศึกษา &amp;nbsp;ศาสนา ยาเสพติด เราเสนอทางแก้ตลอด ซึ่งส.ว.ท่านนี้คงไม่ทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราทำงานช่วยรัฐบาลหลายเรื่อง ซึ่งเราตั้งใจจะเปิดแถลงผลงานในรอบ 6 เดือนในเร็วๆนี้ แม้รัฐธรรมนูญจะไม่กำหนดให้เราต้องแถลง &amp;nbsp;แต่เราจะแถลงด้วยจิตสำนึกของการรับใช้และรายงานประชาชน สังคมจะได้เปรียบเทียบว่าใครทำประโยชน์ให้ประชาชนมากกว่ากัน ซึ่งเรื่องนี้ผมเชื่อว่าไม่อยู่ในสำนึกของ ส.ว. อยากฝากไปถึงส.ว.ท่านนี้ว่า ส.ว.ที่มาจากการแต่งตั้งและกระบวนการได้มาที่ไร้มาตรฐานนี่คือภาพอัปลักษณ์ของประเทศและการหลับหูหลับตาปกป้องรัฐบาลโดยไม่แยกแยะถูก ผิด จะทำให้ความศรัทธา เชื่อมั่นในรัฐบาลลดลงในสายตาโลก &amp;nbsp;ส่งผลให้เป็นอุปสรรคต่อการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ &amp;nbsp;การแก้รัฐธรรมนูญเพื่อขจัดภาพอัปลัษณ์เหล่านี้จึงจำเป็น ฝ่ายค้านถือเป็นหน้าที่ที่จะต้องทำและทำควบคู่ไปกับภารกิจอื่นตามบทบาทหน้าที่ของเรา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52008</URL_LINK>
                <HASHTAG>6 เดือน, นพ.เจตน์ ศิรธนานนท์, ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน, วิปฝ่ายค้าน, ส.ว., สุทิน คลังแสง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191019/image_big_5daa92dfb8612.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6558</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2018 21:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2018 21:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟิลิปปินส์ปิดเกาะท่องเที่ยวโบราไกย์ 6 เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ฟิลิปปินส์สั่งปิดเกาะโบราไกย์เพื่อฟื้นฟูสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของประเทศ เนื่องจากเกรงว่าเกาะสวยงามแห่งนี้จะกลายเป็นบ่อพักน้ำเสีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;นักท่องเที่ยวโพสท่าบนชายหาดของเกาะโบราไกย์ เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2561 ภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แฮร์รี โรเก โฆษกของประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต แห่งฟิลิปปินส์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 เมษายน ว่า ประธานาธิบดีมีคำสั่งให้ปิดเกาะโบราไกย์เป็นเวลา 6 เดือน โดยเริ่มปิดเกาะตั้งแต่วันที่ 26 เมษายน เกาะโบราไกย์เป็นเหมือนสรวงสวรรค์ของฟิลิปปินส์ การปิดเกาะชั่วคราวเพื่อให้คนรุ่นต่อไปจะได้มีโอกาสสัมผัสความงดงามของเกาะแห่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ดูเตร์เตออกมาประณามโรงแรมและรีสอร์ตต่างๆ บนเกาะแห่งนี้ที่มีถึง 500 แห่ง รวมถึงร้านอาหารและธุรกิจอื่นๆ ว่าปล่อยน้ำเสียโดยตรงลงสู่ทะเล ทำให้เกาะแห่งนี้กลายเป็นบ่อพักน้ำเสีย แต่หลังจากนั้นไม่กี่สัปดาห์ รัฐบาลฟิลิปปินส์กลับไฟเขียวโครงการก่อสร้างกาสิโนและรีสอร์ตคอมเพล็กซ์บนเกาะนี้ของแกแล็กซีเอ็นเตอร์เทนเมนต์ที่เป็นบริษัทกาสิโนยักษ์ใหญ่ของมาเก๊า โดยจะเริ่มสร้างในปีหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันโตนิโอ ลา วีนา อดีตปลัดกระทรวงสิ่งแวดล้อมของฟิลิปปินส์ เผยกับเอเอฟพีว่า โครงการสร้างกาสิโนบนเกาะโบราไกย์เป็นเรื่องที่ขัดแย้งกับความพยายามทำความสะอาดเกาะแห่งนี้ครั้งใหญ่ เกาะนี้มีการพัฒนาอย่างไม่มีขีดจำกัด เนื่องจากรัฐบาลท้องถิ่นและรัฐบาลกลางไม่มีการบังคับใช้กฎหมายการใช้ที่ดิน และไม่มีการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกาะโบราไกย์อยู่ห่างจากกรุงมะนิลาไปทางใต้ราว 315 กิโลเมตร เป็นเกาะที่ชายหาดขาวงดงามและน้ำทะเลใส และได้รับยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเกาะที่สวยที่สุดในโลก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6558</URL_LINK>
                <HASHTAG>6 เดือน, ปล่อยน้ำเสีย, ปิดเกาะ, ฟิลิปปินส์, เกาะสวรรค์, โบราไกย์, โรดริโก ดูเตร์เต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180405/image_big_5ac62a462e133.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
