<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>72545</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2020 15:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2020 15:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระดมจนท.ลุยตรวจเอกสาร7แสนฉบับ &quot;18+63คลินิก&quot;โกงบัตรทอง ลั่นจะเช็กย้อนหลัง 10ปีทั่วปท.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
26ก.ค.63-นพ.การุณย์ คุณติรานนท์ รองเลขาธิการ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช. )เปิดเผยว่า หลังจากที่ สปสช. ได้ตรวจสอบกรณีของ 18 คลินิกมาตั้งแต่ต้น และดำเนินการขยายผลกับคลินิกที่ตรวจพบการทุจริตอีก 63 แห่งเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในกระบวนการ audit มาก เนื่องจากมีเอกสารที่เกี่ยวข้องมากกว่า 7 แสนฉบับ โดยที่ สปสช. จะนำเอกสารหลักฐานดังกล่าวยื่นต่อกองบังคับการปราบปรามและ DSI ต่อไป&amp;nbsp;
&amp;ldquo;เราใช้เจ้าหน้าที่หรือ auditor มากกว่า 300 คน ร่วมกันตรวจสอบเอกสารทั้งวันทั้งคืนและไม่มีวันหยุด โดยล่าสุดได้ตรวจสอบเอกสารกว่า 2 แสนฉบับของคลินิก 18 แห่งเรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างการตรวจสอบเอกสารของ 63 คลินิก เพิ่มเติมกว่า 5 แสนฉบับ ซึ่งการประชุมในวันนี้เป็นการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ เพื่อขยายผลการตรวจสอบข้อมูลหลักฐานเพิ่มเติมให้แน่นหนายิ่งขึ้น&amp;rdquo; นพ.การุณย์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.การุณย์ กล่าวว่า นอกจากในส่วนของการดำเนินการกับ 18 และ 63 คลินิกเสร็จสิ้นแล้ว ทางหน่วยงานยังได้มีมติให้ดำเนินการเท่าเทียม โดยขยายผลการตรวจสอบไปยังคลินิกทุกแห่งในกรุงเทพมหานคร (กทม.) หลังจากนั้นจะเป็นการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังในระยะ 10 ปี และขยายการตรวจสอบไปยังพื้นที่ปริมณฑลต่อไป เป็นการปูพรมโดยไม่มีการละเว้นใคร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ผู้อำนวยการกองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ DSI กล่าวว่า การบูรณาการของหน่วยงานต่างๆ ในการตรวจสอบการทุจริตครั้งนี้ จะเป็นการดำเนินการในส่วนของทางคดีอาญา ยังไม่นับความเสียหายทางแพ่ง และความผิดทางวิชาชีพที่กำลังดำเนินการอยู่ อย่างไรก็ตามเนื่องจากมีเอกสารหลักฐานและบุคคลที่เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก แต่ละหน่วยงานจึงได้มาแบ่งหน้าที่ร่วมกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันนี้เรามาเพื่อเร่งรัดการดำเนินการในทางคดีอาญา และพิจารณาว่ามีหลักฐานเพียงพอหรือไม่ ต้องมีอะไรเพิ่มเติม ทั้งหมดเพื่อดำเนินการออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินความผิด ยืนยันว่าเรื่องนี้เนื่องจากเป็นการกระทำผิด เป็นการฉ้อโกงซ้ำๆ หลายครั้ง จึงจะมีเรื่องของ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ร.บ.การฟอกเงิน เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย&amp;rdquo; นายปิยะศิริ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางจันฑนา จินดาถาวรกิจ ผู้อำนวยการกองกฎหมาย สบส. กล่าวว่า ในส่วนของคลินิกทั้ง 18 แห่ง ซึ่ง สปสช.ได้เพิกถอนการเป็นหน่วยบริการไปแล้ว ทาง สบส.จึงเข้ามาดำเนินการในฐานะหน่วยงานดูแลกำกับ โดยขณะนี้ทั้ง 18 แห่งมีกำหนดระยะเวลา 15 วันที่จะต้องแก้ไขปรับปรุงเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐาน ซึ่งจะครบในวันที่ 30 ก.ค.นี้ หากแก้ไขไม่เสร็จสิ้นก็จะต้องมีคำสั่งปิดชั่วคราว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางจันฑนา กล่าวว่า สบส.จะดำเนินการทั้งในด้านมาตรฐานสถานพยาบาล และมาตรฐานวิชาชีพ โดยในส่วนของตัวผู้ประกอบกิจการซึ่งเป็นแพทย์ หากมีความผิดก็ต้องส่งเรื่องดำเนินการไปยังแพทยสภา หรือในส่วนของห้องปฏิบัติการ (Lab) มีความเกี่ยวข้อง ก็จะมีการส่งไปยังสภาเทคนิคการแพทย์ที่ดูแลเรื่องมาตรฐานอยู่ด้วยเช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พ.