<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>47637</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือนพ่ายโหวตงบ‘บิ๊กตู่’เกม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;วิษณุ&amp;rdquo; จี้ 7 พรรคฝ่ายค้านบอกให้ชัดจะแก้รัฐธรรมนูญเรื่องใด ไม่ใช่ปล่อยคลุมเครือแล้วไปแตะเรื่องละเอียดอ่อน &amp;ldquo;วันนอร์&amp;rdquo; ยืดอกไม่ขอใช้เอกสิทธิ์คุ้มครองที่ถูกฟ้องมาตรา 116 อนุสรณ์ร่าย 7 เหตุผลชำเรา รธน. &amp;ldquo;เนติบริกร&amp;rdquo; แจงยิบกฎหมายงบประมาณสำคัญ หากพ่ายโหวตมีแค่ 2 ทางเลือก ลาออกและยุบสภา กำชับคนนั่ง กมธ.งบฯ ไม่ใช่แค่โก้เก๋ต้องทำงานจริงใน 60 วัน &amp;ldquo;สนธิรัตน์&amp;rdquo; โยนเผือกวิปรัฐบาลแก้ปัญหาเสียงปริ่มน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันอังคาร นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี 7 พรรคฝ่ายค้านเดินสายรณรงค์เรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ไม่ทราบ ต้องไปถามที่คนเขาจะแก้รัฐธรรมนูญ เพราะไม่ได้เป็นฝ่ายที่บอกว่าจะให้แก้ว่ามีเหตุผลอะไร มีเรื่องอะไร การที่เปิดประเด็นว่าจะแก้รัฐธรรมนูญยังคลุมเครือ ทางที่ดีควรทำให้ชัด เพื่อให้ประชาชนรู้ว่าจะแก้ในเรื่องอะไร ซึ่งวันนี้ก็เห็นว่าเริ่มออกมาประเด็นสองประเด็นแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;มาคลุมๆ เครือๆ จะแก้ไม่รู้จะแก้อะไร เลยหลุดออกมาว่าจะไปแก้มาตราที่เซนซิทีฟ ก็เลยเป็นเรื่อง ส่วนข้อเสนอที่ออกมาบ้างแล้วนั้นผมขอไม่ตอบ เพราะเป็นเรื่องของเขา เขาเป็นคนพูด รวมถึงข้อเสนอที่ให้ยุบ ส.ว. ผมก็ขอไม่ตอบด้วย&amp;rdquo; นายวิษณุกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า จุดยืนของพรรคเมื่อใช้รัฐธรรมนูญไประยะหนึ่งแล้วจะตั้งคณะขึ้นมาศึกษาข้อดี-ข้อเสีย ซึ่งเรื่องดังกล่าวต้องตั้งต้นที่สภา ซึ่งหลายพรรคต่างมีจุดยืนของตัวเอง ต้องหารือและรับฟัง โดยการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นหนึ่งในนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ซึ่งระบุว่าจะมีการตั้งคณะศึกษาเร่งด่วนใน 1 ปีก็ยังดำเนินการตามนั้น
ส่วน ?พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีมีการยื่นคำร้องยุบ 7 พรรคฝ่ายค้านกรณีขึ้นเวลาเสวนาแก้รัฐธรรมนูญที่เสนอแก้ไขมาตรา 1 ว่าต้องดูก่อนว่าคำร้องร้องว่าอย่างไร เพราะยังไม่เห็นคำร้อง และในฐานะนายทะเบียน หากเป็นเรื่องของการร้องยุบพรรคถือว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เราต้องแยกการพิจารณาว่าสิ่งใดเป็นการกระทำของพรรค หรือการกระทำของตัวบุคคล มีการประชุมพรรคก่อนดำเนินการกระทำดังกล่าวหรือไม่ ซึ่งการกระทำของตัวบุคคลไม่ใช่จะเอามาเกี่ยว เป็นการกระทำของพรรคโดยอัตโนมัติ ยังมีรายละเอียดอีกมาก และจากที่ดูข้อบังคับ และอุดมการณ์ของพรรคที่ยื่นจัดตั้งพรรคการเมืองต่อ กกต.ก็ไม่มีพรรคการเมืองไหนที่มีนโยบายแบ่งแยกประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ (ปช.) กล่าวว่า สิ่งที่ 7 พรรคฝ่ายค้านถูกกล่าวหาที่ สภ.เมืองปัตตานีก็ต้องรอตำรวจเรียกตัวไปชี้แจง ส่วนตนเองในฐานะที่เป็น ส.ส. ไม่ว่าจะเป็นในสมัยประชุมหรือนอกสมัยประชุม จะไม่ใช้เอกสิทธิ์ ส.ส.คุ้มครองแน่นอน จะใช้ฐานะประชาชนคนหนึ่ง จะประกันตัวก็ต้องทำ เพราะถือว่าเรื่องนี้ต้องเป็นตัวอย่างกับประชาชน ว่าเรื่องนี้ประชาชนไม่ควรถูกกล่าวหาง่ายๆ โดยการใช้มาตรา 116 จะไม่ใช้เอกสิทธิ์ในการต่อสู้เรื่องนี้ เพื่อความเสมอภาค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่เราฟ้องร้องเอาผิดกับแม่ทัพภาค 4 และ พล.ต.บุรินทร์นั้นก็ต้องดำเนินการต่อไป ไม่ว่าเรื่องจะไปถึงไหน ทั้ง ป.ป.ช.หรือศาล เราต้องดำเนินการให้ถึงที่สุด ไม่ใช่เพราะเราไม่พอใจ 2 ท่านนี้ แต่เราต้องการให้เป็นคดีตัวอย่าง ว่าคนมีอำนาจไม่ควรใช้อำนาจของตัวเองง่ายๆ ต้องพิจารณาด้วยความรอบคอบว่าประชาชนควรมีสิทธิ เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญอย่างไร&amp;rdquo; นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวและว่า การเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญของ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านได้ลงสัตยาบันไปแล้ว ไม่อยากพูดซ้ำว่าเราจะไม่แตะต้องหมวดที่ 1 ที่เกี่ยวกับราชอาณาจักร และหมวดที่ 2 ที่เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ ซึ่ง 2 หมวดนี้เป็นสัตยาบันไปแล้ว ไม่ว่าเราจะพูดที่ไหนเราก็ยืนยันกับทุกคนว่า 2 หมวดนี้ดีอยู่แล้ว เราจะไม่แตะต้อง เราจะแก้ไขหมวดที่ว่าด้วยรัฐสภา ครม. องค์กรอิสระ สิทธิ เสรีภาพของประชาชน รวมถึงเรื่องวิธีการเลือกตั้ง และบทบาทของ ส.ส.และ ส.ว. แต่รายละเอียดนั้นเรายังไม่ก้าวไปถึง
ร่าย 7 เหตุผลรื้อรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่าขอยืนยันทำความเข้าใจในเจตนารมณ์การแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้าน 7 พรรค คือ 1.การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นสิ่งที่ดำเนินการได้ แม้แต่รัฐบาลก็ได้บรรจุในนโยบายเร่งด่วนข้อ 12 ของนโยบายรัฐบาล 2.จะแก้ไขรัฐธรรมนูญตามวิถีทางที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ไม่แก้โดยวิธีการอื่นที่กฎหมายไม่รองรับ ไม่แก้ด้วยวิธีการที่ผิดกฎหมาย 3.ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้านไม่แตะหมวด 1 และหมวด 2 ผู้ไม่ประสงค์ดี หรือมีเจตนาบิดเบือน ควรยุติการกระทำที่ทำให้เกิดความขัดแย้งได้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.แนวทางที่พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้านเสนอกับสังคม คือการมีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่มาจากประชาชน จะเป็นผู้มากำหนดเนื้อหาในการแก้เพื่อให้เป็นรัฐธรรมนูญของประชาชนอย่างแท้จริง 5.ชนชั้นใดร่างรัฐธรรมนูญก็เพื่อชนชั้นนั้น การให้ประชาชนมาเป็นกำลังหลักในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จึงจะได้รัฐธรรมนูญของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง 6.จะแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้เป็นทางออกของประเทศ กระบวนการรับฟัง สะท้อนปัญหา สร้างการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องดำเนินการ และ 7.พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้านไม่เคยเสนอให้ทั้งประเทศ หยุดทุกอย่าง แล้วมาแก้ไขรัฐธรรมนูญเพียงอย่างเดียว ทุกๆ ปัญหาสามารถแก้ไขควบคู่ไปได้กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
วันเดียวกัน นายวิษณุกล่าวถึงกรณีที่ชี้แจงในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ว่ารัฐมนตรีที่เป็น ส.ส.สามารถลงมติร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ได้ ว่ามีการสงสัยกันในเรื่องดังกล่าว เพราะรัฐธรรมนูญแต่ละฉบับเขียนไว้ไม่เหมือนกัน แต่ได้ทำความเข้าใจแล้วว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันสามารถลงมติได้ แต่โดยมารยาทแล้วในการลงมติไม่ไว้วางใจตัวเอง ไม่ควรลงมติ ส่วนในเรื่องการเสนอกฎหมาย จะเป็นเรื่องงบประมาณหรือกฎหมายอะไรก็แล้วแต่ ไม่ใช่เรื่องมีส่วนได้เสียส่วนตัว เป็นส่วนได้เสียส่วนรวม ดังนั้นรัฐธรรมนูญไม่ได้ห้าม และโดยสรุปมีรัฐมนตรีที่เป็น ส.ส.มีความสงสัยอยู่ 19 คน สามารถลงมติในเรื่องงบประมาณเช่นเดียวกับลงมติในเรื่องอื่นๆ ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า นายกฯ ได้กำชับรัฐมนตรีอย่างไรบ้าง นายวิษณุกล่าวว่า นายกฯ บอกให้รัฐมนตรีที่เป็น ส.ส.เข้าประชุมอย่างพร้อมเพรียงกัน ด้วยเหตุว่าในฐานะที่เป็นรัฐมนตรี จะเป็น ส.ส.หรือไม่เป็น ส.ส.ก็ต้องเข้าประชุม เพราะเป็นเรื่องงบประมาณ หากมีการสอบถามเรื่องของกระทรวงใดก็สามารถช่วยอธิบายได้ โดยเฉพาะในวาระที่หนึ่ง ขณะเดียวกันนายกฯ ยังกำชับว่าจะต้องมีการตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเอาไว้พิจารณาในชั้นแปรญัตติ จึงขอให้ผู้แทนรัฐบาลที่มีอยู่ 15 คนที่จะไปเป็น กมธ. ควรเป็นคนที่มีเวลาว่างเป็นหลัก ไม่ใช่ไปเป็นโก้ๆ&amp;nbsp;
กมธ.ต้องทำงาน 60 วัน
&amp;ldquo;หลายคนคิดว่าการไปเป็น กมธ.งบประมาณฯ เป็นเกียรติยศ แต่ความจริงต้องนั่งประชุมตลอดเวลาถึง 60 วัน เพราะต้องพิจารณากฎหมายยาวนานที่สุด และแม้ไม่ได้ทำหน้าที่ประธานหรือรองประธาน ก็ถือเป็น กมธ. ซึ่งที่ประชุมต้องดูไปทีละมาตรา ส่วนรายชื่อรัฐมนตรีที่จะมาเป็น กมธ.ในส่วนรัฐบาล ยังได้รายชื่อไม่ครบ แต่ได้ 3 รายชื่อที่จะเป็นตัวแทนหลัก ได้แก่ รมว.การคลัง รมช.การคลัง และปลัดกระทรวงการคลัง ในส่วนที่เหลือจะให้แต่ละพรรคการเมืองไปหาและนำมาเสนอโดยไม่ต้องนำรายชื่อเข้า ครม.อีก แต่ให้แจ้งไปที่ รมว.การคลังและสำนักงบประมาณ เพื่อประสานกับวิปรัฐบาล โดยรายชื่อไม่จำเป็นต้องเป็นรัฐมนตรี เพราะมีจุดอ่อนที่อาจไม่มีเวลาไปนั่งเป็น กมธ.&amp;rdquo; นายวิษณุกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณสภาได้แจ้งมาหรือไม่ว่าจะใช้เวลากี่วัน นายวิษณุกล่าวว่า เรื่องนี้รัฐบาลเป็นฝ่ายเปิดประชุมสมัยวิสามัญในวันที่ 17 ต.ค. และปิดประชุมวิสามัญในวันใดวันหนึ่ง ซึ่งคาดว่าจะมีเวลารวมกันทั้งหมดประมาณ 3-4 วัน ซึ่งต้องไปแบ่งกันเอง ถ้า ส.ว.ไม่เอา ส.ส.ก็ได้ไปทั้งหมด แต่ถ้า ส.ว.เอาก็ต้องเหลือให้ ส.ว.สัก 1 วันหรือครึ่งวัน ขอให้วิปรัฐบาลไปตกลงกันเอง แต่ ส.ว.ขอเวลาไว้แล้ว เพราะเขามีเรื่องต้องทำเหมือนกันไม่มีปัญหาอะไร แต่อย่างน้อยเบื้องต้น 2 วันอยู่แล้ว ซึ่งตรงกับวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ ถ้าเลยจากนั้นจะเป็นเสาร์และอาทิตย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามต่อว่า ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณถ้าหากไม่ผ่านสภาจะมีผลอย่างไรกับความรับผิดชอบทางการเมืองและทางกฎหมาย นายวิษณุตอบว่า มีอยู่แล้วว่าอะไรก็ตามที่สภาเสียงข้างมากไม่ไว้วางใจรัฐบาล รัฐบาลนั้นก็ไม่พึงอยู่ต่อไป ซึ่งการไม่ไว้วางใจนั้นแสดงออกได้ 2 อย่างคือ 1.ไม่ไว้วางใจโดยเปิดเผย ตรงนี้ทำโดยการลงมติไม่ไว้วางใจ 2.ไม่ไว้วางใจโดยปริยาย จะแสดงออกจากการที่รัฐบาลเสนอร่างกฎหมายสำคัญเข้าสภา แล้วสภาลงมติให้ไม่ผ่าน ซึ่งแปลว่าสภาไม่ยอมให้เครื่องมือรัฐบาลไปทำงาน รัฐบาลก็ไม่ควรต้องอยู่ แต่วิธีที่จะไม่อยู่นั้น สามารถทำได้ 2 อย่าง คือ 1.ทำโดยรัฐบาลลาออก หรือ 2.ทำโดยออกด้วยกันทั้งคู่ เพราะการที่สภาไม่เห็นชอบนั้นไม่รู้ว่าประชาชนเขาคิดอย่างไรจึงยุบสภาแล้วไปเลือกตั้งเพื่อให้ประชาชนตัดสินใจ ดังนั้นทางออกสามารถทำได้ 2 อย่าง ซึ่งเป็นเรื่องทั่วไป ไม่ใช่เรื่องแปลก และเราปฏิบัติอย่างนี้ตลอดมา โดยในอดีตเคยมีรัฐบาลที่ลาออก เพราะสภาลงมติไม่ผ่านกฎหมาย แต่ก็มีรัฐบาลที่ไม่ลาออกแม้สภาลงมติไม่ผ่านกฎหมายเช่นกัน เพราะถือว่าไม่ใช่กฎหมายสำคัญ แต่สำหรับกฎหมายงบประมาณนั้นเป็นกฎหมายสำคัญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวในเรื่องนี้ว่า เชื่อว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย แม้จะมีความเป็นห่วงกันถึงเสียงของรัฐบาลที่มีเสียงปริ่มน้ำ แต่นายวิษณุได้อธิบายถึงข้อกฎหมายแล้วว่ารัฐมนตรีที่เป็น ส.ส.ลงมติได้ ดังนั้นคิดว่าเสียงของรัฐบาลมีเพียงพอ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เมื่อช่วงเที่ยงนายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย ได้ปรากฏตัวที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พร้อมนายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ อดีตหัวหน้าพรรคพลเมืองไทย ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารองนายกฯ ซึ่งนายพิเชษฐระบุว่า มาพบทีมงานของ พล.อ.ประวิตรเท่านั้น ไม่มีอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานแจ้งว่า การมาปรากฏตัวของนายพิเชษฐครั้งนี้ อาจเกี่ยวข้องกับการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ที่มีกระแสข่าวดึงเสียง ส.ส.ฝ่ายค้านให้สนับสนุน เพื่อแก้ไขเรื่องเสียงปริ่มน้ำ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่พรรค พปชร.ได้มีการเรียกประชุม ส.ส.พรรคเพื่อเตรียมความพร้อมในการอภิปราย พ.ร.บ.งบประมาณ ซึ่งเบื้องต้นได้วางผู้อภิปรายไว้ประมาณ 20 คน โดยนายสนธิรัตน์กล่าวภายหลังการประชุม ส.ส. ว่าพรรคได้หารือถึงแนวทางการอภิปรายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 โดยได้นัดหมาย ส.ส.