ต.ท.ภิรมย์ เมืองไสย รองผู้กำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม กล่าวว่า หลังจากที่ทางกองปราบฯ ได้รับการร้องทุกข์แล้ว ในด้านคดีเห็นว่ามีพยานบุคคลเป็นจำนวนมาก จึงอยู่ระหว่างการตั้งคณะพนักงานสอบสวน และรวบรวมหลายหน่วยเข้ามาร่วมทำการสอบสวนเพื่อให้คดีรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยในชั้นนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบเอกสารร่วมกับ สปสช.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สปสช.จะคัดมาให้เราว่าประชาชนหรือผู้ที่ถูกแอบอ้างชื่อแต่ละคลินิกมีกี่ราย ซึ่งพนักงานสอบสวนก็จะเรียกแต่ละรายมาสอบปากคำเพื่อยืนยันว่าไม่ได้ไปใช้บริการจริง เป็นการทำเอกสารเท็จ มาประกอบกับข้อกล่าวหาว่าเป็นการฉ้อโกงอย่างไร และในส่วนของพยานหลักฐานด้านอื่นๆ เบื้องต้นทาง DSI จะรับไปติดตามตรวจสอบ ซึ่งการดำเนินงานของทุกหน่วยงานในวันนี้ จะช่วยแบ่งเบาพนักงานสอบสวนได้มาก และทำให้คดีมีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น&amp;rdquo; พ.ต.ท.ภิรมย์ กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72545</URL_LINK>
                <HASHTAG>18คลินิกทุจริตบัตรทอง, 63คลินิกทุจริตบัตรทอง, กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.), คลินิกโกงเบิกจ่ายเงินบัตรทอง, ดีเอสไอ, สปสช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200726/image_big_5f1d428eb2087.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71534</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2020 17:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2020 17:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชัดแล้วพบเพิ่มอีก 63 คลินิก โกงเบิกจ่ายบัตรทอง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;15 ก.ค.63- สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) แถลงข่าวความคืบหน้า สปสช.ดำเนินคดี 18 คลินิกทุจริตเงินบัตรทอง พร้อมขยายผลตรวจสอบ พบอีก 63 แห่งข้อมูลไม่ถูกต้อง &amp;nbsp;โดยนพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการ สปสช. &amp;nbsp;กล่าวว่า จากกรณีที่ สปสช.ตรวจพบการทุจริตการเบิกจ่ายเงินค่าบริการคัดกรองโรคในกองทุน สปสช. ในคลินิกเอกชน 18 แห่ง พื้นที่ กทม. ล่าสุด ความคืบหน้าการดำเนินคดีกับคลินิกเอกชนที่ทุจริต &amp;nbsp;หลังจาก สปสช.ได้ขยายผลตรวจสอบหน่วยบริการในการเบิกจ่ายค่าบริการส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคในกลุ่มของโรคเมตาบอลิกเพิ่มเติมอีก 86 แห่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในส่วนของความคืบหน้าการดำเนินการกรณีคลินิกเอกชน 18 แห่ง ทุจริตเงินบัตรทองนั้น สปสช.ได้ดำเนินการดังนี้1.ระงับจ่ายค่าบริการทางการแพทย์ของหน่วยบริการทั้ง 18 แห่ง2.เรียกคืนเงินตามจำนวนที่ตรวจสอบพบว่าการเบิกจ่ายค่าบริการทางการแพทย์ที่ไม่ถูกต้อง โดยเป็นยอดเรียกคืนทั้งสิ้น 74,397,720 บาท ขณะนี้เรียกคืนแล้ว 60,773,809 บาท คงเหลือยอดค้างชำระรอเรียกคืน ณ วันที่ 30 มิ.ย. 63 จำนวน 13,623,911 บาท 3.แจ้งความตามคดีอาญา พร้อมส่งมอบเอกสารหลักฐานเมื่อวันที่ 7 ก.ค. 63 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