ให้มาหารือทำความเข้าใจกันอีกครั้งในสัปดาห์หน้า รวมถึงตัวบุคคลที่จะอภิปรายในสภาก็จะหารืออีกครั้งในสัปดาห์หน้าเช่นกัน ส่วนสถานการณ์เสียงปริ่มน้ำเป็นเรื่องที่วิปรัฐบาลต้องทำหน้าที่ต่อไป ตอนนี้ทุกคนทราบกันอยู่แล้วว่าต้องบริหารความเสี่ยงกันอย่างไร แต่เราเชื่อมั่นว่าทุกอย่างจะดำเนินการให้เป็นไปอย่างราบรื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรค พท. กล่าวว่า จากการศึกษาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเบื้องต้น พบว่าไม่ได้ตอบโจทย์ปัญหาด้านเศรษฐกิจที่กำลังเผชิญอยู่ รวมถึงงบลงทุน โดยส่วนราชการที่ได้รับอนุมัติการจัดสรรงบประมาณเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ กลับไม่ได้เป็นกระทรวงที่แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ เช่น สำนักนายกฯ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงกลาโหม เป็นต้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47637</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 พรรคฝ่ายค้าน, กฎหมายงบประมาณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ปัญหาเสียงปริ่มน้ำ, แก้รัฐธรรมนูญเรื่องใด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191008/image_big_5d9ca0f118993.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47550</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2019 22:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หวั่นซํ้ารอยแก้ไฟใต้ ‘ชวน’เตือน7พรรคฝ่ายค้านแนะแก้รธน.ต้องดีกว่าเดิม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กตู่-ประวิตร&amp;quot; ชี้เป็นสิทธิ์ฝ่ายค้านฟ้องกลับ &amp;quot;มทภ.4-กอ.รมน.ภาค 4 สน.&amp;quot; ยันทุกอย่างยึดตาม กม. &amp;quot;กอ.รมน.&amp;quot; ปัดกลั่นแกล้งฝ่ายค้าน-นักวิชาการเสวนาใต้ ลั่นทำตามหน้าที่ไม่เคยมอง ปชช.เห็นต่างเป็นศัตรู &amp;quot;พปชร.&amp;quot; อัด &amp;quot;ปิยบุตร&amp;quot; ใช้อำนาจ กมธ.เรียก &amp;quot;บุรินทร์&amp;quot; สอบ ส่อแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม &amp;quot;เลขาฯ เครือข่ายรักษ์สยาม&amp;quot; ร้อง กกต.ยุบ 7 พรรคฝ่ายค้าน ระบุเข้าข่ายล้มล้างการปกครอง &amp;nbsp;&amp;quot;ชวน&amp;quot; เตือนแก้ รธน.ต้องดีกว่าเดิม หวั่นผิดพลาดซ้ำรอยแก้ไฟใต้จนเกิดปล้นปืนปี 47&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 7 ต.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กรณีที่แกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้านแจ้งความกลับ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ &amp;nbsp;แม่ทัพภาคที่ 4 (มทภ.4) และ พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้ชำนาญการ สำนักงานกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ซึ่งอาจรวมถึง พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะผู้บังคับบัญชาว่า ตรงนี้เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรมที่จะดำเนินการไป ใครจะฟ้องร้องอะไรก็ว่าไปตามหลักฐาน ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะฟ้องร้อง ขณะเดียวกันหน่วยงานก็มีหน้าที่ของเขาเหมือนกัน ฉะนั้นตนไม่ไปก้าวล่วงใครทั้งสิ้นและไม่อยากให้ขยายความขัดแย้งนี้ต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวเช่นกันว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านฟ้องกลับก็แล้วแต่เขา ในทางกฎหมายถ้าทำได้ก็ทำไป เป็นเรื่องของกฎหมาย เพราะการฟ้องร้องแกนนำบนเวทีปราศรัยก็เป็นเรื่องของกฎหมาย ซึ่งเป็นเรื่องในพื้นที่เขาพิจารณาเอง ไม่มีใครสั่ง ด้านความมั่นคงก็ไม่เกี่ยว เป็นเรื่องของด้านกฎหมายทั้งหมด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าฝ่ายค้านมองเป็นการแสดงความเห็นตามระบอบประชาธิปไตย พล.อ.ประวิตรย้อนว่า ประชาธิปไตยแบบไหน แล้วแต่เขาจะคิด แต่นักกฎหมายว่าอย่างไรก็ต้องว่าไปตามนั้น เขาไม่ได้ห้ามไม่ให้จัดเวที แต่ไปพูดไปทำให้นักกฎหมายเห็นว่าผิดกฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวเช่นกันถึงเรื่องที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เสนอปรับโครงสร้าง กอ.รมน.ว่า ทำได้ก็ทำไม่เป็นไร รื้อได้ก็ทำไป แต่เรื่องนี้เป็นกฎหมายก็ต้องแก้กฎหมาย แต่ต้องทำให้ประชาชนเข้าใจ การจะรื้อหรือปรับปรุงอะไรก็สามารถทำได้ &amp;nbsp;แต่ต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายอะไรก็ตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) แถลงข่าวยืนยัน กอ.รมน.ภาค 4 สน.แจ้งความดำเนินคดีแกนนำพรรคฝ่ายค้านและนักวิชาการ &amp;nbsp;12 คนที่ได้จัดเสวนา &amp;quot;พลวัตแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ สู่นับหนึ่งรัฐธรรมนูญใหม่&amp;quot; ตามหน้าที่ &amp;nbsp;เพราะการเสวนาดังกล่าวได้มีการพูดคุยกัน ซึ่งตอนหนึ่งมีการพาดพิงมาตรา 1 ของรัฐธรรมนูญ จนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้าง ทำให้เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.ภาค 4 สน.ที่ทำหน้าที่ด้านกฎหมายดำเนินคดีแจ้งข้อหาแก่ผู้ที่เข้าร่วมเสวนาในวันนั้น&amp;nbsp;
กอ.รมน.ลั่นทำตามหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งที่ดำเนินคดีมีความจำเป็นในเรื่องของการปฏิบัติงาน ถ้ามีการเพิกเฉยหรือละเว้น ทางเจ้าหน้าที่ อาจจะได้รับผลกระทบผิดตามมาตรา 157 ได้ คิดว่าการปฏิบัติต่างๆ เป็นไปตามกรอบของกฎหมายที่กำหนดไว้ ส่วนผลการตัดสินจะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับศาลเป็นผู้ชี้ขาด โดยให้เป็นไปตามกระบวนการของศาล ซึ่งผมคิดว่าทุกคนคงเข้าใจตรงกันและเคารพต่อศาล&amp;quot; พล.ต.ธนาธิปกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก กอ.รมน.กล่าวว่า ในส่วนที่มีการพูดถึงการปฏิรูป กอ.รมน.นั้น ยืนยันที่ผ่านมามีการปรับโครงสร้างที่ใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงปี 51 และดำเนินการในปี 52 ซึ่งการดำเนินการในการปรับรูปแบบต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องกับมิติด้านความมั่นคงที่เกิดขึ้น และสอดคล้องกับความต้องการของประชาชน &amp;nbsp;ดังนั้นการปรับโครงสร้างของ กอ.รมน.ก็ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ตั้งแต่ปี 59 ถึงปี 60 ได้มีการปรับโครงสร้างอย่างเต็มรูปแบบ เพราะมิติความมั่นคงเพิ่มขึ้นในวงกว้างอยู่ทุกวัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่ามีการระบุเมื่อ คสช.หมดอำนาจลงก็ถ่ายโอนอำนาจมาให้ กอ.รมน. พล.ต.ธนาธิปกล่าวว่า &amp;nbsp;ตนคิดว่านัยของการเพิ่มอำนาจน่าจะเป็นการเพิ่มบทบาทมากกว่า ซึ่งการที่ กอ.รมน.ต้องเข้าไปเป็นแกนกลางในการประสานงานเพื่อขับเคลื่อนงานทุกมิติที่เกิดขึ้น ปัจจุบัน กอ.รมน.ได้ดูแลทุกพื้นที่ หากพื้นที่ไหนมีปัญหาและหน่วยงานไม่สามารถแก้ปัญหาได้ โดยมีหน่วยงานรับผิดชอบมากกว่า 2 หน่วยงาน กอ.รมน.ก็จะเพิ่มบทบาทเข้าไปดูแลและขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหานั้นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ความเห็นต่างของพี่น้องประชาชนทุกฝ่ายและทุกกลุ่มสามารถยอมรับได้ เพราะเรามีระบอบประชาธิปไตย เราไม่เคยมองพี่น้องประชาชนเป็นศัตรู กอ.รมน.ยอมรับกฎกติกาทุกอย่าง ซึ่งดูได้จากที่กอ.รมน.ได้จัด 2 โครงการหลักขึ้น สามารถเห็นผลเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน อาทิ โครงการผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยและโครงการพาคนกลับบ้าน การที่จะมองประชาชนที่เห็นต่างเป็นศัตรูไม่ใช่บริบทของ กอ.รมน. และเชื่อว่าทุกวันนี้ทุกคนเข้าใจ กอ.รมน.มากขึ้นในมิติของความมั่นคง&amp;quot; พล.ต.ธนาธิปกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าฝ่ายค้านแจ้งความกลับแม่ทัพภาคที่ 4 และ พล.ต.บุรินทร์ จะส่งผลกระทบต่อการทำงานของกอ.รมน.และ กอ.รมน.ภาค 4 สน.หรือไม่ โฆษก กอ.รมน.กล่าวว่า คิดว่าไม่มีผลกระทบแต่อย่างใด ซึ่งยอมรับว่าทุกคนต้องทำงานในหน้าที่ของแต่ละคน กอ.รมน.ภาค 4 สน.ถือว่าเป็นหน่วยงานในพื้นที่ที่เห็นว่ามีการดำเนินการพาดพิงไปถึงมาตรา 1 ของรัฐธรรมนูญ เป็นเหตุให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์กันในวงกว้าง ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องออกไปปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อดำเนินคดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คำตัดสินใดๆ ก็แล้วแต่ไม่มีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดที่จะรู้ว่าใครจะผิดหรือถูกอย่างไร เป็นอำนาจของศาลที่เป็นกระบวนการตัดสินให้ชัดเจนว่าข้อมูลนี้จะเป็นอย่างไรในอนาคต ก็ต้องรอฟังคำสั่งศาลต่อไป ผมขอยืนยันเรื่องนี้ไม่มีการกลั่นแกล้งทางการเมือง เพราะสิ่งที่ทำยึดตามกฎหมายเป็นหลัก เนื่องจากมีการพูดพาดพิงข้อความหนึ่ง ทำให้เกิดความไม่สบายใจของคนหลายกลุ่มและเป็นวงกว้าง จึงต้องดำเนินการเป็นรูปธรรมตามกรอบของกฎหมาย&amp;quot; โฆษ กอ.รมน.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีนายปิยบุตร &amp;nbsp;แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) จะใช้อำนาจประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เรียกตัว พล.ต.บุรินทร์มาชี้แจงกรณีแจ้งความเอาผิดดำเนินคดีตามมาตรา 116 ต่อแกนนำ 7 พรรคฝ่ายค้านว่า นายปิยบุตรอาจถูกสังคมตั้งคำถามว่าเป็นการใช้อำนาจประธานคณะกรรมาธิการกลั่นแกล้ง พล.ต.บุรินทร์ เพื่อขัดขวางการใช้สิทธิ์ทางศาลโดยสุจริต และแทรกแซงการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมหรือไม่ เนื่องจากนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ &amp;nbsp;หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ที่นายปิยบุตรสังกัดอยู่เป็น 1 ในผู้ถูกกล่าวหาในคดีดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สังคมอาจสงสัยถึงความโปร่งใสและเป็นกลางของการดำเนินการดังกล่าวของคณะกรรมาธิการได้ &amp;nbsp; และเพื่อเป็นการพิสูจน์ให้สังคมเห็นถึงความโปร่งใส เป็นกลาง ไม่มีการขัดกันของผลประโยชน์ ไม่ได้ใช้อำนาจกลั่นแกล้งผู้อื่นหรือเอื้อประโยชน์พวกพ้องตัวเอง นายปิยบุตรควรให้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานอื่นที่เป็นกลางและไม่มีส่วนได้เสีย&amp;quot; รองโฆษก พปชร.กล่าว
ยื่น กกต.ยุบ 7 พรรคฝ่ายค้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายนพดล อมรเวช เลขาธิการสมาพันธ์เครือข่ายรักษ์สยาม เดินทางไปที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นหนังสือถึงประธาน กกต.เพื่อให้ตรวจสอบพรรคการเมืองและยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณายุบ 7 พรรคการเมือง ในกรณีที่ 7 พรรคการเมืองได้ไปร่วมจัดเวทีเสวนาเรื่อง &amp;quot;พลวัตแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ สู่นับหนึ่งรัฐธรรมนูญใหม่&amp;quot; ที่จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 28 &amp;nbsp;ก.ย.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนพดลกล่าวว่า การเสวนาดังกล่าวนางชลิตา บัณฑุวงศ์ อาจารย์คณะสังคมศาสตร์ &amp;nbsp;มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับมาตรา 1 ซึ่งนักวิชาการคนดังกล่าวที่นำเสนอแนวคิดและเจตนานั้น เป็นผู้ที่ได้รับเชิญจากผู้ที่ร่วมเป็นเจ้าภาพของ 7 พรรคฝ่ายค้าน ย่อมต้องทราบกรอบ ขอบเขตและเนื้อหาการเสวนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นเจ้าภาพจัด ซึ่งการเสนอแนวคิดแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 1 แต่พรรคการเมืองที่เข้าร่วมเสวนาไม่ได้ให้ข้อมูลในลักษณะท้วงติง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนพดลกล่าวว่า จากพฤติการณ์ดังกล่าวเห็นว่าเป็นการกระทำที่เข้าข่ายฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามระเบียบรัฐธรรมนูญ มาตรา 25 มาตรา 49 มาตรา 255 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 21 และ 22 ซึ่งมีพฤติกรรมเข้าข่ายการกระทำผิดอันเป็นเจตนาเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งไม่ได้เป็นไปตามวิถีที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คนเป็นหัวหน้าพรรคจะปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่เกี่ยวข้อง เพราะทั้ง 7 พรรคการเมืองเป็นเจ้าภาพจัดงานเสวนาขึ้นมา ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ว่าทั้ง 7 พรรคจะไม่ทราบขอบข่ายการเสวนา จึงจะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ จึงเห็นควรให้ กกต.ตรวจสอบพฤติกรรมของ 6 พรรคการเมือง ซึ่งประกอบไปด้วยพรรคเพื่อไทย, อนาคตใหม่, ประชาชาติ, เพื่อชาติ, พลังปวงชนไทย และเสรีรวมไทย และตรวจสอบว่าพรรคเศรษฐกิจใหม่ ซึ่งเป็น 1 ใน 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านเกี่ยวข้องหรือไม่ เมื่อตรวจสอบแล้วเข้าข่ายเชื่อได้ว่า 7 &amp;nbsp;พรรคได้กระทำการดังกล่าว ก็ให้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อสั่งยุบพรรค&amp;quot; เลขาธิการสมาพันธ์เครือข่ายรักษ์สยามกล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) และผู้นำฝ่ายค้านยืนยันว่า ก่อนการแจ้งความดำเนินคดีกลับนั้น ตนและพรรคร่วมฝ่ายค้านได้ประชุมหารือกันหลายครั้ง โดยเห็นว่าสิ่งที่ตนและพรรคฝ่ายค้านได้พูดนั้นเป็นไปตามรัฐธรรมนูญและเป็นนโยบายของพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นโยบายของรัฐบาลก็กำหนดเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้ในข้อเร่งด่วนเช่นกัน จึงไม่เห็นว่าสิ่งที่พูดมีข้อบกพร่องอย่างไร การแจ้งความดำเนินคดีของทหารจึงเป็นการทำหน้าที่เกินไปกว่าที่รัฐธรรมนูญกำหนด และขอฝากไปถึง พล.ต.บุรินทร์ว่า ท่านเป็นนักกฎหมายทำหน้าที่กรมพระธรรมนูญมาอย่างดี &amp;nbsp;ทั้งในช่วงที่มี คสช.และ ม.44 จึงอยากให้ทำหน้าที่ให้ดีขึ้นกว่าเดิม&amp;quot; ผู้นำฝ่ายค้านกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรค พท.กล่าวว่า 7 พรรคฝ่ายค้านได้แจ้งความกลับในฐานแจ้งความเท็จและหมิ่นประมาท การดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาของรัฐบาลผ่าน กอ.รมน. รัฐบาลไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่า การดำเนินการลักษณะนี้เป็นการเพลี่ยงพล้ำทางการเมืองอย่างมีนัยสำคัญ เพราะรัฐบาลกำลังเผชิญวิกฤติความศรัทธา เมื่อรัฐบาลดำเนินการเรื่องนี้จึงเป็นการทำลายบรรยากาศอันดีของบ้านเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐบาลหลังเลือกตั้งต้องการการมีร่วมของทุกภาคส่วน อย่าคิดว่าอยู่ในยุคเชื่อรัฐบาลชาติพ้นภัย &amp;nbsp;หรืออยู่ในยุครัฐบาล คสช.ที่ประชาชนไม่มีสิทธิเสรีภาพ จนทำลายกระบวนการการมีส่วนร่วมของประชาชน การแก้ไขรัฐธรรมนูญถูกบรรจุในวาระเร่งด่วนข้อที่ 12 ไม่ช้าก็เร็ว รัฐบาลก็ต้องเปิดเวทีรับฟังความเห็นอยู่แล้ว พอฝ่ายค้านทำกลับมีปัญหา&amp;quot; โฆษกพรรค พท.กล่าว
ชี้แก้ รธน.ดูบทเรียนไฟใต้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สถาบันพระปกเกล้า นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า เรื่องนี้สภามีคณะกรรมาธิการศึกษาการแก้ไขเพิ่มเติมอยู่แล้ว แต่ยังไม่ถึงเวลาต้องพูดว่าจะต้องยกเลิกมาตราไหน เพราะต้องดูวิธีการก่อนว่าจะมีทางไหนแก้ไขรัฐธรรมนูญได้บ้าง เนื่องจากรัฐธรรมนูญกำหนดให้แก้ไขได้ยากมาก ซึ่งเนื้อหาสาระนั้นต้องหารือร่วมกันทุกฝ่ายรวมทั้ง ส.ว.ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวนกล่าวว่า ที่พรรคฝ่ายค้านเดินสายรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ตนไม่ขอวิจารณ์แต่ขอแนะนำว่า เรื่องที่เกี่ยวกับความมั่นคงจะต้องระมัดระวัง ถ้ายังไม่มีแนวทางที่ชัดเจนว่าจะดีกว่าเดิมก็อย่าไปทำให้มันกระทบ การแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เคยมีความผิดพลาดมาแล้วเมื่อวันที่ 8 เม.ย. 2544 และมีผลจนถึงทุกวันนี้ มีความสูญเสียไปถึง 6 พันกว่าคน เพราะความผิดพลาดจากนโยบายที่มีการเปลี่ยนแปลงใหม่ โดยไม่ศึกษาว่านโยบายความมั่นคงเดิมนั้นมีอะไรดีหรือไม่ดีอย่างไร จนเกิดความขัดแย้งแตกแยก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เสนอว่าถ้าเป็นเรื่องของความมั่นคง ขอให้ทุกฝ่ายทั้งฝ่ายค้าน รัฐบาล และฝ่ายที่เกี่ยวข้องศึกษาให้ถ่องแท้ ทั้งประวัติศาสตร์และแนวทางที่มีอยู่เดิมว่าสิ่งที่กำลังจะเสนอใหม่นั้นดีกว่าเดิมหรือไม่ ถ้าดีกว่าเดิมก็แก้ไขเปลี่ยนแปลง แต่ถ้าเห็นว่ายังไม่สามารถแก้ไขให้มันดีกว่าเดิมได้ก็ต้องระมัดระวัง โดยยึดจากความผิดพลาดเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2544 เป็นตัวอย่าง จนทำให้เกิดเหตุการณ์ 4 มกราคม 2547 ที่เกิดการปล้นปืนจากกองพันพัฒนาที่ 4 ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส&amp;quot; นายชวนกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีนายธนาธรเดินหน้าเคลื่อนไหวแก้รัฐธรรมนูญว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญสามารถทำได้ตามกลไกรัฐสภา แต่ตนอยากให้นายธนาธรเคลื่อนไหวแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างสันติ ไม่อยากให้เคลื่อนไหวแบบปลุกระดมประชาชน สร้างความแตกแยกในหมู่ประชาชน และไม่อยากให้เคลื่อนไหวแบบผิดกฎหมาย เพราะเมื่อส่วนราชการที่เกี่ยวข้องมีการแจ้งความดำเนินคดีกันก็จะมากล่าวหาว่า พล.อ.ประยุทธ์สั่งให้ดำเนินการ ซึ่งนายกรัฐมนตรีไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยเลย เป็นเรื่องของหน่วยงานราชการที่จะต้องดำเนินการหากมีการทำผิดกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องเริ่มต้นจากประชาชนที่บริสุทธิ์ใจ มีเจตนาที่บริสุทธิ์จริงๆ อย่าเริ่มต้นด้วยความขัดแย้งเหมือนที่นายธนาธรทำอยู่ เพราะไม่เช่นนั้นจะนำไปสู่ความขัดแย้งอีก ที่สำคัญต้องไม่ลืมว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านประชามติจากประชาชนถึง 16.7 ล้านคน ทางที่ดีน่าจะเริ่มต้นด้วยคนกลาง ไม่ใช่เริ่มต้นด้วยผู้มีส่วนได้เสีย&amp;quot; นายธนกรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงกรณีนายโจชัว หว่อง นักเคลื่อนไหวชาวฮ่องกงโพสต์รูปคู่นายธนาธร รองโฆษกพรรค พปชร.กล่าวว่า ตนภาวนาในใจว่าขออย่าให้นายธนาธรมีความคิดบางอย่างเหมือนที่ฮ่องกงประสบอยู่ในตอนนี้ เพราะพี่น้องคนไทยทั่วประเทศคงไม่ยอมให้ประเทศเกิดม็อบชุมนุมแบบฮ่องกงเหมือนทุกวันนี้ &amp;nbsp;เพราะประเทศบอบช้ำมามากแล้ว วันนี้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยแล้ว ดังนั้นทุกอย่างแก้ไขตามกลไกรัฐสภาจะดีกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายโจชัว หว่อง แกนนำนักเคลื่อนไหวชาวฮ่องกงและเลขาธิการพรรคเดโมซิสโต ได้โพสต์รูปภาพบนเฟซบุ๊ก &amp;quot;Joshua Wong&amp;quot; โดยเป็นภาพที่ถ่ายคู่กับนายธนาธรระหว่างการเข้าร่วมงาน &amp;quot;Open &amp;nbsp;Future Forum&amp;quot; ที่จัดขึ้นโดยนิตยสารดิอีโคโนมิสต์ ที่เกาะฮ่องกง เมื่อวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายโจชัว หว่อง กล่าวถึงนายธนาธรว่า หลังจากตั้งพรรคอนาคตใหม่ก็มีพัฒนาการที่เป็นที่ยอมรับในการผลักดันประเด็นเรื่องความเท่าเทียมกันทางเพศ และการกระจายรายได้ นายธนาธรยังพยายามผลักดันให้นำทหารออกจากการเมือง นำพลเรือนและปัญญาชนกลับเข้ามาเป็นรัฐบาล จากความพยายามทำลายกรอบการเมืองเก่า ทำให้เพียงการลงเลือกตั้งครั้งแรก พรรคอนาคตใหม่ก็กลายเป็นพรรคใหญ่อันดับ 3 ได้รับเลือกตัวแทนเข้ามาเป็น ส.ส.ถึงกว่า 80 ที่นั่ง แต่ในเวลาเดียวกันก็ถูกรัฐบาลทหารฟ้องร้องดำเนินคดีในข้อหาสร้างความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน และหากมีความผิดก็อาจถูกตัดสินให้จำคุกนานถึง 9 ปี ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลของการถือกำเนิดขึ้นของขั้วอำนาจที่ 3 ในสนามการเมืองของไทย.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47550</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 พรรคฝ่ายค้าน, กอ.รมน., ชวน หลีกภัย, ฝ่ายค้านฟ้องกลับ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, มทภ.4, ล้มล้างการปกครอง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เครือข่ายรักษ์สยาม, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191007/image_big_5d9b54d77eb69.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47461</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟ้องมทภ.4นำร่องบิ๊กตู่จ่อคิว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; 7 พรรคฝ่ายค้านฟ้องแล้ว &amp;ldquo;แม่ทัพภาค 4-บุรินทร์&amp;rdquo; หมิ่นประมาท-แจ้งความเท็จ &amp;ldquo;วันนอร์&amp;rdquo; เล็งลามถึง &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; ด้วย หลังพิงฝารัฐบาลก็ชงแก้ไขรัฐธรรมนูญการพูดจึงไม่ผิด &amp;ldquo;ธนาธร&amp;rdquo; ไปไกลบอกเป็นความฝันของยุคสมัยที่ต้องเดินหน้ารื้อ ไม่อย่างนั้นเผด็จการไม่มีวันหมดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) แกนนำ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ซึ่งนำโดยนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน บก.ป. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า และ 4 พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้ชำนาญการสำนักงาน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ในความผิดฐานแจ้งความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน พนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนทำให้ได้รับความเสียหาย ฐานแจ้งความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาต่อพนักงานสอบสวนเพื่อจะแกล้งให้บุคคลใดต้องรับโทษ และฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 172, 174, 326 และ 328 กรณีที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีตามมาตรา 116 นำเสนอข้อมูลในลักษณะมีการบิดเบือนข้อเท็จจริง ให้ประชาชนทั่วไปหลงเชื่อ เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนกับ 7 พรรคพรรคฝ่ายค้านและนักวิชาการรวม 12 คน ที่ได้จัดเวทีเสวนา &amp;ldquo;พลวัตแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ สู่นับหนึ่งรัฐธรรมนูญใหม่&amp;rdquo; ที่บริเวณลานวัฒนธรรม จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 28 ก.ย.&amp;nbsp;
ทั้งนี้ มีกลุ่มมวลชนประมาณ 50 คน โดยสารมากับรถทัวร์ ได้มอบกุหลาบเพื่อให้กำลังใจพร้อมตะโกน &amp;quot;ฝ่ายค้านสู้ๆ&amp;quot; โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความปลอดภัยไม่ให้เข้าไปภายในอาคาร ก่อนเดินทางกลับทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมพงษ์กล่าวว่า เมื่อวันที่ 28 ก.ย. ได้มีการสัมมนาเรื่องเกี่ยวกับการรณรงค์การแก้ไขรัฐธรรมนูญและอื่นๆ แต่เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.ภาค 4 ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษ ซึ่งในหัวข้อที่สัมมนาเป็นนโยบายของพรรคร่วมฝ่ายค้านปกติที่ปฏิบัติในฐานะนักการเมืองที่เป็นผู้แทนราษฎร ซึ่งย่อมมีสิทธิพูดจากับประชาชนในทางที่ถูกที่ควร ดังนั้นสิ่งที่ กอ.รมน.ภาค 4 ได้กระทำเป็นสิ่งที่ไม่ควร จึงต้องเข้ามาร้องทุกข์ เพราะเป็นการใส่ความเราโดยที่ไม่มีความผิดใดๆทั้งสิ้น เราจึงต้องแจ้งความกลับว่าสิ่งที่คุณจะทำนั้นไม่ถูกต้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวว่า ขอยืนยันว่าสิ่งที่เราไปพบปะประชาชนตลอดเวลา รวมทั้งวันที่ 28 ก.ย. ทำภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญและกฎหมายทุกประการ ไม่ได้ทำการล่วงละเมิดรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายใดๆ เป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต และต้องการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน เพื่อดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย ซึ่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น เป็นนโยบายของพรรคร่วมฝ่ายค้านทุกพรรค รวมทั้งรัฐบาลด้วย โดยเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลข้อที่ 12 ที่นายกรัฐมนตรีได้แถลงในสภาผู้แทนราษฎรว่าจะให้มีการศึกษาและแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราทำก็อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายและรัฐธรรมนูญ และแนวนโยบายของพรรคการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การที่ผู้แทนของ กอ.รมน.ภาค 4 ที่ได้รับมอบหมายจากแม่ทัพภาคที่ 4 มาตั้งข้อกล่าวหาตามมาตรา 116 เป็นการกล่าวโทษที่ละเมิดต่อสิ่งที่เรากระทำไป ทำให้พวกเราได้รับความเดือดร้อน และอาจทำให้ประชาชนทั่วไปนักวิชาการเกิดความหวั่นวิตกว่า การแสดงความคิดเห็นด้วยความสุจริตภายใต้รัฐธรรมนูญนั้นอาจมีความผิด มันเป็นการปิดปากประชาชน ซึ่งไม่ถูกต้อง เพราะรัฐธรรมนูญเปิดโอกาสให้ประชาชนมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็น ซึ่งการที่ กอ.รมน.ภาค 4 เป็นหน่วยงานของ กอ.รมน. ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นผู้บังคับบัญชานั้น ต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วย เพราะ กอ.รมน.ภาค 4 จะทำไปโดยฝ่ายเดียวเป็นไปไม่ได้ ซึ่งการร้องทุกข์กล่าวโทษ เราอาจต้องกล่าวโทษตั้งแต่ผู้แจ้งถึงผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้องต้องรับผิดชอบด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมพงษ์กล่าวเช่นกันว่า เราต้องฟ้อง กอ.รมน.ภาค 4 และอาจถึงตัวนายกฯ ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.อิทธิกร จิรัตนานนท์ ผกก.กลุ่มงานสอบสวน บก.ป.กล่าวว่า ได้รับเรื่องแจ้งความจากพรรคฝ่ายค้านไว้ 2 ข้อหา คือหมิ่นประมาทและแจ้งความเท็จ ซึ่งจะนำเรื่องเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณี กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แจ้งความกับแกนนำ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านจะกระทบการดำเนินการในสภาหรือไม่ ว่า 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านเดินสายพบประชาชนมาทั้ง 4 ภาค และพูดกับสื่อมวลชนชัดเจนว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้จะไม่แตะต้องหมวด 1 และหมวด 2 แต่เรารณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญบนหลักการคืนอำนาจกลับไปให้ประชาชน เพื่อให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่มาจากประชาชนขึ้นมา ซึ่งการแจ้งความดำเนินคดีที่เกิดขึ้นก็เป็นสิทธิตามกระบวนการยุติธรรม ก็ว่าไป และจะไม่กระทบกับการทำงานในสภา โดยฝ่ายค้านจะเดินหน้ารณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญที่อยู่บนหลักการที่ถูกต้องต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชุมสาย ศรียาภัย รองโฆษกพรรค พท. กล่าวว่า การฟ้องแกนนำฝ่ายค้านและนักวิชาการ 12 คน เป็นการกระทำที่น่าจะเกินไปกว่าอำนาจและกฎหมาย เพราะตามข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ผู้ร่วมเสวนาที่เป็นนักวิชาการที่ได้แสดงความเห็นถือเป็นเสรีภาพทางวิชาการ ที่รัฐธรรมนูญในหมวด 3 ว่าด้วยสิทธิเสรีภาพฯ บัญญัติรับรองคุ้มครองให้กระทำได้ ประกอบกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญในหมวด 15 ก็เป็นอำนาจและเป็นสิทธิของประชาชนหรือนักการเมืองที่สามารถกระทำได้เช่นกัน จึงถือว่าเป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ และแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต ไม่มีเจตนาพิเศษ ในการกระทำความผิด ตามมาตรา 116 แต่อย่างใด&amp;nbsp;