4.วันที่ 7 ก.ค. 63 สปสช. ส่งเรื่องให้สำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ, แพทยสภา และอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่ามีผู้ประกอบวิชาชีพอื่นด้วยหรือไม่ เพื่อดำเนินการเรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพแล้ว 5.บอร์ดสปสช. มีมติเมื่อวันที่ 8 ก.ค.63 ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณี 18 คลินิกทุจริต &amp;nbsp;6.ยกเลิกสัญญาหน่วยบริการประจำทั้ง 18 แห่ง เมื่อวันที่ 9 ก.ค. 63 โดย สปสช.จัดระบบให้ผู้ใช้สิทธิบัตรทองกว่า 2 แสนรายใน 18 คลินิกได้รับการดูแลแบบไร้รอยต่อ ซึ่งจะได้รับการย้ายหน่วยบริการอัตโนมัติ ผู้ป่วยส่งต่อในระหว่างนี้ไม่ต้องใช้ใบส่งตัว7.ขอความร่วมมือ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ดำเนินการตามกฎหมาย 8.เสนอเรื่องเข้าคณะกรรมการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานบริการสาธารณสุข 9.วันที่ 14 ก.ค.63 คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณี 18 คลินิกทุจริตประชุมนัดแรก &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นพ.ศักดิ์ชัย กล่าวถึงการขยายผลตรวจสอบหน่วยบริการที่มีการเบิกจ่ายค่าบริการส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคในกลุ่มของโรคเมตาบอลิกเพิ่มเติมอีก 86 แห่ง ขณะนี้พบข้อมูลไม่ถูกต้อง 63 แห่ง เป็นจำนวนเงินที่ต้องเรียกคืนประมาณ 2.4 ล้านบาท แต่หลังจากแจ้งผลการตรวจสอบให้หน่วยบริการรับทราบ มีหน่วยบริการ 11 แห่งขออุทธรณ์ผลการตรวจสอบ อีก 52 แห่งไม่อุทธรณ์ ซึ่ง สปสช.ต้องดำเนินการขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป &amp;nbsp;ขณะนี้ สปสช.เขต 13 กทม.ได้ขยายผลการตรวจสอบหน่วยบริการทั้ง 63 แห่ง ทั้ง 100% โดยจะมีการตรวจในวันที่ 30 ก.ค.-11 ส.ค.63 เป็นการตรวจสอบ ณ หน่วยบริการ และวันที่ 16 ก.ค. 63 &amp;nbsp;นำเสนอ อปสข.พิจารณาดำเนินการต่อไป
&amp;quot; ประเด็นที่เราตรวจพบ คือ ไม่มีเอกสารหลักฐานของประชาชนที่เข้ารับการตรวจคัดกรอง ขณะนี้ สปสช.เร่งดำเนินการตามกฎหมายและดำเนินคดี โดยในวันพรุ่งนี้ (16 ก.ค.) คณะอนุกรรมการหลักประกันสุขภาพระดับเขตพื้นที่ กรุงเทพฯ หรือ อปสข.กทม. จะมีการพิจารณาเรื่องนี้ เพื่อการเรียกเงินคืน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นพ.การุณย์ คุณติรานนท์ รองเลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า ผลการตรวจสอบข้อมูลการจ่ายชดเชยค่าบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคของหน่วยบริการเพิ่มอีก 86 แห่ง แบ่งเป็นโรงพยาบาลเอกชน 20 แห่ง และคลินิกเอกชน 66 แห่งนั้น พบข้อมูลไม่ถูกต้อง 63 แห่ง เป็นจำนวนเงินที่ต้องเรียกคืน 2,473,600 บาท แต่เมื่อแจ้งผลการตรวจสอบให้หน่วยบริการรับทราบ มีหน่วยบริการ 11 แห่ง ขออุทธรณ์ผลการตรวจสอบ อีก 52 แห่งไม่อุทธรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.การุณย์ กล่าวต่อว่า ประเด็นที่ตรวจพบคือ ไม่มีเอกสารหลักฐานของประชาชนที่เข้ารับการตรวจคัดกรอง การตรวจพบดังกล่าวเป็นการตรวจพบเบื้องต้นจากการสุ่มตรวจ ยังไม่ได้ตรวจทั้ง 100% &amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้ สปสช.เขต 13 กทม. เตรียมขยายผลการตรวจสอบหน่วยบริการทั้ง 63 แห่ง ทั้ง 100% &amp;nbsp; โดยจะมีการตรวจในวันที่ 30 ก.ค.-11 ส.ค.63 เป็นการตรวจสอบ ณ หน่วยบริการ โดยมีการเรียกเงินคืน พร้อมกับนำเสนอคณะอนุกรรมการหลักประกันสุขภาพระดับเขตพื้นที่ กรุงเทพมหานคร หรือ อปสข.กทม.ครั้งที่ 3/2563 วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 พิจารณาการดำเนินการ ขยายการตรวจสอบไปยังรายการเบิกจ่ายตามรายการ (fee schedule) ทุกรายการ ในทุกหน่วยบริการทุกระดับ ระงับการจ่ายเงินชดเชยค่าบริการทั้งหมดที่พึงได้รับของทั้ง 52 หน่วยบริการ ในปีงบประมาณ 2563 จนกว่าผลการตรวจสอบ จะเสร็จสิ้น, ให้ สปสช.เรียกคืนเงินจากทุกหน่วยบริการตามจำนวนที่ตรวจสอบพบว่าการเบิกจ่ายค่าบริการทางการแพทย์ไม่ถูกต้อง พร้อมเสนอคณะอนุกรรมการพิจารณาหักค่าใช้จ่ายเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71534</URL_LINK>
                <HASHTAG>63คลินิกทุจริตบัตรทอง, นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา, บัตรทอง, สปสช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200715/image_big_5f0ed7465201a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