&amp;ldquo;การที่กองทัพภาคที่ 4 ได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อนักวิชาการและนักการเมืองดังกล่าว อาจเป็นการบังคับใช้กฎหมายเกินไปกว่าอำนาจและกฎหมาย และน่าเชื่อว่าหวังผลในการกลั่นแกล้งกันในทางการเมืองเพื่อต้องการหยุดกระแสการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และต้องการอยู่ในอำนาจของรัฐบาลเผด็จการซ่อนรูปต่อไป&amp;rdquo; นายชุมสายกล่าว
ด้านนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ให้สัมภาษณ์ก่อนกิจกรรม &amp;ldquo;มาสิครับผมจะเล่าให้ฟัง&amp;rdquo; เนื่องในวันที่เปิดรับสมาชิกพรรคครบรอบ 1 ปี ว่าการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคฝ่ายค้านไม่ช้าก็เร็วจะเดินไปถึงวันนั้นอยู่แล้ว ซึ่งเสียงของรัฐบาลไม่อาจทัดทานเสียงของประชาชนได้ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 นี้มีปัญหามาก ตั้งแต่ที่มาเนื้อหา และกระบวนการ นี่เป็นเรื่องของความฝันของยุคสมัย เป็นเรื่องของประชาชน จึงเรียนว่า หากแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ได้ประเทศก็ไม่สามารถเดินต่อไปข้างหน้าได้ โดยพรรคร่วมฝ่ายค้านเราเห็นตรงกันว่าจะไม่แตะในหมวด 1 และหมวด 2 ส่วนการปรับรูปแบบการเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ ก็คงต้องพูดคุยกับพรรคร่วมฝ่ายค้านว่าจะจัดแบบใด ไม่ว่าจะเป็นแบบเวทีเสวนาหรือการปราศรัย ซึ่งไม่คิดว่าจะเป็นปัญหาอะไร เพราะเรามีเสรีภาพในการแสดงออก เราไม่มองเป็นมาตรา แต่มองว่าต้องยกเลิกรัฐธรรมนูญ และร่างใหม่โดยประชาชนทั้งฉบับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรยังกล่าวถึงกรณีที่ตัวแทน 7 พรรคฝ่ายค้านและนักวิชาการถูกแจ้งข้อหาประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ว่าข้อหามาตรา 116 ฐานยุยงปลุกปั่นสร้างความแตกแยก เป็นข้อหาที่ร้ายแรง ซึ่งในต่างประเทศไม่มีใครใช้ในการดำเนินคดีกับเวทีเสวนา เราเพียงจัดเสวนาให้ประชาชนเห็นถึงความไม่เป็นประชาธิปไตยที่มีอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เป็นเพียงการรณรงค์อย่างสันติ เราเชื่อว่าไม่ผิด และความจริงคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นองค์กรที่หายไปแล้วหลังการเลือกตั้ง แต่วันนี้ยังแฝงตัวอยู่ในรัฐบาลชุดนี้ บางส่วนแฝงอยู่ กอ.รมน. รูปแบบใหม่ที่มีอำนาจเพิ่มขึ้น ดังนั้นเราจะเดินหน้าต่อไป พร้อมกับการปฏิรูป กอ.รมน.ด้วย เพราะการใช้กรอบคิดที่มองประชาชนเป็นศัตรู ไม่สามารถทำให้ประเทศปรองดองได้ ซึ่งรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์มีปัญหากับวิธีคิดแบบนี้มาก ที่มองผู้เห็นต่างทางความคิด เป็นคู่ขัดแย้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมไม่คิดว่าเมื่อเข้าไปถึงยุติธรรมแล้วก็คงเหมือนคดีอื่นๆ ที่เราโดนกันมา เป็นคดีที่มีแรงจูงใจทางการเมือง มากกว่าจะมีความผิดตามตัวบทกฎหมายจริง เป็นมูลเหตุที่เราทำผิดกับความถูกใจของผู้มีอำนาจ จึงทำให้พวกเขาฟ้องพวกเรา เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นฐานอำนาจของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ หากไม่แก้ก็ไม่สามารถล้มเผด็จการได้&amp;rdquo; นายธนาธรกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47461</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 พรรคฝ่ายค้าน, มาตรา 1, มาตรา 116, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา1, แจ้งความเท็จ, แม่ทัพภาค 4</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191006/image_big_5d99eb69eb7c2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47411</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>7พรรคฝ่ายแค้นเอาคืน ฟ้อง‘กอ.รมน.’แจ้งเท็จ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;แกนนำ 7 พรรคฝ่ายแค้นแจ้งความกลับ กอ.รมน. ฐานแจ้งความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน &amp;quot;สุทิน&amp;quot; ด่าฐานจิตของคนมีอำนาจในปัจจุบันยังไม่ได้เปลี่ยนไป เผยคนนั่งเวทีเดียวกับ &amp;quot;ชลิตา&amp;quot; ไม่ห้ามเพราะฟังไม่ทัน หรืออาจจะไม่คาดคิดว่าจะถึงขั้นแบ่งประเทศ เตรียมเล่นงาน &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ร้อง 157 ละเว้นไม่ยอมแก้รัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีที่ พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้ชำนาญการสำนักงาน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แจ้งความร้องทุกข์เมื่อวันที่ 3 ต.ค. กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองปัตตานี ให้ดำเนินคดีกับบุคคลรวม 12 คน ที่อยู่ใน 7 พรรคฝ่ายค้าน ซึ่งจัดเสวนา &amp;ldquo;พลวัตแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ปัตตานี มีเนื้อหายุยง ปลุกปั่นเมื่อวันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า มาตรา 116 ใช้เอาผิดได้ทุกสมัย ไม่ใช่เฉพาะยุคคณะรักษาความสงงบแห่งชาติ (คสช.) เท่านั้น ต้องดูที่ว่าการแจ้งความจะฟังขึ้นหรือไม่ เพราะมีข้อหาในกฎหมายอยู่ สมัยไหนก็แจ้งความได้ทุกมาตรา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า การแสดงความคิดเห็นทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับมาตรา 1 ของรัฐธรรมนูญ จะเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 116 หรือไม่ รองนายกฯ ตอบว่า ไม่ขอให้ความเห็น แต่ทุกคนอย่าไปทำให้มันมีเรื่อง จะออกความเห็นอะไรก็ตาม ถนอมปากถนอมคำกันไว้บ้าง เพราะมาตรานี้มันละเอียดอ่อน และทุกคนก็รู้ว่าการไปพูดเรื่องนี้ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มันละเอียดอ่อน ส่วนที่ฝ่ายค้านจะแจ้งความกลับกับผู้ที่แจ้งความดำเนินคดีนี้นั้น ก็ทำได้ทั้งนั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมุข สุไลมาน กรรมการบริหารพรรคประชาชาติ &amp;nbsp;1 ใน 12 คนที่ถูกแจ้งความ ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า การกล่าวโทษว่าผิดกฎหมายมาตรา 116 &amp;nbsp;ถือว่าเป็นความผิดที่สาหัส ถึงขั้นประหารชีวิต หรือติดคุกตลอดชีวิต แสดงว่าในประเทศไทยไม่มีใครสามารถที่จะแสดงออกอะไรเลย กลายเป็นยุคมืดที่อยู่ภายใต้ครอบงำของอำนาจที่เกินกว่าเหตุ แล้วความหวังของประเทศไทยที่จะให้สังคมยอมรับเป็นไปไม่ได้ บ้านเมืองจะเดินไปข้างหน้าไม่ได้ มีแต่จะถอยหลัง ถ้าอยู่อย่างนี้นานๆ บ้านเมืองก็จะยิ่งแย่ ประชาชนก็ลำบาก&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อย่าลืมว่า ณ วันนี้ เราไม่ได้อยู่ในแบบสมัยโบราณ วันนี้ทั่วประเทศเปิดกว้าง ความสัมพันธ์กับประเทศต่างๆ มันหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถ้าสังคมโลกไม่ยอมรับแล้ว สมมุติว่าเสมือนหนึ่งของกระบวนการยุติธรรมเชื่อถือไม่ได้ หรืออำนาจรัฐมากดขี่ประชาชน ไม่สามารถแสดงออกได้ เชื่อว่าประเทศไทยจะอยู่ประเทศชาติต่างๆ ไม่ได้&amp;quot; นายมุขกล่าว
แจ้งกลับ &amp;quot;พรศักดิ์&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสุพจน์ อาวาส โฆษกพรรคประชาชาติ เปิดเผยว่า วันที่ 6 ต.ค. เวลา 14.00 น. แกนนำ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน อาทิ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ, นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย, นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่, พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.), นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ จะเดินทางไปที่กองบัญชาการกองปราบปราม เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ พล.ท.พรศักดิ์ ในความผิดฐานแจ้งความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน พนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวน ทำให้ได้รับความเสียหาย ฐานแจ้งความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาต่อพนักงานสอบสวนเพื่อจะแกล้งให้บุคคลใดต้องรับโทษ และฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามความผิดกฎหมายอาญา มาตรา 137, 172, 174, 326 และ 328 ขณะที่นักวิชาการซึ่งถูกแจ้งความดำเนินคดีด้วยนั้นจะไม่ฟ้องกลับ แต่ขอต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทิน คลังแสง ส.ส.พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อมีการใช้มาตรา 116 มาดำเนินคดี ก็เป็นการทำลายบรรยากาศ เป็นการข่มขู่ความคิดสร้างสรรค์ที่พยายามจะแก้ไขได้พังลง ซึ่งดูมูลความจริงแล้วไม่น่าจะคิดไปเลยเถิดถึงขนาดนั้น ทั้งๆ ที่ตนดูแล้วนักวิชาการก็พูดภายใต้รัฐธรรมนูญ เป็นเจตนาบริสุทธิ์ ไม่ได้ชี้ว่าจะต้องแก้ ทำให้หลายคนต้องหยุดความคิด ไม่กล้าที่จะเสี่ยง ประชาชนที่บริสุทธิ์ใจก็ไม่อยากเสี่ยง ถ้ามีเรื่องมีราวกันง่ายขนาดนี้ก็อาจจะต้องลาหรือถอยไป เป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นในยุคนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การดำเนินคดีครั้งนี้เป็นการสะท้อนว่ากระบวนการการใช้อำนาจไม่ได้แตกต่างจากการใช้อำนาจเมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว ผมคิดว่าโดยฐานจิตของคนมีอำนาจในปัจจุบันยังไม่ได้เปลี่ยนไป 4-5 ปีเป็นอย่างไร วันนี้ก็ยังคิดเหมือนเดิม และพยายามพลิกแพลงหากฎหมายหรือมาตรการมาเล่นงานเกี่ยวกับเรื่องนี้ คงจะต้องมีมาตรการอะไรคืนบ้าง เพราะถ้าปล่อยไปแบบนี้เลย เชื่อว่าการคุกคามจะมีเรื่อยๆ ง่ายเกินไป ถ้าการที่ประชาชนออกมาเคลื่อนไหวและถูกมาตรา 116 ง่ายขนาดนี้ ไม่น่าจะใช่บ้านเมืองเรา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มีการให้ความเห็นว่าเนื่องจากนักการเมืองที่อยู่บนเวทีไม่มีการห้ามปราม จึงต้องมีการแจ้งความดำเนินคดีกันทั้งหมด นายสุทินตอบว่า คนบนเวทีวันนั้นฟังไม่ทัน หรืออาจจะไม่คาดคิด หรือคิดก็ไม่คิดว่าจะผิดอะไรขนาดนั้น เชื่อว่าเขาไม่ได้มีเจตนาให้ท้ายหรือยุยง ไม่คิดถึงขั้นแบ่งราชอาณาจักรแบ่งประเทศ การจัดเวทีเสวนาต่างๆ ต้องทำตามรัฐธรรมนูญตามกฎหมาย ไม่มีอะไรอยู่เหนือรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทินกล่าวว่า ผ่านมาได้ยังไม่ถึง 2 เดือน พล.อ.ประยุทธ์ กลับมีท่าทีว่าจะไม่แก้ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการให้นักกฎหมายศึกษาว่าจะมีกฎหมายหรือมาตราใดที่จะเอาผิดได้หรือไม่ อาจจะเป็นมาตรา 157 เพราะการแถลงนโยบายถือเป็นคำมั่นสัญญา แต่กลับไม่ดำเนินการ นับว่าเป็นการโกหกสภา โกหกประชาชน ส่วนเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจเรื่องนี้มีแน่นอน&amp;nbsp;
อ้างต้องเรียกสอบเพราะมีคนร้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ให้สัมภาษณ์ถึงการเรียก พล.ต.บุรินทร์ชี้แจงต่อกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ว่ามีข้อร้องเรียนจากประชาชน ตรงนี้มีกลุ่มนักศึกษาและประชาชนที่ถูก พล.ต.บุรินทร์แจ้งความตลอด 5 ปี เขาทำหนังสือร้องมาที่กรรมาธิการที่ตนเป็นประธาน ซึ่งตนนำเรื่องบรรจุเข้าระเบียบวาระ ในท้ายที่สุดต้องสอบข้อเท็จจริง ซึ่งก็หนีไม่พ้นเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจง เป็นอำนาจของคณะกรรมาธิการตามรัฐธรรมนูญตามข้อบังคับ ไม่มีเกินกรอบกฎหมายแน่นอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ในแง่หนึ่งคนรู้สึกว่าเป็นการเอาคืนหรือไม่ เพราะฝ่ายรัฐก็ใช้กลไกของเขาแบบนี้ เราก็มีกลไกของฝ่ายค้านที่สามารถเรียกเข้ามาให้ข้อมูลแบบนี้ได้ นายปิยบุตรกล่าวว่า ตนไม่ได้เป็นคนริเริ่ม แต่เรื่องดังกล่าวมีคนมาร้อง หากมีคนมาร้องแล้วตนไม่ทำอะไรเลย ก็เป็นการละเว้นเหมือนกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมก็อยากทราบว่าท่านอ่านมาตรา 116 อย่างไรถึงไปฟ้องเขาไปทั่ว อย่างกรณีที่ไปฟ้องร้องงานที่จังหวัดปัตตานี อ่านอย่างไรมันก็ไม่เข้ามาตรา 116 แล้วท่านไปฟ้องทำไม สุดท้ายใครก็ได้ที่ไปฟ้องอย่างนั้นหรือ กฎหมายเป็นเครื่องมือในการอำนวยความยุติธรรม หรือเป็นเครื่องมือนำมาใช้กลั่นแกล้งในทางการเมืองกันแน่ ในฐานะที่ท่านเป็นข้าราชการสังกัดกระทรวงกลาโหม ควรระมัดระวัง และยืนยันว่าการเชิญมาชี้แจงเป็นการดำเนินการตามกลไกของสภา เมื่อก่อนก็ทำเป็นเรื่องปกติ นอกจากนั้นยังมี พ.ร.บ.ให้อำนาจคณะกรรมาธิการฯ เรียกด้วย ใครไม่มามีโทษ ยืนยันคณะกรรมาธิการชุดนี้ไม่ทำอะไรในข่ายที่ไปกลั่นแกล้งคนอื่นแน่นอน&amp;quot; นายปิยบุตรกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวว่า ปกติตนชื่นชมนายปิยบุตรว่าเป็น ส.ส.ที่มีคุณภาพและคุณค่าคนหนึ่งในสภา แต่ในประเด็นนี้นายปิยบุตรควรทบทวนให้ดีก่อน และถ้านายปิยบุตรจะดำเนินการต่อ ผมเชื่อว่ากรรมาธิการในชุดนี้หลายท่านน่าจะไม่เห็นด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ระวีกล่าวต่อว่า ในส่วนของ พล.ต.บุรินทร์นั้น แม้ว่าจะไม่ได้ฟังคำพูดในเวทีวันนั้น แต่ที่ผ่านมาจุดยืนของ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านได้แถลงมาโดยตลอดว่า ต้องการแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญ ยกเว้นหมวด 1 และ 2 ดังนั้นจึงคิดว่า พล.ต.บุรินทร์ควรจะพิจารณาฟ้องเฉพาะผู้ที่กระทำผิดจริง และผู้ที่ได้สนับสนุนคำพูดของนางชลิตา บัณฑุวงศ์ อาจารย์คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่เสนอให้แก้ไขมาตรา 1 ให้ราชอาณาจักรไทยสามารถแบ่งแยกได้ ส่วนคนที่ไม่ได้พูดประเด็นนี้ก็ควรจะถอนฟ้อง จะได้ไม่เป็นการใช้อำนาจทางกฎหมายมาสกัดการแก้รัฐธรรมนูญของฝ่ายค้าน อย่างไรก็ตาม หาก พล.ต.บุรินทร์ยังยืนยันว่าจะฟ้องหว่านแหทั้ง 12 คนโดยไม่มีหลักฐานที่เพียงพอ ก็จะถูกพรรคร่วมฝ่ายค้านฟ้องกลับตามกระบวนการกฎหมายได้เช่นกัน
เตือน &amp;quot;ปิยบุตร&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ระวีกล่าวต่อว่า ส่วนนางชลิตาก็ถือว่ามีอิสระในการเสนอความคิดเห็นในฐานะนักวิชาการ แต่ถ้าเป็นการเสนอความคิดเห็นที่ผิดกฎหมายก็ต้องถูกดำเนินคดี ทั้งนี้ ตนไม่เห็นด้วยที่จะมีการแบ่งแยกราชอาณาจักรไทยที่บรรพบุรุษได้เสียสละชีวิต เลือดเนื้อต่อสู้รักษาความเป็นชาติไทยมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ที่มหาอำนาจในอดีตได้ใช้ความป่าเถื่อนมาแบ่งแยกดินแดนสยามไปอย่างมากมาย สร้างความเจ็บช้ำใจให้กับคนไทย ตนไม่ทราบว่านางชลิตาลืมเหตุการณ์เหล่านี้ในประวัติศาสตร์ไปหรือไม่ จึงมาเสนอความคิดเห็นแบบนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ส่วนการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดภาคใต้ ทำได้หลายแนวทาง ผมไม่เห็นด้วย และไม่ยินยอมที่จะแก้ปัญหาโดยการแบ่งแยก 4 จังหวัดภาคใต้ออกจากราชอาณาจักรไทยโดยเด็ดขาด&amp;rdquo; นพ.ระวีกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงประเด็นที่หลายพรรคการเมืองเรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นพ.ระวีกล่าวว่า เห็นด้วยที่จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในบางประเด็นที่ไม่เหมาะสม และตนเป็นคนหนึ่งที่ลงมติสนับสนุนให้มีการเลื่อนญัตติการแก้ไขรัฐธรรมนูญในสภา ที่จะมีการอภิปรายเมื่อเปิดประชุมสภาในสมัยที่ 2 ต้นเดือน พ.ย.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์กรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า พรรคประชาธิปัตย์จุดยืนชัดเจนมาโดยตลอดว่าไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะยังมีประเด็นที่จะต้องมีการแก้ไข และเรื่องดังกล่าวก็เป็นหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญที่พรรควางไว้ในการเข้าร่วมรัฐบาล เราชัดเจนรื่องนี้มาโดยตลอด เพราะ 1.เราไม่รับรัฐธรรมนูญ 2.พรรคได้ผลักดันจนเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภา และ 3.พรรคเสนอเป็นญัตติต่อสภาให้มีการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้นับหนึ่งให้กับกระบวนการทั้งหมดแล้ว ส่วนที่ฝ่ายค้านเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีเป็นจุดเริ่มต้นในการแก้ไข ตนเห็นว่าความชัดเจนในเรื่องนี้ปรากฏตั้งแต่รัฐบาลยอมบรรจุเรื่องดังกล่าวเป็น 1 ใน 12 เรื่องเร่งด่วน ในการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงกรณีที่ฝ่ายรัฐบาลพยายามสร้างกระแสโจมตีการรณรงค์แก้รัฐธรรมนูญของพรรคร่วมฝ่ายค้านว่าจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในหมวด 1 และหมวด 2 ของรัฐธรรมนูญว่า เป็นความพยายามของฝ่ายสนับสนุนรัฐบาล มีเจตนาที่ไม่สุจริต รวมทั้งต้องการสร้างความสับสนในสังคม และปลุกปั่นให้เกิดความแตกแยกของคนในชาติ ทั้งนี้ฝ่ายค้านชัดเจนมาตลอดว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะไม่แตะในหมวดดังกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การกระทำเช่นนี้ของรัฐบาลเป็นการเล่นเกมทางการเมือง ที่หวังโจมตีพรรคร่วมฝ่ายค้านเท่านั้น อยากให้ไปดูในร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่พรรคร่วมฝ่ายค้านนำเสนอไปต่อรัฐบาลและเปิดเผยต่อสาธารณะและประชาชน บนเวทีรณรงค์ที่จัดขึ้นมาทั้ง 4 ภาคของประเทศไทยมีความชัดเจนมาตลอดว่าไม่มีความต้องการที่จะแก้
สุมหัวแก้รัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชูศักดิ์กล่าวด้วยว่า แน่นอนเป็นความพยายามที่จะไม่ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะรัฐบาลได้รับประโยชน์จากรัฐธรรมนูญตั้งแต่เลือกตั้ง จนถึงการได้มาซึ่งความเป็นรัฐบาลและหวังต่อท่ออำนาจในอนาคต ดังนั้นจำเป็นที่จะต้องสร้างกระแสให้ประชาชนเชื่อให้ได้ว่าฝ่ายค้านจะทำอย่างนั้นอย่างนี้ ดังนั้นฝ่ายค้านจึงจำเป็นที่จะต้องทำงานให้หนักขึ้น เพื่ออธิบายกับประชาชนให้ทราบเจตนาที่แท้จริงของพรรคร่วมฝ่ายค้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องประชุมริมน้ำ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ คณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน จัดกิจกรรมเนื่องในโอกาสครบรอบ 43 ปี เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ในงาน &amp;quot;สู่รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน&amp;quot; โดยเวลา 15.10 น. เป็นการเสวนาหัวข้อ &amp;ldquo;พรรคการเมืองกับการแก้รัฐธรรมนูญ&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทิน คลังแสง ส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนับว่ามีปัญหา ไม่มีความเป็นประชาธิปไตย ไม่ศักดิ์สิทธิ์ ที่แม้แต่รัฐบาลยังไม่คิดจะทำตาม อย่างเช่น 1.การถวายสัตย์ปฏิญาณที่มีการถวายไม่ครบ 2.การแถลงนโยบายข้อ 12 เรื่องเร่งด่วนคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ไม่ทำ บอกว่ายังไม่ถึงเวลา นี่คือแถลงนโยบายแล้วไม่ทำตาม แต่ไม่มีใครทำอะไรได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้นนับว่ารัฐธรรมนูญมีปัญหาที่ผู้มีอำนาจไม่ใส่ใจ อะไรที่ช่วยในการมีอำนาจก็ปฏิบัติตาม อะไรที่ไม่ช่วยให้มีอำนาจก็ไม่ปฏิบัติตาม หรือเรียกว่ารัฐธรรมนูญเป็นคู่มืออำนาจของรัฐบาล ดังนั้นต้องมีการแก้ไข โดยต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาชน เพราะลำพัง 7 พรรคการเมืองไม่สามารถเดินเดี่ยวได้ วิธีการคือต้องมีการตั้ง ส.ส.ร. ซึ่งมีที่มาจากประชาชน และนำมาสู่การจะได้รับความเห็นชอบจาก ส.ส. และ ส.ว.ที่ต้องการ 84 เสียง ว่านี่คือความต้องการของประชาชน ไม่ใช่ของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.ต.ท.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าวว่า วันนี้ประชาชนของประเทศไทยยังมีคุณภาพชีวิตที่ไม่ดี บ้านเมืองยังไม่เป็นประชาธิปไตย ที่ผ่านมารัฐธรรมนูญฉบับที่ดีที่สุด เรายังไม่ได้ร่าง ขณะเดียวกัน รัฐบาลที่ดีที่สุดก็ยังไม่ได้เกิด การที่จะต้องทำให้ประชาชน มีอำนาจอธิปไตยตามระบอบประชาธิปไตยสากล ทำประชาชนให้มีความสุขได้ เราต้องช่วยกันระดมสติปัญญาเพื่อหาทางออกให้กับประเทศ เพื่อเป็นการกำหนดชะตาชีวิต และสร้างความมั่นคงให้กับตัวเอง
ยังไม่เป็นประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เหตุที่ทำให้สังคมไทยยังไม่เป็นประชาธิปไตย เพราะคนทั้งประเทศยังไม่ได้มีส่วนกับการกำหนดเรื่องความมั่นคงของตนเองเลย ที่ผ่านมามีแต่ความมั่นคงของรัฐ ไม่ใช่ความมั่นคงของประชาชน จึงเกิดความเหลื่อมล้ำมากมาย จนเป็นมะเร็งร้ายที่สำคัญ คือการพัฒนา โดยเฉพาะการพัฒนาที่เกิดจากคนที่มีอำนาจไปแย่งชิงทรัพยากร&amp;quot; พ.ต.ท.ทวีกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ปัญหาของประเทศไทยคือเปลี่ยนรัฐธรรมนูญบ่อย และวิธีการที่ใช้เป็นแบบอนารยชนทั้งสิ้นคือการฉีกโดยคณะนายทหาร เราเปลี่ยนด้วยวิธีอารยะเพียง 3 ครั้งเท่านั้น คือ 2475, 2489 และ 2540 โดยองค์กรที่ฉีกรัฐธรรมนูญบ่อยที่สุดคือกองทัพ ฉะนั้นเวลาที่ผู้บัญชาการทหารบก หรือนายกฯ ที่มาจากการรัฐประหารเที่ยวไปบอกคนอื่นให้เคารพรัฐธรรมนูญ จึงเป็นเรื่องตลกร้ายที่สุดในประเทศนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คนที่มาเรียกร้องให้คนอื่นเคารพกฎหมายรัฐธรรมนูญนั้นเป็นคนละเมิดรัฐธรรมนูญเป็นคนแรก เป็นคนที่ฉีกรัฐธรรมนูญเป็นคนแรก และยังมีความผิดฐานกบฏ แต่เลือกนิรโทษกรรมให้ตัวเอง แล้วลอยหน้าลอยตาเป็นนายกฯ ถึงทุกวันนี้ ขณะเดียวกัน นักการเมือง นักวิชาการ ภาคประชาชน จะเรียกร้องให้มีการแก้รัฐธรรมนูญตามกระบวนการที่พวกเขาออกแบบ ไม่มีปืนหรือรถถัง แต่กลับถูกแจ้งความข้อหาความมั่นคง มันเหลือเชื่อที่สุด ไม่มีอะไรกลับตาลปัตรได้ขนาดนี้อีกแล้ว&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรกล่าวว่า ถ้าเริ่มแก้วันนี้ไม่น่าใช้เวลานานเหมือนปี 2540 และจากที่ดำเนินการมา 4-5 เดือน ถือว่าไปได้สวย พรรคร่วมรัฐบาลมีความเห็นด้วยมากขึ้น ภาคประชาชนสารพัดสีก็เห็นด้วย เป็นนิมิตหมายที่ดีในการเขียนรัฐธรรมนูญสร้างกติกากันใหม่ เพื่อให้คนเห็นต่างกัน แต่ไม่ขัดแย้ง และรัฐธรรมนูญที่ดีก็จะนำมาสู่การแก้ปัญหาปากท้องได้อีกด้วย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47411</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 พรรคฝ่ายค้าน, กอ.รมน., ปมแก้มาตรา 1, มาตรา 1, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้รัฐธรรมนูญ, แจ้งความกลับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191005/image_big_5d988620ebfb6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47360</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2019 18:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2019 09:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ใครเค้าจะยอม&#039;อุ๊&#039;มาแล้วเปรียบเจ็บ12แกนนำพันแก้มาตรา1เหมือนในหนังที่จบไม่สวย!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ต.ค 62 - หฤทัย ม่วงบุญศรี หรือ อุ๊ นักร้องชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าเรื่องราวของคนเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.เป็นหนังฮอลลีวูด เรื่องราวของนักการเมืองอเมริกันที่พยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ส่งผลกับความมั่นคงของสหรัฐ เรื่องนี้น่าจะจบลงด้วย ถูก CIA ฆ่าตายยกแก๊ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ถ้าเป็นหนังจีน นักการเมืองที่เคลื่อนไหวส่งผลกระทบกับความมั่นคงกับประเทศตัวเอง คนเหล่านี้ จะถูกประหารชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ถ้าเป็นหนังฟอร์มยักษ์จากยุโรป รัสเซีย สวีเดน นักการเมืองเหล่านี้ จะถูกตามฆ่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แบบทรมานมากกว่าเป็นหลายเท่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.แต่ถ้าเป็นหนังไทย จะเป็นละครหลังข่าว ติดตามกันนานกว่าจะจบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อุ๊เคารพกระบวนการยุติธรรมของไทยนะคะ
แต่ว่าเราจะติดตามกันต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมายเหตุ ถ้าเป็นประเทศอื่น ไม่ว่าภูมิภาคไหนของโลกนี้ จะปกครองระบอบอะไรก็แล้วแต่ จะประชาธิปไตยหรือไม่ประชาธิปไตย พวกมึงตายห่าไปนานแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศไทยใจดีมากที่สุดแล้ว เป็นนักการเมือง Hee....Tad ที่สุดตั้งแต่กูเกิดมาเพิ่งเคยพบเคยเจอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พูดไปเรื่อย ใครเค้าจะไปยอมเมิง ไอ้พวกโง่.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47360</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 พรรคฝ่ายค้าน, มาตรา1, หฤทัย ม่วงบุญศรี, อุ๊ หฤทัย, แก้ไขรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190328/image_big_5c9c1b3ab094c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47343</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>7พรรคดิ้นโต้ปลุกปั่น ขู่เอาคืนกอ.รมน.หลังแจ้งความผิดม.116แก้รธน.‘มาตรา1’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ปมแก้ รธน.มาตรา 1 ลาม! กอ.รมน.ภาค 4 แจ้งจับ &amp;quot;7 แกนนำพรรคฝ่ายค้าน-ชลิตา&amp;quot; รวม 12 ราย ผิดมาตรา 116 ฐานยุยงปลุกปั่น เผยปัตตานีเป็นพื้นที่ใช้กฎหมายพิเศษ เปราะบางต่อสถานการณ์ เมื่อมีการบิดเบือนจึงต้องเอาผิด &amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; แจงเหตุเหมาเข่งเพราะไม่ยอมทัดทานนักวิชาการพูดถึงมาตรา 1 ด้านตัวแทนฝ่ายค้านแถลงโต้ ใช้ กม.ข่มขู่ปิดปากเป็นเครื่องมือการเมือง ยันเวทีเสวนาไม่มีเหตุจูงใจที่เข้าข่าย ม.116 ปัดต้องการแก้ ม.1 ขู่แจ้งความกลับ &amp;quot;บุรินทร์&amp;quot; ส่วน &amp;quot;ปิยบุตร&amp;quot; จ่อเรียกมาชี้แจง กมธ.กฎหมายฯ ขณะที่ &amp;quot;บุรินทร์&amp;quot; ลั่นพร้อมไปชี้แจง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ &amp;nbsp;มีรายงานว่าเมื่อวันที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมา พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้อำนวยการสำนักงานพระธรรมนูญทหารบก และผู้ชำนาญการสำนักงาน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า) ได้รับมอบอำนาจจาก พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ให้เข้าพบพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี เพื่อแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน ให้ดำเนินคดีกับบุคคลรวม 12 คน ประกอบด้วย 1.นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ อายุ 78 ปี หัวหน้าพรรคเพื่อไทย 2.นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อายุ 40 ปี หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ 3.พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร อายุ 64 ปี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) 4.นางชลิตา บัณฑุวงศ์ อายุ 47 ปี อาจารย์คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลับเกษตรศาสตร์ 5.นายสมพงษ์ สระกวี อายุ 69 ปี &amp;nbsp;6.นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ อายุ 75 ปี หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ 7.นายมุข สุไลมาน อายุ 70 ปี 8.นายนิคม บุญวิเศษ อายุ 49 ปี หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย 9.นายรักชาติ สุวรรณ อายุ 55 ปี 10.นายอสมา มังกรชัย อายุ 45 ปี 11.นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา อายุ 75 ปี หัวหน้าพรรคประชาชาติ และ 12.นายศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ อายุ 48 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยทั้ง 12 คนได้จัดเสวนา &amp;ldquo;พลวัตแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ สู่นับหนึ่งรัฐธรรมนูญใหม่&amp;rdquo; ที่บริเวณลานวัฒนธรรมจังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 28 ก.ย.62 โดยทางเจ้าหน้าที่ กอ.รมน.ภาค 4 ได้เข้าไปตรวจสอบพบว่าการจัดเวทีเสวนาดังกล่าวของผู้ต้องหาที่ 1 กับพวกรวม 12 คน ได้มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นบนเวทีเสวนา โดยมีประชาชนร่วมรับฟังประมาณ 150 คน ซึ่งการจัดเสวนาดังกล่าวได้มีการถ่ายทอดสดผ่านสื่อออนไลน์เฟซบุ๊กพรรคประชาชาติ และมีการอัพโหลดการจัดเสวนาดังกล่าวลงในช่องยูทูบ เพื่อเผยแพร่ข้อมูลให้กับประชาชนทั่วไปรับรู้รับทราบ รับชม รับฟัง ลักษณะการจัดเวทีเสวนาดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยกลุ่มผู้ต้องหาที่ 1 กับพวกรวม 12 คน ได้มีการพูดนำเสนอข้อมูลในลักษณะมีการบิดเบือนข้อเท็จจริง ให้ประชาชนทั่วไปหลงเชื่อ เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องต่อประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบภายในราชอาณาจักร หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 &amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวเปิดเผยว่า ในระหว่างการเสวนาดังกล่าว ได้มีเจ้าหน้าที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าเข้าร่วมรับฟังอยู่ด้วย โดยเฉพาะในช่วงที่นางชลิตา บัณฑุวงศ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า &amp;ldquo;สถานการณ์ชายแดนใต้ไม่มีทางที่จะดีขึ้นภายใต้รัฐธรรมนูญนี้ มันสืบทอดอำนาจของระบอบเหล่านี้ ก็ไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ ปัญหาชายแดนใต้คืออะไร มีผู้อธิบายว่ามีมาจากหลายสาเหตุ แต่สาเหตุหลักๆ ที่มีน้ำหนักมากก็คือสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นมันเป็นผลพวงของความรู้สึกถึงความไม่ชอบธรรม ความคับข้องหมองใจของผู้คนที่รู้สึกว่าตัวเองเป็นพลเมืองชั้นสอง และก็ถูกกีดกันออกจากการพัฒนาต่างๆ แล้วก็ใช้ช่วงเวลา 10-15 ปีมานี้ มันก็เป็นความขัดข้องหมองใจที่เกิดจากการกระทำของรัฐในการกวาดล้าง การใช้กฎหมายพิเศษ รวมถึงเรื่องแนวคิดและอุดมการณ์เรื่องการแบ่งแยกดินแดน ทั้งหมดเกี่ยวพันกับปัญหาอื่นๆ แต่รัฐมีแนวทางแก้ปัญหาคือ 1.การใช้กำลังทหารและตำรวจในการรักษาความมั่นคง 2.การพัฒนาพื้นที่คุณภาพชีวิต และ 3.การส่งเสริมทางสังคมและวัฒนธรรม พบว่าแนวทางดังกล่าวมีปัญหา เพราะแนวทางเหล่านี้ล้วนอยู่ภายใต้อำนาจเบ็ดเสร็จของกองทัพ ซึ่งที่จริงไม่ควรเป็นงานด้านความมั่นคง แต่ทหารกลับมามีอำนาจและมีบทบาทในทุกด้าน อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาของประเทศไทยอาจไม่ต้องอยู่กันเป็นรัฐเดียวหรือรวมศูนย์ก็ได้ การแก้รัฐธรรมนูญอาจแก้มาตรา 1 ด้วย ก็ไม่แปลกอะไร&amp;rdquo;&amp;nbsp;
ไม่ทัดทานนักวิชาการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำพูดดังกล่าวถือเป็นบิดเบือนข้อเท็จจริงให้ประชาชนทั่วไปหลงเชื่อ เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่อง ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบภายในราชอาณาจักร หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดินได้ ส่วนที่ต้องดำเนินคดีกับผู้ที่อยู่ในเวทีเสวนาทั้งหมดนั้น เพราะถือว่าทุกคนเป็นผู้ร่วมกันกระทำความผิด และทุกคนสมัครใจมีส่วนร่วมในการจัดการเสวนาครั้งนี้ อีกทั้งพื้นที่จัดงานเสวนาก็เป็นพื้นที่ที่ยังคงประกาศใช้กฎหมายพิเศษอยู่ซึ่งมีความเปราะบางต่อสถานการณ์เป็นอย่างมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องดังกล่าวว่า เป็นเรื่องของฝ่ายกฎหมายของ กอ.รมน.ภาค 4 ซึ่งคงได้พิจารณาอยู่แล้ว แต่ตนยังไม่ได้เห็นเรื่องทั้งหมด จึงไม่สามารถพูดได้ว่ารัฐบาลจะทำอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่าจะบานปลายไปเป็นความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายค้านหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า &amp;ldquo;ก็แล้วเขาทำผิดหรือเปล่า ก็ต้องไปดูข้อกฎหมาย กอ.รมน.ภาค 4 เขาก็ดูข้อกฎหมาย และต้องดูที่คำพูดของเขา ส่วนจะเดินทางไปไหนก็ไป ไปพูดที่ไหนก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ต้องดูที่คำพูด เพราะเขาพูดว่าจะแก้รัฐธรรมนูญอะไรนั่น&amp;rdquo; เมื่อถามว่าจะกลายเป็นเรื่องความขัดแย้งทางการเมืองรอบใหม่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรบอกว่า ไม่มีหรอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ก็ในเมื่อนั่งอยู่ด้วยกัน ก็ต้องคัดค้านกันสิ&amp;rdquo; พล.อ.ประวิตร กล่าวเมื่อถามว่า แต่ในเวทีเสวนาดังกล่าวข้อเสนอเรื่องแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 1 เป็นเพียงความเห็นเดียวของนักวิชาการ เมื่อถามย้ำว่าเป็นการสมรู้ร่วมคิดกันใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ตนไม่ทราบ ต้องถามนักกฎหมายดู
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า แสดงว่า กอ.รมน.ภาค 4 พิจารณาจากภาพรวมเวทีวันดังกล่าวใช่หรือไม่ ถึงไปแจ้งความ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า น่าจะเป็นอย่างนั้น แต่ตนยังไม่ทราบรายละเอียด เพราะทาง กอ.รมน.ภาค 4 ยังไม่ได้รายงานมา แต่ก็ดูแล้วว่าผิด แต่ยังไม่ทราบว่าผิดข้อหาอะไร แต่เขาแจ้งความตามมาตรา 116 ยุยง ปลุกปั่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าจะต้องย้อนไปดูการจัดเวทีเสวนาของ 7 พรรคฝ่ายค้าน ในจังหวัดอื่นๆ ที่ผ่านมาด้วยหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะไม่รู้ว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายจะดูว่าอะไรผิด อะไรไม่ผิดเขาต้องดู ซึ่ง กอ.รมน.ภาค 4 ก็คงดูว่าผิดกฎหมายอะไร ตนคงไม่กำชับอะไร เพราะเป็นเรื่องของข้อกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวว่า ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ โดยขณะนี้ยังไม่ได้มีการเชิญบุคคลใดมาให้ปากคำแต่อย่างใด แต่ยอมรับว่าเนื้อหาที่มีการเสวนาเข้าข่ายความผิดตามที่มีการแจ้งความร้องทุกข์ และได้สั่งกำชับให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร.ด้านความมั่นคงและกิจการพิเศษ ไปติดตามความคืบหน้า และยังฝากเตือนไปยังประชาชนไม่ควรพูดอะไรเป็นการสุ่มเสี่ยง เพราะหากมีการพูดลักษณะเข้าข่ายความผิดก็จะต้องถูกดำเนินคดีไปตามกฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; บ่ายวันเดียวกัน ที่พรรคเพื่อไทย ตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้านที่ถูกแจ้งความเอาผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 ร่วมแถลงข่าว โดยนายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า บทบัญญัติกฎหมายอาญามาตรา 116 ใครที่เรียนกฎหมายต่างทราบถึงความผิดทางกฎหมายด้านนี้ นอกจากมีความผิดแล้ว ยังต้องมีมูลเหตุจูงใจและเจตนาพิเศษ ซึ่งมีการกำหนดการกระทำไว้ 3 ประการ 1.ต้องกระทำเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกฎหมายแผ่นดิน ใช้กำลังประทุษร้าย 2.กระทำเพื่อสร้างความปั่นป่วน กระด้างกระเดื่อง ทำให้เกิดความไม่สงบในบ้านเมือง 3.ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกฎหมายแผ่นดิน&amp;nbsp;
ไม่เข้าข่าย ม.116
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แต่จากการไปอภิปรายที่สาธารณะของตัวแทน 7 พรรค ที่มีนักการเมือง นักวิชาการไปร่วมเสวนา ไม่เห็นว่าจะมีมูลเหตุจูงใจทั้ง 3 ประการ ไม่มีการกระทำที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดิน ไม่มีการใช้กำลังประทุษร้าย ไม่มีการทำให้เกิดความปั่นป่วน ก่อความไม่สงบในบ้านเมือง ไม่มีการกระทำใดที่จะทำให้ประชาชนละเมิดกฎหมายแผ่นดิน จึงถือว่าไม่เข้าองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 116 ซึ่งหลังจากยึดอำนาจเมื่อปี 2557 คสช.ได้ใช้อำนาจแจ้งความดำเนินคดีกับประชาชน นิสิตนักศึกษา นักการเมือง เป็นจำนวนมาก แต่ภายหลังก็มีการยกฟ้อง ไม่อยากให้มีการใช้กฎหมายดังกล่าวมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง ไปแจ้งความปิดปากให้เกิดความกลัว&amp;quot; นายชูศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า 5 ปีที่ผ่านมา มีการไปแจ้งความเอาผิดลักษณะนี้จำนวนมาก สุดท้ายอัยการก็ยกฟ้อง ต่อไปถ้าใช้มาตราดังกล่าวแจ้งความไปทั่ว บุคคลจะไม่กล้าใช้เสรีภาพแสดงความเห็นอีก โดยผู้ที่ไปแจ้งความ ได้ดิบได้ดีมียศเป็นพลตรี นานวันเข้าจะถูกมองว่าเมื่อวิจารณ์พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะโดนคดี 116 อีกหรือไม่ ในฐานะประธานกรรมาธิการกฎหมายฯ เพื่อให้พิจารณาเรื่องการฟ้องคดีเพื่อปิดปาก กลั่นแกล้งกัน โดยตนจะพิจารณาต่อไป และเรียกพล.ต.บุรินทร์มาให้การว่าสุดท้ายแล้วมีวัตถุประสงค์อะไร อ่านกฎหมายไม่เข้าใจหรือ ที่ผ่านมามีการใช้กฎหมายมั่วซั่วหรือไม่ ต้องเข้ามาให้คำชี้แจงว่าใช้กฎหมายนี้เพื่ออะไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การร้องทุกข์กล่าวโทษ มีเรื่องบังเอิญอย่างน่าประหลาด เพราะรัฐบาลกำลังอยู่ในช่วงขาลง ทั้งเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญกำลังจุดติด แต่มามีการแจ้งความเพื่อเบี่ยงเบน กอ.รมน.และกองทัพคิดอะไรอยู่ หวังจะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเดินต่อไปไม่ได้ใช่หรือไม่ ต้องถามนายกฯ บ้านเมืองกำลังเดินหน้าไปได้ แต่กลับเอาเรื่องคดีมายัดใส่ให้คนอื่นอีกอย่างนั้นหรือ&amp;quot; นายปิยบุตรกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าวว่า กฎหมาย กอ.รมน. นายกฯ เป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด ซึ่งในทางกฎหมายเท่ากับว่านายกฯ สั่งการให้ดำเนินคดี ซึ่งการไปใช้สิทธิในเรื่องนี้ ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ที่สำคัญอย่างยิ่ง พล.อ.ประยุทธ์แถลงเอาไว้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องเร่งด่วน แต่เมื่อมีการไปแจ้งความเช่นนี้ ผู้แจ้งความกำลังบิดเบือนประเด็นทางกฎหมาย โดยอาจารย์ที่ถูกแจ้งความก็ไม่ได้ผูกพันนักการเมือง แต่เป็นนักวิชาการที่ไปทำงานในพื้นที่ แต่ กอ.รมน.ก็ไปแจ้งความ เพื่อหวังจะข่มขู่นักวิชาการ ประชาชน ว่าต่อไปไม่ควรแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ถ้าเป็นเช่นนี้ ถือเป็นอันตรายต่อประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อมีการแจ้งความเป็นคดีแล้วก็ต้องต่อสู้ทางคดี สำหรับผู้ถูกกล่าวหาจะมีทีมนักกฎหมาย 7 พรรคเข้าไปช่วยเหลือ เพราะตำรวจต้องเรียกไปสอบสวน เรายังพบว่ามีการไปแจ้งความเท็จ กระทำเพื่อข่มขู่ โดยนักการเมืองทั้ง 7 พรรค จะมีการดำเนินคดีกับผู้แจ้งความเท็จ ผู้มอบอำนาจ ผู้รับมอบอำนาจ และกำลังพิจารณาว่าจะไปถึงนายกฯ หรือไม่ การที่จะสืบทอดอำนาจแต่มาใช้กฎหมายบ้านเมืองข่มขู่ไม่ควรกระทำอย่างยิ่ง&amp;quot; พ.ต.อ.ทวีกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย กล่าวว่า ถือว่าได้รับเกียรติเป็นคดีแรก นับแต่เป็นหัวหน้าพรรค การที่มีการไปแจ้งความหัวหน้าพรรค นักวิชาการ ทั้งที่เราได้รณรงค์ 4 ภาค ก็ได้พูดชัด ไม่แตะหมวด 1-2 การที่มีคนไปพูด ประเด็นใด เป็นสิทธิเสรีภาพ การจำกัดสิทธิ เสรีภาพเป็นเรื่องอันตราย ไม่รู้ว่ายังเข้าใจว่า ยังอยู่ในยุค คสช.หรือไม่ จึงยังใช้กฎหมายคุกคามประชาชนผู้เห็นต่าง เมื่อเราโดนคดี ก็คงคิดว่าเราจะหยุด แต่เราไม่หยุด เรายังมีแผนที่จะเดินต่อไป การไปแจ้งความก็เป็นการแจ้งความเท็จ แน่จริงควรไปแจ้งความเอาผิด พล.อ.ประยุทธ์ กรณีถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนด้วย วันอาทิตย์นี้เราจะไปแจ้งความกลับ
แจ้งความกลับ &amp;quot;บุรินทร์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร กล่าวว่า ในฐานะอดีตเลขาธิการสมช. มีข้อห่วงใย พล.ต.บุรินทร์ และหน่วยงานความมั่นคง ที่ส่งเจ้าหน้าที่มาดำเนินคดี บุคคลที่ได้รับมอบมา น่าจะไม่แตกฉาน กฎหมายความมั่นคง แทนที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหา อาจเป็นเงื่อนไขทำให้เกิดปัญหามากขึ้น โดยทำให้ผู้บังคับบัญชาเดือดร้อนเสียเอง และจากนี้ไปคงจะมีมาตรการตอบโต้เสียบ้าง ขอให้ผู้ที่ได้รับมอบหมายอ่านกฎหมายให้แตกฉาน ถ้ายังมีการดำเนินการตามใบสั่ง อาจจะเป็นทุกขัง อนิจจัง การรับราชการต่อไปของท่านอาจไม่ราบรื่น ในวันอาทิตย์ที่ 6 ต.ค. จะมีการไปร้องทุกข์กล่าวโทษต่อนายทหารผู้นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า การไปรณรงค์เรื่องรัฐธรรมนูญ เราทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ และพูดย้ำเสมอ ไม่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด 1-2 การแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยคนที่ไปแจ้งความ ถ้าไม่เข้าใจกฎหมาย อาจจะต้องไปเปิดกูเกิลดู
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากกรณีดังกล่าว เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เมื่อมีผู้ถูกแจ้งความ จะมีทีมนักกฎหมายเข้าไปให้การช่วยเหลือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยเกษม นิติสิริ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากรายงานประจำวันที่บันทึกการแจ้งความข่าว พบว่าไม่มีการแจ้งว่าใคร พูดอะไร ตอนไหน อย่างไร ที่จะเข้าข่ายความผิดมาตรา 116 เป็นเพียงการแจ้งความหว่านแห แสดงให้เห็นว่าคนแจ้งยังไม่เข้าใจชัดเจนด้วยซ้ำว่าข้อเท็จจริงจะเข้าความผิดมาตรานี้ ในฐานะที่เป็นฝ่ายกฎหมายของทหาร ควรกลั่นกรองให้ดีก่อนที่จะฟ้องใคร &amp;nbsp;อ่านเนื้อหาที่แจ้งความแล้วยังไม่รู้ว่าตรงไหนที่จะเข้า ปั่นป่วน กระด้างกระเดื่อง ก่อความไม่สงบ หรือล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ดังนั้นผู้แจ้งความควรตัดตอนออกมาให้ชัดเจนว่าคำกล่าวท่อนไหนที่ผิด ไม่ใช่กล่าวหาลอยๆ กว้างๆ แล้วให้เจ้าพนักงานไปทำเอาเอง รู้แต่ข้อหา แต่ไม่รู้ว่าตรงไหนอย่างไร เหมือนโยนเข็มในมหาสมุทร ให้พนักงานไปทำงานเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หมดยุค คสช. หมดยุคที่หน่วยงานทั้งหลายที่จะทำตามความเห็น คสช. และหมดยุคการใช้อำนาจตาม ม.44 แล้ว การกระทำเช่นนี้อาจไม่ใช่การหวังผลทางกฎหมาย แต่อาจจะทำเพื่อให้ส่งผลต่อประชาชนให้ไม่กล้าแสดงความคิดเห็นเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญมากกว่า สิ่งที่พูดแล้วน่าจะทำไม่ได้คือ ม.255 ในรัฐธรรมนูญคือเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐจะกระทำไม่ได้ แต่การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครอง เช่น การปกครองท้องถิ่นที่มีเอกภาพของตัวเองมากขึ้นอย่างกรุงเทพมหานคร หรือเมืองพัทยา เป็นสิ่งที่สามารถทำได้และหยิบยกขึ้นมาพูดได้&amp;rdquo; นายชัยเกษมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรให้สัมภาษณ์ที่พรรคอนาคตใหม่ด้วยว่า ยืนยันว่าจะเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไป โดยสิ่งที่เราฝันถึงคือโมเดลของรัฐธรรมนูญ 2540 เพื่อเปิดทางให้มีการเลือกตั้งเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ขึ้นมาใหม่ทั้งฉบับ ภายใต้กรอบเงื่อนไข ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ภายใต้รูปของรัฐราชอาณาจักร เป็นรัฐเดี่ยว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าได้คุยกับนายธนาธรหรือยัง นายปิยบุตรกล่าวว่า คุยแล้ว เจ้าตัวกำลังใจดี ได้ยินเรื่องนี้ก็หัวเราะ เขาบอกตนว่าเห็นชื่อนายพลคนนี้ไปแจ้งความพร้อมกับข้อหา ม.116 ก็เข้าใจได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น อย่างล่าสุดอัยการก็สั่งไม่ฟ้องเรื่องที่ไลฟ์เฟซบุ๊กไม่กี่วันมานี้
ไม่ต้องการแก้หมวด 1-2
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีการแสดงความคิดเห็นของ ดร.ชลิตา จะเสนอให้ไทยเลิกเป็นราชอาณาจักร นายปิยบุตรกล่าวว่า นักวิชาการมีเสรีภาพของการแสดงออกความคิดเห็น ถือเป็นการให้ความรู้ทางวิชาการ เปิดจินตนาการใหม่ๆ แต่นักวิชาการไม่ได้มีกำลังหรืออาวุธไปทำอะไรได้ ตรงกันข้าม กองทัพต่างหากไม่ต้องพูดอะไร อยากจะยึดอำนาจก็ยึดเลย และนิรโทษกรรมตัวเอง และเป็นแบบนี้ทุกครั้ง พรรคการเมืองที่เข้าร่วมพูดบนเวที ก็มีความเห็นที่แตกต่างกันออกไป หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ก็ยืนยันว่าไม่มีใครพูดว่าต้องการเปลี่ยนแปลงหมวด 1 และหมวด 2
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก ระบุว่า การที่ประชาชนคนใดสะท้อนถึงความบกพร่องด้วยหลักเหตุและผลต่อรัฐธรรมนูญนั้นนับเป็นความหวังดีต่อชาติ เพราะหากเราทั้งหลายสามารถทำให้รัฐธรรมนูญมีความรัดกุม รอบคอบ ตรงหลักการทั้งประชาธิปไตย มนุษยชน มนุษยธรรม ความยุติธรรม การมีส่วนร่วมของประชาชนมากเท่าไร ความมั่นคง มั่งคั่งของประเทศก็จะมีมากขึ้นไปเท่านั้น ไม่มีใครอยากอยู่ภายใต้ความไม่ยุติธรรมจากอำนาจรัฐ ตามกฎธรรมชาติ หากมีการกดขี่ ก็ย่อมมีการต่อสู้ ฉันใดฉันนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การข่มขู่ด้วยลุแก่อำนาจ คิดว่าประเทศนี้นั้นมีพรรคพวกของตนเท่านั้นที่ถูกต้อง มองอย่างไตร่ตรองอย่างหยาบๆ ก็ทราบได้ว่าเป็นการใช้อำนาจที่ไม่คำนึงถึงเหตุและผล ยิ่งหากข้อพิสูจน์เป็นไปด้วยตาม &amp;ldquo;ใบสั่ง&amp;rdquo; มากกว่าหลักเหตุผล ประชาชนเขาก็ยิ่งเข้าใจว่ารัฐธรรมนูญนี้มีชนชั้น ใครอย่าไปหือไปอือ เพราะมิเช่นนั้นจะถูกอำนาจบางอย่างเล่นงานเข้าได้&amp;quot; นายวันมูหะมัดนอร์ระบุ และว่า ถามจริงๆ ว่ากระด้างกระเดื่องต่อรัฐธรรมนูญ หรือกระด้างกระเดื่องต่ออำนาจกลุ่มตนเองกันแน่ อำนาจแห่งการข่มขู่&amp;rdquo; ย่อมมิใช่อำนาจที่ยิ่งใหญ่ไปกว่า &amp;ldquo;การเรียกร้องของประชาชน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอดิศร เพียงเกษ โฆษกผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร แถลงว่า นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และผู้นำฝ่ายค้าน เห็นว่าการกระทำของ กอ.รมน.ภาค 4 เป็นการแจ้งความที่หลงละเมอเพ้อพก เพราะปัจจุบันประเทศไทยไม่ได้ปกครองโดย คสช. แต่ พล.ต.บุรินทร์ได้ดิบได้ดีจาก พ.ท. ถึง พล.ต. ในช่วงที่ประเทศปกครองโดยระบอบเผด็จการคือ คสช. จึงหลงว่าการเคลื่อนไหวที่จะแก้รัฐธรรมนูญของพรรคร่วมฝ่ายค้านเป็นการกระทำผิด ทั้งที่ทำตามรัฐธรรมนูญทุกประการ ซึ่งได้มีการเคลื่อนไหวตั้งแต่จังหวัดเชียงใหม่ มหาสารคาม ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และปัตตานี เพื่อไปรับฟังความคิดเห็นของประชาชนว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมีข้อบกพร่องควรจะแก้ไขอย่างไร เพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;โดยส่วนตัวได้เข้าร่วมการเสวนา ไม่ได้มีการแตะต้องหมวดที่ 1 และที่ 2 เลย มีแต่เพียงต้องการเรียกร้องสิทธิเสรีภาพอันจะพึงมีพึงได้ โดยนำรัฐธรรมนูญปี 2540 มาเป็นแบบอย่างในการที่จะแก้ไข และไม่เคยมีการกระด้างกระเดื่องปลุกปั่นยุยงตามที่ กอ.รมน.ฝันกลางวัน โดยแท้จริงแล้ว กอ.รมน. เกิดจากการที่ คสช.ผ่องถ่ายอำนาจของตัวเองมาให้ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์จึงไม่สะทกสะท้าน ไม่ยินดียินร้าย และไม่ให้ความร่วมมือกับสภา ทำตัวเหมือนหัวหน้า คสช. เพราะ กอ.รมน.คือรัฐซ้อนรัฐ อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ระงับยับยั้ง อย่าให้มีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้นอีก เพราะปัจจุบันมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย มีสภาผู้แทนราษฎรแล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอดิศรกล่าวว่า สาเหตุเหล่านี้จะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ฝ่ายค้านจะเอาไปอภิปรายในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2563 ในส่วนงบประมาณของ กอ.รมน. และนําไปสู่การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ซึ่งจะมีขึ้นอย่างแน่นอนในเดือน ธ.ค.นี้ &amp;nbsp;ส่วนที่นักวิชาการเห็นว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญในหมวดที่ 1 เป็นความเห็นส่วนตัว เพราะนักวิชาการเขาเป็นคนสอนหนังสือ ดังนั้นต้องเปิดเวทีให้นักวิชาการได้มีโอกาส อย่าให้ประเทศนี้มืดมน อย่าให้เป็นประเทศที่เขาบอกว่าเป็นกะลาแลนด์ ขอให้ กอ.รมน.เปิดกะลาและกะโหลกออกมาหน่อย
&amp;quot;บุรินทร์&amp;quot;พร้อมเจอ&amp;quot;ปิยบุตร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิญญัติ ชาติมนตรี เลขาธิการสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิเสรีภาพ (สกสส.) กล่าวว่า &amp;nbsp;พล.ต.บุรินทร์สับสนบทบาทหน้าที่หรือไม่ คสช.จบไปแล้ว มีแต่รัฐบาลที่มีนโยบายเห็นควรให้แก้รัฐธรรมนูญด้วยซ้ำไป ประชาชนทุกคนมีสิทธิ์วิพากษ์วิจารณ์และเรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่ใช้แล้วเกิดปัญหาได้ถือเป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตย พล.ต.บุรินทร์ อาจเป็นการกระทำผิดกฎหมายอาญาเสียเอง บุคคลทั้ง 12 คน อาจใช้สิทธิ์แจ้งความและหรือฟ้องดำเนินคดีกลับได้ ทาง สกสส. ยินดีที่จะเป็นทนายความเพื่อเป็นการปกป้องสิทธิของประชาชนอย่างเต็มที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หยุดการกระทำที่อาจทำให้สังคมเข้าใจว่าใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือปิดปาก คุกคาม ข่มขู่ประชาชน เพราะนั่นอาจนำไปสู่ความขัดแย้งของคนในชาติไม่จบสิ้น ทหารควรจะทำหน้าที่ตัวเองอย่างทหารอาชีพในประเทศอื่นทำกัน หากรัฐบาลไม่เห็นด้วยกับ กอ.รมน. ก็ควรจะออกมาแถลงแสดงท่าทีต่อเรื่องนี้ ไม่เช่นนั้นประชาชนอาจคิดได้ว่าเป็นแผนทำลายความมั่นคงของพรรคฝ่ายค้านหรือไม่&amp;quot; นายวิญญัติกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกฯ กล่าวว่า เป็นความพยายามกลั่นแกล้งให้เดือดร้อนและปิดปากไม่ใช้แสดงความเห็นต่อไป ตำรวจก็ดำเนินคดีให้ทั้งๆ ที่ไม่มีมูลอะไร มาวันนี้หลังการเลือกตั้งมาแล้ว กอ.รมน.ยังใช้วิธีเดียวกันอีก เลวมาก การแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ มุ่งหมายให้เกิดการแก้รัฐธรรมนูญภายใต้กติกาที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ จะเป็นการยุยงปลุกปั่นให้ประชาชนกระด้างกระเดื่องต่อรัฐได้อย่างไร แจ้งจับหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านนี่เกินไปมากแล้วประยุทธ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน พล.ต.บุรินทร์ให้สัมภาษณ์ภายหลังนายปิยบุตร ในฐานะประธาน กมธ.กฎหมายฯ เตรียมเรียกไปชี้แจงว่า &amp;quot;ผมพร้อมไปชี้แจงต่อ กมธ.กฎหมายฯ หากเชิญมา ซึ่งไม่มีอะไรต้องกลัว ผมจะชี้แจงว่าทำตามหน้าที่ในฐานะผู้ได้รับมอบอำนาจ ส่วนเรื่องรายละเอียดของคดี ผมไม่สามารถพูดได้ เป็นความลับ ให้ไปว่ากันในชั้นศาล&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ในส่วนการดำเนินคดีอาญาก็ว่ากันไป แต่ตนขอเรียกร้องไปที่ 5 ส.ส. ประกอบด้วย นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์, นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา, &amp;nbsp;นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ และนายนิคม บุญวิเศษ &amp;nbsp;ลาออกจากความเป็น ส.ส.ทันที เพื่อรับผิดชอบในการร่วมในเวทีเสวนาที่นางชลิตาเสนอให้แก้รัฐธรรมนูญมาตรา 1 ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว จะแบ่งแยกมิได้ โดยไม่มีการทักท้วง เท่ากับรู้เห็นเป็นใจให้มีการแก้รัฐธรรมนูญมาตรานี้ จึงเข้าข่ายละเมิดมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงตามที่กำหนดไว้ในหมวด 1 ข้อ 6 พฤติกรรมของคนเหล่านี้สะท้อนว่าไร้สำนึกในความเป็นชาติ ถือเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของประเทศ ไม่เหมาะสมที่จะเป็นคนไทยด้วยซ้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.แจ้งวัฒนะ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นคำร้องต่ออัยการสูงสุดให้พิจารณากรณี ดร.ชลิตา บัณฑุวงศ์ แสดงความคิดเห็นว่า &amp;ldquo;ประเทศไทยอาจจะไม่จำเป็นต้องมีรัฐเดี่ยวหรือแบบรวมศูนย์ ซึ่งอาจจะรวมถึงมาตราที่ 1 ด้วยก็ได้&amp;rdquo; เพื่อให้อัยการสูงสุดร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้ ดร.ชลิตา รวมถึง 7 พรรคฝ่ายค้านเลิกการกระทำดังกล่าว โดยมีนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นผู้แทนรับเรื่อง ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้เรื่องนี้ลุกลามบานปลาย อันจะกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนได้ในที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสนธิญา สวัสดี อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรครวมพลังประชาชาติไทย เปิดเผยว่า ตนได้ไปยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้ศาลมีคำวินิจฉัยสั่งการให้ยุติการดำเนินการเคลื่อนไหวในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ในทุกประเด็น เนื่องจากรัฐธรรมนูญปี 2560 ได้มีการทำประชามติ และผ่านความเห็นชอบจากประชาชนกว่า 16 ล้านคน เพราะฉะนั้นการเคลื่อนไหวต่างๆ ของ 7 พรรคฝ่ายค้าน รวมทั้งบุคคลอื่นๆ ที่จะมีการเคลื่อนไหวแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนเกือบ 16 ล้านคน ที่ให้ความเห็นชอบกับรัฐธรรมนูญ 2560 โดยก่อนหน้านี้ตนได้ยื่นเรื่องต่ออัยการสูงสุดเมื่อวันที่ 17 ก.ย.62 แต่เมื่อครบ 15 วัน ตนกลับไม่ได้รับคำตอบจากอัยการ จึงขอใช้สิทธิร้องตรงไปยังศาลรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรณีที่ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ที่เรียกร้องให้ประชาชนลงมาบนถนน ระบุอีกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เฮงซวยทุกมาตรา การที่นักวิชาการคนหนึ่งพูดที่ จ.ปัตตานี ว่าประเทศไทยไม่จำเป็นต้องมีรัฐเดียว นั่นหมายความว่าจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวดที่ 1 มาตรา 1 ที่ระบุว่าประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว จะแบ่งแยกมิได้ ซึ่งตนเห็นว่ากรณีเหล่านี้น่าจะขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 25 และมาตรา 49
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสนธิญาเปิดเผยว่า ตนได้มายื่นเรื่องที่สำนักงาน กกต.เพื่อขอลาออกจากพรรครวมพลังประชาชาติไทย โดยมีความประสงค์ที่จะไปสมัครสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เนื่องจากเห็นว่ามีอุดมการณ์และการทำงานที่ตรงกับตน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47343</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 พรรคฝ่ายค้าน, กอ.รมน., ฐานยุยงปลุกปั่น, ปมแก้มาตรา 1, มาตรา 1, มาตรา 116, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไม่ยอมทัดทาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191004/image_big_5d974f2e4bc3d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44752</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2019 18:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2019 18:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝ่ายค้านรวมหัวแก้รธน. ชี้สว.คืออุปสรรค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ย. 2562 ที่ห้องประชุมใหญ่ อาคารคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน และศูนย์วิจัยและพัฒนากฎหมายคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมจัดเสวนา&amp;lsquo;รัฐธรรมนูญและจินตนาการใหม่&amp;rsquo;ท่ามกลางประชาชนและนักศึกษาเข้าร่วมรับฟังเต็มหอประชุมใหญ่

โดย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ เปิดสัมมนาว่า รัฐธรรมนูญกำหนดให้ตัวเองกล้บเข้ามามีอำนาจ โดย รัฐธรรมนูญ 2560 เป็นรัฐธรรมนูญนำไปสู่ความแตกแยก ให้มีรัฐธรรมนูญแสร้างสันติภาพหาทางออกให้กับประเทศไทย เมื่อรัฐธรรมนูญถูกร่างโดยประชาชนเราจะเอาผลประโยชน์ของประชาชนมาอยู่ในรัฐธรรมนูญ

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า เรื่องปัญหาปากท้องไม่แก้ไขเลย เพราะผู้มีอำนาจต้องการอยู่ในอำนาจมากที่สุด &amp;nbsp; แนวทางการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลไม่ตรงกับการแก้ปัญหา อีกทั้ง ประชาชนตอนนี้มักเก็บหอมรอมริบเพราะเศรษฐกิจย่ำแย่ ซึ่งเกิดจากรัฐธรรมนูญที่ออกมาจากกลุ่มคนกลุ่มเดียว โดย กรธ. ร่างมาจากใบสั่งผู้มีอำนาจให้ตัวเองอยู่ต่อ ดังนั้นรัฐธรรมนูญถือว่ามีปัญหาจริงๆ &amp;nbsp;

&amp;ldquo;หากมีการเลือกตั้งครั้งหน้า ฝ่ายประชาธิปไตยจริงๆมี 250 เสียงแต่ปัจจุบันเหลือ 246 เสียงต้องยึดมั่นทำหน้าที่ฝ่ายค้านให้ดีที่สุดเป็นฝ่ายค้านที่ดี เราอยากจะค้านให้คำชี้แนะ ที่ผ่านมาระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมาฝ่ายค้านถูกมองเป็นศัตรู เราพร้อมเชิดชูรัฐบาลหากทำให้ประเทศเดินหน้าไปในทางที่ดีได้ อีกทั้งคณะรัฐมนตรีชุดนี้ก็หน้าเดิมๆด้านเศรษฐกิจเราจะหวังพึ่งได้อย่างไรใน 5 ปีที่ผ่านมามีปัญหาเศรษฐกิจเป็นการทำเพื่อพวกพ้องทั้งนั้น&amp;rdquo; นายสมพงษ์ ระบุ

นายสมพงษ์ ระบุว่า ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ ส.ว.ต้องเห็นด้วย 1 ใน3 และเลวร้ายที่สุดทุกพรรคการเมืองต้องเห็นด้วยเป็นเรื่องที่แก้ไขยากที่สุด โดยครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ ต้องไปทำความเข้าใจประชาชนมากที่สุดเพื่อให้ประชนชนทุกภาคเข้าใจ ส่วนตัวเชื่อว่าหากมีการประชามติก็เชื่อว่าประชาชนจะอยากให้มีการเปลี่ยนแปลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย ถามกลางหอประชุมว่าท่านใดเห็นควรมีการแก่ไขรัฐธรรมนูญเร่งด่วน โดยประชาชนที่มารับฟังคณะนิติศาสตร์ต่างปรบมือเสียงดังสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

จากนั้นเป็นการเสวนาของตัวแทน 7 พรรคการเมืองฝ่ายค้าน นักวิชาการและนักศึกษาโดยรศ.ดร.สมชาย ปรีชาศิลปกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ ม.เชียงใหม่ ระบุว่า ประชาชนไม่ได้ต้องการธรรมนูญของคณะรัฐประหารที่อยากออกอะไรก็อยากออก นาทีนี้การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เราต้องการคนในสังคมกำหนดขึ้น

โดยรัฐธรรมนูญ 2540 เป็นตัวแบบที่ดี ในเชิงกระบวนการรัฐธรมนูญ 2540 มีการมีส่วนร่วมของประชาชนให้ทุกฝ่ายมามีส่วนร่วมได้ ในระหว่างจัดทำร่างรัฐธรรมนูญทุกฝ่ายสามารถแสดงความเห็นได้ รัฐธรรมนูญ 2540 เป็นคุณลักษณะที่ดี ส่วนเนื้อหาเป็นอีกเรื่องหนึ่ง อีกทั้งมี ส.ส.ร.มายกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทั้งนี้รัฐธรรมนูญ2560 ต่างจากเดิมไม่เหมือนปี 2540 ที่ไม่มีความแตกแยก แต่ช่วงปี2550-2560 มีความเห็นต่างอยู่จำนวนมาก

นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย ระบุว่า ต้องจัดทำรัฐธรรมนูญให้คนไทยรักกัน ถ้ากฎหมายเป็นธรรม ประชาชนจะรักสามัคคีกัน รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหาต้องแก้ไข

นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทยและที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่า วิถีชีวิตการเปลี่ยนแปลงต้องการความคิดหลากหลายหาทางออกให้กับประเทศไทย หลายคนบอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้แก้ยาก และเขียนขึ้นเพื่อให้ฉีกอย่างเดียว เพราะกลไกการแก้ไขกระทำได้ยากหรือทำไม่ได้ ถ้ารัฐธรรมนูญไม่เอื้อต่อสิทธิเสรีภาพก็จะมีผลกระทบต่อประชาชน รัฐบาลชุดนี้เขาเขียนรัฐธรรมนูญขึ้นมาเพื่อให้อยู่ต่อไปอีกหลายสมัย ไม่ใช่พืชผลการเกษตรไม่ดีแล้วไปให้ขายยางที่ดาวอังคาร

นายภูมิธรรม รัฐธรรมนูญจินตนาการใหม่ต้องให้คนได้แสดงออกช่วยกันคิดหาทางออก รัฐธรรมนูญต้องลดความเหลื่อมล้ำ ให้ประชาชนกระจายอำนาจใช้ศักยภาพความเป็นนพลเมืองร่วมหาทางออก รัฐธรรมนูญต้องเปิดพื้นที่แสดงความเห็น ต้องไม่มียุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี การหาทางออกจากวิกฤตเศรษฐกิจเราไม่อาจฝากความหวังจากรัฐอย่างเดียว โดยช่องทางหาทางออก ทำให้ระบบการเมืองเป็นระบบที่เปิดให้ได้ พรรคฝ่ายค้านจะเคลื่อนไป 4 ภาค อยากเชิญชวนนักศึกษา ฝ่ายวิชาการ สร้างฉัทามติให้เกิดขึ้น ถ้าไม่ปลดพันธนาการ ประชาชนจะขมขื่นกับสิ่งที่จะตามมา กระบวนการสร้างฉันทามติ ต้องทำให้การแก้ไขรัฐธรรมรูญ และเศรษฐกิจร่วมกัน ให้การแก้ไขเป็นวาระประชาชน


น.ส.เยาวลักษณ์ วงษ์ประภารัตน์ กรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ ระบุว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ บอกรัฐธรรมนูญเสมือนระเบิดเวลาจากความตึงเครียดในสังคมจากปัญหาเศรษฐกิจ และตนเห็นว่าเป็นวิกฤตเศรษฐกิจที่รุนแรงกว่าปี 2540 โดยปี2562 เศรษฐกิจตกต่ำกระทบทุกหย่อมหญ้า นี่คือระเบิดเวลาที่จะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ

นายปิติพงศ์ เต็มเจริญ โฆษกพรรคเสรีรวมไทย ระบุว่าพรรคเสรีรวมไทยไม่เคยนับญาติกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม เพราะพรรคต่อต้านการสืบทอดอำนาจของเผด็จการ ถ้าผู้มีอำนาจไม่เห็นด้วยก็จะยากต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันสร้างมาเพื่อพวกเรา ถ้าอยากแก้ไขต้องยกเลิกคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

นายเพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล รองหัวหน้าพรรคเพื่อชาติ ระบุว่า รัฐธรรมนูญชั่วคราวที่ผ่านเขาร่างมาในระบอบที่อยู่นอกเหนือระบอบประชาธิปไตย ดังนั้นรัฐธรรมนูญต้องแก้ไข จึงให้ประชาชนแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยการตั้ง ส.ส.ร. &amp;nbsp;ถ้ารัฐธรรมนูญมาจากเผด็จการจะบริหารประเทศได้อย่างไร

นายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ รองหัวหน้าพรรคประชาชาติ ระบุว่า คนใน 3 จังหวีดชายแดนใต้ไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญ เพราะไม่เห็นด้วยการกับปกครองของทหาร เป็นการไม่เห็นด้วยจากฝ่ายที่ยึดอำนาจจากประชาชน พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนลงคะแนนเสียงเลือกพรรคร่วมฝ่ายค้านให้ถล่มทลาย
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44752</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 พรรคฝ่ายค้าน, นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์, แก้รธน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190901/image_big_5d6bb107c3874.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
